เมื่อนึกถึง ‘ครามสกล’ ฉันนึกถึงทุกเฉดสีของโทนสีน้ำเงิน

ตั้งแต่ฟ้าซีดจางแทบขาว ฟ้าสดเหมือนฟ้าอีสานยามไร้เมฆ ไปจนถึงน้ำเงินเข้มเหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืน สารพัดเฉดเย็นตาอยู่ในรูปแบบเสื้อผ้าและของใช้ตกแต่งบ้านที่ย้อมด้วยคราม ตั้งแต่ผ้าเช็ดหน้า เนกไท เสื้อผ้า ไปจนถึงผ้าปูที่นอน หมอนสามเหลี่ยม ผ้าม่าน และโคมไฟ ทั้งหมดบรรจุอยู่ในเรือนไม้ 2 หลัง และศาลาเล็กๆ กลางน้ำ อาณาจักรครามสกลยังลามไปถึงลานเวิร์กช็อปย้อมผ้า และร้านอาหารเล็กๆ ด้านหน้าที่ห้อมล้อมด้วยต้นไม้ร่มรื่น จนที่นี่ดูเหมือนโอเอซิสสีน้ำเงินปนเขียวใกล้ตัวเมืองสกลนคร

ฉันจิบน้ำอัญชันสีน้ำเงินม่วงเย็นเจี๊ยบในขันเงินจิ๋วที่หน้าเรือนทรงไทย เดินเข้าไปลูบเสื้อผ้าฝ้ายลินิน และกัญชงบนราวแขวน ความสุขเข้าจู่โจมเมื่อสูดกลิ่นครามแท้เข้าไปเต็มปอด หันหน้าไปทางไหนก็เจอของใช้ในชีวิตประจำวันที่เรียบง่ายเหมือนร้าน concept store สัญชาติญี่ปุ่น จุดบรรจบระหว่างดีไซน์มินิมัลและครามเข้มข้นของท้องถิ่นทำให้หัวใจสั่นไหว อยากหอบแดนเนรมิตสีฟ้านี้ไปไว้ที่บ้าน

“ความสุขของคนไม่ใช่เเค่การมาซื้อผ้านะ มันเป็นการรับรู้เรื่องราวต่างหาก”

นก-สกุณา สาระนันท์

นก-สกุณา สาระนันท์ เจ้าของแบรนด์เล่าการค้นพบของเธอให้ฟังเมื่อนั่งลงสนทนา เหนือผ้าคลุมโต๊ะมัดย้อมสีฟ้าสดใส ฉันได้รับรู้ว่าเสน่ห์ของครามสกลไม่ได้ผุดขึ้นจากความว่างเปล่า ภูมิปัญญาสกลนครงอกเงยอย่างงดงามในอาณาจักรของเธอ

Blue Homeland

ผ้าย้อมคราม

“การย้อมครามมันอยู่คู่กับคนในโซนนี้มานานแล้ว เราเป็นเมืองที่ได้รับการส่งเสริมเรื่องงานหัตถกรรมมาอย่างต่อเนื่อง สมเด็จพระราชินีฯ ทรงส่งเสริมเรื่องงานอาชีพตลอด ภูมิอากาศก็เหมาะและเข้ากับวิถีเรามาก ถ้าสังเกตดู ชาวบ้านจะหว่านครามก่อนดำนา ปล่อยให้เทวดาดูแลรักษาอะไรไป แล้วก็เก็บเกี่ยวครามก่อนที่เขาจะเกี่ยวข้าว พอเกี่ยวข้าว ขายข้าวเสร็จ เขาก็เริ่มมาเตรียมฝ้าย ทอผ้า ย้อมคราม พอถึงฤดูทำนาก็เริ่มหว่านใหม่ จังหวะมันพอดีมาก แล้วคนสกลก็มี 7 ชนเผ่า แต่ละเผ่าก็มีความผูกพันกับคราม ภูมิปัญญานี้ก็เลยตกทอดมา”

นกอธิบายพื้นเพโดยย่อของจังหวัดแห่งคราม ย้อนกลับไปในยุคที่ผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมครามส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบผ้าทอลายดั้งเดิม หญิงสาวชาวสกลนครที่เรียนจบด้านเทคโนโลยีชีวภาพทำงานด้านอื่นอยู่พักใหญ่ ก่อนได้พบปะกับชาวบ้านที่ย้อมผ้าครามในโครงการพัฒนาชุมชน ภูมิปัญญาที่แข็งแรงของสกลนครทำให้เธอมองเห็นความเป็นไปได้ที่จะเป็นตัวกลางในการพางานฝีมือชุมชน ไปสื่อสารกับกลุ่มคนที่สนใจเรื่องธรรมชาติ และดูแลใส่ใจสุขภาพ

