“ทำไมไม่มีเว็บไซต์แนะนำที่ท่องเที่ยวทั่วโลกสำหรับแม่และเด็กเลย”

ด้วยความสงสัยบวกหัวใจรักการเดินทาง ชาร์ล็อตต์ บูร์กวน (Charlotte Burgoyne) คุณแม่ชาวฝรั่งเศสเลยก่อตั้งเว็บไซต์ Littlevoyageurs.com สื่อท่องเที่ยวสำหรับแม่และเด็กที่แนะนำการเดินทางน่ารักน่าเอ็นดูสำหรับครอบครัวที่มีลูกน้อย เมื่อครอบครัวของนักเขียนย้ายมาอยู่ประเทศไทย เธอก็แนะนำการเที่ยวเล่นในเมืองไทยผ่านสายตาแม่ต่างชาติอย่างน่ารักน่าสนใจ จนต้องขอเคาะประตูบ้านไปทำความรู้จักชาร์ล็อตต์และหนูน้อยทั้งสาม Céleste, Sanaa และ Franklin ในบ้านแสนสวยที่ชาร์ล็อตต์ตกแต่งเองด้วยแบรนด์ไทยแทบทั้งหมด

เรื่องราวของครอบครัวนักเดินทางเป็นดังนี้

Little Voyageurs เว็บไซต์ท่องเที่ยวแบบแม่และเด็กของอดีตนักข่าวสงครามที่ผันตัวมาเป็นแม่บ้านลูก 3

จากนักข่าวสงคราม สู่คุณแม่นักเขียนไกด์บุ๊กรอบโลก

ชาร์ล็อตต์ก่อตั้ง Little Voyageurs ใน ค.ศ. 2014 เมื่อมีลูกสาวคนแรก อดีตนักข่าวสงครามในเยเมนและซีเรียเขียนข่าวให้สื่อฝรั่งเศสทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ รวมถึงเขียนไกด์บุ๊กท่องเที่ยวให้สำนักพิมพ์ในฝรั่งเศส เรื่องราวพลิกผันเมื่อเธอพบรักกับสามีนักธุรกิจชาวฝรั่งเศส-อเมริกัน ที่ตะวันออกกลาง 

“ตอนแรกๆ ฉันเขียนข่าวศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยวทั่วไปในอาหรับค่ะ แต่พอสงครามเกิดขึ้น แล้วฉันเป็นนักข่าวฝรั่งเศสคนเดียวที่นั่น ก็เลยต้องรับหน้าที่รายงานข่าวสงคราม สองปีแรกฉันสนุกนะ แต่แล้วก็เริ่มรู้ตัวว่างานนี้ไม่เหมาะกับตัวเอง ฉันไม่ได้อยากออกไปเสี่ยงตายทุกวัน ฉันอยากแต่งงานมีลูกหลายๆ คน ในที่สุดพอเจอสามีแล้วสถานการณ์สงครามรุนแรงขึ้น เราเลยย้ายไปอเมริกา ฉันกลับไปเขียนเรื่องที่ถนัด คือเรื่องไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยว ฉันเริ่มท่องเที่ยวกับลูกสาวตอนเธอยังเล็กมากๆ แต่หาเว็บไซต์ดีๆ ที่มีข้อมูลเกี่ยวการท่องเที่ยวกับลูกไม่ได้ ก็เลยตั้งเว็บไซต์ขึ้นมาเอง” 

ชาร์ล็อตต์ บูร์กวน (Charlotte Burgoyne), Little Voyageurs

ชาร์ล็อตต์อธิบายว่า นิตยสารออนไลน์และออฟไลน์สำหรับแม่และเด็กก็พอมี แต่เนื้อหามักไม่ครอบคลุมพื้นที่ที่เธอเดินทางไป หรือบางประเทศก็ไม่มีแมกกาซีนสำหรับแม่และเด็กเลยสักฉบับ เวลาจะออกไปเที่ยวกับลูกสาวต้องหาข้อมูลจากตรงนั้นนิด ตรงนี้หน่อย เธอไม่พบสื่อท่องเที่ยวทั่วโลกสำหรับแม่และเด็กแบบที่ตอบโจทย์

เนื่องจากสามีของชาร์ล็อตต์ทำงานในบริษัทเกษตรกรรมระดับนานาชาติ เขาต้องเดินทางเปลี่ยนประเทศทำงานทุก 3 ปี ครอบครัวนี้จึงต้องเดินทางไปทั่วโลก จากอเมริกา แอลจีเรีย สู่ประเทศไทย ไม่ว่าย้ายประเทศไปที่ไหน ชาร์ล็อตต์จะหอบลูกๆ เดินทางสำรวจที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก และที่ช้อปปิ้ง เพื่อเขียนเรื่องราวเป็นภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส โดยแนะนำที่เที่ยวลงในโซเชียลมีเดีย รวมถึงทำหนังสือ City Guide เมืองต่างๆ เช่น บรัสเซลส์และเคปทาวน์ด้วย 

ในเว็บของชาร์ล็อตต์ยังมีคุณแม่นักเขียนภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสอีกหลายคนจากทั่วโลก ไม่ว่าอยู่ที่เม็กซิโก บัวโนสไอเรส หรือฮ่องกง ถ้าพวกเธอได้พูดคุยกันถูกคอ ชาร์ล็อตต์จะชักชวนมาเขียนแนะนำที่เที่ยวให้เพื่อนแม่ทั้งหลายได้อ่าน

