ฉันมีนัดดื่มน้ำชายามบ่าย

ไม่ใช่ในสวนกุหลาบของราชินีหัวใจผู้ร้ายกาจจาก อลิซในแดนมหัศจรรย์ (ค่อยยังชั่ว) แต่เซ็ตน้ำชาถูกตั้งรอฉันไว้ใน ‘ป่า’ โดย ปั้น-นภัสชล ตั้งนุกูลกิจ

นิทรรศการ Lost in Greenland สวนดอกไม้กระดาษที่รวมพืชพันธุ์จาก 3 เขตภูมิอากาศมาจำลองไว้ในห้องเดียว

ป่าของปั้นเต็มไปด้วยพืชนานาพันธุ์จาก 3 เขตภูมิอากาศ มีบ้างที่ชินตา อย่างเห็ด กล้วยไม้ โบตั๋น และบางดอกก็ไม่คุ้นทั้งชื่อทั้งหน้า แต่ถูกนำมารวมกันไว้ด้วยจินตนาการ

ป่าของปั้น ดอกไม้ไม่ได้ขยายพันธุ์ผ่านความช่วยเหลือของผึ้งงานผสมเกสร แต่เป็นขั้นตอนการทำงานศิลปะกับกระดาษสารพัดเทกซ์เจอร์ ตัด บิด ติด จัดช่อ รวมถึงแต่งด้วยวัสดุอื่นๆ ที่อยู่รอบตัวของเธอ

ป่าของปั้นไม่ได้อยู่ห่างไกล แต่อยู่ในห้องจัดนิทรรศการเล็กๆ ภายในรั้วรอบของ The Jam Factory

ป่านี้คือนิทรรศการงานศิลปะจากกระดาษที่มีชื่อว่า Lost in Greenland

นิทรรศการ Lost in Greenland สวนดอกไม้กระดาษที่รวมพืชพันธุ์จาก 3 เขตภูมิอากาศมาจำลองไว้ในห้องเดียว

ชายป่า

คงยากจะบอกว่าจุดเริ่มต้นของความเป็นป่าอยู่ตรงไหน เราไม่อาจชี้ได้ว่าต้นไม้ต้นหนึ่งทำให้เกิดป่าฉันใด เราก็ไม่อาจชี้จุดเริ่มต้นของนิทรรศการ Lost in Greenland ได้ฉันนั้น

อาจเริ่มมาจากที่ปั้นชอบทำงานศิลปะมาตั้งแต่เด็ก ปักผ้า ถักนิตติ้ง จัดขวดโหล ปั้นของจิ๋ว งานคราฟต์ที่เริ่มจากวิชาการงานพื้นฐานอาชีพในโรงเรียนเหล่านี้ผ่านมือเล็กๆ ของเธอมาหมดแล้ว

อาจเริ่มมาตั้งแต่วันที่เธอได้ไปช่วยรุ่นพี่ทำพร็อพให้งานแต่งงานระหว่างติวศิลปะตอนมัธยมปลาย จนได้รู้ตัวว่าอยู่กับกระดาษแล้วมีความสุขมากที่สุด

อาจเริ่มก่อตัวในวันใดวันหนึ่ง ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ปั้นนั่งปั้นเซรามิกสารพัดสีอย่างที่เธอชอบใจในช็อปที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นิทรรศการ Lost in Greenland สวนดอกไม้กระดาษที่รวมพืชพันธุ์จาก 3 เขตภูมิอากาศมาจำลองไว้ในห้องเดียว

แต่อาจมาเข้มข้นขึ้นเมื่อปั้นเรียนจบออกมา แล้วได้เข้าทำงานเป็นนักจัดดอกไม้ให้กับ Plant House ที่ทำให้เธอได้เห็นดอกไม้เดิมในมุมใหม่ ตั้งตูม แย้มกลีบ บาน ร่วงโรย และได้เห็นดอกไม้ใหม่ที่ไม่เคยเผยความงามตรงหน้าเธอมาก่อน

