อั้นไม่ได้เที่ยว ไม่ได้กิน เสีย 3 เดือน ตอนนี้ไปได้แล้ว แต่ยังต้องระวังหน่อย จะกินอะไรก็หลีกเลี่ยงคนเยอะๆ ละเว้นร้านกระแสคนนิยม ผมว่าจะกลายเป็นเรื่องดีเพราะจะได้เสาะหาร้านใหม่ๆ ดูร้านคนน้อยๆ จะได้กินอย่างปลอดภัย แล้วยังให้โอกาสร้านใหม่ๆ นั้นด้วย แถมถ้าเจอร้านอร่อยคุ้มค่า ก็ถือว่ากิน 1 อย่าง ได้ 3 อย่าง

ครั้งนี้ชวนกินเที่ยวเลียบริมทะเล จากสมุทรสงครามไปบางตะบูน บ้านแหลม ผ่านหาดเจ้าฯ ทะลุชะอำ ผ่านหัวหิน ไปหยุดอยู่ที่สามร้อยยอด

จากถนนพระราม 2 ต้องเข้าถนนที่จะไปเขายี่สาร ที่เดี๋ยวนี้เป็นถนนเส้นรองชั้นดี วิ่งเลียบทะเล การวิ่งถนนสายรองนี่ดีอย่างไม่ต้องตะบึงตะบอน ปลอดภัย แล้วยังได้เห็นวิวดีๆ แบบช้าๆ อีกด้วย จากแยกเข้าถนนเส้นนี้นิดเดียวก็เป็นทางเข้าคลองโคน ชื่อนี้คนรู้จักกันทั่วทุกตลาดและรู้มานานหลายทศวรรษแล้ว แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน รู้ว่ามีกะปิดีเท่านั้น เมื่อก่อนคู่แข่งกะปิคลองโคนที่สู้กันถึงพริกถึงขิงก็มีกะปิบ้านเพ ระยอง เดี๋ยวนี้ชื่อของกะปิบ้านเพจะค่อยๆ จางลงไป

หนีจากรถติดพระรามสองเลี้ยวเข้าทางรองเรียบทะเล หาของของกินอร่อย ตลอดทางไปหัวหิน

หลายคนคงชอบที่จะกินอาหารทะเลร้านเกษร ที่เดี๋ยวนี้ใหญ่โตอยู่ก่อนถึงวัดคลองโคน เมื่อก่อนเป็นบ้านไม้อยู่หน้าวัดคลองโคน ริมระเบียงหลังบ้านตั้งโต๊ะ 3 โต๊ะ ผมชอบร้านนี้เพราะอร่อยถูกใจ กินไป ดูวิวคลองไป ราคาไม่แพง ความที่เคยกินกันมานาน และถ้าวันไหนได้ปลาไหลทะเลเขาจะบอก หรือถ้าบอกล่วงหน้าว่าจะเข้าไป ถ้าหาได้ก็จะเตรียมไว้ให้ ปลาไหลทะเลอยู่ในรูตามทะเลโคลน เนื้อแน่น เหลืองๆ และหวาน จะย่างแล้วทำแกงป่าหรือผัดฉ่า อร่อยสุดๆ ร้านนี้ขายดีขึ้นเรื่อยๆ เอาเป็นว่าวัดคลองโคนมีรายได้จากค่าจอดรถเป็นกอบเป็นกำ 

เมื่อขายดีร้านเก่าคับแคบ ร้านเกษรจึงย้ายมาอยู่ที่ใหม่ เคยเข้าไปบ้าง เจ้าของร้านบอกเดี๋ยวนี้ปลาไหลทะเลหายากสุดๆ จับก็ยาก คนจับเป็นก็หาน้อยลงไป 

ออกจากคลองโคน ก็ตรงไปก่อนถึงวัดเขายี่สาร จะมีทางแยกซ้ายมือไปบางตะบูน ซึ่งหลายคนคงชอบตรงเข้าไปเพื่อจะกินที่ร้านครัวคุณจ๋า หน้าวัดเขายี่สาร ร้านนี้ผมเคยชอบเพราะเงียบๆ วิวดี มีไม่กี่โต๊ะ คนไม่มากกับข้าวเลยออกเร็ว กับข้าวอร่อยทุกอย่าง พอดังมากคนล้นหลามก็ไม่กินอีกเลย 

แต่ก็เลยเข้าไปทางด้านหลังวัดเขายี่สาร ที่นั่นมีบ้านทำเตาเผาถ่านไม้โกงกาง บ้านนั้นเคยเป็นโรงถ่านไม้โกงกางอยู่ที่ตลาดน้อย เจริญกรุง โดยจะเอาถ่านลงเรือล่องเข้าสมุทรสงคราม และลัดเลาะทะลุแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วไปขึ้นโรงถ่านที่ว่า แล้วมียี่ปั๊วเอาถ่านไปส่งขาย

บ้านนี้ยังส่งถ่านไม้โกงกางไปญี่ปุ่น ตัดเป็นท่อนๆ เท่ากันหมด บรรจุใส่ถุงเหมือนถุงปุ๋ย เป็นระเบียบเรียบร้อย ผมชอบซื้อถ่านที่นี่ แต่บางครั้งไม่ได้เข้าวัดเขายี่สาร ก็ซื้อถ่านจากโรงถ่านอื่นๆ ที่อยู่แถวนั้นซึ่งมีอีกหลายโรง 