ที่เที่ยวที่ดี เด็กก็สนุก พ่อแม่ก็สนุก

เป้าหมายของ Little Voyageurs คือทำให้ทั้งพ่อแม่และลูกเดินทางด้วยกัน แล้วต่างฝ่ายต่างมีความสุข ที่เที่ยวในฝันของชาร์ล็อตต์คือเป็นพื้นที่สวยงาม ออกแบบดี คำนึงถึงทั้งเด็กและผู้ปกครอง เช่น โรงแรมที่ต้อนรับเด็กเล็กๆ คาเฟ่ที่มีพื้นที่ให้เด็กเล่น

“พื้นที่ที่ออกแบบสวยๆ มักไม่คำนึงถึงเด็ก เพราะพ่อแม่มักกลัวการพาเด็กเล็กไปที่แบบนั้น กลัวเด็กๆ เสียงดังโวยวาย วิ่งไปวิ่งมา ทำผู้ใหญ่อารมณ์เสีย แต่ว่ามันไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นเสมอไป ฉันพาลูกไปเที่ยวด้วยตลอด เช่น ร้านคอนเซปต์สโตร์เปิดใหม่ ร้านกาแฟดีๆ ฉันอยากพิสูจน์ว่าเราพาลูกไปได้เกือบทุกที่ เลยพยายามลูกไปลองที่ใหม่ๆ ที่สวยและเป็นมิตรกับเด็ก”

ชาร์ล็อตต์ บูร์กวน (Charlotte Burgoyne), Little Voyageurs

จากการไปใช้ชีวิตในหลายประเทศ ชาร์ล็อตต์บอกว่าเมืองไทยต้อนรับเด็กเล็กดีมาก คนไทยชอบเด็กและครอบครัวที่มีเด็กเล็กก็พาลูกไปไหนต่อไหนได้อิสระ ขณะที่ในยุโรปและอเมริกา การพาลูกไปสถานที่สวยๆ งามๆ ยากกว่ามาก เพราะบางที่ไม่ต้อนรับเด็กเลยสักนิด โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างปารีส ร้านอาหารไม่ชอบครอบครัวใหญ่ที่มีรถเข็นเด็กขวางทาง แขกในร้านก็มักหงุดหงิดมากๆ หากมีเด็กร้องไห้ระหว่างทานอาหาร 

“พ่อแม่ควรได้ท่องเที่ยวที่สวยงามและสนุกด้วย ไม่ใช่แค่เด็กๆ สนุก การออกแบบสถานที่เที่ยวสำหรับครอบครัวควรคำนึงถึงความคาดหวังของทั้งสองฝ่ายนะคะ ควรมีกิจกรรมให้ทั้งสองฝ่ายมีอะไรทำอย่างสมดุล แต่ไม่ใช่ทำด้วยกันตลอดเวลา สมมติว่ามีสนามเด็กเล่นที่ออกแบบสวยสุดๆ ลูกสนุกมาก แต่เก้าอี้นั่งรอของพ่อแม่ไม่มีพนักพิง เอาไว้ให้ดูลูกเฉยๆ ไม่มีที่ให้อ่านหนังสือ เล่นมือถือ กินกาแฟ แบบนี้ฉันก็ไม่สนุกเลย”

Little Voyageurs เว็บไซต์ท่องเที่ยวแบบแม่และเด็กของอดีตนักข่าวสงครามที่ผันตัวมาเป็นแม่บ้านลูก 3

ตัวอย่างที่ท่องเที่ยวโปรดของเธอในอดีตคือ Golden Gate Park ที่ซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่และทะเลสาบให้ทั้งครอบครัวได้เดินเล่นและสำรวจธรรมชาติ ส่วนที่ไมอามี ชาร์ล็อตต์ชอบโรงแรมที่ตกแต่งด้วยไม้และทาสีขาวล้วนชื่อ 1 Hotel South Beach ที่สุด เพราะรสนิยมสวยงามทุกสิ่ง และมีคลับสำหรับเด็กให้เด็กๆ เรียนวิธีทำอาหารเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังมี Wynwood ย่านสร้างสรรค์ที่มีศิลปะกราฟฟิตี้ทุกที่เหมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง และมีร้านอาหารกับคาเฟ่ดีงามมากมาย แถมทางเดินก็สะดวก เข็นรถเข็นเด็กได้ลื่นสบาย 

คุณแม่ลูกสามสรุปว่าสิ่งที่คนเป็นแม่ต้องการ คือการได้ใช้เวลาดีๆ ร่วมกับลูก ทำให้ลูกมีความสุข และตัวเองก็อยากรู้สึกสบาย อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยด้วย 

กรุงเทพฯ สำหรับแม่และเด็ก 

“กรุงเทพฯ มีทุกอย่างหลากหลาย ทั้งอาหารและที่เที่ยวมากกว่าที่ที่ฉันเคยอยู่ มีสตรีทฟู้ดไปจนถึงอาหารแฟนซีหรูหรา มีอาหารหลากหลายมากๆ มีคาเฟ่เยอะแยะ เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไม่กี่ชั่วโมงก็ได้ไปต่างจังหวัด ไปดูช้าง ไปทะเล ที่สำคัญมีสามล้อ ลูกๆ ฉันชอบรถตุ๊กตุ๊กมาก ได้นั่งทีไรดีใจเหมือนได้ไปเที่ยวสนามเด็กเล่น”

