ในเทปสัมภาษณ์เรื่อง ‘อันจะกินวิลล่า‘ ของฉันมีเสียงนกร้องคลออยู่เบื้องหลัง และหากเครื่องบันทึกเทปเก็บสิ่งอื่นใดได้มากกว่าเสียง มันก็คงหอมกรุ่นกลิ่นอาหาร และอบอวลด้วยบรรยากาศน่าสบายเหมือนอยู่บ้าน

นั่นเพราะ ‘อันจะกินวิลล่า’ สถานที่ที่ฉันได้แวะเวียนไปและอยากกลับไปอีกเหลือเกิน คือบ้านหลังสวยที่ตั้งอยู่ไม่ห่างไกลตัวเมืองเชียงใหม่ เป็นบ้านที่ไม่ใช่แค่อยู่อาศัย แต่ยังเปิดประตูรับผู้คนให้แวะเวียนไปลิ้มรสอาหารฝีมือเจ้าของบ้าน ด้วยโควต้ากะทัดรัด 1 โต๊ะต่อวัน

อันจะกินวิลล่า

พี่ก้อย-กนิษฐกา ลิมังกูร คือเจ้าของบ้านที่ไม่ยอมเรียกตัวเองว่าเป็นเชฟ แต่ที่จริงแล้วพี่ก้อยเคยเป็นพนักงานบริษัทที่หลงใหลการเข้าครัวทำอาหาร คือคนที่ลาออกไปเปิดร้านอาหารจริงจังที่เขาใหญ่ ก่อนจะกลับมาเปิดร้านอาหารชื่อ ‘อันจะกิน’ ที่ย่านสีลมมาก่อน จากนั้น ด้วยหลงรักเชียงใหม่เป็นทุนเดิม พี่ก้อยก็ย้ายถิ่นฐานขึ้นมาอยู่เชียงใหม่พร้อมคุณพ่อ ปักหลักที่ที่ดินซึ่งสวยและเงียบสงบ มี ‘ลำเหมือง’ หรือลำธารสายเล็กไหลผ่านข้างบ้าน พี่ก้อยสร้างบ้าน 2 ชั้นที่โล่งโปร่งน่าสบาย ปลูกต้นไม้ ดอกไม้ จนร่มรื่น

และเมื่อความรักในอาหารยังคงอยู่ พี่ก้อยจึงคิดจะใช้เวลาหลังเกษียณตัวเองมาทำกิจการขนาดเล็กมากเกี่ยวกับอาหาร แต่แทนที่จะออกนอกบ้านไปทำร้านอาหาร พี่ก้อยเลือกต้อนรับคนเข้ามากินในบ้าน

อันจะกินวิลล่า
อันจะกินวิลล่า
อันจะกินวิลล่า

“คนเราเวลามีบ้านก็ชอบอยู่บ้าน เพราะฉะนั้น เราก็ให้คนอื่นมากินข้าวบ้านเรา” พี่ก้อยอธิบาย ก่อนจะพูดถึงรูปแบบของอันจะกินวิลล่าที่ตั้งใจไว้ “จะเป็นแบบไหนล่ะ French Cuisine เหรอ Fine Dining เหรอ บ้านเราเป็นที่สบายๆ เก้าอี้โต๊ะทานข้าวฝั่งหนึ่งเป็นม้านั่งยาว เราก็เลยกลับมาที่ตัวเองว่า เราชอบกินอาหารแบบไหน เราชอบกินอาหารแบบปาร์ตี้ แล้วเราเป็นพวกร้องประสานเสียง ซึ่งก็จะนัดกินข้าวกันบ่อยๆ โดยเราเป็นคนทำกับข้าวเลี้ยงเพื่อน การทำอาหารเลี้ยงคนเป็นกลุ่มเลยเป็นสิ่งที่เราถนัด”