ผ้าย้อมคราม

ผ้าย้อมคราม

“เมื่อ 6 ปีที่เเล้วหลายๆ หน่วยงานพยายามปลุกกระแสครามในสกลนคร เราเป็นคนหนึ่งที่เข้าไปผลักดันส่งเสริม ไปดึงนักการตลาด ดีไซเนอร์ เข้ามาพลิกโฉมครามให้เป็นเเฟชั่น ณ เวลานั้นเรารู้ว่าครามมันเป็นเเฟชั่นไม่ได้ แม้เเต่ตัวเราเองที่เป็นคนสกล รักคราม อยากเอาผ้าย้อมครามมาใช้ยังยากเย็นเลยนะคะ เเต่เราเห็นภาพทางการตลาดว่ามันจะไปได้กว้างมากๆ เราเลยพยายามดึงให้คนมาสนใจผ้าธรรมชาติ มันเป็นโอกาสของคนสกลที่มีศักยภาพในการปลูกต้นคราม บ้านเราเต็มที่มาก ทั้งสีและสายพันธุ์ครามก็เป็นที่ยอมรับ

“ตอนแรกเราก็ยังไม่มั่นใจเท่าไหร่เรื่องกำลังการผลิต หมู่บ้านหนึ่งอาจจะมีแค่ไม่กี่คนที่ทำเป็น ปรากฏว่าพอมี demand แล้ว supply ก็เกิดได้อย่างรวดเร็ว สมมติว่าเราอยากได้ครามสักตันหนึ่ง ชุมชนก็ทำได้ เพราะมันอยู่ในวิถีชีวิตเขาอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น พูดได้อย่างภาคภูมิว่าสกลนครเป็นเเหล่งครามที่ผลิตได้มากและมีคุณภาพ ซึ่งเราก็ไม่ได้พูดกันเอง อย่างที่นี่ก็รับย้อมแล้วส่งออกให้บริษัทจากญี่ปุ่นด้วยค่ะ”

Simplicity at its Best

หม้อคราม ย้อมคราม

“การย้อมครามเนี่ยจะว่าง่ายมันก็ง่าย จะว่ายากมันก็ยาก ง่ายคือ ผู้ประกอบการต้องรู้จักจุดเเข็ง รู้จักเเก่นของครามสกลนครให้ได้ ยากคือ พอรู้จักเเล้วก็ต้องรู้จักตัวตนของเราเองที่จะนำเสนอครามของเราให้ต่างจากเจ้าอื่น นี่เป็นคอนเซปต์หลักๆ ที่เราศึกษามาสัก 3 – 4 ปีเเล้ว และตัดสินใจจะยึดเรื่องสีครามธรรมชาติเป็นหลักในการเข้าถึงผู้คน ส่วนลายมัดหมี่หรือลายพื้นบ้าน เราก็แทรกเข้าไปแค่เบาๆ แล้วก็แตกไลน์สินค้าออกไปให้เข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนมากขึ้น”

ผู้ก่อตั้งครามสกลเล่าว่าผลิตภัณฑ์ครามยุคก่อนๆ ไม่ค่อยหลากหลาย สินค้าส่วนใหญ่คือผ้าซิ่น ผ้าคลุมไหล่ หรือผ้าพันคอ เส้นใยก็มีแต่ฝ้ายเท่านั้น ไม่ตอบโจทย์การแปรรูปต่อยอด ครามสกลจึงทำสินค้าหลายชนิด ไม่ใช่เพียงเพื่อขาย แต่เพื่อเป็นตัวอย่าง ให้คนทำเฟอร์นิเจอร์ได้มาเห็นหมอนอิง เห็นผ้าปูที่นอน คนถนัดเรื่องเเฟชั่นมาเห็นเสื้อผ้า คนทำกระเป๋ามาเห็นแรงบันดาลใจที่นำไปต่อยอดได้

ย้อมคราม ครามสกล

สกุณาไม่กลัวการลอกเลียนแบบ เธอเชื่อว่าครามเป็นมรดกของคนทั้งโลก และตลาดนี้กว้างใหญ่เกินกว่าใครจะเป็นใครแทนได้ ผลลัพธ์จากการให้คือหลายๆ แบรนด์กลับมาร่วมมือกับครามสกลจริงๆ