ชาร์ล็อตต์ บูร์กวน (Charlotte Burgoyne), Little Voyageurs

ชาร์ล็อตเล่ามุมมองของแม่ที่มีลูกเล็กให้ฟัง ท่ามกลางข้อดีมากมาย สิ่งที่เธอคิดว่าควรปรับปรุงมากๆ คือทางเท้า ถ้าทางเท้าเรียบและกว้างพอให้เข็นรถเข็นเด็กได้จะดีมาก และถ้ามีพื้นที่สีเขียวมากขึ้นก็ยิ่งดี จะได้ได้เดินเท้าไปสวนกัน เพราะชาวยุโรปมีนิสัยชอบเดิน ตอนนี้จะไปไหนก็ต้องขับรถ 

เที่ยวไทยไปทั้งครอบครัว 

เมื่อถามถึงสถานที่เที่ยวโปรดของครอบครัว ชาร์ล็อตเลือกร้านอาหาร Sweet Poppy ที่นนทบุรี เพราะขับรถออกจากกรุงเทพฯ ไปครึ่งชั่วโมงก็เจอร้านอาหารดีๆ ที่มีสนามเด็กเล่นในตัว ทุกอย่างสวยงาม เด็กๆ ได้สนุก แล้วพ่อแม่ก็ได้กินของอร่อย ไปทีไร ทุกคนจะมีความสุขมาก

ส่วนวันหยุดถ้าออกไปนอกเมือง นักเขียนเรื่องแม่และเด็กเลือกอัมพวาเป็นที่หนึ่งในใจ เพราะมีตลาดน้ำ มีโรงแรมริมน้ำ จะนั่งเรือเที่ยวรอบแม่กลองหรือเดินเที่ยวริมน้ำก็ได้ ไปดอนหอยหลอดก็สนุก นาเกลือก็ดี ยิ่งตอนได้เห็นร่มหุบเพราะรถไฟมา คุณแม่ลูกสามบอกว่าจะไม่มีวันลืมสีหน้าของ Céleste, Sanaa และ Franklin ที่ทึ่งสุดๆ ส่วนเด็กๆ ก็คงไม่มีวันลืมรถไฟเช่นกัน แถมระหว่างขับรถไปยังมีนาข้าวที่เปิดเป็นคาเฟ่ เด็กๆ แวะไปวิ่งเล่นรอบคันนาและนั่งชิงช้าได้ 

อยุธยาก็เหมาะกับเด็กๆ เพราะว่ามีสถานที่ประวัติศาสตร์ให้เดินเที่ยวชมมากมาย และยังมีโรงแรม Sala Ayutthaya ที่ออกแบบไว้เก๋มาก มีต้นไม้ในห้อง มีพื้นที่ให้เด็กเล่น และสระว่ายน้ำสวย

ชาร์ล็อตต์ บูร์กวน (Charlotte Burgoyne), Little Voyageurs

“การหาร้านอาหารที่เป็นมิตรกับเด็กในไทยหาได้ง่าย แล้วก็มีชิงช้าทุกที่ ซึ่งดีมากค่ะ เด็กๆ ชอบชิงช้าอยู่แล้ว แต่เหมือนที่เมืองไทยผู้ใหญ่ก็ชอบเหมือนกันใช่ไหม” คุณแม่ชาวฝรั่งเศสถามด้วยรอยยิ้ม

เติบโตผ่านการเดินทาง

การเดินทางของครอบครัวของชาร์ล็อตต์ มีทั้งแบบจำเป็นและเลือกเอง นักเขียนเรื่องท่องเที่ยวมองว่าการเดินทางเป็นเรื่องดีสำหรับเด็ก

“อย่างแรกเลย การเดินทางสอนให้เด็กอดทน รู้จักการรอ ลูกชอบถามว่า แม่ เมื่อไหร่จะถึงที่เที่ยว ลูกก็ต้องรอเพราะการเดินทางมันไกล กินข้าวในร้านอาหารก็ต้องรอ แล้วการเที่ยวก็ทำให้ลูกได้รู้จักวัฒนธรรมที่แตกต่าง เห็นบ้านที่แตกต่าง เห็นบ้านริมน้ำ เห็นคนซักผ้าริมคลอง ก็ได้รู้จักวิถีชีวิตแบบใหม่ บางทีได้ไปเล่นกับลูกเจ้าของร้านอาหาร ลูกก็ได้เพื่อนใหม่ที่ชีวิตไม่เหมือนเขา เป็นการเรียนรู้ที่สำคัญนะคะ

Little Voyageurs เว็บไซต์ท่องเที่ยวแบบแม่และเด็กของอดีตนักข่าวสงครามที่ผันตัวมาเป็นแม่บ้านลูก 3

“การเดินทางยังสร้างความทรงจำดีๆ ให้ครอบครัว เวลาเราไปนั่งดูพระอาทิตย์ตกทะเลหรือดูดาวด้วยกัน เป็นช่วงเวลาดีๆ ที่น่าจดจำกว่าวันทั่วไปที่เดี๋ยวเราก็ลืม แต่จะไม่โกหกนะคะว่ามันคือการพักผ่อน การเที่ยวกับเด็กน่ะยากมาก แล้วก็เหนื่อยมาก

“พอมีลูกแล้วตารางชีวิตจะเปลี่ยน เราจะไม่มีวันได้ทำสิ่งที่อยากทำตอนที่เราอยากทำ (หัวเราะ) ลูกฉันต้องกินข้าวตรงต่อเวลาวันละสี่รอบ ไม่งั้นจะอารมณ์เสียกันมาก ดังนั้นต้องวางแผนว่าไปเที่ยวแล้วจะกินข้าวตรงไหน แล้วถ้าลูกยังเล็กมากๆ จนต้องนอนกลางวันก็ต้องหาที่ให้ลูกนอน ต้องแบกข้าวของพวกผ้าอ้อม ของที่เตรียมไปก็มีเยอะ แล้วที่สำคัญที่สุด คือในแผนต้องมีที่หนึ่งที่มั่นใจว่าไปแล้วลูกจะมีความสุข เช่น สวนสาธารณะหรือร้านไอศกรีม ลูกจะได้ยอมไป” 

