ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน เชื่อว่าสายตาของคุณต้องได้เห็นตัวอักษรที่ออกแบบโดยบริษัท คัดสรร ดีมาก ทั้งที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ไม่ว่าจะผ่านป้ายโฆษณามากมายในรถไฟฟ้าและสองฝั่งถนน ชื่ออาคารเก่า ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าใหม่ทันสมัย บทความในหนังสือหรือนิตยสารเล่มโปรด รวมถึงตัวอักษรจำนวนมหาศาลที่ปรากฏบนจอสมาร์ทโฟน

ใช่, ตัวอักษรที่คุณกำลังอ่านในเว็บของเราขณะนี้ก็ด้วย

บ่ายนี้เรามีนัดไปเยี่ยมชมออฟฟิศใหม่เอี่ยมบนตึกสูงของ ‘คัดสรร ดีมาก’ บริษัทออกแบบฟอนต์รุ่นเก๋าในวงการ จุดนัดพบของเราคือ ภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ ย่านพร้อมพงษ์ ที่รายล้อมไปด้วยความทันสมัย บรรยากาศของความเป็นเมืองที่ไม่หยุดนิ่งกับอาชีพนักออกแบบช่างดูเข้ากันดีเหลือเกิน

เรารีบขึ้นลิฟต์ตรงไปชั้น 22

บนตึกสูงใจกลางเมืองเช่นนี้หลายออฟฟิศเลือกใช้งานพื้นที่อย่างคุ้มค่า แต่ ‘คัดสรร ดีมาก’ กลับเลือกที่จะสร้างความเป็นส่วนตัวก่อนถึงประตูทางเข้าด้วยทางเดินทอดยาวระยะหนึ่ง-ยาวพอที่จะเป็นเส้นนำสายตาให้แวะทักทายกับเหล่าตัวอักษรน้อยใหญ่บนพื้นและผืนผนังที่รอกล่าวต้อนรับเรา ก่อนเชื้อเชิญให้เข้าไปด้านใน

คัดสรรดีมาก, ออกแบบฟอนต์, แต่งออฟฟิศ, ออฟฟิศขนาดเล็ก คัดสรรดีมาก, ออกแบบฟอนต์, แต่งออฟฟิศ, ออฟฟิศขนาดเล็ก

ธรรมดาเป็นพิเศษ

ไม่แปลก หากคุณกำลังจินตนาการว่าออฟฟิศของนักออกแบบจะต้องมีดีไซน์โดดเด่น หวือหวา เต็มไปด้วยคอนเซปต์เท่ๆ เหมือนออฟฟิศในฝันนั้น แต่มันไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้นเสมอไป

สำนักงานตรงหน้านั้นดีไซน์เรียบง่าย ธรรมดาแต่น่าอยู่ อยู่แล้วสบายใจ และมีฟังก์ชันที่เอื้อต่อการใช้งานได้ตรงตามความต้องการ

คัดสรรดีมาก, ออกแบบฟอนต์, แต่งออฟฟิศ, ออฟฟิศขนาดเล็ก

เรากวาดสายตาไปทั่วภายใต้ออฟฟิศสีขาวที่ไม่แค่สะอาดตาเท่านั้น แต่ยังเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่เมื่อวาน ภายในห้องขนาดพอเหมาะนี้มีการแบ่งสัดส่วนอย่างพอดี โปร่งโล่งด้วยกระจกใสที่กรุอยู่รอบด้าน พร้อมแสงธรรมชาติที่ส่องสว่างเข้ามาให้ห้องโดยไม่ต้องพึ่งแสงไฟ กับการเติมลูกเล่นให้พื้นที่ด้วยการหยอดแม่สีสนุกๆ อย่างกำแพงสีแดงเข้มด้านในสุดและในห้องประชุมเล็ก นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ส่วนกลางให้แชร์สเปซกันด้วยโซฟาชิ้นโต โทนสีน้ำเงินเหลือง พร้อมของตกแต่งน้อยชิ้นที่สร้างคาแรกเตอร์และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของบริษัทตามมุมต่างๆ ถ้าจะบอกว่า เรียบแต่โก้ โชว์น้อยแต่ได้มาก ก็คงไม่ผิดนัก

คัดสรรดีมาก, ออกแบบฟอนต์, แต่งออฟฟิศ, ออฟฟิศขนาดเล็ก คัดสรรดีมาก, ออกแบบฟอนต์, แต่งออฟฟิศ, ออฟฟิศขนาดเล็ก

“เราพยายามเป็นพิเศษเพื่อให้มันธรรมดาเหมือนเป็นวิธีการทำงานของเรา เหมือนเวลาที่เราทำงานดีไซน์ บางอย่างมันต้องพยายามเป็นพิเศษที่ให้มันดูธรรมดา ผมเชื่อว่าอะไรให้มันดูเหมือนง่ายๆ จริงๆ แล้วมันมีกระบวนการมากที่จะทำให้มันออกมาดูง่ายและจับใจ

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือฟังก์ชันของคนใช้งาน มีความปลอดโปร่ง เพราะฟังก์ชันที่ดีจะช่วยให้มีประสิทธิภาพในการทำงาน โดยไม่ลืมที่บอกเล่าตัวตนของเราเข้าไปในออฟฟิศด้วย”