“หน้าที่อย่างหนึ่งของเราคือส่งต่อ material ให้คนอื่นๆ เอาไปช่วยทำ เพราะเราเองไม่ได้เก่งทุกอย่าง เราถนัดเรื่องการพัฒนาวัตถุดิบ เราชอบงานวิจัยใหม่ๆ และมีเครือข่ายที่เข้าใจเรื่องเส้นใย เราหาเส้นใยพืชที่หลากหลายขึ้น แต่ยังอยู่กับธรรมชาติ เช่น ลินิน กัญชง แล้วก็เน้นการเติมฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริง เช่น กันยูวี กันแบคทีเรีย ใส่เคลือบกันน้ำ หรือผ้าฝ้ายคลุมไหล่ตัวใหม่ก็มีนาโนแคปซูลกันยุง เราโฟกัสที่คนชอบปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิ เลยทำเป็นสีน้ำเงินและสีขาว และใส่กลิ่นลีลาวดีที่ช่วยปรับอารมณ์ให้สงบ และทำสมาธิได้ดีขึ้น”

นกหยิบผ้าทอมือแสนนุ่มไร้ลวดลายมาให้ลองสัมผัสดีไซน์เรียบง่ายและวัตถุดิบพรีเมียม เอกลักษณ์ของแบรนด์ช่างเปี่ยมปรัชญาแบบญี่ปุ่น แต่เจ้าของแบรนด์บอกว่าไม่เคยคิดเปรียบเทียบสไตล์ครามสกลกับวิถีอาทิตย์อุทัย สินค้าของเธอมาจากตัวตนที่ไม่วิ่งตามคู่แข่งต่างหาก

ผ้าคลุมไหล่ ครามสกล

“ตอนเเรกที่มาทำ เอาง่ายๆ เลยนะ เราเป็นคนที่เชยสนิท เชยจริงจัง เเล้วก็เรียบง่ายมาก เลยคิดว่าต้องทำอะไรที่มันเรียบที่สุด อย่าพกความชอบตัวเองไปให้ลูกค้าเด็ดขาดเพราะว่าเราชอบอะไรไม่เหมือนใคร” ผู้ก่อตั้งและดูแลภาพรวมดีไซน์ทั้งหมดของแบรนด์หัวเราะ

“พอเรียนรู้เเล้วเราเริ่มเข้าใจว่าบางครั้งเเฟชั่นไม่ต้องเป็นเเฟชั่นเเบบเร็ว เป็นเเบบเรียบก็ได้ ตอนนี้เราเลยไม่ได้รู้สึกกังวลในการออกเเบบผลิตภัณฑ์ เราเป็นคนทำ รู้ดีที่สุดว่าครามสกลต้องออกมาเป็นแบบไหน อย่าให้เยอะไป อย่าให้น้อยไป ถ้าอยู่ๆ ครามสกลจะเปลี่ยน มันไม่คุ้มถ้าต้องเสียตัวตนเราไป แล้วเราต้องการเป็นมากกว่านั้น เราอยากทำให้ทุกผลิตภัณฑ์เป็นเหมือนของขวัญจากธรรมชาติ ใส่คุณภาพกับความใส่ใจ คนที่อยากได้ครามคุณภาพจะได้คิดถึงครามสกล”

Oasis for People

ครามสกล

จากร้านขายสินค้าคราม ครามสกลขยับขยายเป็นทั้งพื้นที่ช้อปปิ้ง แหล่งเรียนรู้การย้อมผ้าคราม และยังมีร้านอาหารกับคาเฟ่เล็กๆ ให้คนที่เข้ามาเยี่ยมเพลิดเพลินกับการใช้เวลาที่นี่ได้ทั้งวัน

“จริงๆ มีงานวิจัยนะว่าสีครามเป็นสีบำบัดเรื่องความคิดจิตวิญญาณ เราสังเกตว่าคนที่มาที่นี่สีหน้าแววตาเขาดูสงบ อาจเพราะเรามีต้นไม้ มีเสียงเพลง มีน้ำ แขกมักจะชื่นชมเมื่อรู้ว่างานชุมชนเป็นแบบนี้ได้ มันแปรรูปได้มากกว่าที่เคยเห็น ถ้าเขาสนใจก็ลองเวิร์กช็อปครามเชิงลึกได้ เป้าหมายของเราคือสุดท้ายเขาจะได้ความประทับใจกลับไป เพราะเราตอบโจทย์เรื่องการใช้เวลาที่ดี เราไม่ได้อยากให้แค่กับคนในชุมชน แต่อยากให้คนอื่นๆ ด้วย”

