‘น่ารัก’

เมื่อเห็นสินค้าของ ‘ภูคราม’ (Bhukram) ครั้งแรก คำอุทานนี้ก็หล่นจากปากและดังก้องในสมอง ฉันอยากพุ่งตัวไปจับจองผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ไปจนถึงเสื้อผ้าย้อมสีธรรมชาติของแบรนด์จากสกลนครในบัดดล ไม่ใช่แค่เพราะสีน้ำเงินจากครามหรือดำจากมะเกลือที่ดึงดูดใจ แต่ลวดลายเล็กที่สาวๆ ชาวภูพานบรรจงปักบนผ้าฝ้ายทอมือต่างหากที่ทำให้ฉันตกหลุมรัก ดอกไม้ใบหญ้าที่กระจายตัวสร้างความงดงามบนผืนผ้าได้แรงบันดาลใจจากอุทยานแห่งชาติภูพาน ความเก๋ของลายผ้าจากบ้านเกิดที่ไม่มีทางซ้ำกันซักผืนช่างถูกจริตคนชอบงานฝีมือและธรรมชาติ

เมื่อได้โอกาสพูดคุยกับมะเหมี่ยว-ปิลันธน์ ไทยสรวง ผู้ก่อตั้งแบรนด์แสนป๊อปในกลุ่มคนรักสินค้าธรรมชาติและแม่บ้านญี่ปุ่น ฉันถึงได้รู้ว่าภูครามไม่ได้เกิดขึ้นจากความฝันของดีไซเนอร์เก๋ไก๋ แต่ผลิบานจากนักประวัติศาสตร์คนหนึ่งที่อยากกลับบ้าน

ภูคราม ภูคราม

ภูคราม

1

ค่อยๆ กลับบ้าน

มะเหมี่ยวเป็นคนอำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร แต่เข้ากรุงเทพฯ มาทำงานเป็นนักประวัติศาสตร์ชุมชน การลงพื้นที่คลุกคลีกับชาวบ้านหลายจังหวัดทำให้เธอเข้าใจวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น ยิ่งพบปะผู้คนมากขึ้น หญิงสาวก็เริ่มตั้งคำถามถึงชุมชนบ้านเกิดที่ตนเองจากมา

“เราทำงานกับชุมชนเยอะ และใช้ความรู้เชิงบูรณาการของตัวเองเพื่อพัฒนาชุมชนอื่นๆ จนรู้สึกเหมือนเป็นลูกหลานบ้านนั้นบ้านนี้ แต่ไม่ได้คลุกคลีกับชุมชนบ้านเกิดเลย แม้กระทั่งกลับไปบ้าน ก็แทบไม่รู้จักใครหรือจำชื่อคนไม่ได้แล้ว อยู่บ้านเฉยๆ กับครอบครัว ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับใคร เลยคิดว่าทำไมถึงไม่กลับไปใช้ความรู้ของเราพัฒนาที่บ้านบ้าง รวมกับความรู้สึกอยากกลับบ้านเพราะว่าอยู่กรุงเทพฯ มานาน และอยากกลับไปดูแลครอบครัวด้วย”

ความคิดถึงบ้านของเธอก่อตัวตั้งแต่เห็นชาวบ้านภูพานกลับมาทอผ้ามากขึ้นเพื่อทำผ้าพันคอและผ้าคลุมไหล่ย้อมครามเพื่อส่งขาย หลังจากที่หยุดทอผ้าถุงใช้เองและเลิกย้อมครามมานานหลายปี หญิงสาวช่วยรับของจากป้าๆ น้าๆ ที่อายุมากมาขายในออฟฟิศที่กรุงเทพฯ ผลตอบรับที่ดีเกินคาดทำให้เธอเริ่มจริงจัง และในที่สุดก็ตัดสินใจลาออกเพื่อกลับบ้านและทำธุรกิจร้านผ้าย้อมครามอย่างเต็มตัว แม่ค้ามือใหม่เข้าอบรมด้านดีไซน์และธุรกิจแบบ Social Enterprise เพื่อค้นหาว่าจุดเด่นที่จะทำให้แบรนด์ของเธอแตกต่างจากคนอื่นๆ คืออะไร