ถ่านไม้โกงกางเป็นถ่านที่ไฟแรง ไม่มีสะเก็ดไฟ ติดนาน คนขายสะเต๊ะและซีฟู้ดจะต้องใช้ถ่านชนิดนี้ จริงๆ แล้วต้นโกงกางเป็นต้นไม้สงวนห้ามตัด เพราะใต้รากของต้นเป็นแหล่งกำเนิดพันธุ์สัตว์น้ำ แต่ชาวบ้านแถบเขายี่สาร บางตะบูน เขาปลูกป่าต้นโกงกางในที่ของเขาเอง ปลูกแบบหมุนเวียน พอแปลงไหนจะเผาได้จึงจะตัด ปลูกใหม่แล้วไปตัดแปลงอื่นต่อไป ฉะนั้นเมื่อวิ่งจากเขายี่สารจะเห็นต้นโกงกางเยอะแยะ นั่นมีเจ้าของและเป็นป่าปลูกทั้งสิ้น 

เกือบถึงปากน้ำบางตะบูน มีร้านอาหารติดๆ กันหลายร้าน บางร้านคนเยอะถึงขนาดทำที่จอดรถไว้อีกฝั่งของถนน ผมจะกินแต่ร้านริมทะเล ที่อยู่เกือบถึงหัวโค้งขึ้นสะพานบางตะบูน ร้านนี้เงียบ โล่ง อากาศเย็นสบาย วิวปากอ่าวแบบพาโนรามา ทั้งร้านมีกันอยู่ 2 คน ป้าเป็นแม่ครัวหลัก ฝีมือคงเส้นคงวา บางทีทำเสร็จแล้วก็เสิร์ฟเอง กับข้าวก็มีก้ามปูใบ้นึ่ง ปลากระเบนนกแดดเดียวทอด ยำหอยแครงแบบบางตะบูน แกงคั่วหอยแครงกับใบชะคราม ปลาดุกผัดเผ็ด แกงป่าปลาดุก ก้ามปูใบ้นี่ถึงจะไม่ใหญ่มากแต่ก็มีเฉพาะแถวนี้

หนีจากรถติดพระรามสองเลี้ยวเข้าทางรองเรียบทะเล หาของของกินอร่อย ตลอดทางไปหัวหิน, ร้านอาหาร สมุทรสงคราม
หนีจากรถติดพระรามสองเลี้ยวเข้าทางรองเรียบทะเล หาของของกินอร่อย ตลอดทางไปหัวหิน

ที่จริงเมื่อข้ามสะพานบางตะบูนไปแล้ว ตีนสะพานทางซ้ายมือ มีร้านแลเล ที่คนรู้จักดี มีรายการของกินเยอะ ฝีมือดี แต่ราคาอาจจะสูงหน่อย เจ้าของเป็นคนบ้านแหลมดั้งเดิม

จากนั้นเมื่อไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นนาเกลือบ้างแล้ว พอเข้าเขตบ้านแหลม ถนนจะบังคับไปเรื่อยๆ ผ่านวัดลักษณาราม พอผ่านวัดศรีษะคาม จะมีทางตรงไปเพื่อเข้าตลาดบ้านแหลม ไปจนเห็นซอยก่อนธนาคารกสิกรไทย ก็เข้าไปทางนั้น ถนนจะโพล่กลางชุมชนตลาดบ้านแหลม ใกล้ๆ มีบ้านที่ทำขนมฝรั่งเจ๊อารมย์ ซึ่งบ้านอยู่ในซอยแคบๆ ต้องถามชาวบ้าน ถ้าเจอถือว่าคุ้มค่า ขนมฝรั่งอร่อย เมื่อก่อนใช้พิมพ์เหล็กหยอดขนมไข่วางบนเตา แล้วมีแผ่นสังกะสีปิดหน้า เอาถ่านวางด้านบน คนทำต้องครอบหน้าครอบตาเพราะร้อนระเบิด เดี๋ยวนี้ใช้เตาอบแก๊สแล้วแต่ยังเป็นสูตรเดิม นี่ก็เหมือนกันที่เป็นของดีของตลาดบ้านแหลม

ยังไงก็ต้องยึดเส้นทางไปชะอำ หัวหิน เป็นหลัก เส้นทางนั้นจะผ่านบริเวณทำนาเกลือเวิ้งว้างสุดลูกตา แต่ตอนนี้จะเงียบๆ เพราะนอกฤดู เมื่อผ่านที่นั่นแล้วต้องหาทางซื้อดอกเกลือ 

หนีจากรถติดพระรามสองเลี้ยวเข้าทางรองเรียบทะเล หาของของกินอร่อย ตลอดทางไปหัวหิน, ร้านอาหาร สมุทรสงคราม

ที่จริงริมถนนแถบสมุทรสงครามมีแผงลอยขายเกลือริมถนนเยอะแยะ เกือบทุกร้านจะมีป้ายบอกว่ามีดอกเกลือขาย แต่ยากที่จะรู้ว่าเป็นของจริงหรือของปลอม เพราะเอาเกลือเม็ดไปบดละเอียดออกมาหน้าตาก็เหมือนกัน ฉะนั้นอย่าแวะซื้อ เพราะถ้าลงไปถามว่าดอกเกลือจริงหรือปลอม เดี๋ยวแม่ค้าหัวร้อนขึ้นมาจะยุ่ง

