‘ชุดเดรสพิมพ์ลายจากยะลา ตัวนี้ก็ชอบ เสื้อผ้าขาวม้าทอมือจากนครพนม ตัวนั้นก็น่ารัก หมวกทรงเก๋ย้อมครามเขียนเทียนจากเชียงใหม่ ใบนี้…พี่ว่าต้องมี!’

ประโยคอยากเล่าด้านบน ให้ความรู้สึกเหมือนฉันเป็นคุณสู่ขวัญที่กำลังเดินอยู่ในร้านขายสินค้าประเภทมัลติแบรนด์ แต่ความจริงนั่งเลื่อนภาพไป-มาในอินสตาแกรมของร้านขายเครื่องแต่งกายประเภทมัลติชุมชน ที่รวบรวมผ้าดี-ฝีมือเด่นของแต่ละชุมชนไว้ในสถานที่เดียวกัน

เมื่อจู่ๆ ฟ้าฝนเป็นใจ เปิดไปช่องไหนนักพยากรณ์โอกาสก็บอกว่าวันนี้เป็นวันดี ฉันถือเอาอากาศดีนัดหมายกับ ตุ้ม-กรรณิการ์ แสงจันทร์ สไตล์ลิสต์สาวขาลุย พ่วงตำแหน่งผู้ก่อตั้งแบรนด์ MADE BY HOTCAKE ที่สนับสนุนชุมชนอย่างเต็มหัวใจ

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

01 ผ้าลิขิต บันดาลชักพา

 

  ฉันเคยได้ยินคำว่า ‘เกิดมาบนกองเงินกองทอง’
คงไม่ผิด หากบอกว่ากรรณิการ์เกิดมาบนกองผ้า ฉันหมายความว่าเธอคลุกคลีกับผ้ามาตั้งแต่เด็ก เพราะครอบครัวของเธอขายผ้า เรียกว่าความรักผ้าอยู่ในสายเลือด หากมีการตรวจเลือดเป็นจริงเป็นจัง เธอคงจัดอยู่ในหมู่โลหิต F (Fabric)

   เมื่อเป็นสาวเต็มกาย เธอประกอบอาชีพเป็นสไตลิสต์ มีงานอดิเรกเป็นนักสะสมผ้า ชีวิตของเธอวนเวียนอยู่กับ ‘ผ้า’ หากเป็นความรักฉันก็คงต้องยกให้เป็นเรื่องราวของ ‘ผ้าลิขิต’

   เธอยังคงเลือกเดินบนเส้นทางสายผ้า ฝีเข็มกำลังนำทางเธอไปเจอกับอีกหนึ่งจุดหมายที่ทำให้เธอตกหลุมรักครั้งแล้วครั้งเล่า

  “เราเริ่มสังเกตตัวเองว่าซื้อผ้าเก็บไว้เยอะมาก แล้วก็เป็นคนชอบท่องเที่ยวต่างจังหวัด อยากทำอะไรที่มันไปด้วยกันได้ เที่ยวด้วย ช่วยเหลือคนอื่นด้วย แล้วก็ไม่ทิ้งงานสไตลิสต์ จึงเกิดเป็นแบรนด์นี้ขึ้นมา พอเริ่มทำงานลึกลงไป ได้รู้จักชุมชนนั้นจากชุมชนโน้น ก็รู้สึกว่าเรามาถูกทางแล้ว”

หลังจากตกลงกับตนเองจริงจังว่าจะทำแบรนด์เสื้อผ้า จึงมุ่งหน้าไปยังจังหวัดสกลนคร เพื่อเริ่มต้นทำความรู้จักและเรียนรู้ผ้าจากธรรมชาติ เธอตะเวนไปตามชุมชนเพื่อแนะนำเทรนด์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับชาวบ้าน ตั้งแต่ภาคเหนือจรดภาคใต้ โดยอาศัยคอนเนกชันจากชาวบ้านชุมชนโน้น ติดต่อให้ไปพบเจอกับชุมชนนั้น เธอเรียกการเชื่อมต่อนี้ว่า ‘สะพานบุญ’

  แต่บางครั้งหนทางยากลำบาก หลายคนเตือนเธอ

  “เราก็จะบอกว่าเป็นคนไม่ดูระหว่างทางเลย เราดูแค่ปลายทาง”

 

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

02 ด้นให้มาพบกันทันใด

 