Little Voyageurs เว็บไซต์ท่องเที่ยวแบบแม่และเด็กของอดีตนักข่าวสงครามที่ผันตัวมาเป็นแม่บ้านลูก 3
Little Voyageurs เว็บไซต์ท่องเที่ยวแบบแม่และเด็กของอดีตนักข่าวสงครามที่ผันตัวมาเป็นแม่บ้านลูก 3

เคล็ดลับของคุณแม่นักเที่ยว คือต้องเผื่อวันว่างไว้ 1 วันเสมอ สำหรับพักผ่อนนอนตื่นสาย ในกรณีที่ลูกๆ ไม่ยอมนอน พ่อแม่จะได้ผลัดกันตื่นมาเฝ้าลูกและมีเวลาส่วนตัวให้ตัวเอง หรือถ้าเจอโรงแรมที่มีคลับสำหรับเด็ก ก็ให้เด็กๆ ไปเล่นเต็มที่ระหว่างที่พ่อแม่กินข้าวกันสองต่อสอง ไม่งั้นจะล้าเกินไป

เส้นทางของแม่

พอเป็นแม่คนแล้วชีวิตก็เปลี่ยน ฉันเคยไปประเทศไหนในโลกก็ได้โดยไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องกลัวอะไร แต่เดี๋ยวนี้ต้องคิดเผื่อทุกอย่าง ฉันจะไม่มีวันไปประเทศที่ระบบสาธารณสุขไม่ดีเป็นอันขาด ถ้าลูกหกล้มหัวแตกแล้วไม่เจอโรงพยาบาลที่ได้มาตราฐานจะทำยังไง ต้องมั่นใจว่าไปที่ไหนมีโรงพยาบาลดีๆ” ชาร์ล็อตต์เล่าการเติบโตฝั่งผู้ปกครอง 

คุณแม่ของเด็กวัย 6 ขวบ 4 ขวบ และ 2 ขวบ สังเกตว่าช่วงที่ลูกเล็กๆ อย่างนี้เด็กพึ่งพาพ่อแม่มาก ถ้าพ่อแม่สนุกกับการเดินทาง เขาก็ตื่นเต้นอยากเที่ยวไปด้วย 

“สำหรับฉัน ไม่มีเด็กดีกับเด็กดื้อหรอกค่ะ เด็กก็คือเด็ก บางครั้งเด็กๆ ก็ไม่อยากกินข้าวหรือไม่อยากทำบางอย่าง ซึ่งก็ต้องหาหนทางให้ทำจนได้ ช่วงเวลาที่ยากลำบากคือตอนลูกอายุสองถึงสี่ขวบ ตอนที่ลูกเริ่มดื้อ เริ่มรู้จักพูดว่าไม่ เริ่มงอแงออกฤทธิ์ ซึ่งถ้าเกิดอะไรแบบนั้นตอนเที่ยว ฉันจะรีบอุ้มลูกออกมาข้างนอกแล้วปลอบให้สงบลง ครั้งหนึ่งเรานั่งเครื่องบินไฟลต์กลางคืนแล้วลูกไม่ยอมนอนสักนาทีเดียว ฉันต้องอุ้มลูกแล้วปลอบไม่ให้ร้องด้วยการเดินไปรอบๆ เครื่องบินทั้งคืน เหนื่อยสุดๆ แต่เป็นราคาที่ยอมจ่ายเพื่อให้เราได้เดินทางด้วยกัน เวลาเที่ยวเราต้องรู้จักยืดหยุ่นบ้าง ไม่งั้นก็คงไม่มีวันได้ออกเดินทาง” มารดาของเหล่า Little Voyageurs หรือนักเดินทางตัวน้อยเอ่ยตบท้ายด้วยรอยยิ้ม

Little Voyageurs เว็บไซต์ท่องเที่ยวแบบแม่และเด็กของอดีตนักข่าวสงครามที่ผันตัวมาเป็นแม่บ้านลูก 3

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

“วันนี้ ชั้นจะมารีวิว ไม้เท้าคนแก่”

สตรีสูงวัยในคลิปวิดีโอเริ่มต้นทักทายผู้ชมทางบ้าน ก่อนจะจัดแจงแนะนำไม้เท้าแบบที่ 1 แบบมีไฟฉายที่ลูกสาวซื้อให้

นับจนถึงวันนี้ มีคนดูคลิปคุณยายรีวิวของชิ้นแรกไปแล้ว 2 แสนครั้ง จะว่าไปตัวเลขนี้เป็นตัวเลขคนดูพื้นฐานของเพจรีวิวที่ทุกคนคุ้นเคย

แต่สำหรับ คุณยายแกะกล่อง เพจน้องใหม่ซึ่งเปิดทำการได้ไม่ถึงเดือน ถือเป็นตัวเลขที่ไม่ธรรมดา

แม้จะออกอากาศได้เพียง 3 ตอน ได้แก่ รีวิวไม้เท้า รีวิวแว่นขยาย และรีวิวยาสามอย่าง แต่นั่นก็มากพอที่ทำให้ The Cloud อยากพูดคุยกับสองยายหลานแอดมินเพจคุณยายแกะกล่องถึงวิธีคิดและวิธีทำเพจรีวิวให้ออกมาสนุกสนาน และเข้าอกเข้าใจคนสูงวัย จนดูแล้วยิ้มตามไปตลอด

