ช่วงที่หลายคน Work from Home หรือ Study from Home กันมากขึ้น บ้านกลายเป็นทั้งที่อยู่อาศัย ที่พักกายใจ และที่ทำงานในคราวเดียว เมื่อเริ่มมีเวลาอยู่ติดบ้าน หลายคนจึงหันมาทำบ้านให้เป็นบ้านมากกว่าที่เคย สังเกตได้ง่ายมาก เพราะบรรดาเฟอร์นิเจอร์น่ารัก สีสันต้องตา เริ่มขายดีเป็นเทน้ำเทท่า 

แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า กว่าจะมาเป็นสินค้าแต่งบ้านน่าใช้เรียงรายตามร้านค้า เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้รวมไปถึงวัสดุก่อสร้างบ้าน-อาคารทั้งหลาย ต้องผ่านกระบวนการหลอม เผา ขัดเกลาสารพัดขั้น ผลาญพลังงานธรรมชาติและสร้างขยะกองมหึมาจนน่าตกใจ อีกทั้งกว่าจะได้เหล่าปูน หิน ดิน ทราย ที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต ก็อาจต้องระเบิดภูเขาเผาป่าแบบในภาพยนตร์แอคชัน รังแกระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว

มนุษย์อินทรีย์ตอนนี้จึงขอเล่าเรื่องแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้างแนว Circular Design ที่อยากชักชวนให้ผู้อยู่อาศัยทั้งหลาย หันมาใส่ใจสร้างบ้านที่รักตัวเราและรักสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น

เหล่าคนหัวใจอินทรีย์ต่างรู้ดี ว่าแนวคิดแบบ Circular Design ที่ว่านี้เป็นมิตรแท้ตัวจริงต่อสิ่งแวดล้อม เพราะกระบวนการผลิตทั้งหมดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ 1 ชิ้น ทั้งเสื้อผ้า เครื่องใช้ ที่อยู่อาศัย ไปจนถึงอาหารที่เราทาน จะต้องนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้อย่างคุ้มค่า โดยปักธงไว้ว่าผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ต้องป้องกันได้ตั้งแต่ขั้นตอนการหาวัตถุดิบและออกแบบ เพื่อไม่ให้เกิดของเสียเหลือทิ้งตั้งแต่ต้นทาง 

แบรนด์หลากหลายสัญชาติทั่วโลกหันมาร่วมแคมเปญรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร เช่น ทางฝั่งไต้หวันซึ่งมีทั้ง The W Glass Project คิดค้นแก้วและหลอดชานมไข่มุกจากแก้วรีไซเคิลร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือ Epson Taiwan ที่มาช่วยกำจัดปัญหากระดาษสำนักงานกองโตด้วยเครื่องพรินเตอร์ PaperLab รีไซเคิลกระดาษได้เองในตัวแบบครบถ้วนทุกกระบวนขั้น ส่วนฝั่งยุโรปก็ไม่น้อยหน้า แบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาชื่อดังอย่าง Adidas ก็เริ่มนำวัสดุเหลือใช้และพลาสติกมาแปรรูปเพื่อผลิตเป็นรองเท้าออกขาย หรือจะเป็น ECOALF แบรนด์แฟชั่นจากสเปนก็ดีงาม เพราะเขานำขยะทางทะเลมาแปรรูปเป็นวัสดุใหม่ เพื่อนำไปผลิตเป็นสินค้าแฟชั่นนานาชนิด 

ใครที่กำลังอยากรีโนเวตบ้าน หรือมีไอเดียอยากแต่งบ้านด้วยวัสดุที่ทั้งดีต่อเราและดีต่อโลก เราขอภูมิใจนำเสนอมิตรคู่เรือนเพื่อนคู่บ้านคนใหม่อย่าง ‘loqa’ (โลกา) แบรนด์ไทยที่มีแนวคิดในการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้วยวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมต่าง ๆ ตลอดจนกระบวนการผลิตที่คิดถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ซึ่งชวนให้อยากเลือกหยิบสินค้าลงตะกร้า และร่วมวงสนทนากับทีมหลังบ้านของ loqa ต่อในทันที

และต่อจากนี้คือเรื่องราวฉบับย่อของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์น่ารักหัวใจสีเขียว ที่จะเปลี่ยนมุมมองและไอเดียในการสร้างบ้านของเราไปตลอดกาล

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

ยั่งยืนต่อองค์รวม ย่อมยั่งยืนกับตัวเรา

เมื่อย่างเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เต็มตัว ประกอบกับความใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นทุนเดิม สองสามีภรรยาอย่าง นนท์-นรฤทธิ์ วิสิฐนรภัทร และ มาย-มนัสลิล มนุญพร จึงตื่นเช้ามาด้วยใจตระหนักว่า ต้องเริ่มทำอะไรสักอย่างเพื่อความยั่งยืนของโลกใบนี้อย่างจริงจังเสียที

เพราะการแต่งบ้านคืองานอดิเรก ทั้งสองจึงตัดสินใจเริ่มต้นที่งานเฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้างอย่างไม่ลังเล และเหมือนโชคชะตาจะหันเหมาถูกทิศ เพราะแต่เดิมธุรกิจทางบ้านของนนท์คือการทำอิฐทนไฟ ซึ่งต้องอาศัยกระบวนการผลิตที่เน้นความทนทานและพิถีพิถัน ชนิดว่าคลาดเคลื่อนแม้แต่ 1 มิลมิเมตรก็ไม่ได้ มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจใหม่แกะกล่องครั้งนี้ด้วย แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน และวัสดุตกแต่งอาคาร ในนาม loqa หรือ โลกา จึงถือกำเนิดเปิดตัวในปี 2021 อย่างเป็นทางการ พร้อมกับความตั้งใจร่วมผลักดันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

“เราสองคนสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว เลยคิดว่าจะทำอะไรที่เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมได้บ้างไหม แล้วก็เป็นสิ่งที่เรามีศักยภาพจะทำได้” นนท์เล่าถึงที่มาที่ไปของโลกา และความได้เปรียบด้านธุรกิจอิฐทนไฟของที่บ้าน

“อีกอย่างคือเราตั้งใจว่าจะต้องทำให้มันยั่งยืนกับองค์รวม เพราะมันเชื่อมโยงถึงกันหมดค่ะ ถ้ายั่งยืนกับองค์รวม ก็น่าจะยั่งยืนกับเราเองด้วย” มายเสริม

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

หากมองเผิน ๆ เราอาจคิดว่าบรรดาอิฐก้อนและกระเบื้องทั้งหลายจากโลกา ก็ไม่ต่างจากเฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้างทั่วไปเท่าไหร่นัก แต่หากลองเพ่งสังเกตให้ดี จะพบว่าเนื้อในของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ประกอบสร้างขึ้นจากวัสดุเหลือใช้ในแวดวงอุตสาหกรรมแทบทั้งสิ้น ทั้งบรรดาเซรามิกเหลือทิ้ง แก้วจากขวดเครื่องดื่มและบรรจุภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตร ทั้งหมดนี้ถูกนำมาผ่านกระบวนการผลิตด้วยระบบออกแบบหมุนเวียน (Circular Design) ที่เมื่อบดทุบหรือรื้อถอนสินค้าออกแล้ว ยังนำไปรีไซเคิลต่อได้ด้วยกระบวนการผลิตใหม่อย่างไม่สิ้นสุด

“ถ้าสินค้าของเราถูกนำไปใช้ แล้วอีก 10 – 20 ปี เกิดการทุบทิ้ง เรานำไปบดละเอียดแล้วเอากลับมาขึ้นรูป ทำเป็นของชิ้นใหม่เรื่อย ๆ ได้เลย” 

แค่เริ่มต้น ก็ฟังดูสนุกไม่เบาทีเดียว

เปลี่ยนจากไร้ค่ากลายเป็นคุณค่า

เมื่อเราสงสัยว่าเหตุใดจึงต้องเป็นวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรม นนท์จึงเล่าให้ฟังอย่างเข้าใจง่ายว่า เกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลก มาจากกลุ่มอุตสาหกรรมการก่อสร้างและวัสดุการก่อสร้าง อีกทั้งบั้นปลายของวัสดุเหล่านี้คือการถูกฝังกลบลงดิน แน่นอนว่าย่อมทำให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

“แค่เฉพาะคอนกรีต เหล็ก อะลูมิเนียม 3 อย่างนี้รวมกันก็ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 23 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งผมว่ามันเป็นตัวเลขที่เยอะมาก เป็นสัญญาณบอกว่าเราน่าจะมีส่วนร่วมในการทำอะไรสักอย่าง เราจึงอยากนำวัตถุดิบเหล่านั้นมาใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด”

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุดิบทั้งหมดที่ใช้ในการผลิต โลกาคัดเอาเฉพาะวัสดุเหลือใช้ทั้งสิ้น เพื่อชุบชีวิตให้ของไร้ราคา กลายมาเป็นเฟอร์นิเจอร์น่าใช้และไม่สร้างขยะตกค้างในสิ่งแวดล้อม ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ นนท์และมายเล่าว่าเป็นเรื่องของการเคลือบสี เคลือบเงา และตัวสร้างพันธะเคมีที่ทำให้ชิ้นงานติดกัน ถึงแม้ว่าองค์ประกอบเหล่านี้จะไม่เป็นอันตรายและไม่สร้างสารพิษให้กับสิ่งแวดล้อมแม้แต่น้อย แต่โลกาก็ยังมุ่งมั่นเดินหน้าเฟ้นหาวัสดุเหลือทิ้งมาใช้ทดแทนในอนาคต

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

“ณ วันหนึ่ง อิฐ 1 ก้อนและกระบวนการทุกอย่างเกี่ยวกับเขา เราอยากให้มันมาจาก Waste ทั้งหมดเลย นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของเราค่ะ”

นอกจากนี้ อีกหนึ่งธงชัยที่โลกาปักไว้ คือการนำเศษวัสดุจากการก่อสร้าง อย่างปูน ดินแดง คอนกรีต หรือซีเมนต์ก้อนยักษ์ใหญ่ มาปัดฝุ่นแปลงโฉมเป็นสินค้าคุณภาพได้อีกครั้ง ถึงแม้ว่าขั้นตอนนี้จะอยู่ในระยะทดลอง แต่ทั้งสองก็กระซิบบอกว่าไม่นานเกินรอน่าจะสัมฤทธิ์ผล

พื้นที่เล่นสนุกของคนสร้างบ้านและคนรักบ้าน

เมื่อขยะอุตสาหกรรมที่เคยถูกทิ้งลงถัง เปลี่ยนผันมาอยู่ในมือของสองนักคิดนักค้นแห่งแบรนด์โลกา ขยะด้อยค่าจึงถูกนำมาเล่นสนุกได้ไม่รู้จบ

“เราอยากให้โลกาเป็นเหมือนเลโก้ของสถาปนิกและดีไซเนอร์ เพราะเขารู้ดีที่สุดว่าต้องทำอย่างไรมันถึงจะออกมาเป็นบ้าน เป็นที่อยู่อาศัย เพราะฉะนั้น เราอยากเป็นพื้นที่และวัตถุดิบสนุก ๆ ให้เขาเอาไปต่อยอดได้อีกหลากหลายรูปแบบ”

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

กว่าจะได้สินค้าแต่ละชิ้น โลกาคิดและทำจนได้ผลลัพธ์ในเวอร์ชันที่ดีที่สุด ทุกผลิตภัณฑ์ผ่านการคิดค้น ทดลอง และพัฒนาโดยทีม R&D (Research and Development) หลังบ้าน อีกทั้งยังมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคอยเป็นกุนซือให้คำแนะนำอยู่ไม่ขาด เรื่องความทนทานและประสิทธิภาพการใช้งานจึงไม่เป็นสองรองใคร

