“เชิญนั่งเลยครับ ผมขอจัดดอกไม้ให้เสร็จก่อน”

เมื่อเปิดประตูร้านเข้ามา เชน-ธีรเวทย์ อัศวเอกะวานิช เจ้าของ ‘M.T. Rollin’ Club’ เงยหน้าจากดอกไม้สดช่อใหญ่และแจกันใบโตกลางร้าน ห้องรับแขกสีหวานเบื้องหน้าตกแต่งสวยเหมือนฉากหนังแฟนตาซี จนเราอดถามไม่ได้ว่าคืนนี้จะมีงานเลี้ยงใหญ่รึเปล่า

MT Rolling Club

“เปล่าครับ แค่จัดเฉยๆ” เชนหันไปปักดอกลิลลี่ลงแจกัน “ที่นี่เป็นที่ของผม ผมก็อยากแต่งให้มันสวย”

MT Rolling Club MT Rolling Club

อาคารอนุรักษ์สไตล์โคโลเนียลที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีพระราชดำริให้สร้างขึ้นเป็นย่านการค้าข้างวัดราชบพิธฯ เป็นตึกเก่าอายุร้อยกว่าปีที่นักออกแบบหนุ่มตกหลุมรักมานานแล้ว เมื่อบังเอิญมาไหว้พระที่วัดราชบพิธฯ แล้วพบว่าเจ้าของเดิมเลิกกิจการโรงแรม เขาจึงรีบติดต่อขอเข้ามาเปลี่ยนที่นี่เป็นร้านแสนพิเศษ

MT Rolling Club

“การปรับปรุงที่นี่ใช้เวลา 10 เดือน ตอนแรกผมยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร แต่ก็มานั่งคิดว่าผมเป็นคนประหลาดในประเทศนี้ เป็นผู้ชายที่บ้าการแต่งตัว ใส่นาฬิกา ใส่แหวนติดนิ้ว อยากแต่งตัวดีๆ ไปร้านอาหาร แต่ไม่ค่อยมีที่ไป ผมเลยอยากทำที่นี่ให้เป็นเหมือนบ้านที่เราชอบ ให้คนมาจอยกัน เหมือนชวนเพื่อนมาบ้านเรา”

MT Rolling Club

บ้านของเชนคือสถานที่ที่เจ้าของร้านและพนักงานทุกคนสวมเสื้อกั๊กทับเชิ้ตแขนยาว แต่งตัวเก๋วินเทจสไตล์ตะวันตก จนเรารู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในม้วนฟิล์มภาพยนตร์ยุคเก่าชื่อ M.T. Rollin’ Club

M.T. เป็นชื่อเล่นผมที่คนเรียกกัน ผมชื่อธีรเวทย์ แปลว่าผู้มีเวทมนตร์ หรือ Magician ส่วน T ก็เป็นทั้งอักษรย่อชื่อจริง และย่อจากคำว่า Trick พอเติม Rollin’ เข้าไปก็ดูเพ้อฝัน นิยาย มันดูมีความเป็นไปได้เยอะว่าจะแปลว่าอะไร ทำให้คนสงสัย ซึ่งก็แล้วแต่คน คุณจะตีความยังไงก็ได้ แล้วเข้ามาหาว่าจะทำอะไรที่นี่”

แต่ละห้องและแต่ละกิจกรรมที่นี่ได้แรงบันดาลใจจากงานศิลปะ เคนเป็นนักออกแบบมือรางวัลที่ผ่านประสบการณ์ออกแบบเสื้อผ้า กราฟิก การตกแต่งบ้าน ไปจนถึงงานอีเวนต์ เขารวบรวมคนรู้จักในชีวิตการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเชฟ บาร์เทนเดอร์ แฟชั่นดีไซเนอร์ และความเป็นตัวเอง มาอยู่ในร้านทั้งหมด เคนเคยไปอยู่นิวยอร์กมาพักใหญ่ เขาหลงใหลของสไตล์ยุโรป แต่ชอบความเป็นอเมริกันที่สนุกกว่า

MT Rolling Club

MT Rolling Club

MT Rolling Club

กิจกรรมของที่นี่มีหลากหลายตั้งแต่สายจรดมืด เริ่มต้นด้วยการเป็นร้านอาหารและคาเฟ่ ห้องแรกที่เข้ามาเป็นห้องรับแขกรวมสีพีชหวานปนสีเหลืองสดใส ตกแต่งด้วยดอกลิลลี่ คาร์เนชัน และกุหลาบสดเสมอ เพราะได้แรงบันดาลใจจากภาพวาดสีน้ำมันชื่อ ‘Carnation, Lily, Lily, Rose’ ของ John Singer Sargent

