‘ชุดเดรสพิมพ์ลายจากยะลา ตัวนี้ก็ชอบ เสื้อผ้าขาวม้าทอมือจากนครพนม ตัวนั้นก็น่ารัก หมวกทรงเก๋ย้อมครามเขียนเทียนจากเชียงใหม่ ใบนี้…พี่ว่าต้องมี!’

ประโยคอยากเล่าด้านบน ให้ความรู้สึกเหมือนฉันเป็นคุณสู่ขวัญที่กำลังเดินอยู่ในร้านขายสินค้าประเภทมัลติแบรนด์ แต่ความจริงนั่งเลื่อนภาพไป-มาในอินสตาแกรมของร้านขายเครื่องแต่งกายประเภทมัลติชุมชน ที่รวบรวมผ้าดี-ฝีมือเด่นของแต่ละชุมชนไว้ในสถานที่เดียวกัน

เมื่อจู่ๆ ฟ้าฝนเป็นใจ เปิดไปช่องไหนนักพยากรณ์โอกาสก็บอกว่าวันนี้เป็นวันดี ฉันถือเอาอากาศดีนัดหมายกับ ตุ้ม-กรรณิการ์ แสงจันทร์ สไตล์ลิสต์สาวขาลุย พ่วงตำแหน่งผู้ก่อตั้งแบรนด์ MADE BY HOTCAKE ที่สนับสนุนชุมชนอย่างเต็มหัวใจ

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

01 ผ้าลิขิต บันดาลชักพา

 

  ฉันเคยได้ยินคำว่า ‘เกิดมาบนกองเงินกองทอง’
คงไม่ผิด หากบอกว่ากรรณิการ์เกิดมาบนกองผ้า ฉันหมายความว่าเธอคลุกคลีกับผ้ามาตั้งแต่เด็ก เพราะครอบครัวของเธอขายผ้า เรียกว่าความรักผ้าอยู่ในสายเลือด หากมีการตรวจเลือดเป็นจริงเป็นจัง เธอคงจัดอยู่ในหมู่โลหิต F (Fabric)

   เมื่อเป็นสาวเต็มกาย เธอประกอบอาชีพเป็นสไตลิสต์ มีงานอดิเรกเป็นนักสะสมผ้า ชีวิตของเธอวนเวียนอยู่กับ ‘ผ้า’ หากเป็นความรักฉันก็คงต้องยกให้เป็นเรื่องราวของ ‘ผ้าลิขิต’

   เธอยังคงเลือกเดินบนเส้นทางสายผ้า ฝีเข็มกำลังนำทางเธอไปเจอกับอีกหนึ่งจุดหมายที่ทำให้เธอตกหลุมรักครั้งแล้วครั้งเล่า

  “เราเริ่มสังเกตตัวเองว่าซื้อผ้าเก็บไว้เยอะมาก แล้วก็เป็นคนชอบท่องเที่ยวต่างจังหวัด อยากทำอะไรที่มันไปด้วยกันได้ เที่ยวด้วย ช่วยเหลือคนอื่นด้วย แล้วก็ไม่ทิ้งงานสไตลิสต์ จึงเกิดเป็นแบรนด์นี้ขึ้นมา พอเริ่มทำงานลึกลงไป ได้รู้จักชุมชนนั้นจากชุมชนโน้น ก็รู้สึกว่าเรามาถูกทางแล้ว”

หลังจากตกลงกับตนเองจริงจังว่าจะทำแบรนด์เสื้อผ้า จึงมุ่งหน้าไปยังจังหวัดสกลนคร เพื่อเริ่มต้นทำความรู้จักและเรียนรู้ผ้าจากธรรมชาติ เธอตะเวนไปตามชุมชนเพื่อแนะนำเทรนด์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับชาวบ้าน ตั้งแต่ภาคเหนือจรดภาคใต้ โดยอาศัยคอนเนกชันจากชาวบ้านชุมชนโน้น ติดต่อให้ไปพบเจอกับชุมชนนั้น เธอเรียกการเชื่อมต่อนี้ว่า ‘สะพานบุญ’

  แต่บางครั้งหนทางยากลำบาก หลายคนเตือนเธอ

  “เราก็จะบอกว่าเป็นคนไม่ดูระหว่างทางเลย เราดูแค่ปลายทาง”

 

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

02 ด้นให้มาพบกันทันใด

 

เสื้อผ้า สิ่งประดับทุกชิ้น ทุกขั้นตอนการผลิตล้วนออกมาจากชุมชนทั้งหมด เธอยึดวัตถุดิบจากชาวบ้านเป็นหลัก ผ้าและฝีมือดีมีทุกบ้าน คุณป้าทอผ้า คุณน้าตัดผ้า คุณยายเย็บผ้า คุณย่าย้อมผ้า หรือบางครั้งคุณยายชาวปกาเกอะญอก็ปลูกฝ้าย เก็บฝ้าย ปั่นฝ้าย ทอผ้า ย้อมสี และตัดเย็บ ในคนเดียวกันเลยก็มี กรรณิการ์ตั้งฉายาให้ว่า ‘คุณยายคนโสด’ เพราะคุณยายสวมเดรสผ้าฝ้ายปักมือลายจุดคู่สีสวย ชุดของคุณยายเป็นชุดเฉพาะสำหรับสาวที่ครองตัวเป็นโสดตลอดชีวิตเท่านั้น

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

ใครติดตามเธอจะสังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าและสิ่งประดับชิ้นเดียวกัน หลายครั้งมีที่มาจากหลายถิ่น เช่น เสื้อผ้าขาวม้าทอมือ จากจังหวัดนครพนม แต่กลับไปตัดเย็บไกลๆ โดยชนเผ่าม้ง จังหวัดเชียงใหม่  
ทำไมต้องเป็นแบบนั้น ฉันสงสัย

“เพราะเราอยากกระจายรายได้สู่ชุมชน ให้เขาส่งไปหาชุมชนนั้น เอาชุมชนนั้นมาเจอชุมชนนี้ รายได้จะกระจายทั่วกัน” สาวเมืองเลยตอบ

