“ทำไมไม่มีเว็บไซต์แนะนำที่ท่องเที่ยวทั่วโลกสำหรับแม่และเด็กเลย”

ด้วยความสงสัยบวกหัวใจรักการเดินทาง ชาร์ล็อตต์ บูร์กวน (Charlotte Burgoyne) คุณแม่ชาวฝรั่งเศสเลยก่อตั้งเว็บไซต์ Littlevoyageurs.com สื่อท่องเที่ยวสำหรับแม่และเด็กที่แนะนำการเดินทางน่ารักน่าเอ็นดูสำหรับครอบครัวที่มีลูกน้อย เมื่อครอบครัวของนักเขียนย้ายมาอยู่ประเทศไทย เธอก็แนะนำการเที่ยวเล่นในเมืองไทยผ่านสายตาแม่ต่างชาติอย่างน่ารักน่าสนใจ จนต้องขอเคาะประตูบ้านไปทำความรู้จักชาร์ล็อตต์และหนูน้อยทั้งสาม Céleste, Sanaa และ Franklin ในบ้านแสนสวยที่ชาร์ล็อตต์ตกแต่งเองด้วยแบรนด์ไทยแทบทั้งหมด

เรื่องราวของครอบครัวนักเดินทางเป็นดังนี้

Little Voyageurs เว็บไซต์ท่องเที่ยวแบบแม่และเด็กของอดีตนักข่าวสงครามที่ผันตัวมาเป็นแม่บ้านลูก 3

จากนักข่าวสงคราม สู่คุณแม่นักเขียนไกด์บุ๊กรอบโลก

ชาร์ล็อตต์ก่อตั้ง Little Voyageurs ใน ค.ศ. 2014 เมื่อมีลูกสาวคนแรก อดีตนักข่าวสงครามในเยเมนและซีเรียเขียนข่าวให้สื่อฝรั่งเศสทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ รวมถึงเขียนไกด์บุ๊กท่องเที่ยวให้สำนักพิมพ์ในฝรั่งเศส เรื่องราวพลิกผันเมื่อเธอพบรักกับสามีนักธุรกิจชาวฝรั่งเศส-อเมริกัน ที่ตะวันออกกลาง 

“ตอนแรกๆ ฉันเขียนข่าวศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยวทั่วไปในอาหรับค่ะ แต่พอสงครามเกิดขึ้น แล้วฉันเป็นนักข่าวฝรั่งเศสคนเดียวที่นั่น ก็เลยต้องรับหน้าที่รายงานข่าวสงคราม สองปีแรกฉันสนุกนะ แต่แล้วก็เริ่มรู้ตัวว่างานนี้ไม่เหมาะกับตัวเอง ฉันไม่ได้อยากออกไปเสี่ยงตายทุกวัน ฉันอยากแต่งงานมีลูกหลายๆ คน ในที่สุดพอเจอสามีแล้วสถานการณ์สงครามรุนแรงขึ้น เราเลยย้ายไปอเมริกา ฉันกลับไปเขียนเรื่องที่ถนัด คือเรื่องไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยว ฉันเริ่มท่องเที่ยวกับลูกสาวตอนเธอยังเล็กมากๆ แต่หาเว็บไซต์ดีๆ ที่มีข้อมูลเกี่ยวการท่องเที่ยวกับลูกไม่ได้ ก็เลยตั้งเว็บไซต์ขึ้นมาเอง” 

ชาร์ล็อตต์ บูร์กวน (Charlotte Burgoyne), Little Voyageurs

ชาร์ล็อตต์อธิบายว่า นิตยสารออนไลน์และออฟไลน์สำหรับแม่และเด็กก็พอมี แต่เนื้อหามักไม่ครอบคลุมพื้นที่ที่เธอเดินทางไป หรือบางประเทศก็ไม่มีแมกกาซีนสำหรับแม่และเด็กเลยสักฉบับ เวลาจะออกไปเที่ยวกับลูกสาวต้องหาข้อมูลจากตรงนั้นนิด ตรงนี้หน่อย เธอไม่พบสื่อท่องเที่ยวทั่วโลกสำหรับแม่และเด็กแบบที่ตอบโจทย์