MT Rolling Club

ห้องถัดไปคือห้องรับประทานน้ำชาของสุภาพสตรี เชนออกแบบให้ คุณแม่อารีย์ อัศวเอกะวานิช ผู้รักดอกไม้เป็นชีวิตจิตใจ และทั้งคู่ยังเกิดเดือนสิงหาคมเหมือนกัน ภาพที่เป็นแรงบันดาลใจของห้องนี้คือภาพเลดี้แอนนาในหนังสือภาพ The lover’s Mother Goose ของ John Cecil Clay ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในยุควิกตอเรียน

MT Rolling Club

ห้องด้านในสุดคือคลับสุภาพบุรุษ ที่เป็นทั้งห้องตัดสูท (ต้องนัดล่วงหน้า) และห้องสนทนาประสาผู้ชาย ไม่ว่าจะสูบซิการ์ ฟังแผ่นเสียง หรือเอากระดุมข้อมือทองเหลืองเก่ามาอวดกัน

MT Rolling Club MT Rolling Club

MT Rolling Club

“สไตล์ห้องนี้เป็น Art Deco อิตาเลียน ตกแต่งด้วยภาพลายเส้นที่ได้แรงบันดาลใจจาก Jean Cocteau แต่งด้วยผ้าเก่าตั้งแต่ปี 1851 ที่ผมซื้อมา รูปปั้นทั้งหมดในห้องนี้คือเทพ Hermes เพราะโลโก้ตรงจั่วของอาคารนี้เป็นรูปงูพันกับคทา สื่อถือเทพเจ้าแห่งการค้าขายและการสื่อสาร แล้วผมก็ชอบหนังเรื่อง The Legend of 1900 มาก ห้องนี้ก็จะมีกลิ่นอายแบบนั้น”

ระหว่าง Ladie’s Room และ Gentlemen Club เชนตั้งใจจะกั้นห้องแยกชายหญิง เป็นกิมมิกเล็กๆ ให้หนุ่มสาวที่อยากสื่อสารกันทำได้แค่มองและส่งจดหมายหากันผ่านบริกร

MT Rolling Club

ห้องสุดท้ายคือส่วนร้านอาหารและบาร์ที่เปิดถึงเที่ยงคืน ตกแต่งโดยได้แรงบันดาลใจจากภาพสระบัวของโมเนต์ และบ้านหลังงามนอกเมืองปารีสของศิลปินหนุ่มที่เต็มไปด้วยต้นวิลโลว์

MT Rolling Club MT Rolling Club MT Rolling Club

MT Rolling Club

อาหารที่นี่เป็นอาหารสไตล์ดั้งเดิมที่ใช้วัตถุดิบดีและทำอย่างละเมียดละไม เช่น Manhattan Dream ปลากระพงทอดเนยกระเทียม Pretty in Pink ค็อกเทลกุ้งนึ่งเสิร์ฟพร้อมผักและซอส ตลอดจนขนมนมเนยอย่าง Sweet Anna ขนมมาเดอแลนกับเบอร์รี่สด และสโคนอบใหม่หอมกรุ่น แถมเราพบว่าค็อกเทลที่นี่ก็อร่อยมาก รายละเอียดทุกอย่างพิถีพิถัน ถึงขั้นจานชามถ้วยแก้วทั้งหมดเป็นกระเบื้องเคลือบเก่าและแก้วคริสตัลเจียระไน

MT Rolling Club

“ลูกค้าเคยถามว่าใช้ของขั้นนี้เลยเหรอ ผมตอบว่าใช่ ผมอยากให้เกียรติคุณไง ที่นี่ที่ของผม ผมก็อยากทำแบบที่ผมชอบ แบบที่ผมเป็น เพราะมันเป็นคลับที่อยากชวนคนคอเดียวกันมาจอย”

MT Rolling Club MT Rolling Club MT Rolling Club MT Rolling Club

นอกจากกิจกรรมรายวัน เชนยังตั้งใจจัดกิจกรรมสนุกๆ ทุก 3 เดือน เช่น จัดงาน Long Table นิทรรศการภาพถ่าย หรืองานดนตรีสดที่ชักชวนคนชอบเดินทาง ชอบศิลปะ มีสุนทรียะในการใช้ชีวิต มาพูดคุยกันอย่างเปี่ยมอรรถรส