ตัวอย่างการร่วมมือสนุกๆ เช่น ‘กระเป๋าถักจากเปลือกไม้’ หน้าตาละม้ายคล้ายกระเป๋าใยกัญชง แต่ทำมาจากเปลือกไม้จากจังหวัดน่าน ฉีกเป็นเส้นแล้วนำมาถัก ห้อยด้วยพู่จากชนเผ่าม้ง จังหวัดเชียงใหม่ แต่ย้อมสีธรรมชาติ จากจังหวัดอุดรธานี

ฉันฟังเธอเล่าถึงกับต้องอุทาน ‘อู้หู้’ กระเป๋าถัก 1 ใบ กระจายรายได้ถึง 3 ชุมชน แถมยังสานสัมพันธ์ฉันมิตรกันแบบชุมชนต่อชุมชนต่อชุมชนอีกด้วย

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

03 สีและผ้า คือคู่สร้างมา

 

ความดี ความงาม และคุณค่า ยังไม่หมด

ก่อนเราจะมานั่งคุยกัน เธอส่งผ้าลินินไปให้ชาวบ้านบนอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ชาวบ้านจัดแจงนำไปย้อมสีจากธรรมชาติ ทั้งเปลือกไม้ ฝาง และเพกา

พอพูดเรื่องสีชักสนุก ต่อมความสงสัยทำงาน แล้วสีจากธรรมชาติได้จากสิ่งใดบ้าง ฉันถาม

เธอตอบติดตลกว่า “ตราบใดที่เราเดินไปแล้วสามารถเคี้ยวอะไรกินได้ ก็ให้สีทั้งนั้น

ภาคใต้มหัศจรรย์มาก ถ้าใช้เปลือกเงาะจะให้สีม่วง สะตอจะให้สีเทา มังคุดจะให้สีชมพู ทรัพยากรทางธรรมชาติแตกต่างจากภาคเหนือ ฝางจะให้สีชมพู ใบเพกาจะให้สีเขียว ดอกดาวเรืองและขมิ้นให้สีเหลือง” แค่ฟังสีจากภาคใต้ก็ตื่นเต้นจนอยากเอาสะตอมาย้อมผ้า

นอกจากเธอค้นพบและเรียนรู้จากชาวบ้าน เธอใช้จุดเด่นของการเป็นสไตลิสต์ออกแบบเสื้อผ้า อาจจะบิดแบบจากที่ชาวบ้านเคยทำนิดหน่อย เพิ่มความเก๋ไก๋ลงไป เช่น ผ้าย้อมครามเขียนเทียนจากอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นลายเขียนเทียนสัญลักษณ์ดั้งเดิม คงเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละหมู่บ้าน และมีความเชื่อว่าต้องทำพิธีส่งมอบตามความเชื่อ ไม่ใช่ว่าใครก็จะสามารถทำได้ เธอออกแบบผ้าผืนนั้นป็นเสื้อคลุมตัวสั้น-ตัวยาว และเพิ่มสายคาดเอวเพื่อความทันสมัย

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกันMADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

แต่บางครั้ง เศษผ้าเหลือจากการตัดเย็บชุดสวย เธอปิ๊งไอเดียใช้ประโยชน์สูงสุด ให้ช่างตัดช่างเย็บยอดฝีมือแปลงโฉมเป็นหมวก Turban Hat สุดเก๋ และในบางคราเส้นด้ายก็เหลือ ความคิดสร้างสรรค์พุ่งกระฉูด เธอนำด้ายมารวมกันหนาพอควร มัดเป็นปล้องขนาดเล็ก และย้อมสีสดสดใส ทาด้า! กลายเป็นสร้อยคอสุดสร้างสรรค์ ใส่เส้นเดียวก็สวย ใส่คละสีสองสามเส้นรวมกันก็ซ้วยสวย

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

04 รู้สึกนึกรักกัน จนฝันใฝ่ใจผูกพัน

 

ฝีเข็มนำทางเธอเข้าสู่ปีที่ 3 พร้อมแฮชแท็ก #สนับสนุนเราเท่ากับสนับสนุนชุมชน

การสนับสนุนของเธอไม่เพียงแต่เป็นการซื้อมา-ขายไป แต่มันเป็นการกระจายงานกันในชุมชน คุณย่าคุณยายที่ห่างหายจากวงการทอผ้าตลอดจนเย็บปักถักร้อย ก็กลับมามีงานทำ ลูกเด็กเล็กแดงใช้เวลาว่างจากการปิดเทอมด้วยการช่วยย้อมผ้าคราม หรือสิ่งละอันพันละน้อยที่พอจะช่วยได้

และเธอก็ตอบข้อสงสัยของตนเองว่า ‘ทำไมผ้าไทยจะต้องมีราคาแพง’ ด้วยการทำผ้าไทยที่คนทั่วไปสามารถสวมใส่ได้ ในราคามิตรภาพ และยังช่วยให้ชุมชมมีรายได้อย่างยั่งยืน

“เรารู้สึกว่าคุณค่ามันครอบคลุมหมดเลย ด้านจิตใจ ความสวยงาม การค้นพบ ทุกอย่างมันรวมอยู่ในชุดชุดเดียว เหมือนให้ชีวิตเขาได้ไปต่อ เยียวยาเรา ลูกค้าได้ใส่ของสวยงามจากต้นตำรับ คุณค่ามันต่อเนื่องกันไปหมด” เธอผู้สนับสนุนชุมชนอย่างเต็มหัวใจทิ้งท้าย

#ตาต่อตาแต่ผ้าต่อ (ราคา) ไม่ได้ ฉันผู้สนับสนุนเธออย่างเต็มหัวใจทิ้งท้าย 

 

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

สนับสนุนชุมชนได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/madebyhotcake/

Instagram : MADE BY HOTCAKE

 

