หลายคนไม่รู้ว่า ‘พัทลุง’ มีอะไรให้เที่ยว มีที่ไหนให้ไป หรือมีอะไรให้ทำ เพราะเมืองหนังโนราห์ดูเหมือนเป็นทางผ่านของคนที่มุ่งหน้าลงใต้เสียมากกว่า บางคนมาไม่ถึง บางคนผ่านเลยไป แต่เราอยากชวนคุณหยุดพักที่จังหวัดนี้ดู แล้วจะรู้ว่าเหมาะแก่การอยู่ยาว ๆ

 ในครั้งนี้ เราชวนลองไปค้นพบเสน่ห์ของพัทลุงผ่านธรรมชาติซึ่งมีดีกรีขึ้นเป็นมรดกทางการเกษตรโลก หัตถศิลป์ท้องถิ่นที่ดังไกลระดับโลก อาหารและขนมใต้แท้ ๆ ที่ไม่มีที่ไหนเหมือน จนถึงโรงแรมเปิดใหม่ที่มองเห็นศักยภาพเมืองพัทลุงและดึงเอาอัตลักษณ์จังหวัดมาใช้ เราอยากให้คุณลองสัมผัสเรื่องราวเหล่านี้ด้วยตัวเองเช่นกัน

#01
ลองเข้าถ้ำ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองพัทลุงตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาที่วัดคูหาสวรรค์

‘วัดคูหาสวรรค์’ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดคูหาสูง สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เคยถูกทำลายจากเหตุโจรสลัดมลายูบุกเข้าปล้นเมือง จึงได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ ด้านหลังวัดมีถ้ำที่เรียกกันว่า ถ้ำพระ ตอนบนมีหินงอกคล้ายรูปช้างเรียกว่า ช้างผุด พื้นถ้ำปูด้วยอิฐถือปูน มีเจดีย์เล็ก ๆ มีพระพุทธรูปปูนปั้นและปั้นด้วยดินเหนียวตั้งเรียงแถวกัน ปากถ้ำมีหินเป็นชั้นกั้นติดกับหินปากถ้ำสูงประมาณ 2 เมตร เรียกว่า หัวทรพี ตรงข้ามเป็นรูปพระฤๅษีตาไฟปูนปั้นที่ว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ชาวบ้านมาบนบานปิดทองเต็มทั้งองค์จนมองไม่เห็นลักษณะแท้จริง

หลังจากสักการะพระประธานในอุโบสถและพระพุทธรูปปูนปั้นทั้ง 37 องค์ภายในถ้ำพระแล้ว ก่อนกลับขอให้ลองยืนหันหน้ามองตรงไปยังบริเวณทางขึ้นวัด จะพบกับเจดีย์ถ้ำพระซึ่งตั้งอยู่บนเขา มีลักษณะเจดีย์ย่อมุมศิลปะแบบภาคใต้ นั่นคือหมุดหมายของเมือง หรือจะเรียกว่าเป็นป้ายวัดของคนสมัยโบราณก็ไม่ผิด

#02
ลองไต่เขาไปไหว้ศาลหลักเมือง ชมวิวเขาอกทะลุแบบพาโนรามาที่วัดควนปรง

‘ศาลหลักเมืองจังหวัดพัทลุง’ พิเศษกว่าที่ไหน ๆ เพราะย้ายที่ตั้งมานับสิบครั้ง และได้ที่ตั้งถาวรแล้วใน พ.ศ. 2553 ณ ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมือง 

ศาลหลักเมืองพัทลุงได้รับการออกแบบโดย รศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม) พ.ศ. 2537 ชาวสงขลา ซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงการออกแบบสถาปัตยกรรมไทย มีผลงานสร้างชื่อมากมาย เช่น วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ประเทศอินเดีย วัดไทยลุมพินีมหาวิหาร ประเทศเนปาล พลับพลาที่ประทับในอุทยาน ร.๒ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นต้น 

จากศาลหลักเมืองซึ่งตั้งอยู่บนบริเวณเนินสูงของวัดควนปรงนี้ มองเห็นทั้งเมืองพัทลุงได้แบบพาโนรามา แถมยังมองไกลไปจนเห็นวิวเขาอกทะลุ แหล่งโบราณคดีที่สำคัญและยังเป็นสัญลักษณ์ที่ปรากฏอยู่บนตราประจำจังหวัดอีกด้วย

