พยากรณ์อากาศบอกว่าลมมรสุมกำลังจะพัดเข้ามาที่ภูเก็ต ถึงแม้จะอยู่ในช่วงกลางฤดูฝน แต่ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาแทบจะไม่มีฝนตกหรือลมแรงเลยสักวัน เมื่อเช็กทิศและความเร็วของลมดูแอปพลิเคชันแล้ว มีจังหวะพอดีที่ฟ้าเปิดโล่งไม่กี่ชั่วโมง กลุ่มเพื่อนๆ จึงชวนกันออกไปฝึกฝีมือเล่นเรือใบ ด้วยความที่อยากเล่นกับลมที่ไม่มีมานานหลายวัน

พวกเราเอาเรือแล่นออกจากท่าฉลอง วิ่งไปทางแหลมพรหมเทพ ท่ามกลางแสงแดดส่อง แล้วตัดสินใจหันหัวเรือกลับเพราะเริ่มเห็นเมฆฝนตั้งเค้ามา ช่วงเวลาแค่ชั่วโมงเดียวหลังจากที่มีแดดจ้า กลายเป็นพายุฝนกระหน่ำ ตกหนักจนมองไม่เห็นอะไรด้านหน้านอกจากฝ้าน้ำสีขาว เม็ดฝนตกใส่หน้าจนเจ็บไปหมด เสื้อผ้าก็เปียกซ่กไปทั้งตัว พวกเราทำได้แต่พยุงเรือรอให้ทุกอย่างผ่านไป แล้วรีบเอาเรือกลับเข้าฝั่ง

วิชาสังคมศึกษาสอนเราว่าประเทศไทยรับอิทธิพลจากลม 2 ทิศหลัก สลับกันไปในช่วงปี ครึ่งปีเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนตุลาคม เป็นช่วงเวลาของลมตะวันตกเฉียงใต้พัดเข้ามา ทำให้ทะเลฝั่งตะวันตกของไทยมีคลื่นลมรุนแรง ซึ่งทำให้พื้นที่ทะเลภูเก็ตเข้าสู่โลว์ซีซันอย่างเป็นทางการ

แล่นเรือใบและดำน้ำหน้า Low Season ภูเก็ต ปรับตัวตามคลื่นไม่แน่นอนของธรรมชาติ
แล่นเรือใบและดำน้ำหน้า Low Season ภูเก็ต ปรับตัวตามคลื่นไม่แน่นอนของธรรมชาติ

2 วันต่อมา เราออกทะเลมาอีกครั้ง เรือเคลื่อนตัวโยกกระแทกคลื่นใหญ่ทันทีที่ออกพ้นแนวเกาะเล็กรอบภูเก็ต เรือที่เราลงมาวันนี้เป็นเรือ Liveaboard ที่พานักดำน้ำ 20 กว่าชีวิตเดินทางไปด้วยกัน เราซุกตัวอยู่ในที่นอน รอคอยให้เรือวิ่งไต่คลื่นไปให้ถึงจุดหมายอย่างช้าๆ

ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา น้ำทะเลของเกาะราชาน้อยที่เห็นอยู่ตรงหน้ามีสีฟ้าเข้มจนแสบตา สีฟ้าของทะเลเป็นสีที่พิเศษ ยิ่งโดนแสงแดดยิ่งมีสีเข้มสดใส ทะเลหน้าโลว์ ไม่ใช่ว่าจะมีพายุคลั่ง ฝนตกหนักตลอดเวลา บางวันอย่างเช่นวันนี้แดดออกจ้าจนทำให้ผิวไหม้เกรียมได้ง่ายๆ

น้ำทะเลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์สดๆ ตรงที่ตื้น ไล่โทนไปสู่สีน้ำเงินอัลตร้ามารีนด้านนอก ถูกต้องตามแบบฉบับภาพถ่ายทะเลจากโปสการ์ดขายดี เกาะราชาใหญ่และราชาน้อยมีทะเลที่เป็นสีแบบนี้เกือบตลอดทั้งปี ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงโลว์ซีซันก็ตาม

คลื่นลมที่เกรี้ยวกราดขวางเรือของเราไว้เมื่อเช้าก็กลับหายไปหมดสิ้น ลมลดกำลังลงเปิดโอกาสให้เราได้ชื่นชมความงามของธรรมชาติ

แล่นเรือใบและดำน้ำหน้า Low Season ภูเก็ต ปรับตัวตามคลื่นไม่แน่นอนของธรรมชาติ
แล่นเรือใบและดำน้ำหน้า Low Season ภูเก็ต ปรับตัวตามคลื่นไม่แน่นอนของธรรมชาติ