  • ถนนกำแพงเพชร (หลังสวนจตุจักร)
  • ชั้น 4 Exotique Thai Paragon
  • Cafe now by Propaganda

 

เตรียมพบกับ MADE BY HOTCAKE EVERYWHERE เร็วๆ นี้

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

สามารถ สนิทมาก

กราฟิกดีไซน์เนอร์ ที่หลงรักการถ่ายภาพอาหาร ชอบหาแรงบันดาลใจและอัพเดทเทรนด์จาก Pinterest เลยตกลงปลงใจรวมตัวกับเพื่อนทำเพจรีวิวอาหารชื่อ Eatable

Creative Local

ตัวอย่างการใช้ไอเดียสร้างสรรค์ต่อยอดของดีของชุมชน

ร่มแดงหนึ่งคัน หม้อหนึ่งใบ เตาหนึ่งลูก กับหญิงสาวผู้ตั้งหน้าตั้งตาต้มสีย้อมผ้าที่ริมน้ำหลังตลาด

น้อยหน่า-ปนัดดา โพธิ นักออกแบบสิ่งทอ (Textile Designer) ผู้หันหลังจากเมืองที่ไม่เคยหลับใหล แล้วปล่อยให้ความคิดถึงพาเธอหวนคืนสู่อ้อมกอดบ้านเกิดท่ามกลางผืนไพร ณ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

'นวล สตูดิโอ' โรงย้อมผ้าเล็ก ๆ บนเขาใหญ่ที่สกัดสีธรรมชาติ จนสร้าง Pantone ของปากช่อง

นวล สตูดิโอ’ สตูดิย้อมผ้าเล็ก ๆ ของน้อยหน่าเริ่มต้นด้วยการกางร่มแดง แล้วนั่งต้มสีย้อมผ้าจากต้นไม้ที่หาได้แถวบ้าน ท่ามกลางแดดฝนที่โรงเก็บของหลังตลาดของแม่ จนกลายมาเป็นโรงย้อมผ้าเต็มตัวท่ามกลางหุบเขาที่บรรจงสร้าง Pantone สีธรรมชาติของปากช่อง ผ่านเส้นใยและผืนผ้าด้วยสีนวล ๆ สบายตาหลายเฉดสีจากพืชพรรณบนหุบเขา

“ธรรมชาติคือห้องสมุดที่ใหญ่มาก เป็นที่ที่รอให้เราอ่านเจอ เพราะวันพรุ่งนี้เราก็จะเปิดเจอหน้าใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ”

หญิงสาวผู้มาพร้อมร่มแดงจึงอยากพาพวกเราไปเปิดใจรู้จักกับสีย้อมผ้า Pantone ของปากช่อง เมืองแห่งผ้าไหมและสิ่งทอ ด้วยการเปิดหน้าหนังสือท่ามกลางห้องสมุดธรรมชาติทีละหน้าสองหน้าไปด้วยกัน ตั้งแต่การดั้นด้นค้นพบสีธรรมชาติ การเลือกเส้นใยที่ไม่ซ้ำใคร จนถึงการส่งมอบสีนวล ๆ ที่เต็มไปด้วยมวลของความสุข

'นวล สตูดิโอ' โรงย้อมผ้าเล็ก ๆ บนเขาใหญ่ที่สกัดสีธรรมชาติ จนสร้าง Pantone ของปากช่อง

หน้าที่ 1 หญิงสาวผู้มากับร่มสีแดง

หนังสือหน้าแรกเปิดประตูสู่ปากช่อง เมืองแห่งภูมิปัญญาการทอและเป็นขึ้นชื่อเรื่องผ้าไหม ย่ำกรายไปบ้านไหน ก็มักเห็นกี่ทอผ้าและอุปกรณ์ทำเส้นไหมตั้งอยู่สักมุมของตัวบ้าน บ้านยายของน้อยหน่าก็เช่นเดียวกัน แม้แต่เดิมบ้านยายของเธอตั้งอยู่ที่อำเภอใกล้เคียง แต่ก็ยังไม่วายมีกี่ทอผ้าและเหล่าเครือไหมที่ใช้ทำเส้นใยเพื่อทอผ้าผืน 

“สมัยเด็ก ยายเป็นคนทำผ้าไหม เรามีความชอบแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก เลยไม่ค่อยได้เล่นแบบเด็ก ๆ ทั่วไป เพราะคอยจับเครือไหมให้ยายตลอด ตอนเรายังเด็ก ป้า ๆ ยาย ๆ เขาเคยทำ แต่กว่าเราจะโต กว่าจะเรียนจบ ป้า ๆ ยาย ๆ ก็ไปทำอาชีพอื่นแล้ว ทุกบ้านเลยมีอุปกรณ์ทอผ้าปล่อยทิ้งร้างไว้” หญิงสาวเล่าการเปลี่ยนผ่านของอาชีพช่างทอ

แม้ที่บ้านยายของน้อยหน่าไม่มีใครทอผ้ากันแล้ว แต่เธอยังชื่นชอบสิ่งทอมาโดยตลอด กระทั่งเข้าสู่วัยมหาวิทยาลัย เธอใช้เวลาค้นพบตัวเองถึง 2 ปี เพื่อพิสูจน์ว่ามีใจรักเรื่องผ้าและสิ่งทอแบบเต็มร้อย

'นวล สตูดิโอ' โรงย้อมผ้าเล็ก ๆ บนเขาใหญ่ที่สกัดสีธรรมชาติ จนสร้าง Pantone ของปากช่อง

“เราเคยซิ่ว 2 รอบ ตอนแรกมองข้ามและตัดสินใจไม่เรียนสายสิ่งทอเพราะใกล้ตัว ยายบอกว่าเรียนทำไม ของแบบนี้เรียนกับยายกับป้าก็ได้ เราเลยเรียนอย่างอื่น รู้สึกว่าไม่ใช่ สุดท้ายเรายังชอบผ้า พอมาเรียน Textile Design เราก็พุ่งสุดตัวเลย เพราะไม่ได้มาหาตัวเองระหว่างเรียน แต่เราหาตัวเองระหว่างซิ่ว เป็นการนับหนึ่งแบบเต็ม 100”