ร้านครามสกล ร้านครามสกล

ลูกค้าส่วนใหญ่ของที่นี่คือคนที่มีวิถีเเบบคนเมือง เเต่มีไลฟ์สไตล์ที่อิงกับธรรมชาติและมีกำลังซื้อ ทั้งจากในเมืองไทย ญี่ปุ่น และยุโรป โดยมีทั้งลูกค้าที่ซื้อของสำเร็จรูป และแบรนด์ที่ซื้อวัตถุดิบครามไปผลิตต่อ

“ตอนแรกเราแปลกใจมาก ทำไมคนมาที่นี่ส่วนใหญ่ไม่ซื้อของเฉยๆ แต่อยากคุยกับเราด้วย บางคนก็มาเรื่องธุรกิจ ซึ่งเราก็เปิดมาก อยากให้คนหยิบครามไปใช้เยอะๆ การที่คนมาทำมีเเต่ช่วยให้เราเข้มเเข็งขึ้น เราชอบการเเชร์ คนที่มาเรียนย้อมผ้าเราก็สอนเทคนิคหมด คนไหนที่ตระหนักว่าสิ่งนี้มีประโยชน์เขาจะทำได้ดีมาก คนไหนที่ไม่ตระหนักก็จะไม่ทำ ดังนั้นคนที่ตั้งใจจริงก็ควรได้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะมันไม่ง่าย” หญิงสาวเน้นเสียงก่อนอธิบายความซับซ้อนของขั้นตอนการย้อม

เนกไท ผ้าคลุมไหล่

“ครามไม่ใช่พืชแบบที่ปลูกเสร็จแล้วใช้ได้เลย การปลูกไม่ยากถ้าเทียบกับการเก็บครามให้ได้คุณภาพ จะตัดครามต้องเก็บแต่เช้าตรู่ ต้องสังเกตกระบวนการคายน้ำทางปลายใบ หยดน้ำต้องมีสีน้ำเงิน พอตัดเสร็จต้องแช่ทันที คุณภาพของน้ำครามก็เริ่มตั้งแต่ตรงนี้ และถึงจะได้น้ำครามที่ดีมากๆ แต่ไปก่อหม้อไม่ถูกก็ไม่ได้การย้อมที่ดี หรือย้อมแค่ชิ้นสองชิ้นอาจจะดีก็ได้ แต่ถ้าย้อมปริมาณมากๆ แล้วให้ได้คุณภาพดีสม่ำเสมอ ทุกอย่างต้องอาศัยจังหวะและประสบการณ์”

นกเชื่อมั่นว่าควรสนับสนุนให้กลุ่มครามธรรมชาติผลิตผลงานที่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการต่อกรกับของด้อยคุณภาพและครามเคมี

“เราคิดว่าครามในสกลนครเข้มแข็งมากนะ จุดอ่อนของเราไม่ได้อยู่ที่ต้นน้ำ ชุมชนเขาทำได้ดีมาก ให้กลุ่มแม่ๆ ทำอะไรพิสดารแค่ไหนก็ได้ เขาเก่งขนาดนี้ เเต่ขายของได้ในราคาที่ไม่สมกับมูลค่าที่เเท้จริงที่ควรจะเป็น จุดอ่อนอยู่ที่ดีไซน์เเละการตลาดที่ต้องพัฒนาให้เข้าถึงคนทั่วไป ปลายน้ำคืองานของเราและคนอื่นๆ ที่จะเข้ามาพัฒนาเรื่องครามต่อจากนี้”

เจ้าของครามสกลกล่าวอย่างจริงใจ จริงอย่างที่เธอบอกว่าผู้มาเยือนไม่ได้ความสุขจากการเลือกซื้อผ้า เรื่องราวการแบ่งปันเบื้องหลังเฉดสีแห่งสกลนครต่างหาก ที่ทำให้ที่นี่เป็นโอเอซิสสำหรับทุกคน

ผ้าย้อมคราม

Facebook : ครามสกล

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Creative Local

ตัวอย่างการใช้ไอเดียสร้างสรรค์ต่อยอดของดีของชุมชน

ในหมู่มวลสกินแคร์ มีสารสกัดจากธรรมชาติมากมายที่ใส่ลงในผลิตภัณฑ์ให้เราตื่นตาตื่นใจ ส่วนสรรพคุณก็ดีงามไม่แพ้แหล่งที่มาสุดแปลกที่ต้องอุทานในใจ อย่างรกแกะ พิษงู พิษผึ้ง เมือกหอยทาก น้ำมันม้า ฯลฯ 