เสื้อผ้า สิ่งประดับทุกชิ้น ทุกขั้นตอนการผลิตล้วนออกมาจากชุมชนทั้งหมด เธอยึดวัตถุดิบจากชาวบ้านเป็นหลัก ผ้าและฝีมือดีมีทุกบ้าน คุณป้าทอผ้า คุณน้าตัดผ้า คุณยายเย็บผ้า คุณย่าย้อมผ้า หรือบางครั้งคุณยายชาวปกาเกอะญอก็ปลูกฝ้าย เก็บฝ้าย ปั่นฝ้าย ทอผ้า ย้อมสี และตัดเย็บ ในคนเดียวกันเลยก็มี กรรณิการ์ตั้งฉายาให้ว่า ‘คุณยายคนโสด’ เพราะคุณยายสวมเดรสผ้าฝ้ายปักมือลายจุดคู่สีสวย ชุดของคุณยายเป็นชุดเฉพาะสำหรับสาวที่ครองตัวเป็นโสดตลอดชีวิตเท่านั้น

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

ใครติดตามเธอจะสังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าและสิ่งประดับชิ้นเดียวกัน หลายครั้งมีที่มาจากหลายถิ่น เช่น เสื้อผ้าขาวม้าทอมือ จากจังหวัดนครพนม แต่กลับไปตัดเย็บไกลๆ โดยชนเผ่าม้ง จังหวัดเชียงใหม่  
ทำไมต้องเป็นแบบนั้น ฉันสงสัย

“เพราะเราอยากกระจายรายได้สู่ชุมชน ให้เขาส่งไปหาชุมชนนั้น เอาชุมชนนั้นมาเจอชุมชนนี้ รายได้จะกระจายทั่วกัน” สาวเมืองเลยตอบ

ตัวอย่างการร่วมมือสนุกๆ เช่น ‘กระเป๋าถักจากเปลือกไม้’ หน้าตาละม้ายคล้ายกระเป๋าใยกัญชง แต่ทำมาจากเปลือกไม้จากจังหวัดน่าน ฉีกเป็นเส้นแล้วนำมาถัก ห้อยด้วยพู่จากชนเผ่าม้ง จังหวัดเชียงใหม่ แต่ย้อมสีธรรมชาติ จากจังหวัดอุดรธานี

ฉันฟังเธอเล่าถึงกับต้องอุทาน ‘อู้หู้’ กระเป๋าถัก 1 ใบ กระจายรายได้ถึง 3 ชุมชน แถมยังสานสัมพันธ์ฉันมิตรกันแบบชุมชนต่อชุมชนต่อชุมชนอีกด้วย

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

03 สีและผ้า คือคู่สร้างมา

 

ความดี ความงาม และคุณค่า ยังไม่หมด

ก่อนเราจะมานั่งคุยกัน เธอส่งผ้าลินินไปให้ชาวบ้านบนอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ชาวบ้านจัดแจงนำไปย้อมสีจากธรรมชาติ ทั้งเปลือกไม้ ฝาง และเพกา

พอพูดเรื่องสีชักสนุก ต่อมความสงสัยทำงาน แล้วสีจากธรรมชาติได้จากสิ่งใดบ้าง ฉันถาม

เธอตอบติดตลกว่า “ตราบใดที่เราเดินไปแล้วสามารถเคี้ยวอะไรกินได้ ก็ให้สีทั้งนั้น

ภาคใต้มหัศจรรย์มาก ถ้าใช้เปลือกเงาะจะให้สีม่วง สะตอจะให้สีเทา มังคุดจะให้สีชมพู ทรัพยากรทางธรรมชาติแตกต่างจากภาคเหนือ ฝางจะให้สีชมพู ใบเพกาจะให้สีเขียว ดอกดาวเรืองและขมิ้นให้สีเหลือง” แค่ฟังสีจากภาคใต้ก็ตื่นเต้นจนอยากเอาสะตอมาย้อมผ้า

นอกจากเธอค้นพบและเรียนรู้จากชาวบ้าน เธอใช้จุดเด่นของการเป็นสไตลิสต์ออกแบบเสื้อผ้า อาจจะบิดแบบจากที่ชาวบ้านเคยทำนิดหน่อย เพิ่มความเก๋ไก๋ลงไป เช่น ผ้าย้อมครามเขียนเทียนจากอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นลายเขียนเทียนสัญลักษณ์ดั้งเดิม คงเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละหมู่บ้าน และมีความเชื่อว่าต้องทำพิธีส่งมอบตามความเชื่อ ไม่ใช่ว่าใครก็จะสามารถทำได้ เธอออกแบบผ้าผืนนั้นป็นเสื้อคลุมตัวสั้น-ตัวยาว และเพิ่มสายคาดเอวเพื่อความทันสมัย