“ผมไม่อยากอธิบายตัวเองแล้วว่างานเราเป็นแบบไหน เราเป็นคนแบบไหน เราชัดเจนแต่เด็ก พอทำที่นี่ก็ตั้งใจว่าจะไม่ให้ใครมาทำให้ต้องพยายามพิสูจน์ตัวเองอีกแล้ว”

ดีไซเนอร์เจ้าของคลับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีเอ่ยชัด ขณะที่เสียงเพลงแจ๊สทุ้มหวานดังคลอ เราดื่มด่ำช่วงเวลาในคลับอย่างเต็มที่เพื่อเก็บบรรยากาศมาฝากเป็นภาพถ่ายและตัวอักษร

แต่คุณก็รู้ วิธีที่ดีที่สุดที่จะสัมผัสรสนิยมงดงามของเขา คือเข้ามาร่วมคลับนี้ด้วยตัวเอง

MT Rolling Club

M.T. Rollin’ Club

ที่อยู่ M.T. Rollin’ Club แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
เปิดเวลา 11 โมง – เที่ยงคืน ปิดทุกวันจันทร์
Facebook : MTRollinclub

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ครั้งสุดท้ายที่เราบรรจงเขียนตัวอักษรอย่างประณีตลงบนกระดาษด้วยปากกาหมึกซึมคือเมื่อไหร่

เป็นคำถามที่เราตอบไม่ได้เหมือนกัน เพราะนานมากแล้วจนจำไม่ได้ และดูเหมือนจะไม่ค่อยมีร้านที่ขายปากกาหมึกซึมโดยเฉพาะให้เราเลือกซื้อเท่าไหร่แล้ว ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

แต่บางครั้ง ยุคสมัยก็เปลี่ยนความหลงใหลและความรักต่อบางสิ่งไม่ได้

ตอนนี้เรากำลังยืนอยู่หน้าร้านขายเครื่องเขียนขนาดกะทัดรัดชวนอบอุ่นหัวใจ ที่รวบรวมปากกาหมึกซึม ปากกาคอแร้ง หมึก กระดาษ และเครื่องเขียน ที่มีคุณภาพจากหลากหลายประเทศทั่วโลกไว้ในย่านใจกลางกรุงอย่างสีลม เปิดบริการเพื่อต้อนรับพลพรรคที่รักการขีดเขียนให้ได้มาเยี่ยมชมกันในห้องสีน้ำเงินสบายตา

เราพร้อมจะค้นหาเสน่ห์ปลายตวัดของปากกาหมึกซึมและอุปกรณ์ต่างๆ และย้อนความทรงจำวันวานไปกับร้าน The PIPS Cafe’ แห่งนี้แล้ว

ร้าน The PIPS Cafe’ ร้าน The PIPS Cafe’

จุดเริ่มต้นของร้าน The PIPS Cafe’ เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว ในยุคสมัยที่ร้านขายปากกาหมึกซึมเลือนหายไปตามกาลเวลาที่เปลี่ยนไป เอ็ม ชายหนุ่มผู้หลงใหลในการขีดเขียนตัวอักษร ตัดสินใจนำเข้าปากกาหมึกซึม หมึก และกระดาษ จากต่างประเทศ ทั้งญี่ปุ่น ไต้หวัน อเมริกา และยุโรป เพื่อมาขายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยหวังที่จะแบ่งปันความรู้สึกสุดพิเศษที่ตัวเองได้รับจากการเขียนนี้ให้แก่ผู้คน

“ในสมัยนี้ความจำเป็นในการใช้ปากกามันน้อยลงมาก สมัยก่อนเราจะจำลายมือของเพื่อนเราได้ แต่เดี๋ยวนี้เราจำลายมือและตัวอักษรของกันและกันไม่ได้แล้วนะ เพราะเราใช้การพิมพ์มากกว่าการเขียน ถ้าเราหันมาใช้ปากกาหมึกซึม มันจะทำให้เราได้ประสบการณ์อีกแบบหนึ่งที่การพิมพ์ไม่มีทางให้ได้ และมันทำให้เราระลึกถึงวันเก่าๆ ที่ถูกครูบังคับให้เขียนด้วย (หัวเราะ) พอมาใช้เราก็จำความรู้สึกนั้นได้ดี”