หลังจากเรียนจบและใช้เวลากับการเป็น Textile Designer ด้านเครื่องแต่งกายอยู่ 2 ปี น้อยหน่าก็ทยอยเก็บของแล้วลาจากกรุงเทพฯ มาตั้งรากฐานใหม่บนหุบเขาบ้านเกิด ที่ใช้คำว่าทยอยเก็บของ เป็นเพราะการตัดสินใจในครั้งนี้เกิดจากความคิดถึง ผสานกับความรักที่มีต่อธรรมชาติในอำเภอปากช่องที่ก่อตัวขึ้นทีละน้อย

 “เราแค่กลับบ้านในวันหยุด เริ่มต้นด้วยเสื่อผืนหมอนใบ ซื้อเตาหนึ่งอัน หม้อหนึ่งใบ แล้วก็มีร่มแดง เหมือนร่มตลาดนัดกางอยู่ริมแม่น้ำ เราต้มและย้อมสีผ้าตรงนั้น ช่วงแรกก็สนุก เรายังไม่ได้คิดถึงว่าตัวเองจะต้องไปยังไงต่อ 

“ฝนตกแดดออกเราก็ย้อม แต่เรารู้สึกว่าเวลามันผ่านไปเร็วมากเลย เพราะเดี๋ยวเราก็ต้องกลับกรุงเทพฯ ไปทำงาน มันก็เลยเริ่มจากตรงนั้น เราเริ่มขยับเป็นซื้อหม้อ ซื้อเตาเพิ่มอีกหนึ่งชุด” น้อยหน่าเล่าถึงวันแรกของ นวล สตูดิโอ

'นวล สตูดิโอ' โรงย้อมผ้าเล็ก ๆ บนเขาใหญ่ที่สกัดสีธรรมชาติ จนสร้าง Pantone ของปากช่อง
'นวล สตูดิโอ' โรงย้อมผ้าเล็ก ๆ บนเขาใหญ่ที่สกัดสีธรรมชาติ จนสร้าง Pantone ของปากช่อง

ทุกวันหยุดของน้อยหน่ามักใช้เวลาไปกับการกางร่มแดงแล้วย้อมสีที่ริมน้ำหลังตลาด กระทั่งถึงจุดที่เธอคิดว่าประสบการณ์จากการทำงานประจำนั้นอยู่ตัวแล้ว เธอจึงตัดสินใจเริ่มธุรกิจและกลับมาอยู่กับสิ่งที่รัก ณ บ้านเกิดพร้อมกันกับ อีฟ-ณัฐรวี ดีทองหลาง เพื่อนคนโคราชด้วยกันที่ลางานประจำเพื่อมาลงมือกับ นวล สตูดิโอ อย่างจริงจัง

“เราขอพื้นที่เสี้ยวเดียวในโรงเก็บของของแม่ ก็เลยตั้งชื่อว่า นวล สตูดิโอ เพราะคุณแม่ชื่อนวล เราขอโรงเก็บของตรงนั้นมา ก็ต้องให้เป็นชื่อเจ้าของ บวกกับคอนเซ็ปต์ของเราคือเน้นเรื่องสีธรรมชาติ เราฝืนธรรมชาติไม่ได้ ฉะนั้นสีก็ออกมาเป็นสีนวล ๆ ไม่เข้มมาก ทุกอย่างจะเป็นสีนวล ๆ ตามชื่อเจ้ากับโรงย้อมเลย” ลูกสาวเล่าที่มาที่ไป

ที่ตั้งเดิมของนวล สตูดิโอ เริ่มจากบริเวณริมน้ำหลังตลาด แต่เพราะเป็นที่ลุ่มน้ำ เมื่อถึงฤดูน้ำหลากทำให้พื้นที่ตรงนี้เกิดน้ำท่วมทุกปี น้อยหน่าและอีฟจึงได้ฤกษ์ย้ายสตูดิโอหลังจากทำงานที่โรงย้อมเดิมเมื่อเข้าปีที่ 3

'นวล สตูดิโอ' โรงย้อมผ้าเล็ก ๆ บนเขาใหญ่ที่สกัดสีธรรมชาติ จนสร้าง Pantone ของปากช่อง

“การย้ายสตูดิโอย้อมผ้า สิ่งที่ยากคือเราไม่ได้หาที่ดิน แต่ต้องหาแหล่งน้ำ เราตระเวนเก็บน้ำทั่วปากช่องมาลองย้อมดูว่าน้ำที่ไหนโอเค ปัจจัยแหล่งน้ำธรรมชาติต้องมีตลอดทั้งปี จนเจอแหล่งน้ำใกล้เขื่อนลำตะคอง เป็นบ่อน้ำผุดที่มีน้ำตลอดปี เป็นบ่อที่ถูกต่อท่อเพื่อใช้โดยน้ำไม่ลดเลยกว่า 10 หมู่บ้าน บ่อน้ำตรงนี้อยู่บนภูเขา ไม่ไกลจากที่เดิม แหล่งวัตถุดิบยังเหมือนเดิม ชาวบ้านเรียกว่าบ่อน้ำทิพย์ เพราะน้ำในบ่อไม่เคยหมด สตูดิโอใหม่ของเราเลยได้ตั้งอยู่ที่นี่”

ระยะเวลากว่า 5 ปีที่สองคู่หูชวนกันกลับบ้าน และกล้าลงมือเปลี่ยนหม้อหนึ่งใบ เตาหนึ่งอัน ให้กลายเป็นสตูดิโอบนภูเขาใกล้เขื่อนลำตะคอง โรงย้อมผ้าที่อยากเล่าเรื่องราวขุนเขาแห่งปากช่องผ่านสีฟุ้ง ๆ นวล ๆ จากต้นไม้ใบหญ้า

หน้าที่ 2 Natural Limited

“Natural Limited”