คุณนุ-อนุทิน วงศ์สรรคกร และ คุณป่าน-พงศ์ธร หิรัญพฤกษ์ สองตัวแทนผู้ก่อตั้งบริษัท คัดสรร ดีมาก จำกัด เปรยคอนเซปต์ที่มาของออฟฟิศใหม่แห่งนี้ หลังเลือกย้ายจากตึกคาอูลิน อาคารเรโทรยุคเก๋า ที่อยู่กันมากว่า 15 ปี ก่อนเริ่มเข้าสู่ปีที่ 16 พร้อมขยับเข้าสู่ใจกลางเมือง ด้วยเชื่อเหลือเกินว่า การย้ายบ้านใหม่ในครั้งนี้จะรีเฟรชทัศนคติและวิธีการทำงานให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอนาคต

ที่ใหม่ แต่ใจดวงเดิม

ย้อนกลับไปก่อนที่เราจะมานั่งคุยกันตรงนี้ เดิมทีออฟฟิศของบริษัท คัดสรร ดีมาก อยู่ที่ตึกคาอูลิน

ที่นั่นเคยเป็นโรงงานยาเก่า ห้องที่เริ่มทำธุรกิจจึงเป็นห้องแล็บปรุงยา ก่อนขยายพื้นที่ออกไปเท่าที่จะเป็นไปได้ตามครอบครัวทีมงานที่ขยายขึ้น และด้วยความที่เป็นคนชอบสเปซเยอะๆ ด้วยกันทั้งคู่ และเชื่อในเรื่องของสเปซที่ทำงาน ทำให้มีผลกับงานที่ทำออกมา ทำให้โต๊ะทำงานเดิมนั้นมีขนาดกว้างและมีพาร์ทิชันกั้น กว้างพอที่จะให้ทุกคนมีพื้นที่ของตัวเอง โดยไม่ต้องคุยกับใครเลยก็ได้ และจมหายเข้าไปในเวิร์กสเปซของตัวเอง ซึ่งมีข้อดีตรงที่ว่าทุกคนมีสมาธิในการทำงาน แต่นั่นก็ทำให้คนที่มีโลกส่วนตัวอยู่แล้วเขาก็ยิ่งมีโลกส่วนตัวไปเข้าไปอีก

สิ่งที่เขาเชื่อว่ามีผลกับงานที่ทำอีกอย่างหนึ่งคือ บรรยากาศที่พร้อมดีไซน์อยู่เสมอ

การทำให้ออฟฟิศน่าอยู่นอกจากการแบ่งสัดส่วนในการใช้พื้นที่แล้ว การสร้างข้อตกลงและวัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน ผ่านความเป็นระเบียบเรียบร้อยที่ค่อยๆ ให้ทุกคนปรับจูนเข้าหากัน อย่างการรักษาความสะอาดและการจัดระเบียบของให้เข้าที่ เพื่อให้อยู่ในโหมดที่พร้อมดีไซน์ตลอดเวลาด้วย

คัดสรรดีมาก, ออกแบบฟอนต์, แต่งออฟฟิศ, ออฟฟิศขนาดเล็ก

คัดสรรดีมาก, ออกแบบฟอนต์, แต่งออฟฟิศ, ออฟฟิศขนาดเล็ก

“การที่ทุกคนมีระเบียบ ไม่ทำออฟฟิศรก เก็บของเข้าที่ทุกครั้งทุกวัน พอมาทำงานในวันใหม่ เหมือนมันพร้อมให้เราเริ่มต้นทำงานด้วยความสดชื่น อันดับแรกมาเมื่อถึงโต๊ะ โต๊ะมันเรียบร้อย ต้อนรับเรา พอเปิดมาหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็เป็นระเบียบ เปิดโฟล์เดอร์ปุ๊บก็หาทุกอย่างเจอ เราเชื่อว่าการประหยัดเวลาหาของนั้นเอามารวมกันได้เยอะ เมื่อพื้นที่มันเป็นระเบียบอยู่แล้ว เขาก็ไม่อยากไปทำให้มันรก เหมือนให้สเปซมันก็พูดแทนเราว่า คุณต้องเก็บของเข้าที่นะ

และยังทำให้ออฟฟิศมันดูใหม่เอี่ยมตลอดเวลา เมื่อเรามาก็เหมือนได้มาที่ใหม่เสมอ เหมือนเวลาไปโรงแรมเปิดเข้ามาห้อง มันพร้อม เรียบร้อยเชิญชวนให้น่าเข้าไปนอน นั่นมันก็เป็นปัจจัยภายนอกที่กระตุ้นให้มีผลในด้านการทำงาน ด้านจิตใจ และวิธีคิดอย่างเป็นระบบ” คุณป่านอธิบาย

เมื่อที่เก่าใกล้จะหมดสัญญาลง ทั้งคู่ก็เริ่มมองหาบ้านหลังใหม่ โชคชะตาเป็นใจให้ได้มาพบกับห้องหัวมุมขนาดเล็กลงมากกว่าเท่าตัว แต่บรรยากาศดีแห่งนี้

Everything is on cloud

คนส่วนมากเมื่อธุรกิจขยายตัว ทีมงานมากขึ้น ก็อยากให้ออฟฟิศใหญ่ขึ้นๆ แต่ทำไมที่นี่ถึงทำให้เล็กลง เราสงสัย

