ช่วงที่หลายคน Work from Home หรือ Study from Home กันมากขึ้น บ้านกลายเป็นทั้งที่อยู่อาศัย ที่พักกายใจ และที่ทำงานในคราวเดียว เมื่อเริ่มมีเวลาอยู่ติดบ้าน หลายคนจึงหันมาทำบ้านให้เป็นบ้านมากกว่าที่เคย สังเกตได้ง่ายมาก เพราะบรรดาเฟอร์นิเจอร์น่ารัก สีสันต้องตา เริ่มขายดีเป็นเทน้ำเทท่า 

แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า กว่าจะมาเป็นสินค้าแต่งบ้านน่าใช้เรียงรายตามร้านค้า เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้รวมไปถึงวัสดุก่อสร้างบ้าน-อาคารทั้งหลาย ต้องผ่านกระบวนการหลอม เผา ขัดเกลาสารพัดขั้น ผลาญพลังงานธรรมชาติและสร้างขยะกองมหึมาจนน่าตกใจ อีกทั้งกว่าจะได้เหล่าปูน หิน ดิน ทราย ที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต ก็อาจต้องระเบิดภูเขาเผาป่าแบบในภาพยนตร์แอคชัน รังแกระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว

มนุษย์อินทรีย์ตอนนี้จึงขอเล่าเรื่องแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้างแนว Circular Design ที่อยากชักชวนให้ผู้อยู่อาศัยทั้งหลาย หันมาใส่ใจสร้างบ้านที่รักตัวเราและรักสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น

เหล่าคนหัวใจอินทรีย์ต่างรู้ดี ว่าแนวคิดแบบ Circular Design ที่ว่านี้เป็นมิตรแท้ตัวจริงต่อสิ่งแวดล้อม เพราะกระบวนการผลิตทั้งหมดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ 1 ชิ้น ทั้งเสื้อผ้า เครื่องใช้ ที่อยู่อาศัย ไปจนถึงอาหารที่เราทาน จะต้องนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้อย่างคุ้มค่า โดยปักธงไว้ว่าผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ต้องป้องกันได้ตั้งแต่ขั้นตอนการหาวัตถุดิบและออกแบบ เพื่อไม่ให้เกิดของเสียเหลือทิ้งตั้งแต่ต้นทาง 

แบรนด์หลากหลายสัญชาติทั่วโลกหันมาร่วมแคมเปญรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร เช่น ทางฝั่งไต้หวันซึ่งมีทั้ง The W Glass Project คิดค้นแก้วและหลอดชานมไข่มุกจากแก้วรีไซเคิลร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือ Epson Taiwan ที่มาช่วยกำจัดปัญหากระดาษสำนักงานกองโตด้วยเครื่องพรินเตอร์ PaperLab รีไซเคิลกระดาษได้เองในตัวแบบครบถ้วนทุกกระบวนขั้น ส่วนฝั่งยุโรปก็ไม่น้อยหน้า แบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาชื่อดังอย่าง Adidas ก็เริ่มนำวัสดุเหลือใช้และพลาสติกมาแปรรูปเพื่อผลิตเป็นรองเท้าออกขาย หรือจะเป็น ECOALF แบรนด์แฟชั่นจากสเปนก็ดีงาม เพราะเขานำขยะทางทะเลมาแปรรูปเป็นวัสดุใหม่ เพื่อนำไปผลิตเป็นสินค้าแฟชั่นนานาชนิด 

ใครที่กำลังอยากรีโนเวตบ้าน หรือมีไอเดียอยากแต่งบ้านด้วยวัสดุที่ทั้งดีต่อเราและดีต่อโลก เราขอภูมิใจนำเสนอมิตรคู่เรือนเพื่อนคู่บ้านคนใหม่อย่าง ‘loqa’ (โลกา) แบรนด์ไทยที่มีแนวคิดในการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้วยวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมต่าง ๆ ตลอดจนกระบวนการผลิตที่คิดถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ซึ่งชวนให้อยากเลือกหยิบสินค้าลงตะกร้า และร่วมวงสนทนากับทีมหลังบ้านของ loqa ต่อในทันที

และต่อจากนี้คือเรื่องราวฉบับย่อของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์น่ารักหัวใจสีเขียว ที่จะเปลี่ยนมุมมองและไอเดียในการสร้างบ้านของเราไปตลอดกาล

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

ยั่งยืนต่อองค์รวม ย่อมยั่งยืนกับตัวเรา

เมื่อย่างเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เต็มตัว ประกอบกับความใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นทุนเดิม สองสามีภรรยาอย่าง นนท์-นรฤทธิ์ วิสิฐนรภัทร และ มาย-มนัสลิล มนุญพร จึงตื่นเช้ามาด้วยใจตระหนักว่า ต้องเริ่มทำอะไรสักอย่างเพื่อความยั่งยืนของโลกใบนี้อย่างจริงจังเสียที

เพราะการแต่งบ้านคืองานอดิเรก ทั้งสองจึงตัดสินใจเริ่มต้นที่งานเฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้างอย่างไม่ลังเล และเหมือนโชคชะตาจะหันเหมาถูกทิศ เพราะแต่เดิมธุรกิจทางบ้านของนนท์คือการทำอิฐทนไฟ ซึ่งต้องอาศัยกระบวนการผลิตที่เน้นความทนทานและพิถีพิถัน ชนิดว่าคลาดเคลื่อนแม้แต่ 1 มิลมิเมตรก็ไม่ได้ มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจใหม่แกะกล่องครั้งนี้ด้วย แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน และวัสดุตกแต่งอาคาร ในนาม loqa หรือ โลกา จึงถือกำเนิดเปิดตัวในปี 2021 อย่างเป็นทางการ พร้อมกับความตั้งใจร่วมผลักดันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

“เราสองคนสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว เลยคิดว่าจะทำอะไรที่เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมได้บ้างไหม แล้วก็เป็นสิ่งที่เรามีศักยภาพจะทำได้” นนท์เล่าถึงที่มาที่ไปของโลกา และความได้เปรียบด้านธุรกิจอิฐทนไฟของที่บ้าน

“อีกอย่างคือเราตั้งใจว่าจะต้องทำให้มันยั่งยืนกับองค์รวม เพราะมันเชื่อมโยงถึงกันหมดค่ะ ถ้ายั่งยืนกับองค์รวม ก็น่าจะยั่งยืนกับเราเองด้วย” มายเสริม

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

หากมองเผิน ๆ เราอาจคิดว่าบรรดาอิฐก้อนและกระเบื้องทั้งหลายจากโลกา ก็ไม่ต่างจากเฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้างทั่วไปเท่าไหร่นัก แต่หากลองเพ่งสังเกตให้ดี จะพบว่าเนื้อในของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ประกอบสร้างขึ้นจากวัสดุเหลือใช้ในแวดวงอุตสาหกรรมแทบทั้งสิ้น ทั้งบรรดาเซรามิกเหลือทิ้ง แก้วจากขวดเครื่องดื่มและบรรจุภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตร ทั้งหมดนี้ถูกนำมาผ่านกระบวนการผลิตด้วยระบบออกแบบหมุนเวียน (Circular Design) ที่เมื่อบดทุบหรือรื้อถอนสินค้าออกแล้ว ยังนำไปรีไซเคิลต่อได้ด้วยกระบวนการผลิตใหม่อย่างไม่สิ้นสุด

“ถ้าสินค้าของเราถูกนำไปใช้ แล้วอีก 10 – 20 ปี เกิดการทุบทิ้ง เรานำไปบดละเอียดแล้วเอากลับมาขึ้นรูป ทำเป็นของชิ้นใหม่เรื่อย ๆ ได้เลย” 

แค่เริ่มต้น ก็ฟังดูสนุกไม่เบาทีเดียว

เปลี่ยนจากไร้ค่ากลายเป็นคุณค่า

เมื่อเราสงสัยว่าเหตุใดจึงต้องเป็นวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรม นนท์จึงเล่าให้ฟังอย่างเข้าใจง่ายว่า เกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลก มาจากกลุ่มอุตสาหกรรมการก่อสร้างและวัสดุการก่อสร้าง อีกทั้งบั้นปลายของวัสดุเหล่านี้คือการถูกฝังกลบลงดิน แน่นอนว่าย่อมทำให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

“แค่เฉพาะคอนกรีต เหล็ก อะลูมิเนียม 3 อย่างนี้รวมกันก็ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 23 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งผมว่ามันเป็นตัวเลขที่เยอะมาก เป็นสัญญาณบอกว่าเราน่าจะมีส่วนร่วมในการทำอะไรสักอย่าง เราจึงอยากนำวัตถุดิบเหล่านั้นมาใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด”

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุดิบทั้งหมดที่ใช้ในการผลิต โลกาคัดเอาเฉพาะวัสดุเหลือใช้ทั้งสิ้น เพื่อชุบชีวิตให้ของไร้ราคา กลายมาเป็นเฟอร์นิเจอร์น่าใช้และไม่สร้างขยะตกค้างในสิ่งแวดล้อม ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ นนท์และมายเล่าว่าเป็นเรื่องของการเคลือบสี เคลือบเงา และตัวสร้างพันธะเคมีที่ทำให้ชิ้นงานติดกัน ถึงแม้ว่าองค์ประกอบเหล่านี้จะไม่เป็นอันตรายและไม่สร้างสารพิษให้กับสิ่งแวดล้อมแม้แต่น้อย แต่โลกาก็ยังมุ่งมั่นเดินหน้าเฟ้นหาวัสดุเหลือทิ้งมาใช้ทดแทนในอนาคต

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

“ณ วันหนึ่ง อิฐ 1 ก้อนและกระบวนการทุกอย่างเกี่ยวกับเขา เราอยากให้มันมาจาก Waste ทั้งหมดเลย นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของเราค่ะ”