นักดำน้ำทุกคนนั่งพร้อมหน้ากันก่อนลงดำน้ำ ทัวร์ลีดเดอร์กำลังบรีฟพื้นที่จุดดำน้ำด้วยแผนที่วาดมืออย่างละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ กระแสน้ำกำลังไหลลงไปทางใต้ เรือจะพานักดำน้ำไปส่งทางเหนือของแนวปะการัง ให้ทุกคนไหลไปกับกระแสน้ำชื่นชนบรรยากาศจนจบไดฟ์

ฝั่งตะวันออกของเกาะราชาน้อยขึ้นชื่อในเรื่องของแนวปะการังแข็งที่แผ่พื้นที่ออกกว้าง พื้นทรายใต้น้ำเม็ดละเอียดขาวสะอาด ฝูงปลาเล็กปลาน้อยที่คอยช่วยแต้มสีแนวปะการังแข็งให้สดใสมากขึ้น และความใสของน้ำที่ไม่เป็นรองพื้นที่ใด

ในช่วงโลว์ซีซันซึ่งลมพัดมาจากทางตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เรามีโอกาสได้ดำน้ำทางฝั่งตะวันออกมากกว่า เพราะตัวเกาะเป็นเกราะกำบังลมให้ได้เป็นอย่างดี

เรือปัดท้ายส่งนักดำน้ำให้กระโดดลงสู่ทะเลสีฟ้าใส แค่ก้มหน้าก็มองลงไปเห็นพื้นและกอปะการังโขดที่อยู่ลึกลงไป 20 เมตรได้ง่ายๆ อุณหภูมิน้ำไม่เย็นยะเยือกเหมือนช่วงไฮซีซัน ซึ่งเป็นช่วงหน้าหนาวของปี น้ำทะเลวันนี้เย็นสดชื่นกำลังสบาย เราปล่อยอากาศออกจากอุปกรณ์และจมลงสู่ความลึกด้านล่าง

เสน่ห์ภูเก็ตหน้า Low Season พาเรือแล่นรับลมทางแหลมพรหมเทพ ดำน้ำที่เกาะราชาใหญ่และราชาน้อย ที่ต้องปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ

ฝูงปลากะพงสีเหลืองกระจายตัวเป็นเส้นหนาคลุมแนวปะการัง ปะการังอ่อนต้นใหญ่พริ้วตามกระแสน้ำที่ไหลช้าๆ แผงปะการังแข็งเติบโตเต็มที่ สวยงามแตกต่างกันตามฟอร์มของสายพันธุ์

ปะการังผักกาดแผ่โครงสร้างออกสมชื่อของมัน ปะการังไฟเรียงตัวตามแนวตั้งเป็นแผ่นหนาๆ ซ้อนกัน ส่วนปะการังเขากวางมีโครงสร้างเป็นกิ่งก้านสลับซับซ้อน สานกันเป็นโพรงโปร่งๆ ช่องว่างของโพรงปะการังเหล่านี้คือที่หลบภัยชั้นดีของเหล่าปลาตัวเล็กๆ ปลาทอง Blasslet และสลิดหินหลายสายพันธุ์ พากันว่ายหลบหายไปในโครงสร้างปะการังแข็งเมื่อเราว่ายน้ำผ่าน

ในขณะที่กำลังเพลินกับฝูงปลาที่พริ้วเคลื่อนที่ไป ปลาปักเป้าตัวใหญ่ก็ว่ายเข้ามาตัดหน้า ความหน้านิ่งไม่รู้ร้อนรู้หนาวของพวกมันทำให้เรายิ้มอย่างอารมณ์ดีทุกครั้งที่เห็น หลายครั้งพวกมันจะนอนนิ่งเหมือนกับขี้เกียจว่ายน้ำบนพื้นทราย เราชอบที่จะคลานเข้าไปหาช้าๆ แล้วจ้องตากับพวกมัน ซึ่งเจ้าปักเป้าก็จะชอบหลบสายตาคล้ายกับว่าถ้ามองไม่เห็นเรา เราก็คงมองไม่เห็นพวกมัน

เสน่ห์ภูเก็ตหน้า Low Season พาเรือแล่นรับลมทางแหลมพรหมเทพ ดำน้ำที่เกาะราชาใหญ่และราชาน้อย ที่ต้องปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ
เสน่ห์ภูเก็ตหน้า Low Season พาเรือแล่นรับลมทางแหลมพรหมเทพ ดำน้ำที่เกาะราชาใหญ่และราชาน้อย ที่ต้องปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ

ตามพื้นทรายขาวของที่นี่มีสิ่งมีชีวิตซ่อนตัวอยู่มากมาย บ้างก็มองเห็นได้ง่าย บ้างก็กลมกลืนมองผ่านไป ลูกปลา Cockatoo Waspfish ที่ถูกเรียกว่าปลาใบไม้ เพราะรูปร่างสีสันไม่ต่างกับใบไม้แก่จัดที่วางนิ่งบนพื้นทราย พวกมันรู้ตัวดีว่ามันกำลังเลียนแบบใบไม้ มันจะขยับตัวว่ายเฉพาะตอนที่มีกระแสน้ำไหล ท่าทางการว่ายน้ำดูสะเปะสะปะ ไม่คล่องแคล่วคล้ายกับใบไม้ที่ปลิวตามน้ำจริงๆ

กระแสน้ำกำลังเริ่มเปลี่ยนทิศ น้ำกำลังไหลจากใต้ขึ้นไปทางเหนือ สวนทางกับเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ปลาไหลสวนยืดตัวยาวจากพื้นทราย หันหน้าไปอีกด้านเพื่อดักรออาหารที่จะลอยมากับกระแสน้ำ พวกมันรีบหดตัวลงหายกลืนไปกับพื้นทรายเมื่อกระเบนจุดฟ้าร่อนผ่าน

ทุกคนที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมาเพียงพอ ย่อมรู้ว่าเราไม่มีทางเอาชนะธรรมชาติ ฝืนสู้ไปก็เสียแรงเปล่าๆ เราปล่อยตัวไหลย้อนกลับไปตามกระแสน้ำ

เสน่ห์ภูเก็ตหน้า Low Season พาเรือแล่นรับลมทางแหลมพรหมเทพ ดำน้ำที่เกาะราชาใหญ่และราชาน้อย ที่ต้องปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ

ตลอดชั่วโมงเต็มใต้น้ำ เราลืมไปแล้วว่านี่คือช่วงเวลาโลว์ซีซัน ฝูงปลาก็ยังคงว่ายวนตามปกติ โลกธรรมชาติก็ดำเนินไปเหมือนอย่างทุกวัน บทเรียนสำคัญที่ได้จากการอยู่ใกล้ชิดกับทะเลมาหลายปี คือเราต้องไม่ยึดติด และพร้อมที่จะปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลง

ถ้าหากย้อนไปช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวยังเต็มภูเก็ต เรือให้บริการดำน้ำจากหลายบริษัทออกทำงานทุกวันไม่มีหยุด ลมมรสุมฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ไม่ได้พัดมาอย่างเกรี้ยวกราดทุกวัน ในช่วงหน้าโลว์ซีซันวันที่ฟ้าใส ทะเลเรียบกริบเหมือนกับเป็นแผ่นกระจกก็มีอยู่บ่อยครั้ง สิ่งที่แน่นอนคือความไม่แน่นอน สภาพภูมิอากาศของพื้นที่เกาะทำให้อากาศเปลี่ยนแปลงได้บ่อย ชั่วโมงนี้อากาศดี คืนนี้อาจจะมีฝนฟ้าคะนองก็เป็นได้

วันที่ฟ้าฝนกระแสน้ำไม่เป็นใจมีได้ วันที่แดดใสทะเลเรียบก็มีได้เช่นกัน แค่เราต้องอดทนรอให้วันนั้นมาถึงเท่านั้นเอง

สารคดีสัญชาติไทย

Writer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

Photographer

พลพิชญ์ คมสัน

เริ่มต้นชีวิตจากการเป็นสถาปนิกแต่ชอบหนีงานไปเข้าป่าลงทะเล ผสมกับความอินโทรเวิร์ตเล็กๆ เลยเปลี่ยนสายอาชีพมาเป็นช่างภาพใต้น้ำและคนทำสารคดี เคยทำนิตยสารดำน้ำระดับอินเตอร์ ผลิตงานสารคดีใต้น้ำ และงานโฆษณาหลายชิ้น ปัจจุบันเป็นแอดมินเพจ Digitalay

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

ราว ๆ สิบกว่าปีที่แล้ว ไม่นานนักหรอก ผมจำได้ว่าขณะทำงานในป่า เรามีความรู้สึกคล้ายอยู่ ‘หลังเขา’ เหมือนตัดขาดออกจากโลกภายนอก ติดต่อผู้คนได้เพียงจากวิทยุสื่อสาร ซึ่งหลายครั้งเราก็อยู่ในที่อับสัญญาณ ห่างไกลความเจริญ สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าในป่าที่เราอยู่ไม่กันดารนัก คือ มีเครื่องบินผ่าน 