“การทำงานเป็น Florist ที่ Plant House มีผลกับนิทรรศการนี้มาก เมื่อก่อนเราชอบดอกไม้ แต่เรายังไม่ได้อินไปถึง Anatomy ของเขา แต่ตอนทำงานที่ Plant House ถ้ามีดอกไม้ที่ใช้ไม่หมด เราก็แกะออกมาทำดอกไม้แห้ง หรือมาโพรเซสทำอย่างอื่น เราเลยได้เห็นเขาในแบบอื่นนอกจากการเห็นหน้าดอกปกติ เป็นแง่มุมที่หลากหลายขึ้น ก่อนทำงานจัดดอกไม้เราอาจไม่เคยมองดอกตูม ดอกไม่สมบูรณ์ หรือดอกที่บานเกินไป แต่พอมาจัดดอกไม้เอง เราได้เห็นว่า จริงๆ เขาสวยไปหมดทุกแง่” ปั้นเล่า

ประสบการณ์การทำงานศิลปะและความหลงใหลในดอกไม้ได้หยั่งรากลงดินในหัวใจของเธอ จนวันหนึ่งที่ The Jam Factory มารดน้ำ และนำไปสู่การทาบกิ่งขยายพันธุ์ให้กลายงานนิทรรศการ ที่มีใจความหลักอยากชวนให้ผู้มาเยือนได้ลองมองดอกไม้ผ่านสายตาของปั้น และใช้เทคนิคการตัดกระดาษที่เธอถนัดมานำเสนอ

นิทรรศการ Lost in Greenland สวนดอกไม้กระดาษที่รวมพืชพันธุ์จาก 3 เขตภูมิอากาศมาจำลองไว้ในห้องเดียว
นิทรรศการ Lost in Greenland สวนดอกไม้กระดาษที่รวมพืชพันธุ์จาก 3 เขตภูมิอากาศมาจำลองไว้ในห้องเดียว

Tropical Forest

ป่าเขตร้อนแห่งสีสันและความหลากหลาย

ปั้นบอกฉันว่า เธอออกแบบนิทรรศการ Lost in Greenland ให้คนเดินผ่านพื้นที่ป่าเขตร้อนก่อน จึงไล่เรียงไปที่เขตอบอุ่น จนถึงหนาว ซึ่งฉันแอบคิดเองในใจว่า เป็นเพราะความหลงในในสีสันของเธอเป็นแน่

“คาแรกเตอร์ในการทำงานศิลปะของปั้น ตั้งแต่การทำเซรามิกจนถึงจัดดอกไม้ คือการจับคู่สี คนอื่นบอกว่า ปั้นมีคู่สีเฉพาะของตัวเองที่ดูแล้วรู้เลยว่าเป็นเราทำ ซึ่งเราเป็นคนเอนจอยกับการจัดคู่สี โดยเฉพาะสีเขียวและม่วงก่ำๆ นี่ชอบเป็นพิเศษ 

“เราชอบอะไรที่สนุก ไม่ใช่ว่าเป็นดอกไม้แล้วจะหวานอย่างเดียว พี่สาวบอกว่า เราชอบอะไรประหลาดๆ ด้วยซ้ำ

“คนมักถามว่าเวลาทำงานเราเริ่มคิดจากอะไร บางชิ้นเริ่มจากสีพื้นหลังก่อน ถ้าปั้นอยากทำอะไรจะทำสิ่งนั้นก่อน แล้วค่อยเพิ่มสิ่งที่เรารู้สึกว่าเข้ากับงานนั้นไปเรื่อยๆ ปั้นเลือกจากสีที่ชอบก่อน เช่นงานนี้อยากใช้สีชมพู เอาสีชมพูมาวางก่อนแล้ว แล้วค่อยคิดว่าวางสีชมพูกับสีอะไรแล้วสวย งานมันเลยเซอร์ไพรส์เราในตอนจบทุกครั้ง บางทีก็ดีกว่าที่คิดไว้ แต่ถ้ายังไม่ใช่ เราจะเติมจนกว่าจะใช่ ทุกงานต้องสมบูรณ์สำหรับเราก่อนเสมอ”

นิทรรศการ Lost in Greenland สวนดอกไม้กระดาษที่รวมพืชพันธุ์จาก 3 เขตภูมิอากาศมาจำลองไว้ในห้องเดียว

พอได้ฟังปั้นเล่าตัวตนและวิธีการคิดงานของเธอดังนี้ เมื่อเดินเข้ามาในนิทรรศการฉันเลยไม่แปลกใจที่ได้พบกับสีสันละลานตาของดอกไม้ รวมถึงดอกไม้หน้าตาไม่ธรรมดาที่กระจายตัวอยู่ทุกมุม