แต่ช่องทางออนไลน์จำกัดการถ่ายทอดความรู้สึกนี้ได้ผ่านการพิมพ์ตัวอักษรกับลูกค้าเท่านั้น ประสบการณ์ที่ได้รับจะไม่มีวันเทียบเท่ากับการได้ลองจุ่มหมึกเขียนหนังสือ และสนทนากันเพื่อเฟ้นหาสินค้าที่ถูกใจลูกค้าที่สุด เอ็มจึงตัดสินใจขยับขยายมาเปิดหน้าร้านเล็กๆ ที่ตึกธนิยะ สีลม เมื่อเดินเข้ามาจะเห็นหมึกหลายร้อยสีจากสารพัดยี่ห้อถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ปากกาหมึกซึมหลากทรงหลายสิบด้าม สมุดกระดาษเนื้อดีที่คัดสรรคุณภาพ และสินค้าน่าหยิบจับอื่นๆ เช่น ปากกาขนนกสารพัดสี สีน้ำ และของเล่นน่าตื่นตาสำหรับคนรักเครื่องเขียน

ร้านเครื่องเขียน สี ร้านเครื่องเขียน

แม้ร้านนี้จะไม่ได้สมเหตุสมผลทางธุรกิจในมุมมองเสียเท่าไหร่นัก แต่เขามองว่ามันเติมเต็มความรู้สึกและสามารถสร้างพื้นที่ที่เป็นศูนย์รวมของคนรักปากกาหมึกซึม ให้สามารถเข้ามานั่งเล่น พูดคุย แลกเปลี่ยน และทดลองอุปกรณ์คู่ใจของกันและกันได้ เหมือนในต่างประเทศเช่นญี่ปุ่นหรืออังกฤษที่มีร้านเครื่องเขียนเฉพาะทางแบบนี้มากมาย การปรากฏตัวของร้าน The PIPS Cafe’ ถูกบอกเล่าปากต่อปากผ่านลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และกลุ่มลูกค้าของเขามีตั้งแต่วัยประถมที่หาเครื่องเขียนไปโรงเรียน จนถึงวัยเกษียณที่คิดถึงอุปกรณ์สไตล์วินเทจเมื่อตนเองยังเป็นหนุ่มสาว

“เวลาคนรักปากกาเจอกัน บทสนทนาด้วยคำพูดจะน้อยมาก ส่วนมากเราจะคุยกันผ่านการเขียน ต่างคนต่างลองปากกาของอีกคนแล้วแชร์ความรู้สึกกัน และนี่แหละคือเสน่ห์ ต่อให้ใช้ปากกาด้ามเดียวกัน หมึกสีเดียวกัน แต่ละคนเขียนก็จะได้ผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนกัน เพราะกระดาษที่ไม่เหมือน ขนาดหัวปากกาที่ไม่เท่ากัน น้ำหมึกที่ไม่เท่ากัน มันเป็นเสน่ห์ ของแบบนี้ต้องเป็นคนหลงใหลในปากกาหมึกซึมด้วยกันเท่านั้นถึงจะเข้าใจ”

ปากกา ปากกา

แม้จะมีหน้าร้านให้ลูกค้าได้เข้ามาพบปะพูดคุยและทดลองแล้ว ความท้าทายอีกอย่างหนึ่งคือความหลากหลายของตัวปากกาที่ต่างกันในด้านระบบการทำงานและการเติมหมึก มีตั้งแต่แบบสูบ แบบสุญญากาศ แบบเติมในตัวปากกา และสีหมึกที่มีมากมายหลายเฉดสีเสียเหลือเกิน หากมีใครสักคนเดินเข้ามาบอกเพียงให้ช่วยเลือกหมึกสีน้ำเงินให้ นั่นถือเป็นโจทย์สุดหินทันที เพราะการค้นหาสีที่ใช่ที่สุดในบรรดาเฉดสีกว่าร้อยๆ สีไม่ใช่เรื่องง่าย แต่แน่นอนว่าวิธีแก้ที่น่าสนใจนั้นมีอยู่เสมอ

“ผมอยากแนะนำให้ลูกค้าได้มาลองเลือกดูด้วยตัวเอง ใช้เวลาได้เต็มที่เลย สิ่งที่ผมทำได้คือพยายามเอาหมึกหลากหลายรูปแบบมาเขียนให้ลูกค้าดูจริงๆ ว่าเวลาเขียนแล้วจะออกมาเป็นยังไง ความต่างของสีอาจจะมีแค่ 5% แต่ว่าลูกค้า 2 คนก็จะชอบไม่เหมือนกัน ก็ลองไปได้เรื่อยๆ ผมไม่ได้มองว่าเราเป็นคนซื้อคนขาย แต่มองว่าเป็นเพื่อนเล่นปากกาด้วยกัน ต่อให้ร้านเราปิดทุ่มครึ่ง หลายๆ ครั้งเราก็นั่งเล่นกันถึง 4 ทุ่มเป็นเรื่องปกติ” เจ้าของร้านฝากถึงเพื่อนเล่นปากกาทุกท่านด้วยความต้อนรับ