ดอกเกลือนั้น ตอนต้นฤดูทำนาเกลือประมาณปลายเดือนตุลาคมไปถึงปีใหม่ยังไม่มี จะไปมีมากๆ ตอนเดือนมีนาคม เมษายน ที่ตอนนั้นร้อนจนแสบตัว น้ำในนาเริ่มแห้ง ผิวเกลือเริ่มลอยตัวขึ้น แล้วพอดีตอนนั้นเป็นหน้าลมตะเภาเข้า เป็นลมที่พัดจากใต้ขึ้นเหนือ หรือจากทะเลเข้าหาฝั่ง ผิวเกลือที่ละเอียดบางเบากำลังลอยตัวขึ้นนั้น ก็ได้ลมพัดพาเข้าหาขอบคันนาเกลือ ชาวนาเกลือจะยืนช้อนเอาตรงนั้น กว่าจะช้อนได้เป็นเข่งก็เกือบเป็นชาวนาแดดเดียว

เมื่อมากกว่า 10 ปีมาแล้วไม่มีใครรู้จัก เพราะไม่มีขาย เจ้าของนาเกลือจะให้คนงานช้อนเพื่อเอาไปต้มเป็ด ต้มไก่ ต้มหมู ในตอนตรุษจีน คนงานยังไม่อยากจะช้อนให้เพราะร้อน 

ดอกเกลือดีไหม ดีอย่างไร ความที่เป็นผิวเกลือละเอียดบางเบา รสจึงไม่เค็มมาก จะมีรสดีด้วยซ้ำไป แล้วถ้าอยากรู้ความแตกต่างระหว่างดอกเกลือกับเกลือป่นที่ขายทั่วไป ให้เอานิ้วแตะเกลือป่นแล้วชิมดู แล้วแตะดอกเกลือชิมบ้าง ถ้าใครแยกรสชาติไม่ออก แสดงว่าคนนั้นเป็นโรคประสาทปลายลิ้นอักเสบ ต้องหาหมอ

ที่บอกว่าเมื่อไปทางนั้นต้องหาซื้อนั้น ที่จะมีขายอยู่ก็ตรงชุมชนบางแก้ว สังเกตง่ายๆ มีจุดชมวิวริมทะเล ต้องถามชาวบ้านว่าบ้านไหนที่มีดอกเกลือขาย ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกกลุ่มแม่บ้าน เมื่อก่อนกิโลกรัมละ 50 บาท เชื่อว่าเดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นราคาเดิม แต่อย่าซื้อที่ใส่ขวดมีฉลากเรียบร้อยเขียนว่า ดอกเกลือสำหรับสปา เพราะแพงระเบิด มันก็เหมือนกันนั่นแหละ ดอกเกลือเอาไว้กินไม่ใช่เอาไปขัดตัว ถ้าอยากให้ตัวขาวๆ ก็ใช้เกลือเม็ดใหญ่ๆ ขัด รับรองขาวจั๊วะ 

ไปต่อก็จะผ่านหาดเจ้าฯ ไปเรื่อยๆ ผ่านชุมชนหลายชุมชน มีชุมชนบ้านบางท่า ซึ่งมีครัวป้าเฉลียวเจ้าดังอยู่ที่นั่น กับข้าวตามสไตล์อาหารทะเล หอยหวานเผา ปูม้านึ่ง ปลาลิ้นหมาทอดน้ำปลา ข้าวผัดปู ปลาดุกผัดฉ่า ครัวป้าเฉลียวจะมีความได้เปรียบที่อาหารทะเลสด เพราะเป็นแพปลาหรือเป็นยี่ปั๊วอาหารทะเล ผูกขาดกับชาวประมงหมู่บ้านนั้น ริมทะเลบ้านบางท่ามีของน่าดู เป็นเนินทรายธรรมชาติสวยดี เมืองนอกเรียกว่า Sand Bank ซึ่งเขาใช้เป็นที่จัดปาร์ตี้หรือแต่งงานริมทะเล 

หนีจากรถติดพระรามสองเลี้ยวเข้าทางรองเรียบทะเล หาของของกินอร่อย ตลอดทางไปหัวหิน, ร้านอาหาร สมุทรสงคราม

จากนั้นก็ไปชะอำ หัวหิน ซึ่งจะข้ามไปเพราะไม่ถนัด ก็ดิ่งไปสามร้อยยอดเลย สามร้อยยอดที่ผมหมายถึง คือหาดสามร้อยยอด หาดนี้เติบโตแบบนิ่งเงียบ มีจุดเด่นหลายอย่าง มีฉากหลังเป็นเทือกเขาสามร้อยยอด มีถนนซอยลงทะเลหลายซอย พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสวนมะพร้าว ทะเลกับต้นมะพร้าวเป็นของคู่กัน มีถนนเลียบหาดยาวมากกว่า 7 กิโลเมตร แถมในทะเลมีเกาะ 2 – 3 เกาะ แล้วตอนนี้ปรับปรุงภูมิทัศน์ใหม่ ทันสมัย ถนนเรียบ แถมมีทางเดิน วิ่ง ออกกำลังต่างหาก ไม่ต้องลงไปที่ถนน ไม่ค่อยมีสิ่งก่อสร้างมากนัก ไปมีอยู่กระจุกหนึ่งตรงปลายหาด 