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกันMADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

แต่บางครั้ง เศษผ้าเหลือจากการตัดเย็บชุดสวย เธอปิ๊งไอเดียใช้ประโยชน์สูงสุด ให้ช่างตัดช่างเย็บยอดฝีมือแปลงโฉมเป็นหมวก Turban Hat สุดเก๋ และในบางคราเส้นด้ายก็เหลือ ความคิดสร้างสรรค์พุ่งกระฉูด เธอนำด้ายมารวมกันหนาพอควร มัดเป็นปล้องขนาดเล็ก และย้อมสีสดสดใส ทาด้า! กลายเป็นสร้อยคอสุดสร้างสรรค์ ใส่เส้นเดียวก็สวย ใส่คละสีสองสามเส้นรวมกันก็ซ้วยสวย

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

04 รู้สึกนึกรักกัน จนฝันใฝ่ใจผูกพัน

 

ฝีเข็มนำทางเธอเข้าสู่ปีที่ 3 พร้อมแฮชแท็ก #สนับสนุนเราเท่ากับสนับสนุนชุมชน

การสนับสนุนของเธอไม่เพียงแต่เป็นการซื้อมา-ขายไป แต่มันเป็นการกระจายงานกันในชุมชน คุณย่าคุณยายที่ห่างหายจากวงการทอผ้าตลอดจนเย็บปักถักร้อย ก็กลับมามีงานทำ ลูกเด็กเล็กแดงใช้เวลาว่างจากการปิดเทอมด้วยการช่วยย้อมผ้าคราม หรือสิ่งละอันพันละน้อยที่พอจะช่วยได้

และเธอก็ตอบข้อสงสัยของตนเองว่า ‘ทำไมผ้าไทยจะต้องมีราคาแพง’ ด้วยการทำผ้าไทยที่คนทั่วไปสามารถสวมใส่ได้ ในราคามิตรภาพ และยังช่วยให้ชุมชมมีรายได้อย่างยั่งยืน

“เรารู้สึกว่าคุณค่ามันครอบคลุมหมดเลย ด้านจิตใจ ความสวยงาม การค้นพบ ทุกอย่างมันรวมอยู่ในชุดชุดเดียว เหมือนให้ชีวิตเขาได้ไปต่อ เยียวยาเรา ลูกค้าได้ใส่ของสวยงามจากต้นตำรับ คุณค่ามันต่อเนื่องกันไปหมด” เธอผู้สนับสนุนชุมชนอย่างเต็มหัวใจทิ้งท้าย

#ตาต่อตาแต่ผ้าต่อ (ราคา) ไม่ได้ ฉันผู้สนับสนุนเธออย่างเต็มหัวใจทิ้งท้าย 

 

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

สนับสนุนชุมชนได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/madebyhotcake/

Instagram : MADE BY HOTCAKE

 

  • ถนนกำแพงเพชร (หลังสวนจตุจักร)
  • ชั้น 4 Exotique Thai Paragon
  • Cafe now by Propaganda

 

เตรียมพบกับ MADE BY HOTCAKE EVERYWHERE เร็วๆ นี้

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

สามารถ สนิทมาก

กราฟิกดีไซน์เนอร์ ที่หลงรักการถ่ายภาพอาหาร ชอบหาแรงบันดาลใจและอัพเดทเทรนด์จาก Pinterest เลยตกลงปลงใจรวมตัวกับเพื่อนทำเพจรีวิวอาหารชื่อ Eatable

Creative Local

ตัวอย่างการใช้ไอเดียสร้างสรรค์ต่อยอดของดีของชุมชน

ในหมู่มวลสกินแคร์ มีสารสกัดจากธรรมชาติมากมายที่ใส่ลงในผลิตภัณฑ์ให้เราตื่นตาตื่นใจ ส่วนสรรพคุณก็ดีงามไม่แพ้แหล่งที่มาสุดแปลกที่ต้องอุทานในใจ อย่างรกแกะ พิษงู พิษผึ้ง เมือกหอยทาก น้ำมันม้า ฯลฯ 