คุณยายปราณี อดีตครูสอนภาษาอังกฤษ แนะนำตัวกับเราว่าอีกนิดเธอจะมีอายุ 91 ปี ขัดกับภาพลักษณ์ที่เห็นตรงหน้า และความกระฉับกระเฉงขณะวางมือจากเกมทายคำตัวอักษรที่เล่นค้างไว้ตอนเช้า แล้วเดินไปหยิบข้าวของเครื่องใช้ที่ปรากฏในรายการมาเล่าให้เราฟังอีกครั้งด้วยตาที่เป็นประกายกว่าที่เห็นในจอ

นอกจากคุณยายแล้ว เราต้องยกความดีความชอบให้กับ ปัน-ปาณศานต์ พัฒนกุลชัย หลานชายวัย 23 ปี ฟรีแลนซ์กราฟิกดีไซเนอร์ และบัณฑิตจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เอาล่ะ เวรี่กู๊ด!

https://www.facebook.com/unboxingwithgrandma/videos/1801718589879566/

ตอนเริ่มทำเพจ คุณยายเป็นคนขอให้ปันมาช่วยทำ หรือปันมาขอให้คุณยายทำคะ

คุณยาย : ปันปันเขาคงเห็นว่าดิฉันรู้สึกเหงา ทั้งๆ ที่ดิฉันไม่เคยบ่นนะ เขาก็มาถามว่า ‘ทำ เพจกันมั้ย’ เพราะเห็นว่าดิฉันมีเรื่องราวมากมายที่อยากจะพูด ดิฉันรู้สึกว่าก็ดีเหมือนกันนะ เพราะเดี๋ยวนี้ดิฉันอ่านหนังสือไม่ได้ ถือเป็นความทุกข์อย่างยิ่ง เวลาว่างที่มีมันเยอะเกินไป ปกติดิฉันจะทำงานตลอด อยู่เฉยๆ ไม่ได้เลย ไม่ซ่อมเสื้อผ้า ก็ทำกับข้าว ออกไปช้อปปิ้ง และที่ชอบมากคืออ่านหนังสือ รับทำงานพิเศษแปลหนังสือบ้างนิดๆ หน่อยๆ ช่วงที่ตาไม่ดีดิฉันก็ต้องเลิกทำ

อะไรทำให้คุณปันรู้สึกว่าความเหงาของยายเป็นเรื่องสำคัญ

ปัน : ผมชอบเล่นสนุกกับคุณยายอยู่แล้ว จริงๆ ตอนที่ชวนท่านมาทำก็คิดภาพในใจไว้ว่าเราน่าจะทำเรื่องที่เป็นประโยชน์กับคนอื่นได้บ้าง ท่านเป็นเหมือนนักวิชาการในบ้าน มีความรู้เยอะมาก ดังนั้น สิ่งที่ทำออกมาจึงไม่ได้มีแค่ความสนุก แต่มีเรื่องอื่นๆ ด้วย

คนสมัยใหม่ชอบมองว่าผู้ใหญ่เข้าถึงยาก เราก็เลยอยากใช้อีโมจิเข้ามาเพื่อให้รู้สึกเข้าถึงง่ายขึ้น ต้องการจะสื่อว่าเป็นคุณยายรุ่นใหม่ เป็นคุณยายที่เข้ากับยุคสมัย ส่วนชื่อรายการ ‘คุณยายแกะกล่อง’ กล่องในความหมายแรกคือข้าวของของคุณยาย กล่องในความหมายที่สองคือประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมากว่า 90 ปี การแกะกล่องในที่นี้ก็หมายถึงกล่องความรู้ของคุณยายที่เราหยิบมาเล่าให้ฟัง จริงๆ เป็นเพราะคุณยายความจำดีด้วยแหละ

คุณยาย : ความจำดีมากไป

คุณยายแกะกล่อง
คุณยายแกะกล่อง

ใครเป็นคนเริ่มต้นเสนอไอเดียรีวิวไม้เท้าคนแก่

คุณยาย : เป็นความตั้งใจที่จะพูดถึงของใช้เล็กๆ น้อยๆ ที่จำเป็นกับผู้สูงอายุ และของใช้ที่คนสมัยใหม่ไม่ค่อยรู้จัก เช่น เรื่องฝาชี ทำไมเราต้องใช้ฝาชี และฝาชีมีกี่แบบ สนุกมากนะ

ดิฉันเริ่มคิดจากตัวดิฉันเองว่าทำไมของเหล่านี้น่าใช้ รายการตอนแรกจึงเริ่มจากของใช้ที่จำเป็นที่สุดสำหรับคนแก่ ซึ่งก็คือไม้เท้า รวมไปถึงอาจจะมีเรื่องอื่นๆ ที่ดิฉันอยากพูดถึง เช่นตอนนี้กำลังสนใจการใช้ภาษาในสมัยนี้ ดิฉันรู้สึกว่าภาษาไทยยุคหลังมีสีสันมากเกินไป เช่น ฟุตบอลใช้ฟาดแข้ง ดิฉันคิดว่าเป็นคำที่แสดงความรุนแรง อาจจะเกิดทัศนคติที่ไม่ดี ทำให้คนเข้าใจว่าความรุนแรงเป็นของธรรมดา กลายเป็นเรื่องเคยชิน จะเห็นว่าคนไทยเดี๋ยวนี้อารมณ์เสียง่าย มีเรื่องนิดหน่อยก็ขึ้นต่อสู้กัน ดิฉันถึงบอกว่าเกี่ยวข้องกับภาษาและการสื่อสาร