“อุณหภูมิที่ต่างกันส่งผลต่อสีของดอกไม้ บางพันธุ์ขึ้นในป่าหลายเขตอากาศแต่สีไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นป่าเขตร้อนเหมือนในเมืองไทยดอกไม้จะสีค่อนข้างสด เป็น Vivid Tone ฟอร์มของเขาจะเป็นสามเหลี่ยม เป็นมุมแหลม ซึ่งเกิดจากอากาศที่ร้อน

“อย่าง Orchid (กล้วยไม้) ที่เป็นดอกไม้ไทย เราสนุกกับการต้นหาข้อมูลมาก ในงานนี้มี Monkey Orchid ชื่อนี้เพราะหน้าตาเหมือนลิง มี Spider Orchid ที่กลีบเขาเหมือนขาแมงมุม น่ารักมาก” ศิลปินสาวเล่าอย่างหลงใหล ฉันแอบสังเกตได้ว่ากล้วยไม้เหล่านี้มีคู่สีที่เธอชอบ

โซนดอกไม้ในป่าเขตร้อนนี้จึงเป็นโซนเล่าตัวตนปั้นอย่างแท้จริง

นิทรรศการ Lost in Greenland สวนดอกไม้กระดาษที่รวมพืชพันธุ์จาก 3 เขตภูมิอากาศมาจำลองไว้ในห้องเดียว

Temperate Forest

ป่าที่อบอุ่นเหมือนเทพนิยาย

เมื่อเดินทางขึ้นเหนือมาถึงพื้นที่ของป่าเขตอบอุ่นในนิทรรศการ ฉันก็สัมผัสได้ถึงสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปผ่านดอกไม้กระดาษที่อยู่ในโซนจัดแสดง

“ในเขตอบอุ่น อากาศเย็นลง รูปฟอร์มของดอกไม้หรือต้นไม้เขาก็จะมนขึ้น เป็นเส้นกลมมน หน้าดอกมีหน้าตาน่ารัก” ปั้นเล่า เห็นได้ชัดว่าผลงานดอกไม้กระดาษในโซนนี้เป็นสีพาสเทลมากขึ้น

แม้ปั้นจะบอกกับฉันว่า เธอไม่ถนัดการทำงานสีขาวดำ แม้แต่ตอนจัดดอกไม้สีขาวเขียวก็ยังรู้สึกยากสำหรับเธอ แต่ในโซนนี้กลับมีดอกไม้สีขาวในขาว ที่เธอใช้วัสดุที่มีความโปร่งแสงต่างกัน อย่างกระดาษไข เลื่อมสี มาช่วยให้ดอกไม้ขาวดูมีมิติมากขึ้น 

นิทรรศการ Lost in Greenland สวนดอกไม้กระดาษที่รวมพืชพันธุ์จาก 3 เขตภูมิอากาศมาจำลองไว้ในห้องเดียว
นิทรรศการ Lost in Greenland สวนดอกไม้กระดาษที่รวมพืชพันธุ์จาก 3 เขตภูมิอากาศมาจำลองไว้ในห้องเดียว

หรือแม้แต่การเลือกใช้สำลีเป็นวัสดุเสริมเพื่อสร้างเทกซ์เจอร์ให้กับดอกไม้จิ๋วที่อยู่รวมกันเป็นพุ่มพู่อย่าง Water Hemlock ก็เป็นจินตนาการที่ทำให้งานนั้นน่าประทับใจ

ดูเหมือนว่าเธอจะก้าวข้ามความท้าทายของตัวเองไปได้อย่างสวยงามแล้ว

นอกจากดอกไม้แล้ว ในป่าเขตอบอุ่นยังมีเจ้าเห็ดหลากหลายชนิดที่เคยซ่อนตัวอยู่ตามขอนไม้หรือโขดหิน แต่ปั้นก็นำพวกมันออกมาจัดแสดงด้วย

“เห็ดเองก็มีความน่าสนใจ ตอนแรกเราชอบเพราะให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในเทพนิยาย แต่เมื่อเราค้นหาข้อมูลไปก็จะพบว่า เห็ดสีแดงจุดเหลืองที่เราเห็นกันคุ้นเคยจากภาพประกอบนิทานนั้นมันมีพิษ