ตอนดึก ๆ ทุกคืน เมื่อต้องใช้เวลาในแคมป์นาน ๆ เพื่อเฝ้ารอสัตว์ป่า หลาย ๆ ครั้งเราไม่รู้หรอกว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน เพราะการทำงานในป่านั้น สัตว์ป่าเป็นผู้กำหนดเวลา ไม่ใช่เรา นอกจากเครื่องมือ เครื่องใช้สำหรับทำงาน เสบียงและอื่น ๆ เพื่อการอยู่ในป่านาน ๆ แล้ว เรามีอุปกรณ์สำคัญซึ่งขาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ วิทยุทรานซิสเตอร์ ไม่ใช่วิทยุยี่ห้อใดก็ได้ คนทำงานในป่ารู้ดีว่า ต้องเป็นวิทยุยี่ห้อ ธานินทร์ เพราะยี่ห้อนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า รับคลื่นได้ดีกว่า

เดินทางถึงแคมป์ บางคนหาที่ผูกเปล กางเต็นท์ เตรียมที่ประกอบอาหาร ที่วางเสบียง ห่างจากที่นอนอยู่หลายวัน ต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยอันทำให้มดมารุม จะมีคนหนึ่งลากสายไฟปีนขึ้นต้นไม้เอาไปเกาะยอดไม้สูง ๆ เพื่อเป็นเสาอากาศวิทยุ อันจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่รู้สึกว่าอยู่หลังเขาเท่าใดนัก ไม่ได้ตัดขาดจากโลก

เรารับรู้เรื่องราวจากทั่วโลกด้วยคลื่นที่มาขาด ๆ หาย ๆ

ในตอนนั้น เป็นช่วงเวลาที่คนบนโลกรู้แล้วว่า โลกที่เราอยู่เริ่มเปลี่ยนแปลง มีการศึกษาวิจัยมีข้อมูลมากมาย อันทำให้รู้ว่าสาเหตุภัยพิบัติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั่นเป็นเพราะเราทำลายสภาพแวดล้อม จนกระทั่งวงจรต่าง ๆ ขาดสะบั้น

คนบนโลกจำนวนไม่น้อยพยายามร่วมมือแก้ไข ปกป้อง

ความรู้ต่าง ๆ ไม่ใช่ข้อมูลลับ ไม่ใช่ข้อมูลใหม่ แต่ดูเหมือนคนจำนวนหนึ่งจะไม่ใส่ใจฟัง รวมทั้งเชื่อว่า วิถีการพัฒนาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเท่านั้นจะทำให้มีชีวิตที่ดี

เป็นความจริงที่เชื่อว่าไกลตัว

แต่เมื่อรับฟังอยู่ในที่ไกล ๆ ในป่า เรารับรู้ได้ดีว่า หลายเรื่องราวไม่ไกลตัวเราเลย

หม่อมเชน-ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เข้าป่ากับวิทยุธานินทร์ และการค้นพบความจริงจากสัตว์
หมูป่า

ถึงวันนี้ ไม่น่าจะมีใครสงสัยอีกแล้วว่า ภาวะโลกร้อนเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และส่งผลกระทบรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และผลกระทบนี้ไม่ได้เดือดร้อนแค่คน ชีวิตต่าง ๆ ในป่าก็เลี่ยงไม่พ้น

ในความเป็นจริง คำว่า ‘ภาวะโลกร้อน’ หรือเรื่องของอุณหภูมิที่เพิ่มช้า ๆ ทั่วโลกนั้น เป็นเพียงหนึ่งในหลายสิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงเท่านั้น รวมทั้งเป็นแค่ดัชนีหลักตัวหนึ่งที่ใช้วัดสถานการณ์ สภาพภูมิอากาศ ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงไปทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นกระแสลม กระแสคลื่นในมหาสมุทร การเกิดพายุ การกระจายของโรคระบาด คลื่นความร้อน การก่อตัว การละลายของหิมะบนยอดเขา ไฟป่า อุทกภัย และภัยแล้ง

อุณหภูมิจึงคล้ายเป็นแค่เศษเสี้ยวของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น

สภาพอากาศหนาวเย็น ฝนตกกลางฤดูแล้ง พืชอาหารออกผลน้อย ไม่มีไฟป่าเผาทุ่ง ไม่มีระบัดหรือหญ้าอ่อน ๆ ที่สัตว์กินพืชรอ

