ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน เชื่อว่าสายตาของคุณต้องได้เห็นตัวอักษรที่ออกแบบโดยบริษัท คัดสรร ดีมาก ทั้งที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ไม่ว่าจะผ่านป้ายโฆษณามากมายในรถไฟฟ้าและสองฝั่งถนน ชื่ออาคารเก่า ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าใหม่ทันสมัย บทความในหนังสือหรือนิตยสารเล่มโปรด รวมถึงตัวอักษรจำนวนมหาศาลที่ปรากฏบนจอสมาร์ทโฟน

ใช่, ตัวอักษรที่คุณกำลังอ่านในเว็บของเราขณะนี้ก็ด้วย

บ่ายนี้เรามีนัดไปเยี่ยมชมออฟฟิศใหม่เอี่ยมบนตึกสูงของ ‘คัดสรร ดีมาก’ บริษัทออกแบบฟอนต์รุ่นเก๋าในวงการ จุดนัดพบของเราคือ ภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ ย่านพร้อมพงษ์ ที่รายล้อมไปด้วยความทันสมัย บรรยากาศของความเป็นเมืองที่ไม่หยุดนิ่งกับอาชีพนักออกแบบช่างดูเข้ากันดีเหลือเกิน

เรารีบขึ้นลิฟต์ตรงไปชั้น 22

บนตึกสูงใจกลางเมืองเช่นนี้หลายออฟฟิศเลือกใช้งานพื้นที่อย่างคุ้มค่า แต่ ‘คัดสรร ดีมาก’ กลับเลือกที่จะสร้างความเป็นส่วนตัวก่อนถึงประตูทางเข้าด้วยทางเดินทอดยาวระยะหนึ่ง-ยาวพอที่จะเป็นเส้นนำสายตาให้แวะทักทายกับเหล่าตัวอักษรน้อยใหญ่บนพื้นและผืนผนังที่รอกล่าวต้อนรับเรา ก่อนเชื้อเชิญให้เข้าไปด้านใน

คัดสรรดีมาก, ออกแบบฟอนต์, แต่งออฟฟิศ, ออฟฟิศขนาดเล็ก คัดสรรดีมาก, ออกแบบฟอนต์, แต่งออฟฟิศ, ออฟฟิศขนาดเล็ก

ธรรมดาเป็นพิเศษ

ไม่แปลก หากคุณกำลังจินตนาการว่าออฟฟิศของนักออกแบบจะต้องมีดีไซน์โดดเด่น หวือหวา เต็มไปด้วยคอนเซปต์เท่ๆ เหมือนออฟฟิศในฝันนั้น แต่มันไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้นเสมอไป

สำนักงานตรงหน้านั้นดีไซน์เรียบง่าย ธรรมดาแต่น่าอยู่ อยู่แล้วสบายใจ และมีฟังก์ชันที่เอื้อต่อการใช้งานได้ตรงตามความต้องการ

คัดสรรดีมาก, ออกแบบฟอนต์, แต่งออฟฟิศ, ออฟฟิศขนาดเล็ก

เรากวาดสายตาไปทั่วภายใต้ออฟฟิศสีขาวที่ไม่แค่สะอาดตาเท่านั้น แต่ยังเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่เมื่อวาน ภายในห้องขนาดพอเหมาะนี้มีการแบ่งสัดส่วนอย่างพอดี โปร่งโล่งด้วยกระจกใสที่กรุอยู่รอบด้าน พร้อมแสงธรรมชาติที่ส่องสว่างเข้ามาให้ห้องโดยไม่ต้องพึ่งแสงไฟ กับการเติมลูกเล่นให้พื้นที่ด้วยการหยอดแม่สีสนุกๆ อย่างกำแพงสีแดงเข้มด้านในสุดและในห้องประชุมเล็ก นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ส่วนกลางให้แชร์สเปซกันด้วยโซฟาชิ้นโต โทนสีน้ำเงินเหลือง พร้อมของตกแต่งน้อยชิ้นที่สร้างคาแรกเตอร์และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของบริษัทตามมุมต่างๆ ถ้าจะบอกว่า เรียบแต่โก้ โชว์น้อยแต่ได้มาก ก็คงไม่ผิดนัก

คัดสรรดีมาก, ออกแบบฟอนต์, แต่งออฟฟิศ, ออฟฟิศขนาดเล็ก คัดสรรดีมาก, ออกแบบฟอนต์, แต่งออฟฟิศ, ออฟฟิศขนาดเล็ก

“เราพยายามเป็นพิเศษเพื่อให้มันธรรมดาเหมือนเป็นวิธีการทำงานของเรา เหมือนเวลาที่เราทำงานดีไซน์ บางอย่างมันต้องพยายามเป็นพิเศษที่ให้มันดูธรรมดา ผมเชื่อว่าอะไรให้มันดูเหมือนง่ายๆ จริงๆ แล้วมันมีกระบวนการมากที่จะทำให้มันออกมาดูง่ายและจับใจ

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือฟังก์ชันของคนใช้งาน มีความปลอดโปร่ง เพราะฟังก์ชันที่ดีจะช่วยให้มีประสิทธิภาพในการทำงาน โดยไม่ลืมที่บอกเล่าตัวตนของเราเข้าไปในออฟฟิศด้วย”

คุณนุ-อนุทิน วงศ์สรรคกร และ คุณป่าน-พงศ์ธร หิรัญพฤกษ์ สองตัวแทนผู้ก่อตั้งบริษัท คัดสรร ดีมาก จำกัด เปรยคอนเซปต์ที่มาของออฟฟิศใหม่แห่งนี้ หลังเลือกย้ายจากตึกคาอูลิน อาคารเรโทรยุคเก๋า ที่อยู่กันมากว่า 15 ปี ก่อนเริ่มเข้าสู่ปีที่ 16 พร้อมขยับเข้าสู่ใจกลางเมือง ด้วยเชื่อเหลือเกินว่า การย้ายบ้านใหม่ในครั้งนี้จะรีเฟรชทัศนคติและวิธีการทำงานให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอนาคต

ที่ใหม่ แต่ใจดวงเดิม

ย้อนกลับไปก่อนที่เราจะมานั่งคุยกันตรงนี้ เดิมทีออฟฟิศของบริษัท คัดสรร ดีมาก อยู่ที่ตึกคาอูลิน

ที่นั่นเคยเป็นโรงงานยาเก่า ห้องที่เริ่มทำธุรกิจจึงเป็นห้องแล็บปรุงยา ก่อนขยายพื้นที่ออกไปเท่าที่จะเป็นไปได้ตามครอบครัวทีมงานที่ขยายขึ้น และด้วยความที่เป็นคนชอบสเปซเยอะๆ ด้วยกันทั้งคู่ และเชื่อในเรื่องของสเปซที่ทำงาน ทำให้มีผลกับงานที่ทำออกมา ทำให้โต๊ะทำงานเดิมนั้นมีขนาดกว้างและมีพาร์ทิชันกั้น กว้างพอที่จะให้ทุกคนมีพื้นที่ของตัวเอง โดยไม่ต้องคุยกับใครเลยก็ได้ และจมหายเข้าไปในเวิร์กสเปซของตัวเอง ซึ่งมีข้อดีตรงที่ว่าทุกคนมีสมาธิในการทำงาน แต่นั่นก็ทำให้คนที่มีโลกส่วนตัวอยู่แล้วเขาก็ยิ่งมีโลกส่วนตัวไปเข้าไปอีก

สิ่งที่เขาเชื่อว่ามีผลกับงานที่ทำอีกอย่างหนึ่งคือ บรรยากาศที่พร้อมดีไซน์อยู่เสมอ

การทำให้ออฟฟิศน่าอยู่นอกจากการแบ่งสัดส่วนในการใช้พื้นที่แล้ว การสร้างข้อตกลงและวัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน ผ่านความเป็นระเบียบเรียบร้อยที่ค่อยๆ ให้ทุกคนปรับจูนเข้าหากัน อย่างการรักษาความสะอาดและการจัดระเบียบของให้เข้าที่ เพื่อให้อยู่ในโหมดที่พร้อมดีไซน์ตลอดเวลาด้วย

คัดสรรดีมาก, ออกแบบฟอนต์, แต่งออฟฟิศ, ออฟฟิศขนาดเล็ก

คัดสรรดีมาก, ออกแบบฟอนต์, แต่งออฟฟิศ, ออฟฟิศขนาดเล็ก

“การที่ทุกคนมีระเบียบ ไม่ทำออฟฟิศรก เก็บของเข้าที่ทุกครั้งทุกวัน พอมาทำงานในวันใหม่ เหมือนมันพร้อมให้เราเริ่มต้นทำงานด้วยความสดชื่น อันดับแรกมาเมื่อถึงโต๊ะ โต๊ะมันเรียบร้อย ต้อนรับเรา พอเปิดมาหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็เป็นระเบียบ เปิดโฟล์เดอร์ปุ๊บก็หาทุกอย่างเจอ เราเชื่อว่าการประหยัดเวลาหาของนั้นเอามารวมกันได้เยอะ เมื่อพื้นที่มันเป็นระเบียบอยู่แล้ว เขาก็ไม่อยากไปทำให้มันรก เหมือนให้สเปซมันก็พูดแทนเราว่า คุณต้องเก็บของเข้าที่นะ

และยังทำให้ออฟฟิศมันดูใหม่เอี่ยมตลอดเวลา เมื่อเรามาก็เหมือนได้มาที่ใหม่เสมอ เหมือนเวลาไปโรงแรมเปิดเข้ามาห้อง มันพร้อม เรียบร้อยเชิญชวนให้น่าเข้าไปนอน นั่นมันก็เป็นปัจจัยภายนอกที่กระตุ้นให้มีผลในด้านการทำงาน ด้านจิตใจ และวิธีคิดอย่างเป็นระบบ” คุณป่านอธิบาย

เมื่อที่เก่าใกล้จะหมดสัญญาลง ทั้งคู่ก็เริ่มมองหาบ้านหลังใหม่ โชคชะตาเป็นใจให้ได้มาพบกับห้องหัวมุมขนาดเล็กลงมากกว่าเท่าตัว แต่บรรยากาศดีแห่งนี้

Everything is on cloud

คนส่วนมากเมื่อธุรกิจขยายตัว ทีมงานมากขึ้น ก็อยากให้ออฟฟิศใหญ่ขึ้นๆ แต่ทำไมที่นี่ถึงทำให้เล็กลง เราสงสัย

“จริงๆ แล้วต้องมองว่าสิ่งที่เราแคร์คือ ประสิทธิภาพในการทำงาน เรื่องขนาดของพื้นที่ไม่ใช่ประโยชน์ที่จำเป็น สิ่งที่โอบกอดทุกคนในสภาพแวดล้อมใหม่ คือเรื่องบรรยากาศที่มันเป็นเมืองมากขึ้น ทำให้ได้เห็นอะไรใหม่ๆ มากขึ้น อยู่ตรงนี้มันเป็นที่ที่มีการทำธุรกิจ เราคิดว่ามันเป็นเรื่องดีของคนทำดีไซน์ด้วยซ้ำ ที่จะได้เห็นว่าอะไรมันกำลัง Going On อยู่รอบตัวในตอนนี้บ้าง

คัดสรรดีมาก, ออกแบบฟอนต์, แต่งออฟฟิศ, ออฟฟิศขนาดเล็ก คัดสรรดีมาก, ออกแบบฟอนต์, แต่งออฟฟิศ, ออฟฟิศขนาดเล็ก