“ซึ่งเวลามีคนมาชมงาน เขาเห็นชื่อดอกไม้ที่เราติดไว้คู่กันแล้วนำไปเสิร์ชต่อ เรารู้สึกว่าน่ารักมาก ในส่วนนี้เรามีชิ้นงานที่แยกส่วนดอกไม้ ให้เห็นชิ้นส่วนข้างในของเขาด้วย ถ้าทำให้คนเรียนชีววิทยาได้สนุกขึ้นอีกนิดก็คงดี” ฟังที่ปั้นเล่า ฉันก็พยักหน้าเห็นด้วย ถ้าสมัยเรียนมัธยมฯ มีนิทรรศการแบบนี้ วิชาวิทยาศาสตร์คงให้ความรู้สึกเหมือนเกมลงทัณฑ์น้อยลงสำหรับฉัน

นิทรรศการ Lost in Greenland สวนดอกไม้กระดาษที่รวมพืชพันธุ์จาก 3 เขตภูมิอากาศมาจำลองไว้ในห้องเดียว
นิทรรศการ Lost in Greenland สวนดอกไม้กระดาษที่รวมพืชพันธุ์จาก 3 เขตภูมิอากาศมาจำลองไว้ในห้องเดียว

“เพราะฉะนั้น ปั้นถึงไม่ครอบกระจกรอบผลงาน เพราะรู้สึกว่าอยากให้ผู้ชมได้มองใกล้ๆ ได้เห็นดอกไม้ในสิ่งที่เขาเป็นจริงๆ” ปั้นบอกกับเรา พลางจัดแต่งผลงานของเธอให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ไปด้วย

ดูเหมือนว่านอกจากป่าเขตอบอุ่นจะเผยให้เห็นสีสันของพืชที่เปลี่ยนไป ยังได้คลี่คลายตัวตนของปั้นในฐานะศิลปินและสิ่งที่เธอเชื่อเช่นกัน

Taiga Forest

ป่าเมืองหนาวที่สีเทาไม่ได้แปลว่าเหงา

โซนสุดท้ายของ Lost in Greenland ได้พาเราไปสำรวจชีวมวลที่เราไม่คุ้นตา

“สังเกตว่าดอกไม้โซนนี้มีขนาดเล็ก ปั้นเลยออกแบบการจัดแสดงให้อยู่บนกำแพง เพื่อจะได้เห็นพวกเขาในมุมมองที่ต่างออกไปจากสองเขตอากาศที่ผ่านมา” ปั้นเล่า ระหว่างเราเดินข้ามผ่านเส้นละติจูดเข้าสู่โซนป่าไทก้า “แปลกใจเหมือนกันที่คนชอบโซนนี้กันเยอะ”

“เมื่อเข้าเขตหนาว ดอกไม้จะไม่ค่อยบาน แต่สิ่งที่น่าสนใจในบริเวณนั้นคือมอส หญ้า ที่มีฟอร์มแปลกๆ หรือถ้ามีดอกไม้โทนสีเขาจะหม่นเหมือนอากาศ เหมือนเรามองผ่านเลนส์สีเทา ทุกอย่างในธรรมชาติเขามันเชื่อมโยงกันไปหมดในความเป็นจริง

นิทรรศการ Lost in Greenland สวนดอกไม้กระดาษที่รวมพืชพันธุ์จาก 3 เขตภูมิอากาศมาจำลองไว้ในห้องเดียว

“อย่างดอกกุหลาบป่านี้ ชื่อวงศ์เขาคือ Rosa Acicularus อาจจะหน้าตาคล้ายกับโบตั๋น เพราะเขาอยู่ในวงศ์เดียวกัน จริงๆ งานนี้ปั้นตั้งใจทำให้ออกมามีกลิ่นของความจีนร่วมสมัยด้วยนะ ตอนที่ทำผลงาน ปั้นอินกับแนวนั้นพอดี”

คำอธิบายของปั้นทำให้เราได้รู้ว่า เธอเป็นบุคคลที่อยู่ก้ำกึ่งระหว่างผู้เชี่ยวชาญและศิลปินที่คลั่งไคล้ดอกไม้

และการใช้เวลาเกือบปีไปกับการค้นคว้าวิจัย หาข้อมูล และเตรียมงานนิทรรศการนี้ ทำให้เธอมีปรัชญาการมองโลกผ่านมุมมองของธรรมชาติอยู่ด้วยเช่นกัน