หนีจากรถติดพระรามสองเลี้ยวเข้าทางรองเรียบทะเล หาของของกินอร่อย ตลอดทางไปหัวหิน, ร้านอาหาร สมุทรสงคราม
หนีจากรถติดพระรามสองเลี้ยวเข้าทางรองเรียบทะเล หาของของกินอร่อย ตลอดทางไปหัวหิน, ร้านอาหาร สมุทรสงคราม

ด้วยจุดเด่นอย่างนี้เอง ที่ฝรั่งนักลงทุนชาวฝรั่งยุโรปหลายคนเขามองทะลุ ลงทุนทำหมู่บ้านสำหรับฝรั่งชาติเดียวกันที่จะหนีหนาว ตอนหน้าหนาวบ้านเขา มีหลายหมู่บ้าน แล้วฝรั่งมาตอนที่บ้านเราก็หน้าหนาวเหมือนกัน คนเงียบเพราะคนไทยส่วนใหญ่ไม่ชอบทะเลหน้าหนาว ชอบไปรับลมหนาวบนภูเขาสูงๆ ฝรั่งจึงชอบ ได้อาบแดดอุ่นๆ เงียบๆ เหมือนเป็นเจ้าของหาด คนซื้อเองก็ชอบมาอยู่ทีหนึ่ง 3 เดือน คุ้มกว่าไปอยู่โรงแรม พอหมดหนาวแล้ว บ้านว่างหมู่บ้านยังให้คนไทยเช่าตอนฤดูการท่องเที่ยว ถือว่าคุ้มกับการมาลงทุนซื้อ 

เรื่องการออกแบบบ้านหมู่บ้านนั้น เขาให้สัมผัสธรรมชาติเต็มที่ บางหมู่บ้านสร้างกลางสวนมะพร้าว แต่หลีกเลี่ยงที่จะตัดต้นมะพร้าว บางหมู่บ้าน ทุกหลังมีอ่างอาบน้ำจากุชชี่ มีเตาบาร์บีคิวบนดาดฟ้า ย่างบาร์บีคิวกินเบียร์ ใช้วิวต้นมะพร้าว วิวภูเขา เป็นกับแกล้ม นั่นเป็นหมู่บ้านฝรั่ง

หนีจากรถติดพระรามสองเลี้ยวเข้าทางรองเรียบทะเล หาของของกินอร่อย ตลอดทางไปหัวหิน, ร้านอาหาร สมุทรสงคราม

คนไทยเราก็ใช่ว่าจะไม่อยู่ดีกินดี มีรีสอร์ตเล็กๆ น่าอยู่ ซุกตัวอยู่ตามซอยต่างๆ เยอะ เงียบดี มีโรงแรมแถวปลายหาดหลายโรง เลือกได้ตามชอบ ผมชอบ The Beach อยู่ช่วงกลางๆ หาด มีที่นั่งข้างหน้าเห็นทะเล เรื่องกินมื้อกลางวัน มื้อเย็น ก็ออกไปหาอร่อยๆ กิน แถวนั้นมีหลายร้าน

กลางวันออกพอออกจากหาด เจอถนนหลักก็เลี้ยวซ้าย ผ่านด่านตรวจอุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด ไปนิดเดียวมีทางแยกซ้ายมือไปถ้ำพระยานครหรือบ้านบางปู ขวามือไปวัดหุบตาโคตร ต้องไปทางซ้ายมือ ไปได้สักหน่อย มีร้านยกซดอยู่ทางขวามือ ข้างในมีซุ้มอาหารให้เลือกนั่ง 

ของกินก็มี เมี่ยงหอยนางรม ปลาสามรส ปลานึ่งมะนาว ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ต้มยำปลาทู ปูทะเลนึ่ง มีอีกหลายอย่างเลือกเอาตามสะดวก ที่ผมรู้จักร้านนี้ก็โดยบังเอิญ หลังจากที่ไปบาดเจ็บ หัวแบะมาจากร้านอาหารริมทะลที่บ้านบางปูที่เป็นท่าเรือไปถ้ำพระยานคร 

ตอนนั้นร้านยกซดเป็นเพิง มีซุ้มนั่งกินอยู่ 2 – 3 ซุ้ม ก็ลองเสี่ยงดู กับข้าวมีไม่มาก แค่ยำใบชะครามกับกุ้ง ปลากะพงสามรส ปูม้านึ่ง เมี่ยงหอยนางรม อร่อยและถูกมาก

หนีจากรถติดพระรามสองเลี้ยวเข้าทางรองเรียบทะเล หาของของกินอร่อย ตลอดทางไปหัวหิน, ร้านอาหาร สมุทรสงคราม