“หลังจากย้ายมาออฟฟิศใหม่ เราก็อยากจะได้วัฒนธรรมแบบเดิม แต่อยากปรับเปลี่ยนให้ทุกคนมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น ทีนี้โจทย์มันก็มาเข้ากับพื้นที่พอดี พอย้ายมาออฟฟิศใหม่มันก็เหมือนกับที่เราเข้าไปทำงานที่เก่าในตอนแรก ที่ที่มันเคยเป็นสเปซใหม่ เราก็สร้างวัฒนธรรมให้มันสอดคล้องกับพื้นที่ พอมาอยู่ตึกสูงพื้นที่แคบลง สมาธิในการทำงานมันก็อาจจะน้อยลง เพราะทุกคนแชร์สเปซกันมากขึ้น และพูดคุยมากขึ้น

“อย่างที่เห็นที่นี่เป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่แล้ว เนื่องจากเราทำงานเป็นระบบ คิดแบบมีเหตุและผล มันเลยช่วยลงผลต่อพื้นที่ เราก็เคยคุยกันว่าถ้าอยู่แบบนี้พื้นที่น้อยลงนะ อาจจะต้องเอาใจไปวางที่อื่นที่รอบๆ ซึ่งมันเยอะมากและ บรรยากาศทั้งหมดมันเสริมสร้างทัศนคติใหม่ๆ คือที่นี่มันค่อนข้างทันสมัย มันก็คอนทราสต์กันกับโรงงานยาเก่า ซึ่งทุกคนก็ชอบแบบนี้” คุณนุตอบคำถามเราก่อนชวนให้เดินไปดูบรรยากาศรอบๆ และฉากหลังม่านสีขาว รายล้อมไปด้วยตึกสูง ห้างสรรพสินค้าในอาณาจักร The Em District ทั้ง 3 ห้าง และมองเห็นบรรยากาศสีเขียวสดชื่นจากสวนเบญจสิริที่อยู่ใกล้ๆ อีกฝั่งถนน

นอกจากทัศนคติใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากการโยกย้ายมาในบรรยากาศใหม่ๆแล้ว บนพื้นที่เล็กๆ แห่งนี้เหมือนย้อนให้กลับไปเริ่มสร้างวัฒนธรรมใหม่อีกอย่างหนึ่งให้สัมพันธ์กับขนาดพื้นที่ นั่นก็คือเรื่องของออนไลน์ออฟฟิศที่ใช้ Cloud ในการทำงาน

“วิธีการทำงานบน Cloud ที่วางมาอย่างเป็นระบบทำให้ต้องรับผิดชอบงานของตัวเองมากขึ้น ลดการสื่อสารตัวต่อตัวในเรื่องการตามงาน ข้อดีที่เราไม่ต้องมานั่งเครียด ทวงงานตามจิกงาน เขาก็ผ่อนคลายกันมากขึ้น กลายเป็นว่าบทสนทนาใหม่ที่เกิดขึ้นเขาก็คุยเรื่องสัพเพเหระกัน”

คัดสรรดีมาก, ออกแบบฟอนต์, แต่งออฟฟิศ, ออฟฟิศขนาดเล็ก

“การทำงานบน Cloud ทำให้พื้นที่ทำงานยืดหยุ่นไปด้วย นั่นหมายความว่าบางทีเราก็ส่งงานกันทางอินเทอร์เน็ต ถ้าบางคนที่มีความรับผิดชอบและรักษาเวลา ก็ไม่จำเป็นต้องเข้ามาออฟฟิศก็ได้ สอดคล้องกันไปกับเรื่องขนาดของพื้นที่ ซึ่งก็ตรงกับเป้าหมายในใจที่ปูทางไว้ เรื่องลดเวลาการทำงานในอนาคตให้เหลืออาทิตย์ละ 4 วัน แต่เราต้องค่อยๆ สร้างวินัยและความรับผิดชอบก่อน เพราะถ้าไม่มีวินัย เราโยนอิสระ อันนี้ลงไปปุ๊บมันก็พัง แต่ผมเชื่อว่าทุกคนมีประสิทธิภาพที่จะทำได้” คุณนุบอกกับเราอย่างนั้น ก่อนที่คุณป่านจะเสริม

“ระบบการทำงานออนไลน์ที่ได้ปูทางไว้ตอนนี้มันเวิร์กมาก แต่มันก็ตลกมากตรงที่พอเราใช้แพลตฟอร์มการทำงานสมัยใหม่กับทีมงาน เราเปิดโอกาสให้ไปลองทำงานตรงอื่นได้ ไม่ถือว่าขาดงาน แต่พอพื้นที่มันสบายใจทุกคนก็อยากมาที่ออฟฟิศ มีบางครั้งบางคนก็เจอรถติดจริงๆ อาจจะแวะนั่งทำงานที่อื่นก่อนแล้วส่งข่าวมาบอก และสามารถเลือกลงไปทำงานที่ร้านคาเฟ่ด้านล่างของทั้ง 2 ห้าง หรือที่ AIS DC ก็ได้ นั่นจึงเป็นที่มาของขนาดของห้องจะไม่เป็นอุปสรรคอีกแล้ว เพราะมีระบบการทำงานที่ซัพพอร์ต เมื่อเราให้อิสระกับทีมงาน จิตใจก็ฟรีไปด้วย เพราะไม่รู้สึกว่าถูกกักขัง ทำให้ทำงานสนุก และยังสอดคล้องกับพฤติกรรมการทำงานของคนรุ่นใหม่ด้วย”

ใจดวงเดิม เพิ่มเติมคือคนใหม่

ด้วยการวิธีการทำงานที่ดูเหมือนเอื้อกับคนรุ่นใหม่มากขนาดนี้ ก็ไม่ได้แปลว่าที่นี่จะมีแต่เด็กใหม่ไฟแรงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ที่แห่งนี้ผสมผสานผู้คนหลายเจนเนอเรชัน ตั้งแต่อายุหลัก 40 ปี 30 ปี และ 20 กว่าปี ซึ่งทุกคนสามารถปรับการทำงานเข้าหากันได้ดี ไม่มีช่องว่างระหว่างวัย และใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์เพื่อช่วยให้ทำงานร่วมกันได้มากขึ้น