#03
ลองออกเรือไปชมแสงแรก พายเรือแข่งกับควายน้ำที่ทะเลน้อย

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ถ้ามาถึงพัทลุงแล้วไม่ทำถือว่าพลาด! คือตื่นแต่เช้าตรู่ ออกเรือไปดูแสงแรกของวันที่ ‘ทะเลน้อย’ แหล่งน้ำจืดซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland) ขนาดใหญ่ที่สุดในไทย มีพื้นที่เกือบแสนไร่ ครอบคลุมพื้นที่ถึง 3 จังหวัด ทั้งสงขลา นครศรีธรรมราช และอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง

4 กิจกรรมที่ต้องทำให้ได้ที่ทะเลน้อย ได้แก่ ล่องเรือ แลนก ชมบัว ดูควาย 

‘ล่องเรือ’ ไปบนทะเลน้อยซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำโลก หรือ Ramsar Site แห่งแรกของไทย เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์ทางชีวภาพ เต็มไปด้วยป่าพรุและป่าเสม็ดขาว 

‘แลนก’ ที่นี่เป็นที่อยู่ของทั้งนกประจำถิ่น และบางฤดูก็อาจมีนกอพยพมาจากเมืองหนาว ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาโชว์ตัวให้เราเห็นในระยะไม่ใกล้ไม่ไกล 

‘ชมบัว’ ที่มีหลากชนิด จุดตระการตาที่สุดขอยกให้ทุ่งทะเลบัวแดงหรือบัวสาย เป็นสายพันธุ์ที่พบได้มากที่สุดในทะเลสาบน้ำจืดแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีบัวหลวง บัวบา บัวเผื่อน และอีกมากมาย ใครถูกใจบัวแบบไหนก็บอกให้พี่คนขับเรือขับไปจอดใกล้ ๆ ได้เลย 

‘ดูควาย’ อะเมซิ่งไทยแลนด์ที่เหล่าควายน้ำจะมาแหวกว่ายอยู่ใกล้ ๆ เรือของเรา จริง ๆ แล้วพี่ตัวเบิ้มเหล่านี้เป็นควายเลี้ยงที่ชาวบ้านปล่อยให้มาว่ายน้ำหากินตามปกติ ซึ่งนอกจากเพิ่มสีสันให้นักท่องเที่ยว พวกมันยังช่วยควบคุมระบบนิเวศทุ่งหญ้าและปริมาณพืชน้ำด้วย 

ป.ล. เดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม คือช่วงที่เหมาะจะออกเรือไปดูทะเลบัวแดง ส่วนพี่ ๆ ควายน้ำจะลงมาแหวกว่ายให้ชมหรือไม่ก็ต้องลุ้นกันเล็กน้อย

#04
ลองเวิร์กช็อปจักสานกระจูด หัตถกรรมคู่เมืองพัทลุงที่ VARNI Craftstay

กระจูดเป็นวัชพืชที่พบมากในทะเลน้อย และเป็นวัสดุท้องถิ่นที่คนพัทลุงนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ชุมชนมากมาย ซึ่งจุดที่เราแนะนำให้คุณลองไปเยือน คือที่ ‘VARNI Craftstay

ที่นี่เกิดขึ้นโดย นัท-มนัทพงศ์ เซ่งฮวด หนุ่มพัทลุงที่กลับบ้านมาต่อยอดภูมิปัญญาสานกระจูดเป็นที่พักและคราฟต์สเตย์ครบวงจร มีทั้งกิจกรรมที่จะพาไปเรียนรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับกระจูด ตั้งแต่ปลูก เก็บเกี่ยว สาน ปักลาย การเพนต์ รวมไปถึงศาสตร์อื่น ๆ ที่ต่อยอดให้วัชพืชประจำทะเลน้อยเป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้น 

คำว่า ครบวงจร ของ VARNI Craftstay ไม่ใช่แค่รวมทุกอย่างเอาไว้เพียงคนเดียว แต่นัทใช้วิธีชวนชาวบ้านในชุมชนที่ถนัดและรับผิดชอบกระบวนการต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมนี้อยู่แล้ว ให้มามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมด้วยกัน บ้านนี้ปลูก บ้านนั้นสาน ผู้มาเยือนจึงจะได้เห็นวิถีชุมชนแท้ ๆ และความร่วมมือร่วมใจกันของชาวบ้านทั้งคนรุ่นพ่อแม่และคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจกลับบ้านมาช่วยกันยกระดับภูมิปัญญาดั้งเดิม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : VARNI Craftstay