ราวสิบปีก่อน มีการวิจัยเปลี่ยนพฤติกรรมหนอนไหมให้พ่นเส้นใยเป็นแผ่น ซึ่งเส้นใยอุดมด้วยโปรตีนไหม (Silk Sericin) หนึ่งในสารสกัดมากประโยชน์ อันเกิดจากโครงงานวิจัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เรื่องการผลิตกระดาษแผ่นใยไหม ที่ทำงานวิจัยกับ จินนาลักษณ์ ชุ่มมงคล ผู้ก่อตั้ง Jinnaluck Miracle of Saa จังหวัดเชียงราย

CEILK มาสก์ใยไหมทองคำเจ้าแรกของไทย ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเชียงรายที่ไม่ทำร้ายวงจรผีเสื้อ

จากการทดลองกว่า 2 ปี ก็คว้ารางวัลชนะเลิศสุดยอดนวัตกรรมแห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2556) และภายหลังเสร็จสิ้นโครงการ จินนาลักษณ์ก็ต่อยอดนวัตกรรมโดยนำแผ่นใยไหมเข้าร่วมวิจัยที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและยังศึกษาค้นคว้าหาสูตรบำรุงผิวด้วยโปรตีนไหมจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าจากสารสกัดธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์

CEILK (ซิลค์) เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าจากแผ่นใยไหมทองคำและสารสกัดโปรตีนไหมฝีมือคนไทยที่สร้างงานและเพิ่มรายได้ให้กับหมู่บ้านเลี้ยงไหม จังหวัดเชียงราย โดยมีกรมหม่อนไหมมาให้ความรู้และพัฒนาสายพันธุ์ไหมด้วยกัน จนจินนาลักษณ์ผลักดันให้เกิดนโยบายของรัฐบาลในการสร้างมาตรฐานแผ่นใยไหมเป็นครั้งแรกของประเทศไทย จากเดิมมีเพียงมาตรฐานรังไหม เส้นไหมและผ้าไหม ที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์ของซิลค์ยังมอบชีวิตให้ผีเสื้อกลับคืนสู่ธรรมชาติ เพราะขั้นตอนการผลิตของซิลค์ไม่ทำลายวงจรผีเสื้อ ซึ่งต่างกับการสาวไหมที่ต้องต้มรังไหมเพื่อเอาเส้นใย

CEILK มาสก์ใยไหมทองคำเจ้าแรกของไทย ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเชียงรายที่ไม่ทำร้ายวงจรผีเสื้อ
CEILK มาสก์ใยไหมทองคำเจ้าแรกของไทย ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเชียงรายที่ไม่ทำร้ายวงจรผีเสื้อ

“ชื่อแบรนด์ CEILK อ่านพ้องเสียงกับคำว่า Silk แต่ใช้ตัวเขียนต่างกัน เราใช้ CEI นำหน้า เพราะซิลค์มีต้นกำเนิดจากจังหวัดเชียงราย ซึ่งตัว CEI เป็นโค้ดของสนามบินเชียงราย ส่วนโลโก้แบรนด์เป็นรูปผีเสื้อเหลี่ยมเพชร มีความหมายว่า ผลิตภัณฑ์จากนวัตกรรมของเราทำให้เกิดผีเสื้อ และซิลค์ก็ถักทอเส้นใยส่งต่อรอยยิ้มและความสุขให้หมู่บ้านเลี้ยงไหมมีอาชีพที่ยั่งยืน และส่งมอบความงามจากโปรตีนไหมให้ทุกๆ คนได้ทดลองใช้” จินนาลักษณ์เล่าที่ไปที่มา

สิ่งที่น่าสนใจของเจ้าของแบรนด์ซิลค์ที่ผลิตและส่งออกกระดาษสามากกว่า 30 ปี ก้าวสู่โครงงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จนเป็นที่ยอมรับได้อย่างไร นี่คือเรื่องราวความภูมิใจที่เธอถักทอขึ้นมาพร้อมกับหนอนไหมและชุมชน