คัดสรรดีมาก, ออกแบบฟอนต์, แต่งออฟฟิศ, ออฟฟิศขนาดเล็ก

“สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือทัศนคติของทุกคนเปลี่ยนไปอันนี้คือความสำเร็จ จากออฟฟิศเดิมที่มีความโฮมมี่ และแต่ละบริษัทในเครือก็มีห้องส่วนตัวของตัวเอง พอมาที่นี่เราอยากผลักให้ดีไซเนอร์เป็นคนทันโลก มีพลังสร้างสรรค์ มีความคิดเห็นใหม่ๆ เวลาไปที่คุยกับลูกค้า และด้วยตัวสถานที่ก็ช่วยเปลี่ยนความคิด ทัศนติ และบุคลิก ของคนทำงานได้ ซึ่งมีผลต่อการดำรงอยู่ต่อไปขององค์กรเช่นเดียวกัน

“สำหรับพื้นที่ก็ยังมีส่วนตัวเป็นของตัวเองอยู่เหมือนเดิมมีพาร์ทิชันกั้น ทุกคนไม่มีปัญหาในการเปิดโล่งเข้าหากัน เราโชคดีที่ทีมงานเคมีเข้ากันดีมากและอยู่ด้วยกันมาหลายปีมาก ไม่เคยมีปัญหากันเลย ข้อนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน”

สิ่งที่ยากที่สุดคือการเปลี่ยนทัศนคติและความเคยชินของคน แต่ทุกคนที่นี้ก็พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใหม่ๆ อยู่เสมอ แล้วสิ่งที่ทุกคนเปลี่ยนไปจนสัมผัสได้เลยมีอะไรบ้างเราถามด้วยความอยากรู้

“พอมาอยู่ในตึกที่เป็นออฟฟิศบุคลิกก็เปลี่ยนไป เวลาก็เปลี่ยนไปด้วย อย่างที่บอกเมื่อก่อนจะมีความสบายๆ เหมือนกับ บริษัทออกแบบทั่วๆ ไปที่เข้างาน 10 โมงครึ่งถึงอยู่กันเรื่อยๆ ถึงดึก มีความโคซี่ ให้ความรู้สึกไม่ต่างบ้าน ก็เลยไม่มีใครอยากกลับ และเสาร์-อาทิตย์ก็สามารถเข้ามาได้ เพราะมันเปิดแอร์เมื่อไหร่ก็ได้

“แต่ต้องบอกก่อนว่าการอยู่ดึกกับค้างออฟฟิศสำหรับเรามันต่างกันนะ เราไม่เคยสนับสนุนให้ค้างออฟฟิศเลย เราเน้นประสิทธิภาพมากกว่า ถ้าเขาไม่ทำงานมีประสิทธิภาพในเวลาเขาก็จะมีเวลาไปอย่างอื่น อย่างที่นี่แอร์ตัดเวลา 6 โมงเย็น ตอนแรกเราคิดว่าจะเป็นปัญหา (จริงๆ มันก็ยังเย็นๆ ไปได้อีกหน่อย) แต่ทำให้ทีมงานเขาต้องกลับไปวางแผนการทำงาน เพราะพอ 1 ทุ่มมันก็จะไม่ค่อยทำงานได้อย่างสบายแล้ว ทำให้เขาก็ต้องนับถอยขึ้นไปว่า หากจะทำงานถึงทุ่ม 2 ทุ่ม ต้องทำอะไรให้เสร็จบ้างภายในวันนี้หรือภายในกี่โมง มันกลับกลายเป็นเรื่องดีนะ มันทำให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เป็นอย่างที่เราต้องการ ซึ่งก็ใช้เวลาปรับกันนิดหน่อยไม่นาน เร็วกว่าที่คิดด้วยซ้ำ

“นี่คือการที่สถานที่ช่วยเปลี่ยนความเคยชินบางอย่าง เป็นข้อดีนะ เวลาทำงานมันก็จะอยู่ในตารางการทำงานของคนปกติ การทำงานกับลูกค้า เวลาทำงาน ก็สมเหตุสมผล ซึ่งเป็นสิ่งที่เราปรารถนา อย่างปกติถ้าดีลงานกันตั้งแต่ 8 โมงครึ่ง เราดีลงานช้ากว่าเขา 2 ชั่วโมง มันอาจทำให้พลาดโอกาสได้หลายอย่าง” ฉันนั่งพยักหน้าหงึกๆ ตามประสาคนที่เคยทำงานในออฟฟิศนอกเมือง ก่อนย้ายเข้ามาใจกลางเมืองเช่นเดียวกัน

ก่อนเอ่ยคำร่ำลา เราสะดุดตากับทั้งโปสเตอร์และฟอนต์สามมิติสารพัดไซส์ที่วางในมุมต่างๆ อย่างพอดี

เชื่อหรือไม่ว่า ทั้งหมดที่เห็นนี้ไม่ได้ทำขึ้นมาใหม่เพื่อตกแต่งออฟฟิศแต่อย่างใด ทุกชิ้นล้วนรียูสจากงานอีเวนต์ ของจากการเวิร์กช็อป และบางส่วนก็หยิบมาจากออฟฟิศเก่า อย่างฟอนต์รูปตัว T ชิ้นใหญ่ก็นำมาใช้แทนโพเดียมในห้องประชุม จริงอย่างที่คุณนุและคุณป่านบอกจริงๆ ว่า ของเก่าเหล่านี้ช่วยสร้างคาแรกเตอร์ให้บริษัทได้โดยที่ไม่ต้องพยายามเยอะเกินไปเลย

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เนื้อน้ำค้าง ข้าวแรมฟืน ข้าวปุกงา ซาโมซ่า ต้มใบกระเจี๊ยบ ปาปาซอย 