คำตอบรอคอยเธออย่างสงบอยู่ที่บ้าน ภูมิปัญญาการปลูกฝ้าย เข็นฝ้าย ทอฝ้าย และย้อมครามอยู่ที่ภูพานมาเนิ่นนานแล้ว มะเหมี่ยวละทิ้งการขายผ้าเรยอนทอตามแพตเทิร์นที่แพร่หลายในสกลนครในขณะนั้น และชักชวนชาวบ้านให้กลับไปทำสิ่งที่พวกเขาเคยเชี่ยวชาญอีกครั้ง

ภูคราม ภูคราม

2

ปักป่าบนผืนผ้า

ผ้าฝ้ายทอมือโดดเด่นก็จริง แต่เอกลักษณ์ของภูครามเกิดจากการทดลองง่ายๆ ครั้งหนึ่งของมะเหมี่ยวที่ภูพาน

เราเป็นคนชอบธรรมชาติ คือเราเห็นผ้า เห็นเข็ม เห็นหลอดฝ้าย อยู่ข้างๆ ก็เริ่มมานั่งคิด ตอนเเรกอยากจะดีไซน์ธรรมชาติลงบนผืนผ้า ในสมองไม่ได้คิดอะไรเยอะ ก็เลยร้อยเข็มแล้วปักดอกไม้ที่เราเห็นรอบข้างในชุมชน พอโพสต์ภาพผ้าลง Facebook ปรากฏว่าคนชอบ มันแปลกดี น่ารักดี เลยคิดว่าทำแบบนี้ดีกว่า”

เนื่องจากงานปักมือไม่เคยอยู่ในวิถีดั้งเดิมของชาวภูพาน ช่วงแรกๆ เจ้าของไอเดียต้องจ้างช่างฝีมือที่กรุงเทพฯ แต่ต่อมาก็ค้นพบมือปักชั้นยอดในบ้านเกิด คือ ดา-คุณแม่ที่อยากหารายได้เสริมระหว่างเลี้ยงลูก 3 คนไปด้วย

“งานปักมันมีเยอะมาก ใครๆ ก็ทำได้ แต่เราอยากจะสะท้อนพื้นที่เราอยู่และมุมมองของคนในพื้นที่ให้คนได้รู้จักผ่านงาน ตอนดาบอกว่า ‘พี่เหมี่ยว ดาเลี้ยงลูกในทุ่งนา น้องจับดอกนี้ขึ้นมา แล้วดาเลยลองปัก’ เราเลยค้นพบว่า เฮ้ย ในผืนผ้าแต่ละผืนของเรามันมีเรื่องราวของคนปัก มีแรงบันดาลใจที่เขาได้จากธรรมชาติรอบตัว นี่แหละ concept หลักของเรา”

ภูคราม ภูคราม

“พอเริ่มจาก 1 คน คนอื่นก็เห็นดามีรายได้ ซึ่งต้องให้ราคาสูงพอสมควรสำหรับการทำงานปัก เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ ไม่ได้มีในชุมชนมาก่อน พวกเขาก็สนใจ ตอนแรกคงอยากได้เงินก่อน แต่พอเขาปักไปเรื่อยๆ เราให้ความสำคัญว่าทุกคนมีผลงานของตัวเอง มีอิสระในการดีไซน์ เพราะแรงบันดาลใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เขาก็เกิดความภูมิใจว่านี่คือชิ้นงานของเขา มีการนำเสนอลวดลาย  บางทีก็มีป้ามาสะกิด ‘ป้าไปเก็บเห็ด แล้วป้าเห็นเห็ด เห็นโขดหิน ป้าจะปักอันนี้’ เพียงแค่ว่าเขาไม่ได้ใช้โทรศัพท์มาถ่ายภาพแล้วเอามาเปรียบเทียบก่อนปัก แต่เขาจำผ่านมุมมองของเขาแล้วเขาปักลงไปเลย