ราวสิบปีก่อน มีการวิจัยเปลี่ยนพฤติกรรมหนอนไหมให้พ่นเส้นใยเป็นแผ่น ซึ่งเส้นใยอุดมด้วยโปรตีนไหม (Silk Sericin) หนึ่งในสารสกัดมากประโยชน์ อันเกิดจากโครงงานวิจัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เรื่องการผลิตกระดาษแผ่นใยไหม ที่ทำงานวิจัยกับ จินนาลักษณ์ ชุ่มมงคล ผู้ก่อตั้ง Jinnaluck Miracle of Saa จังหวัดเชียงราย

CEILK มาสก์ใยไหมทองคำเจ้าแรกของไทย ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเชียงรายที่ไม่ทำร้ายวงจรผีเสื้อ

จากการทดลองกว่า 2 ปี ก็คว้ารางวัลชนะเลิศสุดยอดนวัตกรรมแห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2556) และภายหลังเสร็จสิ้นโครงการ จินนาลักษณ์ก็ต่อยอดนวัตกรรมโดยนำแผ่นใยไหมเข้าร่วมวิจัยที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและยังศึกษาค้นคว้าหาสูตรบำรุงผิวด้วยโปรตีนไหมจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าจากสารสกัดธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์

CEILK (ซิลค์) เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าจากแผ่นใยไหมทองคำและสารสกัดโปรตีนไหมฝีมือคนไทยที่สร้างงานและเพิ่มรายได้ให้กับหมู่บ้านเลี้ยงไหม จังหวัดเชียงราย โดยมีกรมหม่อนไหมมาให้ความรู้และพัฒนาสายพันธุ์ไหมด้วยกัน จนจินนาลักษณ์ผลักดันให้เกิดนโยบายของรัฐบาลในการสร้างมาตรฐานแผ่นใยไหมเป็นครั้งแรกของประเทศไทย จากเดิมมีเพียงมาตรฐานรังไหม เส้นไหมและผ้าไหม ที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์ของซิลค์ยังมอบชีวิตให้ผีเสื้อกลับคืนสู่ธรรมชาติ เพราะขั้นตอนการผลิตของซิลค์ไม่ทำลายวงจรผีเสื้อ ซึ่งต่างกับการสาวไหมที่ต้องต้มรังไหมเพื่อเอาเส้นใย

CEILK มาสก์ใยไหมทองคำเจ้าแรกของไทย ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเชียงรายที่ไม่ทำร้ายวงจรผีเสื้อ
CEILK มาสก์ใยไหมทองคำเจ้าแรกของไทย ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเชียงรายที่ไม่ทำร้ายวงจรผีเสื้อ

“ชื่อแบรนด์ CEILK อ่านพ้องเสียงกับคำว่า Silk แต่ใช้ตัวเขียนต่างกัน เราใช้ CEI นำหน้า เพราะซิลค์มีต้นกำเนิดจากจังหวัดเชียงราย ซึ่งตัว CEI เป็นโค้ดของสนามบินเชียงราย ส่วนโลโก้แบรนด์เป็นรูปผีเสื้อเหลี่ยมเพชร มีความหมายว่า ผลิตภัณฑ์จากนวัตกรรมของเราทำให้เกิดผีเสื้อ และซิลค์ก็ถักทอเส้นใยส่งต่อรอยยิ้มและความสุขให้หมู่บ้านเลี้ยงไหมมีอาชีพที่ยั่งยืน และส่งมอบความงามจากโปรตีนไหมให้ทุกๆ คนได้ทดลองใช้” จินนาลักษณ์เล่าที่ไปที่มา

สิ่งที่น่าสนใจของเจ้าของแบรนด์ซิลค์ที่ผลิตและส่งออกกระดาษสามากกว่า 30 ปี ก้าวสู่โครงงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จนเป็นที่ยอมรับได้อย่างไร นี่คือเรื่องราวความภูมิใจที่เธอถักทอขึ้นมาพร้อมกับหนอนไหมและชุมชน

จินนาลักษณ์ย้อนความว่า เมื่อสิบปีก่อนได้ทำงานวิจัยร่วมกับน้องๆ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เรื่องการผลิตกระดาษแผ่นใยไหม โดยลงพื้นที่สำรวจและศึกษาพฤติกรรมหนอนไหมในหมู่บ้านอำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย ที่ชาวบ้านเลี้ยงไหมเป็นอาชีพ การวิจัยนี้มุ่งเปลี่ยนพฤติกรรมการพ่นเส้นใยไหมจากขดวงรีให้เป็นแผ่นสี่เหลี่ยม