“แม้จะเป็นรายละเอียดเล็กน้อยแต่มันสำคัญมาก และเราใส่ใจกับมันทั้งหมด เช่น คุณจะเทสารอะไรลงไป ใช้ตัวทำละลายประเภทไหน ต้องปั่นกี่นาที ในอุณหภูมิเท่าไหร่” นนท์กล่าว

“พอมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามา เขาก็ช่วยเจียระไนให้เราเข้าใจเลยว่า มีตัวแปรอะไรบ้างที่ส่งผลต่องานของเรา” มายเสริม ก่อนจะมีประโยคปิดท้ายชวนอมยิ้มจากนนท์ดังขึ้นอีกครั้ง

“จริง ๆ ผมก็ไม่ค่อยชอบเคมีนะ แต่ตอนนี้ต้องรู้เรื่องของมันเยอะมากเลย” 

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

ปณิธานของโลกา คือการเน้นย้ำว่าพวกเขาจะใช้กระบวนการผลิตที่รบกวนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด เพื่อนำของเสียเหล่านั้นกลับมาสร้างเป็นชิ้นงานที่มีคุณค่า เราจึงอยากฟังต่อไปว่า กระบวนการผลิตเหล่านั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร

“เราไม่ได้ใช้วัตถุดิบที่เป็น Raw Material หรือ Virgin Material เลย แต่เราใช้วัสดุเหลือใช้ ซึ่งมีข้อดีตรงที่วัสดุเหล่านี้เคยผ่านกระบวนการมาแล้ว เวลาเอามาใช้ต่อ เราใช้อุณหภูมิที่ต่ำลงในการเผาได้ แต่ถ้าเผาใหม่ สร้างใหม่ทั้งหมดเลย เราจะต้องทำอะไรหลายอย่างมาก เช่น อาจจะต้องเผาในอุณหภูมิที่สูงขึ้น สิ้นเปลืองพลังงานธรรมชาติมากขึ้น หรืออย่างชิ้นงานที่เป็นวัสดุปูผนังบางตัว ก็ไม่ได้ใช้ความร้อนในการผลิตเลยด้วยซ้ำ

“การเชื่อมชิ้นส่วนก็เหมือนกัน ถ้าเป็นซีเมนต์บรรจุถุงทั่วไป กว่าจะได้วัตถุดิบมา เขาต้องไประเบิดภูเขา แล้วเอามาผ่านกระบวนการความร้อนที่ประมาณ 1,200 – 1,300 องศาเซลเซียส หรืออาจจะมากกว่านั้น แต่เราใช้ปฏิกิริยาเคมีเชื่อมให้มันติดกัน แล้วก็หล่อออกมาเป็นชิ้นงาน เราไม่ได้ปล่อยคาร์บอนในกระบวนการนั้นเลย”

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

แม้จะเป็นเรื่องเคมีล้วน ๆ ไม่มีอื่นใดผสม แต่นนท์ก็ช่วยย่อยใจความให้เราเข้าใจและเข้าถึงได้ไม่ยาก

“ผมว่ามันคิดง่ายไปที่จะแลกภูเขา 1 ลูกกับปูนซีเมนต์ 100 ตัน เมื่อก่อนคนอาจจะยังไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้ แต่ตอนนี้เรารู้แล้ว เราก็น่าจะหาทางออกที่ดีกว่านี้ได้”

เสน่ห์และพลังของความไม่สมบูรณ์แบบ

ผลิตภัณฑ์ในเครือโลกา แบ่งออกมาเป็น 2 สาขาใหญ่ นั่นคือกลุ่มสินค้าประเภท Surface ใช้สำหรับก่อผนัง ปูพื้น หรือพวกอิฐช่องลมที่มีความหนาเพียงพอสำหรับก่อผนังได้ มายเล่าว่าสินค้าในหมวดนี้แตกแยกย่อยออกไปอีกตามไซส์ สี และผิวสัมผัส

loqa เพื่อนใหม่บ้านสายอีโค แบรนด์ไทยที่เปลี่ยนขยะเป็นวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์เก๋

ส่วนอีกสาขา คือ สินค้าตระกูล Casted หรือที่ทั้งสองเรียกว่า ‘งานหล่อหลอมทั้งหลาย’ ซึ่งหากจะให้แจกแจงว่าถูกหล่อหลอมออกมาเป็นสินค้าประเภทใดบ้างคงบรรยายไม่หมด เพราะมีตั้งแต่ของชิ้นเล็ก อย่างแจกันดอกไม้ เชิงเทียน จานวางสบู่ ไล่ขนาดไปจนถึงของใช้ไซส์ใหญ่ จำพวกโต๊ะข้างเตียง ม้านั่ง หรือแม้แต่ซิงก์ในห้องน้ำ

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

“สินค้าในกลุ่มนี้หลากหลายมากค่ะ มันคืออะไรก็ตามที่เราอยากได้ (หัวเราะ) และคิดว่าคนที่ชอบแต่งบ้านก็น่าจะอยากได้เหมือนกัน ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่เราอยากเล่นสนุกกับมัน

“เพราะท้ายที่สุดแล้ว โลกาแทบจะใช้สร้างบ้านได้ทั้งหลังเลย”

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

และทันทีที่เห็นก้อนอิฐน้อยใหญ่เรียงรายเล่นสีตัดกันไปมา จึงรู้ได้ทันทีว่า ‘เล่นสนุก’ ที่มายกล่าวถึงอยู่บ่อย ๆ นั้นหมายความว่าอะไร 

“เราทดลองดูว่าถ้าทำแบบนี้มันจะได้รูปร่าง สีสัน เท็กซ์เจอร์ ที่ต้องการไหม ตอนนี้ที่กำลังพัฒนาอยู่คือการใช้แกลบข้าวมาช่วยเพิ่มความขรุขระให้กับพื้นผิว อีกอย่างหนึ่งคือการเล่นสีสันซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากชั้นเปลือกโลกค่ะ”