จริงๆ แล้วเป็นเพจที่ทำขึ้นมาเพื่อสื่อสารกับใครหรือกลุ่มไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า

คุณยาย : ดิฉันอยากให้เด็กรุ่นใหม่เห็นและเข้าใจว่าผู้สูงอายุคิดอะไรถึงทำอย่างนั้น ตอนเด็กๆ ดิฉันเองก็เคยรำคาญคนแก่และเคยนินทาในใจเหมือนกัน พอมาอายุมากเข้าเองก็ อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง

คุณยายแกะกล่อง

ย้อนกลับไปตอนที่คุณปันชวนทำเพจ ตอนนั้นงงมั้ย แล้วเข้าใจว่าเพจคืออะไร

คุณยาย : ดิฉันรู้จักนะ เพราะลูกหลานเล่นกันเรื่อยเลย ตัวเองเล่นไม่ได้เพราะมองไม่เห็น ดิฉันมองว่าคนสมัยนี้ใช้เทคโนโลยีมากเกินไป ถ้าใช้เพื่อความบันเทิงเวลาว่างจริงๆ ก็ไม่ว่า แต่ถ้าตลอดเวลาก็คงไม่ไหว ดิฉันไม่เห็นด้วย

อีกอย่างที่ไม่ชอบเพราะว่ามันทำให้คนอ่านหนังสือน้อยลง ใช้ภาษาสั้นๆ จนมันเพี้ยนทำให้เมื่อต้องเขียนจริงๆ แล้วจะมีปัญหา เมื่อก่อนเวลาอยู่ไกลกันต่างแดน ดิฉันจะจดหมายถึงบ้านทุกอาทิตย์ นั่นทำให้เราเรียนหนังสือเป็น รู้จักเรียบเรียงความคิด แต่คนสมัยนี้ใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนใหญ่ นานๆ จะได้รับโปสการ์ดจากหลานที่อยู่ต่างประเทศ

แต่รายการคุณยายอยู่ในเฟซบุ๊กนะคะ

คุณยาย : ก็ไม่เลว ถ้าเราใช้ให้เป็นประโยชน์ แต่ถ้าหากว่าใช้มากไปจนติด หรือใช้ส่งต่อเรื่องจุ๊บจิ๊บ เรื่องไม่เป็นเรื่องมันก็ไม่ดี

ไหนบอกไม่ใช้ แล้วทำไมคุณยายรู้คะว่าคนบนโซเชียลเขาคุยกันเรื่องอะไรบ้าง

คุณยาย : ดิฉันก็ฟังจากที่เขาพูดกันนี่แหละ ดิฉันคิดว่าการที่จะสร้างข่าวขึ้นมาจากคนหนึ่งคน ส่งต่อไปถึงอีกคน แล้วคนรับสารนั้นก็เชื่อและส่งต่อๆ ไป ซึ่งมันเสียหาย ดิฉันคิดว่ามันไม่เป็นธรรมกับคนที่เขาถูกกล่าวหา ดิฉันถูกสอนมาว่าอย่าเชื่อคนง่าย จะเชื่ออะไรต้องคิดให้แน่ใจดีๆ ก่อน คำแนะนำก็คือ ฟังได้นะ แต่ถ้าไม่แน่ใจอย่ากระจายข่าว คนเราไม่ควรทำร้ายกันโดยที่คนอีกฝั่งเขาตอบโต้ไม่ได้

ปาณศานต์ พัฒนกุลชัย
ปาณศานต์ พัฒนกุลชัย

การทำเพจกับคุณยายทำให้คุณต้องปรับตัวหรือวิธีการทำงานยังไงบ้าง

ปัน : นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเล่นสนุกแบบจริงจัง ก่อนหน้านี้ผมชวนยายมาแต่งตัวถ่ายรูปสำหรับทำงาน thesis สำหรับการทำรายการนั้น ตอนที่ชวนเสร็จก็ยกกล้องลงมาจัดไฟ แล้วตั้งกล้องถ่ายเลย ส่วนวิธีการทำงานร่วมกัน อย่างแรกเราคงต้องคิดว่าเขาไม่ใช่คนแก่ ปฏิบัติต่อเขาเหมือนคนที่อายุเท่ากัน ไม่ได้หมายว่าให้ไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่นะ แต่เป็นการแสดงความใส่ใจและทำให้เขารู้สึกสนุกมากขึ้น เราเองก็จะทำงานสนุกขึ้น ไม่ว่าจะเล่นหรือจริงจัง

แล้วคุณยายล่ะคะ มีวิธีเข้าหาเด็กรุ่นใหม่ยังไงบ้าง

คุณยาย: ดิฉันไม่เห็นว่าวัยเป็นเรื่องสำคัญนะ เด็กหรือผู้ใหญ่ก็เหมือนกันนะ เราอยากคุยเราก็คุย บางทีก็มากไป (หมายถึงเด็กหรือผู้ใหญ่คะ) ดิฉันนี่แหละ เขาอาจจะคิดอะไรบางอย่าง หรือมีเรื่องที่ไม่รู้ แล้วไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเราสามารถช่วยเขาได้ก็คงจะดี