แก่นหลักที่น้อยหน่าให้คำจำกัดความถึงธรรมชาติในแบบของนวล สตูดิโอ

“สตูดิโอย้อมสีนวล ๆ ที่มองว่าธรรมชาติมีความพิเศษเฉพาะตัวเหมือนสินค้า Limited Edition สีธรรมชาติเป็นสีลิมิเต็ดที่เกิดขึ้นมาเฉพาะในช่วงวัน เวลา ฤดูกาล อุณหภูมิ อากาศ ณ ตอนที่เราย้อม ทำให้สีของเขาเปลี่ยนไป

“บางคนมักคิดว่าสีเปลือกไม้ต้องได้จากสีธรรมชาติสีน้ำตาล แต่พอย้อมจริงแล้วไม่เป็นสีน้ำตาล เรามองว่านั่นไม่ใช่ความผิดพลาด แต่เรารู้สึกว้าวที่เขากลายเป็นสีอื่น เพราะมันคือความพิเศษเฉพาะตัว เขาอาจจะไม่ใช่สีน้ำตาล Brown แต่เขาอาจจะเป็นน้ำตาล Butter สีจากธรรมชาติจะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ มันคือ Natural Limited”

'นวล สตูดิโอ' โรงย้อมผ้าเล็ก ๆ บนเขาใหญ่ที่สกัดสีธรรมชาติ จนสร้าง Pantone ของปากช่อง

เมื่อสีธรรมชาติเปลี่ยนเฉดสีตลอดเวลาตามสภาพอากาศ สภาพดิน สภาพน้ำ รวมถึงปัจจัยวันและเวลา แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของการกำหนดค่าเฉดสีของนวล สตูดิโอ การกำหนดค่าเฉดสีให้สีธรรมชาติกลายเป็นสิ่งไม่จำเป็นอีกต่อไป

“Code สีของเราไม่ได้บอกว่ามันเป็นสีแดงหรือสีชมพู แต่เราจะบอกว่าเป็น สีฝาง เป็นชมพูจากฝาง เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจว่าในแต่ละครั้งที่ย้อม คุณจะได้สีชมพูจากแก่นฝาง แต่สีชมพูในแต่ละรอบของการย้อมเฉดสีจะแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับปัจจัยดิน น้ำ อากาศ แร่ธาตุในดิน วันและเวลาของฝางแต่ละต้น” นอกจากสีชมพูจากฝางแล้ว ยังมีชื่อเรียกสีอื่น ๆ อย่างสีม่วงจากกะหล่ำม่วง สีดำจากมะเกลือ สีครีมจากยูคาลิปตัส หรือสีผิวเด็กจากมะพร้าว

'นวล สตูดิโอ' โรงย้อมผ้าเล็ก ๆ บนเขาใหญ่ที่สกัดสีธรรมชาติ จนสร้าง Pantone ของปากช่อง

“เรากำหนดสีการย้อมแต่ละครั้งให้เหมือนเดิมไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เราทำให้ใกล้เคียงได้นะ ถ้าครั้งแรกลูกค้าซื้อแล้วสีเข้มกว่านิดหนึ่ง แล้วซื้อรอบที่สองสีไม่เข้มเท่ารอบแรก เราก็ลงสีซ้ำให้อีกรอบจนได้สีที่ใกล้เคียงกัน เราแนะนำลูกค้าตลอดว่า สั่งให้พอกับความต่อเนื่องของชิ้นงาน เพราะรอบหน้าไม่การันตีเฉดสีเดิมที่ลูกค้าเคยสั่งไว้ 

“เราทำงานกับธรรมชาติ ก็ต้องคุยกับลูกค้าให้เข้าใจธรรมชาติไปด้วยกัน” น้อยหน่าเฉลยหัวใจสำคัญ

 สียืนพื้นของ นวล สตูดิโอ มีทั้งหมด 20 สี 48 เฉด เป็นสีนวล ๆ ที่น้อยหน่าและอีฟเห็นว่าเหมาะสมต่อการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบหรืองานสร้างสรรค์ทุกชนิด เช่น สีดาวเรือง สีอัญชัญ สีสะเดา สีครั่ง สีขมิ้น ฯลฯ

“เราคิดกันว่าธรรมชาติทำได้เหมือนดินสอสีที่เราใช้ไหม ตอนเด็ก ๆ ดินสอสีที่เราใช้มี 12 สีก็โอเคแล้ว แต่ถ้ามี 24 สีเรายิ่งว้าว ถ้ามี 36 สีเราเอาไปอวดเพื่อนที่โรงเรียนได้เลย เลยคิดว่าสีธรรมชาติมันทำขึ้นมาอยู่บนเส้นใยโดยไม่มีขีดจำกัดได้ไหม เพราะสีเคมีไม่มีขีดจำกัด อยากได้สีไหนก็ได้ แต่เราค่อนข้างเซนซิทีฟกับสีเคมี ถ้าเปลี่ยนจากสีเคมีเป็นสีประดู่ สีมะพร้าว สีสะเดา ไปอยู่บนชิ้นงานเดียวกันจนเป็นลวดลาย มันดูน่าสนุก ไม่อันตรายกับตัวเราด้วย”

'นวล สตูดิโอ' โรงย้อมผ้าเล็ก ๆ บนเขาใหญ่ที่สกัดสีธรรมชาติ จนสร้าง Pantone ของปากช่อง

แม้น้อยหน่าเสกสีธรรมชาติขึ้นมาได้มากกว่า 48 เฉดสี แต่เธอเลือกทำเพียงเท่านี้เพื่อสมดุลวัตถุดิบและเคารพธรรมชาติ เพราะสีที่ได้ล้วนหยิบใช้จากธรรมชาติ การคำนึงถึงวัตถุดิบไม่ให้หมดไปก็สำคัญ ดังนั้น วิธีการได้มาของสีจากเหล่าพืชพรรณจึงมีหลากหลาย เพื่อกระจายความสมดุลของวัตถุดิบให้คงมีเหลือใช้ทำสีตลอดปีและตลอดฤดูกาล

