3 มิถุนายน 2562
5 K

เราเปิดร้านชาชื่อ The Orange and Hyrbs ตั้งแต่เปิดมาได้ปีกว่าๆ เราก็คิดว่าเราควรพักผ่อน และออกไปหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อหาแรงบันดาลใจใหม่

การไปครั้งนี้นอกจากจะไปสบายๆ แล้ว เราก็ถือโอกาสไปลงคลาส Tea Sommelier ด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วก็ใหม่มากในวงการชา แต่ก็กำลังเป็นที่นิยมทางฝั่งตะวันตก เพราะชาก็เหมือนไวน์ มันมีเรื่องของ Cultivar, Terroir ซึ่งในคลาสจะคุยกันถึงเรื่องชาจากที่ต่างๆ วิธีการชง การจับคู่ชากับอาหารต่างๆ ซึ่งเราจะต้องชิมชาวันละเป็น 10 ตัว เพื่อรู้ว่าแต่ละตัวมีลักษณะเด่นอย่างไร มาจากไหน ก่อนที่เราจะได้ชาเป็นกล่องกลับมาบ้านเพื่อชิมทุกวัน แล้วอีก 1 เดือนต่อมาเราจะต้องทำ Blind Test ว่าชาตัวนี้คืออะไร มาจากไหน ได้รสชาติ กลิ่น อะไรบ้าง เราถึงจะผ่าน

และเนื่องจากอังกฤษเป็นประเทศที่ดื่มชามากที่สุดอันดับต้นๆ ของโลกรองจากจีน และมีวัฒนธรรมการดื่มชาที่ยาวนาน จนคนทั่วโลกเรียกชาบางประเภทว่า ชาอังกฤษ แต่จริงๆ แล้วอังกฤษไม่สามารถปลูกชาเองด้วยซ้ำ มันน่าสนใจที่ตรงนี้ด้วยว่าชามันมากกว่าแค่ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร แต่ระหว่างทางก่อนจะมาถึงผู้บริโภค มันมีวัฒนธรรมและอื่นๆ มากมาย ซึ่งเราจะพาไปดื่มชาที่ลอนดอนกัน 5 ร้าน แต่ละร้านก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป โดยปัจจุบันลอนดอนมีร้านชาที่เป็น Specialty เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเราจะพาไปเที่ยวและไปชิมกัน

 

Good & Proper Tea

ชา, ลอนดอน ชา, ลอนดอน ชา, ลอนดอน

ร้านที่เราอยากมามากร้านหนึ่ง ด้วยความเรียบง่าย นำเสนอชาเต็มใบจากหลากหลายแหล่ง ร้านนี้อยู่ตรงสถานี Faringdon สิ่งที่พิเศษคือ เขาใช้เครื่อง Alpha Dominche Steampunk ที่ใช้ทำกาแฟ มาใช้ในการสกัดชา ด้วยความเร็วขึ้น แต่ดึงเอารสชาติและกลิ่นต่างๆ ออกมาได้เป็นอย่างดี

ที่ร้านมีชาให้เลือกหลากหลายโดยเน้นชาตัวดังๆ เช่น Four Season, Dragonwell เสิร์ฟกับ Crumpet ขนมดั้งเดิมของอังกฤษ เราสั่งทานคู่กับ Homemade Raspberry Jam และ Rooibos Latte (ชาแดงแอฟริกาที่ไม่ใช่ชา แต่เป็นสมุนไพร) ส่วนเพื่อนเราสั่ง Chai Latte ที่ The Orange’s Tea นัวกว่ามากค่ะ

ร้านนี้อยู่สถานี Faringdon
เวลาเปิด : 08.00 – 18.00 น. วันจันทร์-ศุกร์
Instagram : @goodandpropertea

 

Bird & Blend Tea Co.