“จริงๆ แล้วต้องมองว่าสิ่งที่เราแคร์คือ ประสิทธิภาพในการทำงาน เรื่องขนาดของพื้นที่ไม่ใช่ประโยชน์ที่จำเป็น สิ่งที่โอบกอดทุกคนในสภาพแวดล้อมใหม่ คือเรื่องบรรยากาศที่มันเป็นเมืองมากขึ้น ทำให้ได้เห็นอะไรใหม่ๆ มากขึ้น อยู่ตรงนี้มันเป็นที่ที่มีการทำธุรกิจ เราคิดว่ามันเป็นเรื่องดีของคนทำดีไซน์ด้วยซ้ำ ที่จะได้เห็นว่าอะไรมันกำลัง Going On อยู่รอบตัวในตอนนี้บ้าง

คัดสรรดีมาก, ออกแบบฟอนต์, แต่งออฟฟิศ, ออฟฟิศขนาดเล็ก คัดสรรดีมาก, ออกแบบฟอนต์, แต่งออฟฟิศ, ออฟฟิศขนาดเล็ก

“หลังจากย้ายมาออฟฟิศใหม่ เราก็อยากจะได้วัฒนธรรมแบบเดิม แต่อยากปรับเปลี่ยนให้ทุกคนมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น ทีนี้โจทย์มันก็มาเข้ากับพื้นที่พอดี พอย้ายมาออฟฟิศใหม่มันก็เหมือนกับที่เราเข้าไปทำงานที่เก่าในตอนแรก ที่ที่มันเคยเป็นสเปซใหม่ เราก็สร้างวัฒนธรรมให้มันสอดคล้องกับพื้นที่ พอมาอยู่ตึกสูงพื้นที่แคบลง สมาธิในการทำงานมันก็อาจจะน้อยลง เพราะทุกคนแชร์สเปซกันมากขึ้น และพูดคุยมากขึ้น

“อย่างที่เห็นที่นี่เป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่แล้ว เนื่องจากเราทำงานเป็นระบบ คิดแบบมีเหตุและผล มันเลยช่วยลงผลต่อพื้นที่ เราก็เคยคุยกันว่าถ้าอยู่แบบนี้พื้นที่น้อยลงนะ อาจจะต้องเอาใจไปวางที่อื่นที่รอบๆ ซึ่งมันเยอะมากและ บรรยากาศทั้งหมดมันเสริมสร้างทัศนคติใหม่ๆ คือที่นี่มันค่อนข้างทันสมัย มันก็คอนทราสต์กันกับโรงงานยาเก่า ซึ่งทุกคนก็ชอบแบบนี้” คุณนุตอบคำถามเราก่อนชวนให้เดินไปดูบรรยากาศรอบๆ และฉากหลังม่านสีขาว รายล้อมไปด้วยตึกสูง ห้างสรรพสินค้าในอาณาจักร The Em District ทั้ง 3 ห้าง และมองเห็นบรรยากาศสีเขียวสดชื่นจากสวนเบญจสิริที่อยู่ใกล้ๆ อีกฝั่งถนน

นอกจากทัศนคติใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากการโยกย้ายมาในบรรยากาศใหม่ๆแล้ว บนพื้นที่เล็กๆ แห่งนี้เหมือนย้อนให้กลับไปเริ่มสร้างวัฒนธรรมใหม่อีกอย่างหนึ่งให้สัมพันธ์กับขนาดพื้นที่ นั่นก็คือเรื่องของออนไลน์ออฟฟิศที่ใช้ Cloud ในการทำงาน

“วิธีการทำงานบน Cloud ที่วางมาอย่างเป็นระบบทำให้ต้องรับผิดชอบงานของตัวเองมากขึ้น ลดการสื่อสารตัวต่อตัวในเรื่องการตามงาน ข้อดีที่เราไม่ต้องมานั่งเครียด ทวงงานตามจิกงาน เขาก็ผ่อนคลายกันมากขึ้น กลายเป็นว่าบทสนทนาใหม่ที่เกิดขึ้นเขาก็คุยเรื่องสัพเพเหระกัน”

คัดสรรดีมาก, ออกแบบฟอนต์, แต่งออฟฟิศ, ออฟฟิศขนาดเล็ก

“การทำงานบน Cloud ทำให้พื้นที่ทำงานยืดหยุ่นไปด้วย นั่นหมายความว่าบางทีเราก็ส่งงานกันทางอินเทอร์เน็ต ถ้าบางคนที่มีความรับผิดชอบและรักษาเวลา ก็ไม่จำเป็นต้องเข้ามาออฟฟิศก็ได้ สอดคล้องกันไปกับเรื่องขนาดของพื้นที่ ซึ่งก็ตรงกับเป้าหมายในใจที่ปูทางไว้ เรื่องลดเวลาการทำงานในอนาคตให้เหลืออาทิตย์ละ 4 วัน แต่เราต้องค่อยๆ สร้างวินัยและความรับผิดชอบก่อน เพราะถ้าไม่มีวินัย เราโยนอิสระ อันนี้ลงไปปุ๊บมันก็พัง แต่ผมเชื่อว่าทุกคนมีประสิทธิภาพที่จะทำได้” คุณนุบอกกับเราอย่างนั้น ก่อนที่คุณป่านจะเสริม