เมนูชื่อแปลกที่หลายคนอ่านแล้วไม่คุ้น คือของดีของชาวมุสลิมเชื้อสายจีนยูนนานในจังหวัดเชียงใหม่ พวกเขาจะนำเมนูที่เรากล่าวมาและยังไม่ได้กล่าวอีกมากมาขายที่ ‘กาดนัดจีนยูนนาน’ หรือ ‘กาดบ้านฮ่อ’ ทุกเช้าวันศุกร์จนถึงเที่ยง

ตลาดนัดแห่งนี้อยู่คู่กับชุมชนมุสลิมบ้านฮ่อและเชียงใหม่มามากกว่า 30 ปี โดยเริ่มต้นจากคำชักชวนของคนในชุมชนให้ลองเอาของมาขาย กระทั่งเริ่มมีร้านค้ามากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บรรยากาศภายในตลาดมีความเป็นกันเอง พ่อค้า แม่ค้า รวมถึงลูกค้า ต่างทักทายกันอย่างสนิทสนม ราวกับเป็นวันนัดพบของครอบครัวใหญ่

ส่วนอายุของชุมชนบ้านฮ่อ เก่าแก่กว่าตัวตลาดเสียอีก โดยย้อนกลับไปได้ไกลถึง 116 ปี 

กาดบ้านฮ่อ ตลาดเช้ามุสลิมจีนยูนนานแห่งเดียวของเชียงใหม่ อาหารและวัตถุดิบสนุกเพียบ

เริ่มจากพ่อค้าแม่ค้าชาวมุสลิมจีนยูนนานที่ตัดสินใจนำสินค้าของตนแบกขึ้นม้าต่างหรือล่อ เดินทางเป็นคาราวานฝ่าดงและดอยสูงชันเพื่อมาเร่ขายของตามเมืองต่างๆ ในบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงเชียงใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ. 2446 พ่อค้าแม่ค้านักเดินทางบางส่วนเริ่มลงหลักปักฐานจนกลายเป็นชุมชนมุสลิมบ้านฮ่อ และนอกจากสินค้าต่างๆ ที่พวกเขาขนข้ามภูเขามาขาย ชาวมุสลิมจีนยูนนานยังได้นำวัฒนธรรมการกินติดตัวมาด้วย ซึ่งต่อมาก็มีเมนูหนึ่งที่ถูกดัดแปลงให้เหมาะกับรสชาติคนไทย จนได้รับความนิยมไปทั่วทั้งภูมิภาคตอนเหนือ นั่นก็คือ ‘ข้าวซอย’

เช้าวันนี้เราชวน ชัยวัฒน์ บุญส่ง ผู้ดูแลกาดนัดจีนยูนนาน มาเป็นไกด์พาทุกคนแอ่วตลาดเช้า เรียนรู้เรื่องราวของตลาด ทำความรู้จักเมนูอาหารชื่อแปลกจากมณฑลยูนนาน และตามรอยข้าวซอยแบบดั้งเดิมกัน

กาดบ้านฮ่อ ตลาดเช้ามุสลิมจีนยูนนานแห่งเดียวของเชียงใหม่ อาหารและวัตถุดิบสนุกเพียบ

“กาดนัดจีนยูนนาน หรือที่คนเชียงใหม่อาจคุ้นกันในชื่อ กาดบ้านฮ่อ ซึ่งจริงๆ แล้ว คนในชุมชนไม่ชอบที่จะถูกเรียกว่า จีนฮ่อ นะครับ ตอนหลังเราเลยตัดสินใจเปลี่ยนชื่อตลาดมาเป็น ‘กาดนัดจีนยูนนาน’ แทน 

“ตลาดนัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่ขนาดห้าไร่ มีแลนด์มาร์กสำคัญที่หลายคนจดจำได้คือ บ้านไม้โบราณกลางตลาด อายุกว่าร้อยปี เป็นบ้านของคหบดีเมืองเชียงใหม่ ท่านขุนชวงเลียง วงศ์ลือเกียรติ หรือนามเดิม เจิ้งชงหลิ่ง พ่อค้าชาวจีนยูนนานผู้นับถือศาสนาอิสลามที่เดินทางนำสินค้าขึ้นม้าต่างจำนวนหนึ่งร้อยตัว เดินทางผ่านสิบสองปันนา เชียงตุง และเข้าสู่ภาคเหนือของประเทศไทยจนถึงจังหวัดเชียงใหม่เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ในสมัย เจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ เจ้าหลวงองค์ที่ 8 ผู้ครองเชียงใหม่ ซึ่งตอนนั้นตรงกับสมัยในหลวงรัชกาลที่ 5″ ชัยวัฒน์เล่าประวัติ

นอกจากการค้าขาย ตอนที่ประเทศไทยกำลังมีการก่อสร้างทางรถไฟสายเหนือ ช่วงขุดอุโมงค์ขุนตานซึ่งอยู่ท่ามกลางดอยล้อมรอบ ทำให้การขนส่งต่างๆ ยากลำบาก ท่านขุนชวงเลียงได้นำม้า วัว และล่อของตนเข้ามาช่วยเหลือ ขนวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ จนการก่อสร้างสำเร็จ และยังช่วยขนส่งพัสดุไปรษณีย์กับเอกสารราชการไปตามจังหวัดทางตอนเหนือ ทำให้ เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงผู้ครองเชียงใหม่องค์ที่ 9 จึงประทานที่ดินจำนวน 5 ไร่ให้แก่ท่านขุนชวงเลียง ต่อมาท่านจึงสร้างบ้านไม้ขึ้นมาเป็นที่อาศัย ซึ่งคือที่ตั้งของกาดจีนยูนนานในปัจจุบัน