ชา, ลอนดอน ชา, ลอนดอน

ต้นกำเนิดมาจาก Brighton แต่ก็มีสาขาที่ลอนดอนด้วย อยู่ตรงสถานี Angel เป็นร้านที่เน้นชาเบลนด์และชาแหต่งกลิ่นเป็นหลัก มีชาเบลนด์ให้เลือกกว่า 50 ตัวขึ้นไป เขาเรียกตัวเองว่า Tea Mixologist คือเบลนด์ของเขาจะมีการผสมผสานของทุกอย่าง เป็นเบลนด์สนุกๆ และมีเบลนด์ใหม่ๆ ตลอดเวลา

เบลนด์ขายดีที่ต้องลองก็คือ Coconut Oolong เขาใช้ Milky Oolong จากไต้หวันมาเบลนด์กับมะพร้าวอบแห้ง เข้ากันได้ดี อีกตัวเด่นของ Bird & Blend Tea Co. คือเอามัทฉะไปเบลนด์กับกลิ่นและสมุนไพรต่างๆ แต่ทำในสไตล์มัทฉะ อย่างพวก Turmeric, Acai Matcha เป็นการออกนอกกรอบของการเบลนด์มาก เพราะไม่มีใครเอามัทฉะไปผสมกับอย่างอื่น Japanese Tea Master ตีมือตาย

ป.ล. ก็แปลกดี

ร้านอยู่สถานี Angel
เวลาเปิด : 10.30 – 20.30 น.
Instagram : @birdandblend

 

My Cup of Tea

ชา, ลอนดอน ชา, ลอนดอน

อยู่ตรงสถานี Piccadilly Circus เราชอบมาก จริงๆ ไม่เคยได้ยินมาก่อน เจอโดยการเดินผ่าน แต่เป็นร้านชาแบบภาพในฝัน คือจริงจังเรื่องชา มีที่นั่งเป็นบาร์สำหรับแค่ 3 – 4 ที่ แต่สบายปลอดโปร่ง ชงชาแบบถูกต้อง ถูกวิธี มีใบชาให้เลือกมากมาย เน้นชาจีนและชาญี่ปุ่น ทั้งเบลนด์และไม่เบลนด์ คนขายให้คำแนะนำได้ดี และเราสามารถแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับชา วิธีการชง รวมถึงชีวิต เราสั่งชาเขียว Mao Jian ให้รสชาติฟรุตตี้นิดๆ ชงแบบกงฟู เสิร์ฟพร้อมแครนเบอร์รี่อบแห้ง

ร้านอยู่สถานี Piccadilly Circus
เวลาเปิด-ปิด : 10.30 – 19.30 น.
Instagram : @mycupoftea_london

 

XU Teahouse & Restaurant

ชา, ลอนดอน ชา, ลอนดอน ชา, ลอนดอน

ร้านนี้ตั้งอยู่ตรง China Town สถานี Leicester Square หาไม่ยากเลย เป็นร้านอาหารจีนและเสิร์ฟชาแบบร่วมสมัย มีชาดีๆ ให้เลือกหลายตัว เราได้ทดลอง Tea & Whiskey Pairing (Gaba Oolong ที่มีรสชาติออกมันหวานเผา เสิร์ฟคู่กับ King Car Whiskey ที่เป็น Single Malt จากไต้หวัน เราว่ามันออกโทน Floral) ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ช่วยกันดึงรสชาติเฉพาะตัวของตัวเองออกมากันได้อย่างจัดจ้าน

จริงๆ มีติ่มซำเสิร์ฟคู่ด้วย แต่ว่าเราอิ่มแล้วเลยไม่ได้ชิม วันเสาร์-อาทิตย์สามารถจอง Chinese Style Afternoon Tea ได้ด้วย น่าสนใจมากๆ

ร้านอยู่สถานี Leicester Square
เวลาเปิด-ปิด : เวลาแตกต่างกันทุกวัน
Instagram : @xu_london

Katsute100

ชา, ลอนดอน ชา, ลอนดอน ชา, ลอนดอน ชา, ลอนดอน

กระแสมัทฉะและชาญี่ปุ่นมีขึ้นทั่วโลก และที่ลอนดอนก็มี Katsute100 ที่เพิ่งเปิดได้ไม่ถึงปี ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้สถานี Angel เป็น Japanese Tea House ที่ให้บรรยากาศเหมือนไปจิบชาที่เกียวโต ทั้งการตกแต่งร้านไม้ๆ ใบชา และวิธีการเสิร์ฟ ในร้านมีเสิร์ฟชาเขียวหลากหลายจากญี่ปุ่น และขนมไดฟูกุ เค้กมองบลังค์ ซอฟต์เสิร์ฟ เราสั่ง Fukamushi Sencha ชาเขียวบวกกับเค้กมองบลังค์ที่หวานน้อย ก็เป็นการจับคู่ที่ช่วยดึงความถั่วและความหวานของชาขึ้นมาได้อย่างดี

ร้านอยู่สถานี Angel
เวลาเปิด-ปิด : 11.00 – 21.00 น. ทุกวัน
Instagram : @katsute100

Writer & Photographer

ศชญา เชยสมบัติ

เจ้าของแบรนด์และร้านชา The Orange & Hyrbs เรียนรู้ สะสมประสบการณ์เกี่ยวกับชา จากต้นแบบวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพื่อสร้างสรรค์วัฒนธรรมการดื่มชาใหม่

#cafehopping

ลายแทงคาเฟ่น่าสนใจ ผ่านมุมมองของ cafe hopper ผู้ชื่นชอบการไปคาเฟ่

21 ธันวาคม 2561
24 K

สำหรับคนที่เคยไปประเทศเกาหลีหรือแม้แต่เคยชมซีรีส์เกาหลี ต่างต้องคุ้นเคยกับบรรยากาศอบอุ่นน่ารัก โรแมนติกเล็กๆ ของประเทศนี้ รวมถึงสไตล์การแต่งตัวแบบคุมโทนของคนที่นี่ คราวนี้เราได้มีโอกาสหลบหลีกความวุ่นวายในกรุงเทพฯ ไปปลอมตัวเป็นสาวเกาหลีถึง 6 วัน แน่นอนว่าทริปนี้ของเราจะได้ Hopping กันอย่างจุใจ

เกาหลีเป็นประเทศที่มีคาเฟ่เยอะและหลากหลายมาก เรียกว่ามีอยู่เกือบทุกพื้นที่ เนื่องจากสภาพที่พักในเกาหลีมีขนาดเล็ก ซึ่งไม่เอื้ออำนวยสำหรับการอ่านหนังสือหรือจะใช้พบปะกับใครได้ จึงทำให้คาเฟ่ในเกาหลีได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่วัยรุ่น นักศึกษา หรือคนวัยทำงาน ทั้งเวลาเช้า พักกลางวัน หรือเวลาหลังเลิกงาน เรามักจะเห็นคนที่นี่ใช้เวลาอยู่ในคาเฟ่

สไตล์คาเฟ่ของเกาหลีจะมีกลิ่นอายของความมินิมอลและมีความน่ารักซ่อนอยู่ การมาเที่ยวเกาหลีในครั้งนี้นอกจากจะมาตามหาใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว ยังได้ทัวร์คาเฟ่ตามเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดิน และน่าแปลกใจมากเมื่อได้พบกับความอร่อยของขนมมากมาย มันช่างเป็นความสุขที่เราอยากถ่ายทอดให้เพื่อนได้ตามมาสัมผัสค่ะ

 

BVBB Croissant Shop

ร้านแรกสำหรับครั้งนี้คือ BVBB Croissant Shop ร้านขนมอบในย่าน Hapjeong-dong โดยเราลงรถไฟฟ้าใต้ดินสถานี Hapjeong (622) สายสีส้ม แล้วเดินตาม Google Maps ประมาณ 500 เมตรไม่นานนักก็เจอคาเฟ่ที่ชื่อ BVBB  Croissant Shop ร้านนี้มีขนาดใหญ่พอสมควร มี 2 ชั้น ตกแต่งง่ายๆ โทนสีน้ำตาล ครีม บรรยากาศในร้านคนเยอะตลอดทั้งวัน มีทั้งนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาแถวนี้ รวมถึงหนุ่มสาวชาวเกาหลี

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

เมนูขนมในร้านที่โด่งดังก็คือ ครัวซองต์อบร้อนๆ หน้าตาแปลกๆ ชวนทาน ในตู้จะโชว์ขนมจริงๆ ที่ร้านทำในแต่ละวัน บอกวัตถุดิบและราคาอย่างชัดเจน ขนมที่ขายดีที่สุดก็คือ ครัวต์ซองใส้ชีสกับถั่วแดงกวน แต่จริงๆ แล้วเราว่ามันน่าทานทุกอันเลยค่ะ

อากาศตอนนี้หนาวนิดๆ ประมาณ 10 องศาได้ เราเลือกเมนู California Croissant 1 ชิ้น กับเมนูอุ่นๆ อย่าง Flat White ไม่หวาน 1 แก้ว เอามานั่งทานที่ชั้น 2 โดยมีทั่งโซนห้องแอร์และโซนที่เป็น Outdoor เราเลือกนั่งทานด้านนอก ตอนสายๆ แดดอุ่นๆ คำแรกที่เราทานครัวซองต์เข้าไปมันทั้งกรอบและหนึบกำลังดี รสชาติหวานหน่อยๆ และความหอมของอัลมอนต์ที่เพิ่งอุ่นมาใหม่ๆ ร้านแรกของทริปนี้ทำให้ประทับใจมาก

คาเฟ่, เกาหลี

BVBB Café

โทร 027470305
เวลาเปิด-ปิด 10.00 – 01.00 น.
IG @bam_voo
www.bamvoo.com

 

Four Basic

คาเฟ่, เกาหลี

ถัดมาจากร้าน BVBB เพียง 500 เมตรเห็นจะได้ก็คือ ร้าน Four Basic ร้านนี้เป็น Coffee Shop และมีเบเกิ้ลพร้อมด้วยครีมชีสหลากหลายรสชาติให้เลือก ดูเหมือนว่าเบเกิ้ลของที่นี่จะได้รับความนิยมมาก เพราะเบเกิ้ลที่พนักงานกำลังยกลงจากเตาอบและที่วางเรียงรายให้ลูกค้าเลือกมันช่างเยอะจนเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว ร้านนี้ยังมีมากถึง 3 สาขาในเกาหลี ทั้งที่ Hapjung, Gwanghwamun และ Hoegi

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

เราไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับการกินเบเกิ้ลธรรมดาสักเท่าไหร่ เลยลองสั่งอะไรที่มันดูน่าตื่นเต้นกว่า Plain Bagel นั่นก็คือ รส Mugwort หรือรสจิงจูฉ่าย เราคิดว่ามันเป็นไอเดียที่ดีมากที่ผสมจิงจูฉ่ายลงในขนมปัง และพนักงานที่ร้านยังแนะนำ Cranberry Cream Cheese ให้ทานคู่กันด้วย ในแต่วันละที่ร้านจะจับคู่เมนูเบเกิ้ลไว้เป็นเซ็ตเมนูสุดคุ้มราคาพิเศษ ซึ่งวันนี้เป็นเมนู Coffee Today คือ Americano Coffee นั่นเอง

เราออกตัวเลยว่าเบเกิ้ลดีมากค่ะ ทำให้คนที่ไม่ชอบเบเกิ้ลอย่างเราสามารถทานหมดชิ้นได้อย่างรวดเร็ว และบรรยากาศร้านช่างดูสะอาดสงบ ร้านกว้างมาก มี 2 ชั้น รวมถึงโซนสวนเล็กๆ ด้านนอก สำหรับคนที่ต้องการสัมผัสอากาศหนาวๆ อย่างตอนนี้ ขณะที่เรานั่งทานเรามีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าของร้าน เขาสงสัยว่าทำไมคนไทยถึงรู้จักคาเฟ่ในเกาหลีเยอะจัง และพยายามถามว่าเรารู้จักร้านของเขาได้ยังไง จากเว็บไซต์ไหนบ้าง ดูใส่ใจกับลูกค้าทุกๆ คน เราเลยบอกไปเพียงว่าประเทศไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีคนหลงใหลการดื่มด่ำกาแฟ และหลงใหลการใช้ชีวิตในคาเฟ่พอๆ กับคนเกาหลีนั่นล่ะ

Four basic

โทร 025663861
เวลาเปิด-ปิด 10.30 – 22.30 น.
IG @Fourb.hours
fourb.co.kr/

 

CUTE  

พักจากร้านขนมปังมาเป็นร้านเค้กกันบ้างนะคะ คราวนี้มาที่สถานี Euljiro 3 (sam) ga (203) ทางออก 3 ยังร้านเค้กสุดลึกลับ ถึงแม้ว่าจะเดินไม่ถึง 500 เมตรจากทางออก 3 ก็ตาม แต่ก็ถึงกับงงทีเดียวเมื่อเดินมาเรื่อยๆ จนถึงสี่แยกตามที่ Google Maps บอก เราจะเห็นเพียงตึกตระหง่านทั้งสี่มุม หลังจากนั้นเราจึงตัดสินใจเริ่มอ่านป้ายที่ติดตามมุมตึกทั้งสี่ จนพบป้ายร้านเล็กๆ น่ารักเป็นภาษาเกาหลีทำนองว่า ขึ้นมาค่ะ เราอยู่ที่ตึกนี้ (แปลเอาเองตามความรู้สึกนะคะ)

เราจึงไม่รอช้า รีบเดินขึ้นบันไดสีแดงบ้างขาวบ้างสลับกัน แล้วแต่ชั้นที่ตกแต่งเป็นร้านขายของ หรือแม้กระทั่งสำนักงานให้เช่า ระหว่างทางขึ้นบันไดก็แอบน่ากลัวเล็กน้อย เพราะค่อนข้างมืด ขึ้นมาประมาณสี่ถึงห้าชั้นได้ก็เจอแล้วค่ะ ห้องเล็กๆ ห้องเดียวนี่ล่ะ ช่างลึกลับสมที่เป็น A Hidden Korea Speakeasy Café จริงๆ

คาเฟ่, เกาหลี

ตอนแรกก็สงสัยว่านี่จะเป็นคาเฟ่ที่เราตั้งใจจะมาจริงๆ รึนี่ ไหนลองเปิดประตูเข้าไปซิ ใช่จริงๆ ด้วยค่ะ แต่ห้องเล็กๆ ที่เห็นนี่ล่ะที่ข้างในตกแต่งเป็นคาเฟ่ได้อย่างน่ารัก พอเราไปถึงต้องรอคิวถึง 2 คิวและที่ร้านไม่มีที่สำหรับรอคิว ต้องยืนรอนอกห้อง หลังจากผ่านไปประมาณ 5 นาทีเห็นจะได้ พนักงานที่ร้านก็มาเรียก ถือว่ารอไม่นานค่ะ

ที่ร้านนี้มีเมนูขนมให้เลือกไม่กี่เมนู เราเลยแอบดูคนในร้านว่าเขาทานอะไรกันบ้าง เราสั่งแครอทเค้กกับช็อกโกแลตร้อนที่เป็นเมนูซิกเนเจอร์ตามที่พนักงานแนะนำ เค้กแครอทก้อนโตที่ทาน 2 คนกำลังพอดี เสริฟกับช็อกโกแลตร้อนที่ตกแต่งเป็นรูปการ์ตูน น่ารักมากๆ รสชาติก็ใช้ได้เลย แม้ร้านจะลึกลับขนาดนี้แต่เราก็เจอคนไทยที่ร้านนี้ด้วยนะคะ เริ่มจะเชื่อแล้วว่าคนไทยนี่ก็เป็นแฟนคลับคาเฟ่เกาหลีตัวยงเหมือนกัน

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

CETU Café

โทร 021093632597
เวลาเปิด-ปิด วันจันทร์-เสาร์ เวลา 12.00 – 19.00 น.
IG @Room.cetu

 

Café Layered

ร้านเค้กอีกร้านที่เราชอบมาก ยกให้เป็นที่หนึ่งในทริปนี้เลย นั่นก็คือร้าน Café Layered  เป็นร้านขนมที่ชื่อเสียงโด่งดังในย่าน Ankug ทีเดียว เราลงรถไฟฟ้าใต้ดิน Ankug (328) ทางออก 2 เดินย้อนหลังประตูทางออกมาแค่ 200 เมตรเท่านั้นก็จะเจอร้านสีเหลืองนวลตกแต่งง่ายๆ จากด้านนอกที่เป็นกระจกใสทำให้มองเห็นความหลากหลายของขนมในร้าน ซึ่งขนมในร้านนี้มีให้เลือกหลายแบบ หลายเมนูเป็นเมนูที่เราไม่ค่อยได้เห็นจากร้านอื่นๆ อย่าง Cream Scone, Cheddar Cheese Bacon Scone มีบราวนี่และเค้กหลากหลายรสชาติ

เราเดินเข้ามาในร้านแล้วยิ่งรู้สึกได้ถึงความอร่อย เมื่อได้กลิ่นขนมที่อบใหม่ๆ อยู่ในร้าน ถึงแม้จะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยจากจำนวนโต๊ะเกาอี้ที่วางจนหนาแน่น แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าในช่วงเที่ยงจะมีหนุ่นสาวออฟฟิศมานั่งทานขนมที่ร้านจนเต็ม เราชอบกลิ่นและบรรยากาศการอบขนมด้านหลังร้าน และชอบที่หลังคาร้านเป็นฝ้าโปร่งแสง ทำให้แสงแดดตอนกลางวันตกกระทบกับขนมที่วางโชว์อย่างสวยงาม เราสามารถหยิบขนมที่เราต้องการได้เลย และนำไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์พร้อมกับสั่งเครื่องดื่มได้ที่นั่น

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

เราสั่งเมนู Chocolate Cake, Banana & Figs Bread และเครื่องดื่มเป็น Iced Chocolate และ Cream Latte เครื่องดื่มร้อนๆ ที่มีครีมหอมนุ่มๆ ทานกับเค้กช็อกโกแลตหนึบๆ รสชาติเข้มข้น ส่วนเมนู Banana & Figs Bread เป็นเมนูขายดีของที่ร้าน ถ้าใครจะมาร้านนี้เราก็ขอแนะนำด้วยเช่นกัน มันไม่เหมือนเค้กกล้วยหอมทั่วไป เพราะด้านบนมีเกร็ดน้ำตาลหอมๆ เบิร์นกรอบๆ เข้ากันดีมากกับเนื้อเค้กที่ไม่หวานมาก

มาถึงตอนนี้เราคิดว่าอยากให้ท้องมีที่ว่างเพิ่มขึ้น เพราะยังมีอีกหลายเมนูที่เราอยากลองแต่ไม่สามารถทานต่อได้แล้วจริงๆ หรือถ้าใครอยากจะมาฝากท้องกับร้านนี้ก็แนะนำเลยค่ะ เพราะขนมที่นี้ชิ้นใหญ่ คุ้มค่ากับราคา คุณภาพและรสชาติก็ถือว่า Worth Every Calorie กันทีเดียว

Cafe Layered

โทร 027630604
เวล่เปิด-ปิด 08.00 – 22.00 น.
IG @Cafe_layered

 

BNHR Coffee

พอใจกับร้านเค้กทั้งสองร้านกันไปแล้ว ร้านถัดมาเรามากันที่ย่าน Itaewon ย่านที่ถือว่ามีร้านอาหารสไตล์ฟิวชันแปลกแตกต่างจากแหล่งอื่นในเกาหลี และมีร้านอาหารไทยอยู่เยอะกว่าย่านอื่น ๆด้วย เราจะไปร้านที่ชื่อว่า BNHR Coffee ลงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน Noksapyeong ทางออก 1 เดินตาม Google Maps ประมาณเกือบ 1 กิโลเมตร เราค่อยๆ แวะช้อปปิ้งไปตามทางบ้าง เพราะไกลเหลือเกินค่ะร้านนี้

คาเฟ่, เกาหลี

แต่พอมาถึงแล้วต้องร้องว้าวให้กับเมนูเครื่องดื่มที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านที่ชื่อว่า BNHR Coffee Latte เราชอบมาก มันกลมกล่อม มีความหอมหวานของนมและครีมอย่างลงตัว นอกจากนั้น เราสั่งเค้กมีรามิสุ 1 ชิ้นและสายไม่ทานกาแฟอย่างเพื่อนอีกคนสั่งช็อกโกแลตเย็นอีกตามเคย เค้กมีรามิสุที่นี่ชิ้นใหญ่และทำใหม่ชิ้นต่อชิ้น ส่วนช็อกโกแลตก็เสิร์ฟมาในขวดทรงสี่เหลี่ยมที่มีโลโก้ร้านแบบง่ายๆ

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

ร้านนี้ตกแต่งแบบเรียบง่าย โทนสีเหลืองครีม ก็แต่ก็แอบมีมุมเก๋ๆ ให้ถ่ายรูปอยู่หลายมุม เนื่องจากเราเดินกันมาไกลจากแนวรถไฟฟ้าใต้ดิน แนะนำให้ค่อยๆ เดินมานะคะ เพราะที่นี่ไม่มีที่จอดรถ และคาเฟ่ในเกาหลีอีกหลายที่ก็ไม่มีบริการที่จอดรถ บรรยากาศภายในร้านนี้จึงดูเงียบสงบ เหมาะแก่การนั่งทำงานกันแบบยาวๆ

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

BNHR Coffee

โทร 027925110
เวลาเปิด-ปิด วันอังคาร-อาทิตย์ 12.30 – 21.00 น.
IG @bnhrcoffee

 

Café Skon

มาถึงคาเฟ่น่ารักๆในย่าน Hongik กันบ้าง ลงรถไฟฟ้าใต้ดินสถานี Hongik (239) ทางออก 3 เดินตามเส้นทางแผนที่ประมาณ 700 เมตร ระหว่างทางนั้นไม่ต้องกลัวเลยนะคะว่าจะเหงา เพราะย่านนี้เป็นย่าน Hongik University จึงเต็มไปด้วยร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง รวมถึงคาเฟ่น่ารัก เต็มไปหมด เดินแบบเพลินๆ แป๊บเดียวก็ถึงแล้ว ร้าน Café Skon เป็นคาเฟ่สีขาว 2 ชั้น ตกแต่งด้วยสีส้มบ้างแดงบ้าง เป็นคาเฟ่ที่น่ารักมากๆ ส่วนด้านล่างเป็นร้านทำเล็บ คาเฟ่จะอยู่ด้านบน

เมื่อขึ้นไปชั้นสองและเข้าไปด้านในจะพบการตกแต่งร้านที่แตกต่างจากด้านนอกอย่างสิ้นเชิง ภายในร้านเป็นโทนสีอ่อนๆ อย่างสีขาวครีมและมีการตกแต่งด้วยแจกันดอกไม้ ด้วยความหิวของวันนี้ เราแทบไม่ได้สนใจเมนูซิกเนเจอร์ที่พนักงานแนะนำอย่าง Lemon Cake เพราะมันชิ้นเล็กไปแล้วสำหรับความหิวระดับนี้ของเรา

เราสั่งขนมชิ้นใหญ่ที่สุดในร้านอย่าง French Cloud ขนมปังอบแบบโทสต์ เสิร์ฟพร้อมครีมสดและผลไม้ ส่วนเครื่องดื่มเป็น Cream Latte กับ Flat White ขนมปังที่อบมาร้อนๆ พร้อมครีมสดที่หวานกำลังดีกินคู่กับ Cream Latte ที่เป็นเครื่องดื่มร้อนนุ่มๆ หวานละมุนลิ้น เรานั่งทานบริเวณที่ร้านจัดไว้เป็นระเบียง ใต้ต้นไม้ที่มีใบไม้เปลี่ยนสีปลิวลงมาพร้อมกับลมเย็นๆ เผลอแป๊บเดี๋ยวเท่านั้นขนมก็หมดแล้ว

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

Café Skon

โทร 023237074
เวลาเปิด-ปิด 11.00 – 22.00 น.
IG @Café_skon

 

Scoff Bakehouse

สุดท้ายก่อนจะออกจากโซลเรามาฝากท้องกันที่ร้าน Scoff Bakehouse ลงรถไฟฟ้าใต้ดินสถานี Gyeongbukgung (327) ทางออก 2 เดินประมาณเกือบ 700 เมตรเราจะพบทางเข้าตรงซอยเล็กๆ พร้อมป้ายบอกทางไปคาเฟ่ที่ชื่อว่า Scoff Bakehouse เดินตามกลิ่นหอมๆ เข้าไปจะพบร้านเรียบง่ายที่แทบจะไม่ได้มีการตกแต่งอะไรเลย มีเพียงบริเวณที่เป็นครัวสำหรับไว้อบขนม ด้านข้างเป็นเคาน์เตอร์แคชเชียร์ ส่วนด้านหลังเป็นบาร์เล็กๆ สำหรับชงเครื่องดื่ม นอกนั้นบริเวณอื่นๆ ในร้านเป็นที่สำหรับวางขนมอบรสชาติหลากหลายที่เพิ่งอบมาใหม่ๆ ให้เราได้เลือกบริการตัวเอง

ที่ร้านมีขายทั้งแบบเป็นชิ้นหรือจะสั่งเป็นถาดกลับบ้านไป แต่คงต้องกินกันหลายวันหน่อย เพราะนอกจากขนมร้านนี้จะชิ้นใหญ่แล้วยังถาดใหญ่อีก รวมถึงดูทันสมัยและมีการนำวัตถุดิบตามฤดูการมาใช้เป็นส่วนผสมอย่างลงตัว

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

อย่างแรกที่ทำเมื่อเข้ามาถึงที่ร้านคือกวาดสายตาไปรอบๆ เลือกขนมที่คิดว่าน่ากินที่สุด เราสั่ง Raspberry Almond Tart และ Hot Apple Cinnamon Tea ส่วนเพื่อนสายช็อกโกแลตก็ตามเคย เลือก Chocolate Brownie และ Lemonade นอกจากนั้น เรายังเลือกสโคนอีกหลายชิ้นกลับบ้านเพื่อจะเอามานั่งทานที่สนามบิน

ระหว่างที่รอให้ร้านอุ่นขนมให้เราขึ้นมานั่งที่ชั้นสอง เดินสำรวจร้านที่ตกแต่งด้านบนแบบง่ายๆ ตอนนี้คนยังไม่เยอะมากเพราะเรามาตั้งแต่ร้านเปิดใหม่ๆ ไม่นานก็ได้ขนมที่สั่งไว้ Hot Apple Cinnamon Tea เสิร์ฟมาแบบมีแอปเปิ้ลเป็นลูกๆ ลอยอยู่ในแก้ว มีเนื้อแอปเปิ้ลฝานบางๆ กับชาหอมๆ ส่วน Raspberry Almond Tart ก็อร่อยไม่แพ้กัน มีความเปรี้ยวหวานสลับกันไปในแต่ละคำ ได้แอบชิม Chocolate Brownie ของเพื่อน รสชาติก็กลมกล่อมเน้นไปทางเข้มข้น

หลังจากที่เรากินขนมไปจนหมด บอกเลยว่ารู้สึกตื่นเต้นกับขนมร้านนี้ เพราะที่นี่สามารถทำให้ขนมธรรมดาๆ ที่เราเคยทานทั่วไปมีความอร่อยและมีเอกลักษณ์เฉพาะอย่างบอกไม่ถูก เอาเป็นว่าใครมาเที่ยวโซลแล้วผ่านมาย่านนี้ เราแนะนำให้แวะมาเจอกับประสบการณ์แบบนี้กันนะคะ

Scoff & Bakehouse

โทร 07077611739
เวลาเปิด-ปิด วันอังคาร-อาทิตย์ 10.00 – 19.00 น.
IG @Scoffbakehouse
อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load