บางทีเราไม่รู้ว่า เราทำบางสิ่งหาย

หรือสิ่งนั้นแค่บินจากเราไป

แถวบ้านผม ปีที่แล้วเจอป้ายประกาศตามหานกหายติดๆ กันหลายตัว

เวลาผมเดินไปปากซอย ผ่านเสาไฟฟ้า ผ่านตู้ไปรษณีย์ ผ่านหน้าเซเว่น ผมก็เห็นป้ายเหล่านี้เรื่อยๆ จนเวลาผ่านเลยไป ป้ายเริ่มซีดจาง บ้างเปียกเปื่อย บ้างก็หายไปโดยที่ไม่รู้เหมือนกันว่าถูกเทศบาลเก็บ หรือเพราะหานกเจอแล้ว

ผมถ่ายรูปป้ายพวกนี้เก็บไว้ และเคยคิดอยากจะโทรไปคุยกับเจ้าของ อยากถามว่าสุดท้ายนกกลับมามั้ย ถ้าไม่กลับทำใจยังไง เป็นห่วงแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง เล่าความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับนกให้ฟังหน่อย หากมีปาฏิหาริย์ได้นกกลับคืนมาอีกครั้งจะทำยังไง ฯลฯ

ผมนึกถึงนกในชีวิตเรา

บางทีนกที่เรารักมากและเฝ้าดูแลมาทั้งชีวิตก็บินจากเราไป

บางทีนกที่เราคิดว่าจะอยู่กับเราไปจนแก่ก็บินจากเราไป

บางทีปีกที่พานกหนีก็เป็นปีกสีขาวแห่งเสรีภาพ

แต่บางทีปีกนั้นก็เป็นปีกสีดำแห่งกาลเวลา

กาลเวลาพาทุกอย่างมา

แล้วกาลเวลาก็พาทุกอย่างไป

เราทำอะไรไม่ได้เลย

นอกจากร้องไห้

ผมนึกถึงนกในชีวิตเรา

ครั้งหนึ่ง นกไม่อยากบินหนีไปไหนเลย นกอยากอยู่แต่กับเรา คอยเข้ามาซุกไซ้ขอไออุ่นจากเราตลอด

เรียกก็มาหา อยู่กับเราแล้วปลอดภัย โลกกว้างข้างนอกมีทั้งล้อยนต์และคมเขี้ยว ใครจะอยากออกไปเผชิญ

แต่วันหนึ่ง นกกลับเหม่อมองฟ้า แล้วสัมผัสถึงความกว้างของมัน

หลังจากนกบินออกไป เรากลับมาถามตัวเอง หรือเราดูแลนกไม่ดี

หลังจากนกบินออกไป เรากลัวนกจะตากแดดร้อน เปียกฝนหนาว หิว เหนื่อย ไม่มีใครช่วยปลอบ นกจะเศร้าไหม หรือว่านกกำลังตื่นเต้นที่ได้ออกผจญภัย แล้วเราจะเศร้าไหม หากรู้ว่านกไม่ได้เศร้า

ในวันที่นกไม่กลับมา เรานั่งมองคอนเปล่าๆ ที่นกเคยเกาะ เคยส่งเสียงเจื้อยแจ้วให้เราฟังทุกวัน

เมื่อก่อน บางครั้งเราก็แอบรำคาญ แต่ตอนนี้เรากลับคิดถึงเสียงนั้นจนน้ำตาไหล

ถุงอาหารที่เปิดค้างไว้ ผลไม้ที่เก็บไว้คอยป้อนเป็นรางวัลพิเศษ

หลังจากเก็บกวาดทุกอย่าง ก็เหลือแต่เพียงความว่างและความเงียบ

หลายๆ วันที่เราเคยรีบออกจากบ้านอย่างหงุดหงิด เพื่อจะไปทำธุระไร้สาระอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งตอนนี้ไม่ได้มีความหมายอะไรกับใครเลย ถ้าหากเอาเวลาเหล่านั้นมาแลกกับการได้ลูบหัวและสบตานกอีกสักครั้ง

บางคืนเราก็ออกตามหานกในความฝัน

บางวันเราก็ไม่อยากตื่นมาพบกับความจริง

มีผู้คนมากมายแวะเวียนมาปลอบเรา แต่ก็ไม่มีเสียงใครซึมถึงใจเราง่ายๆ

ที่ผ่านมา มีแต่นกที่เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจ

เสียงคนอื่นที่มาปลอบ แม้จะรู้ซึ้งถึงความปรารถนาดี แต่บ่อยครั้งก็เป็นเพียงเสียงที่มากดดันให้เราต้องฝืนยิ้ม