“เราเน้นวัตถุดิบในท้องที่เป็นหลัก ฉะนั้น เฉดสีที่ได้คือเฉดสีของปากช่อง” 

วัตถุดิบส่วนมากที่ นวล สตูดิโอ ใช้มักเป็นต้นไม้ยืนต้น อย่างประดู่ สะเดา และมะพร้าว โดยใช้เพียงส่วนของเปลือกนอก 20 – 30 เซนติเมตร และไม่ตัดถึงท่อน้ำเลี้ยง การได้มาซึ่งวัตถุดิบมีหลายวิธีด้วยกัน

“งานอดิเรกของเราคือการขับรถเล่น เพื่อหาดูต้นไม้หักโค่น เราพร้อมเก็บกวาดให้ ยิ่งช่วงที่เทศบาลตัดต้นไม้เพราะมันขึ้นใกล้สายไฟ เราก็จะไปเก็บช่วงที่เขาตัด ไม่ต้องให้เขาขนขึ้นรถ เราก็เอากลับบ้านมาจัดการเอง แล้วแถวนี้ก็ปลูกมะพร้าวน้ำหอมเป็นไร่เป็นสวน เราก็ไปหาซื้อเขาเอา เป็นการกระจายรายได้ส่วนเล็ก ๆ ของเราให้ชุมชน

“หรือมีช่วงหนึ่งที่เขาปลูกดาวเรืองส่งตลาดกัน มักมีดาวเรืองตกเกรดเหลือทิ้งเป็นภูเขา เรามองว่านี่คือสิ่งมหัศจรรย์ของสีธรรมชาติ เราไปขอซื้อ บ้างก็ขาย บ้างก็ให้เราเลย เหมือนเราจัดการขยะให้เขาไปในตัว”

'นวล สตูดิโอ' โรงย้อมผ้าเล็ก ๆ บนเขาใหญ่ที่สกัดสีธรรมชาติ จนสร้าง Pantone ของปากช่อง

นอกจากนี้ยังมีวัตถุดิบที่ได้จากตลาดปากช่องด้วย นวล สตูดิโอ ไม่ได้มีเพียงสีธรรมชาติบนผืนป่า แต่นำสีจากความเป็นเมืองชนบทมาให้เราเห็นบนผืนผ้า ไม่ว่าจะเป็นสีม่วงจากกะหล่ำบนแผงของป้าในตลาด สีจากสายบัวที่มีขายบางฤดูกาล นอกจากกะหล่ำแล้วก็ยังมีพืชที่ขายบางฤดูกาลด้วยเหมือนกัน แค่ฟังเธอเล่าก็สนุกตามไปด้วย

“ช่วง High Season ปลายพฤศจิกายนถึงต้นมีนาคม ชาวบ้านที่รู้ว่าเราย้อมสีธรรมชาติมักเอามะเกลือมาขายให้ บางฤดูกาลหาได้ไม่เยอะ ทำให้มะเกลือกลายเป็นลิมิเต็ด ถ้าไม่ซื้อฤดูกาลนี้ เดือนหน้าไม่ได้ใช้แล้วนะ ต่อให้ไม่มีแผนจะใช้ก็ต้องซื้อเก็บไว้ก่อน เพราะบางคนรอสีมะเกลือตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว กลายเป็นการสร้างคุณค่าให้มะเกลือไปในตัว เราบอกลูกค้าว่ามะพร้าว ประดู่ มีทั้งปี แต่มะเกลือหรือบางตัวต้องรอ กลายเป็นคอนเซ็ปต์ของเราเลย คือ Natural Limited”

'นวล สตูดิโอ' โรงย้อมผ้าเล็ก ๆ บนเขาใหญ่ที่สกัดสีธรรมชาติ จนสร้าง Pantone ของปากช่อง

หน้าที่ 3 มนุษย์ผู้อยู่ร่วมกับธรรมชาติ

นวล สตูดิโอ ไม่เพียงแค่สรรสร้างสีแห่งปากช่อง แต่ยังต้องการส่งต่อเส้นใยธรรมชาตินอกกระแสให้เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่รักในผ้าและสิ่งทอเหมือนกัน แต่ชุดความรู้ทั้งหมดทั้งมวลที่น้อยหน่านำมาส่งต่อ ล้วนเป็นภูมิปัญญาโบราณจากรุ่นยายที่ประยุกต์เข้ากับความรู้สมัยใหม่

“เราได้ความรู้เก่าตั้งแต่ยายทอไหม แล้วก็ศึกษาเพิ่มเติมทั้งของไทยและต่างชาติ เพื่อประยุกต์เรื่องพืชและวิธีการย้อมผ้าที่ใกล้เคียงกัน ตอนเด็ก ๆ เราคุ้นชินกับการที่ยายใช้ยางมะละกอฟอกไหม เราก็ลองเอายางมะละกอมาต้มกับฝ้ายดูค่าไขมันดู องค์ความรู้พวกนี้เป็นความทรงจำในวัยเด็ก ประกอบกับที่เรามาศึกษาเพิ่มเติมตอนโตด้วย

“แต่ที่ขาดไม่ได้เลยคือการคลุกคลีกับธรรมชาติ ทฤษฎีเป็นพื้นฐานเพื่อแค่ให้รู้ แล้วเราก็ไปเรียนรู้กับธรรมชาติอีกที ธรรมชาติดิ้นได้ บางสีที่ทฤษฎีคนบอกว่าทำไม่ได้ แท้จริงมันผสมได้ ธรรมชาติเป็นครู เรากอดธรรมชาติ กอดขอบคุณต้นไม้ ให้ความเคารพว่าเขาเป็นครูของเราในทุก ๆ ต้นเลย”