นอกจากนี้ อีกหนึ่งธงชัยที่โลกาปักไว้ คือการนำเศษวัสดุจากการก่อสร้าง อย่างปูน ดินแดง คอนกรีต หรือซีเมนต์ก้อนยักษ์ใหญ่ มาปัดฝุ่นแปลงโฉมเป็นสินค้าคุณภาพได้อีกครั้ง ถึงแม้ว่าขั้นตอนนี้จะอยู่ในระยะทดลอง แต่ทั้งสองก็กระซิบบอกว่าไม่นานเกินรอน่าจะสัมฤทธิ์ผล

พื้นที่เล่นสนุกของคนสร้างบ้านและคนรักบ้าน

เมื่อขยะอุตสาหกรรมที่เคยถูกทิ้งลงถัง เปลี่ยนผันมาอยู่ในมือของสองนักคิดนักค้นแห่งแบรนด์โลกา ขยะด้อยค่าจึงถูกนำมาเล่นสนุกได้ไม่รู้จบ

“เราอยากให้โลกาเป็นเหมือนเลโก้ของสถาปนิกและดีไซเนอร์ เพราะเขารู้ดีที่สุดว่าต้องทำอย่างไรมันถึงจะออกมาเป็นบ้าน เป็นที่อยู่อาศัย เพราะฉะนั้น เราอยากเป็นพื้นที่และวัตถุดิบสนุก ๆ ให้เขาเอาไปต่อยอดได้อีกหลากหลายรูปแบบ”

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

กว่าจะได้สินค้าแต่ละชิ้น โลกาคิดและทำจนได้ผลลัพธ์ในเวอร์ชันที่ดีที่สุด ทุกผลิตภัณฑ์ผ่านการคิดค้น ทดลอง และพัฒนาโดยทีม R&D (Research and Development) หลังบ้าน อีกทั้งยังมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคอยเป็นกุนซือให้คำแนะนำอยู่ไม่ขาด เรื่องความทนทานและประสิทธิภาพการใช้งานจึงไม่เป็นสองรองใคร

“แม้จะเป็นรายละเอียดเล็กน้อยแต่มันสำคัญมาก และเราใส่ใจกับมันทั้งหมด เช่น คุณจะเทสารอะไรลงไป ใช้ตัวทำละลายประเภทไหน ต้องปั่นกี่นาที ในอุณหภูมิเท่าไหร่” นนท์กล่าว

“พอมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามา เขาก็ช่วยเจียระไนให้เราเข้าใจเลยว่า มีตัวแปรอะไรบ้างที่ส่งผลต่องานของเรา” มายเสริม ก่อนจะมีประโยคปิดท้ายชวนอมยิ้มจากนนท์ดังขึ้นอีกครั้ง

“จริง ๆ ผมก็ไม่ค่อยชอบเคมีนะ แต่ตอนนี้ต้องรู้เรื่องของมันเยอะมากเลย” 

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

ปณิธานของโลกา คือการเน้นย้ำว่าพวกเขาจะใช้กระบวนการผลิตที่รบกวนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด เพื่อนำของเสียเหล่านั้นกลับมาสร้างเป็นชิ้นงานที่มีคุณค่า เราจึงอยากฟังต่อไปว่า กระบวนการผลิตเหล่านั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร

“เราไม่ได้ใช้วัตถุดิบที่เป็น Raw Material หรือ Virgin Material เลย แต่เราใช้วัสดุเหลือใช้ ซึ่งมีข้อดีตรงที่วัสดุเหล่านี้เคยผ่านกระบวนการมาแล้ว เวลาเอามาใช้ต่อ เราใช้อุณหภูมิที่ต่ำลงในการเผาได้ แต่ถ้าเผาใหม่ สร้างใหม่ทั้งหมดเลย เราจะต้องทำอะไรหลายอย่างมาก เช่น อาจจะต้องเผาในอุณหภูมิที่สูงขึ้น สิ้นเปลืองพลังงานธรรมชาติมากขึ้น หรืออย่างชิ้นงานที่เป็นวัสดุปูผนังบางตัว ก็ไม่ได้ใช้ความร้อนในการผลิตเลยด้วยซ้ำ

“การเชื่อมชิ้นส่วนก็เหมือนกัน ถ้าเป็นซีเมนต์บรรจุถุงทั่วไป กว่าจะได้วัตถุดิบมา เขาต้องไประเบิดภูเขา แล้วเอามาผ่านกระบวนการความร้อนที่ประมาณ 1,200 – 1,300 องศาเซลเซียส หรืออาจจะมากกว่านั้น แต่เราใช้ปฏิกิริยาเคมีเชื่อมให้มันติดกัน แล้วก็หล่อออกมาเป็นชิ้นงาน เราไม่ได้ปล่อยคาร์บอนในกระบวนการนั้นเลย”

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

แม้จะเป็นเรื่องเคมีล้วน ๆ ไม่มีอื่นใดผสม แต่นนท์ก็ช่วยย่อยใจความให้เราเข้าใจและเข้าถึงได้ไม่ยาก

“ผมว่ามันคิดง่ายไปที่จะแลกภูเขา 1 ลูกกับปูนซีเมนต์ 100 ตัน เมื่อก่อนคนอาจจะยังไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้ แต่ตอนนี้เรารู้แล้ว เราก็น่าจะหาทางออกที่ดีกว่านี้ได้”

เสน่ห์และพลังของความไม่สมบูรณ์แบบ

ผลิตภัณฑ์ในเครือโลกา แบ่งออกมาเป็น 2 สาขาใหญ่ นั่นคือกลุ่มสินค้าประเภท Surface ใช้สำหรับก่อผนัง ปูพื้น หรือพวกอิฐช่องลมที่มีความหนาเพียงพอสำหรับก่อผนังได้ มายเล่าว่าสินค้าในหมวดนี้แตกแยกย่อยออกไปอีกตามไซส์ สี และผิวสัมผัส

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

ส่วนอีกสาขา คือ สินค้าตระกูล Casted หรือที่ทั้งสองเรียกว่า ‘งานหล่อหลอมทั้งหลาย’ ซึ่งหากจะให้แจกแจงว่าถูกหล่อหลอมออกมาเป็นสินค้าประเภทใดบ้างคงบรรยายไม่หมด เพราะมีตั้งแต่ของชิ้นเล็ก อย่างแจกันดอกไม้ เชิงเทียน จานวางสบู่ ไล่ขนาดไปจนถึงของใช้ไซส์ใหญ่ จำพวกโต๊ะข้างเตียง ม้านั่ง หรือแม้แต่ซิงก์ในห้องน้ำ

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

“สินค้าในกลุ่มนี้หลากหลายมากค่ะ มันคืออะไรก็ตามที่เราอยากได้ (หัวเราะ) และคิดว่าคนที่ชอบแต่งบ้านก็น่าจะอยากได้เหมือนกัน ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่เราอยากเล่นสนุกกับมัน

“เพราะท้ายที่สุดแล้ว โลกาแทบจะใช้สร้างบ้านได้ทั้งหลังเลย”

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

และทันทีที่เห็นก้อนอิฐน้อยใหญ่เรียงรายเล่นสีตัดกันไปมา จึงรู้ได้ทันทีว่า ‘เล่นสนุก’ ที่มายกล่าวถึงอยู่บ่อย ๆ นั้นหมายความว่าอะไร 

“เราทดลองดูว่าถ้าทำแบบนี้มันจะได้รูปร่าง สีสัน เท็กซ์เจอร์ ที่ต้องการไหม ตอนนี้ที่กำลังพัฒนาอยู่คือการใช้แกลบข้าวมาช่วยเพิ่มความขรุขระให้กับพื้นผิว อีกอย่างหนึ่งคือการเล่นสีสันซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากชั้นเปลือกโลกค่ะ”

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

มายกำลังหมายถึงก้อนอิฐทรงจัตุรัสขนาดน่ารัก แต่ละก้อนถูกละเลงสีไล่ระดับกันไปอย่างไม่ขัดตา มองปราดเดียวก็รู้ว่าถ้านำออกมาวางขายเมื่อไหร่ น่าจะต้อง Sold Out จนผลิตใหม่ไม่ทันแน่ ๆ 

อีกหนึ่งความตั้งใจที่กลายเป็นเสน่ห์ในทุกรายการสินค้าไปโดยปริยาย นนท์และมายเล่าว่าพวกเขาอยากให้ผลิตภัณฑ์ของโลกามองแล้วสบายตา สบายใจ เลียนแบบและใกล้ชิดธรรมชาติให้มากที่สุด กระบวนการผลิตแบบทำมือจึงเข้ามามีบทบาทมากพอตัว

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

“ด้วยความที่ต้องใช้มือทำมากพอสมควร ชิ้นงานที่ออกมาก็จะแตกต่างกันบ้าง ทั้งหน้าตา สีสัน รวมถึงเนื้อใน เพราะมันก็คือ Waste แต่ละชิ้นที่ปะปนกันอยู่

“ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ ไม่ต้องเหมือนกันเป๊ะทุกชิ้นตามแม่พิมพ์ก็ได้ แต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์ของเขา ซึ่งผมว่ามันก็เป็นเสน่ห์ที่หลาย ๆ คนมองหา”

เริ่มจากตัวเรา = ความยั่งยืน

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ใครที่อยากเห็นสินค้าทั้งหมดที่ว่ามาแบบจริง ๆ แวะเวียนไปได้ที่ The COMMONS ทองหล่อ 17 จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ หรือจะเป็นที่ Jouer สุขุมวิท 32 ที่ทั้งสองใช้สตูดิโอร่วมกับ Plant House ก็ได้ ที่สำคัญ นนท์และมายฝากมาบอกชาวมนุษย์อินทรีย์ทั้งหลายว่า หากไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน ราว ๆ เดือนสิงหาคมนี้ พวกเขาจะมีสตูดิโอและโชว์รูมเล็ก ๆ อย่างเป็นทางการ ใครอยากแวะไปชมสินค้า พูดคุย ปรึกษา หรือดูตัวอย่างการใช้งานจริง ก็ปักหมุดไว้ได้เลยที่ H dining สุขุมวิท 38 