เมื่อปลอบเสร็จแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกลับไปประกอบชีวิตประจำวันของตัวเอง เราเองก็ต้องกลับไปประกอบชีวิตประจำวันของตนเอง เราพบว่าเราทำได้ เพียงแต่เราไม่มั่นใจเลยว่า ในชีวิตนี้เรายังเหลือรอยยิ้มที่มีความสุขจริงๆ อยู่ในสต็อกอีกกี่ครั้ง

ในชีวิตทุกคน คงต้องมีรอยยิ้มสักครั้งสินะ ที่เป็นครั้งสุดท้าย

ถ้ารู้ก่อนว่ามันเป็นครั้งไหน เราคงกลับไปจดจำมันให้ดีกว่านี้

ทำไมนกต้องจากไป

วันเวลาเลยผ่าน คำถามนี้เริ่มคลายการบีบกำของมันลง

เมื่อป้ายตามหานกหายเริ่มซีดจาง

เราก็หันมามองท้องฟ้า ป่านนี้นกจะบินอยู่แถวไหนนะ

บางทีเราก็เพิ่งมานึกขึ้นได้ว่า ตั้งแต่เช้าเรามัวแต่อินกับเรื่องนู้นเรื่องนี้ จนลืมคิดถึงนกไปเลย

แต่เมื่อสบโอกาสนึกถึง บางทีเราก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่ทันรู้ตัว

ถึงแม้ว่า รอยยิ้มนั้นบ่อยครั้งจะมาพร้อมน้ำตา

ความหมาย คือการค้นหาหิ้งให้กับความทรงจำ

แต่ความสุข เรียบง่ายกว่า

เรากลายเป็นท้องฟ้าที่มองลงมาเห็นคนคนหนึ่งกำลังเศร้า

เราเอื้อมมือลูบหัวเขาด้วยไออุ่น

ไม่เป็นไรนะ แล้วทุกๆ อย่างจะผ่านไปเอง

บางทีเราก็ไม่รู้หรอก ว่าเราทำบางสิ่งหาย

หรือสิ่งนั้นแค่บินจากเราไป

เป็นกำลังใจให้กับเพื่อนที่นกหายทุกคน

Writer & Photographer

แทนไท ประเสริฐกุล

นักสื่อสารวิทยาศาสตร์สาขาชีววิทยา ผู้เคยผ่านทั้งช่วงอ้วนและช่วงผอมของชีวิต ชอบเรียนรู้เรื่องราวสนุกๆ ที่แฝงอยู่ในธรรมชาติแล้วนำมาถ่ายทอดต่อ ไม่ว่าจะผ่านงานเขียน งานแปล และงานคุยในรายการพอดแคสต์ที่ชื่อว่า WiTcast

เมฆนม

งานเขียนเบาๆ ว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างชีวิตกับสรรพสิ่ง โดยแทนไท ประเสริฐกุล

แคคตัส เธอมีหนามที่ทิ่มเจ็บมาก

แต่หลายคนไม่รู้ ตอนแรกเธอไม่ได้มีหนามไว้เพื่อทิ่มแทงคนอื่นหรอก

ย้อนกลับไปไกลพอ เธอเคยมีใบ

เธอกางใบบอบบางเหล่านั้นออกมารับแดดอุ่น

สายน้ำและผองพืชคอยหล่อเลี้ยงเธอด้วยความชุ่มชื้น

แต่เมื่อโลกแห้งแล้ง ใบของเธอก็ถูกทำร้าย

นานวัน ใบของเธอค่อย ๆ หด และเปลี่ยนเป็นหนาม

ความแกร่งของหนาม ทำให้ถูกแดดเผาก็ไม่เป็นไร

ตอนแรกหนามของเธอไม่ได้มีไว้ทำร้ายใคร แต่มีไว้เพื่อปกป้องความบอบบางของตัวเอง

แต่ก็ไม่ใช่แคคตัสทุกชนิดที่มีหนาม

แคคตัสหลายชนิดมีขนสีขาวสวย ปุกปุย นุ่มนิ่ม

ห่อหุ้มเนื้อในไว้อย่างมิดชิด

ขนพวกนี้ช่วยปกป้องเธอจากแสงแดด

แต่ที่สำคัญคือใครผ่านมาพบเห็นก็บอกว่าเธอน่ารัก อยากจะรับเธอไปเลี้ยง อยากชื่นชมเธอ อยากใกล้ชิด

