26 Jun 2017
4 PAGES
2 K

รถไฟฟ้าสายสีม่วงที่เคลื่อนผ่านย่านชานเมืองจอดลง สถานีบางกระสอ สถานีที่ชื่ออาจจะไม่คุ้นหูแต่จะพาเราไปพบกับดินแดนแสนพิเศษแห่งหนึ่ง หากชำเลืองตาผ่านๆ จากบนชานชาลาจะสะดุดกับอาคารที่มีลักษณะเหมือนบ้าน ตกแต่งด้วยสีดำสนิททั้งหลัง และดูน่าค้นหาอย่างประหลาด เมื่อสายตาไล่อ่านตัวอักษรที่พาดเรียงบนรั้วเหล็ก จะพบคำว่า ‘Factopia’

ในมุมหนึ่ง สถานที่แห่งนี้คือที่ที่มีแนวคิดคล้าย Co-working Space ซึ่งเหล่าคนรุ่นใหม่นิยมใช้บริการ นั่นคือเป็นพื้นที่ที่ผู้คนมาแบ่งปันพื้นที่นั่งทำงานกัน แต่ความพิเศษคือที่นี่เป็นพื้นที่ร่วมทำงานของศิลปิน

ไม่มีโต๊ะทำงานที่จ่ายรายวัน อินเทอร์เน็ตรายชั่วโมง แต่เป็นสตูดิโอซึ่งผู้หลงใหลในศิลปะมารวมตัวกันด้วยความสัมพันธ์แบบเพื่อนบ้าน

ฟิ่วฐิติรัตน์ คัชมาตย์ นักออกแบบเครื่องประดับและผู้ก่อตั้ง Factopia ย้อนเล่าต้นกำเนิดของสถานที่แห่งนี้ว่า เธอเคยไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษและทำงานในสถานที่ที่มีลักษณะเป็นสตูดิโอร่วมมาหลายปี จนเมื่อกลับมาที่ประเทศไทย ช่วงแรกๆ เธอใช้บ้านตัวเองเป็นที่สร้างสรรค์ผลงาน แต่การทำงานในบ้านที่ออกจะสบายจนเกินไปทำให้ไม่กระตือรือร้น และแยกการทำงานออกจากการนอนพักหรือเล่นโทรศัพท์ไม่ได้ ฟิ่วจึงคิดทำสตูติโอนอกบ้าน โดยตอนแรกตั้งใจจะทำเป็นสตูดิโอส่วนตัว แต่เมื่ออยู่คนเดียวนานเข้า เธอก็คิดถึงการได้อยู่ร่วมกันกับศิลปินคนอื่นๆ อย่างที่เคยคุ้น

Factopia หรือสตูดิโอร่วมของเหล่าศิลปินจึงเกิดขึ้น ด้วยการต่อเติมอาคารชั้นเดียวขนาดเล็กบนพื้นที่ 4 ไร่ที่เคยเป็นสตูดิโอของฟิ่ว ให้กลายเป็นอาคาร 2 ชั้นที่เหมาะกับผู้ใช้งานอย่างที่สุด

ประตูทางเข้าอาคารฉลุเป็นรูปพระอาทิตย์ ทำให้แสงที่ลอดเข้ามาในอาคารคล้ายว่าส่องมาจากดวงอาทิตย์จริงๆ เมื่อเดินเข้ามาด้านในจะเห็นโคมไฟรูปพระจันทร์อยู่เหนือศีรษะ ล้อเลียนประตูพระอาทิตย์ได้อย่างน่ามอง

ส่วนหน้าของ Factopia เปิดเป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับจัดแสดงงานศิลปะ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาเมื่อศิลปินต้องมองหาสถานที่เวลาอยากจัดแสดงงานของตัวเอง ชั้นล่างของส่วนนี้แบ่งเป็นห้องโถงกว้าง 2 ห้อง ส่วนชั้นบนนั้นมีบันไดทางขึ้นแบ่งแยกพื้นที่ชั้นบนเป็น 2 ส่วน ทำให้ถ้าใครอยากใช้ชั้นนี้เป็นแกลเลอรี่ก็ตั้งงานศิลปะไว้รอบๆ ได้เลย แต่ถ้าอยากใช้เป็นเวทีการแสดงขนาดเล็ก ก็ใช้พื้นที่ฝั่งหนึ่งเป็นเวที อีกฝั่งเป็นที่นั่งผู้ชมได้ ซึ่งฟิ่วบอกว่า เธอและศิลปินเพื่อนบ้านกำลังวางแผนจะใช้พื้นที่ส่วนหน้านี้จัดงาน Open House แสดงผลงานศิลปะของแต่ละคนในเดือนธันวาคม (ซึ่งจะมีคณะบัลเลต์มาใช้พื้นที่เปิดการแสดงด้วย)

การที่มีเพื่อนบ้านเป็นศิลปินทำให้พอพูดว่าจะจัด Open House ก็ไม่มีใครตั้งคำถามอะไรเลย ขณะที่หากพูดคุยกับคนสาขาอาชีพอื่นเขาอาจคิดว่าทำไปเพื่ออะไรวะ เงินก็เสียเปล่า สำหรับเราแค่เพื่อนๆ ได้มานั่งรวมกัน วางแผนจัดงานร่วมกัน ได้เอางานของแต่ละคนมาโชว์ ก็คุ้มค่าแล้วฟิ่วเล่าให้เราฟัง