พอเข้าไปอีก ก็เจอเจ้าของร้านเป็นอาจารย์อยู่ในกรุงเทพฯ กำลังไปดูเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ล่มสลายจากพิษบ่อกุ้งกุลาดำ ชาวบ้านยากจนหมดตัวจากการเห่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ เขาเลยมาทำร้านยกซด เพื่อช่วยชาวบ้านให้พอมีรายได้บ้าง โดยจับของแถวนั้นเอามาขาย พอดีเขาก็พอมีฝีมือ ของสดๆ ราคาไม่แพง เพราะของทุกอย่างไม่ผ่านยี่ปั๊ว เปิดร้านครั้งแรกๆ ชาวบ้านยังมาเป็นคนเสิร์ฟได้ค่าแรง ผมแนะนำ เพื่อนฝูงก็แนะนำปากต่อปากว่า อาหารทะเลสด ราคาไม่แพง เท่านั้นแหละ ตอนนี้ดังระเบิด ผมก็ยังไปอยู่เพราะคุ้นเคยกันมานาน นั่นเหมาะสำหรับมื้อกลางวัน อย่าได้กินมื้อเย็น เพราะยุงมาเป็นล้านๆ ตัว

มื้อเย็นกินที่ต้นทางของหาดสามร้อยยอดหรือจากวัดหนองข้าวเหนียว ตรงหัวโค้งจะลงหาดมีร้านคุณน้อย มีกับข้าวธรรมดาๆ ไม่หวือหวา แต่ใช้ได้เลย อย่างปลาอินทรีทอดน้ำปลา ผัดปลาหมึกน้ำพริกเผา ข้าวผัดปู ต้องถามเจ๊น้อยว่าได้กุ้งสดตัวโตๆ มาไหม ถ้ามีให้ทำแกงส้มน้ำพริกสดมา ปกติเครื่องแกงส้มจะใช้พริกแห้ง แต่เจ๊น้อยตำใช้พริกสดแล้วเป็นแกงส้มที่ไม่ใส่ผักอะไรทั้งสิ้น มาโล่งๆ เป็นอาหารพื้นบ้านของที่นั่น แล้วเจ๊น้อยทำอร่อยเสียด้วย

ผัวเจ๊น้อยชื่อมิสเตอร์เชิด นี่จะเดินเสิร์ฟอาหารลูกเดียว เสิร์ฟทีละจาน แล้วแต่ละซุ้มก็สั่งหลายจาน ข้าวก็ครั้งหนึ่ง น้ำก็ครั้งหนึ่ง เคยถามว่าเดินเท่ากับไปเชียงใหม่แล้วหรือยัง 

แต่มิสเตอร์เชิดนี่ไม่ใช่ย่อย เป็นถึงศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์เคลื่อนที่ ถ้าอยากรู่ว่าที่ดินตรงโน้น ตรงนี้ มีใครขายบ้าง ราคาเท่าไหร่ มีโฉนดหรือไม่มีโฉนด อนาคตเป็นอย่างไร หรือมีงบประมาณไม่มาก ตรงไหนพอเข้าท่า มิสเตอร์เชิดจัดได้

สุดท้ายของกินเที่ยวริมทะเล ตรงใกล้ๆ ร้านคุณน้อยมีร้านขายอาหารทะเลแปรรูป ไม่มีชื่อร้าน แต่เจ้าของร้านชื่อ คุณกระแสร์ เป็นแพกุ้งหรือยี่ปั๊วกุ้งทะเล เรือกุ้งได้มาต้องมาขึ้นร้านนี้ แล้วมีซาปั๊วมาเอาไปส่งที่ร้านอาหารที่หัวหินอีกที กุ้งขนาดยักษ์จากต้นทางกิโลกรัมละ 600 ปลายทางที่ร้านอาหารที่หัวหินต้องบวกอย่างน้อยอีกเท่าตัว ฉะนั้นเมื่อเจอกุ้งขนาดยักษ์ร้านคุณกระแสร์ซื้อกินเลย เงินยังหาได้ แต่กุ้งหาไม่ค่อยได้ แล้วปีหนึ่งจะไปสามร้อยยอดกี่ครั้ง แต่เห็นว่าช่วงนี้ไม่ค่อยมี เพราะปัญหามีความขัดแย้งเรื่องเรือประมงชายฝั่งกับราชการ

อย่างไรก็ตาม ที่ร้านคุณกระแสร์มีปลาอินทรีเค็มจากหมู่บ้านหัวเขาแดง และน้ำปลายี่ห้อวังใต้ เป็นโรงงานน้ำปลาที่กุยบุรี คุณภาพชั้นดี นี่ก็คงครบถ้วนกินเที่ยว เลียบทะเล แถมช้อปปิ้งนิดหน่อย หลังจากที่ไม่ได้ใช้เงินมา 3 เดือนครับ

Writer & Photographer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ

รสเกษม

เรื่องอาหารยุคเก่า วัฒนธรรมการกินในวันวาน เปรียบเทียบกับสมัยใหม่โดยนักชิมรุ่นเก๋า

พอออกพรรษาแล้วก็ถึงเทศกาลทอดกฐิน ชาวพุทธจะรู้ว่าสำคัญอย่างไร จะต้องทำอะไร ผมเองเป็นชาวพุทธที่ไม่ได้เรื่อง เรื่องที่ควรรู้กลับไม่รู้ ที่ไหนทอดกฐินก็ไปกินกฐินอย่างเดียว กินตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ไหน อย่างไร ก็เก็บเอามาเล่า