“ระบบการทำงานออนไลน์ที่ได้ปูทางไว้ตอนนี้มันเวิร์กมาก แต่มันก็ตลกมากตรงที่พอเราใช้แพลตฟอร์มการทำงานสมัยใหม่กับทีมงาน เราเปิดโอกาสให้ไปลองทำงานตรงอื่นได้ ไม่ถือว่าขาดงาน แต่พอพื้นที่มันสบายใจทุกคนก็อยากมาที่ออฟฟิศ มีบางครั้งบางคนก็เจอรถติดจริงๆ อาจจะแวะนั่งทำงานที่อื่นก่อนแล้วส่งข่าวมาบอก และสามารถเลือกลงไปทำงานที่ร้านคาเฟ่ด้านล่างของทั้ง 2 ห้าง หรือที่ AIS DC ก็ได้ นั่นจึงเป็นที่มาของขนาดของห้องจะไม่เป็นอุปสรรคอีกแล้ว เพราะมีระบบการทำงานที่ซัพพอร์ต เมื่อเราให้อิสระกับทีมงาน จิตใจก็ฟรีไปด้วย เพราะไม่รู้สึกว่าถูกกักขัง ทำให้ทำงานสนุก และยังสอดคล้องกับพฤติกรรมการทำงานของคนรุ่นใหม่ด้วย”

ใจดวงเดิม เพิ่มเติมคือคนใหม่

ด้วยการวิธีการทำงานที่ดูเหมือนเอื้อกับคนรุ่นใหม่มากขนาดนี้ ก็ไม่ได้แปลว่าที่นี่จะมีแต่เด็กใหม่ไฟแรงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ที่แห่งนี้ผสมผสานผู้คนหลายเจนเนอเรชัน ตั้งแต่อายุหลัก 40 ปี 30 ปี และ 20 กว่าปี ซึ่งทุกคนสามารถปรับการทำงานเข้าหากันได้ดี ไม่มีช่องว่างระหว่างวัย และใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์เพื่อช่วยให้ทำงานร่วมกันได้มากขึ้น

คัดสรรดีมาก, ออกแบบฟอนต์, แต่งออฟฟิศ, ออฟฟิศขนาดเล็ก

“สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือทัศนคติของทุกคนเปลี่ยนไปอันนี้คือความสำเร็จ จากออฟฟิศเดิมที่มีความโฮมมี่ และแต่ละบริษัทในเครือก็มีห้องส่วนตัวของตัวเอง พอมาที่นี่เราอยากผลักให้ดีไซเนอร์เป็นคนทันโลก มีพลังสร้างสรรค์ มีความคิดเห็นใหม่ๆ เวลาไปที่คุยกับลูกค้า และด้วยตัวสถานที่ก็ช่วยเปลี่ยนความคิด ทัศนติ และบุคลิก ของคนทำงานได้ ซึ่งมีผลต่อการดำรงอยู่ต่อไปขององค์กรเช่นเดียวกัน

“สำหรับพื้นที่ก็ยังมีส่วนตัวเป็นของตัวเองอยู่เหมือนเดิมมีพาร์ทิชันกั้น ทุกคนไม่มีปัญหาในการเปิดโล่งเข้าหากัน เราโชคดีที่ทีมงานเคมีเข้ากันดีมากและอยู่ด้วยกันมาหลายปีมาก ไม่เคยมีปัญหากันเลย ข้อนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน”

สิ่งที่ยากที่สุดคือการเปลี่ยนทัศนคติและความเคยชินของคน แต่ทุกคนที่นี้ก็พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใหม่ๆ อยู่เสมอ แล้วสิ่งที่ทุกคนเปลี่ยนไปจนสัมผัสได้เลยมีอะไรบ้างเราถามด้วยความอยากรู้

“พอมาอยู่ในตึกที่เป็นออฟฟิศบุคลิกก็เปลี่ยนไป เวลาก็เปลี่ยนไปด้วย อย่างที่บอกเมื่อก่อนจะมีความสบายๆ เหมือนกับ บริษัทออกแบบทั่วๆ ไปที่เข้างาน 10 โมงครึ่งถึงอยู่กันเรื่อยๆ ถึงดึก มีความโคซี่ ให้ความรู้สึกไม่ต่างบ้าน ก็เลยไม่มีใครอยากกลับ และเสาร์-อาทิตย์ก็สามารถเข้ามาได้ เพราะมันเปิดแอร์เมื่อไหร่ก็ได้

“แต่ต้องบอกก่อนว่าการอยู่ดึกกับค้างออฟฟิศสำหรับเรามันต่างกันนะ เราไม่เคยสนับสนุนให้ค้างออฟฟิศเลย เราเน้นประสิทธิภาพมากกว่า ถ้าเขาไม่ทำงานมีประสิทธิภาพในเวลาเขาก็จะมีเวลาไปอย่างอื่น อย่างที่นี่แอร์ตัดเวลา 6 โมงเย็น ตอนแรกเราคิดว่าจะเป็นปัญหา (จริงๆ มันก็ยังเย็นๆ ไปได้อีกหน่อย) แต่ทำให้ทีมงานเขาต้องกลับไปวางแผนการทำงาน เพราะพอ 1 ทุ่มมันก็จะไม่ค่อยทำงานได้อย่างสบายแล้ว ทำให้เขาก็ต้องนับถอยขึ้นไปว่า หากจะทำงานถึงทุ่ม 2 ทุ่ม ต้องทำอะไรให้เสร็จบ้างภายในวันนี้หรือภายในกี่โมง มันกลับกลายเป็นเรื่องดีนะ มันทำให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เป็นอย่างที่เราต้องการ ซึ่งก็ใช้เวลาปรับกันนิดหน่อยไม่นาน เร็วกว่าที่คิดด้วยซ้ำ