CEILK มาสก์ใยไหมทองคำเจ้าแรกของไทย ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเชียงรายที่ไม่ทำร้ายวงจรผีเสื้อ
CEILK มาสก์ใยไหมทองคำเจ้าแรกของไทย ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเชียงรายที่ไม่ทำร้ายวงจรผีเสื้อ

จากเดิมชาวบ้านเลี้ยงหนอนไหมใน ‘จ่อ’ หรือกระด้งแผ่นกลม หนอนไหมก็พ่นเส้นใยรอบตัวเพื่อสร้างรัง ได้เส้นใยอยู่รอบรังไหมรูปวงรี แต่จินนาลักษณ์เสนอให้ทดลองเลี้ยงไหมบนเฟรมไม้ที่ใช้ทำกระดาษสา ฝึกน้องหนอนไหมให้พ่นเส้นใยออกมาเป็นแผ่น โดยยังม้วนตัวกลายเป็นดักแด้ได้ (รังไหมกลายเป็นแผ่นไปแล้ว) ระหว่างนั้น 7 วันมีการให้ความอบอุ่นจนดักแด้กลายเป็นผีเสื้อครบวงจรชีวิต ซึ่งกระบวนการตั้งแต่วันแรกจนสำเร็จใช้เวลาทดลอง 2 ปี

“ระหว่างสองปีที่ร่วมกันวิจัย เราต้องรับหน้าที่เป็นฝ่ายการตลาดให้เด็กๆ ด้วยการรับซื้อหนอนไหมจากชาวบ้าน ช่วงนั้นชาวบ้านก็มีรายได้มากขึ้น ยายๆ ได้มีเวลาพักผ่อน เพราะไม่ต้องนั่งสาวไหม ประหยัดเวลา

“หลังจากได้รางวัลสุดยอดนวัตกรรมก็ว่าจะหยุดทำแล้ว แต่ชาวบ้านมาขอร้องว่าอย่าหยุดทำได้มั้ย ช่วยรับซื้อจนกว่าพวกยายจะไม่อยู่กันแล้ว เรามานั่งคิดว่าจะทำยังไงดี ก็เลยเป็นที่มาของการต่อยอดครั้งนี้” 

ไม่เพียงวิจัยเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการพ่นเส้นใย เธอยังร่วมกับกรมหม่อนไหมพัฒนาสายพันธุ์ไหม จนได้คู่สายพันธุ์ที่ดีที่สุดและมีโปรตีนไหมสูงที่สุด ได้แก่ คู่สายพันธุ์ทับทิมสยามและสายพันธุ์วนาสวรรค์ ได้แผ่นใยไหมสีเหลืองที่ต้องแสงไฟจะมองเห็นเป็นแผ่นใยไหมสีทองอร่าม ซึ่งผ่านการทดสอบแล้วว่าเป็นคู่สายพันธุ์ที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้

CEILK มาสก์ใยไหมทองคำเจ้าแรกของไทย ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเชียงรายที่ไม่ทำร้ายวงจรผีเสื้อ

CEILK ต่อยอดนวัตกรรมเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด โดยใช้แผ่นใยไหมทองคำและโปรตีนไหมเป็นตัวชูโรง โปรตีนไหม หรือ Silk Sericin จะเคลือบติดอยู่ที่เส้นไหมทั่วทั้งแผ่น ซึ่งมีค่าโปรตีนสูงถึง 35 เปอร์เซ็นต์

แล้วโปรตีนไหมที่ภาษาบ้านๆ เรียกว่า เมือกหรือน้ำลายไหม ดีงามกับผิวหน้ายังไง-เราสงสัย

“ตัวเมือกไหมหรือโปรตีนไหมมีผลงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งห้องแล็ปมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงด้วยนะคะ ว่ามีกรดอะมิโนสิบแปดชนิดที่ใกล้เคียงกับผิวมนุษย์มากที่สุด เมื่อซึมเข้าผิวแล้วจะช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ แม้ในวัยที่ไม่สร้างแล้วก็ตาม มีคุณสมบัติบำรุงผิว กันรังสียูวีได้ถึงสามชนิด และมีแอนตี้แบคทีเรียช่วยลดการอักเสบของผิว”