เอาตั้งแต่เด็กที่ยังไม่ประสีประสา ผู้ใหญ่หอบหิ้วไปงานทอดกฐินทางน้ำ สนุกตื่นเต้นเพราะได้นั่งเรือใหญ่ๆ ไปไกลๆ ถึงวัดริมน้ำที่ทอดกฐิน ซึ่งเป็นปกติของวัดภาคกลาง คนจัดจะเช่าเรือโดยสารเหมาลำขนาดใหญ่ที่ปกติวิ่งขึ้นล่องกรุงเทพฯ อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี จุคนได้เป็นร้อย ตอนจะลงเรือก็ตื่นเต้น จากที่เรือประดับไฟสว่างไสวทั่วลำ ทั้งสีเหลือง แดง เขียว ดูเหมือนกำลังนั่งศาลเจ้าลอยน้ำ เรือออกจากท่าเรือที่ท่าเตียน วิ่งไปทั้งคืน กว่าจะไปถึงวัดเช้า จำไม่ได้ว่าวัดไหน แต่รู้ว่าอยู่ในเขตอยุธยา 

พอขึ้นศาลาท่าน้ำวัด เห็นคนเยอะแยะ และครึกครื้นด้วยเสียงวงปี่พาทย์ดนตรีไทย มีของกินเพียบ ขนมไทยเยอะแยะ กล้วย ส้ม อ้อย มะพร้าวอ่อน มีเป็นกุรุส ข้าวปลาอาหารใส่กระทง ใช้ใบตาลตัดแทนช้อน แล้วกินกันไม่อั้น

พวกผู้ใหญ่ขึ้นบนศาลาการเปรียญไปทำพิธีทอดกฐิน เราเป็นเด็กก็เดินเล่นรอบๆ วัด ไปเจอผู้ใหญ่นั่งล้อมวงกินอะไรอยู่ก็แถไปดู ก็ได้เรื่อง เพราะวงผู้ใหญ่นั้นกำลังเล่นกระแช่กับเหล้าอุอยู่ เขาเห็นเป็นเด็กกรุงเทพฯ เลยแกล้งให้กินเหล้าอุที่อยู่ในไห ต้องใช้หลอดไม้ซางดูด ตอนกินก็อร่อยดี หวานๆ แต่พอลุกยืนเท่านั้น เป๋ซ้ายเป๋ขวา ทอดกฐินครั้งนั้นจำได้ว่าได้นั่งเรือโดยสาร ได้เที่ยวงานวัด และจำเหล้าอุได้ ซึ่งเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต

น้ำพริก ขนมจีนแกงไก่ ขนมไทย ผลไม้ และสารพัดของกิน จากครัวสามัคคีงานกฐินในความทรงจำ
น้ำพริก ขนมจีนแกงไก่ ขนมไทย ผลไม้ และสารพัดของกิน จากครัวสามัคคีงานกฐินในความทรงจำ

พอโตเป็นหนุ่ม ไปงานทอดกฐินอยู่บ้าง ส่วนใหญ่มีคนบอกบุญแล้วชวนให้ไปร่วมงาน สนุกตอนแห่ผ้าพระกฐินรอบพระอุโบสถ มันสุดเหวี่ยงจากเสียงแตรวง คนที่จัดพิธีทอดผ้าพระกฐินก็ว่ากันไป แต่ผมมาสนใจเอาที่โรงครัว ซึ่งเหล่าแม่บ้านอาสาสมัครช่วยกันทำอาหารกันเป็นทีมเวิร์ก ทำเสร็จจัดใส่สำรับ เราเป็นแขกก็จัดให้นั่งกิน ที่นั่งกินเป็นโต๊ะและม้ายาวอยู่ใต้ถุนศาลาการเปรียญนั่นเอง สำหรับอาหารคาวหวาน ผลไม้มีครบ เรื่องอร่อยนั้นแน่นอนอยู่แล้ว เพราะเหล่าแม่บ้านแต่ละคนฝีมือเฉียบขาด แล้วยังอิ่มบุญปากที่กินของวัด นี่เป็นการกินกฐินแบบหนึ่ง

เคยรู้จัก ผู้ใหญ่ทองหยิบ แก้วนิลกุล ผู้ใหญ่บ้านผู้หญิงที่บ้านหัวหาด อัมพวา สมุทรสงคราม ผู้ใหญ่ทองหยิบเป็นผู้ใหญ่ผู้หญิงแรกๆ ของเมืองไทย ชาวบ้านนับถือมาก เรื่องการดูแลท้องถิ่นได้ใจชาวบ้าน บุคลิกคล่องแคล่ว พูดจาฉะฉาน อัชฌาสัยเป็นเลิศ เป็นนักอนุรักษ์นิยมและหัวก้าวหน้าไปพร้อมๆ กัน ผู้ใหญ่จึงได้รางวัลแหนบทองคำฐานะผู้นำชุมชนยอดเยี่ยม แต่ที่เด็ดดวงที่สุดที่ผมรู้จัก เป็นแม่ครัวมีฝีมือหาใครเทียบยาก