ความดีความชอบของท่านขุนชวงเลียงยังคงเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อคราวก่อสร้างสนามบินเชียงใหม่ ท่านขุนชวงเลียงได้บริจาคที่ดินของตนจำนวน 100 ไร่ ซึ่งกลายเป็นที่ตั้งของสนามบินเชียงใหม่ในปัจจุบัน ทำให้ขุนชวงเลียงได้รับความดีความชอบ จนได้รับประทานนามสกุล วงศ์ลือเกียรติ จากในหลวงรัชกาลที่ 6 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ประวัติของท่านขุนชวงเลียงยังมีความน่าสนใจ เมื่อสืบค้นจนพบว่าท่านขุนคือทายาทของ เจิ้งเหอ ยอดแม่ทัพกองเรือของจีนที่เดินทางรอบโลกเมื่อ 600 ปีที่แล้ว ซึ่งมีทฤษฎีกล่าวว่าเจิ้งเห้อคือผู้ค้นพบทวีปอเมริกาก่อน คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus) แต่ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในปัจจุบัน เจิ้งเห้อเดินทางไปหลายทวีปตั้งแต่แอฟริกา ซึ่งปรากฏในบันทึกว่าท่านเคยนำสัตว์จากแอฟริกา อาทิ ม้าลาย นกกระจอกเทศ ยีราฟ ฯลฯ ถวายแด่จักรพรรดิหย่งเล่อ

เจิ้งเห้อยังเดินทางไปยังประเทศในทวีปเอเชียที่อยู่ติดกับทะเล รวมถึงประเทศไทยในรัชสมัย สมเด็จพระรามราชาธิราช แห่งราชวงศ์อู่ทอง ผู้ปกครองกรุงศรีอยุธยา ซึ่งคนไทยในปัจจุบันรู้จักท่านในนาม ‘เทพเจ้าซำปอกง’ หรือ หลวงพ่อโตจากวัดกัลยาณมิตร กรุงเทพฯ ซึ่งว่ากันว่าเกิดจากความเข้าใจผิด สาเหตุที่ชาวจีนมาไหว้วิญญาณเทพเจ้าซำปอกงที่วัดกัลยาณมิตรนั้น เกิดจากชาวจีนที่นับถือศาสนาพุทธกลุ่มหนึ่งเลื่อมใสในหลวงพ่อโตที่วัดกัลยาณมิตร จึงเขียนตัวอักษรจีนไว้ที่หน้าวิหารว่า ‘ซำปอฮุดกง’ หมายถึง พระเจ้า 3 พระองค์

นั่นคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ชาวจีนที่นับถือเจ้าพ่อซำปอกงอ่านป้ายนั้นคลาดเคลื่อนเป็น ‘ซำปอกง’ จึงคิดว่าเป็นสถานที่เซ่นไหว้วิญญาณของซำปอกงหรือเจิ้งเห้อ จึงกลายเป็นสถานที่สักการะซำปอกงมาถึงปัจจุบัน

ด้วยเหตุนี้ บ้านไม้ของท่านขุนชวงเลียงที่เป็นแลนด์มาร์กของกาดนัดจีนยูนนาน จึงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไม่น้อย ทั้งในชุมชนบ้านฮ่อ จังหวัดเชียงใหม่ จนถึงระดับประเทศ

กาดบ้านฮ่อ ตลาดเช้ามุสลิมจีนยูนนานแห่งเดียวของเชียงใหม่ อาหารและวัตถุดิบสนุกเพียบ
กาดบ้านฮ่อ ตลาดเช้ามุสลิมจีนยูนนานแห่งเดียวของเชียงใหม่ อาหารและวัตถุดิบสนุกเพียบ

“ในอดีตบ้านไม้ของขุนชวงเลียง ถูกใช้เป็นที่รวมตัวของชาวจีนยูนนานในพื้นที่ เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม กระทั่งต่อมามีการสร้างมัสยิดบ้านฮ่อขึ้นใกล้ๆ กัน ก็เลยย้ายไปทำพิธีกรรมในมัสยิดแทน และทุกๆ วันศุกร์ คนในชุมชนจะเข้าไปประกอบพิธีทางศาสนาภายในมัสยิดกันทุกคน ลูกหลานของท่านขุนชวงเลียงจึงเปิดพื้นที่รอบบ้านให้คนในชุมชนเริ่มนำของมาขาย จากหนึ่งร้านก็ชักชวนต่อๆ กัน จนกลายเป็นตลาดนัดที่เกิดขึ้นทุกวันศุกร์ถึงวันนี้”

ชัยวัฒน์พาเราเดินชมรอบๆ บ้านเจิ้งเหอที่ตอนนี้อยู่ในสภาพทรุดโทรม จึงปิดไว้ไม่ให้ใครเข้า เขาชี้ให้เราเห็นร่องรอยการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยที่แสดงให้เห็นจากการซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของบ้านไม้โบราณหลังนี้

“เราจะเห็นว่ามีความพยายามซ่อมแซมบ้านหลังนี้อยู่ตลอด เช่น กระเบื้องดินเผาบนหลังคา ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่ามีกระเบื้องสองชนิด แบบแรกมีปลายโค้งคล้ายเกล็ดมังกร กับแบบเรียบที่นำมาซ่อมแซมภายหลัง เสาใต้ถุนบ้านก็พบว่ามีการเสริมเสาปูนเข้ามา เสาไม้หลายอันก็มีการเสริมให้แข็งแรงโดยชาวบ้าน บ้านไม้อายุขนาดนี้ต้องใช้เงินในการซ่อมแซมไม่ต่ำกว่าล้าน ซึ่งชาวบ้านดูแลไม่ไหว ตอนที่บริษัทของเจ้านายผมเข้ามาซื้อพื้นที่ตรงนี้จากทายาทของท่านขุนชวงเลียง เราบอกความตั้งใจว่าจะเก็บบ้านไม้หลังนี้เอาไว้ 