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ส่วนช่องทางการสั่งซื้อ แบรนด์นี้ก็กำลังจัดเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ เราแอบไปเห็นหน้าเว็บไซต์ของจริงมาแล้ว บอกเลยว่ามีครบทุกรายละเอียด ทั้งเรื่องไซส์ สี กรรมวิธีการผลิต วิธีนำไปใช้ ไปจนถึงคุณสมบัติด้านความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม ว่าของชิ้นนี้ช่วยลดปริมาณวัสดุเหลือทิ้งไปได้เท่าไหร่ โดยในอนาคต นนท์และมายอยากทำให้เว็บไซต์คำนวณได้คร่าว ๆ ว่า หากเราซื้อสินค้าของโลกาจำนวนเท่านี้ จะช่วยลดขยะไปได้กี่กิโลกรัมต่อหนึ่งตารางเมตร

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม
เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม
เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

“คุณไม่ต้องสนก็ได้ว่าโลกาทำเรื่อง Waste แค่มองว่าสินค้าของเราเหมาะกับบ้านของคุณไหม แค่นั้นพอ คุณช่วยสิ่งแวดล้อมได้โดยไม่ต้องตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมเลยด้วยซ้ำ แล้วท้ายที่สุด คุณอาจช่วยลดปริมาณขยะไปเป็นพันกิโลโดยไม่รู้ตัว

“เวลามองปัญหาสิ่งแวดล้อม เราอาจรู้สึกว่ามันเกินเอื้อมที่เราจะต่อสู้ใช่ไหมคะ ดังนั้น มายคิดว่าการเริ่มจากตัวเรา เริ่มจากเรื่องใกล้ตัวของเรา ทำให้มันสนุกและค่อย ๆ เรียนรู้ไปพร้อมกัน มันจะดีและยั่งยืนที่สุด”

หลังจบบทสนทนา เรารู้ได้ทันทีว่าโลกายังมีโปรเจกต์แสนสนุกรออยู่อีกเพียบ ซึ่งช่วยตอกย้ำให้เห็นว่า ความตั้งใจในการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมของแบรนด์นี้ ทั้งแข็งแรงและทนทานไม่แพ้สินค้าของเขาเลยแม้แต่น้อย

ส่วนเราเองก็ดีใจไม่น้อยที่ได้เห็นการเติบโตของแบรนด์ไทยหัวใจอินทรีย์อีกหนึ่งเจ้า หากมีแบรนด์ที่อยากลุกขึ้นมาสร้างความยั่งยืนให้กับโลกใบนี้อีกเยอะ ๆ ก็คงจะดีไม่น้อยเลยว่าไหม

loqa (โลกา)

โทรศัพท์ : 08 9770 4565

อีเมล : [email protected]

Facebook : loqa

Instagram : loqa.co

Line Official Account : @loqa

ภาพ : loqa

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

มนุษย์อินทรีย์

ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์ในสังคมไทย เราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไร

ติ๊ง! ได้เวลาเปิดเตากันแล้ว

มนุษย์อินทรีย์คราวนี้ เห็นทีจะถูกใจทั้งเหล่าสาวกขนมปังและสายทำครัว เพราะหลังจากที่คุณผู้อ่านทั้งหลายได้ไปตามรอย 15 ร้านขนมปังอินทรีย์จนอิ่มหนำ หลายท่านก็อาจเริ่มคันไม้คันมือ อยากลองหมักแป้งทำขนมปังกินเองดูบ้าง ว่าจะออกมาเข้าที รสชาติดีเหมือนไปซื้อกินตามร้านบ้างไหม 

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

มีหรือที่เราจะไม่รู้ใจ คราวนี้จึงขอยกรายนาม 12 โรงเรียนสอนทำขนมปังทั่วไทยมาบอกต่อกัน จะมือใหม่หรือมือฉมัง โรงเรียนเหล่านี้ก็ยินดีถ่ายทอดวิชาก้อนแป้งให้แบบไม่หวงวิชา

แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น บางคนอาจเริ่มมีเสียงในใจค้านขึ้นว่า

‘ทำเองให้ยุ่งยากทำไม ซื้อเขาเอาไม่ง่ายกว่าหรือ’

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Rainsdough

ถูกเผง! เพราะกว่าจะผ่านขั้นตอนนวด หมัก อบ ประคบประหงมให้ก้อนแป้งขึ้นฟู กระบวนการเหล่านี้ต้องใช้เวลาและความพยายามมากกว่าการเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วหยิบขนมปังสักโลฟใส่ตะกร้าหลายเท่า แต่ถึงจะซับซ้อนและยุ่งยากไม่เบา กูรูสายแป้งของเราก็ยังขอยืนยันว่าหากเลือกได้และมีเวลา การอบขนมปังทานเองก็อุ่นใจและปลอดภัยกว่าขนมปังซื้อสำเร็จ ด้วยเหตุผล (หลายประการ) ดังต่อไปนี้ 

ข้อแรก You are what you choose.

หากเราเลือกวัตถุดิบที่ดีและปลอดภัยในการทำ มีหรือที่ขนมปังก้อนนั้นจะใจร้ายกับเรา

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

ขนมปังอุตสาหกรรมที่วางขายตามเชลฟ์นั้นสะดวกกว่าก็จริง แต่แน่นอนว่าความสะดวกสบายต้องแลกมาด้วยปัจจัยหลายอย่าง เพราะอย่างที่เคยเล่าไปในตอนก่อนหน้า ว่าข้าวสาลีสมัยใหม่เกิดการกลายพันธุ์และเจือปนสารอันตรายมากมาย ทั้งการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม การฉายรังสี การใช้ปุ๋ยเคมี ตลอดจนยาฆ่าแมลงต่าง ๆ ผลร้ายปลายทางคืออันตรายจากสารเหล่านี้กลับเข้ามาอยู่ในกระเพาะของเรา บางชนิดเป็นสารก่อมะเร็งและเป็นพิษภัยต่อการทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย กลายเป็นว่ากินขนมปังหนึ่งก้อนแต่ได้โรคร้ายแถมมาเต็ม

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Sunday

หากวันใดเกิดอยากทานขนมปังคุณภาพเยี่ยมและเป็นมิตรต่อร่างกายสักก้อน ชนิดที่ว่าใช้ยีสต์จากธรรมชาติ หมักจากแป้งสาลีอินทรีย์สายพันธุ์ไทยล้วน ๆ ไม่ผสมแป้งอื่นหรือสารปรุงแต่งอันตราย ที่สำคัญต้องปราศจากขั้นตอนหรือกระบวนการที่ไม่ทราบที่มาที่ไป การเฟ้นหาวัตถุดิบและลงมืออบขนมปังก้อนนั้นด้วยตัวเอง จึงจะดีและวางใจได้มากที่สุด 

ข้อสอง ท่องไว้ให้ขึ้นใจ ว่าขนมปังคืออาหารหมัก

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพจาก : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

นั่นหมายความว่า การทำขนมปังที่ถูกวิธีและดีต่อลำไส้ จะต้องมีระยะเวลามากพอในการหมักก้อนโดวจ์ เพื่อให้เหล่าจุลินทรีย์ ยีสต์ หรือแบคทีเรีย ได้ทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลไปเป็นแอลกอฮอล์ (เอทานอล) และคาร์บอนไดออกไซด์ ขนมปังที่ได้จึงขึ้นฟู นุ่มหนึบ เนื้อเบา แต่รสชาติอร่อยเยี่ยมไม่เบา

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

ดังนั้น การลงมือหมักแป้งเองอย่างใจเย็นจึงปลอดภัย เพราะอย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าก้อนแป้งเหล่านี้ดีต่อระบบย่อยและลำไส้มากกว่าขนมปังอุตสาหกรรมที่ต้องรีบร้อนยัดเข้าเตาอบอยู่หลายเท่า กินแล้วท้องไม่อืดเพราะมีจุลินทรีย์ฝ่ายดีทำหน้าที่ช่วยย่อย เกิดการสังเคราะห์กรดแลคติก กรดอะมิโน และเหล่าแร่ธาตุจำเป็นทั้งหลาย แถมปริมาณคาร์บและน้ำตาลก็ต่ำกว่ามาก ที่สำคัญ ในระหว่างทิ้งช่วงหมักที่ยาวนาน ยังช่วยลดปริมาณของกลูเตนในก้อนโดวจ์ให้เหลือน้อยลงได้อีกด้วย

ข้อสาม อร่อย สนุก ไม่รู้จบ

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ

เหตุผลข้อนี้ดูจะเป็นผลพวงและผลพลอยได้จากข้อแรกอยู่เหมือนกัน เพราะการเลือกวัตถุดิบและวิธีทำได้เองตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนเข้าเตาอบ นอกจากจะได้รสชาติขนมปังที่อร่อยไม่ซ้ำใคร เหล่า Baker ทั้งหลายยังได้ความสนุกตื่นตาตื่นใจเป็นของแถม 