นวล สตูดิโอ เป็นเพียงโรงย้อมสีธรรมชาติเล็ก ๆ เรื่องของการทำเส้นใยจึงจำเป็นต้องพึ่งแหล่งผลิตจากโรงงานทั้งในและต่างประเทศ ที่นี่จึงใช้วิธีทำงานร่วมกันกับชาวบ้าน โดยการหาวัตถุดิบที่ใช้ผลิตเส้นใยจากเกษตรกรหลายกลุ่ม อย่างเส้นใยสับปะรดจากราชบุรีและเพชรบุรี การนำเข้าเส้นใยจากต่างประเทศอย่างเส้นใยกัญชงจากฝรั่งเศส รวมถึงฝ้ายออร์แกนิกจากอินเดีย

การเดินทาง 5 ปีของโรงย้อมผ้าและสิ่งทอที่ค้นพบสีนวล ๆ ของธรรมชาติในปากช่อง จ.นครราชสีมา
การเดินทาง 5 ปีของโรงย้อมผ้าและสิ่งทอที่ค้นพบสีนวล ๆ ของธรรมชาติในปากช่อง จ.นครราชสีมา

“คนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในงานวงการสิ่งทอ จะรู้จักแค่ฝ้ายกับไหม เราอยากเปิดโลกว่า ที่จริงเส้นใยธรรมชาติบนโลกใบนี้ไม่ได้มีแค่ฝ้ายกับไหม ต้นไม้ที่มีเส้นใย นำมาถักทอเป็นผืนผ้าได้ เราก็เลยทำเส้นใยอื่น ๆ อย่างเส้นใยกัญชง ยังไม่เป็นที่รู้จักมาก เป็นเส้นใยทางเลือกที่จะทดแทนเส้นใยอื่น ๆ ในอนาคต คนก็จะยังไม่เข้าถึง แต่เราก็ทำขึ้นมาก่อนเพื่อให้คนรู้และซึมซับ”

หลังจากได้เส้นใยธรรมชาติที่ต้องการแล้ว เป็นวิธีการลงมือย้อมกันเองของสองคู่หูน้อยหน่าและอีฟ Pantone จึงมักออกมาอยู่บนผลิตภัณฑ์ที่เป็นเส้นใยสำหรับงานถักทอและงานออกแบบเป็นหลัก แต่นอกจากเส้นใยเพื่องานถักทอและงานออกแบบ นวล สตูดิโอ ก็มีผ้าผืนสำหรับผู้ชื่นชอบสีแต่ไม่ถนัดงานคราฟต์ด้วย

“เรามีผ้าทอ 2 แบบ คือ ทอเครื่องกับทอมือ ทอมือก็ให้แม่ ๆ ป้า ๆ ที่บ้านยายทอ การทอมือมีขีดจำกัดเยอะ ป้า ๆ แม่ ๆ เขาทอหน้ากว้างได้แค่ 1 เมตร เพราะที่หมู่บ้านไม่ได้ใช้กี่กระตุก แต่ใช้ทอกระสวย ระยะ 1 เมตร มันสุดแรงเอื้อมของมือเขาแล้ว ส่วนทอเครื่อง มีเพื่อผ้าหน้ากว้าง งานดีไซน์อย่างการตัดชุด ตัดกระโปรง ตัดเดรส ต้องใช้หน้ากว้างเพราะไม่เปลืองผ้าเวลาตัดเฉลียง”

การเดินทาง 5 ปีของโรงย้อมผ้าและสิ่งทอที่ค้นพบสีนวล ๆ ของธรรมชาติในปากช่อง จ.นครราชสีมา

แม้ นวล สตูดิโอ จะสร้างด้วยน้ำพักน้ำแรงของน้อยหน่าและอีฟ แต่ระหว่างการเดินทางตลอด 5 ปีของพวกเธอก็ยังต้องพึ่งพาอาศัยกันและกันระหว่างชุมชนกับธรรมชาติในทุกขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการหาวัตถุดิบยันขั้นตอนการผลิตออกมาเป็นเส้นใยสิ่งทอสีนวล ๆ ให้เราได้ชื่นชมกัน 

“ลูกค้าส่วนใหญ่มีทั้งนักออกแบบ ออกแบบแฟชั่นและตกแต่ง มัณฑนศิลป์ นักออกแบบภายใน พวกออกแบบของตกแต่งบ้าน บางคนเอาไปปัก ทำงานจิตรกรรม หลัก ๆ ก็ทำงานถักงานทอผ้า เอาไปทอสลับลายขิต ลายยกดอกกับผ้าถุงและพวกย่ามสะพาย ขายให้คนที่ทำงานอดิเรกเสียส่วนใหญ่ บางคนเริ่มจากงานอดิเรกแล้วได้ทำขายจนกลายเป็นอาชีพก็มี ลูกค้าบางคนเราอยู่กับเขาตั้งแต่เริ่มถัก จนตอนนี้ถักขายได้แล้ว”

หน้าที่ 4 ธรรมชาติคือเรา

นวล สตูดิโอ ผู้เปิดประตูสู่เรื่องราวของปากช่องด้วย Pantone ที่ร้อยเรียงหลากสีบนเส้นใยและผืนผ้า เชิญชวนให้ผู้คนเข้ามารู้จักกับความเป็นปากช่องที่ไม่ใช่แค่สีเขียวของเขาใหญ่ และไม่ใช่แค่สีน้ำตาลของผืนดินหรือสีฟ้าของผืนน้ำ แต่ยังพาให้คนที่เข้าสู่ประตูนี้ได้รู้จักค้นพบสิ่งใกล้ตัวและใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมรอบกายมากขึ้น