ปากกา สีน้ำ ร้าน The PIPS Cafe’

เมื่อเราสนทนากันไปสักพักหนึ่ง ก็ถึงเวลาที่เราจะได้เป็นผู้เข้าร่วมการทดลองการใช้ปากกา ปากกาหมึกซึมหลากหลายรูปแบบถูกนำมาจัดวางบนโต๊ะให้เราเลือกสรร พร้อมใบคอลเลกชันสีนับร้อยที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างและความพิเศษของแต่ละสีที่มาพร้อมกับชื่อที่เป็นเอกลักษณ์ชองตัวเองอย่างเช่น Spearmint Diva, Autumn Oak หรือ Fire Engine Red

และเราเห็นด้วยที่ว่าบทสนทนาจะน้อยลง เพราะตอนนี้สมาธิของเราจดจ่ออยู่ที่ปลายปากกาและกระดาษที่แต่งแต้มไปด้วยสีสัน

เขียน

ระหว่างที่เราขีดเขียนและค้นพบว่าลายมือเราแม้มีอุปกรณ์ชั้นดี แต่ก็ไม่ได้สวยงามน่าชื่นตามากนัก ต่างจากภาพวาดและลายมืองดงามเขียนสดที่ติดทั่วผนังร้าน ซึ่งชวนให้เราจ้องมองและนึกคิดว่าเป็นผลงานของใคร ทำไมถึงบรรจงเขียนออกมาได้สวยงามถึงขั้นนั้น เอ็มเลยเฉลยว่าเป็นของศิลปินมากหน้าหลายตาที่เวียนมาที่ร้านและจารึกรอยน้ำหมึกไว้ลงบนกระดาษที่นี่ ทุกคนดูผ่านการฝึกปรือ คัดลายมือมาอย่างหนักหน่วง ซึ่งเอ็มก็บอกว่าต้องเป็นอย่างนั้น

“การใช้ปากกาหมึกซึมก็เหมือนการเล่นกีฬาหรือดนตรี ต้องซ้อมอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งซ้อมลายมือเราก็จะสวยขึ้น ของแบบนี้ไม่สามารถเร่งรัดได้ ต้องใช้สมาธิ ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป มันจะมีเลอะเทอะบ้างเป็นธรรมดาของคนใช้ปากกาหมึกซึม แต่มือเลอะนี่คือความความสุขของคนเล่นปากกาหมึกซึมเลยแหละ วันไหนมือไม่เลอะจะรู้สึกเหมือนวันนี้ไม่ได้มาทำงาน แล้วถ้าเราห่างมันนานๆ ทิ้งไว้ไม่หัดเขียน กลับมาเขียนใหม่ก็จะมือแข็ง ลายมือไม่เข้าที่เข้าทางเหมือนเดิม ต้องเริ่มกลับมาวอร์มใหม่ตั้งแต่ต้น”

ความเป็นกันเองของเอ็มในการแนะนำสินค้าและให้เวลากับเรา ทำให้เราลืมไปชั่วคราวว่าที่นี่คือร้านปากกา และเข้าใจแล้วว่าใครต่อใครถึงกลับมาบรรจงเลือกสินค้าและคัดลายมือที่นี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความจริงใจของนักเล่นปากกาคนนี้ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งรวมตัวเพื่อแลกเปลี่ยนบทสนทนาและประลองลายมือของคนรักปากกาหมึกซึม มีหลายคนที่ได้พบปะเพื่อนคู่เขียนคนใหม่ในสถานที่แห่งนี้ และกำลังรอพลพรรคนักเขียนทุกท่านก้าวเท้าเข้ามาแบ่งปันประสบการณ์กัน

ประสบการณ์ที่ต้องเข้ามาลองด้วยตัวเองถึงจะเข้าใจ

ร้าน The PIPS Cafe’ ร้าน The PIPS Cafe’

The PIPS Cafe’

Location: ชั้นล่าง ตึกธนิยะ BTS Wing สีลม บางรัก กรุงเทพมหานคร, 13.728522, 100.533934
Nearby: สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง (ทางออกหมายเลข 1), สถานีรถไฟฟ้า MRT สีลม
เปิดทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 11.00-19.30 น.
Facebook: The PIPS Cafe’

Writer

Avatar

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load