ความสนุกที่ว่านี้ คือการได้เสาะหาแหล่งยีสต์ธรรมชาติจากของใกล้ตัว ใกล้ครัว และใกล้บ้าน เพื่อมาใช้ในการหมักก้อนโดวจ์ให้ขึ้นฟู เราทึ่งมาก เมื่อรู้ว่ายีสต์ธรรมชาตินั้นมีแหล่งต้นตอจากวัตถุดิบได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นยีสต์จากข้าว ผักผลไม้ ดอกไม้ มิโสะ หรือแม้แต่กิมจิ โดยแต่ละชนิดก็มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร แถมเหล่า Baker ยังยืนยันว่าแม้ยีสต์ผงสำเร็จรูปจะทำให้ขนมปังขึ้นฟูได้เหมือนกัน แต่ก็ยังเลียนแบบความหนึบหนับที่เราจะได้จากยีสต์ธรรมชาติเท่านั้นไม่ได้ หากคราวนี้ลองใช้ยีสต์ธรรมชาติจากข้าว รสชาติขนมปังก็จะออกมาหวานหอมนุ่มนิ่ม หรือหากเปลี่ยนเป็นใช้ยีสต์ธรรมชาติจากผลไม้ชนิดต่าง ๆ ก็จะได้ขนมปังกลิ่นฟรุตตี้ ไม่ต้องชิมก็รู้ว่ารสชาติเปรี้ยวอมหวานแน่นอน

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

หมู-วิชญ์ เบญจกุศล และ น้อง-โสรัจ เบญจกุศล กูรูด้านขนมปังจาก Bread Books Bike & Beer เล่าให้เราฟังว่า พวกเขาเคยลงมือปลุกยีสต์จากลูกแป้งสาโท ขนมปังออกมาหวานหอมไปถึงหน้าปากซอย อีกชนิดที่ว่าแปลกแต่เราอยากชิมมาก คือขนมปังจากยีสต์กิมจิ เพราะทั้งสองบอกว่ารสชาติของมันเปรี้ยวสะใจและทรงพลังมากจริง ๆ

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

แค่เปลี่ยนวัตถุดิบ ก็พลิกรสชาติให้ก้อนขนมปังได้แบบไม่น่าเชื่อ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงที่คงวาไม่ว่าจะเลือกใช้วัตถุดิบชนิดใด คือคุณประโยชน์เต็ม ๆ ของยีสต์ธรรมชาติที่เหล่า Baker ต่างปลุกปั้นและลงมือเลี้ยงเองในห้องครัว เพราะยีสต์เหล่านี้จะมีเหล่าผองเพื่อนชาวยีสต์อีกหลากหลายสายพันธุ์มาอาศัยอยู่ร่วมกันในโหลหมัก แล้วแต่ว่าเหล่า Baker จะสรรหาวัตถุดิบชนิดใดมาใช้เป็นตัวตั้งต้น ที่สำคัญ แต่ละชนิดก็ล้วนมีข้อดีต่อร่างกายแตกต่างกันไปตามแหล่งต้นตอที่นำมาเพาะเลี้ยง 

ข้อสี่ หอมกรุ่นจากเตาแบบตัวจริงเสียงจริง

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Sunday

หนึ่งในเหตุผลหลัก ที่ Baker ทั้งหลายต่างหลงรักในการทำขนมปังทานเอง คือ เจ้าก้อนแป้งหลังออกจากเตาอบ มักจะส่งกลิ่นหอมตลบให้ลอยฟุ้งไปทั่วบ้าน เห็นหน้าค่าตาก็รู้ทันทีว่าทั้งสดใหม่ กรอบนอก นุ่มใน ใครต่อใครที่รักในการอบขนมปังเอง ก็ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือความคุ้มค่าและรสชาติเฉพาะตัวที่จ่ายราคาเท่าไหร่ก็หาซื้อไม่ได้ ส่วนความน่ารักมากที่ชาวอบชนมปังจากเมืองเหนือเล่าให้เราฟัง คือวันไหนที่อากาศเริ่มหนาว พวกเขาก็มักจะเปิดเตาอบ ลงมือทำขนมปังเพื่อให้บ้านอบอุ่นขึ้นด้วย นอกจากจะหายหนาว ยังได้กินขนมปังอร่อย ๆ อีกด้วย น่าอิจฉาสุด ๆ ไปเลย

เมื่อมีวิชาขนมปังติดตัวและติดครัวไว้แล้ว หากอยากทานขนมปังอินทรีย์ที่ทั้งดีต่อใจและสุขภาพเมื่อไหร่ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก กินเท่าไหร่ก็ทำเท่านั้น ไม่ต้องเหลือทิ้งเป็นขยะให้สิ่งแวดล้อมและไม่ต้องเก็บเข้าตู้เย็นให้เสียรสชาติ 

ข้อสุดท้าย ได้ช่วยอุดหนุนและเพิ่มคุณค่าให้วัตถุดิบอินทรีย์ของไทย

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

แน่นอนว่าขนมปัง ต้องตั้งต้นจากแป้งสาลี และแน่นอนว่าแป้งสาลีคุณภาพดี ก็ควรปลูกและเติบโตในพื้นที่ที่มีดิน น้ำ ลม และอากาศที่เหมาะกับการเจริญเติบโต ลองคิดดูเล่น ๆ ว่าใน 1 ปีเราบริโภคขนมปังและขนมตระกูลเบเกอรี่อื่น ๆ กันไปเท่าไหร่ นั่นคือราคาค่างวดก้อนใหญ่ที่เราต้องแจกจ่ายออกไปให้ต่างแดน 

หากนำข้าวสาลีเมืองนอกมาหว่านไถเพาะปลูกในไทย ก็อาจไม่สัมฤทธิ์ผลมากมาย เพราะกว่าจะแตกรวงชูช่อออกมาได้ คงต้องพึ่งพาสารกระตุ้นกันยกใหญ่ เนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศบ้านเราดูท่าจะไม่เอื้ออำนวยกับข้าวเมืองนอกเท่าใดนัก แต่น้อยคนจะรู้ว่าปัจจุบันนี้เรามีแป้งข้าวสาลีพันธุ์ไทย ที่ปลูกและเติบโตได้ดีในบ้านเราแบบไม่ต้องพึ่งสารเคมี ลดภาระการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศไปได้แบบมหาศาล นอกจากนี้ยังมีวัตถุดิบทำครัวสายพันธุ์ไทยอีกหลายชนิดที่คุณภาพดีไม่แพ้ของนำเข้า ทั้งเหล่าไส้กรอก ชีส เนย ถั่ว รวมไปถึงพืชผักชนิดต่าง ๆ เหลือเพียงเหล่านักชิมนักปรุงในบ้านเราลองเปิดใจ แล้วหันมาใช้วัตถุดิบในประเทศกันดูบ้าง

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

อย่างการอบขนมปังสัก 1 ก้อน หากเราเลือกใช้วัตถุดิบที่ปลูกในไทยและปลูกโดยเกษตรกรไทย รับรองว่าทั้งคุณภาพและความอร่อย ก็สู้ขนมปังที่อบจากวัตถุดิบนำเข้าได้ไม่แพ้กัน ที่สำคัญ ยังได้ช่วยชุบชูใจให้เหล่าเกษตรกรในประเทศมีแรงสร้างผลผลิตสดใหม่ให้เราต่อไปอีกนาน ๆ 

เราคิดว่าเหตุผลทุกประการที่กล่าวมา มีน้ำหนักมากพอในการชักชวนให้คุณผู้อ่านทั้งหลาย หันหน้าเข้าครัวลองอบขนมปังกันดูสักครั้ง 

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

แต่ในฐานะที่เคยทำขนมปัง (พลาด) มาก่อน เราทราบดีว่าการมีครูมืออาชีพคอยเทรนให้อย่างใกล้ชิด เป็นเรื่องที่ดีและเหมาะกับนักเรียนขนมปังมือใหม่เป็นอย่างยิ่ง คราวนี้เราจึงรวบรวมโรงเรียนสอนทำขนมปังทั้ง 12 เจ้ามาให้แบบจุใจ ใครอยู่ใกล้ไกลที่ไหน รีบปักหมุดจองคอร์ส แล้วตามไปฝึกปรือฝีมือกันได้เลย จะลงคอร์สแบบ Beginner เริ่มหัดเรียน หรือจะฝึกจนเป็นเซียนขนมปังก็ตามสะดวก

01
Bread Books Bike & Beer

ที่ตั้ง : 91/600 ถนนพระราม 2 ซอย 69 แยก 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Bread Books Bike & Beer

Instagram : breadbooksbikeandbeer

โทรศัพท์ : 08 9455 4253, 08 6778 2332

หากพูดถึงโรงเรียนทำขนมปัง หนึ่งในอันดับต้น ๆ ที่เราต้องนึกถึง คือ Bread Books Bike & Beer โรงเรียนสอนทำขนมปังโดยสองสามีภรรยาอย่าง หมู-วิชญ์ เบญจกุศล และ น้อง-โสรัจ เบญจกุศล ด้วยประสบการณ์ในสายงานก้อนแป้งนานกว่าสิบปี บวกกับความใจดีและเป็นกันเองเอามาก ๆ ทั้งสองจึงถูกยกให้เป็นกูรูแห่งวงการคาร์บและครอบครัวที่น่ารักของนักเรียนขนมปังทั้งหลายในเวลาเดียวกัน

Bread Books Bike & Beer
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

แรกเริ่มเดิมที ชื่อของ Bread Books Bike & Beer คือโรงอบขนมปังขนาดย่อมที่อบขายทั้งแบบปลีกและส่ง ขนมปังทั้งหมดจากที่นี่เป็นขนมปังไร้สาร ปั้นปรุงด้วยวัตถุดิบจากวิถีเกษตรอินทรีย์ จนได้ขยับขยายชายคามาเป็นโรงเรียนขนมปังที่มีลูกศิษย์หลั่งไหลมาฝากตัวอยู่ไม่ขาดสาย โดยหมูและน้องย้ำอยู่เสมอว่า แป้งและการหมักคือหัวใจหลักของการทำขนมปัง หากเลือกใช้แป้งที่ดีและหมักอย่างถูกวิธี ก็จะได้ขนมปังมีคุณภาพและอร่อยล้ำแบบไม่ต้องสงสัย