#05
ลองไปตลาดรักษ์โลก เยี่ยมบ้านเกิดนักเขียนซีไรต์ชาวพัทลุงที่หลาดใต้โหนด

ไม่ไกลจากป่าโหนด (หรือตาลโตนดในภาษากลาง) ในบ้านจันนา ตำบลดอนทราย อำเภอควนขนุน มีบ้านของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ กวีซีไรต์แห่งแดนใต้ แม้โรคร้ายคร่าชีวิตเขาไป แต่งานเขียนของเขายังคงส่งอิทธิพลต่อวงการวรรณกรรมไทยจวบจนปัจจุบัน และพื้นที่รอบบ้านของเขายังกลายมาเป็น ‘หลาดใต้โหนด’ ตลาดรักษ์โลกที่มีเอกลักษณ์และสร้างรายได้ให้คนในชุมชน

ตอนนี้ นิยุติ สงสมพันธุ์ พี่ชายแท้ ๆ ของนักเขียนผู้ล่วงลับรับหน้าที่ดูแลหลาดใต้โหนด เขาคือนักดนตรีเพื่อชีวิตที่กลับบ้านมาสานต่อเจตนารมณ์ของน้องชาย ปรับพื้นที่บ้านให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวรรณกรรม เริ่มจากทำห้องสมุด พิพิธภัณฑ์แสดงผลงาน และขยายพื้นที่ทำเป็นตลาด ชวนคนในชุมชนเอาสินค้าจากสวนมาวางขาย โดยกิมมิกที่น่ารักคือเขาขอให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจงดใช้พลาสติก รวมถึงควบคุมสินค้าให้ออร์แกนิกที่สุดเท่าที่จะทำได้ บางครั้งถ้าอยากได้แรงงานรื้อ ล้าง หรือต่อเติมจุดไหน ก็จะขออาสาสมัครจากชาวบ้านมาช่วยกัน

ทุกวันนี้ความตั้งใจของนิยุติเกือบสำเร็จ 100% แล้ว เพราะหลาดใต้โหนดกลายเป็นพื้นที่ที่คนทุกเพศทุกวัยได้มาใช้เวลาในวันเสาร์-อาทิตย์ร่วมกัน มีตลาดให้ช้อปปิ้ง มีมุมศิลปะให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ มีร้านกาแฟเตาถ่านที่โคตรเท่ให้จิบ และเติมบรรยากาศให้เต็มอิ่มด้วยเสียงดนตรีหลากสไตล์ ทั้งเพื่อชีวิตที่เพื่อน ๆ ของนิยุติแวะเวียนกันมาแสดงสด เพลงป๊อปฟังสบายที่เปิดเวทีให้วัยรุ่นได้โชว์ของ ที่สำคัญ มีการแสดงโนราห์ ซึ่งมีอดีตนางเอกโนราห์วัย 80 ปีที่เป็นคุณแม่ของพี่น้องศิลปินเป็นผู้ชมแถวหน้าเสมอ 

หลาดใต้โหนดเปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์

#06
ลองไปช้อปปิ้ง ณ ตลาดกลางป่าไผ่ของอดีตข้าราชการผู้ปลดหนี้ได้เพราะไผ่ที่สวนไผ่ขวัญใจ

หากคุณไปเยือน ‘ตลาดสวนไผ่ขวัญใจ’ แล้วเจอหญิงผมสั้นสีดอกเลา ท่าทางคล่องแคล่ว สวมชุดม่อฮ่อม เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าไม่ก็แวะเซลฟี่กับเหล่านักท่องเที่ยวหลากสัญชาติล่ะก็ แสดงว่าคุณได้พบกับ ป้าใจ-ขวัญใจ กลับสุกใส เจ้าของป่าไผ่ขนาด 30 ไร่แห่งนี้แล้ว

ป้าใจเป็นอดีตข้าราชการที่ยิ่งทำงานก็ยิ่งมีหนี้เพิ่ม เธอจึงตัดสินใจลาออกแล้วเอาเงินเก็บไปลงทุนซื้อไผ่มาเพาะขยายพันธุ์

1 ปีผ่านไป ไผ่ซึ่งเป็นพืชโตไว บวกกับความเป็นเมืองฝน 8 แดด 4 ของพัทลุง ทำให้ป้าใจขยายพื้นที่ปลูกไปกว่า 30 ไร่ จากไม่กี่กอเป็น 2,600 กอ (ป้าใจกระซิบเสียงดังว่า ปลูกไผ่ 3 ปีก็มีเงินหลักล้าน!)