จินนาลักษณ์ย้อนความว่า เมื่อสิบปีก่อนได้ทำงานวิจัยร่วมกับน้องๆ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เรื่องการผลิตกระดาษแผ่นใยไหม โดยลงพื้นที่สำรวจและศึกษาพฤติกรรมหนอนไหมในหมู่บ้านอำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย ที่ชาวบ้านเลี้ยงไหมเป็นอาชีพ การวิจัยนี้มุ่งเปลี่ยนพฤติกรรมการพ่นเส้นใยไหมจากขดวงรีให้เป็นแผ่นสี่เหลี่ยม

CEILK มาสก์ใยไหมทองคำเจ้าแรกของไทย ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเชียงรายที่ไม่ทำร้ายวงจรผีเสื้อ
CEILK มาสก์ใยไหมทองคำเจ้าแรกของไทย ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเชียงรายที่ไม่ทำร้ายวงจรผีเสื้อ

จากเดิมชาวบ้านเลี้ยงหนอนไหมใน ‘จ่อ’ หรือกระด้งแผ่นกลม หนอนไหมก็พ่นเส้นใยรอบตัวเพื่อสร้างรัง ได้เส้นใยอยู่รอบรังไหมรูปวงรี แต่จินนาลักษณ์เสนอให้ทดลองเลี้ยงไหมบนเฟรมไม้ที่ใช้ทำกระดาษสา ฝึกน้องหนอนไหมให้พ่นเส้นใยออกมาเป็นแผ่น โดยยังม้วนตัวกลายเป็นดักแด้ได้ (รังไหมกลายเป็นแผ่นไปแล้ว) ระหว่างนั้น 7 วันมีการให้ความอบอุ่นจนดักแด้กลายเป็นผีเสื้อครบวงจรชีวิต ซึ่งกระบวนการตั้งแต่วันแรกจนสำเร็จใช้เวลาทดลอง 2 ปี

“ระหว่างสองปีที่ร่วมกันวิจัย เราต้องรับหน้าที่เป็นฝ่ายการตลาดให้เด็กๆ ด้วยการรับซื้อหนอนไหมจากชาวบ้าน ช่วงนั้นชาวบ้านก็มีรายได้มากขึ้น ยายๆ ได้มีเวลาพักผ่อน เพราะไม่ต้องนั่งสาวไหม ประหยัดเวลา

“หลังจากได้รางวัลสุดยอดนวัตกรรมก็ว่าจะหยุดทำแล้ว แต่ชาวบ้านมาขอร้องว่าอย่าหยุดทำได้มั้ย ช่วยรับซื้อจนกว่าพวกยายจะไม่อยู่กันแล้ว เรามานั่งคิดว่าจะทำยังไงดี ก็เลยเป็นที่มาของการต่อยอดครั้งนี้” 

ไม่เพียงวิจัยเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการพ่นเส้นใย เธอยังร่วมกับกรมหม่อนไหมพัฒนาสายพันธุ์ไหม จนได้คู่สายพันธุ์ที่ดีที่สุดและมีโปรตีนไหมสูงที่สุด ได้แก่ คู่สายพันธุ์ทับทิมสยามและสายพันธุ์วนาสวรรค์ ได้แผ่นใยไหมสีเหลืองที่ต้องแสงไฟจะมองเห็นเป็นแผ่นใยไหมสีทองอร่าม ซึ่งผ่านการทดสอบแล้วว่าเป็นคู่สายพันธุ์ที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้

CEILK มาสก์ใยไหมทองคำเจ้าแรกของไทย ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเชียงรายที่ไม่ทำร้ายวงจรผีเสื้อ

CEILK ต่อยอดนวัตกรรมเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด โดยใช้แผ่นใยไหมทองคำและโปรตีนไหมเป็นตัวชูโรง โปรตีนไหม หรือ Silk Sericin จะเคลือบติดอยู่ที่เส้นไหมทั่วทั้งแผ่น ซึ่งมีค่าโปรตีนสูงถึง 35 เปอร์เซ็นต์

แล้วโปรตีนไหมที่ภาษาบ้านๆ เรียกว่า เมือกหรือน้ำลายไหม ดีงามกับผิวหน้ายังไง-เราสงสัย

“ตัวเมือกไหมหรือโปรตีนไหมมีผลงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งห้องแล็ปมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงด้วยนะคะ ว่ามีกรดอะมิโนสิบแปดชนิดที่ใกล้เคียงกับผิวมนุษย์มากที่สุด เมื่อซึมเข้าผิวแล้วจะช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ แม้ในวัยที่ไม่สร้างแล้วก็ตาม มีคุณสมบัติบำรุงผิว กันรังสียูวีได้ถึงสามชนิด และมีแอนตี้แบคทีเรียช่วยลดการอักเสบของผิว”