คอร์สที่เปิดสอนอยู่ตอนนี้มีหลายระดับเรียงตามความยากง่าย เริ่มตั้งแต่ Basic Bread for Beginner สำหรับมือใหม่หัดอบ ต่อไปคือ Advanced Bread Baking คอร์สยอดนิยม เพราะคุณครูทั้งสองจะเปิดโอกาสให้นักเรียนคิดสูตรและออกแบบขนมปังได้ตามชอบใจ ไม่ว่าจะทำขนมปังแค่ 1 ก้อนหรือ 10,000 ก้อน รสชาติก็ออกมาคงที่ไม่มีเพี้ยน ไปจนถึงคอร์สที่ท้าทายขึ้นอย่าง Introduce to Classic Sourdough and Natural Yeast ส่วนคอร์สระดับเทิร์นโปรอย่าง Advanced Preferment Sourdough and Natural Yeast และ Sourdough Luxury Bread ทั้งสองก็วางแพลนจะเปิดสอนในอนาคตเช่นเดียวกัน

Bread Books Bike & Beer
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

สำหรับหมูและน้อง หน้าที่ของช่างทำขนมปัง ไม่ใช่แค่การปั้นและอบก้อนแป้ง แต่ยังต้องทำให้ขนมปังเป็นขนมปังที่ดี กัดหนึ่งคำแล้วต้องอยากกินอีก เหล่านักเรียนเคยทำขนมปังแล้วแฮปปี้กันมาก จนถึงขั้นเต้นระบำกันในคลาสก็มี แค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่ามวลความสุขอัดแน่นอยู่ในขนมปังทุกก้อนและบรรยากาศรอบตัวในโรงเรียนแห่งนี้จริง ๆ ใครอยากฝากตัวเป็นศิษย์ เพียงทักข้อความมาทางเพจ/ไอจีของร้าน หรือจะยกหูต่อสายตรงก็ได้เช่นกัน อาจารย์ทั้งสองพร้อมต้อนรับเฟรชชี่หน้าใหม่อยู่เสมอ

02
ขนมปังเปลี่ยนชีวิต

ที่ตั้ง : 46 ถนนกรุงเกษม แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : ขนมปังเปลี่ยนชีวิต

Instagram : breadchange_life

โทรศัพท์ : 09 3610 6161 หรือ Line ID : @breadchangelife

โรงเรียนแห่งนี้สอนให้เราเข้าใจ ว่าขนมปัง 1 ก้อน เปลี่ยนชีวิตของคนคนหนึ่งได้ ต้องขอบคุณความกล้าบ้าบิ่นเมื่อ 6 ปีก่อน ของ โรส-วริศรา (ลี้ธีระกุล) มหากายี ที่ตั้งใจลุกขึ้นมารวมพลคนทำขนมปัง กระจายความรู้ในการทำขนมปังออกสู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เพื่อส่งมอบโอกาสและทักษะให้เด็ก ๆ ได้พกพาไว้อย่างภูมิใจและมั่นคง

ขนมปังเปลี่ยนชีวิต, breadchange_life
ภาพจาก : ขนมปังเปลี่ยนชีวิต

นอกเหนือจากคุณสมบัติที่ทั้งอร่อยและอิ่มท้อง ขนมปังของครูโรสยังทำหน้าที่เป็นครูชำนาญการ ฝึกฝนให้เหล่านักเรียนรู้จักอดทน ใจเย็น ช่างสังเกต มีวินัย และเคารพสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ตรงหน้าในโหลหมัก โดยทุกวันนี้มีลูกศิษย์ของครูโรสจากบ้านเด็กกำพร้าที่ผันตัวมาเป็นครูขนมปัง ทำหน้าที่ส่งต่อความรู้ให้กับเด็กคนอื่น ๆ ได้มีทักษะติดตัว และทำขนมปังแจกให้กับผู้ที่ลำบากกว่า นั่นจึงเป็นที่มาว่าขนมปัง 1 ก้อน เปลี่ยนชีวิตของพวกเขาได้อย่างไร 

ส่วนอีกหนึ่งความประทับใจไม่รู้ลืมในคลาสขนมปัง คือการที่ลูกศิษย์คนหนึ่งได้รู้สึกใกล้ชิดกับพ่อที่เสียไปอีกครั้ง หลังจากได้ลองลงมือทำขนมปังแบบที่พ่อชอบทำบ่อย ๆ ได้กลิ่นยีสต์ก็เหมือนมีพ่อมาอยู่ใกล้ ๆ นักเรียนคนนี้ยังบอกอีกว่า ขอบคุณครูโรสที่ทำให้เขาได้เข้าใจพ่อและเข้าใจขนมปังที่พ่อรัก 

จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในวันวาน ตอนนี้ความสำเร็จของขนมปังเปลี่ยนชีวิตผลิดอกบานสะพรั่ง คลาสเรียนขนมปังจากที่นี่มีให้เลือกหลากหลายตามใจผู้เรียน ที่ครูโรสแนะนำเป็นอย่างมาก คือ คลาส Fundamental​ of Basic​ Bread ที่ถึงแม้จะเป็นคลาส​เบสิก​ แต่ก็เป็นเบสิกที่สำคัญมากในการทำขนมปัง​ นักเรียนทุกคนจะได้เห็นภาพรวมเบื้องลึกทั้งหมดของก้อนแป้ง ตั้งแต่ความสัมพันธ์​ของวัตถุดิบ​ เทคนิคการนวดหลายระดับ การหมัก​ การขึ้นรูป​ และการอบ ก่อนที่จะไต่ระดับไปเป็นคอร์สที่ท้าทายขึ้นเรื่อย ๆ​

ขนมปังเปลี่ยนชีวิต, breadchange_life
ภาพจาก : ขนมปังเปลี่ยนชีวิต

นอกจากนี้ยังมีคลาส Pre-ferment คลาสทำพิซซ่า และคลาสทำครัวซองต์ไว้ให้เลือกจองกัน ใครใคร่เรียนแบบส่วนตัวเชิญ หรือใครใคร่หาเพื่อนใหม่ที่มีใจรักขนมปังเช่นกันก็เชิญเลือกคลาสแบบกลุ่ม แต่ไม่ว่าจะเลือกเรียนแบบไหน ครูโรสก็ยินดีจัดเต็มทักษะความรู้ให้ไม่มีเกี่ยง

03
เฟื่องฟุ้ง

ที่ตั้ง : 108/55 ถนนอนามัย ตำบลในเมือง เทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)

Facebook : เฟื่องฟุ้ง

อีเมล : [email protected]

โทรศัพท์ : 08 6614 5247 หรือ Line ID : @fuangfungbakery

เฟื่องฟุ้งช่วยเปลี่ยนเรื่องที่ฟังดูแสนยากเย็นอย่างการทำขนมปัง ให้กลายเป็นเรื่องที่แสนเรียบง่ายได้อย่างไม่น่าเชื่อ ขอเพียงมีเตาอบคู่ใจสักเครื่องที่บ้าน เช้าวันไหนตื่นมาอยากทานขนมปังโฮมเมดคุณภาพเยี่ยม ก็ลงมือทำได้เลยเดี๋ยวนั้น 

เฟื่องฟุ้ง, @fuangfungbakery
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

เพราะมีเสียงเว้าวอนจากลูกค้าขาประจำ ที่แวะมาอุดหนุนขนมปังโฮลวีตและขนมปังแป้งข้าวในตลาดเขียวขอนแก่น ว่าอยากเรียนรู้เรื่องการนำแป้งข้าวมาใช้อบขนมและอยากลองทำขนมปังทานเองดูบ้าง เฟื่อง-เฟื่องฟุ้ง ประสาทศิลป์ จึงจัดให้ตามคำขอ คลาสสอนทำสารพัดขนมปังที่เป็นมิตรต่อร่างกายและเอื้อประโยชน์ให้เกษตรกรรมท้องถิ่นจึงผุดขึ้นเรียงราย ณ โรงเรียนแห่งนี้ ทั้งคลาสขนมปังโฮมเมดเพื่อสุขภาพ คลาสขนมปังยีสต์ธรรมชาติ และคลาสเบเกอรี่ข้าวพื้นบ้าน ทุกรายการเน้นความเรียบง่าย ใช้มือนวดเองได้แบบไม่ง้อเครื่องทุ่นแรง เพื่อให้เหล่านักเรียนทั้งหลายจดสูตรนำไปทำตามกันได้ที่บ้าน 

มาตรฐานชี้วัดว่าคลาสเรียนประสบความสำเร็จหรือไม่ คือรอยยิ้มของเหล่านักเรียนที่กลับบ้านไปพร้อมขนมปังโฮมเมดถุงใหญ่ ส่วนของแถมที่ครูเฟื่องมอบให้ คือความภาคภูมิใจในตัวเอง และเธอยังมีความสุขมากที่ได้ทำให้เหล่าผู้บริโภคมีสิทธิ์เลือกทำและเลือกทานขนมปังที่ดีต่อร่างกาย ใช้วัตถุดิบและวิธีทำปลอดภัย กินเมื่อไหร่ก็สบายใจหายห่วง

เฟื่องฟุ้ง, @fuangfungbakery
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

ไม่ต้องกังวลว่าจะเรียนตามเพื่อนไม่ทัน เพราะครูเฟื่องยินดีสอนให้แบบตัวต่อตัว บางคลาสเป็นไซส์มินิ สอนไม่เกิน 2 ท่านต่อครั้งก็มี ใครอยากเติมทักษะการทำขนมปังแบบเข้าใจง่าย ทำง่าย กินง่าย แต่หยุดกินยาก ยกหูโทรศัพท์หรือทักข้อความหาครูเฟื่องทางหน้าเพจได้เลย