“ในอนาคต เราปรึกษากับ อาจารย์จุลพร นันทพานิช ว่าจะซ่อมแซมให้กลับมาสมบูรณ์และใช้เป็นพื้นที่แสดงนิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของชุมชนบ้านฮ่อ เพราะที่นี่คือสถานที่ในความทรงจำของชุมชนทุกคน หลายคนเคยวิ่งเล่นที่นี่ตั้งแต่เด็ก เราปล่อยให้บ้านนี้พังลงไปไม่ได้”

กาดบ้านฮ่อ ตลาดเช้ามุสลิมจีนยูนนานแห่งเดียวของเชียงใหม่ อาหารและวัตถุดิบสนุกเพียบ

ระหว่างที่เดินตามชัยวัฒน์เข้าไปในตลาด แผงพ่อค้าแม่ค้าต่างทักทายเขาอย่างสนิทสนม บ้างก็ปรึกษา

“ผมเองเป็นคนในพื้นที่ เติบโตมาในบริเวณนี้ ผมทำงานที่ตลาดนี้มายี่สิบสองปี เราเลยรู้จักกันหมด พ่อค้าแม่ค้าบางคนที่ขายมาตั้งแต่สมัยก่อตั้งตลาด หลายคนเริ่มทยอยเสียไปแล้วและได้ทายาทรุ่นสองมารับช่วงต่อ มันเหมือนครอบครัวใหญ่ เวลาเขามีปัญหาอะไรเราก็คุยกันได้ ตอนนี้หลายคนในตลาดกำลังกังวลเรื่องยอดขายที่น้อยลงเพราะสถานการณ์โควิด-19 เราก็พยายามช่วยเขาให้ขายได้ดีเหมือนเดิม สร้างเพจของตลาดขึ้นมา ช่วยถ่ายรูปสินค้าโปรโมตลงเพจให้ผู้คนทั่วไปได้เห็น ได้รู้จัก เราเติบโตและเห็นคุณค่าของตลาดนัดแห่งนี้ เลยอยากสื่อสารให้คนอื่นได้รู้เช่นกัน 

“สิ่งแรกที่ผมอยากสื่อสารเลยคือ ของที่นำมาขายที่นี่เป็นของดี เป็นผัก ผลไม้ คุณภาพดี สด และปลอดภัย ซึ่งปกติของที่มีคุณภาพแบบนี้มักจะถูกนำไปขายในซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งชาวบ้านทั่วไปสู้ราคาไม่ได้ แต่ที่นี่เราตั้งใจเปิดโอกาสให้ชาวบ้านหรือคนทั่วไปเข้าถึงของดีได้ในราคาไม่แพงมาก แถมยังสนับสนุนสินค้าเกษตรจากเกษตรกรที่มาขายโดยตรง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง” ชายที่เติบโตมากับพ่อค้า แม่ขาย และพื้นที่แห่งนี้ เล่าใจความสำคัญให้เราฟัง

ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี
ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี

พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ในตลาด คือคนที่อยู่แถวดอยอ่างขาง ดอยหลวงเชียงดาว อำเภอไชยปราการ ที่มีอากาศค่อนข้างหนาว ทำให้ปลูกผลผลิตเมืองหนาวได้ดี ที่ตลาดแห่งนี้เราจึงเห็นผักผลไม้เมืองหนาวในแต่ละฤดูกาลมาวางขายในราคาถูก ไม่ว่าจะเป็น ลูกพลับ เชอรี่ บ๊วย หรืออะโวคาโดที่มีให้ซื้อตลอดปี ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมวัตถุดิบทำอาหารสไตล์จีนยูนนานที่ใหญ่และครบครันที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรุงที่นำเข้าจากจีน ไก่ดำ เต้าหู้ยี้ กิมจิหรือผักดองที่มีทั้งสูตรแบบไทย แบบจีน และไทใหญ่ให้ลอง 

หนึ่งในไฮไลต์ก็คือเนื้อหรือเป็ดน้ำค้าง ภูมิปัญญาการเก็บรักษาเนื้อของจีนยูนนานที่นำเนื้อมาพอกกับเหลือแล้วตาก นำมาผัดกับเครื่องเทศต่างๆ ได้รสชาติที่เข้มข้น

ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี

“เนื้อน้ำค้างหรือเป็ดน้ำค้างเป็นหนึ่งในสินค้าเด่นของที่นี่ และน่าจะเป็นตลาดเดียวที่มีสินค้านี้ขายเยอะที่สุด แต่ละเจ้าเขาก็จะมีสูตรประจำครอบครัว และมีลูกค้าประจำของแต่ละคนมาคอยต่อคิวซื้อกลับไปทำกินที่บ้าน”

ระหว่างที่เดินในตลาด เราต้องหยุดเดินหลายครั้งเพื่อแวะถามชื่อของวัตถุดิบต่างๆ ที่ไม่คุ้นตาเสียเลย เช่น ใบกระเจี๊ยบแดง ให้รสเปรี้ยวกำลังดี นำไปต้มตัดเลี่ยนกับขาหมู ทำเป็นแกงหรือผัดกับเนื้อสัตว์ได้รสชาติอร่อย แถมยังมีคุณสมบัติเป็นสมุนไพรที่มีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตาด้วยนะ

ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี
ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี

เดินมาอีกหน่อย เราก็พบเมนูของทอดสีเหลืองหน้าตาน่ารับประทาน นั่นคือข้าวโพดทอด อาหารทานเล่นของจีนยูนนาน ที่นำข้าวโพดหวานหมักกับแป้งสาลี ก่อนนำมาทอดในกระทะแบน เมื่อกัดเข้าไปแล้วได้ความกรอบ และยังมีเมล็ดข้าวโพดให้เคี้ยว ทานได้อย่างเพลิดเพลินด้วยรสหวานกำลังดี ไม่เลี่ยน ถัดมาอีกนิดเป็นแผงของทอดรูปทรงสามเหลี่ยมน่าทาน เป็นแป้งทอดยัดไส้คล้ายปอเปี๊ยะในแบบฉบับชาวมุสลิมที่เรียกว่า ซาโมซ่า มีทั้งไส้ผักและเนื้อสัตว์