นั่นคือที่มาของร้านอาหารในบ้าน โดยมีคอนเซปต์คือ ‘วันละโต๊ะ’ อันเป็นขนาดที่กำลังดีสำหรับเธอ และกำหนดปริมาณคนในโต๊ะให้มีจำนวน 4 – 10 คน ในราคาคนละ 850 บาท เพื่อให้คนกินอาหารในบรรยากาศคึกคักและรื่นรมย์เหมือนจัดปาร์ตี้กับเพื่อน

อันจะกินวิลล่า
อันจะกินวิลล่า
อันจะกินวิลล่า
อันจะกินวิลล่า

หากคุณและมิตรสหายจองคิวมาลิ้มรสอาหารที่อันจะกินวิลล่า เมื่อเปิดประตูรั้วเข้ามา เดินตรงไปใกล้อีกไม่กี่ก้าว ก็จะได้กลิ่นหอมยั่วน้ำลายของอาหารลอยมาแตะจมูก หลังเข้าไปในบ้าน จะเจอกับโต๊ะไม้ตัวยาวที่จัดอุปกรณ์การกินไว้สวยงาม คุณจะนั่งลงพูดคุยกับเพื่อนตรงนั้น หรือเดินไปหยิบหนังสือจากชั้นข้างโต๊ะ (แน่นอนว่าอัดแน่นด้วยตำราทำอาหาร) มานั่งอ่านบนโซฟาหรือบีนแบ็กใหญ่ใกล้โต๊ะยาวก็ย่อมได้

ส่วนใครที่รู้สึกว่ากลิ่นหอมยั่วใจเกินไป ถ้าเดินเลยจากส่วนห้องนั่งเล่นไปชะโงกหน้าตรงห้องครัว จะเจอพี่ก้อยและพี่ไพ แม่บ้านคู่ใจ กำลังเตรียมอาหารง่วนอยู่ พี่ก้อยถนัดทำอาหารฝรั่งจานใหญ่ยักษ์ และรสชาติชวนสบายใจแบบ Comfort Food ขนานแท้ แต่ใครอยากกินอาหารไทยก็บอกได้เช่นกัน คอร์สอาหาร 6 จานหลักแบบมาตรฐานประกอบด้วยซุป สลัด เมนคอร์สที่เป็นปลาและไก่หรือหมู (ถ้ารีเควสต์เนื้อหรือแกะก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มตามมูลค่าของวัตถุดิบนั้น) พาสต้า ก่อนปิดท้ายด้วยขนมหวาน ทุกอย่างเน้นวัตถุดิบดีงามตามฤดูกาล สะอาด หลายอย่างเป็นอินทรีย์ และบางอย่างก็สดใหม่จากแปลงผักข้างตัวบ้าน เช่น ใบสะระแหน่ที่พี่ก้อยเด็ดมาทำซอสสะระแหน่กินคู่กับเนื้อแกะชุ่มฉ่ำ

อันจะกินวิลล่า ร้านอาหารในบ้านสวยริมลำธารนอกเมืองเชียงใหม่ที่ต้อนรับแขกแค่วันละ 1 โต๊ะ
อันจะกินวิลล่า
อันจะกินวิลล่า ร้านอาหารในบ้านสวยริมลำธารนอกเมืองเชียงใหม่ที่ต้อนรับแขกแค่วันละ 1 โต๊ะ

อาหารจะค่อยๆ ทยอยกันมาเสิร์ฟ พร้อมกับคนทำจะบอกเล่าเรื่องราวอาหารแต่ละจานว่ามีที่มาจากไหน จากนั้นก็ถึงเวลาจ้วงช้อน ส้อม มีด หรือมือของคุณลงในจาน ชิมอาหารพร้อมพูดคุยสังสรรค์กับเพื่อนหรือครอบครัวในบรรยากาศเป็นกันเองและเป็นส่วนตัว และที่ขาดไม่ได้คือสนทนากับพี่ก้อย ซึ่งจะคอยดูแลคนมาเยี่ยมเยือนอย่างอบอุ่น