เราเป็นคนดีไซน์ภาพรวมก็จริง แต่ไม่จับมือเขียนแบบให้ชาวบ้าน คนที่ฝังฝีเข็มลงไปคือพวกเขาเอง แต่ละคนมีศักยภาพเยอะมาก ดูถูกไม่ได้เลยนะ ถ้าเขามีโอกาสทำ เขาก็เป็นศิลปินได้”

มือปักตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยทำงานร่วมพัฒนาลวดลายด้วยกัน ร่วมคิดเทกนิคให้ผ้าพันคอและผ้าคลุมไหล่ใช้ได้ทั้งสองด้าน จนดอกไม้ป่า ดอกหญ้าฤดูร้อน และกลีบบอบบางสารพันฟุ้งกระจายในภูคราม อาจดูดิบซื่อ ตรงไปตรงมา แต่รอยปักเหล่านี้ไม่ใช่แค่ดอกไม้อ่อนหวาน หากซ่อนคำว่าธรรมชาติไว้ในทุกฝีเข็ม

3

ผลลัพธ์ของความเชื่องช้า

สมัยนี้ถ้าอยากกินผลไม้ เดินเข้าห้างไปซื้อมาสักกิโลก็ได้ชิมรสหวาน ถ้าใจร้อนอยากได้ชุดสวย สั่งเสื้อสำเร็จรูปก็ได้ของเร็วทันใจ วิถีสะดวกสบายมีข้อดีนานัปการ

แต่ความอดทนมีดอกผลงดงามในแบบของมัน

เบื้องหลังผลผลิต 1 ผืนของภูคราม เปรียบเหมือนการปลูกผลไม้ทั้งสวนไว้ล่วงหน้า และรอคอย 2 – 3 เดือนกว่าชิ้นงานจะปรากฏ เริ่มจากปลูกฝ้าย รอไร่ครามเติบโต เก็บฝ้ายที่มีและรับซื้อฝ้ายจากบริเวณใกล้เคียงมาเข็นฝ้ายสำหรับทอ อาจผสมฝ้ายโรงงานเท่าที่จำเป็น และใช้สีย้อมธรรมชาติทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสีจากต้นคราม เปลือกมะม่วง เปลือกประดู่ แก่นต้นเข หรือผลมะเกลือ แล้วจึงเข้าสู่กระบวนการตัดเย็บและปักผ้า โดยมะเหมี่ยวจ้างช่างตัดเสื้อจากกรุงเทพฯ มาสอนเรื่องแพตเทิร์นและเทคนิคต่างๆ ให้คนท้องถิ่นโดยเฉพาะ และรับช่างฝีมือดีที่กลับมาอยู่บ้านเข้าทำงาน เพื่อให้การผลิตทุกขั้นตอนของแบรนด์มาจากชาวภูพานจริงๆ

ภูคราม ภูคราม

“ตั้งแต่แรกที่เราร่วมกันทำกับชาวบ้าน เราเน้นความสุขในการทำงาน เพราะเราอยู่ได้เมื่อชาวบ้านมีความสุข เราเคยคิดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตเยอะๆ พอมาคำนวณดู ถ้าเพิ่มเยอะแล้วความสุขจะลดลงมั้ย คุยกับชาวบ้านตลอดจนรู้ใจกัน เขาเริ่มรู้แล้วว่าเหมี่ยวจะไปได้ เขาก็ต้องทำของที่ดีมีคุณภาพ

“เราไม่ได้ตั้งเป้าว่าภูครามจะได้เงินมากๆ แต่สิ่งที่วางแผนไว้คืออยากจะอยู่กับชุมชนที่ทุกคนมีความสุข มันอาจจะเป็นภาพฝันหน่อย แต่ว่ามันเป็นความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ เขามีรายได้ เรามีรายได้ เราเอื้อกันและกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ แล้วก็เติบโตไปด้วยกันในเชิงพัฒนาคุณภาพชีวิต เราต้องเห็นและเข้าใจจริงๆ ว่าชุมชนต้องการอะไร ไม่ใช่แค่เราคนเดียว ในเมื่อเราลงมือทำกับชุมชนแล้ว เราทิ้งเรื่องนี้ไม่ได้”