คุณยายแกะกล่อง
คุณยายแกะกล่อง

แล้วคุณยายรู้จักคำวัยรุ่นๆ คำไหนบ้าง

คุณยาย : บางอย่างฟังไม่รู้เรื่อง อย่างฟรุ้งฟริ้ง ไม่รู้แปลว่าอะไร และไม่ชอบเท่าไหร่ ที่ไม่ชอบเพราะว่าราชบัณฑิตไปใส่เป็นคำศัพท์ ดิฉันรู้ว่าภาษาสแลงเปลี่ยนได้ตลอด ดังนั้น คำพวกนี้ไม่ควรนำมาบรรจุรวมไว้พจนานุกรม

พูดถึงเปิ๊ดสะก๊าดที่คนชอบมาคอมเมนต์ ทำให้นึกถึงคำที่ดิฉันใช้สมัยก่อน คนทำอะไรเปิ่นๆ เราเรียกว่า ‘เชย’ มาจากลุงเชยในเรื่อง สามเกลอ ของ ป. อินทรปาลิต สมัยนั้นเวลาขึ้นรถไฟหรือรถรางเขาจะคิดราคาตามเบาะที่นั่ง ชั้นหนึ่งจะมีเบาะ ดังนั้น เมื่อลุงเชยต้องขึ้นสามล้อแกก็เลยไม่ยอมนั่งที่เบาะ เลือกนั่งบนพื้นที่วางรองเท้าเพราะกลัวจะเสียสตางค์มาก หรืออย่างคำว่า ‘แห้ว’ มาจากเจ้าแห้วคนใช้ของเจ้าคุณปัจจนึกพินาศที่ชอบเก็บเหล้าที่เหลือของเจ้าคุณไว้กินเอง จนวันหนึ่งเจ้าคุณจับได้จึงโดนเอ็ดก็เลยอดกิน มีอีกๆ คำว่า ‘เต้ยเลย’ เดี๋ยวนี้เขาเรียกว่า ‘เจ๋ง’

รู้ตัวไหมคะว่าคำว่า ‘เวรี่กู้ด’ ที่ใช้ในคลิปน่ารักมากเลย

คุณยาย : จริงๆ ไม่ชอบให้ตัวเองพูดไทยคำอังกฤษคำหรอกนะ เวลาทำรายการจริงๆ เราไม่ได้ทำสคริปต์ไว้ล่วงหน้า บางทีมันก็หลุดออกมา ไปๆ มาๆ ปันปันเขาบอกว่าดี แต่เราก็พยายามใช้ให้น้อยที่สุด

คุณยายแกะกล่อง

อะไรคือความงดงามของการเป็นคนแก่

คุณยาย : ดิฉันสารภาพว่าดิฉันไม่ค่อยรู้สึกตัวว่าตัวเองแก่ขึ้น รู้สึกเหมือนเดิม ยังทำทุกอย่างเหมือนเดิม ตอนที่เริ่มเปลี่ยนจริงๆ คงเป็นตอนที่ตาเริ่มมองไม่ค่อยเห็น ดิฉันเลิกขับรถตอนอายุ 80 กว่าๆ แต่ก็ยังชอบเดินทางไปไหนมาไหนด้วยรถไฟฟ้าเพราะมันสะดวก ส่วนมากไปซื้อของที่เซ็นทรัลชิดลม ขึ้นรถไฟฟ้าเก่งเลยนะ แต่ลูกๆ ชอบห้าม

เมื่อก่อนดิฉันเป็นคนชอบทำอะไรเร็ว เดี๋ยวนี้พอลุกขึ้นจากที่นั่งก็ต้องเข้าเกียร์หนึ่งก่อน ถ้าเดินทันทีจะซวน เรื่องเดินเหินดิฉันก็เป็นคนเดินเร็ว เมื่อก่อนต้องใส่ส้นสูง 3 นิ้วเป็นอย่างน้อย ใส่ตั้งแต่เรียนอยู่ต่างประเทศจนกลับมาที่ไทย รู้ไหมถ้าให้เดินแข่งกับลูกศิษย์ดิฉันรับรองว่าเดินชนะ แต่พออายุมากขึ้นส้นก็ต้องเตี้ยลง คนทั่วไปไม่ค่อยรู้ว่าผู้สูงอายุใส่รองเท้าราบๆ เลยไม่ได้นะ เพราะเขารู้สึกเหมือนเดินถอยหลังตลอดเวลา

แว่นขยาย

เรื่องร่างกายที่เปลี่ยนไปและความเจ็บไข้ เป็นเรื่องใหญ่แค่ไหนของคนวัยนี้คะ

คุณยาย : ดิฉันต้องพยายามไม่เป็นทุกข์ มองโลกในแง่ดี เวลาเราเจ็บไข้ขึ้นมา คนที่เดือดร้อนมากที่สุดไม่ใช่ลูกหลาน แต่เป็นเรา เพราะฉะนั้น ต้องพยายามรักษาตัวไม่ให้เจ็บให้ไข้ วิธีง่ายๆ ก็คือ เชื่อร่างกาย เวลาเราหิวเราก็ทาน กินเมื่อร่างกายต้องการ อิ่มแล้วก็อิ่ม เดินเร็วไม่ได้ก็ต้องยอมเดินช้าๆ

จะเรียกว่าความดีหรือเปล่านะ ดิฉันเชื่อเสมอว่าเวลาจะไปไหนมาไหนอย่าให้ใครเขารู้สึกสมเพช ถึงแม้เราจะกำลังเป็นทุกข์ เราก็ไม่ต้องทำท่าทางให้คนอื่นเห็นและเดือดร้อน เวลาใครถามว่าสบายดีมั้ย เราก็จะไม่ฟูมฟาย แต่ตอบสั้นๆ แค่สบายดี เพราะไม่ต้องการให้คนที่ฟังรู้สึกเป็นทุกข์เป็นร้อนไปด้วย