บางทีคุณอาจรู้สึกเหมือนนั่งกินอาหารจานอร่อยอย่างสบายใจในบ้านเพื่อนที่คุ้นเคย-นั่นแหละคือสิ่งที่อันจะกินวิลล่าอยากมอบให้

อันจะกินวิลล่า
อันจะกินวิลล่า, Chef's Table

“เราชอบทำบันทึกไว้เพื่อจะได้ดูว่าใครกินอะไรไปแล้ว จำได้ว่ามีน้องคนหนึ่งมาเป็นหนที่ 17 เวลาทำอาหาร แล้วคนกลับมากินอีก นั่นคือสิ่งที่เรามีความสุข รู้ว่า เฮ้ย เรามาถูกทางนะ” พี่ก้อยเล่าเรื่องราวหนึ่งในคนที่ติดใจอันจะกินวิลล่าให้ฟังพร้อมรอยยิ้ม

ตอนแรกฉันคิดว่าคนที่แวะเวียนมาที่นี่น่าจะเป็นคนกรุงเทพฯ ที่ติดใจรสมือพี่ก้อยมาก่อน แต่พี่ก้อยบอกว่าคนเชียงใหม่มาอุดหนุนกันเยอะ นั่นเพราะคนที่นี่มีธรรมชาติชอบอุดหนุนคนตัวเล็กที่ทำสิ่งมีเอกลักษณ์ และอาจเพราะอย่างนั้น เราถึงเห็นร้านรวงเล็กๆ หลากหลายรูปแบบเปิดกิจการอยู่ทั่วเชียงใหม่

ซึ่งพี่ก้อยเองพอขึ้นมาอยู่ที่นี่แล้ว ก็หมั่นไปอุดหนุนเชฟคนอื่นๆ (หลายคนก็ได้แรงบันดาลใจการเปิดร้านวันละโต๊ะจากพี่ก้อยนี่เอง) โดยไม่ได้มองว่าเป็นคู่แข่ง แต่มองว่าทุกคนคือเพื่อนกัน  

และจะว่าไปแล้ว พี่ก้อยก็ไม่ได้มองว่าอันจะกินวิลล่าคือธุรกิจเลย แต่คิดว่ามันคือการหยิบสิ่งที่ชอบมาต่อยอดในรูปแบบที่กำลังสบายตัวสบายใจ

อันจะกินวิลล่า : ชวนอิ่มท้องและอิ่มใจที่ร้านอาหารในบ้านหลังสวยซึ่งเปิดรับแค่วันละโต๊ะเท่านั้น ซึ่งอยู่นอกเมืองเชียงใหม่

“ถ้าเป็นธุรกิจจริงๆ เราจะต้องทำให้มากกว่านี้ แต่เราไม่มองมันเป็นธุรกิจ ไม่เคยมองว่าคนกินจะต้องเยอะ น้อย เท่าไหร่ หรือจะต้องมีทุกวัน เรามองอย่างเดียวว่า วันละโต๊ะเป็นสิ่งที่ทำให้มีรายได้เข้ามาบ้าง เพราะคนเกษียณแล้วมีรายได้บ้างก็ดี และมันก็สนุกด้วย เราไม่เหนื่อยฟรี มีคนเอาเงินมาให้เราได้อบ Short Rib ได้ทำแกะ ซึ่งชีวิตประจำวันคงไม่ได้กิน เพราะเราอยู่สองคนกับพ่อ” พี่ก้อยบอกกับฉัน

จักรวาลในบ้านสวยระดับมีสื่อมาขอสัมภาษณ์หลังนี้จึงโคจรด้วยจังหวะพอดี เมื่อคนทำพร้อมทำ คนกินพร้อมกิน บ้านของคนสองคนก็จะกลายเป็น ‘อันจะกินวิลล่า’ ที่อบอุ่นด้วยกลิ่นหอมของอาหาร เสียงหัวเราะ และความรักของพี่ก้อยที่ถ่ายทอดลงไปในเมนูแต่ละจาน