04
Pung Craft บ้านเรียนขนมปัง

ที่ตั้ง : 83 หมู่ 5 ตำบลตะแพน อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง (แผนที่)

Facebook : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

Instagram : pungcraft.bakery

โทรศัพท์ : 08 9962 4172 หรือ Line ID : armyaathome

เนื่องด้วยหน้าที่การงานที่คลุกคลีกับการอนุรักษ์ข้าวสายพันธุ์พื้นเมือง ญา-รัญญา นวลคง จึงตั้งโจทย์ขึ้นในใจว่า ทำอย่างไรจึงจะนำแป้งข้าวพื้นบ้านไปประยุกต์ใช้แบบร่วมสมัยได้บ้าง แต่ไม่นานเกินรอก็ได้คำตอบ เมื่อญานำอาหารที่ตนชื่นชอบอย่างขนมปัง มาจับรวมกับความตั้งใจที่อยากแบ่งปันเรื่องราวแป้งข้าวพื้นบ้านจากระบบเกษตรอินทรีย์

PungCraft บ้านเรียนขนมปัง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

แม้จะมีทำเลที่ตั้งอยู่ไกลถึงแดนพัทลุง แต่ลูกศิษย์ทั่วสารทิศก็พร้อมใจเดินทางมาเรียนวิชาขนมปังจากครูญาจนหัวกระไดไม่แห้งตลอด 3 ปี ความดีงามอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้เลือกใช้แป้งข้าวพื้นเมืองมาอบ แถมยังใช้กรรมวิธีหมักยีสต์จากธรรมชาติ ทำให้ได้ขนมปังที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ดีต่อสุขภาพลำไส้ ที่สำคัญยังปราศจากการใช้แป้งสาลี ทำให้ไม่มีปัญหาจุกจิกเรื่องการแพ้กลูเตน

คลาสเรียนของ Pung Craft มีทั้งแบบออนไลน์และออนไซต์ ใครที่บ้านใกล้ก็แวะมาเรียนคลาสขนมปังแป้งข้าวกล้องยีสต์ธรรมชาติกับครูญาได้แบบตัวเป็น ๆ บอกเลยว่ายกถาดออกจากเตาเมื่อไหร่เป็นต้องอดใจไม่ไหว เพราะคลาสนี้จะทำให้เราได้ผสมทั้งพันธุ์ข้าวและธัญพืชสารพัดลงไปในก้อนขนมปัง หรือหากใครไม่สะดวกเดินทางมา ก็เรียนคลาสขนมปังกล้วยแป้งข้าวพื้นบ้านกับครูญาผ่านทางหน้าจอได้ เมนูนี้ก็หอมอร่อยถูกปากไม่แพ้กัน

PungCraft บ้านเรียนขนมปัง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

นอกจากความรู้ด้านการทำขนมปัง สิ่งสำคัญที่ครูญาอยากส่งต่อให้บรรดาลูกศิษย์ คือคุณค่าและความอร่อยของข้าวไทยพื้นเมือง โดยครูญาเชื่อว่าขนมปังทุกก้อนจาก Pung Craft ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้เกษตรกรในท้องถิ่นมีรายได้ และเป็นกำลังใจในการสร้างผลผลิตคุณภาพต่อไปอีกด้วย

05
Rush Lush

ที่ตั้ง : 50/8 ถนนบาลเมือง ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย (แผนที่)

Facebook : Rush Lush Craft Cafe

Instagram : rushlushcraftcafe

โทรศัพท์ : 08 6735 8135

จะอยู่ในเมือง กลางทะเล หรือบนภูเขา Rush Lush ก็สอนให้เราอบขนมปังกินเองได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก ขั้นกว่าของความไพรเวต คือที่นี่ไม่มีห้องเรียนทำขนมปังให้เข้ามาใช้บริการ เพราะ ครูรัตน์-สุรีรัตน์ กลิ่นขจร จะเดินทางไปสอนนักเรียนแบบตัวต่อตัวถึงห้องครัวในบ้าน 

Rush Lush Craft Cafe
ภาพ : Rush Lush Craft Cafe

เพราะทุกบ้านมีปัจจัยน้อยใหญ่แวดล้อมต่างกัน ทั้งเรื่องอุปกรณ์ อุณหภูมิ ความชื้น ตลอดจนประสบการณ์และความพร้อมของผู้ทำ ครูรัตน์จึงปิ๊งไอเดียว่าหากสอนโดยใช้สถานที่จริงและอุปกรณ์จริงที่นักเรียนแต่ละคนมีอยู่ในบ้าน น่าจะสัมฤทธิ์ผลและเห็นภาพชัดมากที่สุด เวิร์กชอปทำขนมปังช่ื่อน่ารักอย่าง ‘สุขกับสิ่งที่มี’ จึงได้ฤกษ์เปิดทำการมากว่า 1 ปีเต็ม โดยครูรัตน์เล่าว่า ‘สุข’ ที่ว่านี้ คือการทำให้ขนมปังสุกด้วยสิ่งที่มีในบ้าน และสุขใจในทุกครั้งที่ได้ทานฝีมือตัวเอง

ขนมปัง 1 ก้อนจาก Rush Lush ทำหน้าที่เป็นงานศิลปะชั้นเอก ช่วยถ่ายทอดคุณค่าของวัตถุดิบพื้นบ้านและเรื่องราวของชุมชนในแต่ละท้องถิ่น ครั้งหนึ่งครูรัตน์เคยเดินทางขึ้นดอยไปสาธิตวิธีการทำขนมปังโดยไม่ใช้ไฟฟ้าและเตาอบให้กับเด็ก ๆ ชาวปกาเกอะญอ จนทุกวันนี้มีเยาวชนที่ผันตัวมาเป็นนักพัฒนาชุมชน ช่วยสานต่อความดีงามของวัตถุดิบในชุมชนออกสู่ภายนอกได้อย่างเต็มภาคภูมิ ที่สำคัญ Rush Lush ยังเกื้อกูลชาวบ้านโดยการนำวัตถุดิบธรรมชาติจากชุมชนมาใช้อบขนมปังสดใหม่เสมอมา

Rush Lush Craft Cafe
ภาพ : Rush Lush Craft Cafe

เพียงทักข้อความผ่านทางหน้าเพจ ครูรัตน์ก็พร้อมตกลงวันเวลา มุ่งหน้าไปถ่ายทอดวิชาขนมปังให้ถึงในครัว หน้าที่ของเหล่านักเรียนมีเพียงตั้งตารอเปิดประตูบ้าน และจดสูตรขนมปังสุขภาพจากครูรัตน์กันให้ดี

06
Rain’s Dough

ที่ตั้ง : 141 ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 32 แยก 10 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Rainsdough, ๑4๑ Social Enterprise

Instagram : rainsdough

โทรศัพท์ : 08 9036 6886

เมื่อหาซื้อขนมปังปลอดภัยตามสเปกที่ต้องการไม่ได้ ครูฝน-วริษา โทณะวณิก และ ครูแพท-กฤติยา ตระกูลทิวากร แห่ง Rain’s Dough จึงขอลงแรงนวดอบก้อนแป้งด้วยตัวเอง จากนั้นจึงส่งต่อวิชาแก่บรรดาสาวกสายแป้ง ให้ได้เข้าใจและเรียนรู้เรื่องราวของร่างกาย จุลินทรีย์ และอาหาร ผ่านการลงมือทำขนมปังซาวโดวจ์

Rainsdough,  ๑4๑ Social Enterprise
ภาพ : Rainsdough

หลักสูตรขนมปังของที่นี่ไม่ได้มีแค่เรื่องการหมักนวดเท่านั้น แต่ครูฝนและครูแพทยังเจาะลึกเนื้อหาถึงเรื่องอาหารและสุขภาพที่สัมพันธ์กับจุลินทรีย์ ตั้งแต่สายพันธุ์ข้าวสาลี การปลูก สี โม่ หมัก และอบแป้ง ไปจนถึงการรู้จักเลือกทานอย่างปลอดภัย เพราะทั้งสองเล่าว่า ทุกวันนี้ขนมปังเกรดคุณภาพแบบที่หลาย ๆ คนต้องการนั้นหาซื้อแทบไม่ได้ หากอยากได้ ต้องทำเอง และที่ Rain’s Dough ก็ยินดีสอนให้ทุกกระบวนขั้น

คลาสเรียนของที่นี่มีแค่คลาสเดียว นั่นคือ Our Hands on Sourdough แม้จะฉายเดี่ยวแต่ก็เจ๋งไม่เบา เพราะนอกจากจัดเต็มทักษะความรู้ในการทำซาวโดวจ์ให้แล้ว นักเรียนทุกคนในคลาสจะได้เข้าใจถึงความเชื่อมโยงในเรื่องอาหารและการกินของมนุษย์ กลับมาเชื่อมั่นในร่างกายและสองมือของตนเองในการทำอาหารปลอดภัยได้อย่างมีความสุข

Rainsdough,  ๑4๑ Social Enterprise
ภาพ : Rainsdough

นักเรียนของ Rain’s Dough กลับบ้านไปพร้อมสูตรอบซาวโดวจ์หอมกรุ่น กรอบนอก แน่นใน ไม่สร้างพิษภัยให้สุขภาพ ที่สำคัญยังหันมาสนใจและใส่ใจนิสัยการกินของตนเองมากขึ้น เมื่อได้รับอาหารดี ร่างกายและจิตใจก็พลอยยิ้มแย้มไปด้วย สิ่งนี้แหละที่ครูฝนและครูแพทภูมิใจในตัวนักเรียนมากที่สุด

07
Little Tree

ที่ตั้ง : 43 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม (แผนที่)