เนื่องจากสามีของชาร์ล็อตต์ทำงานในบริษัทเกษตรกรรมระดับนานาชาติ เขาต้องเดินทางเปลี่ยนประเทศทำงานทุก 3 ปี ครอบครัวนี้จึงต้องเดินทางไปทั่วโลก จากอเมริกา แอลจีเรีย สู่ประเทศไทย ไม่ว่าย้ายประเทศไปที่ไหน ชาร์ล็อตต์จะหอบลูกๆ เดินทางสำรวจที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก และที่ช้อปปิ้ง เพื่อเขียนเรื่องราวเป็นภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส โดยแนะนำที่เที่ยวลงในโซเชียลมีเดีย รวมถึงทำหนังสือ City Guide เมืองต่างๆ เช่น บรัสเซลส์และเคปทาวน์ด้วย 

ในเว็บของชาร์ล็อตต์ยังมีคุณแม่นักเขียนภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสอีกหลายคนจากทั่วโลก ไม่ว่าอยู่ที่เม็กซิโก บัวโนสไอเรส หรือฮ่องกง ถ้าพวกเธอได้พูดคุยกันถูกคอ ชาร์ล็อตต์จะชักชวนมาเขียนแนะนำที่เที่ยวให้เพื่อนแม่ทั้งหลายได้อ่าน

ที่เที่ยวที่ดี เด็กก็สนุก พ่อแม่ก็สนุก

เป้าหมายของ Little Voyageurs คือทำให้ทั้งพ่อแม่และลูกเดินทางด้วยกัน แล้วต่างฝ่ายต่างมีความสุข ที่เที่ยวในฝันของชาร์ล็อตต์คือเป็นพื้นที่สวยงาม ออกแบบดี คำนึงถึงทั้งเด็กและผู้ปกครอง เช่น โรงแรมที่ต้อนรับเด็กเล็กๆ คาเฟ่ที่มีพื้นที่ให้เด็กเล่น

“พื้นที่ที่ออกแบบสวยๆ มักไม่คำนึงถึงเด็ก เพราะพ่อแม่มักกลัวการพาเด็กเล็กไปที่แบบนั้น กลัวเด็กๆ เสียงดังโวยวาย วิ่งไปวิ่งมา ทำผู้ใหญ่อารมณ์เสีย แต่ว่ามันไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นเสมอไป ฉันพาลูกไปเที่ยวด้วยตลอด เช่น ร้านคอนเซปต์สโตร์เปิดใหม่ ร้านกาแฟดีๆ ฉันอยากพิสูจน์ว่าเราพาลูกไปได้เกือบทุกที่ เลยพยายามลูกไปลองที่ใหม่ๆ ที่สวยและเป็นมิตรกับเด็ก”

ชาร์ล็อตต์ บูร์กวน (Charlotte Burgoyne), Little Voyageurs

จากการไปใช้ชีวิตในหลายประเทศ ชาร์ล็อตต์บอกว่าเมืองไทยต้อนรับเด็กเล็กดีมาก คนไทยชอบเด็กและครอบครัวที่มีเด็กเล็กก็พาลูกไปไหนต่อไหนได้อิสระ ขณะที่ในยุโรปและอเมริกา การพาลูกไปสถานที่สวยๆ งามๆ ยากกว่ามาก เพราะบางที่ไม่ต้อนรับเด็กเลยสักนิด โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างปารีส ร้านอาหารไม่ชอบครอบครัวใหญ่ที่มีรถเข็นเด็กขวางทาง แขกในร้านก็มักหงุดหงิดมากๆ หากมีเด็กร้องไห้ระหว่างทานอาหาร 

“พ่อแม่ควรได้ท่องเที่ยวที่สวยงามและสนุกด้วย ไม่ใช่แค่เด็กๆ สนุก การออกแบบสถานที่เที่ยวสำหรับครอบครัวควรคำนึงถึงความคาดหวังของทั้งสองฝ่ายนะคะ ควรมีกิจกรรมให้ทั้งสองฝ่ายมีอะไรทำอย่างสมดุล แต่ไม่ใช่ทำด้วยกันตลอดเวลา สมมติว่ามีสนามเด็กเล่นที่ออกแบบสวยสุดๆ ลูกสนุกมาก แต่เก้าอี้นั่งรอของพ่อแม่ไม่มีพนักพิง เอาไว้ให้ดูลูกเฉยๆ ไม่มีที่ให้อ่านหนังสือ เล่นมือถือ กินกาแฟ แบบนี้ฉันก็ไม่สนุกเลย”