“นี่คือการที่สถานที่ช่วยเปลี่ยนความเคยชินบางอย่าง เป็นข้อดีนะ เวลาทำงานมันก็จะอยู่ในตารางการทำงานของคนปกติ การทำงานกับลูกค้า เวลาทำงาน ก็สมเหตุสมผล ซึ่งเป็นสิ่งที่เราปรารถนา อย่างปกติถ้าดีลงานกันตั้งแต่ 8 โมงครึ่ง เราดีลงานช้ากว่าเขา 2 ชั่วโมง มันอาจทำให้พลาดโอกาสได้หลายอย่าง” ฉันนั่งพยักหน้าหงึกๆ ตามประสาคนที่เคยทำงานในออฟฟิศนอกเมือง ก่อนย้ายเข้ามาใจกลางเมืองเช่นเดียวกัน

ก่อนเอ่ยคำร่ำลา เราสะดุดตากับทั้งโปสเตอร์และฟอนต์สามมิติสารพัดไซส์ที่วางในมุมต่างๆ อย่างพอดี

เชื่อหรือไม่ว่า ทั้งหมดที่เห็นนี้ไม่ได้ทำขึ้นมาใหม่เพื่อตกแต่งออฟฟิศแต่อย่างใด ทุกชิ้นล้วนรียูสจากงานอีเวนต์ ของจากการเวิร์กช็อป และบางส่วนก็หยิบมาจากออฟฟิศเก่า อย่างฟอนต์รูปตัว T ชิ้นใหญ่ก็นำมาใช้แทนโพเดียมในห้องประชุม จริงอย่างที่คุณนุและคุณป่านบอกจริงๆ ว่า ของเก่าเหล่านี้ช่วยสร้างคาแรกเตอร์ให้บริษัทได้โดยที่ไม่ต้องพยายามเยอะเกินไปเลย

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

23 พฤศจิกายน 2565
2 K

“การทำยางกับการทำกาแฟ มันมีบางอย่างคล้ายกัน”

เป็นหนึ่งในประโยคบทสนทนาของ เติ้ล-รังสิมันตุ์ ร่วมชาติ เจ้าของร้านกาแฟ The Rubberer หรือทายาทรุ่นสามธุรกิจทำยางในจังหวัดระยองที่สืบทอดต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น

คาเฟ่ยางพาราแฝงตัวอยู่ในระยอง ไม่ได้ขายยางพาราและไม่ได้ขายกาแฟเพียงอย่างเดียว แต่นำสองสิ่งนี้มารวมกันเป็นหนึ่ง ยางกับกาแฟเชื่อมโยงกันอย่างไร การทำสองสิ่งนี้คล้ายกันตรงไหน ที่สำคัญ ระยองมีสวนยางด้วยเหรอ เพราะจังหวัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องทุเรียนและผลไม้นานาชนิด รวมไปถึงทะเลสวย ๆ แต่กลับแทบไม่มีภาพจำของสวนยางเลย

เช้าตรู่วันศุกร์ เรารีบออกเดินทางปักหมุดไปยังตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง เพื่อไขข้อข้องใจ แต่ไม่นานความสงสัยก็หายไป เมื่อล้อรถหยุดหมุนจอดอยู่หน้าร้าน พร้อมเสียงของพี่คนขับตะโกนมาว่า “ถึงแล้ว” ความสงสัยได้แปรเปลี่ยนมาเป็นความประทับใจแรกต่อร้านกาแฟขนาดใหญ่ ลานกว้าง โล่ง โปร่ง สบาย 

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ด้วยการออกแบบอิงจากโรงยาง ทั้งรูปทรงและวัสดุจากอิฐก้อนใหญ่ รวมทั้งหลังคายาวยื่นพิเศษซึ่งผสมความชอบญี่ปุ่นเล็กน้อยของเติ้ล จึงทำให้ The Rubberer มีหน้าตาเป็นเอกลักษณ์สมชื่อ

เพียงแค่ข้างนอกยังคล้ายโรงยาง แล้วภายในร้านกาแฟพร้อมเสิร์ฟความอร่อยนี้จะมีอะไรเกี่ยวกับยางอีก ไม่รีรอ รีบจ้ำอ้าวเข้าไปดูกัน

ต้นยาง

เติ้ลเป็นคนระยองตั้งแต่เกิด มีธุรกิจติดตัวตั้งแต่วัยเยาว์ ผูกพันกับยางตั้งแต่จำความได้ เพราะทำมาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยคุณตาเป็นเกษตรกร มีทั้งสวนผลไม้และสวนยาง ขายส่งมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน จนถึงคราคุณตาได้ถ่ายทอดมอบประสบการณ์ต่อให้คุณพ่อรวมถึงตัวเติ้ลเอง จึงทำให้เขารู้จักกระบวนการและวิธีกรีดยางเป็นอย่างดี 

“ตอนเด็กคุณพ่อชอบพาไปดูว่าทำอะไรยังไง วิธีการกรีดยาง การดูหน้ายาง”