แผ่นใยไหมทองคำผ่านการฆ่าเชื้อจากสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ก่อนนำมาทำผลิตภัณฑ์ ซึ่งสินค้าภายใต้แบรนด์ซิลค์มีให้เลือกบำรุงทั้งหมด 6 แบบ แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้แผ่นใยไหมทองคำ 2 ชนิด คือ แผ่นมาส์กหน้าใยไหมทองคำและแผ่นพัฟล้างหน้าใยไหมทองคำ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารสกัดโปรตีนไหม 4 ชนิด คือ ครีมบำรุงผิวหน้า ซิลค์ไนท์ครีม ครีมบำรุงผิวหน้า ซิลค์เดย์ครีม เซรั่มบำรุงผิวหน้า และสบู่ล้างหน้าใยไหมทองคำ

สำหรับแผ่นมาส์กหน้าใยไหมธรรมชาติ จินนาลักษณ์กระซิบว่า เธอให้น้องหนอนไหมทอแผ่นใยไหมให้หนา แม้ต้นทุนการผลิตเพิ่ม แต่กลับได้แผ่นมาสก์ที่ใช้งานได้มากถึง 3 ครั้ง เพราะเธอทดสอบในห้องแล็บแล้วว่า โปรตีนไหมที่มีประโยชน์ไม่ได้หายไปในหนึ่งรอบการใช้งาน เมื่อใช้เสร็จให้เก็บแผ่นมาสก์ในซองฟอยล์แล้วแช่ช่องฟรีช ค่อยนำกลับมาใช้ใหม่ เมื่อใช้มาสก์ครบ 3 ครั้ง ก็ยังใช้แผ่นมาสก์ดีท็อกซ์ผิวหน้าร่วมกับการมาสก์หน้าไข่ขาวได้อีก เธอว่าอยากให้ผู้บริโภคคุ้มค่าที่สุด!

ส่วนแผ่นพัฟล้างหน้าใยไหมธรรมชาติก็เป็นเหมือนสครับแบบอ่อนโยน เส้นใยไหมจะซอกซอนทำความสะอาดบนผิวหน้าและช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วอย่างนุ่มนวล ทำให้รูขุมขนกระชับ ผิวหน้าสว่างใสขึ้น เจ้าของแบรนด์แนะว่าให้ใช้คู่กับสบู่ใยไหมทองคำสูตรน้ำมันเมล็ดชา ที่ใช้กลีเซอรีนบริสุทธิ์จากน้ำมันเมล็ดชา ผลิตโดยมูลนิธิชัยพัฒนา 

CEILK มาสก์ใยไหมทองคำเจ้าแรกของไทย ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเชียงรายที่ไม่ทำร้ายวงจรผีเสื้อ
CEILK มาสก์ใยไหมทองคำเจ้าแรกของไทย ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเชียงรายที่ไม่ทำร้ายวงจรผีเสื้อ

ส่วนผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 ชนิดที่มีสารสกัดโปรตีนไหมเข้มข้นที่เป็นส่วนผสมหลักยังอุดมด้วยสารอาหารอันเป็นประโยชน์ต่อผิวหน้า อาทิ สารสกัดสาหร่ายสีแดง เปลือกต้นสน เปปไทด์ ฯลฯ 

มหัศจรรย์ความงามจากธรรมชาติเลื่องชื่อลือชาจนมีลูกค้าจากหลายประเทศ จินนาลักษณ์บอกว่าสมัยการท่องเที่ยวคึกคักมีชาวฮ่องกงมาเหมาแผ่นมาสก์หน้าใยไหมธรรมชาติกลับบ้านกันเพียบ แถมเธอปรับเปลี่ยนโรงงานกระดาษสาเป็นศูนย์การเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวชุมชน พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ซิลค์ให้เป็นสปาชุมชนจนเป็นที่รู้จัก

ความนิยมยังพานวัตกรรมฝีมือคนไทยไปโลดแล่นยังประเทศเกาหลี ดินแดนความสวยความงาม เพราะคุณภาพและประสิทธิภาพของโปรตีนไหมแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ชาวโสมวางใจและยอมรับในผลิตภัณฑ์ แต่ด้วยความต้องการของตลาดเกาหลีมีมาก ชาวบ้านมีกำลังการผลิตไม่เพียงพอ จินนาลักษณ์และกรมหม่อนไหมเห็นพ้องต้องกันว่า หากผลิตระบบอุตสาหกรรมจะกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้าน การทอผ้าไหมอาจหายไป จึงกลับมาตั้งหลักพัฒนาสินค้าแทน