เป็นมื้ออาหารขนาด 1 โต๊ะ ที่ผลิบานเป็นความสุขแก่ทุกคน

อันจะกินวิลล่า : ชวนอิ่มท้องและอิ่มใจที่ร้านอาหารในบ้านหลังสวยซึ่งเปิดรับแค่วันละโต๊ะเท่านั้น ซึ่งอยู่นอกเมืองเชียงใหม่
 

อันจะกินวิลล่า

Location:  อันจะกินวิลล่า   ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง เชียงใหม่ 50230
18.728162, 98.914498
Map:

Writer

Avatar

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เมื่อพูดถึงเวิ้งในจังหวัดเชียงใหม่ หลายคนคงนึกออกไม่มากก็น้อยตามแต่ที่เคยไป หรือนักศึกษารั้วม่วงอย่างผมคงหนีไม่พ้นเวิ้งคุณนลี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนมานี้มี Community Space แห่งใหม่สำหรับคนเชียงใหม่เกิดขึ้นในทำเลใกล้กับสถานีรถไฟ

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าHeng Station (เฮงสเตชั่น)’ เวิ้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟชนิดที่ระหว่างกำลังดื่มกาแฟอาจยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรถไฟเป็นฉากหลังได้ หรือถ้ามาทานอาหารมื้อหนักก็มีร้านรองรับ พร้อมด้วยของหวานตบท้าย จบด้วยร้านเครื่องหอมไว้เป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้าน

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

วันนี้ คิม-วโรดม สหชัยเสรี เขาคือชายหนุ่มผู้เกิด เติบโต และศึกษาเล่าเรียนที่เชียงใหม่ ก่อนต้องโยกย้ายตัวเองไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี พร้อมกับเดินทางไปญี่ปุ่นทุกปี จนซึมซับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาสั่งสมเอาไว้ แล้วจึงนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน พร้อมกับเล่าเรื่องราวการรื้อฟื้นสถานที่ซึ่งมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1960 ให้มีชีวิตอีกครั้งหนึ่งในปี 2023 

เปิดประตูเวิ้งใหม่เอี่ยมมาเยี่ยมเยียนสถานที่เก่าแก่ 62 ปีพร้อมกันเลย

เสี่ยมเฮงพืชผล

สถานที่นี้มีเรื่องราวเริ่มต้นน่าสนใจ และต้อนย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยรุ่นอากงของคิม เพราะแรกเริ่มเดิมทีตามคำบอกเล่าของเขา อากงข้ามน้ำข้ามทะเลหนีสงครามมาจากประเทศจีน ระหกระเหินมายังกรุงเทพฯ จากนั้นเดินเท้าตามรางรถไฟมาเรื่อย ๆ จนถึงจังหวัดเชียงใหม่ และลงหลักปักฐานด้วยการสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเชลแล็กสยามในช่วงปี 1960

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

แล้วเรื่องราวก็กระโดดข้ามมายังช่วงเวลาประมาณปี 1977 (พ.ศ. 2520) บริษัทเชลแล็กสยามปิดตัวลง โดยไม่แน่ใจว่าย้ายมายังสถานที่ ณ ปัจจุบันนี้อยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ถึงอย่างนั้นอากงของคิมก็ซื้อที่ดินแปลงนี้แล้วเปิดกิจการของตัวเองในชื่อ ‘เสี่ยมเฮงพืชผล’ นับตั้งแต่ปี 1971-1992 (เสี่ยม มีความหมายว่า สยาม และเป็นที่มาของชื่อ เฮง สเตชั่น ในปัจจุบัน) โดยเปลี่ยนมาค้ากระเทียมเป็นหลัก แต่ก็ยังมีเชลแล็กและพืชผลทางเกษตรกรรมอื่น ๆ ซึ่งรับมาจากชาวสวนในภาคเหนือ และส่งขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯ สถานที่ตรงนี้ที่ติดกับสถานีรถไฟ จึงเป็นทำเลอันเหมาะสมอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ช่วงปี 1991 อากงเสีย เหลือเพียงอาม่า ซึ่งแบกรับธุรกิจนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหว ส่วนคุณพ่อของคิมอยู่ในเส้นทางสายอาจารย์ และไม่มีความสนใจสานต่อสถานที่แห่งนี้ เสี่ยมเฮงจึงปิดตัวลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1992 ซึ่งเป็นปีเกิดของคิมพอดี และถูกทิ้งเป็นโกดังร้างนับแต่นั้นมา