“ดอกไม้ทุกดอกมีความงามในแบบของตัวเอง แม้จะเป็นพันธุ์เดียวกัน ต้นเดียวกัน แต่รูปร่างและสีจะไม่มีทางเหมือนกัน นอกจากเขาจะสวยแล้ว ยังมีเรื่องเล่าและมีฟังก์ชันในตัวเอง

“เหมือนกับเวลาจัดดอกไม้ สำหรับปั้น ถ้ามีแต่หน้าดอกสวยๆ จะจัดให้สวยได้ยาก แต่ถ้ามีดอกที่บานเกินไปบ้างหรือตูมบ้าง ชิ้นงานจะสวยขึ้นสำหรับเรา มีใหญ่บ้าง เล็กบ้าง งานมันคอมพลีต ดูมีชีวิตมากขึ้น ความสวยสำหรับเราคือความไม่สมบูรณ์

“ในนิทรรศการนี้มีงานอยู่มากกว่าสี่สิบชิ้น ทุกชิ้นเรารู้สึกว่าเราทำจังหวะแบบนั้นได้ครั้งเดียว การหักของเส้นก้าน การตัดเส้นดอก ไม่มีทางจะทำซ้ำได้อีกแล้ว

“สีเขียวที่ฉาบกำแพงห้องจัดแสดงนี้ก็เป็นสีเขียวที่ปั้นมองธรรมชาติ ธรรมชาติเป็นเขียวนี้ในสายตาปั้น หากเป็นกรีนแลนด์ของคนอื่นอาจจะเป็นเขียวคนละโทนกันก็ได้ เพราะเราต่างมีมุมมองที่ไม่เหมือนกัน” ปั้นกล่าวยิ้มๆ ทิ้งท้าย

นิทรรศการ Lost in Greenland สวนดอกไม้กระดาษที่รวมพืชพันธุ์จาก 3 เขตภูมิอากาศมาจำลองไว้ในห้องเดียว
นิทรรศการ Lost in Greenland สวนดอกไม้กระดาษที่รวมพืชพันธุ์จาก 3 เขตภูมิอากาศมาจำลองไว้ในห้องเดียว

ไม่มีสิ่งใดในธรรมชาติที่เหมือนกัน

ไม่มีสิ่งใดที่สมบูรณ์

ไม่มีความงามใดที่เป็นมาตรฐาน

เพราะธรรมชาติมีความหลากหลาย และความหลากหลายเป็นธรรมชาติ

ขอบคุณเวลาน้ำชาในป่าของปั้นที่ทำให้ฉันเข้าใจสิ่งนั้น

ไปเดินหลงกลางดงดอกไม้ในป่า 3 เฉดสีได้ที่นิทรรศการ Lost in Greenland ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 ตุลาคม 2563 ที่ The Jam Factory เข้าชมฟรี และอยากแนะนำให้ทุกคนอ่านสูจิบัตรที่วางอยู่หน้างาน เพราะปั้นเป็นคนเขียนเอง

นิทรรศการ Lost in Greenland สวนดอกไม้กระดาษที่รวมพืชพันธุ์จาก 3 เขตภูมิอากาศมาจำลองไว้ในห้องเดียว

Writer

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

Photographer

นินทร์ นรินทรกุล ณ อยุธยา

นินทร์ชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ซื้อฟิล์มให้ไม่ยั้ง ตื่นเต้นกับเสียงชัตเตอร์เสมอต้นเสมอปลาย เพื่อนชอบชวนไปทะเล ไม่ใช่เพราะนินทร์น่าคบเพียงอย่างเดียวแน่นอน :)

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

11 มิถุนายน 2564
2 K

สิงโตทองและยูนิคอร์นขาวโอบโล่ตระการ อุ้งเท้าเหยียบข้อความ Dieu et mon Droit อวดโฉมอยู่หน้าประตู ร้อยปีหลังจากเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรย้ายที่ทำการจากเจริญกรุงไปอยู่เพลินจิต ตราแผ่นดินของสหราชอาณาจักรกลับมาอยู่บนถนนเจริญกรุงอีกครั้ง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

หลังจากสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยตัดสินใจขายอาคารและพื้นที่ทั้งหมด 23 ไร่ ในย่านเพลินจิต สร้างปรากฏการณ์ซื้อขายที่ดินที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยใน ค.ศ. 2018 สถานทูตและทำเนียบทูตอังกฤษย้ายไปอยู่ต่างพื้นที่กันเป็นครั้งแรก โดยปัจจุบันสถานทูตอยู่ที่ AIA Sathorn Tower และทำเนียบทูตอยู่ในอาคารสูงย่านเจริญกรุง ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ริมเจ้าพระยาได้ถนัดตา