แผ่นใยไหมทองคำผ่านการฆ่าเชื้อจากสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ก่อนนำมาทำผลิตภัณฑ์ ซึ่งสินค้าภายใต้แบรนด์ซิลค์มีให้เลือกบำรุงทั้งหมด 6 แบบ แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้แผ่นใยไหมทองคำ 2 ชนิด คือ แผ่นมาส์กหน้าใยไหมทองคำและแผ่นพัฟล้างหน้าใยไหมทองคำ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารสกัดโปรตีนไหม 4 ชนิด คือ ครีมบำรุงผิวหน้า ซิลค์ไนท์ครีม ครีมบำรุงผิวหน้า ซิลค์เดย์ครีม เซรั่มบำรุงผิวหน้า และสบู่ล้างหน้าใยไหมทองคำ

สำหรับแผ่นมาส์กหน้าใยไหมธรรมชาติ จินนาลักษณ์กระซิบว่า เธอให้น้องหนอนไหมทอแผ่นใยไหมให้หนา แม้ต้นทุนการผลิตเพิ่ม แต่กลับได้แผ่นมาสก์ที่ใช้งานได้มากถึง 3 ครั้ง เพราะเธอทดสอบในห้องแล็บแล้วว่า โปรตีนไหมที่มีประโยชน์ไม่ได้หายไปในหนึ่งรอบการใช้งาน เมื่อใช้เสร็จให้เก็บแผ่นมาสก์ในซองฟอยล์แล้วแช่ช่องฟรีช ค่อยนำกลับมาใช้ใหม่ เมื่อใช้มาสก์ครบ 3 ครั้ง ก็ยังใช้แผ่นมาสก์ดีท็อกซ์ผิวหน้าร่วมกับการมาสก์หน้าไข่ขาวได้อีก เธอว่าอยากให้ผู้บริโภคคุ้มค่าที่สุด!

ส่วนแผ่นพัฟล้างหน้าใยไหมธรรมชาติก็เป็นเหมือนสครับแบบอ่อนโยน เส้นใยไหมจะซอกซอนทำความสะอาดบนผิวหน้าและช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วอย่างนุ่มนวล ทำให้รูขุมขนกระชับ ผิวหน้าสว่างใสขึ้น เจ้าของแบรนด์แนะว่าให้ใช้คู่กับสบู่ใยไหมทองคำสูตรน้ำมันเมล็ดชา ที่ใช้กลีเซอรีนบริสุทธิ์จากน้ำมันเมล็ดชา ผลิตโดยมูลนิธิชัยพัฒนา 

CEILK มาสก์ใยไหมทองคำเจ้าแรกของไทย ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเชียงรายที่ไม่ทำร้ายวงจรผีเสื้อ
CEILK มาสก์ใยไหมทองคำเจ้าแรกของไทย ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเชียงรายที่ไม่ทำร้ายวงจรผีเสื้อ

ส่วนผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 ชนิดที่มีสารสกัดโปรตีนไหมเข้มข้นที่เป็นส่วนผสมหลักยังอุดมด้วยสารอาหารอันเป็นประโยชน์ต่อผิวหน้า อาทิ สารสกัดสาหร่ายสีแดง เปลือกต้นสน เปปไทด์ ฯลฯ 

มหัศจรรย์ความงามจากธรรมชาติเลื่องชื่อลือชาจนมีลูกค้าจากหลายประเทศ จินนาลักษณ์บอกว่าสมัยการท่องเที่ยวคึกคักมีชาวฮ่องกงมาเหมาแผ่นมาสก์หน้าใยไหมธรรมชาติกลับบ้านกันเพียบ แถมเธอปรับเปลี่ยนโรงงานกระดาษสาเป็นศูนย์การเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวชุมชน พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ซิลค์ให้เป็นสปาชุมชนจนเป็นที่รู้จัก

ความนิยมยังพานวัตกรรมฝีมือคนไทยไปโลดแล่นยังประเทศเกาหลี ดินแดนความสวยความงาม เพราะคุณภาพและประสิทธิภาพของโปรตีนไหมแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ชาวโสมวางใจและยอมรับในผลิตภัณฑ์ แต่ด้วยความต้องการของตลาดเกาหลีมีมาก ชาวบ้านมีกำลังการผลิตไม่เพียงพอ จินนาลักษณ์และกรมหม่อนไหมเห็นพ้องต้องกันว่า หากผลิตระบบอุตสาหกรรมจะกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้าน การทอผ้าไหมอาจหายไป จึงกลับมาตั้งหลักพัฒนาสินค้าแทน