ผมได้สูตรน้ำพริกกะปิ น้ำพริกมะขามสด ปลาทูสดย่างกาบมะพร้าวกับน้ำปลาพริกแบบมอญ แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย จากผู้ใหญ่ทองหยิบนี่แหละ ผู้ใหญ่เป็นผู้บุกเบิกโฮมเสตย์ในแถบคลองอัมพวา ที่พ่วงสอนทำอาหารไทยให้อีกด้วย 

ญี่ปุ่น ฝรั่งหลายชาติ ชอบมาพักมาบ้านผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่จับเดินเข้าสวนเก็บผลหมากรากไม้ในสวนเอามาทำกิน เรื่องภาษาไม่มีปัญหา พูดกันรู้เรื่องจนได้ ความฉลาดและจี้เส้นของผู้ใหญ่ชอบตั้งชื่อใหม่ให้แขก คนนั้นชื่อแตงกวา ลิ้นจี่ ส้มโอ กล้วย มะม่วง เพราะว่าชื่อติดตัวคนพวกนั้นเรียกยาก ตั้งใหม่จำง่ายว่าใครเป็นใคร

น้ำพริก ขนมจีนแกงไก่ ขนมไทย ผลไม้ และสารพัดของกิน จากครัวสามัคคีงานกฐินในความทรงจำ
เล่าเรื่องบรรยากาศและของกินประจำงานกฐิน ความอิ่มบุญและอิ่มท้องในงานบุญสมัยก่อน

ผมไปงานทอดกฐินวัดใกล้บ้านผู้ใหญ่ สนุกมาก ถามว่าทำไมกับข้าวเลี้ยงแขกมีแต่ขนมจีนน้ำยา กับขนมจีนแกงไก่เท่านั้น ผู้ใหญ่บอกว่าง่าย สะดวก และอิ่ม ดั้งเดิมตั้งแต่โบราณทำกันมาอย่างนั้น สมัยก่อนชาวบ้านมาช่วยกันตั้งโรงทำขนมจีน ตั้งแต่หมักข้าวเจ้า โม่เป็นแป้ง ปั้นก้อนแป้ง นวด และเอามาโรยในน้ำร้อนเป็นเส้นขนมจีน ส่วนน้ำยานั้น ปลากับมะพร้าวทำกะทินั้นอัมพวามีเหลือเฟือ พอมาสมัยนี้ขนมจีนก็ซื้อเอา ทำแกงเขียวหวานไก่เพิ่ม นี่ทำให้รู้ว่าขนมจีนน้ำยา เป็นอาหารของสังคมประเพณีใช้ได้ทุกงาน รวมทั้งงานทอดกฐิน

มาเป็นทอดกฐินแบบเหนือบ้าง สมัยก่อนผมขึ้นดอยอินทนนท์เป็นนิจ แล้วลงไปอำเภอแม่แจ่ม ซึ่งดั้งเดิมอำเภอนี้เหมือนเป็นเมืองลับแลของเชียงใหม่ จะเข้า-ออก ต้องไปทางออบหลวง ชายขอบระหว่างอำเภอจอมทอง เชียงใหม่ กับแม่ฮ่องสอน พอมีถนนบนดอยอินทนนท์ก็ตัดลงไปอีกเส้นหนึ่ง สะดวกขึ้น แต่ค่อนข้างชันและคดเคี้ยว จำแม่นว่าพอโค้งสุดท้ายจะเห็นแม่แจ่มแบบพาโนรามาเต็มตา ตื่นตาตื่นใจกับความงามบริสุทธิ์เหมือนรักแรกพบ แล้วไม่ใช่เป็นแต่ผมคนเดียว เผ่าทอง ทองเจือ เพื่อนเก่าแก่ผมก็ตกอยู่ในอาการเดียวกัน จะหนักกว่าด้วยซ้ำไป ไปหลายๆ ครั้งสุดท้ายก็ซื้อบ้านเก่า ที่เคยเป็นคุ้มหมอเมืองเก่า ที่ปล่อยรกร้างอยู่นาน สวยตามแบบบ้านเรือนล้านนาแท้ๆ แต่เฮี้ยนน่าดู

แม่แจ่มมีวัดป่าแดดเก่าแก่ที่มาก อุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมล้านนาโบราณย่อเก็จสามชั้น อาจารย์สน สีมาตรัง ผู้เชี่ยวชาญสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมฝาผนังล้านนา ยกย่องวัดป่าแดดเป็น 1 ใน 12 วัดที่จิตรกรรมฝาผนังยอดเยี่ยมของล้านนา แต่สมัยก่อนทรุดโทรมไปเยอะ เผ่าทองมีจิตกุศลไปทำโครงการบูรณะซ่อมแซมวัดป่าแดดจนเรียบร้อย 

เสร็จงานวัดป่าแดดแล้ว หาเรื่องมาทำงานจุลกฐินที่วัดยางหลวง เมื่อ พ.ศ. 2548 บอกบุญกับเหล่าไฮโซกระเป๋าหนักให้ไปทอดกฐิน งานเท่มาก จับเหล่าไฮโซพักตามบ้านชาวบ้าน ให้กินง่ายอยู่ง่าย ตอนค่ำมีมื้อสุดซึ้งกับกับบรรยากาศล้านนาหรือกาดมั่ว นั่งกินกับเสื่อ ข้าวปลา อาหารเป็นพื้นถิ่นตัวจริง เป็นกาดมั่วที่ไม่ดัดจริต ง่ายๆ ชาวบ้านมานั่งจัดสำรับให้กิน ยังมีสะล้อ ซอ ซึง ฟังเสนาะหู แถมมีชาวบ้านเอาผ้าทอมือ ผ้าผวยห่มนอน ผ้าคลุมไหล่กันหนาว ผ้าซิ่นตีนจก มาวางขายยั่วกิเลส อะไรๆ ลงตัวไปหมด โดยเฉพาะตอนนั้นแม่แจ่มเหมือนเปิดแอร์ทั้งอำเภอ