รายได้ที่สม่ำเสมอตลอดทั้งปีจากภูคราม ช่วยให้ผู้หญิงในชุมชนไม่ต้องรอเงินก้อนจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตตามฤดูกาล พวกเธอช่วยเหลือครอบครัวได้มากขึ้นจากการแบ่งเวลามาทอผ้าหรือปักผ้า ในขณะเดียวกันก็ยังใช้ชีวิตประจำวัน เก็บเห็ด ดำนา และเลี้ยงลูก ไปตามปกติ

จังหวะชีวิตที่ต้องสอดคล้องกันทั้งชุมชนดูเชื่องช้าในโลกที่หมุนเร็วจี๋ แต่ระบบนิเวศของภูครามกำลังเติบโตอย่างยั่งยืน

เมื่อใจเย็น รอคอย และแบ่งปัน

ผลลัพธ์ของมันหอมหวานไปทั้งอุทยานภูพาน

ภูคราม ภูคราม ภูคราม

4

ส่งต่อธรรมชาติ

ปัจจุบันภูครามมีหน้าร้านออนไลน์และออกร้านตามตลาดสินค้าดีไซน์ ของออร์แกนิก สินค้าชุมชน รวมถึงวางจำหน่ายชั่วคราวในห้างสรรพสินค้าและส่งผ้าคลุมไหล่สำหรับกิโมโนไปญี่ปุ่น ขอเพียงลูกค้ามีเวลารอคอยกระบวนการสักหน่อย ภูครามจะรับออเดอร์ผ้าฝ้ายปักดอกไม้น่ารักแบบดิบๆ ตาม signature ของแบรนด์

“เรานั่งถามตัวเองว่าภูครามขายสินค้าอะไร รู้สึกว่าขายธรรมชาติในมุมมองของเรา ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอน วิถีชีวิตของชาวบ้าน หรือกระทั่งการปักลายธรรมชาติรอบตัว บางทีคนซื้อชอบมาก เราก็จะดีใจมาก เพราะกว่าจะได้ผืนหนึ่งมันยากมากเลย อย่างพวกเสื้อ เวลาออกแบบช่างกับเราจะช่วยกันเยอะมาก พยายามทำให้มันใส่ง่าย ใส่สบาย และสวยงามตรงใจตลาด ลูกค้าส่วนมากของเราเป็นลูกค้าเดิมที่กลับมาซื้อซ้ำ เป็นคนรักธรรมชาติ ชอบงานผ้า งานอนุรักษ์ และอยากสนับสนุนเรื่องนี้ เราก็พยายามออกแบบรูปแบบใหม่ๆ ให้พวกเขาใช้ได้”

มะเหมี่ยวตบท้ายด้วยรอยยิ้ม ฉันลูบผ้าคลุมไหล่สีน้ำเงินลายดอกไม้ป่าที่เธอวางขายแล้วอดยิ้มตามไม่ได้ รอยปุ่มป่ำนุ่มนวลที่มือสัมผัสมีโลกธรรมชาติบรรจุอยู่ทั้งใบ

ภูคราม

FB | ภูคราม Bhukram

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Creative Local

ตัวอย่างการใช้ไอเดียสร้างสรรค์ต่อยอดของดีของชุมชน

‘ชุดเดรสพิมพ์ลายจากยะลา ตัวนี้ก็ชอบ เสื้อผ้าขาวม้าทอมือจากนครพนม ตัวนั้นก็น่ารัก หมวกทรงเก๋ย้อมครามเขียนเทียนจากเชียงใหม่ ใบนี้…พี่ว่าต้องมี!’