หม่อมเชน-ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เข้าป่ากับวิทยุธานินทร์ และการค้นพบความจริงจากสัตว์
ค่าง กินใบไม้มากกว่าผลไม้ และพวกมันใช้แสงแดดอุ่น ๆ ยามเช้าช่วยให้หายเปียกชื้น
หม่อมเชน-ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เข้าป่ากับวิทยุธานินทร์ และการค้นพบความจริงจากสัตว์
สมเสร็จ พวกมันเดินทางโดยมีแหล่งอาหารเป็นตัวกำหนด

ในป่า ชีวิตต่างต้องปรับตัว นกเงือกตัวเมียจำนวนมากเลือกออกจากโพรงที่ขังตัวเองไว้ ทิ้งไข่ พวกมันรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ปีที่จะเลี้ยงลูกให้มีชีวิตที่ดีได้ หยุด เพื่อรอเวลาเหมาะสม เป็นสิ่งที่พวกมันเลือกทำ

ช่วงเวลาที่ฝนทิ้งช่วง ทั้งที่ควรเป็นเวลาแห่งฝน ช้างนำโขลงโดยตัวเมียอาวุโส พาสมาชิกในครอบครัวหยุดที่แอ่งน้ำเล็ก ๆ ใช้ตีนแข็งแรงขุดดินเป็นหลุมน้ำซึม ให้ดินทรายเป็นเครื่องกรองน้ำ 

สัตว์ป่ารับรู้ ยอมรับการปรับตัวเพื่ออยู่ให้รอด เป็นสิ่งหนึ่งในวิถี

วิทยุทรานซิสเตอร์ของ ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ ช่างภาพสัตว์ป่า และพฤติกรรมของสัตว์ที่บอกเราว่า โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
วิทยุทรานซิสเตอร์ของ ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ ช่างภาพสัตว์ป่า และพฤติกรรมของสัตว์ที่บอกเราว่า โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ช้างโขลงที่มีลูกเล็ก ใช้แอ่งน้ำเล็ก ๆ บรรเทาความกระหาย ในวันที่ป่าควรชื้นด้วยสายฝน

การปรับตัวจำเป็น คนทำงานเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ หากใครไม่พูดถึงภาวะโลกร้อน คล้ายจะตกขบวนรถ 

แต่งานก็ไม่ได้ง่ายขึ้นสักเท่าไหร่

โลกจะร้อนหรือเย็น มีความจริงอยู่ว่า สัตว์ป่ายังคงถูกล่า

13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ลูกเสือโคร่ง ลูกนกเงือกกรามช้างจำนวนหนึ่ง ถูกพบขณะเตรียมส่งผู้ซื้อ การซื้อขายสัตว์ป่าทั้งเป็นซากและยังมีชีวิตเฟื่องฟู

อวัยวะสัตว์ ตั้งแต่ช้าง เสือโคร่ง ลิ่น เป็นที่ต้องการ สัตว์ที่ถูกพบเดินทางไปไม่ถึงปลายทาง กลายเป็น ‘ของกลาง’ คล้ายจะต้องติดอยู่ในกรงไปตลอดชีวิต

สัตว์ป่าที่ดีคือสัตว์ป่าที่ตายแล้ว ดูเหมือนจะเป็นความเชื่ออันไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าโลกจะเดินไปถึงไหน

ความเชื่อในเรื่องราวสัตว์ป่า ทำให้พวกมันสิ้นอนาคต แต่มีความจริงที่ทำให้พวกมันอยู่รอด 

มีชาวสวนส่วนหนึ่งใช้นกที่หลายคนเชื่อว่า พวกมันเป็นลางร้ายช่วยกำจัดหนูในสวน แมลงอย่างผึ้งนั้น เกษตรกรใช้พวกมันผสมเกสรต้นผลไม้ให้นานแล้ว

ถึงวันนี้ ทำงานในป่า วิทยุทรานซิสเตอร์ไร้ความสำคัญ สัญญาณโทรศัพท์ครอบคลุมไปเกือบทั่วทุกพื้นที่

มีข่าวสาร ข้อมูลมหาศาล ข้อมูลหาได้ง่ายดาย

กระนั้นก็เถอะ บางสิ่งคล้ายจะไม่เปลี่ยนแปลง

แววตาลูกเสือโคร่งที่ตกเป็น ‘ของกลาง’ ทำให้ผมต้องยอมรับว่า ในวันที่ความรู้ข้อมูลหาได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว ยังมีคนจำนวนไม่น้อย ใช้ ‘ความเชื่อ’ ในการดำรงชีวิต

มีโอกาสได้อยู่ใกล้สัตว์ป่า พวกมันนี่แหละ สอนให้ผมรู้ว่า ความจริงบนโลกนี้เป็นอย่างไร

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load