“ช่วงที่เราส่งไปประเทศเกาหลี ชาวบ้านก็หันมาทำใยไหมกันแทบทุกครัวเรือน ตอนนั้นสำรวจแล้วเกือบพันครัวเรือน มีรายได้เพิ่มขึ้นกันเยอะเลย ถ้าเราทำการตลาดได้ดีกว่านี้ ผลลัพธ์จะไปตกอยู่ที่ชาวบ้านแน่นอน”

แม้การผลิตจะชะลอตัวและสถานการณ์โควิด-19 เข้ามาเยือน แต่จินนาลักษณ์พูดเต็มปากว่า CEILK ทำให้ชาวบ้านที่ทำงานด้วยกันยังมีรายได้ เพราะลูกค้าติดใจคุณภาพจนวนกลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ค่อนข้างมีอายุ มีทั้งชาย-หญิงที่มองหาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ทำเคมีบำบัด แม้กระทั่งกลุ่มอาจารย์หมอและแพทย์จากคลินิกความงาม ก็ใช้ผลิตภัณฑ์จากซิลค์ในการปลอบประโลมและฟื้นฟูผิวหลังจากทำเลเซอร์หรือทรีทเมนต์ผิวหน้า

CEILK CEILK มาสก์ใยไหมทองคำบำรุงผิวหน้าจากแผ่นใยไหมทองคำและโปรตีนไหมธรรมชาติ ด้วยภูมิปัญญาปลูกหม่อนเลี้ยงไหมฝีมือชาวบ้าน จ.เชียงราย
CEILK CEILK มาสก์ใยไหมทองคำบำรุงผิวหน้าจากแผ่นใยไหมทองคำและโปรตีนไหมธรรมชาติ ด้วยภูมิปัญญาปลูกหม่อนเลี้ยงไหมฝีมือชาวบ้าน จ.เชียงราย

จากความตั้งใจส่งต่อผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่แฝงภูมิปัญญา ทำให้ CEILK ได้รับรางวัลชนะเลิศ อันดับที่ 1 ประเภทธุรกิจนวัตกรรม NSP Innovation Award (พ.ศ. 2558) รางวัลชมเชย ระดับพื้นที่ภาคเหนือ ประเภทวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม STI Thailand Award (พ.ศ. 2558) และผลิตภัณฑ์ซิลค์ยังได้เครื่องหมายรับรองจาก Earth Safe ด้วย

“เราอยากเป็นผลิตภัณฑ์แบรนด์หนึ่งที่อยู่หน้าตู้กระจกของคุณผู้หญิง คุณผู้ชาย” สาวเจ้าพูดด้วยรอยยิ้ม “ซิลค์มาจากงานวิจัย เป็นนวัตกรรมของคนไทย อยากให้คนที่ลองใช้ผลิตภัณฑ์รู้สึกมีความสุข มีความสุขที่ได้ช่วยเหลือชาวบ้าน มีความสุขที่ได้ปล่อยผีเสื้อคืนสู่ธรรมชาติ ที่สำคัญ เราตั้งใจให้ซิลค์เป็นความภูมิใจของคนไทยทุกคน”

จินนาลักษณ์หมายมั่นว่าจะพัฒนาซิลค์ให้กลายเป็นสินค้าพรีเมี่ยมทั้งในประเทศและต่างประเทศไปพร้อมกับการอนุรักษ์ภูมิปัญญาปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของเชียงราย สร้างรายได้และอาชีพยั่งยืนให้กับชาวบ้าน ตลอดจนมอบประสบการณ์อ่อนเยาว์เหนือกาลเวลาด้วยแผ่นใยไหมทองคำและโปรตีนไหมธรรมชาติให้กับทุกเพศทุกวัย 

CEILK CEILK มาสก์ใยไหมทองคำบำรุงผิวหน้าจากแผ่นใยไหมทองคำและโปรตีนไหมธรรมชาติ ด้วยภูมิปัญญาปลูกหม่อนเลี้ยงไหมฝีมือชาวบ้าน จ.เชียงราย

อุดหนุนผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจาก CEILK ได้ที่

Line ID : @CEILK (https://lin.ee/9pH1dJz)

โทรศัพท์ : 08 4536 9324

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ปฏิเวธ ยืนธรรม

สถาปนิกอิสระ ชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก ชื่นชมแสงธรรมชาติสวยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load