ประโยคอยากเล่าด้านบน ให้ความรู้สึกเหมือนฉันเป็นคุณสู่ขวัญที่กำลังเดินอยู่ในร้านขายสินค้าประเภทมัลติแบรนด์ แต่ความจริงนั่งเลื่อนภาพไป-มาในอินสตาแกรมของร้านขายเครื่องแต่งกายประเภทมัลติชุมชน ที่รวบรวมผ้าดี-ฝีมือเด่นของแต่ละชุมชนไว้ในสถานที่เดียวกัน

เมื่อจู่ๆ ฟ้าฝนเป็นใจ เปิดไปช่องไหนนักพยากรณ์โอกาสก็บอกว่าวันนี้เป็นวันดี ฉันถือเอาอากาศดีนัดหมายกับ ตุ้ม-กรรณิการ์ แสงจันทร์ สไตล์ลิสต์สาวขาลุย พ่วงตำแหน่งผู้ก่อตั้งแบรนด์ MADE BY HOTCAKE ที่สนับสนุนชุมชนอย่างเต็มหัวใจ

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

01 ผ้าลิขิต บันดาลชักพา

 

  ฉันเคยได้ยินคำว่า ‘เกิดมาบนกองเงินกองทอง’
คงไม่ผิด หากบอกว่ากรรณิการ์เกิดมาบนกองผ้า ฉันหมายความว่าเธอคลุกคลีกับผ้ามาตั้งแต่เด็ก เพราะครอบครัวของเธอขายผ้า เรียกว่าความรักผ้าอยู่ในสายเลือด หากมีการตรวจเลือดเป็นจริงเป็นจัง เธอคงจัดอยู่ในหมู่โลหิต F (Fabric)

   เมื่อเป็นสาวเต็มกาย เธอประกอบอาชีพเป็นสไตลิสต์ มีงานอดิเรกเป็นนักสะสมผ้า ชีวิตของเธอวนเวียนอยู่กับ ‘ผ้า’ หากเป็นความรักฉันก็คงต้องยกให้เป็นเรื่องราวของ ‘ผ้าลิขิต’

   เธอยังคงเลือกเดินบนเส้นทางสายผ้า ฝีเข็มกำลังนำทางเธอไปเจอกับอีกหนึ่งจุดหมายที่ทำให้เธอตกหลุมรักครั้งแล้วครั้งเล่า

  “เราเริ่มสังเกตตัวเองว่าซื้อผ้าเก็บไว้เยอะมาก แล้วก็เป็นคนชอบท่องเที่ยวต่างจังหวัด อยากทำอะไรที่มันไปด้วยกันได้ เที่ยวด้วย ช่วยเหลือคนอื่นด้วย แล้วก็ไม่ทิ้งงานสไตลิสต์ จึงเกิดเป็นแบรนด์นี้ขึ้นมา พอเริ่มทำงานลึกลงไป ได้รู้จักชุมชนนั้นจากชุมชนโน้น ก็รู้สึกว่าเรามาถูกทางแล้ว”

หลังจากตกลงกับตนเองจริงจังว่าจะทำแบรนด์เสื้อผ้า จึงมุ่งหน้าไปยังจังหวัดสกลนคร เพื่อเริ่มต้นทำความรู้จักและเรียนรู้ผ้าจากธรรมชาติ เธอตะเวนไปตามชุมชนเพื่อแนะนำเทรนด์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับชาวบ้าน ตั้งแต่ภาคเหนือจรดภาคใต้ โดยอาศัยคอนเนกชันจากชาวบ้านชุมชนโน้น ติดต่อให้ไปพบเจอกับชุมชนนั้น เธอเรียกการเชื่อมต่อนี้ว่า ‘สะพานบุญ’

  แต่บางครั้งหนทางยากลำบาก หลายคนเตือนเธอ

  “เราก็จะบอกว่าเป็นคนไม่ดูระหว่างทางเลย เราดูแค่ปลายทาง”

 

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

02 ด้นให้มาพบกันทันใด

 