Little Voyageurs เว็บไซต์ท่องเที่ยวแบบแม่และเด็กของอดีตนักข่าวสงครามที่ผันตัวมาเป็นแม่บ้านลูก 3

ตัวอย่างที่ท่องเที่ยวโปรดของเธอในอดีตคือ Golden Gate Park ที่ซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่และทะเลสาบให้ทั้งครอบครัวได้เดินเล่นและสำรวจธรรมชาติ ส่วนที่ไมอามี ชาร์ล็อตต์ชอบโรงแรมที่ตกแต่งด้วยไม้และทาสีขาวล้วนชื่อ 1 Hotel South Beach ที่สุด เพราะรสนิยมสวยงามทุกสิ่ง และมีคลับสำหรับเด็กให้เด็กๆ เรียนวิธีทำอาหารเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังมี Wynwood ย่านสร้างสรรค์ที่มีศิลปะกราฟฟิตี้ทุกที่เหมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง และมีร้านอาหารกับคาเฟ่ดีงามมากมาย แถมทางเดินก็สะดวก เข็นรถเข็นเด็กได้ลื่นสบาย 

คุณแม่ลูกสามสรุปว่าสิ่งที่คนเป็นแม่ต้องการ คือการได้ใช้เวลาดีๆ ร่วมกับลูก ทำให้ลูกมีความสุข และตัวเองก็อยากรู้สึกสบาย อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยด้วย 

กรุงเทพฯ สำหรับแม่และเด็ก 

“กรุงเทพฯ มีทุกอย่างหลากหลาย ทั้งอาหารและที่เที่ยวมากกว่าที่ที่ฉันเคยอยู่ มีสตรีทฟู้ดไปจนถึงอาหารแฟนซีหรูหรา มีอาหารหลากหลายมากๆ มีคาเฟ่เยอะแยะ เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไม่กี่ชั่วโมงก็ได้ไปต่างจังหวัด ไปดูช้าง ไปทะเล ที่สำคัญมีสามล้อ ลูกๆ ฉันชอบรถตุ๊กตุ๊กมาก ได้นั่งทีไรดีใจเหมือนได้ไปเที่ยวสนามเด็กเล่น”

ชาร์ล็อตต์ บูร์กวน (Charlotte Burgoyne), Little Voyageurs

ชาร์ล็อตเล่ามุมมองของแม่ที่มีลูกเล็กให้ฟัง ท่ามกลางข้อดีมากมาย สิ่งที่เธอคิดว่าควรปรับปรุงมากๆ คือทางเท้า ถ้าทางเท้าเรียบและกว้างพอให้เข็นรถเข็นเด็กได้จะดีมาก และถ้ามีพื้นที่สีเขียวมากขึ้นก็ยิ่งดี จะได้ได้เดินเท้าไปสวนกัน เพราะชาวยุโรปมีนิสัยชอบเดิน ตอนนี้จะไปไหนก็ต้องขับรถ 

เที่ยวไทยไปทั้งครอบครัว 

เมื่อถามถึงสถานที่เที่ยวโปรดของครอบครัว ชาร์ล็อตเลือกร้านอาหาร Sweet Poppy ที่นนทบุรี เพราะขับรถออกจากกรุงเทพฯ ไปครึ่งชั่วโมงก็เจอร้านอาหารดีๆ ที่มีสนามเด็กเล่นในตัว ทุกอย่างสวยงาม เด็กๆ ได้สนุก แล้วพ่อแม่ก็ได้กินของอร่อย ไปทีไร ทุกคนจะมีความสุขมาก

ส่วนวันหยุดถ้าออกไปนอกเมือง นักเขียนเรื่องแม่และเด็กเลือกอัมพวาเป็นที่หนึ่งในใจ เพราะมีตลาดน้ำ มีโรงแรมริมน้ำ จะนั่งเรือเที่ยวรอบแม่กลองหรือเดินเที่ยวริมน้ำก็ได้ ไปดอนหอยหลอดก็สนุก นาเกลือก็ดี ยิ่งตอนได้เห็นร่มหุบเพราะรถไฟมา คุณแม่ลูกสามบอกว่าจะไม่มีวันลืมสีหน้าของ Céleste, Sanaa และ Franklin ที่ทึ่งสุดๆ ส่วนเด็กๆ ก็คงไม่มีวันลืมรถไฟเช่นกัน แถมระหว่างขับรถไปยังมีนาข้าวที่เปิดเป็นคาเฟ่ เด็กๆ แวะไปวิ่งเล่นรอบคันนาและนั่งชิงช้าได้ 