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

มายกำลังหมายถึงก้อนอิฐทรงจัตุรัสขนาดน่ารัก แต่ละก้อนถูกละเลงสีไล่ระดับกันไปอย่างไม่ขัดตา มองปราดเดียวก็รู้ว่าถ้านำออกมาวางขายเมื่อไหร่ น่าจะต้อง Sold Out จนผลิตใหม่ไม่ทันแน่ ๆ 

อีกหนึ่งความตั้งใจที่กลายเป็นเสน่ห์ในทุกรายการสินค้าไปโดยปริยาย นนท์และมายเล่าว่าพวกเขาอยากให้ผลิตภัณฑ์ของโลกามองแล้วสบายตา สบายใจ เลียนแบบและใกล้ชิดธรรมชาติให้มากที่สุด กระบวนการผลิตแบบทำมือจึงเข้ามามีบทบาทมากพอตัว

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

“ด้วยความที่ต้องใช้มือทำมากพอสมควร ชิ้นงานที่ออกมาก็จะแตกต่างกันบ้าง ทั้งหน้าตา สีสัน รวมถึงเนื้อใน เพราะมันก็คือ Waste แต่ละชิ้นที่ปะปนกันอยู่

“ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ ไม่ต้องเหมือนกันเป๊ะทุกชิ้นตามแม่พิมพ์ก็ได้ แต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์ของเขา ซึ่งผมว่ามันก็เป็นเสน่ห์ที่หลาย ๆ คนมองหา”

เริ่มจากตัวเรา = ความยั่งยืน

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ใครที่อยากเห็นสินค้าทั้งหมดที่ว่ามาแบบจริง ๆ แวะเวียนไปได้ที่ The COMMONS ทองหล่อ 17 จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ หรือจะเป็นที่ Jouer สุขุมวิท 32 ที่ทั้งสองใช้สตูดิโอร่วมกับ Plant House ก็ได้ ที่สำคัญ นนท์และมายฝากมาบอกชาวมนุษย์อินทรีย์ทั้งหลายว่า หากไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน ราว ๆ เดือนสิงหาคมนี้ พวกเขาจะมีสตูดิโอและโชว์รูมเล็ก ๆ อย่างเป็นทางการ ใครอยากแวะไปชมสินค้า พูดคุย ปรึกษา หรือดูตัวอย่างการใช้งานจริง ก็ปักหมุดไว้ได้เลยที่ H dining สุขุมวิท 38 

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ส่วนช่องทางการสั่งซื้อ แบรนด์นี้ก็กำลังจัดเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ เราแอบไปเห็นหน้าเว็บไซต์ของจริงมาแล้ว บอกเลยว่ามีครบทุกรายละเอียด ทั้งเรื่องไซส์ สี กรรมวิธีการผลิต วิธีนำไปใช้ ไปจนถึงคุณสมบัติด้านความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม ว่าของชิ้นนี้ช่วยลดปริมาณวัสดุเหลือทิ้งไปได้เท่าไหร่ โดยในอนาคต นนท์และมายอยากทำให้เว็บไซต์คำนวณได้คร่าว ๆ ว่า หากเราซื้อสินค้าของโลกาจำนวนเท่านี้ จะช่วยลดขยะไปได้กี่กิโลกรัมต่อหนึ่งตารางเมตร

เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม
เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม
เปลี่ยนบ้านให้สนุกกับ loqa (โลกา) แบรนด์วัสดุก่อสร้างและของแต่งบ้านจากขยะอุตสาหกรรม ทั้งน่าใช้ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม

“คุณไม่ต้องสนก็ได้ว่าโลกาทำเรื่อง Waste แค่มองว่าสินค้าของเราเหมาะกับบ้านของคุณไหม แค่นั้นพอ คุณช่วยสิ่งแวดล้อมได้โดยไม่ต้องตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมเลยด้วยซ้ำ แล้วท้ายที่สุด คุณอาจช่วยลดปริมาณขยะไปเป็นพันกิโลโดยไม่รู้ตัว

“เวลามองปัญหาสิ่งแวดล้อม เราอาจรู้สึกว่ามันเกินเอื้อมที่เราจะต่อสู้ใช่ไหมคะ ดังนั้น มายคิดว่าการเริ่มจากตัวเรา เริ่มจากเรื่องใกล้ตัวของเรา ทำให้มันสนุกและค่อย ๆ เรียนรู้ไปพร้อมกัน มันจะดีและยั่งยืนที่สุด”

หลังจบบทสนทนา เรารู้ได้ทันทีว่าโลกายังมีโปรเจกต์แสนสนุกรออยู่อีกเพียบ ซึ่งช่วยตอกย้ำให้เห็นว่า ความตั้งใจในการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมของแบรนด์นี้ ทั้งแข็งแรงและทนทานไม่แพ้สินค้าของเขาเลยแม้แต่น้อย

ส่วนเราเองก็ดีใจไม่น้อยที่ได้เห็นการเติบโตของแบรนด์ไทยหัวใจอินทรีย์อีกหนึ่งเจ้า หากมีแบรนด์ที่อยากลุกขึ้นมาสร้างความยั่งยืนให้กับโลกใบนี้อีกเยอะ ๆ ก็คงจะดีไม่น้อยเลยว่าไหม

loqa (โลกา)

โทรศัพท์ : 08 9770 4565

อีเมล : [email protected]

Facebook : loqa

Instagram : loqa.co

Line Official Account : @loqa

ภาพ : loqa

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

มนุษย์อินทรีย์

ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์ในสังคมไทย เราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไร

“ป๋องแป๋ง ป๋องแป๋ง” เสียงกระป๋องย้อมผ้าที่ถูกหาบเร่บนไหล่ เดินทางช้า ๆ เข้ามาในซอยบ้าน พบเห็นเป็นประจำตอนยังเด็ก แต่หากลองสังเกตดู สมัยนี้การย้อมผ้าหาบเร่ฉบับโบราณที่เดินเข้าหาลูกค้าตามตรอกซอกซอยนั้นลดน้อยลงทุกวัน จนแทบไม่ได้ยินเสียงจากอาชีพนี้อีกต่อไป

หนึ่งเหตุผลอาจเป็นเพราะราคาเสื้อที่ถูกลง เนื่องจากการจ่ายค่าแรงให้แรงงานอย่างไม่เหมาะสม ราคาเสื้อที่เหลือตัวละไม่ถึง 100 บาท ทำให้เราตัดสินใจโยนเสื้อตัวเก่าที่มีร่องรอยทิ้งไปอย่างง่ายขึ้น แล้วซื้อเสื้อตัวใหม่มาทดแทน ใช้งานในระยะเวลาสั้น ๆ จากนั้นก็โยนทิ้งไปอีก แทนที่จะหาวิธีการยืดอายุขัยให้ใช้งานได้นานขึ้น

หากพูดถึงเรื่องแฟชั่นยั่งยืน ช่วงที่ผ่านมาหลายคนคงได้ยินและรู้สึกคุ้นหูกันมาบ้าง วันนี้จึงอยากหยิบยกหนึ่งวิธีการที่จะช่วยทำให้เสื้อผ้าที่มีรอยเลอะเปรอะเปื้อน ใช้งานนานจนผ้ามีสีด่างและดูไม่สวยงาม มาชุบชีวิตโดย ‘การย้อมรอย’ จากสีธรรมชาติที่เป็นมิตรกับทั้งผู้ย้อมและผู้สวมใส่ 

ยืดอายุเสื้อผ้าด้วยการย้อมสีธรรมชาติกับ 6 แบรนด์ไทย สอนวิธีย้อม DIY เองได้ที่บ้าน

แม้ว่าปัจจุบันผ้าย้อมจะได้รับความนิยมมากขึ้น ผู้คนสวมใส่และใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าผ้าย้อมคราม เสื้อมัดย้อมสีสันสดใส แต่หารู้ไม่ ไม่ใช่การย้อมทุกชนิดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเสมอไป แม้จะเป็นป๋องแป๋งรับย้อมผ้าที่ชวนหวนคิดถึง ก็ใช้ผงย้อมเคมีเช่นกัน

วันนี้จึงอยากแนะนำให้ทำความรู้จักกับ 6 แบรนด์ไทยที่สนับสนุนให้การย้อมเดินทางร่วมกับสิ่งแวดล้อม พร้อมชวนให้ทุกคนกลับไปค้นหาผ้าเก่าที่มีอยู่แล้วในบ้าน มายืดอายุการใช้งานให้นานที่สุด จนกว่าจะใช้งานไม่ได้ 

หากพร้อมแล้ว ร่วม ‘ย้อมรอย’ ไปด้วยกัน

1
Fulame’

ชุดก่อหม้อย้อมสีครามธรรมชาติ

ยืดอายุเสื้อผ้าด้วยการย้อมสีธรรมชาติกับ 6 แบรนด์ไทย สอนวิธีย้อม DIY เองได้ที่บ้าน

สัมผัสประสบการณ์การก่อหม้อครามแบบธรรมชาติ และย้อมเสื้อผ้าด้วยตนเองจากชุดอุปกรณ์ของ Fulame’ แบรนด์​เสื้อผ้าและเครื่องหนังที่ออกแบบลวดลายจากการหมักย้อม และเพนต์สีสันที่มาจากธรรมชาติ โดยเลือกใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น

ชุดก่อหม้อย้อมสีครามธรรมชาติ คือการสร้างขบวนการหมักบ่มทางชีวภาพที่จะทำให้เกิดสีครามอยู่ติดทนนานบนเนื้อผ้า ภายในชุดประกอบไปด้วยเนื้อครามเปียกที่ได้จากการสกัดใบคราม มะขามเปียก น้ำด่างขี้เถ้าธรรมชาติ น้ำปูนใส และน้ำตาลทรายแดง 1 ชุดราคา 690 บาท

ยืดอายุเสื้อผ้าด้วยการย้อมสีธรรมชาติกับ 6 แบรนด์ไทย สอนวิธีย้อม DIY เองได้ที่บ้าน

ทำความเข้าใจวิธีการย้อม ซักล้าง และตากให้แห้ง ซึ่งมีขั้นตอนไม่ซับซ้อนเกินกว่าจะทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน รวมถึงติดตามจุดเริ่มต้นในการย้อมสีธรรมชาติของ Fulame’​ ที่ก่อตั้งจากความสนใจ สู่การทดลอง และดำเนินมาถึงการทำงานที่รักในปีที่ 7 

ชุบชีวิตผ้าเก่าให้กลายเป็นผ้าครามได้ที่

Facebook : Fulame’ 

2
นวลสตูดิโอ

ชุดย้อมสีสันธรรมชาติตามฤดูกาล

ฤดูกาลของพืชพรรณที่เปลี่ยนไป มีผลต่อสีย้อมที่เปลี่ยนแปลง นวล สตูดิโอ สร้างสรรค์ผ้าและเส้นใย จากการคำนึงถึง ‘สีธรรมชาติตามฤดูกาล’ เป็นหลักเสมอมา

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนจนถึงมกราคม จะย้อมผ้าและเส้นใยจากลูกมะเกลือ ซึ่งให้สีตั้งแต่เทาอ่อน ดำ ไปจนถึงสีน้ำตาลไหม้ เมื่อถึงเดือนกุมภาพันธ์ จะมีดอกทองกวาวที่ให้สีเหลืองไปจนถึงส้ม และช่วงระหว่างปีจะมีแก่นฝางที่ให้สีชมพูไปจนถึงม่วง รวมถึงดอกดาวเรือง ขมิ้น และขนุน ให้เฉดสีเหลืองไปจนถึงส้มเช่นเดียวกัน มากไปกว่านั้น เปลือกไม้ต่าง ๆ ที่ให้สีในโทนน้ำตาลต่างเฉดกันออกไปก็มีให้เลือกใช้ตลอดทั้งปี