อีกเมนูที่คนต่อคิวซื้อเยอะมาก คือ ข้าวปุกงา หรือ ข้าวหนุกงา เป็นการนำข้าวเหนียวมาตำกับงาขี้ม่อน แล้วนำไปย่าง ราดด้วยน้ำอ้อยหรือน้ำผึ้ง แล้วห่อใบตองถือทาน ได้กลิ่นข้าวและงาหอมฟุ้ง หวานกำลังดี หนึบน่าเคี้ยว

“สำหรับบางคนที่ไม่อยากทานทันที ก็ซื้อข้าวปุกงาแบบแผ่นกลับบ้านได้ จะทอดให้กรอบนิดหน่อย หรือปิ้งให้หอมก็อร่อยเหมือนกัน ข้าวปุกงาเป็นอาหารของคนบนดอยที่เขาทำกินในช่วงเทศกาลเท่านั้น ถ้ามาตลาดนัดจีนยูนนานจะได้กินทุกวันศุกร์ เนอะแม่” ชัยวัฒน์หันไปแซวคุณป้าเจ้าของร้านข้าวปุกงา สร้างเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี 

ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี

เราเดินเล่นในตลาดจวนจะเที่ยง แม้จะแวะชิมอาหารแปลกตาต่างๆ แต่ก็ยังมีพื้นที่ในกระเพาะเหลือไว้สำหรับเมนูอร่อยจานถัดไปที่ชัยวัฒน์กำลังจะพาเราไป 

“อันนี้เป็นอีกร้านเก่าแก่ของตลาดครับ ขายมาตั้งแต่รุ่นแม่ ปัจจุบันรุ่นลูกเข้ามารับช่วงต่อ เป็นร้านอาหารที่ขายข้าวแรมฟืนร้อน ข้าวแรมฟืนเย็น และก๋วยเตี๋ยวยูนนาน” ไกด์หนุ่มประจำตลาดแนะนำอย่างเชี่ยวชาญ

เมนูทีเกิดจากการนำข้าวหรือแป้งจากถั่วเขียวมาโม่และหมักทิ้งไว้จนจับเป็นก้อน แล้วหั่นเป็นแท่ง ลูกเต๋า หรือซอยเป็นเส้นก็ได้ ราดน้ำซุปพร้อมเครื่องปรุง ทานคู่กับผักดอง ส่วนก๋วยเตี๋ยวยูนนาน จะนำแป้งข้าวมาซอยเป็นเส้น ราดด้วยซุปน้ำใสและเนื้อที่ผัดกับเครื่องเทศ ทานพร้อมผักดอง ต่อมาชาวเชียงใหม่หยิบมาดัดแปลงให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น ด้วยการใส่กะทิเพิ่มเข้าไปให้เข้มข้น และเปลี่ยนมาใช้เส้นบะหมี่แทน โดยคำว่าข้าวซอย ก็มาจากกระบวนการนำก้อนแป้งมาซอยให้เป็นเส้นนั่นเอง 

ซึ่งที่ตลาดนัดจีนยูนนาน คุณจะได้ลองกินบรรพบุรุษของข้าวซอย และหากยังอยากตามรอยพัฒนาการของข้าวซอย ให้ลองเดินออกมาจากตลาดเล็กน้อย ใกล้ๆ กันจะมีร้านข้าวซอยอิสลาม ร้านเจ้าดังที่อยู่กับย่านมานาน มีเมนูข้าวซอยที่เริ่มวิวัฒนาการโดยมีการใส่กะทิ แต่ยังคงใช้เส้นจากข้าวอยู่ให้คุณลองชิม

ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี
ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี

เราทำภารกิจตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอยสำเร็จเรียบร้อยแล้ว ตลาดก็วายทันกันพอดี

ขณะที่ชัยวัฒน์เดินมาส่งเรากลับบ้าน เขาก็เริ่มเล่าสิ่งที่อยู่ในใจให้ฟัง

“ผมเชื่อว่าผู้คนในย่านหรือแม้แต่คนเชียงใหม่เอง รู้สึกผูกพันกับตลาดแห่งนี้ เดี๋ยวนี้เราหาตลาดที่มีความสัมพันธ์แบบนี้ได้ยากแล้วนะครับ มันเป็นเสน่ห์ของที่นี่ รวมถึงบ้านไม้โบราณ สินค้าต่างๆ หรือแม้แต่การจัดวางร้าน 

“เมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ อาจจะดูรก ไม่วางตัวเป็นเส้นตรงเป๊ะๆ อยู่ในกรอบ แต่สำหรับผมมันคือเสน่ห์ของที่นี่ เป็นสิ่งที่อยู่ในความทรงจำของผู้คนมาแล้วรุ่นต่อรุ่น เราไม่อยากเปลี่ยนอะไรถ้ามันจะส่งผลไม่ดี ในอนาคตเราจะพยายามพัฒนาให้มีกิจกรรม มีการสื่อสารเรื่องราวที่อยู่ภายในตลาดแห่งนี้ให้คนรู้จักมากขึ้น ในสถานการณ์โรคระบาดแบบนี้ เมื่อมันเริ่มดีขึ้น ผมก็อยากให้คนกลับมาสนุกกับการเดินตลาดอีกครั้ง” ชัยวัฒย์ส่งต่อความในใจด้วยรอยยิ้ม

กาดนัดจีนยูนาน (กาดบ้านฮ่อ)

ที่ตั้ง : ซอยเจริญประเทศ 1 ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100 (แผนที่)

เปิดเฉพาะวันศุกร์ เวลา 05.00 – 12.00 น. 

โทรศัพท์ : 06 2592 3447

Facebook : กาดนัดจีนยูนาน

Writer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load