เฮงสเตชั่น

เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งคิมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 เขาค่อย ๆ รื้อฟื้นสถานที่แห่งนี้อีกครั้งด้วยการเปิดห้องแถวเชิงพาณิชย์เล็ก ๆ อยู่ด้านหน้าติดกับถนน อีกทั้งยังได้เรียนรู้และซึมซับการลงทุนจากคุณลุง และเมื่อถึงวัยทำงาน เขาจึงเริ่มฉุกคิดได้ว่า น่าจะเอาสถานที่ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แทนที่จะไม่ปล่อยให้ทิ้งร้าง

คิมคิดแล้วคิดอีกว่าจะใช้ที่ดินตรงนี้ทำอะไรดี แต่ทุกครั้งก็มีคำถามพ่วงท้ายเสมอว่า พื้นที่นี้เป็นทางลึก หน้าแคบ และคุณพ่อตั้งเงื่อนไขเอาไว้ 1 ข้อ คือ ทุกอย่างต้องคงรูปร่างเดิมให้มากที่สุด การทุบเพื่อประกอบร่างใหม่หลายครั้งอาจนำมาซึ่งปัญหากับคุณพ่อได้ จุดนี้เองที่คิมต้องนำความรู้ด้านวิศวกรรมที่เขาร่ำเรียนมาใช้อย่างเต็มที่ ในการรีโนเวตโกดังแห่งนี้ไม่ให้เป็นแค่ห้องแถวต่อ ๆ กัน

“ผมเริ่มก่อสร้างจริง ๆ คือมีนาคม ปี 2022 ใช้เวลารีเสิร์ชนานมาก ออกแบบ วางแปลน สลับแปลน จะมีสวนตรงไหนเพื่อให้ดูไม่อึดอัด พร้อมกับดูบริบทพื้นที่โดยรอบ”

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

คิมสร้างตึกหลังหนึ่งข้างในโกดังอีกที เทคานส่วนที่เป็นกำแพง วางตอม่อเสาใหม่ และก่อกำแพงขึ้นมาด้านใน แต่ด้านนอกยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม จากเดิมที่เป็นหลังคาเต็ม เขารื้อหลังคาออกครึ่งหนึ่ง และปรับพื้นที่ตรงนั้นออกเป็นสวน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดให้คนเดินเข้าไปด้านใน

“ผมเพิ่มพื้นที่ด้วยการขยายเข้ามาในพื้นที่ของเราเอง สร้างคอมมูนิตี้ให้คนมาใช้เวลาวันหยุดกับเพื่อน” ประโยคนี้เห็นจะเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

Community Space

“ผมว่าการใช้คำว่า คอมมูนิตี้ ดูเป็นสถานที่ที่ให้คนมาพบปะกันมากกว่าเป็นพื้นที่ขายของ ผมอยากให้คนมานั่งเล่น มาคุยกัน ใช้เวลานั่งเม้ากับเพื่อนในช่วงวันหยุด ก็เลยใช้คำนี้”