ยืดอายุเสื้อผ้าด้วยการย้อมสีธรรมชาติกับ 6 แบรนด์ไทย สอนวิธีย้อม DIY เองได้ที่บ้าน

นวล สตูดิโอ เปิดประตูต้อนรับทุกคนอีกครั้งกับเวิร์กชอปย้อมสีธรรมชาติ ให้ทุกคนร่วมค้นหาสีสันของตัวเอง แต่หากใครไม่สะดวกเดินทางไปร่วมคลาส นวล สตูดิโอ ก็พร้อมแนะนำ ‘ชุด Kit ย้อมผ้าจากฝาง’ ส่งตรงถึงหน้าบ้าน 

ในชุดอุปกรณ์ประกอบไปด้วยฝาง มอร์แดนต์ (สารช่วยให้ผ้าติดสี) และผ้าลินิน ให้ทุกคนสร้างสีสันให้กับเส้นใยและผ้าเก่าจากสีธรรมชาติ ไม่ต้องกังวลว่าไม่มีพื้นฐานมาก่อน เพราะทางสตูดิโออยากให้ผู้ที่สนใจติดต่อมาคุยกัน เพื่อสร้างความเข้าใจและแนะนำสีธรรมชาติให้ทุกคนได้รู้จักอย่างแท้จริง

นอกจากคลาสเรียนและชุดอุปกรณ์ทำเองแล้ว นวล สตูดิโอ ยังรับบริการย้อมผ้าจากสีธรรมชาติด้วยเช่นกัน ชวนคุยเรื่องสีสันธรรมชาติ ได้ที่

Facebook : นวล สตูดิโอ 


ฝ้ายจ๋ายาใจ

ชุดย้อมมะเกลือ สีเข้มติดทนนาน 

ยืดอายุเสื้อผ้าด้วยการย้อมสีธรรมชาติกับ 6 แบรนด์ไทย สอนวิธีย้อม DIY เองได้ที่บ้าน

“ย้อมแล้วย้อมอีก” เมื่อใช้เสื้อตัวเดิมไปนาน ๆ สีก็จะเริ่มซีด จ๋ากะยา ผู้ก่อตั้ง ฝ้ายจ๋ายาใจ จึงนำผ้าที่มีอายุมาย้อมซ้ำด้วยผลมะเกลือ สีมะเกลือทนทานต่อการซัก วิธีย้อมง่าย ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิง สีที่ได้ออกมาส่วนใหญ่จะมีเฉดเทา และน้ำตาล

จากการทดลองใช้ไฮเตอร์ซักผ้าที่ย้อมด้วยมะเกลือหลายรอบ ผลลัพธ์คือไม่สามารถกัดสีออกไปได้ จ๋ากะยาจึงมีความเห็นว่า สีมะเกลือนั้นทนทานและเหมาะแก่คนเมืองกรุงเป็นอย่างมาก เนื่องจากขั้นตอนการย้อมที่ใช้เพียงน้ำและแสงแดด ไม่ต้องง้อเชื้อเพลิงใด ๆ 

ยืดอายุเสื้อผ้าด้วยการย้อมสีธรรมชาติกับ 6 แบรนด์ไทย สอนวิธีย้อม DIY เองได้ที่บ้าน

เริ่มต้นจากนำผลมะเกลือที่ดองเกลือเอาไว้มาโขลกตำให้ละเอียดและดองต่อ เมื่อต้องการใช้นำมะเกลือนั้นมาคั้นเอาน้ำแล้วเก็บในถังย่อม ๆ วันไหนที่อยากชุบชีวิตให้ผ้าเก่ากลายเป็นใหม่ ก็นำมาจุ่มย้อมในน้ำมะเกลือ ผึ่งแดด และทำซ้ำไปมา เพื่อให้ได้สีเข้มตามความต้องการ 

ฝ้ายจ๋ายาใจ มีชุด DIY ให้ทุกคนได้ทดลองย้อมเองถึงบ้าน ภายในชุดอุปกรณ์จะประกอบไปด้วยผ้าโพกศีรษะ รวมถึงน้ำมะเกลือคั้นจำนวนหลายลิตร เพื่อให้ทุกคนสนุกไปกับการย้อมมากยิ่งขึ้น

ชุด DIY น้ำมะเกลือพร้อมย้อม ขนาด 5 ลิตร + ผ้าโพกศรีษะ 100% Cotton สี Off-White ราคา 850 บาทรวมส่ง 

ขอแอบกระซิบว่าในขณะนี้กำลังทดลองสูตรและเทคนิคการกั้นสี เพื่อทำลวดลายต่าง ๆ บนผ้าอยู่ ย้อมผ้าให้ติดทนนานกับจ๋าและยา ได้ที่

Facebook : ฝ้ายจ๋ายาใจ 

4
Little home in the wood

บริการย้อมผ้าจากบ้านหลังเล็กในป่า

ยืดอายุเสื้อผ้าด้วยการย้อมสีธรรมชาติกับ 6 แบรนด์ไทย สอนวิธีย้อม DIY เองได้ที่บ้าน

มือใหม่อยากหัดย้อมที่ยังไม่มั่นใจในฝีมือการย้อมจากตนเองมากพอ อาจจะเริ่มจากการฝากให้ Little home in the wood แบรนด์ที่รับบริการย้อมผ้าจากสีธรรมชาติจากบ้านหลังเล็กใน จ.กาญจนบุรี 

“เลือกใช้พืชให้สีตามฤดูกาลที่หาได้แถว ๆ บ้านในป่า” สีน้ำตาล-เทา จากเปลือกต้นและใบยูคาลิปตัส สีเหลือง-เขียว จากใบสมอ ใบหูกวาง และใบมะม่วง สีเหลือง-ส้ม จากดอกทองกวาว สีดำ จากมะเกลือ