เสื้อผ้า สิ่งประดับทุกชิ้น ทุกขั้นตอนการผลิตล้วนออกมาจากชุมชนทั้งหมด เธอยึดวัตถุดิบจากชาวบ้านเป็นหลัก ผ้าและฝีมือดีมีทุกบ้าน คุณป้าทอผ้า คุณน้าตัดผ้า คุณยายเย็บผ้า คุณย่าย้อมผ้า หรือบางครั้งคุณยายชาวปกาเกอะญอก็ปลูกฝ้าย เก็บฝ้าย ปั่นฝ้าย ทอผ้า ย้อมสี และตัดเย็บ ในคนเดียวกันเลยก็มี กรรณิการ์ตั้งฉายาให้ว่า ‘คุณยายคนโสด’ เพราะคุณยายสวมเดรสผ้าฝ้ายปักมือลายจุดคู่สีสวย ชุดของคุณยายเป็นชุดเฉพาะสำหรับสาวที่ครองตัวเป็นโสดตลอดชีวิตเท่านั้น

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

ใครติดตามเธอจะสังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าและสิ่งประดับชิ้นเดียวกัน หลายครั้งมีที่มาจากหลายถิ่น เช่น เสื้อผ้าขาวม้าทอมือ จากจังหวัดนครพนม แต่กลับไปตัดเย็บไกลๆ โดยชนเผ่าม้ง จังหวัดเชียงใหม่  
ทำไมต้องเป็นแบบนั้น ฉันสงสัย

“เพราะเราอยากกระจายรายได้สู่ชุมชน ให้เขาส่งไปหาชุมชนนั้น เอาชุมชนนั้นมาเจอชุมชนนี้ รายได้จะกระจายทั่วกัน” สาวเมืองเลยตอบ

ตัวอย่างการร่วมมือสนุกๆ เช่น ‘กระเป๋าถักจากเปลือกไม้’ หน้าตาละม้ายคล้ายกระเป๋าใยกัญชง แต่ทำมาจากเปลือกไม้จากจังหวัดน่าน ฉีกเป็นเส้นแล้วนำมาถัก ห้อยด้วยพู่จากชนเผ่าม้ง จังหวัดเชียงใหม่ แต่ย้อมสีธรรมชาติ จากจังหวัดอุดรธานี

ฉันฟังเธอเล่าถึงกับต้องอุทาน ‘อู้หู้’ กระเป๋าถัก 1 ใบ กระจายรายได้ถึง 3 ชุมชน แถมยังสานสัมพันธ์ฉันมิตรกันแบบชุมชนต่อชุมชนต่อชุมชนอีกด้วย

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

03 สีและผ้า คือคู่สร้างมา

 

ความดี ความงาม และคุณค่า ยังไม่หมด

ก่อนเราจะมานั่งคุยกัน เธอส่งผ้าลินินไปให้ชาวบ้านบนอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ชาวบ้านจัดแจงนำไปย้อมสีจากธรรมชาติ ทั้งเปลือกไม้ ฝาง และเพกา

พอพูดเรื่องสีชักสนุก ต่อมความสงสัยทำงาน แล้วสีจากธรรมชาติได้จากสิ่งใดบ้าง ฉันถาม

เธอตอบติดตลกว่า “ตราบใดที่เราเดินไปแล้วสามารถเคี้ยวอะไรกินได้ ก็ให้สีทั้งนั้น

ภาคใต้มหัศจรรย์มาก ถ้าใช้เปลือกเงาะจะให้สีม่วง สะตอจะให้สีเทา มังคุดจะให้สีชมพู ทรัพยากรทางธรรมชาติแตกต่างจากภาคเหนือ ฝางจะให้สีชมพู ใบเพกาจะให้สีเขียว ดอกดาวเรืองและขมิ้นให้สีเหลือง” แค่ฟังสีจากภาคใต้ก็ตื่นเต้นจนอยากเอาสะตอมาย้อมผ้า

นอกจากเธอค้นพบและเรียนรู้จากชาวบ้าน เธอใช้จุดเด่นของการเป็นสไตลิสต์ออกแบบเสื้อผ้า อาจจะบิดแบบจากที่ชาวบ้านเคยทำนิดหน่อย เพิ่มความเก๋ไก๋ลงไป เช่น ผ้าย้อมครามเขียนเทียนจากอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นลายเขียนเทียนสัญลักษณ์ดั้งเดิม คงเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละหมู่บ้าน และมีความเชื่อว่าต้องทำพิธีส่งมอบตามความเชื่อ ไม่ใช่ว่าใครก็จะสามารถทำได้ เธอออกแบบผ้าผืนนั้นป็นเสื้อคลุมตัวสั้น-ตัวยาว และเพิ่มสายคาดเอวเพื่อความทันสมัย