นอกจากเป็นป่าไผ่แสนร่มรื่นที่มีทั้งไผ่ตง ไผ่หวาน ไผ่ลืมแล้ง ไผ่กิมซุง ไผ่ซางหม่น ไผ่ไต้หวัน ไผ่ปักกิ่ง ป้าใจยังอยากช่วยเหลือชุมชนด้วยการแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นตลาดรักษ์โลก เปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนนำของคาวหวาน เครื่องดื่ม ของฝาก ไปจนถึงสินค้าพื้นเมืองและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นพัทลุงมาวางขายในราคาเป็นมิตร 

คอนเซปต์ของตลาดนี้ที่เราว่าน่ารัก คือหากทานอาหารหรือเครื่องดื่มของที่นี่ ก็นำภาชนะกลับไปคืนตามร้านที่ซื้อมาได้ แล้วแต่ละร้านก็จะรับฝากและนำไปจัดการแยกขยะต่อไป ซึ่งหลายร้าน (โดยเฉพาะร้านเครื่องดื่ม) เลือกใช้ภาชนะที่ทำมาจากกระบอกไม้ไผ่จริง ๆ สวยเก๋และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมน่าดู 

ตลาดสวนไผ่ขวัญใจ ตั้งอยู่ที่อำเภอควนขนุน และเปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์

#07
ลองทำสาคูกินเองในพื้นที่เวิร์กช็อปรวมสารพัดกิจกรรมทำมือที่ป่าสาคู

ใครเป็นสายกิจกรรม เราแนะนำว่าควรมาที่ ป่าสาคูคราฟท์คาเฟ่ สาเหตุที่เรียกด้วยชื่อนี้ เพราะอดีตบริเวณนี้เคยเป็นป่าที่ปลูกต้นสาคูเต็มพื้นที่ ก่อนปรับโฉมมาเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ และพื้นที่ทำเวิร์กช็อป ภายใต้การดูแลโดย ปลา-ปพิชญา นาคะวิโรจน์

ถ้ามาที่นี่แล้วอยากได้อะไรกลับไป ต้องทำด้วยสองมือของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการทำขนมสาคูที่ต้องกวนเองตั้งแต่แรก ทำเบอร์เกอร์จมูกข้าวสังข์หยดกินเอง จนถึงย้อมผ้าสีธรรมชาติเองจากต้นสาคู รับรองว่าทุกอย่างจะมีแค่ชิ้นเดียวในโลก

แนะนำว่าให้โทรจองก่อนเข้ามาทำเวิร์กช็อป เพราะชาวป่าสาคูจะได้เตรียมอุปกรณ์เอาไว้ให้ ส่วนหน้าร้านอาจหายากสักนิด อาจขับรถเลยได้เพราะไม่มีป้ายหน้าร้าน แต่มีจุดสังเกตคือพุ่มไม้ใหญ่ติดถนนสายควนขนุนและตุ๊กตาแมวขายาว ถ้าเห็นปุ๊บให้แวะปั๊บ

#08
ลองกินอาหารรสชาติพัทลุงแท้ ๆ ที่ร้านวิวยอ ศรีปากประ

อาหารเย็นมื้อนี้ เราได้นั่งกินลมชมวิวทะเลสาบพัทลุง-สงขลา และนั่งดูยอจับปลาขนาดยักษ์ ที่ ‘ร้านอาหารวิวยอ ศรีปากประ’ ร้านอาหารครอบครัวรสชาติท้องถิ่นที่คนพัทลุงกินกันของ อมรรัตน์ นุ่มนวล 