Facebook : Whispering cafe

Instagram : artisansourdough_by_applefahey

โทรศัพท์ : 09 2429 4229

เราอาจรู้จัก Little Tree Garden ในนามร้านอาหารและคาเฟ่กลางสวน ณ เมืองสามพราน แต่น้อยคนจะรู้ว่า บ้านสวนน่ารักแห่งนี้ ยังมีมุมเล็ก ๆ ที่จัดพื้นที่ไว้สำหรับโรงเรียนขนมปัง อำนวยการสอนโดย เปิ้ล-ศิรินภา ริ้วบำรุง คุณครูมือฉมังที่พาเหล่าลูกศิษย์ตั้งแต่หนูน้อยวัยเตาะแตะไปจนถึงผู้ใหญ่วัยทำงาน เข้าครัวอบก้อนแป้งมาแล้วรุ่นต่อรุ่น

Whispering cafe
ภาพ : Whispering cafe

ก่อนจะหันหน้าเข้าวงการอบขนม ครูเปิ้ลคือแม่บ้านคนเก่ง ณ แดนอังกฤษ เมื่อต้องทำอาหารคาวหวานให้ลูก ๆ ทานอยู่ทุกวัน นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธออยากอบขนมปังโฮมเมดปลอดภัยไว้ทานเอง เอกลักษณ์ของขนมปังฝีมือครูเปิ้ล คือความนุ่มละมุนและพองฟู เพราะเธอให้ความสำคัญกับการเพาะเลี้ยงยีสต์ธรรมชาติให้แข็งแรง ก้อนแป้งธรรมดาจึงอร่อยล้ำถึงขั้นมีลูกศิษย์อยากฝากตัว

สำหรับนักเรียนรุ่นเล็ก ครูเปิ้ลมีคลาสขนมปังจากยีสต์น้ำดอกไม้เตรียมไว้ให้ แม้จะเป็นคลาสของเด็ก แต่รับรองความสนุกไม่เล็กตามอายุ เพราะเหล่านักเรียนจะได้ออกตามหายีสต์ธรรมชาติจากดอกไม้ในสวน จากนั้นจะได้ลงมือหมักน้ำยีสต์และนำมาทำขนมปังโรลง่าย ๆ ใช้ทานคู่กับซุปก็เข้ากัน หรือประกบทำเป็นแซนด์วิชก็อร่อยไม่เบา นอกจากนี้ยังมีคลาสสอนทำซาวโดวจ์ฉบับเข้าใจง่ายสำหรับผู้ใหญ่ ใครเป็นแฟนตัวยงเมนูนี้ รีบทักข้อความหาครูเปิ้ลทางหน้าเพจหรือไลน์ของทางร้านได้เลย

Whispering cafe
ภาพ : Whispering cafe

ในขณะเฝ้ารอเตาอบร้องติ๊ง ครูเปิ้ลบอกกับนักเรียนเสมอว่า มากกว่าการได้กินก้อนขนมปังหอม ๆ คือการได้ฝึกฝนเรื่องการจัดสรรเวลา การวางระบบเล็ก ๆ ในห้องครัว และยังได้เรียนรู้ที่จะรับผิดชอบต่ออาหารและสุขภาพของคนรอบตัวอีกด้วย

08
Sunday

ที่ตั้ง : ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Sunday

Instagram : sundayisgood

โทรศัพท์ : 08 1644 3597 หรือ Line ID : @sundayisgood

ใครที่กำลังส่ายหน้า คิดว่าการอบขนมปังเองนั้นลำบากและยุ่งยากเกินไป เราอยากให้ลองลงคอร์สเรียนกับ ครูเพลง-ร่มฉัตร ขำศิริ แห่งโรงอบ Sunday ดูสักครั้ง เพราะเธอการันตีว่ามีแค่เตาอบ หม้อเหล็กหรือหม้อดินเผา และอ่างผสม 1 ใบ ก็ทำซาวโดวจ์ที่อร่อยมากเหมือนร้านดังที่บ้านได้แล้ว

ครูเพลง-ร่มฉัตร ขำศิริ แห่งโรงอบ Instagram : sundayisgood
ภาพ : Sunday

สูตรขนมปังของ Sunday มีความง่ายและแสนสบายเป็นจุดขาย เพราะครูเพลงตั้งใจไว้ว่าเมื่อจบคอร์สไป ลูกศิษย์ทุกคนต้องอบขนมปังกินเองได้ที่บ้าน ขั้นตอนและเทคนิคต่าง ๆ จึงทำผ่านมือและประสาทสัมผัสของร่างกาย ไม่ต้องอาศัยเครื่องตีหรืออุปกรณ์ทุ่นแรงใด ๆ ขนมปังก็ออกมานุ่มฟูน่าทานได้จากการนวดแป้ง สังเกต ดม และชิมของคนทำ นอกจากนั้นครูเพลงยังใช้วิธีเลี้ยงยีสต์ธรรมชาติอย่างง่าย เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ลงมือทำเองทุกขั้นตอน

Sunday ไม่ได้มีแค่คลาสขนมปังเพียงอย่างเพียว เพราะนอกจากคลาสพื้นฐานอย่าง Basic Sourdough for Home Baker Class ที่สอนอบขนมปังแบบไม่ง้อเครื่องตีราคาแพงแล้ว ที่นี่ยังมีคลาส Sourdough Bagel สูตรผสมยีสต์ผง ความดีงามอยู่ตรงกระบวนการหมักแป้งที่เร็วขึ้น ได้กินเร็วขึ้น แต่ความอร่อยไม่ลดลง หรือใครสนใจคลาสทำอาหารอื่น ๆ อย่างคลาสสอนทำเส้นและซอสพาสต้า หรือ คลาสสอนทำไส้กรอกโฮมเมด ที่นี่ก็มีไว้บริการ

ครูเพลง-ร่มฉัตร ขำศิริ แห่งโรงอบ Instagram : sundayisgood
ภาพ : Sunday

ใครอยากฝากตัวเป็นศิษย์ ลงทะเบียนเรียนกับครูเพลงได้ทุกช่องทาง แต่บอกไว้ก่อนว่าที่นี่เขาเปิดเป็นคลาสเล็ก ๆ รับแค่ 2 – 4 คนเท่านั้น เห็นทีต้องรีบกันหน่อยนะ!

09
The Salee’s Table

ที่ตั้ง : 113/25 ซอยวัดอุโมงค์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

Facebook : The Salee’s Table

เมื่อแรกเริ่มเปิดร้านขนมปัง แก้ว-กมลา ธานีโต จึงได้ค้นพบความจริงที่น่าตกใจ ว่าความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับอาหารนั้นยังมีอยู่น้อยมากในประเทศของเรา แก้วจึงขอเพิ่มบทบาทจาก Baker อบขนมมืออาชีพ สู่การเป็นคุณครูที่อยากส่งต่อความรู้เรื่องขนมปัง ของหวาน และวิทยาศาสตร์ให้กับเหล่านักเรียนเพิ่มด้วยอีกทาง

The Salee's Table
ภาพ : The Salee’s Table

ใครที่คุ้นหูกับชื่อ Salee Bakehouse ก็ไม่ต้องสงสัย เพราะเดิมทีครูแก้วเปิดคลาสสอนทำขนมปังรวมกับครัวหลักของ Salee Bakehouse มานานกว่า 3 ปี แต่เมื่อเหล่าลูกศิษย์และภารกิจในโรงอบเพิ่มมากขึ้น ครูแก้วจึงขอย้ายห้องเรียนไปปักหมุดอยู่ที่เชียงใหม่ ซึ่งจะได้ฤกษ์ประเดิมสอนคลาสแรกอย่างเป็นทางการราว ๆ เดือนตุลาคมนี้ Salee’s Table จึงถือเป็นน้องสาวแท้ ๆ ที่เปิดตัวขึ้นเพื่อนักเรียนขนมปังตัวจริงเสียงจริง

คลาสขนมปังที่ครูแก้วลงมือสอนเอง ได้แก่ คลาสทำขนมปังและซาวโดวจ์พื้นฐาน อย่าง Bread: The Scientific Approaches และ Fundamental of Sourdough รับรองว่าเรียนแล้วไม่ต้องคืนครู ทุกสูตรกระบวนขั้นนำไปทำตามกันได้ที่บ้านอย่างแน่นอน หรือหากใครไม่ค่อยมีเวลา ก็ตามไปเรียนแบบ One Day Class ที่ครูแก้วสอนร่วมกับทางโรงเรียน Fully Baked Story ได้อีกด้วย 

The Salee's Table
ภาพ : The Salee’s Table

เมื่อจบคอร์ส บรรดาลูกศิษย์ต่างได้เรียนรู้ระบบความคิดและมองการทำอาหารเป็นวิทยาศาสตร์ได้อย่างเฉียบแหลม ส่วนครูแก้วเอง ก็ได้เติมไฟในการเป็นช่างและครูขนมปังจากเหล่านักเรียนที่แวะเวียนเข้ามาด้วยเช่นกัน เป็นการจ่ายค่าเทอมที่คุ้มค่าและอบอุ่นสุด ๆ เลยว่าไหม

10
สมหวังปังผัก

ที่ตั้ง : Belive Cooking Studio, 196 ซอยพหลโยธิน 69 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : สมหวังปังผัก

Instagram : somwangpungpuk

โทรศัพท์ : 09 5760 0474

ใครเป็นสายผักผลไม้ต้องถูกใจ เพราะขนมปังจากที่นี่มีส่วนผสมหลักมาจากผักสมชื่อ แถมยังสีสวย นุ่มเหนียวเคี้ยวอร่อย กระตุ้นต่อมน้ำลายให้ทำงานหนักมาก ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับครูตุ๊กแหม่ม-จีรวัฒน์ รัตนกร ที่ขยันคิดขยันค้น จนพัฒนาสูตรขนมปังเพื่อสุขภาพจากผักผลไม้ได้สำเร็จ