“การย้ายทำเนียบทูตไม่ใช้สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ปกติทูตจะย้ายบ้านเมื่อย้ายไปประเทศใหม่ ทำเนียบใหม่นี้โมเดิร์นกว่าเดิมมาก”

ท่านทูตไบรอัน เดวิดสัน (Brian Davidson) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร​ประจำประเทศไทย ผู้กำลังจะย้ายไปเป็นกงสุลใหญ่ประจำฮ่องกงและมาเก๊า อธิบายเมื่อเปิดบ้านพักต้อนรับ 

“ที่นั่น (ทำเนียบทูตเดิม) มีความหมายกับเรามาก ตอนเรามาเมืองไทยเมื่อห้าปีก่อน เราไม่มีลูก แต่ตอนนี้เราเป็นครอบครัวที่มีลูกสามคน มีช่วงเวลาที่สวยงามและมีความสุขมากที่ตรงนั้น” สก็อตต์ ชาง (Scott Chang) สามีชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม FREC Bangkok กล่าวสมทบ

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : Numchok Sawangsri

ก่อนครอบครัวของคุณพ่อ 2 คนและเด็กๆ 3 คนจะย้ายออกจากประเทศไทย พวกเขาตัดสินใจร่วมมือกับกลุ่มช่างไม้รุ่นใหม่ชาวไทย เพื่อเก็บความทรงจำของสถานทูตย่านเพลินจิตในรูปแบบเฟอร์นิเจอร์และประติมากรรม ที่สร้างจากเศษไม้จามจุรีในสวน

The Cloud เคยเล่าประวัติและความพิเศษของสถานทูตอังกฤษเดิมไว้แล้ว ก่อนชิ้นส่วนเหล่านี้จะแยกย้ายไปอยู่ในที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เราจึงขอนำโปรเจกต์ที่ระลึกถึงพื้นที่เก่าแก่แสนสวยมาเล่าสู่กันฟัง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

“เราต้องการเก็บชิ้นส่วนของทำเนียบเดิมไว้ เป็นที่ระลึกว่าอดีตจะอยู่ร่วมกับเราในอนาคต ไม้พวกนี้มีความหมายกับพวกเรามาก มันอยู่ในสวนที่ลูกๆ วิ่งเล่น แต่ละชิ้นจึงเป็นตัวแทนความทรงจำดีๆ แสนพิเศษ เราจะนำชิ้นงานบางส่วนไปกับเราเป็นที่ระลึกถึงบ้านในกรุงเทพฯ บางส่วนมอบเป็นของที่ระลึก และอีกส่วนหนึ่งจะมอบให้สถานทูตที่นี่” 

งานไม้ที่ท่านทูตเอ่ยถึง ได้แก่ ม้านั่ง ประติมากรรม โต๊ะทานข้าว โคมไฟ และแจกัน งานนี้เกิดขึ้น ค.ศ. 2020 เมื่อเกิดการย้ายต้นไม้ใหญ่ในสวนสถานทูตเดิม กิ่งก้านต้นจามจุรีร่วงหล่นเป็นเศษเหลือทิ้ง สก็อตต์เห็นท่อนไม้เหล่านั้นก็เกิดไอเดียให้สหายดีไซเนอร์งานไม้ เฉย-ภาคภูมิ ยุทธนานุกร หรือ นานุ ออกแบบผลงานที่ระลึก เฉยจึงชักชวนเพื่อนฝูงช่างไม้กลุ่ม Grains & Grams ที่เขาก่อตั้ง มาร่วมสนุกออกแบบด้วย

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

“สก็อตต์โทรมาหาผมบอกว่าเสียดายไม้ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่เขาเสียดายมากกว่าคือความทรงจำทั้งหลาย สถานที่ตรงนั้นสวยจริงๆ เขาใช้เวลาอยู่กับมัน แล้วได้เห็นความเปลี่ยนแปลง เขาคงอยากจะเก็บอะไรไว้สักอย่างครับ ผมเลยขนไม้ไปโรงเลื่อย โรงอบ แล้วคิดว่าจะออกแบบของเครื่องใช้ในทำเนียบทูตใหม่ แต่สุดท้ายก็ทำให้เป็นงานศิลปะขึ้นหน่อย บ่งบอกถึงความทรงจำ ถึงความเปลี่ยนผ่านทางกาลเวลามากกว่า”