เมนูที่มาถึงแล้วต้องสั่งให้ได้ คือต้มกะทิสายบัวกุ้งสด รสชาติเข้มข้นที่ทำให้คิดถึงรสมือแม่ แกงส้มปลากะพงที่ใช้เครื่องแกงใต้แท้ ๆ แบบถึงพริกถึงขิง แล้วอย่าลืมตบท้ายด้วยสาคูอุ่น ๆ ถือเป็นอันจบมื้ออย่างสมบูรณ์ นอกจากร้านอาหารแล้ว ศรีปากประ ยังมีที่พักในชื่อ Sri Pakpra Boutique Resort บรรยากาศเหมือนกำลังพักอยู่บนเกาะสมุย เพราะห้องพักที่ตกแต่งหลังคามุงจาก ใช้ไม้และวัสดุธรรมชาติในการตกแต่ง รวมถึงวิวที่มองเห็นและสัมผัสวิวทะเลน้อยได้ใกล้แค่เอื้อม

#09
ลองสั่งโรตีคาว-หวาน สัมผัสประสบการณ์อาหารยามดึกที่ร้านชาบังแอนด์โก

ว่ากันว่า ถ้าไม่ได้แวะมาที่ ‘ร้านชาบังแอนด์โก’ เหมือนมาไม่ถึงพัทลุง ร้านนี้อยู่ในตัวเมือง หาไม่ยาก เพราะอยู่หน้ามัสยิด ขายชาและโรตีทั้งไส้คาว-หวานให้เลือกหลากหลาย เมนูเครื่องดื่มก็มีทั้งร้อนเย็นให้เลือกสรร สายเติมความหวานเข้าเส้นต้องถูกใจ 

หรือใครอยากเปิดใจลองเมนูไม่คุ้นเคย ที่นี่ก็มีเต้าคั่วทะเล หรือสลัดเต้าหู้แข็งทอดฉบับภาคใต้ หมึกหอยน้ำจิ้มรสเด็ด จนถึงเมนูอาหารจานเดียว จากร้านน้าหยะ-น้าหน่ำ ซึ่งเป็นร้านเจ้าเก่าพัทลุง

ถ้าท้องร้อง ลองแวะมาหาอะไรใส่ท้อง พร้อมนั่งจับเข่าคุยกับเพื่อน ๆ ได้ เพราะราคาอาหารที่นี่สบายกระเป๋า ครบจบทั้งข้าว น้ำ ขนม ในที่เดียว แถมเปิดตั้งแต่เช้ายันดึก เวลา 07.00 – 22.00 น. รับประกันความหรอย!

#10
ลองเปลี่ยนดอกไม้ริมรั้วเป็นผ้าที่มีผืนเดียวในโลกที่เรินตาอ้น

เริน แปลว่า บ้าน ตาอ้น คือชื่อคุณพ่อของ 2 เจ้าของ ผู้เปลี่ยนบ้านใต้ถุนสูงให้เป็น ‘เรินตาอ้น’ พื้นที่ทำเวิร์กช็อป Eco-printing หรือผ้าพิมพ์จากสีธรรมชาติ

ขั้นแรก เจ้าบ้านจะยื่นตะกร้าให้เราไปเดินเลือกเก็บใบไม้และดอกไม้ตามใจซึ่งอยู่ตามริมรั้วหน้าบ้านและสวนหลังบ้าน จากนั้นก็ทับดอกไม้ลงบนผ้าผูกผมหรือผ้าเช็ดหน้าก่อน (*ควรใช้ผ้าจากเส้นใยธรรมชาติ) แล้วใช้ค้อนทุบให้เกิดสี ขั้นตอนนี้แนะนำว่าให้ใช้พลาสติกคลุมก่อน จัดวางองค์ประกอบให้ดี และอย่าตีตรงเกสรแรง เพราะภาพร่างดอกไม้ของเรายังสวยงาม เมื่อได้ลวดลายตามใจชอบ ก็นำไปใช้ได้เลย เก็บไว้ได้ถึง 1 สัปดาห์ก่อนนำไปซัก (ซักแล้วลวดลายจะยังคงอยู่เช่นเดิมไม่ต้องกังวลไป)

เรินตาอ้นอยู่ใกล้ทะเลน้อย ปิดวันอังคารและพุธ และต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น จูงเด็ก ๆ หรือแก๊งเพื่อนไปทำด้วยกัน รับรองตอกไม้ต๊อกแต๊กกันสนุกสนานแน่นอน

#11
ลองจิบชายามบ่ายในสวนและทำชาเบลนด์รสชาติของตัวเองที่ไร่นาพาไล

ไร่นาพาไล’ คือร้านชาน้องใหม่ที่เกิดขึ้นจากโปรเจกต์เกษียณของ หญิง-สุภาวดี จันทร์ลาม เปลี่ยนพื้นที่ส่วนหนึ่งของผืนนาเป็นฟาร์มคาเฟ่ 