ถัดจากพื้นที่ส่วนกลาง ก็จะเข้าสู่ส่วนด้านหลังซึ่งจัดสรรไว้เป็นสตูดิโอของเหล่าเพื่อนบ้านศิลปิน มีทั้งหมด 7 หลัง และมีบ้านหลังเล็กแยกจากตัวอาคารอีก 2 หลัง ส่วนสตูดิโอนี้มีการแยกทางเข้าออกจากส่วนหน้าไว้เพื่อความเป็นส่วนตัว พร้อมระบบป้องกันภัยแบบศิลปิน นั่นคือประตูรั้วเหล็กแน่นหนา ฉลุเป็นรูปกล้องวงจรปิด สุนัข และเทพนม เรียกว่าเอื้อให้ศิลปินสร้างสรรค์งานได้อย่างสงบและสบายใจ 

นอกจากตัวสถานที่ที่เหมาะกับการสร้างงาน Factopia ยังมีบริการอื่นที่งอกเงยขึ้นมาเพื่อสอดรับความต้องการเพื่อนบ้านกลุ่มนี้ อย่างสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการขนย้ายงานศิลปะในทุกขนาดด้วย

ยังไม่จบเพียงเท่านี้ นอกจากสร้างที่ทำงานเหมาะกับศิลปิน อีกหนึ่งคุณสมบัติสำคัญที่ Factopia มี คือเป็นพื้นที่ซึ่งช่วยให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างศิลปิน ไม่ต่างจาก Co-working Space ที่นำพาคนหลากหลายอาชีพมาพบปะกัน ซึ่งการสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มคนที่เห็นคุณค่าศิลปะเหมือนกันนี้ จะทำให้เพื่อนบ้านแต่ละคนได้รับมุมมองใหม่ๆ และได้ช่วยเหลือกันตามความถนัดของแต่ละคน

สตูดิโอร่วมที่เราเคยอยู่ที่อังกฤษมันไม่มีพื้นที่ส่วนกลาง ต่างคนต่างอยู่ในห้อง อาจจะเจอกันด้วยความบังเอิญ เช่น ปวดฉี่พร้อมกันเลยเจอกันที่ห้องน้ำ เราเลยคิดว่ามีพื้นที่ตรงนี้ดีกว่า ถ้าอยากจะออกมาจากความเป็นส่วนตัวก็มาตรงกลาง แต่ก็ยังแยกย้ายเข้าสตูดิโอตัวเองได้ มันไม่ใช่คอนโดมิเนียมที่มีแต่ใครที่ไม่รู้จัก แต่มีความเป็นเพื่อนบ้าน ทุกคนรู้ว่าแต่ละคนทำอะไร เป็นยังไง” ฟิ่วเล่าถึงเลานจ์ส่วนกลางที่ตั้งใจสร้างขึ้นมาตรงโถงระหว่างสตูดิโอทั้งเจ็ดห้อง มีทั้งโซฟา ชั้นหนังสือ และพื้นที่พักผ่อน เพื่อให้เพื่อนบ้านได้ใช้เวลาร่วมกันบ้าง

นอกจากนี้ หญิงสาวผู้ก่อตั้ง Factopia ยังมองเห็นการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในสังคม หากศิลปินที่เชื่อในวัฒนธรรมสร้างสรรค์มาอยู่รวมกัน และสร้างบรรยากาศสร้างสรรค์ร่วมกันโดยไม่ต้องแออัดที่ใจกลางเมือง

สมัยนี้ทุกอย่างไม่จำเป็นต้องไปอยู่ในเมือง การอยู่คอนโดมิเนียม ไปกินข้าวทองหล่อ ก็เป็นการใช้ชีวิตแบบหนึ่งเท่านั้น ยังมีโลกอื่นที่เรามองไม่เห็น แล้วประเทศเราโตมาด้วยการที่พ่อแม่พาลูกไปห้าง ไม่ค่อยมีใครไปแกลเลอรี่ ไปนิทรรศการ หรือพิพิธภัณฑ์ เราไม่ได้จะไปฝืนธรรมชาตินี้นะ แต่เราคิดว่าอาจจะเป็นไปได้ที่วันหนึ่งคนจะพากันขับรถไปนอกเมือง ไปดูงานศิลปะ มาเห็นว่าพื้นที่เล็กๆ แค่นี้ถูกใช้เป็นอะไรได้หลายอย่าง มาเห็นว่ามีชีวิตอีกแบบหนึ่งอยู่เหมือนกันฟิ่วอธิบาย

ปัจจุบัน Factopia มีเพื่อนบ้านหลากหลายรูปแบบ ทั้งช่างภาพ นักออกแบบกราฟิกและแอนิเมชัน สถาปนิกออกแบบภายใน นักออกแบบชิ้นส่วนและของตกแต่งมอเตอร์ไซค์ และพวกเขายังคงมองหาเพื่อนบ้านคนอื่นๆ ที่จะมาสนุกในพื้นที่นี้ด้วยกันอีก

หากคุณเป็นศิลปิน การมาลองสร้างสรรค์งานแบบมีเพื่อนร่วมบ้านนับเป็นประสบการณ์ที่น่าลองไม่น้อย ส่วนใครที่เป็นคอศิลปะ ก็รอมาร่วมกิจกรรมและงานแสดงศิลปะที่ Factopia ได้เลย

Factopia

Location: Factopia 36/2 ถนน รัตนาธิเบศร์ ตำบล ไทรม้า อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000
13.86463, 100.5043
Nearby: บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบางกระสอ อยู่ติดถนน ข้าง Big C รัตนาธิเบศร์
Map:

CONTRIBUTORS

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

นักศึกษาฝึกงานรหัส 001 ที่ใส่ต่างหูห่วงตลอดเวลา วางแผนจะอุทิศปัจจุบันและอนาคตให้การเขียน

กมลชนก คัชมาตย์

นักศึกษาฝึกงานเอกภาพยนตร์ มนุษย์ 24 บุคลิก รักการอ่านมาก แต่รักแมวมากกว่า