เธอปลอดภัยในอ้อมกอดของคนที่หมั่นมาดูแล เธอดีใจที่มีคนมาชื่นชมและชื่นชอบ

แต่เธอกลัว

สักวันหนึ่งถ้าขนสวยหายไปจะเป็นยังไง

ไม่เคยมีใครได้เห็นเนื้ออ่อนสีเขียวน่าเกลียดของเธอที่อยู่ภายใต้ขนเหล่านั้นเลย

ถ้าพวกเขาได้เห็น พวกเขาคงไม่ชอบเธอเหมือนเดิม

ถ้าไม่มีขนสวยแล้ว พวกเขาคงหนีเธอไป

เธอหมั่นดูแลขนให้สวยสะอาดทุกวัน

เธอเหนื่อย

และโดดเดี่ยวเหลือเกิน

ยังมีแคคตัสอีกประเภท

เธอเองก็เคยยื่นใบออกมารับความชุ่มฉ่ำ และอ้อมกอดของแสงแดดเหมือนกัน

แต่เมื่อวันหนึ่งเธอโดนแผดเผา เป็นแผลเจ็บปวดมาก

อีกทั้งมีสัตว์ที่หิวกระหายมากมายมารุมซ้ำเติม

ซากที่เหลืออยู่ของเธอจึงมุดลงดิน

ฝุ่นสะสมปกคลุมใบหน้าของเธอ

เธอปล่อยให้เป็นไปอย่างนั้น

ไม่เอาแล้ว ไม่อยากกางใบอีกแล้ว

เธอกลายเป็นก้อนหินที่ไม่มีใครสนใจ

เหมือนไร้ชีวิต ไม่มีใครสังเกตเห็น อย่างนี้ดีแล้ว

เธอรู้สึกปลอดภัย

ในป่าดงดิบที่อยู่ถัดไป

ทำไมพืชพันธุ์ที่นั่นถึงได้ชูช่อใบกันสลอนจัง

แน่สิ ที่นั่นเขามีฝนตก มีร่มเงา มีน้ำหล่อเลี้ยง

เธอเติบโตมาในที่ที่ไม่มีอะไรแบบนั้นเลย

หนาม ขนขาว และดินแข็ง เป็นเกราะที่ปกป้องเธอให้อยู่รอดที่นี่ แต่ก็กลายเป็นกรงขัง กักเธอไว้ในทะเลทรายตลอดกาล

เธอผ่านฤดูแล้งมาได้ยาวนาน แต่ก็ค่อย ๆ ย่อยสลายไป

ความชื้นเพียงน้อยนิดที่อยู่ในร่างของเธอตอนนี้คงพอส่งต่อไปให้ชีวิตอื่นได้บ้าง

เธอพร้อมจะอำลาแล้ว แต่ก่อนนั้น เธอก็ได้รวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายส่งเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังออกไป

เมล็ดน้อย ๆ ไม่กี่เมล็ด ล่องลอยไปตามลม

เธอบรรจุบทเรียนความเจ็บปวดทั้งหมดไว้ในนั้น เผื่อว่ามันจะมีคุณค่ากับแคคตัสรุ่นถัดไปได้บ้าง หรือไม่มันก็คงจะถูกแดดเผาแห้งไปไม่ต่างจากใบของเธอ

ช่างมันแล้ว เธอทำดีที่สุดแล้ว

ได้เวลาพักผ่อนแล้ว

ฉันเคยได้ยินเรื่องราวของแคคตัสอีกประเภท

นานมาแล้ว เมล็ดพันธุ์ของพวกเขาบังเอิญได้กลับไปตกใกล้ป่า

ได้กลับไปเจอร่มเงา ความชุ่มชื้น

สรรพสัตว์ที่นั่นก็ไม่ได้หิวกระหายจ้องจะกัดกินพวกเขาตลอดเวลา

แสงแดดที่นั่นก็อบอุ่นกำลังดี

นานวัน หนามของพวกเขาก็ค่อย ๆ หดหายไป

ใบอ่อนของพวกเขาค่อย ๆ ผลิกลับคืนมาอีกครั้ง

พวกเขากลับกลายเป็นแคคตัสที่มีใบ

เธอเอง

ถ้าได้อยู่ในป่าที่ชุ่มชื้นนานพอ

ใบที่งดงามของเธอก็น่าจะผลิกลับคืนมานะ

ฉันหวังว่าอย่างนั้น

ฉันเองก็จะพยายามปีนขึ้นจากดินด้วย

แล้วเมื่อถึงวันนั้น

เราจะยื่นใบมาแตะกัน

หมายเหตุเชิงวิชาการ

บทนี้จริง ๆ เขียนแบบเน้นอารมณ์ แต่ว่าเผื่อใครอยากรู้เรื่องแคคตัสที่เล่าแต่ละประเภทว่ามีจริงมั้ย หน้าตาเป็นยังไง ก็เลยเอาตัวอย่างมาให้ดูด้วยครับ