อยุธยาก็เหมาะกับเด็กๆ เพราะว่ามีสถานที่ประวัติศาสตร์ให้เดินเที่ยวชมมากมาย และยังมีโรงแรม Sala Ayutthaya ที่ออกแบบไว้เก๋มาก มีต้นไม้ในห้อง มีพื้นที่ให้เด็กเล่น และสระว่ายน้ำสวย

ชาร์ล็อตต์ บูร์กวน (Charlotte Burgoyne), Little Voyageurs

“การหาร้านอาหารที่เป็นมิตรกับเด็กในไทยหาได้ง่าย แล้วก็มีชิงช้าทุกที่ ซึ่งดีมากค่ะ เด็กๆ ชอบชิงช้าอยู่แล้ว แต่เหมือนที่เมืองไทยผู้ใหญ่ก็ชอบเหมือนกันใช่ไหม” คุณแม่ชาวฝรั่งเศสถามด้วยรอยยิ้ม

เติบโตผ่านการเดินทาง

การเดินทางของครอบครัวของชาร์ล็อตต์ มีทั้งแบบจำเป็นและเลือกเอง นักเขียนเรื่องท่องเที่ยวมองว่าการเดินทางเป็นเรื่องดีสำหรับเด็ก

“อย่างแรกเลย การเดินทางสอนให้เด็กอดทน รู้จักการรอ ลูกชอบถามว่า แม่ เมื่อไหร่จะถึงที่เที่ยว ลูกก็ต้องรอเพราะการเดินทางมันไกล กินข้าวในร้านอาหารก็ต้องรอ แล้วการเที่ยวก็ทำให้ลูกได้รู้จักวัฒนธรรมที่แตกต่าง เห็นบ้านที่แตกต่าง เห็นบ้านริมน้ำ เห็นคนซักผ้าริมคลอง ก็ได้รู้จักวิถีชีวิตแบบใหม่ บางทีได้ไปเล่นกับลูกเจ้าของร้านอาหาร ลูกก็ได้เพื่อนใหม่ที่ชีวิตไม่เหมือนเขา เป็นการเรียนรู้ที่สำคัญนะคะ

Little Voyageurs เว็บไซต์ท่องเที่ยวแบบแม่และเด็กของอดีตนักข่าวสงครามที่ผันตัวมาเป็นแม่บ้านลูก 3

“การเดินทางยังสร้างความทรงจำดีๆ ให้ครอบครัว เวลาเราไปนั่งดูพระอาทิตย์ตกทะเลหรือดูดาวด้วยกัน เป็นช่วงเวลาดีๆ ที่น่าจดจำกว่าวันทั่วไปที่เดี๋ยวเราก็ลืม แต่จะไม่โกหกนะคะว่ามันคือการพักผ่อน การเที่ยวกับเด็กน่ะยากมาก แล้วก็เหนื่อยมาก

“พอมีลูกแล้วตารางชีวิตจะเปลี่ยน เราจะไม่มีวันได้ทำสิ่งที่อยากทำตอนที่เราอยากทำ (หัวเราะ) ลูกฉันต้องกินข้าวตรงต่อเวลาวันละสี่รอบ ไม่งั้นจะอารมณ์เสียกันมาก ดังนั้นต้องวางแผนว่าไปเที่ยวแล้วจะกินข้าวตรงไหน แล้วถ้าลูกยังเล็กมากๆ จนต้องนอนกลางวันก็ต้องหาที่ให้ลูกนอน ต้องแบกข้าวของพวกผ้าอ้อม ของที่เตรียมไปก็มีเยอะ แล้วที่สำคัญที่สุด คือในแผนต้องมีที่หนึ่งที่มั่นใจว่าไปแล้วลูกจะมีความสุข เช่น สวนสาธารณะหรือร้านไอศกรีม ลูกจะได้ยอมไป” 

Little Voyageurs เว็บไซต์ท่องเที่ยวแบบแม่และเด็กของอดีตนักข่าวสงครามที่ผันตัวมาเป็นแม่บ้านลูก 3
Little Voyageurs เว็บไซต์ท่องเที่ยวแบบแม่และเด็กของอดีตนักข่าวสงครามที่ผันตัวมาเป็นแม่บ้านลูก 3