ความสนุก ความสุขของเขาไม่ใช่การทำสวนยาง ทว่าเป็นการได้เข้าไปวิ่งเล่น และใช้เวลาอยู่กับคุณพ่อในสวน เวลาผ่านไป เด็กน้อยซุกซนวิ่งเล่นในสวนคนนั้น ก็ได้รับบทมาช่วยคุณพ่อดูแลธุรกิจครอบครัวและดูแลลูกน้อง ให้ทุกอย่างเรียบร้อยมากขึ้นกว่าเดิม โดยธุรกิจของเขาทำตั้งแต่ปลูกยาง กรีดยาง มาทำเป็นยางแผ่น และนำจำหน่ายทั้งรูปแบบของยางแผ่นและน้ำยางสด แต่ไม่ได้นำไปแปรรูปเป็นหมอนหรืออะไร ส่วนถ้าถามถึงนักทำยางมือทองล่ะก็ คุณพ่อยังคงดำรงตำแหน่งเช่นเคย

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นที่สร้างใหม่จึงออกแบบทรงคล้ายโรงยาง และเลือกใช้วัสดุเป็นอิฐสีเทา ส่วนข้างบนหลังคามีช่องใสเล็ก ๆ ให้แสงส่องลงมา อิงจากโรงยางที่ต้องใช้ความร้อนอบยาง เดิมที่นี่เคยเป็นพื้นที่ของสวนมะพร้าว โรงโม่มัน และโรงยางจริง ๆ มาก่อน การออกแบบคาเฟ่จึงไม่เพียงเน้นความสวยงามหรือความเสมือนจริง แต่อบอวลด้วยเรื่องราวความผูกพันของเติ้ลกับยางร่วมกันไปทั้งร้าน

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

โรงยางเดิมซึ่งเอาไว้ใช้อบยาง ทำยางแผ่น อยู่บนพื้นที่โซนด้านหลังร้าน แต่ตอนนี้ได้ทุบทิ้งไปแล้ว โรงยางใหม่สร้างใกล้ ๆ บริเวณโรงยางเดิมแทน 

ส่วนสวนยางจะเขยิบออกไปไกลหน่อย อยู่คนละที่กับโรงยาง ซึ่งสวนของเขาก็ติดกับสวนเพื่อนบ้านละแวกนี้ที่ปลูกยางเหมือนกัน เป็นอีกการการันตีว่าระยองมีคนปลูกยางมากพอสมควร เพราะสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นยางมากมายเลยทีเดียว

“ส่วนใหญ่ถ้านึกถึงระยองก็นึกถึงผลไม้ บางคนจะไม่รู้ว่าเรามียางพาราเหมือนกัน แต่ที่ระยองเขาก็ปลูกกันมานานแล้วครับ ตั้งแต่เด็กผมก็จำได้ว่าเป็นสวนยางแบบนี้เลย”

ลูกพี่ลูกน้องหรือญาติ ๆ ของเติ้ลในวัยนั้น หลายคนก็ทำอาชีพขายส่งน้ำยางเช่นเดียวกัน เวลาเลิกเรียนตอนเย็นก็มักมีผู้คนแวะเวียนมาเล่นกับเติ้ลในสวนอยู่บ่อยครั้ง 

“แต่ถ้าเทียบสมัยก่อน ตอนนู้นสวนยางมันก็เยอะกว่านะ มีช่วงหนึ่งยางราคาขึ้นกิโลเป็นร้อย เกษตรกรที่ทำสวนผลไม้อยู่แล้ว ก็เปลี่ยนมาทำสวนยางพาราเพราะราคาดีมาก” เขาพูดไปขำไป แต่ตอนนี้ด้วยพิษเศรษฐกิจทำให้ทุกอย่างกลับกัน เกษตรกรที่เคยทำสวนยาง ก็โค่นยางไปปลูกผลไม้ที่ราคาดีกว่า อย่างทุเรียน

แต่ในความโชคร้ายยังแอบมีสิ่งโชคดีเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ คือความพิเศษของยางที่ไม่อาจหาได้จากการปลูกผลไม้ชนิดไหน

“ยางเขามีอายุนาน 20 – 30 ปี”

นั่นแปลว่าการปลูกยางไม่จำเป็นต้องดูแลเยอะ “ถ้าไม่มีคนกรีดยางก็ไม่เป็นอะไร มันไม่เสียหาย แต่ถ้าเรามีคนกรีด เราก็ได้รายได้จากตรงนั้น” เติ้ลชี้ให้เห็นถึงข้อดีต้นยาง

แต่ก็ต้องเน้นความชำนาญด้วยเช่นกัน “ถ้าเรากรีดยางดี กรีดไม่เข้าแก่นต้น ก็จะทำให้ต้นยางให้น้ำยางเราไปได้นานเลย การกรีดยาง ดูแลหน้ายาง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ต้นยางผลิตน้ำยางออกมาได้นาน”

และความพิเศษอีกอย่าง ถ้าน้ำยางหมดต้นโดยเกิดจากการกรีดยางไม่ดี กรีดแล้วเข้าแก่นยาง ทำให้หน้ายางเสียหาย หรือต้นที่หมดอายุ ไปต่อไม่ไหว เขาสามารถตัดต้นยางนำไปขายได้ต่อแล้วก็ปลูกใหม่ มีความยืดหยุ่น แถมไม่ต้องฉีดยาเยอะแบบผลไม้ให้มากมาย นี่เป็นข้อดีเอกอุของการปลูกยาง

ต้นตอ

เห็นได้ชัดว่าเติ้ลเติบโตและผูกพันกับสวนยางมาตั้งแต่เล็ก จนถึงจุดหนึ่งเขาเริ่มสนใจอยากหาอะไรใหม่ ๆ ทำเพิ่มเติมจากสิ่งเดิมที่มีอยู่ มีความสุขพร้อมสร้างรายได้ไปด้วยกัน