ในตอนนี้ เฮงสเตชั่น เปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

คิมไม่ได้ต้องการให้ที่นี่กลายเป็นผับหรือบาร์ สาเหตุมาจากส่วนหนึ่งของพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว เขาขอแค่ให้คนที่มาได้นั่งเล่น พูดคุย พบปะ ไม่จำเป็นต้องรับประสบการณ์ คิดเสียว่าที่นี่คือ ‘สวนหลังบ้าน’ ซึ่งทุกคนเข้ามาเดินเล่นได้อย่างผ่อนคลาย อีกทั้งยังมี 1 ร้านข้าว 1 ร้านกาแฟ 1 ร้านเครื่องหอม และ 2 ร้านเบเกอรี่ คอยรองรับความต้องการของเหล่าผู้คนที่เข้ามาเยือน

แล้วคิมก็พาเราทัวร์ตามร้านต่าง ๆ อย่างเป็นมิตร และให้พวกเขาอธิบายถึงจุดเด่นที่อยากนำเสนอ เราเริ่มต้นกันที่…

School Coffee

ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่หน้าสุดของโครงการ เปรียบเสมือนพื้นที่รับแขกให้ผู้คนเข้ามาซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มก่อนเดินสำรวจ ร้านกาแฟแห่งนี้มีคอนเซปต์ว่า สร้างความสุขให้ทุกภาคส่วน เริ่มต้นจากธรรมชาติ แหล่งปลูกกาแฟ ต้นกาแฟสายพันธ์ุต่าง ๆ การแปรรูปกาแฟที่เป็นผลไม้ให้กลายเป็นสารกาแฟ ส่วนถัดมาเป็นบาริสต้า และจบลงที่ลูกค้าทุก ๆ ท่านได้รับผลิตภัณฑ์ดี ๆ จากทางร้าน

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

เมื่อไหร่ก็ตามที่ทุกคนในทุกภาคส่วนมีความสุข วงล้อแห่งการพัฒนาก็จะเริ่มเป็นไปตามแนวทางที่ทางร้านตั้งใจ และขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ก็ใส่พลังเข้าไปได้ในบางจังหวะ (ตามที่ทางร้านได้บอกกับเรา) เมื่อมาถึงร้าน School Coffee ลูกค้าเลือกกาแฟที่อยากจิบได้ตามต้องการ ตั้งแต่เมล็ด ระดับการคั่ว และกระบวนการชงกาแฟ ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งและยังคงมีตลอดไป นั่นคือ ยาคูลท์ปีโป้ปั่นและโอริโอ้ปั่น เพื่อเป็นเกียรติให้แก่บาริสต้าคนแรกผู้คิดค้น 2 เมนูนี้ที่อยู่คู่กับร้านมาตั้งแต่ยังเปิดอยู่ที่กรุงเทพฯ อ้อ ขอกระซิบดัง ๆ ว่าร้านนี้เจ้าของเดียวกับ ร้านสุขพอดี นะ

KLĀY concept

ร้านเครื่องหอมที่เน้นเล่าเรื่องราวผ่านงานเซรามิก

เทียนหอมในถ้วยเทียนเซรามิกมาจากเทศบาลเมืองแม่โจ้ เนื่องจากทางร้านพยายามสนับสนุนผู้ประการรายย่อยให้ได้มากที่สุด สินค้านิยมคือเจ้าก้อนสี่เหลี่ยม วิธีใช้ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน หยดน้ำมันหอมระเหยลงบนก้อนเซรามิก แล้วรอให้ดูดซึมน้ำหอม ซึ่งทางร้านดีไซน์ให้มีความกลมอยู่ภายใน จึงเกิดการถ่ายเทเข้า-ออกของอากาศผ่านเนื้อเซรามิก เป็นการกระจายกลิ่นหอมเบา ๆ

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการจัดเวิร์กช็อปให้แก่ผู้ที่สนใจ เป็นการผสมกลิ่มน้ำหอม ทำเทียนหอม และทำเครื่องหอม เน้นเรื่องของการพยายามให้ผ่อนคลายทุกประสาทสัมผัสผ่าน Therapy

เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มได้ไม่เกิน 6 คน หากใครสนใจสอบถามหน้าร้านได้เลย 

The Dorm Bakery

หนึ่งในร้านเบเกอรี่ประจำ เฮงสเตชั่น ที่เปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองครั้งแรกพร้อมกับโครงการ โดยภายในร้านประกอบด้วยเมนูเบเกอรี่ปกติและเมนูวีแกน (ทางร้านเรียกว่า สูตรเจ) ในราคาไม่แพง 

ทุกเมนูต่างประกอบด้วยความโฮมและแฮนด์เมด เมนูที่ทางร้านแนะนำว่าต้องลองลิ้มให้ได้ ได้แก่ เค้กแคร์รอต พายแอปเปิล และกราโนล่าบาร์ (ปราศจากกลูเต็น อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์)

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

Circle.Pound

ร้านเค้กวันเกิดที่ขายเค้กแบ่งชิ้นสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากทานเยอะมาก เมนูแนะนำ ได้แก่ โยเกิร์ตชีสเค้ก ซึ่งเป็นเมนูที่มีทุกวัน ส่วนเมนูพิเศษ ทางร้านขอแนะนำ เครมบรูเล่ ชีสเค้กท็อปด้วยน้ำตาลเผา เวลากินต้องใช้ช้อนเคาะด้านบน ลูกค้าสนุกด้วย อร่อยด้วย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

POHSOP local-rice eatery

ร้านอาหารจานข้าวที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้าวอย่างแท้จริง เพราะร้านโพสพเลือกคัดสรรข้าวแต่ละชนิดตามแต่ฤดูกาล เพื่อยกระดับและเชิดชูข้าวให้กลายเป็นพระเอกของร้าน โดยทางร้านบอกว่าทุกเมนูปลอดเนื้อสัตว์ เพราะอยากให้ลูกค้าได้พักท้องจากการย่อยอาหารมื้อหนัก ๆ ที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ และหวังว่าอาหารของทางร้านจะเป็น Comfort Food สำหรับใครหลายคน

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

นอกจากนี้ทางร้านยังไม่ได้เจาะจงสัญชาติหรือประเภทอาหารของตน เพราะด้วยความต้องการที่จะก้าวข้ามการถูกจำกัดความ อาหารของร้านโพสพจึงมีอาหารหลายสัญชาติ และผสมผสานจนเกิดเป็นอาหารหน้าใหม่ได้อย่างลงตัว เช่น พิซซ่าดอย ใช้ผักดองเป็นหน้าพิซซ่า และแป้งทำจากข้าวปุกงา หรือ ข้าวแต๋นทาปาส เป็นการผสมผสานอาหารทานเล่นของสเปนกับไทย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ตามที่บอกไว้ตอนต้น คิมซึมซับเอาวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาไม่มากก็น้อยจากการเดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัยหลายต่อหลายครั้ง แนวคิดในการสร้างสถานที่แห่งนี้จึงพยายามให้กลายเป็นสวนญี่ปุ่นที่ผู้คนมาเดินเล่น นั่งคุย หย่อนใจ รวมไปถึงพักเหนื่อยจากการเดินห้างสรรพสินค้าหรือท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นระดับไหล่นชนไหล่ ศอกชนศอก 

แม้เฮงสเตชั่น จะเปิดมาเพียง 2 เดือน แต่ก็มีคนแวะเวียนมาสร้างสีสันให้พื้นที่คึกคักไม่ขาดสาย และคิมเองก็อยากขยับขยายพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงวางแผนจะรีโนเวตโกดังอีกหลังที่อยู่ติดกัน เพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้า ขยายพื้นที่สีเขียว ลดจำนวนพื้นปูน และใกล้ความเป็นสวนที่สุด 

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
Heng Station
  • 142 ซอยรถไฟ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • 08 3765 0940
  • Heng Station

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load