ยืดอายุเสื้อผ้าด้วยการย้อมสีธรรมชาติกับ 6 แบรนด์ไทย สอนวิธีย้อม DIY เองได้ที่บ้าน

 วิธีการนั้นไม่ยาก Little home in the wood จะนำเปลือกไม้หรือใบมาสับให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แช่น้ำ จากนั้นเอามาต้มตามระยะเวลาที่เหมาะสมกับประเภทของวัสดุ จากนั้นจึงแยกกากออกให้เหลือแต่น้ำสี ซึ่งเรียกว่าน้ำย้อม แล้วนำผ้ามาต้มในน้ำย้อม จะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความเข้มหรืออ่อนของเฉดสีที่ต้องการ บางครั้งก็ย้อมซ้ำ 2 – 3 ครั้งเพื่อสีที่เข้มขึ้น

ได้ยินเช่นนี้แล้ว ใครที่เล็งเอาไว้ว่าจะฝากบ้านหลังเล็ก ๆ รับผ้าเก่าไปชุบชีวิตให้ใหม่ด้วยสีสันสดใสจากธรรมชาติ ราคาขึ้นอยู่กับความเข้ม-อ่อนของสี ความบาง-หนาของผ้า ราคาประมาณ 200 – 400 บาทต่อหนึ่งหลา

เข้าไปสอบถามรายละเอียดได้ที่

Facebook : Little home in the wood

5
Whispering Land

สูตรย้อมสีจากของรอบตัว ไปจนถึงเศษขยะในครัว

รวมวิธีการและอุปกรณ์ย้อมสีเสื้อผ้าจากธรรมชาติ ที่เป็นมิตรกับทั้งผู้ย้อมและผู้สวมใส่ จากแบรนด์ไทยที่รักสิ่งแวดล้อม

หลายคนไม่ได้คลุกคลีกับพื้นที่สวนเพราะอาศัยอยู่ในเมือง การเก็บวัตถุดิบธรรมชาติอย่างราก ใบ เปลือก ผล เพื่อมาย้อมบนผืนผ้าให้เกิดสีสันลวดลายต่าง ๆ อาจไม่ใช่เรื่องง่าย Whispering Land อยากเปิดโอกาสให้ทุกคนทดลองเล่นสนุกกับสีจากธรรมชาติ โดยเชิญชวนให้เดินเข้าครัว แล้วมองหาวัตถุดิบรอบตัวมาใช้ย้อมผ้ากัน
โดยปกติการย้อมผ้าจากธรรมชาติจะใช้ส่วนต่าง ๆ จากพืชพรรณนานาชนิด ทำให้ได้เชื่อมโยง ทำความรู้จัก และเห็นคุณค่าของต้นไม้เหล่านั้น แต่ในทางกลับกัน พวกเราอาจมองข้ามเศษขยะจากธรรมชาติในครัวที่สามารถสร้างสีสันมากมายจนแทบนึกไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นเปลือกหัวหอม กากกาแฟ ถุงชาใช้แล้ว เปลือกเงาะ เปลือกมังคุด เปลือกทับทิม เปลือกมะพร้าว ไปจนถึงเปลือกและเมล็ดอะโวคาโด 

พร้อมแล้ว เริ่มเลย! 

มาลองย้อมผ้าด้วยเปลือกและเมล็ดอะโวคาโดจากในครัวไปด้วยกัน 

1. ล้างเปลือกและเมล็ดอะโวคาโดประมาณ 6 ผลให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ในหม้อต้มน้ำย้อม ตั้งไฟอ่อนต้มประมาณ 1 ชั่วโมง หรือจนน้ำย้อมเปลี่ยนสีเป็นสีชมพูเข้ม จึงยกออกจากเตาแล้วตั้งทิ้งไว้ข้ามคืนเพื่อให้น้ำย้อมสีเข้มขึ้น หากอยากให้สีเข้มขึ้นอีกให้ทำซ้ำอีกครั้งหนึ่ง และทิ้งไว้ข้ามคืนอีก จนกว่าจะได้สีน้ำย้อมที่พอใจ

2. ในวันรุ่งขึ้นให้กรองเปลือกและเมล็ดอะโวคาโดออกจากน้ำย้อม แล้วนำไปตั้งไฟให้เดือด

3. นำเสื้อเก่าไปเเช่น้ำเปล่า บิดให้หมาด และหย่อนลงในหม้อย้อม โดยตั้งไฟอ่อน ๆ ต้มประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นยกลงจากเตา นำผ้าออกจากหม้อย้อม แล้วทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นล้างน้ำย้อมส่วนเกินออกให้หมด 

4. จุ่มเสื้อลงในมอร์แดนต์ เพื่อให้สีที่ย้อมติดเส้นใยดีขึ้น โดยมอร์แดนต์ที่นิยมใช้กัน ได้แก่ น้ำสารส้ม น้ำสนิม น้ำโคลน น้ำด่างขี้เถ้า Baking Soda และ Cream of Tartar เป็นต้น

รวมวิธีการและอุปกรณ์ย้อมสีเสื้อผ้าจากธรรมชาติ ที่เป็นมิตรกับทั้งผู้ย้อมและผู้สวมใส่ จากแบรนด์ไทยที่รักสิ่งแวดล้อม

ลองเล่นสนุก ทดลองนำวิธีการข้างต้น ไปประยุกต์กับการย้อมผ้าจากวัตถุดิบธรรมชาติอื่น ๆ ได้ เพราะใช้วิธีการย้อมที่คล้ายกัน มากไปกว่านั้น การจุ่มผ้าลงในมอร์แดนต์ต่างชนิดกัน จะส่งผลให้ได้เฉดสีที่หลากหลาย ขอชวนให้สังเกต ทดลอง และจดบันทึกผลลัพธ์สีที่เป็นไปได้ เพื่อการย้อมในครั้งต่อ ๆ ไปในอนาคต