‘การกิน’ เป็นคำตอบของเติ้ล ผู้หลงใหลการได้ลิ้มรสอะไรอร่อย ๆ เอ็นจอยอาหารและเครื่องดื่ม ประจวบเหมาะเป็นช่วงที่ได้ชิมกาแฟรสชาติใหม่แบบที่เขาไม่เคยทานมาก่อน ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่าทำไมกาแฟบางตัวถึงมีหลายรสชาติ มีรสต่างกัน ไม่ได้มีเพียงรสเข้ม ๆ ขม ๆ อย่างที่เขาคุ้นเคย

“เฮ้ย! เหมือนเรากินอะไรก็ไม่รู้ มันแปลกดี มีเปรี้ยว มีหอม” 

จากความแปลกกลายเป็นความสนใจ ทำให้หันมาศึกษาด้านนี้อย่างจริงจัง และเริ่มอยากเปิดคาเฟ่เพื่อส่งต่อกาแฟรสชาติในแบบที่ชอบ

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

หลังจากได้ไปลองชิมกาแฟร้านต่าง ๆ อยู่พักใหญ่ เติ้ลก็ได้ไปเจอเมล็ดกาแฟไทยที่ชอบมาจากโรงคั่ว Cozy Factory ที่ทางโรงคั่วได้ไปพัฒนา และดูแลเกษตรกรสวนแม่บู่หย่า จังหวัดเชียงราย เขาเลยมีโอกาสได้ลองศึกษา เรียนรู้ และทำงานร่วมกับโรงคั่ว Cozy Factory ให้ช่วยออกแบบกาแฟเฉพาะของร้าน เป็นกาแฟไทย มีคาแรกเตอร์เอกลักษณ์ ไม่หวือหวามาก แต่มีอาฟเตอร์เทสดี หวาน ทานง่ายในทุกวัน

“กาแฟไทยอร่อยครับ สู้ต่างชาติได้เลย”

และหนึ่งในความสนุกของการทำกาแฟ คือการได้ทดลองอะไรใหม่ ๆ อยู่ตลอด เพราะคาแรกเตอร์ของกาแฟแต่ละตัวไม่เหมือนกัน มีเอกลักษณ์เฉพาะ เช่น กาแฟบางตัวกลิ่นฟลอรัล บางตัวเป็นฟรุตตี้

แล้วระยองปลูกกาแฟได้ไหม – เราถาม

“ผมว่าน่าจะปลูกโรบัสต้าได้ แต่อาราบิก้า สภาพแวดล้อม สภาพอากาศ ความสูงของระยอง ไม่เหมาะสมครับ” เขาตอบตามตรง

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ต้นน้ำ-ปลายทาง

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

“แต่สุดท้ายเราก็ย้อนกลับมาอะไรที่เกี่ยวกับยางอยู่ดี” เขาพูดแซวตัวเอง

เติ้ลตั้งใจนำเรื่องราวยางมาเป็นคอนเซ็ปต์หลัก เพื่อแสดงให้เห็นตัวตนเขาและครอบครัว ให้ผู้คนได้เข้ามาสัมผัสความทรงจำดี ๆ ที่มีร่วมกับยาง ผ่านบรรยากาศร้าน สิ่งของ หรือแม้แต่ผ่านกาแฟที่เขาทำ

“เราคิดว่าการทำยางกับการทำกาแฟมีบางอย่างคล้ายกัน ความตั้งใจในการทำ ความประณีต ความใส่ใจ

“เรากรีดยางก็ต้องเป็นคนมีฝีมือกรีด หน้ายางถึงจะสวย ไม่ลึกเข้าไปในเนื้อยาง กาแฟก็เหมือนกัน เราต้องหาสารกาแฟจากต้นน้ำ มันมีความใส่ใจในกระบวนการทำครับ”

หากจิบกาแฟเสร็จ เดินออกมาหลังร้านสักนิด จะเจอมุมให้นั่งพินิจกับความทรงจำก้อนใหญ่ของเติ้ล เพราะสิ่งนั้นคือเครื่องรีดยางสมัยโบราณที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยคุณตา ซึ่งยังคงระบบแมนนวล ต้องใช้มือหมุน มีให้เลือก 2 ลาย และยังใช้งานได้ในปัจจุบัน เครื่องนี้ยังหมุนได้จริง แต่ตอนนี้ล็อกเอาไว้ให้คงอยู่ในสถานะเก็บความทรงจำ

“ยังใช้ได้ แต่อย่าใช้เลย” เติ้ลหัวเราะ

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

“เหมือนเครื่องบดปลาหมึกยักษ์!” เสียงของพี่ที่มากับเราพูดขึ้นมา

 “มีคนบอกแบบนี้เสมอครับ” เขาตอบกลับอย่างชอบใจ

เจ้าเครื่องบดปลาหมึกยักษ์หรือเครื่องรีดยางนี้ถือว่าเป็นแรร์ไอเท็มมาก น้อยคนที่เคยเห็นและเคยได้ลองใช้ เพราะตอนเติ้ลเกิดมาก็เหลือเพียงเครื่องดั้งเดิมที่ถูกเก็บไว้ และมาใช้เครื่องรีดยางที่มีมอเตอร์แทนในการทำงานแล้ว

“กระบวนการทำยางแผ่น เรานำน้ำยางสดมากรองแล้วใส่ในแบบ ใส่น้ำกรด รอเขาเซ็ตตัว แล้วเอาออกมาจากแบบ นำมาอัดให้แบนยาว แล้วนำไปเข้าเครื่องรีดยางเรียบและลายต่อ ออกมาเป็นแผ่นยางพารา ตากแดดแล้วก็นำมาเก็บเข้าโรงอบยางต่อ”

หากนึกภาพไม่ออก ให้ลองแหงนมองข้างบน จะพบแผ่นยางพาราแขวนเรียงรายตากแดดอยู่บนราวเหล็ก รอการเก็บในตอนเย็น เพราะหากฝนตกอาจทำให้เกิดเชื้อราได้ หน้าฝนจึงไม่ค่อยเห็นแผ่นยางพาราตากอยู่หลังร้าน

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

คนส่วนใหญ่ที่แวะเวียนมาคาเฟ่แห่งนี้เป็นคนต่างที่ต่างถิ่นและไม่ค่อยคุ้นเคยกับยาง มุมนี้จึงกลายเป็นมุมโปรดของใครหลายคน กลายเป็นพื้นที่ของการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว

“ลูกค้าบางคนที่พาคุณพ่อคุณแม่มา เขาก็ประหลาดใจกับโซนนี้ ได้มาเห็นของโบราณ และทำความรู้จักยางพารา”

เติ้ลรู้สึกอิ่มเอมกับภาพบรรยากาศของผู้คนที่ได้มาลองชิมกาแฟฝีมือตน และมีความสุขร่วมไปกับความทรงจำของเขาที่มีต่อยาง ซึ่งอนาคตเติ้ลเผยว่าอาจจะมีอะไรใหม่ ๆ เพิ่มเติมเข้ามาอีก พัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เขาได้เปิดร้านกาแฟทำตามฝัน แต่ไม่ทิ้งธุรกิจยางอย่างแน่นอน 

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

อย่างอร่อย

สุดท้าย ถ้ามา The Rubberer อย่าลืมสั่งกาแฟเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านไปลองชิม เมนูที่เติ้ลตั้งใจทำและคัดสรรมาแล้วว่าดีแน่นอน

‘กาแฟดำ Black’ และ ‘กาแฟนม White’ คาแรกเตอร์เมล็ดกาแฟชัดเจน และผ่านการคิดค้นอัตราส่วน ปริมาณนม ปริมาณกาแฟด้วยความประณีต ใส่ใจอย่างเต็มเปี่ยมในทุกขั้นตอนว่าเหมาะสมกับเมล็ดกาแฟสวนแม่บู่หย่ามากที่สุด

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ขอแนะนำเมนู ‘BlackPink’ กาแฟลิ้นจี่สีชมพูสดใส ทานแล้วได้ความสดชื่นตามมาในทันที แถมด้วยเมนู ‘Larisa’ ซึ่งไม่ได้หมายถึงลิซ่าอย่างใด แต่เป็นชื่อลูกของเติ้ล วัยกำลังซนที่ชื่นชอบการดื่มน้ำส้มยูซุเป็นชีวิตจิตใจ คุณพ่อเติ้ลจึงนำความชอบของลูกมาเป็นแรงบันดาลใจ และกลายเป็นกาแฟส้มยูซุแก้วนี้

เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน

หรือถ้าใครอยากได้กาแฟในรูปแบบเมล็ด ที่นี่ก็มีขายโดยตัวยอดนิยม คือ House Blend มีแบบคั่วกลางและคั่วอ่อน

คั่วกลางเป็นการเบลนด์ระหว่าง Washed Process, Honey Process และ Natural Process ให้รสชาติออกโทนดาร์กช็อกคาราเมล กลมกล่อม เปรี้ยวน้อย เป็นรสชาติที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย เหมาะสำหรับนำไปทำเมนูกาแฟเย็น

  ส่วนคั่วอ่อน เป็นการเบลนด์ระหว่าง Washed Process และ Natural Process รสชาติออกโทนฟรุตตี้ สดชื่น เปรี้ยว ผลไม้อบอวล และมีอาฟเตอร์เทสหอมหวาน เหมาะสำหรับทำเมนูกาแฟร้อน ใครชื่นชอบรสผลไม้ต้องไม่พลาด

เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน
เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน

เมื่อพระอาทิตย์เริ่มตก ถึงเวลาต้องแยกย้ายกัน ระหว่างทางนั่งรถกลับกรุงเทพฯ เราเริ่มอยากทานกาแฟฝีมือบาริสต้าคนนี้ที่ The Rubberer อีกรอบแล้ว

The Rubberer

ที่ตั้ง : 41/1 ม.3 ตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-ศุกร์, เวลา 07.00 – 16.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์, เวลา 08.30 – 16.00 น.

โทรศัพท์ : 09 4964 8008Facebook : The Rubberer

Writer

ณัฐกฤตา เจริญสุข

อดีตนักเรียนวิชาออกแบบ ผู้ชื่นชอบการสาดสีสันลงบนงานศิลปะ สาดจินตนาการลงบนงานเขียน อยากส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ผ่านทางการสื่อสารทุกรูปแบบ

Photographer

ชาคริสต์ เจือจ้อย

ช่างภาพอิสระและนักปั่นจักรยานฟิกเกียร์ ชอบสั่งกระเพราหมูสับเผ็ดน้อยหวานๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load