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกันMADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

แต่บางครั้ง เศษผ้าเหลือจากการตัดเย็บชุดสวย เธอปิ๊งไอเดียใช้ประโยชน์สูงสุด ให้ช่างตัดช่างเย็บยอดฝีมือแปลงโฉมเป็นหมวก Turban Hat สุดเก๋ และในบางคราเส้นด้ายก็เหลือ ความคิดสร้างสรรค์พุ่งกระฉูด เธอนำด้ายมารวมกันหนาพอควร มัดเป็นปล้องขนาดเล็ก และย้อมสีสดสดใส ทาด้า! กลายเป็นสร้อยคอสุดสร้างสรรค์ ใส่เส้นเดียวก็สวย ใส่คละสีสองสามเส้นรวมกันก็ซ้วยสวย

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

04 รู้สึกนึกรักกัน จนฝันใฝ่ใจผูกพัน

 

ฝีเข็มนำทางเธอเข้าสู่ปีที่ 3 พร้อมแฮชแท็ก #สนับสนุนเราเท่ากับสนับสนุนชุมชน

การสนับสนุนของเธอไม่เพียงแต่เป็นการซื้อมา-ขายไป แต่มันเป็นการกระจายงานกันในชุมชน คุณย่าคุณยายที่ห่างหายจากวงการทอผ้าตลอดจนเย็บปักถักร้อย ก็กลับมามีงานทำ ลูกเด็กเล็กแดงใช้เวลาว่างจากการปิดเทอมด้วยการช่วยย้อมผ้าคราม หรือสิ่งละอันพันละน้อยที่พอจะช่วยได้

และเธอก็ตอบข้อสงสัยของตนเองว่า ‘ทำไมผ้าไทยจะต้องมีราคาแพง’ ด้วยการทำผ้าไทยที่คนทั่วไปสามารถสวมใส่ได้ ในราคามิตรภาพ และยังช่วยให้ชุมชมมีรายได้อย่างยั่งยืน

“เรารู้สึกว่าคุณค่ามันครอบคลุมหมดเลย ด้านจิตใจ ความสวยงาม การค้นพบ ทุกอย่างมันรวมอยู่ในชุดชุดเดียว เหมือนให้ชีวิตเขาได้ไปต่อ เยียวยาเรา ลูกค้าได้ใส่ของสวยงามจากต้นตำรับ คุณค่ามันต่อเนื่องกันไปหมด” เธอผู้สนับสนุนชุมชนอย่างเต็มหัวใจทิ้งท้าย

#ตาต่อตาแต่ผ้าต่อ (ราคา) ไม่ได้ ฉันผู้สนับสนุนเธออย่างเต็มหัวใจทิ้งท้าย 

 

MADE BY HOTCAKE : แบรนด์ที่ชวนช่างฝีมือทั่วไทยจากเชียงใหม่ถึงยะลามาทำเสื้อผ้าด้วยกัน

สนับสนุนชุมชนได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/madebyhotcake/

Instagram : MADE BY HOTCAKE

 

  • ถนนกำแพงเพชร (หลังสวนจตุจักร)
  • ชั้น 4 Exotique Thai Paragon
  • Cafe now by Propaganda

 

เตรียมพบกับ MADE BY HOTCAKE EVERYWHERE เร็วๆ นี้

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

สามารถ สนิทมาก

กราฟิกดีไซน์เนอร์ ที่หลงรักการถ่ายภาพอาหาร ชอบหาแรงบันดาลใจและอัพเดทเทรนด์จาก Pinterest เลยตกลงปลงใจรวมตัวกับเพื่อนทำเพจรีวิวอาหารชื่อ Eatable

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load