ดีจังเลยค่ะ เพราะคนยุคนี้เราชอบแสดงความเศร้า ความทุกข์ ของตัวเองออกมามากมายเหลือเกิน

คุณยาย : อันนั้นมากไป

แล้วความสนุกของการเป็นคนวัยนี้ล่ะคะ

คุณยาย : แม้จะมีข้อเสียคือร่างกายไม่อำนวยให้ทำอะไรได้ดั่งใจ แต่ความสนุกของวัยนี้คือการพบปะเพื่อนฝูง นอกจากกลุ่มเพื่อน 3 กลุ่มที่พบกันทุก 1 – 2 เดือน ยังมีกลุ่มเพื่อนที่ทำงานด้วย ดิฉันชอบพบคน ชอบคุย สนุกที่จะได้พบคนแปลกหน้า ไม่นานมานี้ดิฉันไปซื้อของกับลูกสาว ระหว่างที่รอจ่ายเงิน ดิฉันก็เดินออกมารอข้างนอก ก็มีผู้หญิงฝรั่งและผู้ชายแขกเข้ามาขอถ่ายรูป คุยไปคุยมาจนรู้จักว่าเขามาจากที่ไหน แต่กิจกรรมที่สนุกมากคือการพบปะลูกหลาน อย่างน้อยต้องพบปะกินข้าวกันทุกเดือน สำหรับดิฉันการมีลูกหลานมากมายทำให้ชีวิตเรามีความหมาย

เบื้องหลังการทำงานร่วมกันของสองยายหลานแอดมินเพจ 'คุณยายแกะกล่อง' และแง่งามของความสดใสสูงวัย
เบื้องหลังการทำงานร่วมกันของสองยายหลานแอดมินเพจ 'คุณยายแกะกล่อง' และแง่งามของความสดใสสูงวัย

แล้วความว่างในวัยนี้มันเลวร้ายแค่ไหนคะ

คุณยาย : เลวร้ายมาก (ลากเสียง) นั่งๆ นอนๆ ดูละคร ดิฉันทนไม่ไหว ต้องหาอะไรทำ ชอบอะไรสนุก อย่างการเล่น Sudoku

ทุกวันนี้ ตื่นมาก็ออกกำลังกายบนเตียง ยกขา งอขา ถีบจักรยานอากาศ 40 ครั้ง ชกมวยบนฟ้าแล้วถึงจะลุกจากเตียง จากนั้นดื่มน้ำอุ่นถ้วยโตๆ เข้าห้องน้ำ อาบน้ำอาบท่า แต่งตัว ทำเตียง ลงมาทานข้าว ไข่ลวก 2 ฟอง ขนมปัง 1 – 2 แผ่น หมูทอด และมะเขือเทศ กินแบบนี้เพราะมันเร็ว ไม่ชอบกินข้าวต้มเพราะมันอ้อยอิ่ง จากนั้นกินยา วัดความดัน นั่งทำเกมปริศนาภาษาอังกฤษ เปิดวิทยุไปด้วย ดิฉันชอบฟัง 95.5 TRS รายงานจราจร มีเรื่องที่เป็นประโยชน์อยู่ ระหว่างนั้นก็นั่งทำ Sudoku อักษรไขว้ ลุกขึ้นเดินย่อยอาหาร แต่ละวันดิฉันคิดเมนูอาหารกลางวันเอง แล้วก็ถึงเวลาละครตอนบ่าย พยายามหาอะไรทำให้มากที่สุด

ในฐานะที่ผ่านโลกมาเยอะมาก คุณยายมีคำแนะนำกับคนยุคนี้ที่กำลังสิ้นหวังกับสังคม ประเทศ หรือโลกเรายังไงบ้าง

คุณยาย : ดิฉันไม่เชื่อ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมาจากตัวเราเอง ถ้าเราเห็นว่าอะไรไม่ดีเราก็ไม่ทำ หรือถ้าเห็นคนอื่นทำเราก็พยายามบอกเขา อย่าดูดาย ถ้าหากทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือมันจะดีเอง ดิฉันจึงชอบเรื่องจิตอาสา มันน่ารัก คนเราต้องไม่คิดถึงแต่ตัวเองเป็นใหญ่ แต่ต้องคิดว่าเราเป็นหนี้โลก เป็นหนี้แผ่นดิน เราเกิดมาเป็นคนอย่าให้เสียชาติเกิด ถ้าทุกคนทำแบบนี้ได้ คนที่ผิดพยายามกลับตัวเราก็ต้องอภัยให้เขา แต่ว่าเขาก็ต้องรู้สำนึกนะ

คำถามสุดท้ายแล้วค่ะ รู้สึกยังไงกับการเป็นเนทไอดอลตอนอายุ 91 ปีคะ

คุณยาย : ดิฉันไม่เป็นไอดอลหรอก คำนี้มันอาจจะมากเกินไป น่าจะเหมาะกับคนดีที่น่านับถือมากกว่า ถ้าจะเรียก เรียกคุณยายเฉยๆ ดีกว่านะ

เบื้องหลังการทำงานร่วมกันของสองยายหลานแอดมินเพจ 'คุณยายแกะกล่อง' และแง่งามของความสดใสสูงวัย
https://www.facebook.com/unboxingwithgrandma/videos/1807981839253241/
https://www.facebook.com/unboxingwithgrandma/videos/1816178218433603/

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load