ดีไซเนอร์หลักโครงการนี้เล่าเสริมว่าทำเนียบนี้มีเครื่องใช้เพียบพร้อม ทั้งเฟอร์นิเจอร์โบราณจากทำเนียบเดิมที่ท่านทูตไบรอันเลือกมา เช่น โต๊ะกลมหินอ่อน ตู้ลายรดน้ำแบบไทย และตู้ไม้ฝังมุกจีน บวกกับเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยมากมาย ซึ่งนักออกแบบตกแต่งภายในดูแลให้เสร็จสรรพ ข้าวของที่เฉยและพรรคพวกประดิษฐ์ใหม่จึงเป็นของใช้ส่วนตัวที่ครอบครัวปรารถนา

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

พิษณุ นำศิริโยธิน สร้างโต๊ะทานข้าวตัวใหญ่ ซึ่งเป็นของที่ครอบครัวท่านทูตชื่นชอบและอยากนำไปใช้จริง

พิชาญ สุจริตสาธิต ทำโคมไฟรูปเห็ด ที่ได้แรงบันดาลใจจากโคมพลาสติกและแจกัน 33 ใบ หน้าตาไม่ซ้ำกันสักใบ ดึงความงามออกมาจากความสามัญ แจกันเหล่านี้ไม่ต้องใส่น้ำ เพราะตั้งใจว่าดึงดอกไม้ข้างทางหรือดอกไม้แห้งๆ มาใส่ก็สร้างรูปทรงที่สวยงามออกมาได้

ชานนท์ นครสังข์ ออกแบบม้านั่งปลายเตียง ซึ่งเรียบง่ายแต่สวยจับตา คุณสก็อตต์ถูกใจเลยวางไว้ที่โถงทางเข้าซึ่งติดภาพวาดศิลปินไทยที่เล่าเรื่องการทำสมาธิและหายใจ เหมือนเป็นมุมแกลเลอรี่ให้ชมงานศิลป์ ผ่อนคลายก่อนเดินเข้าตัวบ้าน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

ส่วนตัวหัวหน้าโปรเจกต์ เจ้าของสตูดิโอ Republic Nanu สร้างม้านั่งยาวและประติมากรรม 

“ไม้ก้ามปูก็มีลักษณะพิเศษ ลายมันสวยดีนะครับ ถึงแม้ว่าไม่ใช่ไม้เบอร์หนึ่งในการทำเฟอร์นิเจอร์ เพราะเนื้อหยาบกว่าไม้สักที่สัมผัสนุ่มนวล เนื้ออ่อนกว่าไม้แดงหรือไม้เต็งที่ทำโครงสร้างได้ดี แต่ด้วยสถานที่อยู่ มันเลยมีความหมาย ตอนเจอไม้กิ่งหนึ่งซึ่งมันโค้งๆ หน่อย ผมก็รู้แล้วแหละว่าอยากจะทำม้านั่ง ก็เลยผ่าครึ่ง ทำคานแขวน ยึดตรงกลางด้วยท่อนไม้สี่เหลี่ยมคางหมู ภาษาช่างเรียกว่าหางเหยี่ยว ให้แผ่นไม้ทั้งชิ้นแขวนอยู่ ถ้าเปรียบไม้นี้เป็นวิญญาณของสถานที่ มันก็ถูกแขวนเอาไว้เหมือนการแขวนนวม เลิกแล้วก็เหลือแต่ความทรงจำ” 

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“ส่วนประติมากรรมนี้ชื่อว่า Entropy เป็นคำฟิสิกส์ ถ้าใช้กับชีวิตทั่วไปก็สื่อถึงการที่ทุกอย่างย่อยสลายไปตามกาลเวลา ผมคุยกับสก็อตต์เรื่องความเสียใจต่อสิ่งที่หายไป เลยนึกถึงพระเจ้าสามองค์ของฮินดู คือ พระพรหมผู้สร้าง พระศิวะผู้ทำลาย และพระวิษณุผู้ปกป้องรักษา ในโลกความเป็นจริง คนเราก็หมุนอยู่รอบเรื่องนี้ ทั้งการทำลายล้างและการอนุรักษ์ ถ้าทำงานที่สะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระจ่างน่าจะเป็นสิ่งดี มองสถานการณ์กว้างๆ คือทุกอย่างต้องย่อยสลายเมื่อถึงวาระ ตัวผมเองเป็นทั้งผู้ทำลายและรักษาผ่านภาษาไม้ คือเอาไม้มาเฉาะจริงๆ”