จุลกฐินเป็นประเพณีโบราณ มีขบวนการขั้นตอนการทำผ้าไตรจีวรสำหรับพระ เริ่มตั้งแต่เก็บดอกฝ้ายมาหีบ ปั่นเป็นเส้นด้าย ทอเป็นผืน ตัดเย็บ ย้อมสี รีดจนเป็นจีวร จะต้องเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง เรียกว่าเสร็จหมาดๆ ก็ถวายเป็นผ้าพระกฐินได้เลย ที่สำคัญที่สุดการเก็บดอกฝ้าย มาหีบปั่นเป็นเส้นด้ายนั้น ต้องเป็นเด็กสาวพรหมจรรย์ แม่แจ่มเหมาะกับทำจุลกฐินเพราะเป็นเมืองปลูกฝ้าย สำหรับทอผ้าอยู่แล้ว 

ที่เผ่าทองทำจุลกฐินครั้งนั้น อยากให้ชาวเมืองกรุงให้เห็นจุลกฐิน ซึ่งที่อื่นๆ หายไปเกือบหมดแล้ว

เล่าเรื่องบรรยากาศและของกินประจำงานกฐิน ความอิ่มบุญและอิ่มท้องในงานบุญสมัยก่อน

ตอนทอดกฐินนั้นอลังการ แต่เป็นธรรมชาติสุดๆ ชาวบ้านตั้งแต่แม่อุ้ยถึงเด็กสาวเล็กๆ นุ่งผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่มทุกคน ผ้าซิ่นตีนจกที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเมืองไทยมีที่หาดเสี้ยว ศรีสัชนาลัย บ้านน้ำอ่าง อุตรดิตถ์ และแม่แจ่มเชียงใหม่ ถ้าอยากเห็นผ้าซิ่นตีนจกหาดเสี้ยวกับบ้านน้ำอ่าง ต้องไปงัดจากตู้ที่ร้านขายผ้า แต่สำหรับแม่แจ่มนั้นพอมีงานบุญทีไรจะใส่กันทั้งเมือง เห็นผ้าซิ่นสวยๆ ละลานตา นี่เป็นประเพณีที่งดงามหมดจด ใครเห็นก็ต้องหลงเสน่ห์เมืองแม่แจ่ม

การทอดกฐินปรับตัวมาเรื่อยๆ ตามสภาพสังคม บางทีก็งงๆ อยู่เหมือนกันว่าวัดเยอะแยะไปหมด บางวัดห่างกันแค่ 100 – 200 เมตร แล้วญาติโยมอุปัฏฐากวัดจะทอดกฐินวัดไหน เดี๋ยวนี้ถึงมีการหลีกทางกัน วัดนั้นทอดวันเสาร์ วัดนี้ทอดวันอาทิตย์ อีกอย่างเพื่อความสะดวกต่อคนทำงาน พนักงานต่างๆ ที่หยุดวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย

วัดเองก็ต้องมีศรัทธาวัดที่จะมาเป็นเจ้าภาพในการทอดกฐิน คนนั้นต้องไประดมปัจจัยมาทำบุญ ให้ได้เงินเข้าวัดมากๆ ยิ่งดี นอกจากศรัทธาหาเงินแล้วต้องมีศรัทธาเอาอาหาร เครื่องดื่ม ขนม มาตั้งซุ้มให้คนมาร่วมงานกินกัน จะมีอยู่ 2 อย่าง มีทั้งร้านค้าขายอาหารอยู่แล้ว เอาของที่ขายมาร่วมทำบุญ อีกอย่างมีคนไปเหมาร้านอาหารที่ดังๆ มีฝีมือมาออกร้าน วัดไหนใหญ่โต ศรัทธาวัดเยอะ อาหารการกินก็สมบรูณ์ ก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง กวยจั๊บ กระเพาะปลา ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ส่วนใหญ่เน้นสะดวกทำมาเรียบร้อยแล้วมาตั้งเลย ประเภทมาทำหน้างานจานต่อจานจะยุ่งยาก ไม่ค่อยนิยม

ชาวบ้านรวมทั้งผมเองด้วยชอบ ไปทำบุญถวายปัจจัยให้วัดแล้วถือโอกาสกินกฐิน วันเสาร์ไปกินวัดนั้น วันอาทิตย์ไปกินวัดนั้น ร้านไหนถูกปากขึ้นทะเบียนไว้ ตามไปกินที่ร้านที่เขาขายอยู่ หรือบ้านไหนทำอะไรอร่อยก็ถามสูตรมา แต่การกินกฐินปีนี้อาจจะทำไม่ได้ เพราะคนเยอะเสี่ยงกับโควิด-19 ต้องยกยอดไปปีหน้า

Writer & Photographer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load