“ช่วงที่เราส่งไปประเทศเกาหลี ชาวบ้านก็หันมาทำใยไหมกันแทบทุกครัวเรือน ตอนนั้นสำรวจแล้วเกือบพันครัวเรือน มีรายได้เพิ่มขึ้นกันเยอะเลย ถ้าเราทำการตลาดได้ดีกว่านี้ ผลลัพธ์จะไปตกอยู่ที่ชาวบ้านแน่นอน”

แม้การผลิตจะชะลอตัวและสถานการณ์โควิด-19 เข้ามาเยือน แต่จินนาลักษณ์พูดเต็มปากว่า CEILK ทำให้ชาวบ้านที่ทำงานด้วยกันยังมีรายได้ เพราะลูกค้าติดใจคุณภาพจนวนกลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ค่อนข้างมีอายุ มีทั้งชาย-หญิงที่มองหาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ทำเคมีบำบัด แม้กระทั่งกลุ่มอาจารย์หมอและแพทย์จากคลินิกความงาม ก็ใช้ผลิตภัณฑ์จากซิลค์ในการปลอบประโลมและฟื้นฟูผิวหลังจากทำเลเซอร์หรือทรีทเมนต์ผิวหน้า

CEILK CEILK มาสก์ใยไหมทองคำบำรุงผิวหน้าจากแผ่นใยไหมทองคำและโปรตีนไหมธรรมชาติ ด้วยภูมิปัญญาปลูกหม่อนเลี้ยงไหมฝีมือชาวบ้าน จ.เชียงราย
CEILK CEILK มาสก์ใยไหมทองคำบำรุงผิวหน้าจากแผ่นใยไหมทองคำและโปรตีนไหมธรรมชาติ ด้วยภูมิปัญญาปลูกหม่อนเลี้ยงไหมฝีมือชาวบ้าน จ.เชียงราย

จากความตั้งใจส่งต่อผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่แฝงภูมิปัญญา ทำให้ CEILK ได้รับรางวัลชนะเลิศ อันดับที่ 1 ประเภทธุรกิจนวัตกรรม NSP Innovation Award (พ.ศ. 2558) รางวัลชมเชย ระดับพื้นที่ภาคเหนือ ประเภทวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม STI Thailand Award (พ.ศ. 2558) และผลิตภัณฑ์ซิลค์ยังได้เครื่องหมายรับรองจาก Earth Safe ด้วย

“เราอยากเป็นผลิตภัณฑ์แบรนด์หนึ่งที่อยู่หน้าตู้กระจกของคุณผู้หญิง คุณผู้ชาย” สาวเจ้าพูดด้วยรอยยิ้ม “ซิลค์มาจากงานวิจัย เป็นนวัตกรรมของคนไทย อยากให้คนที่ลองใช้ผลิตภัณฑ์รู้สึกมีความสุข มีความสุขที่ได้ช่วยเหลือชาวบ้าน มีความสุขที่ได้ปล่อยผีเสื้อคืนสู่ธรรมชาติ ที่สำคัญ เราตั้งใจให้ซิลค์เป็นความภูมิใจของคนไทยทุกคน”

จินนาลักษณ์หมายมั่นว่าจะพัฒนาซิลค์ให้กลายเป็นสินค้าพรีเมี่ยมทั้งในประเทศและต่างประเทศไปพร้อมกับการอนุรักษ์ภูมิปัญญาปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของเชียงราย สร้างรายได้และอาชีพยั่งยืนให้กับชาวบ้าน ตลอดจนมอบประสบการณ์อ่อนเยาว์เหนือกาลเวลาด้วยแผ่นใยไหมทองคำและโปรตีนไหมธรรมชาติให้กับทุกเพศทุกวัย 

CEILK CEILK มาสก์ใยไหมทองคำบำรุงผิวหน้าจากแผ่นใยไหมทองคำและโปรตีนไหมธรรมชาติ ด้วยภูมิปัญญาปลูกหม่อนเลี้ยงไหมฝีมือชาวบ้าน จ.เชียงราย

อุดหนุนผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจาก CEILK ได้ที่

Line ID : @CEILK (https://lin.ee/9pH1dJz)

โทรศัพท์ : 08 4536 9324

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ปฏิเวธ ยืนธรรม

สถาปนิกอิสระ ชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก ชื่นชมแสงธรรมชาติสวยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load