 สมหวังปังผัก
ภาพ : สมหวังปังผัก

ด้วยใจรักและชื่นชอบในการทานขนมปัง ครูตุ๊กแหม่มจึงเริ่มเสาะหาสูตรทำขนมปังจากฟักทอง และทดลองปรับสูตรเรื่อยมาจนเข้าที่ ในที่สุดก็ได้ขยายชายคากลายเป็นโรงเรียนขนมปังสำหรับผู้ที่สนใจขนมปังเพื่อสุขภาพ ส่วนจุดขายที่ทำเอาเหล่านักเรียนต่างติดใจ คือการใช้ทั้งเนื้อและน้ำจากผักผลไม้ออร์แกนิกใส่ลงไปในก้อนขนมปังแบบไม่หวงของ ที่สำคัญครูตุ๊กแหม่มยังสอนวิธีการคำนวณออกแบบสูตรด้วยตัวเอง ใครอยากทำขนมปังแบบไหน รสชาติใด ก็เชิญได้ตามใจชอบ

ใครที่เป็นมือใหม่หัดอบ ขอแนะนำเป็นคลาสปูพื้นฐาน เพราะครูตุ๊กแหม่มเขาจัดเต็มเนื้อหาให้แบบเน้น ๆ อธิบายละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อให้นำสูตรไปปรับใช้กับขนมปังได้อีกหลากหลายประเภท ส่วนใครที่เริ่มมีฝีมือ เชิญลองคลาสขนมปังผักสูตรเจ ความสนุกอยู่ที่การได้นำผักสดหลากหลายชนิดมาทำขนมปัง เน้นการคัดเลือกวัตถุดิบและสัดส่วนที่ดีต่อสุขภาพ

 สมหวังปังผัก
ภาพ : สมหวังปังผัก

คลาสเรียนของที่นี่มีทั้งแบบออนไลน์และเวิร์กชอป ใครสนใจแบบใดเชิญทักข้อความหาครูตุ๊กแหม่มได้โดยตรง แอบกระซิบบอกว่าราว ๆ เดือนกันยายน สมหวังปังผักก็เตรียมเปิดคลาสใหม่แกะกล่องอย่างคลาสขนมปังยีสต์ข้าวโคจิ ใครที่อยากลองเพาะเลี้ยงยีสต์ธรรมชาติ ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!

11
Cooking with Yao

ที่ตั้ง : ตำบลช่อแล อำเภอเมืองแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

Facebook : Cooking with Yao

เว็บไซต์ : www.cookingwithyao.com

โทรศัพท์ : 09 1852 1707

หากใครเข้าวงการอาหารสุขภาพ ไม่แปลกเลยที่จะเคยได้ยินชื่อของ เยา-เยาวดี ชูคง เพราะนอกจากจะควบตำแหน่งเป็นทั้งเชฟและเจ้าของร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่ เธอยังเป็นนักขับเคลื่อนและสื่อสารด้านอาหารในเวลาเดียวกัน ส่วนสิ่งที่ทำให้สาวกสายแป้งอย่างเราดีใจมาก คือการได้รู้ว่า พี่เยาเปิดคลาสสอนทำขนมปังเพื่อสุขภาพกับเขาด้วย

Cooking with Yao
ภาพ : Cooking with Yao

เพราะเชื่อว่าอาหารที่ดี จะเป็นวิตามินเสริมให้ร่างกายมีพลัง พี่เยาจึงมุ่งมั่นสู่สายงานด้านอาหาร สุขภาพ และความยั่งยืนแบบสู้ไม่ถอย ซึ่งขนมปังก็เป็นหนึ่งในนั้น คอร์สที่พี่เยาภูมิใจนำเสนอ คือคอร์สสอนทำ Flat Bread หรือขนมปังแผ่นแบนที่เธอคิดสูตรและวิธีทำขึ้นมาเอง ผลลัพธ์คือขนมปังชนิดนี้ทำได้ง่ายและเร็วมาก (แค่มีกระทะ 1 ใบก็ทำได้แล้ว) ใช้ทานกับอาหารได้หลากหลาย จะทาเนย แยม หรือทานคู่กับแกงก็ย่อมได้ นอกจากนี้ยังมีคอร์สสอนทำ English Muffin และ Foccacia Bread ขนมปังสไตล์อิตาเลียนรสชาติเข้มข้น จะทานเดี่ยว ๆ ก็อร่อย ทานคู่กับซุปหรือสลัดก็เพลินมาก

จากประสบการณ์การสอนยาวนานกว่าสิบปี พี่เยาเล่าว่านักเรียนหลายคนเคยคิดว่าการทำขนมปังเป็นเรื่องยากและไกลตัว แต่พอได้ลงคอร์สเรียนที่เน้นทั้งเรื่องทฤษฎีและปฏิบัติจากที่นี่ ก็เปลี่ยนความคิดจากหน้าเป็นหลังมือ เมื่อลองเอาสูตรของพี่เยากลับไปดัดแปลง ผสมนู่นนิด เติมนี่หน่อย ขนมปังก็ยังอร่อยเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือรสชาติที่หลากหลายและสนุกขึ้น

Cooking with Yao
ภาพ : Cooking with Yao

หากถามว่าบรรดาลูกศิษย์ต่างติดใจอะไร คำตอบคงเป็นวิธีการทำที่เน้นความเรียบง่าย ใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น เพราะพี่เยาเชื่อว่าไม่จำเป็นต้องเป็น Artisan Bread ขนมปังฝีมือเรา ๆ ก็อร่อยและมีคุณค่าได้เช่นกัน ส่วนวิธีการจองคอร์ส ติดตามได้ในทางเพจเฟซบุ๊ก Cooking with Yao หรือใครอยากมาเรียนกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ 2 – 3 คน ก็ทักข้อความหาพี่เยาได้โดยตรง 

12
Sloafbake & Else

ที่ตั้ง : 224/69 ซอยธารทิพย์ 3 ถนนศรีวรา แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ

Instagram : sloafbake

เว็บไซต์ : www.sloafbakeworkshop.com

โทรศัพท์ : 08 1452 8290 หรือ Line ID : @sloafbakeworkshop

ปิดท้ายด้วยโรงเรียนขนมปังตัวจริงเสียงจริงอย่าง Sloafbake ที่มี หนี่นี้-เรณุกา หุตานุวัตร เป็นเจ้าของและหัวหน้าทีมช่างอบขนมปัง นอกจากมีคอร์สสอนทำขนมปังทั้งแบบออนไลน์และออนไซต์ไว้คอยบริการ ที่ Sloafbake ยังพร้อมส่งและพร้อมเสิร์ฟขนมปังแสนอร่อยไปทั่วประเทศอีกด้วยนะ!

Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ
ภาพ : Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ

สาวกขนมปังอาจรู้จัก Sloafbake ในนามร้าน Sourdough Bakery ที่เปิดทำการมากว่า 4 ปี แต่เมื่อประจวบเหมาะพอดีที่ เชฟโบ-ดวงพร ทรงวิศวะ ชักชวนให้หนี่นี้ไปร่วมสอนทำขนมปังที่สตูดิโอ Bo.lan Education Program เธอจึงไม่รอช้า รีบคว้าอุปกรณ์และประสบการณ์ที่สั่งสมมานานใส่กระเป๋า รับบทครูขนมปังอย่างเต็มตัว หลักสูตรของครูหนี่นี้ให้ความสำคัญกับเรื่องทฤษฎีและ Sensory เล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการสังเกต ดมกลิ่น และสัมผัสก้อนโดวจ์ เพื่อให้นักเรียนเข้าถึงหัวใจของการทำซาวโดวจ์ขนานแท้

คอร์สเรียนของ Sloafbake มีทั้งคอร์สออนไลน์ระยะสั้น เพื่อการปูพื้นฐานและทำความรู้จักจักรวาลซาวโดวจ์ ที่สำคัญ ยังมีบริการจัดส่งอุปกรณ์ Starter Kit สำหรับเลี้ยงยีสต์ให้ฟรีแบบไม่ต้องหาซื้ออะไรเพิ่ม เมื่อเรียนจบก็ลงภาคปฏิบัติต่อได้ มีให้เลือกทั้งคอร์ส Country Sourdough ที่จะได้เรียนรู้การทำซาวโดวจ์รูปร่างต่าง ๆ กับครูหนี่นี้ ส่วนเชฟโบรับหน้าที่สอนทำอาหารที่ใช้ทานคู่กันอย่าง Homemade mayonnaise & Salsa และ Open sandwich 

คอร์สที่ครูหนี่นี้แนะนำเป็นพิเศษ คือคอร์ส Overnight Sourdough สอนทั้งการทำ Focaccia, Ciabatta, Olive Oil Soft Toast ที่สำคัญ เชฟโบยังมาช่วยสอนทำซุปที่กินกับขนมปัง 3 ตัวนี้แล้วอร่อยสุด ๆ คอร์สนี้เหมาะมากสำหรับใครที่ไม่มีเวลาและอุปกรณ์จำกัด เพราะใช้เวลาทำตอนกลางคืนแค่ 2 ชั่วโมง แล้วพาเจ้าก้อนโดวจ์เข้าไปนอนด้วยกันในห้องแอร์ ตื่นเช้ามาก็พร้อมอบกินร้อน ๆ (แถมอร่อยมาก) 

Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ
ภาพ : Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ

หากสนใจอยากตามไปเรียนกับครูหนี่นี้ เข้าไปดูรายละเอียดทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ หรือใครอยากพูดคุยสอบถามเพิ่มเติม ก็ทักข้อความทางเพจหรือไลน์ของร้านได้เลย ทีม Sloafbake และครูหนี่นี้ยินดีต้อนรับ!

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load