หญิงหลงใหลศาสตร์ของชาและลงเรียนเบลนด์ชาอย่างเข้มข้นจนอยากนำมาถ่ายทอดให้กับคนอื่น ๆ เลยเปิดกิจกรรมชาเบลนด์เองขึ้นที่นี่ด้วย เพียงแค่บอกว่าอยากได้ชาอารมณ์ไหน มี Top, Middle และ After Note อย่างไร เธอก็จะช่วยไกด์แนวทางให้เราทดลองทำและชิมเอง ส่วนชา Signature ของไร่นาพาไลคือชาข้าวตอกดอกไม้ซึ่งทำจากข้าวสังข์หยด พันธุ์ข้าวอันเป็นเอกลักษณ์ของพัทลุง

อย่าลืมให้หญิงพาทัวร์พื้นที่โดยรอบแบบพาไล (แปลว่าช้า ๆ) เพราะคุณจะได้เห็นนาข้าวสีเขียวกว้างไกล พร้อมฟังตำนานรักสามเส้าของพัทลุงที่ทำให้เกิดเขาอกทะลุ เขาหัวแตก และเขาเมือง ซึ่งมองเห็นได้จากประภาคารไม้ไผ่ขนาดย่อมด้านหลังร้าน

#12
ลองพักผ่อนและนอนเอนกายในโรงแรมน้องใหม่ ที่ Dusit Thani Princess Phatthalung

ใครอยากนอนพักกายใกล้ที่เที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ เราคิดว่า ‘Dusit Thani Princess Phatthalung’ ตอบโจทย์ที่สุด

Dusit Princess Phatthalung เป็นโรงแรมเครือดุสิตธานีแห่งแรกในภาคใต้ ซึ่งเป็นรีสอร์ตที่หยิบเอาอัตลักษณ์ของเมืองมาประกอบสร้างเป็นองค์ประกอบต่าง ๆ ทั้งกระจูด ลูกปัดโนราห์ แม้กระทั่งสถาปัตยกรรมภายในรีสอร์ตใจกลางเมืองระดับ 4 ดาวแห่งนี้

ที่นี่มีห้องพักหลายประเภททั้งหมด 132 ห้อง ซึ่งเราคิดว่าเหมาะกับการจูงเจ้าตัวเล็กหรือมากันเป็นครอบครัว เพราะห้องมีขนาดใหญ่ บางห้องก็ติดกับสระน้ำให้เด็ก ๆ กระโดดลงน้ำได้เลย แต่ถ้าใครมาคนเดียวหรือมาเป็นคู่ก็ไม่ต้องเหงา เพราะยังมีห้องอาหารให้ได้ไปสำรวจ ทั้งห้องอาหารฉีเชี้ยวที่เสิร์ฟอาหารไทยพัทลุงกลิ่นอายอาหารจีน และดุสิตกูร์เม่ต์ (Dusit Gourmet) คาเฟ่ชา กาแฟ และขนมระดับพรีเมี่ยมจากเชฟมืออาชีพ

ลิสต์ทั้ง 12 สถานที่เหล่านี้น่าจะทำให้คุณพอเห็นภาพว่าเราจะสัมผัสจังหวัดที่รุ่มรวยวัฒนธรรมแห่งภาคใต้ได้อย่างไร มีข้อแนะนำเล็กน้อยสำหรับการเดินทาง หากมาจากจังหวัดอื่น ๆ จะต้องจองตั๋วเครื่องบินลงที่สงขลา ก่อนนั่งรถต่อมาอีกประมาณชั่วโมงนิด ๆ (จะแวะเที่ยวจังหวัดเพื่อนบ้านที่หาดใหญ่ก่อนสักวันก็ได้นะ) ซึ่งสายการบิน Vietjet Air มีเที่ยวบินตรงมาลงที่หาดใหญ่

Writers

สุดาวรรณ วนสุนทรเมธี

สุดาวรรณ วนสุนทรเมธี

นักพิสูจน์อักษรวัยเตาะแตะที่มักจะหลงรักพระรองในซีรีส์เกาหลี และอยู่ระหว่างรักษาระยะห่างจากชานมไข่มุก

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง