5 มกราคม 2562
11.91 K

ก่อนอ่านเรื่องนี้ ขอถามก่อนว่าคุณรู้จักร้าน Locus Native Food Lab กันหรือยัง

ถ้ายังไม่รู้จักร้านอาหาร Chef’s Table แห่งเชียงรายที่ทำอาหารแค่วันละมื้อ รับลูกค้าวันละกลุ่ม และต้องจองล่วงหน้าเท่านั้นเพราะคิวยาวข้ามเดือน ขออธิบายให้ฟังอย่างย่อที่สุดว่า นี่คือร้านอาหารที่เลือกนำวัตถุดิบท้องถิ่น เมนูเก่าแก่ และภูมิปัญญาของคนเชียงราย มาจัดเป็นมื้ออาหารคอร์สหรู ซึ่งจะเปลี่ยนเมนูไปทุกๆ เดือนไม่ซ้ำกัน ตามคอนเซปต์ของเชฟและวัตถุดิบในแต่ละฤดูกาล

เจ้าของร้านอาหารนี้คือ เชฟก้อง-ก้องวุฒิ ชัยวงศ์ขจร อดีตเชฟอาหารญี่ปุ่นในโรงแรม 5 ดาวที่ผันตัวมาเปิดร้านอาหารของตัวเอง ร้านเล็กๆ ที่บ้านสันตาลเหลืองนี้ตั้งอยู่นอกเมืองเชียงราย แต่โด่งดังในวงการนักชิมทั้งไทยและต่างประเทศ

อาหารเหนือ

อาหารเหนือ

นอกจากเป็นเจ้าของร้านเชฟส์เทเบิลยอดนิยมที่สุดแห่งหนึ่งในภาคเหนือ เชฟก้องยังเป็นนักสะสมขลุ่ยไม้ นักสะสมผ้าเก่า นักอนุรักษ์ป่า และล่าสุดยังผันตัวมาจัดทริป Chef’s Journey พานักชิมไปแกะรอยเบื้องหลังอาหารแต่ละจานบนโต๊ะของเขา ซึ่งต่อไปจะจัดเดือนละครั้ง และเหมือนกับอาหารในร้านของเขานั่นแหละ แต่ละเส้นทางจะไม่ซ้ำกันเลย

ในทริป Chef’s Journey no.0 อันเป็นทริปนำร่อง เชฟก้องและทีมงานไม่ได้แค่พาเราไปชิมอาหารดีๆ ตลอด 3 วัน แต่มอบประสบการณ์ใหม่ให้เราทบทวนสิ่งที่เรากินมาทั้งชีวิต และตั้งคำถามกับมื้ออาหารที่จะกินในอนาคต

“ทุกสิ่งที่ได้ทานคุณจะไปเห็นมันกับตา สัมผัสมันเองกับมือ เลิกเล่าเรื่อง แล้วไปอยู่ในเรื่องด้วยกัน มันคือการเดินทางของคนกับเส้นทางของอาหารจากจุดเริ่มต้น”

เจ้าของร้าน Locus เอ่ยในประกาศรับสมัครทริปที่รับคนเพียง 10 คนเท่านั้น

“แพ็กกระเป๋า เอาชุดที่ไม่สวยที่สุด พร้อมเลอะที่สุด หลวมและสบายที่สุด มากับคุณ แล้วออกเดินทางไปด้วยกัน 3 วัน 2คืน เที่ยวสวนผัก พักแบบคนบ้านนอก กินอาหารที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยคุณค่า เรียนทำอาหารเหนือ กินอาหาร ทานกาแฟออร์แกนิกในสวนที่ปลูก”

จั่วหัวมายั่วกระเพาะขนาดนี้ เราเดินตามหลังเชฟไปเรียนรู้เรื่องอาหารและธรรมชาติอย่างอิ่มท้อง อิ่มตา และอิ่มใจ

นี่คือ 8 เรื่องสั้นๆ ที่เราอยากแบ่งปันให้ฟัง ก่อนคุณจะออกตามหาเส้นทางอาหารของตัวเอง

 

1

ป่าคือครัว

อาหารเหนือ

อาหารเหนือ

สิ่งแรกที่เราทำคือเข้าป่า

ป่าชุมชนของหมู่บ้านโนนสมบูรณ์ ชุมชนชาวอีสานที่อพยพมาเชียงรายราว 50 ปีที่แล้ว คือครัวสีเขียวขนาดยักษ์ขนาด 2,000 ไร่ ที่นี่เป็น Public Space ที่มอบอาหารตามฤดูกาล เช่น ผักป่า เครื่องเทศ เห็ดต่างๆ กบ เขียด ตาน้ำบริสุทธิ์ใช้ดื่มกิน สมุนไพรรักษาโรค และประโยชน์อื่นๆ สารพัด

สำหรับเจ้าของร้าน Locus เขาไม่ได้แค่เข้ามาเก็บวัตถุดิบทำกับข้าว ประโยชน์ที่เชฟก้องได้จากที่นี่คือความเงียบและแรงบันดาลใจในการปรุงมื้ออาหาร 10 คอร์สจากส่วนประกอบ 10 อย่างของต้นไม้ ตั้งแต่รากถึงยอดใบ

ถ้าป่ายังอยู่ดี สิ่งที่คนได้รับจากป่าจะไม่มีวันหมด

ชุมชนตอบแทนด้วยการดูแลป่า มีกองทุนป่าชุมชนสำหรับรักษาพื้นที่สีเขียว และยังบวชต้นไม้ ใช้กุศโลบายผูกเศษจีวรรอบต้นไม้ใหญ่เพื่อกันคนมาตัดป่า

พวกเราในฐานะคณะเยี่ยมครัวของหมู่บ้านจึงเข้ามาคำนับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ เรียนรู้เรื่องป่า ดื่มน้ำแร่จากตาน้ำที่ป่ามอบให้ และร่วมบวชต้นไม้ด้วยกัน

 

2

สวนสะอาด ท้องสะอาด

อาหารเหนืออาหารเหนือ

จากครัวยักษ์ เราเข้าสู่ครัวขนาดรองลงมา คือสวนผักออร์แกนิกของชาวหมู่บ้านโนนสมบูรณ์ หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีประมาณ 100 หลังคาเรือน เกษตรกร 2 รายที่นี่ปลูกข้าวและผักออร์แกนิกตามฤดูกาล ท่ามกลางแปลงผักอื่นๆ ที่ใช้ปุ๋ยเคมี แปลงผักอินทรีย์เติบโตช้ากว่า ให้ผลผลิตน้อยกว่า ต้องใส่ใจมากกว่าหลายเท่าเพราะศัตรูพืชจะเข้ามากลุ้มรุม แต่ผลที่ได้รับคือกำไรที่มากกว่า

ออย-กรกนก ภูศักดิ์ เกษตรกรรุ่นใหม่ของหมู่บ้านมีแปลงผักทั้งหมดเพียง 2 ไร่ 2 งาน เธอปลูกข้าวเพียง 2 แปลง แต่ได้ค่าตอบแทนเท่านาข้าว 3 ไร่ของคนอื่นๆ เพราะรู้จักขายผักออนไลน์และเจอกลุ่มลูกค้าของตัวเอง คนที่รู้ว่าผักที่สวยน้อยหน่อย มีรอยแมลงกัดบ้าง ปลอดภัยและน่ากินกว่าผักสวยงามในท้องตลาดเป็นไหนๆ

เรากินอาหารเหนือในปิ่นโต ข้าวเหนียวร้อนๆ แกล้มน้ำพริกเห็ดลม น้ำพริกน้ำปู๋ น้ำพริกข่า ปลาเค็ม ไก่ย่าง จิ้นนึ่งหมู ผักสด โรยด้วยห่อทีหล่า ผงโรยข้าวสุดอูมามิของปกาเกอะญอที่ทำจากเฟินต้นน้ำ จิบน้ำต้มใบพริกแก้กระหาย มื้ออาหารข้างทุ่งนาไม่หรูหรา แต่อร่อยสุดๆ เพราะเรารู้ที่มาของทุกจาน

อาหารเหนืออาหารเหนือ

ออยเปิดคอร์สสั้นๆ เพื่อสอนวิชาการเกษตรกลางทุ่งให้คนเมือง ตั้งแต่เก็บผักจากแปลง ห่อผักบุ้งเป็นกำด้วยกาบกล้วยสำหรับไปขายในตลาด เก็บสับปะรดภูแลสดหวานเจี๊ยบมากินเอง แล้วโค่นต้นกล้วยมาสับกับแกลบและรำเพื่อทำอาหารเป็ดและห่าน คนกรุงอย่างเราเพิ่งได้โอกาสจับไข่เป็ดและไข่ห่านมาเปรียบเทียบขนาดกันเป็นครั้งแรก

ความจริงน่าตกใจที่เราฟังแล้วตาโตเป็นไข่ห่าน คือเกษตกรนิยมปลูกผักออร์แกนิกกันทุกบ้าน แต่เก็บไว้กินเอง ส่วนแปลงผักที่ใช้เคมีนั้นใช้ปลูกไว้ขายเข้าท้องตลาด ยิ่งคนกรุงชอบกินผักสวยๆ มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งพาอันตรายเข้าร่างกายมากขึ้นเท่านั้น

 

3

สายรุ้งแห่งไร่รื่นรมย์

อาหารเหนืออาหารเหนือ อาหารเหนือ

‘ไร่รื่นรมย์’ คือศูนย์การเรียนรู้เกษตรเชิงสร้างสรรค์และยั่งยืนที่ เปิ้ล-ศิริวิมล กิตะพาณิชย์ เป็นผู้ก่อตั้ง ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เชื่อมภูมิปัญญาท้องถิ่นกับคนเมืองอย่างลงตัว

นอกจากมีร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านค้าสินค้าออร์แกนิกสารพัด ที่นี่ยังมีสถานีเรียนการย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ เมื่อเก็บดาวเรืองและฝาง พืชท้องถิ่นมาย้อมผสมกับโคลน สารส้ม และปูนแดง สีที่ได้ไล่เฉดตั้งแต่เหลือง เขียว ไปจนถึงชมพู และม่วง หลากสีสันเหมือนสายรุ้งยักษ์ที่ทอดผ่านหุบเขาแห่งไร่รื่นรมย์ เปิ้ลเล่าให้ฟังว่า ทั้งดาวเรืองและฝางเป็นพืชที่มีฤทธิ์เป็นยา นอกจากใช้ย้อมผ้า ยังนำมาทำชาและน้ำสมุนไพรได้ด้วย

อาหารเหนือ

อาหารเหนือ

คืนนั้นเราล้อมวงกินบาร์บีคิวผสมอาหารเหนือใต้แสงดาว อ่อมเนื้อควาย ต้มส้มไก่เมือง หมูผัดผักกวางตุ้งที่เราเก็บเอง สลัดผักราดน้ำผึ้งชันโรงหินลาดใน และเมนูอื่นๆ ถูกปรุงให้กลมกล่อมด้วยบทสนทนาออกรสออกชาติ

ก่อนซุกตัวนอนในกระโจมใหญ่ที่แวดล้อมด้วยขุนเขา เราพอเข้าใจแล้วว่าเส้นทางอาหารและธรรมชาติสัมพันธ์และสำคัญกับเราขนาดไหน

 

4

ลุงที่รวยที่สุดในโลก

อาหารเหนือ

อาหารเหนือ

เป็นเรื่องยากที่จะหาใครคุณภาพชีวิตดีกว่า ลุงเขื่อน-สุภจิณห์ คำสมุทร เกษตรกรตัวอย่างแห่งดอยมะค่า อำเภอแม่ลาว ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ผสมผสานของลุงมีขนาดไม่กี่ไร่ แต่ลุงมีทุกอย่างที่ต้องการที่นี่

สวนปลอดสารของลุงมีมาตราฐาน กรอ. ย่อมาจาก กูรับรองเอง ที่มั่นใจขนาดนี้เพราะลุงกินและใช้ผลผลิตจากสวนนี้ ก่อนจะแบ่งผลผลิตไปขาย ส่วนหนึ่งส่งให้ร้าน Locus ใช้ทำอาหาร

สูตรรวยของลุงง่ายมาก ใจกลางพื้นที่มีต้นมะค่าต้นใหญ่ขนาด 11 คนโอบ ต้นไม้นี้ลุงยกให้เป็นไม้อนุรักษ์ของจังหวัด เป็นสมบัติของสาธารณะที่ห้ามตัดเด็ดขาด เพราะบนต้นมีรังผึ้งหลวงอาศัยอยู่ 22 รัง ผึ้งพวกนี้คือคนสวนของลุงที่ทำงานผสมเกสรให้ต้นไม้ของลุงมีผลผลิตทั้งปี ลุงปลูกกาแฟ ผักสวนครัว ขุดบึงเลี้ยงปลาเลี้ยงกุ้งด้วยหญ้าและเศษอาหาร และเลี้ยงเป็ดไว้ฝูงหนึ่งอย่างอิสระ หิวเมื่อไหร่มันก็โดดลงน้ำไปหาอะไรกินเอง แถมยังออกไข่เรี่ยราดให้ตามเก็บทุกวัน

ลุงมีปลา ผัก ไข่ กาแฟ ไว้กินฟรีตลอดทั้งปี แถมยังเปิดคาเฟ่เล็กๆ หน้าสวน มีกาแฟสดใส่น้ำผึ้งป่าและน้ำมะนาวสดเป็นตัวชูโรง จึงได้เงินจากการเปิดที่ให้คนมาเที่ยวและซื้อกาแฟกลับบ้าน

ถ้าตีมูลค่าวิวงามๆ และอากาศบริสุทธิ์ที่นี่เป็นตัวเงิน ลุงเขื่อนก็เป็นมหาเศรษฐีดีๆ นี่เอง

อาหารเหนือ

อาหารเหนือ

อาหารเหนือ

เราตามตะครุบไข่เป็ดอารมณ์ดี เก็บฝรั่งสดไม่ลืมต้นมากิน ลุงแบ่งมะนาวที่ออกลูกดกพราวจนใช้ไม่ทันมาให้ และยังสอนวิธีหาปลาด้วยการเหวี่ยงแหกับหย่อนจั๋มหรือโครงไม้ผูกตาข่ายให้

ถึงจะจับได้น้ำมากกว่าปลา แต่มื้ออาหารที่บ้านลุงทำให้เราได้รู้จักรสชาติของปลาสด ไข่สด ผักผลไม้สด และกาแฟสด เป็น Farm to Table ของแท้ที่อร่อยมากและทำให้เรารู้จักคำว่าคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริง

 

5

น้ำพริกที่อร่อยที่สุดในจักรวาล

อาหารเหนือ

อาหารเหนือ

ไม่ได้กล่าวเกินจริงแต่อย่างใด ที่มั่นใจว่าน้ำพริกมะเขือยาวนี้อร่อยมาก เพราะทุกคนได้ลงมือตำเองในเวิร์กช็อปที่ร้าน Locus เชฟก้องปิดร้าน เปิดครกให้เราตำมะเขือยาวกับปลาสลิดนาปิ้ง ใส่หอมและกระเทียมย่างสักหน่อย ปรุงรสอีกนิด กินแนมกับไข่ต้ม ปลาย่าง และสะระแหน่ อร่อยไม่มีใครเทียมเพราะปรุงเองชิมเองทุกขั้นตอน

คืนนั้นเชฟตักน้ำพริกของทุกคนมาเสิร์ฟแบบปิดชื่อ ให้กินกับปลานิลของลุงเขื่อน แล้วให้ลองชิมเปรียบเทียบกันทุกรส เราได้เรียนรู้ว่าความอร่อยเป็นเรื่องส่วนบุคคล ยิ่งได้ลองสวมบทบาทเกษตรกรก็แล้ว คนทำครัวเองก็แล้ว น้ำพริกที่เราได้ชิมจึงรสล้ำเลิศและมีความหมายพิเศษ

 

6

เจียงฮายดินเนอร์

อาหารเหนือ อาหารเหนือ

คืนสุดท้ายที่ได้อยู่ร่วมกัน สิ่งที่เราได้เรียนรู้มาทั้งหมดแปลงร่างเป็นเชฟส์เทเบิล 10 คอร์ส อาหารในห่อข้าว ในปิ่นโต ในถาดกลางสวนเหล่านั้น ถูกจัดการเสิร์ฟและจัดแต่งเป็นอาหารหรูด้วยวิธีการแบบสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นแกงจิ้นส้มผักปังที่เทซุปสดๆ ให้ได้กลิ่นฟืนตรงหน้า มายองเนสแกงตูนใส่เห็ดขอนขาว ยำจิ้นแห้งจับคู่กับไวน์แดง ไปจนถึงของหวานอย่างชิฟฟ่อนโทสต์ขิง ใส่ไอศกรีมใบย่านาง ราดน้ำผึ้งป่าเต็งรังและซอสถั่วเหลือง

อาหารเหนือ อาหารเหนือ อาหารเหนือ อาหารเหนือ

ถึงตอนนี้ คุณค่าของอาหารพื้นๆ และอาหารภัตตาคารหรูถูกสลับจัดเรียงใหม่ จะเลือกให้ความสำคัญกับวัตถุดิบสดสะอาดตามฤดูกาล ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือความสร้างสรรค์แฟนซีก็ตามใจ แต่ว่าอย่าให้ราคาหรือคำโฆษณาเป็นปัจจัยตัดสิน จนกว่าจะรู้จักที่มาที่ไปของอาหารตรงหน้าคุณ

อาหารเหนือ

อาหารเหนือ

นอกจากนั้น เชฟยังเล่าเรื่องการอนุรักษ์ป่าผ่านผึ้ง โดยสร้างโครงการอนุบาลผึ้งที่เวียงป่าเป้า เพื่อให้ผึ้งทำงานผสมเกสรปลูกป่านับพันไร่ให้มนุษย์ เชฟก้องแถมเคล็ดลับเลือกซื้อน้ำผึ้งว่า น้ำผึ้งที่ดีที่สุุดคือน้ำผึ้งป่า ไม่ใช่ผึ้งเลี้ยง วิธีการสังเกตแบบง่ายๆ คือลองจับขวดน้ำผึ้งมาพลิกไปมา ถ้าฟองวิ่งเร็ว ความหนืดต่ำ น่าจะเป็นน้ำผึ้งป่า ส่วนถ้าฟองวิ่งช้าน่าจะเป็นน้ำผึ้งบ้าน เพราะให้ผึ้งกินน้ำตาลความหนืดจึงสูง วิธีการเลือกซื้อน้ำผึ้งที่ดีที่สุดคือต้องชิมก่อนซื้อ และซื้อจากคนรู้จักจะดีที่สุด

 

7

เมียนมาสไตล์

อาหารเหนือ

อาหารเหนืออาหารเหนือ

  ชิมอาหารเหนือผสมสไตล์ชนเผ่ามามากแล้ว เราเรียนรู้อาหารเชียงรายมากยิ่งขึ้นที่ชายแดนไทยเมียนมา เราเข้าตลาดเช้าไปสำรวจวัตถุดิบสนุกสารพัดจากพ่อค้าแม่ขายจากประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งแต่ผักผลไม้แปลกๆ เครื่องปรุงสารพัด ไปจนถึงรังต่อและรถด่วนเป็นๆ แถมเชฟก้องยังพาไปวัดดอยเวาเพื่อทานข้าวกั้นจิ้นแสนอร่อยที่เตรียมวัตถุดิบจากพม่า และข้าวซอยน้อย อาหารไทใหญ่คล้ายข้าวเกรียบปากหม้อที่หากินได้ยากด้วย

 

8

ครัวในบ้าน

อาหารเหนือ อาหารเหนือ อาหารเหนือ

ปิดท้ายทริปนี้ด้วยความเชื่อว่าอาหารที่อร่อยที่สุดคืออาหารจากครัวในบ้าน เชฟพาเราไปหา ป้าจิน ชัยวงศ์ ปูชนียบุคคลด้านอาหารเหนือโบราณ และแม่ครัวเอกที่ทำอาหารถวายท่านเจ้าคุณวัดพระธาตุดอยตุงเสมอมา ป้าพาเข้าครัวไปสอนเคล็ดลับทำกับข้าวอย่างไม่ปิดบัง ตั้งแต่การทำยำผักละ (ชะอม) น้ำพริกเม็ดมะม่วง จอผักกาด ลาบปลาดุก แอ๊บอ่องออหรือสมองหมู และขนมมัน

เราพยายามเรียนรู้การทำอาหารเหนือตำรับดั้งเดิม แต่ถึงจะจดสูตรได้ก็ไม่แน่ใจว่าทำได้อย่างป้าหรือเปล่า เพราะป้าจินเหมือนคนมือทิพย์ จับหม้อไหนก็อร่อยไปทั้งสิ้น รสมือแม่ครัวที่ผ่านการฝึกฝนมาทั้งชีวิตไม่ธรรมดาจริงๆ

ถ้าอ่านเรื่องนี้แล้วหิวจนทนไม่ไหว ตามไปจองโต๊ะอาหารและทริปของเชฟก้องได้ที่นี่ รับประกันได้ว่าไม่เหมือนกันแน่นอน เพราะ Chef’s Journey ครั้งต่อไป ชาว Locus และผู้ร่วมทริปคงจะได้ออกแบบประสบการณ์ที่น่าจดจำร่วมกัน

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

28 พฤษภาคม 2565
655

ถ้าพูดถึง New York City หนึ่งในสิ่งที่ควรทำย่อมหนีไม่พ้นการชมการแสดงในโรงละครย่าน Broadway ใจกลางเมือง โรงละครและการแสดงเหล่านี้ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญและเป็นเวทีสำคัญสำหรับเหล่านักแสดงทั้งหลาย ทั้งที่กำลังเริ่มต้นอาชีพ กำลังประสบความสำเร็จในอาชีพ หรือแม้กระทั่งประสบความสำเร็จมาก ๆ ในโลกโทรทัศน์-ภาพยนตร์ แต่ต้องการกลับมาแสดงสดบนเวที

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้โอกาสเดินทางเข้านิวยอร์กเป็นครั้งแรกในรอบน่าจะเกือบ 3 ปี โรงละครบรอดเวย์เหล่านี้ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการระบาดของโควิด-19 ถ้าใครเคยไปดู จะเข้าใจได้ไม่ยากเลยว่าทำไม เพราะส่วนใหญ่เป็นโรงละครในแบบเก่า ที่นั่งติดกันเป็นแถว ช่องว่างระหว่างแถวแคบยิ่งกว่าที่นั่งชั้น Economy ของสายการบิน Low Cost 

ขนาดว่าถ้ามีคนมาใหม่ ต้องการเข้าไปนั่งที่นั่งตรงกลางแถว คนด้านนอกเกือบทุกคนต้องลุกขึ้นและบางครั้งอาจจะต้องเดินออกมาจากแถวที่นั่ง เพื่อให้คนมาใหม่เข้าไปยังที่นั่งของตัวเองด้านในได้ ดังนั้นมาตรการป้องกันโควิด-19 เช่นการเว้นระยะห่างจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับการแสดงเหล่านี้ 

ถ้าถามว่าจะให้จัดที่นั่งแบบเว้นห่างกัน ถึงแม้ว่าจะทำได้ในทางทฤษฎี แต่ทางธุรกิจและความเป็นจริงแล้วทำได้ยากมาก ๆ เพราะการแสดงแต่ละโชว์นั้นมีค่าใช้จ่ายสูงมากต่อสัปดาห์ และรายได้จากแต่ละที่นั่งในโรงละครจะทำให้การแสดงนั้นเปิดต่อไปได้ หลายโชว์แม้ว่าจะได้รีวิวดีเพียงใด แต่ถ้ายอดขายไม่ดี ก็มีโอกาสต้องปิดตัวก่อนกำหนดได้ง่าย ๆ 

ติ่ง Hugh Jackman ดูวูล์ฟเวอร์รีนหนุ่มร้อง-เต้น The Music Man ณ Broadway นิวยอร์ก

โชว์ในบรอดเวย์แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ คือ Musical หรือละครเพลงที่หลายคนคุ้นเคย กับ Play คือเป็นละครเวทีเฉย ๆ ไม่มีเพลง 

มิวสิคัลชื่อดังที่ยังคงมีเล่นอยู่เรื่อย ๆ เช่น The Phantom of the Opera, Chicago, Wicked, The Lion King หรือเรื่องยอดฮิตในช่วง 5 ปีหลัง เช่น Hamilton ในขณะที่ละครเวทีส่วนใหญ่มักเปิดการแสดงระยะสั้นไม่กี่เดือน Play ที่ดังมาก ๆ และยังเปิดการแสดงต่อเนื่องอยู่ตอนนี้คงหนีไม่พ้น Harry Potter and The Cursed Child 

นอกเหนือจากนักแสดงบรอดเวย์ขาประจำแล้ว บางครั้งก็มีนักแสดงโทรทัศน์-ภาพยนตร์หลาย ๆ คนที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมาแสดงสด ไม่มีการตัดต่อ ส่วนใหญ่มักเล่นละครพูด เช่น Tom Hiddleston, Daniel Radcliffe หรือ Andrew Garfield แต่หลายคนก็มาเล่นมิวสิคัล แน่นอนว่าทั้งร้อง ทั้งเต้น ทั้งแสดง ต่อเนื่องกัน 2 ชั่วโมงครึ่ง 8 ครั้งต่อสัปดาห์

นักแสดงคนล่าสุดที่ตอนนี้กำลังทำการแสดงอยู่คือ Hugh Jackman หรือ The Wolverine จาก The X-Men สำหรับเราที่ไม่ได้ชื่นชอบหนังสไตล์ซูเปอร์ฮีโร่เท่าไหร่ เราประทับใจฮิวจ์จากบท P.T. Barnum ในเรื่อง The Greatest Showman มากกว่า ฮิวจ์เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในแวดวงมิวสิคัลและเคยเล่นละครเพลงมาก่อน เราจึงไม่แปลกใจเท่าไหร่ โดยเฉพาะจากที่เห็นใน The Greatest Showman ตอนที่ฮิวจ์ แจ็กแมน ประกาศว่าจะกลับมาบรอดเวย์ใน The Music Man 

จริง ๆ The Music Man เป็นหนึ่งในละครเพลงยอดนิยมและคลาสสิกในช่วงยุค 60 มีการกลับมาทำซ้ำแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2000 ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเหมือนกัน ดังนั้นทั้งการประกาศสร้างโชว์และประกาศตัวนักแสดงทำให้เรื่องนี้เป็นที่จับตามองพอสมควร เช่นเดียวกับอีกหลาย ๆ โชว์ 

ตอนแรกเรื่องนี้มีกำหนดเปิดการแสดงในปี 2020 แต่ก็ต้องเลื่อนเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 และเพิ่งได้เริ่มเปิดการแสดงเป็นทางการ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้เอง

ด้วยความที่ชอบมิวสิคัลและฮิวจ์ แจ็กแมน อยู่แล้วเป็นทุนเดิม เราจึงไม่อยากพลาดโชว์นี้ แต่ถ้าใครเคยดูละครเพลงเหล่านี้ จะทราบดีว่าตั๋วแต่ละใบนั้นราคาเรียกว่าแพงกระเป๋าฉีก และเราไม่ได้วางแผนซื้อบัตรล่วงหน้ามาก่อน เลยตัดสินใจไปซื้อตั๋วหน้าโรงละครก่อนการแสดงเปิด เพราะโชว์นี้มีโควตา Rush Ticket ราคาย่อมเยาเป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์ แต่เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าแต่ละรอบจะมีโควต้ากี่ใบ และที่นั่งที่ได้จะอยู่ตรงไหน

ติ่ง Hugh Jackman ดูวูล์ฟเวอร์รีนหนุ่มร้อง-เต้น The Music Man ณ Broadway นิวยอร์ก

วันที่เราไปเป็นเช้าวันเสาร์ที่น่าหดหู่วันหนึ่ง เพราะฝนตกต่อเนื่องมาตั้งแต่วันศุกร์ อากาศไม่ค่อยน่าพิศมัย ทำให้เราคิดว่าคงไม่ค่อยมีคนอยากมาต่อแถวซื้อบัตรในวันที่อากาศแบบนี้ เรามาถึงตอน 8.30 น.ก่อน Box Office เปิด 1 ชั่วโมงครึ่ง แต่ก็เจอคนมาก่อนหน้าเราประมาณ 40 คนได้ ความรู้สึกตอนนั้นคือแทบทรุด ตั๋วจะเหลือมาถึงเรามั้ยเนี่ย แต่ก็ตัดใจยืนรอท่ามกลางฝนที่ตกหนักขึ้นและอากาศที่เย็นขึ้นเรื่อย ๆ เราที่โชคดีมี Rain Jacket หนึ่งตัว แต่นอกนั้นดูจะไม่พร้อมกับอากาศระดับนี้เลยแม้แต่น้อย

ความรู้สึกตอนที่ Box Office เปิด แล้วคนข้างหน้าเริ่มทยอยได้ตั๋วนี่บรรยายได้ยากมาก คือดีใจกับทุกคน แต่ในขณะเดียวกันก็แสนจะกังวลว่าตั๋วจะเหลือถึงเรามั้ย โชคดีอย่างหนึ่งคือวันเสาร์เป็นวันที่มีโชว์ 2 รอบ ตอนบ่ายกับตอนเย็น ทุกคนในแถวที่ยังไม่ถึงคิวตัวเองก็ปลอบใจกันไปเรื่อย ๆ ว่ามันน่าจะเหลือมาถึงบ้างละน่า วินาทีที่ถึงคิวเราแล้วเจ้าหน้าที่บอกยังเหลือบัตรนี่คือดีใจมาก ๆ แบบสุด ๆ พูดไม่ออก ได้แต่กระโดดโลดเต้นอยู่ตรงหน้าห้องขายตั๋ว 

ตั๋วที่เราได้เป็นที่นั่งในโซน Orchestra แถวที่ 4 จากหน้าสุด แต่ริมสุด ซึ่งเป็นที่นั่งที่เรียกว่า Partial View เพราะมองไม่เห็นการแสดงในบางมุม แต่ที่นั่งตรงนี้ก็ทำให้เห็นฮิวจ์ แจ็กแมน แบบใกล้มาก ๆ ใกล้มากแบบมาก ๆ โดยเฉพาะฉากหนึ่งที่เขาออกมาจากฝั่งที่เรานั่ง วินาทีนั้นคือบรรยายไม่ถูก 

นี่คงเรียกว่าวิถีติ่งที่สมบูรณ์ ฮิวจ์ทั้งโชว์ ทั้งร้อง ทั้งเต้น เต็มที่มากตลอดโชว์ ประหนึ่งเห็น The Greatest Showman เล่นสด นอกจากฮิวจ์แล้ว นักแสดงหลักหญิงคือ Sutton Foster ก็เล่นดีมาก ๆ เหมือนกัน เพลงเพราะมาก ชอบมาก ๆ นักแสดง Ensemble ทุกคนก็เก่งมาก ๆ กันทุกคน เต้นกันแบบไม่รู้เหนื่อย เสื้อผ้า ฉาก ทุกอย่างถือว่าดี โดยรวมถือว่าเป็น 2 ชั่วโมงครึ่งที่เต็มอิ่ม และคุ้มค่ากับการยืนรอท่ามกลางฝนเมื่อเช้า 1 ชั่วโมงครึ่งเป็นที่สุด

แฟนคลับ Hugh Jackman สู้ฝนซื้อตั๋วดูบอร์ดเวย์ เรื่อง The Music Man ที่ Winter Garden Theatre, นิวยอร์ก

โดยปกติแล้วหลังจบการแสดง ก่อนหน้าโควิด-19 นักแสดงหลายคนจะออกมาที่ Stage Door ซึ่งเป็นประตูทางเข้าหลังเวทีสำหรับนักแสดงเพื่อพบปะแฟน ๆ ถ่ายรูป แจกลายเซ็น ถึงแม้ว่าตอนนี้สถานการณ์ดูดีขึ้น แต่ก็มีข่าวประกาศออกมาก่อนหน้านี้ว่าอาจจะไม่มี Stage Door 

ถึงอย่างนั้นก็ตาม ยังมีแฟน ๆ อีกหลายคนที่ตัดสินใจไปรอ และในที่สุดฮิวจ์ก็ออกมา ถึงแม้ว่าจะไม่มีการแจกลายเซ็น ถ่ายเซลฟี่ เหมือนสมัยก่อนโควิด-19 ระบาด แต่เขาก็ยังออกมาทักทาย โบกมือ ยิ้มให้กล้องตามคำเรียกร้องของเหล่าแฟน ๆ อยู่ประมาณ 5 – 10 นาที เป็นการปิดท้ายการตามติ่งดาราด้วยความรู้สึกเต็มอิ่มและมีความสุขมาก ๆ 

สำหรับเราแล้ว มิวสิคัลและบรอดเวย์ให้อะไรมากมาย แม้ว่าตั๋วแพงแสนแพง แต่การแสดงสดพวกนี้มีอะไรหลาย ๆ อย่างที่เราหาไม่ได้จากการนั่งดูทีวีหรือหนังในโรงภาพยนตร์ ไม่ใช่ว่าทั้งสองอย่างไม่ดี แต่ว่าแต่ละมีเดียก็มีข้อดีข้อเสียที่ต่างกันออกไป 

เราชอบบรรยากาศการแสดงสด ไม่มีการตัดต่อ การที่โชว์และนักแสดงมีปฏิสัมพันธ์กับคนดู เพราะมันทำให้เรารู้สึกถึงความมีชีวิต ซึ่งขาดหายไปเหลือเกินตั้งแต่ช่วงเข้าวัยผู้ใหญ่ และยิ่งขาดมากเข้าไปอีกจากโรคระบาดและมาตรการ Social Distancing การได้กลับมาเยือนบรอดเวย์สั้น ๆ ในรอบนี้ของเรา ช่วยดึงบรรยากาศเก่า ๆ และความรู้สึกเหล่านั้นกลับมาอีกครั้ง 

สุดท้าย ขอขอบคุณคนแปลกหน้าผู้ร่วมชะตากรรมยืนต่อแถวกลางสายฝนที่คอยชวนคุย ให้ยืมร่ม หรือแม้กระทั่งจองที่ให้ระหว่างที่ขอไปห้องน้ำ ขอบคุณนักแสดงทุกคนสำหรับประสบการณ์ดี ๆ และขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจจัดทริปนี้ หวังว่าทุกคนจะสนุกไปกับประสบการณ์วิถีติ่งของเรา ณ The Great White Way แห่งนี้นะคะ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

กรกนก ศฤงคารีเศรษฐ์

ว่าที่กุมารแพทย์ที่ชื่นชอบละครเพลงและดนตรีหลากหลายประเภทเป็นชีวิตจิตใจ และคิดว่ายังคงอยู่ในระยะฝึกหัดของการใช้ชีวิต

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load