เฉยชี้ให้ดูรอยปริแตกของไม้ชิ้นใหญ่ที่โดนง้างให้ฉีกคาออกจากกัน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“เฉาะให้มันแยกออก เหมือนเป็นการทำลาย แต่ก็มีตัวไม้ Butterfly รั้งเอาไว้ไม่ให้มันฉีกมากกว่านี้ เพราะฉะนั้น งานนี้เปรียบเสมือนโลกที่เกิดขึ้น ระหว่างความอยากอนุรักษ์ไว้กับการเปลี่ยนแปลง หรือพลังงานธรรมชาติที่มีทั้งการทำลายและรักษา ทั้งหมดอยู่ในนี้ครับ” 

ดีไซเนอร์เล่ารายละเอียด ขณะที่เด็กๆ ตัวจิ๋วกระจายตัวไปหยิบของเล่นรอบๆ ประติมากรรมที่ตั้งเด่นเป็นสง่า 

แล้วเด็กๆ มีส่วนร่วมมากแค่ไหนกับชิ้นงานเหล่านี้ เราชักสงสัย

“เอลเลียต รู้ไหมว่าม้านั่งนี้ทำจากอะไร” สก็อตต์หันไปถามลูกชาย “เอลเลียตโตที่สุด เขาจำบ้านเดิมได้มากที่สุด” 

“มาจากต้นไม้ที่บ้านเก่าของเรา!” เด็กชายตอบอย่างฉะฉานขณะปีนขึ้นโซฟา 

เด็กคนอื่นๆ นั้นอาจยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจ ถึงอย่างนั้นงานไม้เหล่านี้ก็จะเดินทางไปอยู่ในบ้านใหม่ อยู่ในเรื่องเล่าของพ่อสองคนยามเล่าถึงอดีตเมื่อลูกยังตัวเล็กๆ เมื่อเพลินจิตเคยเป็นบ้านแห่งความสุขสมชื่อ ความทรงจำที่บรรจุในงานไม้จะเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขายามเติบโตขึ้น

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
ภาพ : Numchok Sawangsri

“ประวัติศาสตร์สหราชอาณาจักรมีความงามและเรื่องราวมากมาย ทำเนียบทูตเป็นพื้นที่แสดงทิศทางในอนาคตของสหราชอาณาจักร ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีแง่มุมร่วมสมัยเพิ่มมากขึ้น แต่ละครอบครัวทูตคงมีแนวทางตกแต่งของตัวเอง อย่างบ้านเราก็มีงานศิลปินไทย ครึ่งหนึ่งเป็นศิลปินหญิงรุ่นใหม่ และงานศิลปะที่พูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งมูลนิธิสติให้ยืมมาจัดแสดงชั่วคราวเพื่อขายให้ผู้สนใจ และรายได้ส่วนหนึ่งจะเข้ามูลนิธิ ต่อไปก็น่าจะมีงานศิลปะจากอังกฤษมาตกแต่งมากขึ้น” ผู้อำนวยการ FREC Bangkok กล่าวตบท้าย

นอกจากเครื่องใช้ไม้จามจุรีที่เก็บเรื่องราวลึกซึ้งในของใช้ประจำวัน ดูเหมือนว่าทำเนียบสหราชอาณาจักรโฉมใหม่ จะสลัดภาพเดิมอันเสมือนพิพิธภัณฑ์เก่าแก่โอ่อ่า เป็นแกลเลอรี่ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะและข้าวของหลากหลายยุคสมัยและที่มา โดยถนอมคุณค่าของมรดกประวัติศาสตร์ในมิติอื่นๆ 

น่าจับตามองว่าเรื่องราวของทำเนียบใหม่บนถนนเส้นเดิมเลียบริมเจ้าพระยาจะเป็นอย่างไรต่อไป 

ดูผลงานของกลุ่มดีไซเนอร์ไม้เพิ่มเติมได้ที่ www.grainsandgrams.com

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load