รวมวิธีการและอุปกรณ์ย้อมสีเสื้อผ้าจากธรรมชาติ ที่เป็นมิตรกับทั้งผู้ย้อมและผู้สวมใส่ จากแบรนด์ไทยที่รักสิ่งแวดล้อม

ด้วยความละเอียดอ่อนของผ้าย้อมสีธรรมชาติ วิธีการดูแลและถนอมให้สีคงทน คือการซักมือด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน หลีกเลี่ยงการใช้ผงซักฟอกที่มีสารฟอกขาว ตากในที่ร่ม รีดด้วยไฟอ่อนหรือใช้ผ้าขาวบางทับก่อนรีด จะถนอมอายุผ้าได้นานขึ้น  

ลองสังเกตเศษอาหารที่เหลืออยู่ แล้วลงมือเปลี่ยนให้กลายเป็นสีย้อมที่มีคุณค่า นำมาเนรมิตเสื้อตัวโปรดที่ใส่มาหลายปีจนสีมอมแมม ให้กลายเป็นเสื้อต้วใหม่สีสวยด้วยสีย้อมผ้าจากขยะในครัว แล้วจะรู้ว่าสิ่งรอบตัวนั้นมีคุณค่าและดีต่อใจมากเพียงใด

ขอเทคนิคการย้อมให้สีติดทนนานและสอบถามเพิ่มเติม ได้ที่

Facebook : Whispering Land 

6
แก้ววรรณา

บริการย้อมเสื้อผ้าซ้ำได้เรื่อย ๆ 

“นำเสื้อผ้ากลับมาย้อมซ้ำได้เรื่อย ๆ จนเสื้อผ้าเปื่อยขาด” คือความตั้งใจของ แก้ววรรณา ที่รับย้อมเสื้อผ้าของลูกค้า โดยไม่จำกัดว่าย้อมไปแล้วกี่ครั้ง แต่จะยินดีรับผ้านั้น ๆ กลับมาย้อมอีกเสมอ 

ด้วยวิธีการย้อมที่ใช้เวลานานและมีความซับซ้อน แก้ววรรณาจึงไม่ได้รับย้อมเสื้อผ้าทุกชนิด แต่ในช่วงปีที่แล้วมีสถานปฏิบัติธรรมจาก จ.สระบุรี ติดต่อให้ทอผ้าสีมะเกลือและตัดชุดนักบวช ระหว่างรองานทอจึงเอาชุดนักบวชเดิมที่ใช้งานจนเก่า มาย้อมซ้ำให้กลายเป็นของที่ใหม่ขึ้น นี่เป็นงานส่วนหนึ่งที่แก้ววรรณารับบริการ

ราคาย้อมที่ค่อนข้างสูง อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครหลายคนรู้สึกลังเลกับการยืดอายุชีวิตให้กับผ้าแต่ละผืน อย่างไรก็ตามแก้ววรรณามีฐานความคิดสนับสนุนการใช้ผ้าที่มีจนถึงที่สุด ตั้งใจย้อมผ้าให้ได้ตามความต้องการ ตั้งแต่เป็นสีอ่อนจนย้อมให้กลายเป็นสีเข้ม ราคาตั้งแต่ 500 – 3,000 บาท 

นอกจากสินค้าในร้านมากมาย ครอบคลุมทั้งเสื้อ กางเกง ผ้าคลุมไหล่ และผ้าถุง ยังเปิดคลาสเรียนย้อมสีห้อมเปอะ โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับผ้าคลุมไหล่ทำจากเส้นด้ายไม่ฟอกขาว แล้วย้อมสีผ่านกระบวนการธรรมชาติ ไม่มีสารสังเคราะห์กลับบ้านไป

ย้อมสีจากธรรมชาติแบบซ้ำ ๆ ได้ที่

Facebook : Kaewwanna Indigo 

หลังจากที่ได้ทำความรู้จักกับการย้อมสีธรรมชาติฉบับเบื้องต้น หลายคนคงคิดในใจว่าการต่ออายุผ้าโดยการย้อมนั้นไม่ง่าย อาจต้องใช้ความพยายาม หาวัสดุ อุปกรณ์ และให้เวลากับการย้อมรอยสักหน่อย 

แน่นอนว่าการย้อมผ้าจากสีธรรมชาติเหล่านี้ ไม่เพียงต่อชีวิตให้ผ้าเก่ากลายเป็นใหม่ แต่จะยืดอายุขัยให้โลกเราน่าอยู่มากขึ้น ด้วยการลดการผลิตเสื้อผ้าส่วนเกิน และลดการบริโภคได้อีกเช่นกัน

ไม่ว่าจะสนใจสั่งซื้อชุดอุปกรณ์แล้วลงมือย้อมรอยด้วยตนเอง เข้าคลาสเรียนย้อมสีธรรมชาติ หรือส่งผ้าเก่าให้ผู้ชำนาญการช่วยย้อมให้ เสื้อผ้าเก่ารอบตัวหลากชิ้นจากเจ้าของหลายคน คงได้รับการต่อชีวิตและใช้งานต่ออย่างคุ้มค่าไปอีกนานที่สุด เท่าที่จะนานได้

รวมวิธีการและอุปกรณ์ย้อมสีเสื้อผ้าจากธรรมชาติ ที่เป็นมิตรกับทั้งผู้ย้อมและผู้สวมใส่ จากแบรนด์ไทยที่รักสิ่งแวดล้อม

Writers

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

วีณา พันธุ์ธีรานุรักษ์

นักออกแบบที่ชอบแอบบอกว่าตัวเองเป็นเป็ด สนใจเรื่องความยั่งยืนไปจนถึงการพบคนแปลกหน้า และสักวันจะเลี้ยงหมาที่ตั้งชื่อเผื่อเอาไว้ให้ได้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load