ใบที่ไม่ใช่ใบของ ‘แคคตัส’ วิวัฒนาการของใบแคคตัสที่ไม่ได้แค่เปลี่ยนไปเป็นหนาม

1. แบบแรก แคคตัสที่ปกคลุมไปด้วยหนามแหลม

อันนี้คงคุ้นเคยดีกันอยู่แล้ว แนะนำว่าอย่าไปนั่งทับ หน้าที่ในธรรมชาติของหนามแน่นอนว่าช่วยปกป้องจากสัตว์ที่จะมากินด้วย แต่ดั้งเดิมทีเดียวนั้น หนามถือกำเนิดขึ้นจากใบที่หดเล็กและแข็งขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อลดการสูญเสียน้ำ

ใบที่ไม่ใช่ใบของ ‘แคคตัส’ วิวัฒนาการของใบแคคตัสที่ไม่ได้แค่เปลี่ยนไปเป็นหนาม

2. แคคตัสที่ไม่มีหนามหรือมีน้อยมาก แต่ปกคลุมด้วยขนสีขาว ๆ

ในตลาดเรียกกลุ่มนี้ว่าแมมมิลาเรียชนิดต่าง ๆ (Mammillaria) ซึ่งก็มีทั้งแมมขนแมว แมมขนแกะ แมมขนนก ฯลฯ แล้วแต่รูปทรงและความปุยของขน เคยเขียนถึงพวกนี้ในตอนแรกสุดของคอลัมน์เมฆนมด้วย

ใบที่ไม่ใช่ใบของ ‘แคคตัส’ วิวัฒนาการของใบแคคตัสที่ไม่ได้แค่เปลี่ยนไปเป็นหนาม
ภาพ : tpwd.texas.gov

3. แคคตัสที่มุดลงดินแล้วพรางตัวให้กลมกลืนไปกับพื้น

เช่น Astrophytum asterias พวกนี้เวลาคนเอามาเลี้ยงแบบเหนือดินจะแลดูสะอาดสดใสมาก แต่ในธรรมชาติจริง ๆ มันหลบอยู่กับพื้นแบบนี้แหละ

ความมหัศจรรย์ของแคคตัสที่วิวัฒนาการใบให้กลายเป็นอะไรมากมากมาย ไม่ใช่แค่หนาม

4. แคคตัสที่พอไปอยู่ที่ชื้น แล้ววิวัฒนาการกลับมามีใบใหม่อีกรอบนั้นมีจริง ๆ

เรียกว่ากลุ่ม Tropical Cactus หรือ Epiphytic Cactus มักจะขึ้นแบบเกาะเกี่ยวอยู่บนต้นไม้ใหญ่ในป่าของอเมริกาใต้ ทุกวันนี้หลายชนิดกลายเป็นไม้ประดับที่มีขายทั่วไป เรามักจะเจอขายอยู่ตามร้านที่ขายเฟิร์นห้อย ๆ เพราะลักษณะใบคล้ายกัน ถ้าไปถามแม่ค้า แม่ค้าก็จะบอกว่านี่เรียก เฟิร์นซิกแซก แต่จริง ๆ แล้วน้องคือแคคตัส 

สุดท้ายนี้ แม้มันจะเป็นแคคตัสที่กลับมามี ‘ใบ’ ใหม่อีกรอบ แต่ใบของมันก็ไม่เชิงเป็นใบแบบดั้งเดิมเสียทีเดียว มันเป็นลำต้นสีเขียวที่แผ่แบนออกมาจนมีรูปร่างคล้ายใบมากกว่า หรือพูดอีกอย่าง มันลืมวิธีสร้างใบแบบปกติไปแล้ว แต่ก็ยังอุตส่าห์ประยุกต์สร้างใบขึ้นมาใหม่จากลำต้นของมันได้ ชีวิตนี่น่าทึ่งจริง ๆ

ความมหัศจรรย์ของแคคตัสที่วิวัฒนาการใบให้กลายเป็นอะไรมากมากมาย ไม่ใช่แค่หนาม

Writer & Photographer

แทนไท ประเสริฐกุล

นักสื่อสารวิทยาศาสตร์สาขาชีววิทยา ผู้เคยผ่านทั้งช่วงอ้วนและช่วงผอมของชีวิต ชอบเรียนรู้เรื่องราวสนุกๆ ที่แฝงอยู่ในธรรมชาติแล้วนำมาถ่ายทอดต่อ ไม่ว่าจะผ่านงานเขียน งานแปล และงานคุยในรายการพอดแคสต์ที่ชื่อว่า WiTcast

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load