“เราคุยกับลูกค้าเยอะมาก เราบอกเล่าเรื่องราวของสีแต่ละฤดูกาลว่าเป็นมายังไง ใช้ต้นไม้แบบไหนบ้าง พอของไปถึงมือลูกค้า เขาก็จะบอกเราว่า ‘น้องประดู่น่ารักจังเลย สีน้องทำไมเป็นแบบนี้’ บางคนซื้อสีมะพร้าวน้ำหอมไป เขาบอกว่าอยากไปซื้อมะพร้าวน้ำหอมมากินเลย หลายคนเวลาออกไปข้างนอก เขารู้สึกว่าอยากมองหาต้นไม้นั้น ๆ บางคนบอกว่าสั่งต้นมะเกลือไม่เคยเห็นมะเกลือเลย บางคนสั่งประดู่เขาก็มาเล่าว่าวันนี้เจอต้นประดู่ พวกเขาเริ่มรู้สึกว่าธรรมชาติสำคัญ ไม่ใช่รู้แค่ว่าสีธรรมชาติมันสวยหวาน

“เส้นใยที่ถึงมือลูกค้าทำให้เขาสังเกตธรรมชาติ รักธรรมชาติ และรู้สึกผูกพัน เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยู่แค่ในพื้นคอนกรีต แต่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติด้วยเหมือนกัน เราเองพอมาทำตรงนี้เราก็มองต้นไม้ใบหญ้าอยู่ตลอดเวลา ลูกค้าก็เริ่มเป็นเหมือนเรา เราไม่ได้แค่ซื้อขาย แต่เหมือนคุยและบอกเล่าเรื่องราวที่เราไปเจอกันมา”

การเดินทาง 5 ปีของโรงย้อมผ้าและสิ่งทอที่ค้นพบสีนวล ๆ ของธรรมชาติในปากช่อง จ.นครราชสีมา

คงจะดีไม่น้อย หากการแบ่งปันความสุขทำได้มากกว่าการตอบแชตบนเพจเฟซบุ๊ก คิดได้เช่นนั้นน้อยหน่าและอีฟก็ริเริ่มจัดเวิร์กชอปทำสีย้อมธรรมชาติ เพื่อพบปะลูกค้าและผู้ที่สนใจเรื่องงานผ้าให้ได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันใกล้เขื่อนลำตะคอง ครั้งแรกที่จัดคือปีก่อนที่จะเจอโควิด-19 หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็กลับมาจัดอีกครั้งในวันที่ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

“คอนเซ็ปต์เวิร์กชอปรอบนี้คือ ย้อมผ้ากินปลาเขื่อน คือพาย้อมผ้าและปิกนิกกินปลาเขื่อน เพราะช่วงนี้เป็นช่วงฤดูกาลเปิดเขื่อนลำตะคอง ชาวบ้านจะหาปลาสดมาจากเขื่อนให้เราได้เอามาทำกับข้าว เอามาเผาให้ลูกค้ายามเย็นหลังย้อมผ้าเสร็จ ทุกคนจะได้ซึมซับความเป็นชาวเขื่อนลำตะคอง เพราะน้ำย้อมก็ใช้น้ำเขื่อนลำตะคอง โคลนที่ใช้หมักผ้าก็ใช้โคลนจากเขื่อน วัตถุดิบเราก็ใช้จากปากช่อง คุณจะเห็นเฉดสีของปากช่องที่เราสกัดออกมาได้ มีมากกว่าสีเขียวของเขาใหญ่เลยด้วยซ้ำ อยากให้คนมาสัมผัสและใกล้ชิดกับสีของธรรมชาติมากขึ้นด้วย”

การเดินทาง 5 ปีของโรงย้อมผ้าและสิ่งทอที่ค้นพบสีนวล ๆ ของธรรมชาติในปากช่อง จ.นครราชสีมา

การใกล้ชิดกับธรรมชาติไม่เพียงทำให้เราได้มองสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวมากขึ้น แต่น้อยหน่าที่ค้นพบ Pantone สีของปากช่องยังได้อีกหนึ่งบทเรียนจากธรรมชาติ ซึ่งเธอเองก็พยายามส่งต่อบทเรียนนี้ให้ผู้อื่นได้รับเช่นเดียวกัน

“ช่วงแรก ๆ ที่เราทำสีย้อมแล้วอยากได้เฉดสีที่เป๊ะ มันเครียดมาก จนเรารู้สึกว่าทำไมต้องไปบังคับธรรมชาติ ทำไมไม่มองว่าสีที่มันผิดเพี้ยนจากเดิมคือความพิเศษและลิมิเต็ดไม่เหมือนใคร 

“ธรรมชาติคือความพิเศษ พอมองแบบนั้นแล้ว เรายิ่งชอบการทำสีธรรมชาติมากขึ้น 

“ธรรมชาติสอนเราว่าไม่มีอะไรที่แน่นอนในธรรมชาติ อย่าลืมว่าธรรมชาติคือตัวเราด้วย อย่าไปยึดติดกับตัวเองและธรรมชาติมาก เพราะยิ่งคาดหวังมากเท่าไร ยิ่งผิดหวังมากเท่านั้น ธรรมชาติสอนเราแบบนี้” 

หน้าสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้ แต่ไม่ใช่กระดาษแผ่นสุดท้ายของ นวล สตูดิโอ เพราะในอนาคตคู่หูน้อยหน่าและอีฟจะยังคงค้นหาสีใหม่ ๆ ของปากช่องที่ซ่อนอยู่ในห้องสมุดแห่งขุนเขาอันกว้างใหญ่นี้ต่อไป สร้างประตูหลายบ้านให้ผู้คนเข้ามาทักทายและทำความรู้จักกับปากช่อง อันเป็นบ้านเกิดแสนรักของพวกเธอไปกับสีธรรมชาติบนเส้นใยและสิ่งทอ

การเดินทาง 5 ปีของโรงย้อมผ้าและสิ่งทอที่ค้นพบสีนวล ๆ ของธรรมชาติในปากช่อง จ.นครราชสีมา

ภาพ : นวล สตูดิโอ

Writer

กชกร ด่านกระโทก

มนุษย์แมนนวล ผู้หลงใหลในกลิ่นและสัมผัสของหนังสือ ใช้เวลาว่างไปกับการอ่านนิยาย/มังงะ สนุกไปกับการเดินทาง และชื่นชอบในการเรียนรู้โลกทัศน์ของกลุ่มชาติพันธุ์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load