เคล็ดลับของคุณแม่นักเที่ยว คือต้องเผื่อวันว่างไว้ 1 วันเสมอ สำหรับพักผ่อนนอนตื่นสาย ในกรณีที่ลูกๆ ไม่ยอมนอน พ่อแม่จะได้ผลัดกันตื่นมาเฝ้าลูกและมีเวลาส่วนตัวให้ตัวเอง หรือถ้าเจอโรงแรมที่มีคลับสำหรับเด็ก ก็ให้เด็กๆ ไปเล่นเต็มที่ระหว่างที่พ่อแม่กินข้าวกันสองต่อสอง ไม่งั้นจะล้าเกินไป

เส้นทางของแม่

พอเป็นแม่คนแล้วชีวิตก็เปลี่ยน ฉันเคยไปประเทศไหนในโลกก็ได้โดยไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องกลัวอะไร แต่เดี๋ยวนี้ต้องคิดเผื่อทุกอย่าง ฉันจะไม่มีวันไปประเทศที่ระบบสาธารณสุขไม่ดีเป็นอันขาด ถ้าลูกหกล้มหัวแตกแล้วไม่เจอโรงพยาบาลที่ได้มาตราฐานจะทำยังไง ต้องมั่นใจว่าไปที่ไหนมีโรงพยาบาลดีๆ” ชาร์ล็อตต์เล่าการเติบโตฝั่งผู้ปกครอง 

คุณแม่ของเด็กวัย 6 ขวบ 4 ขวบ และ 2 ขวบ สังเกตว่าช่วงที่ลูกเล็กๆ อย่างนี้เด็กพึ่งพาพ่อแม่มาก ถ้าพ่อแม่สนุกกับการเดินทาง เขาก็ตื่นเต้นอยากเที่ยวไปด้วย 

“สำหรับฉัน ไม่มีเด็กดีกับเด็กดื้อหรอกค่ะ เด็กก็คือเด็ก บางครั้งเด็กๆ ก็ไม่อยากกินข้าวหรือไม่อยากทำบางอย่าง ซึ่งก็ต้องหาหนทางให้ทำจนได้ ช่วงเวลาที่ยากลำบากคือตอนลูกอายุสองถึงสี่ขวบ ตอนที่ลูกเริ่มดื้อ เริ่มรู้จักพูดว่าไม่ เริ่มงอแงออกฤทธิ์ ซึ่งถ้าเกิดอะไรแบบนั้นตอนเที่ยว ฉันจะรีบอุ้มลูกออกมาข้างนอกแล้วปลอบให้สงบลง ครั้งหนึ่งเรานั่งเครื่องบินไฟลต์กลางคืนแล้วลูกไม่ยอมนอนสักนาทีเดียว ฉันต้องอุ้มลูกแล้วปลอบไม่ให้ร้องด้วยการเดินไปรอบๆ เครื่องบินทั้งคืน เหนื่อยสุดๆ แต่เป็นราคาที่ยอมจ่ายเพื่อให้เราได้เดินทางด้วยกัน เวลาเที่ยวเราต้องรู้จักยืดหยุ่นบ้าง ไม่งั้นก็คงไม่มีวันได้ออกเดินทาง” มารดาของเหล่า Little Voyageurs หรือนักเดินทางตัวน้อยเอ่ยตบท้ายด้วยรอยยิ้ม

Little Voyageurs เว็บไซต์ท่องเที่ยวแบบแม่และเด็กของอดีตนักข่าวสงครามที่ผันตัวมาเป็นแม่บ้านลูก 3

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

ติดตามเพจสะใภ้ต่างชาติมาก็ตั้งเยอะ ดูคอนเทนต์คนไทยในต่างแดนมาก็ตั้งมาก 

แต่ยังไม่เคยเจอใครที่เป็นเหมือน บรีม-ศิริพร มัจฉิม เจ้าของเพจ ‘สะใภ้ไชน่า’ สักที

ไม่จำเป็นต้องขายชีวิตสวยหรูหรือความสำเร็จอันยากจะเอื้อมถึง เธอกลับเลือกขายเรื่องราวในชีวิตประจำวัน ผสมผสานความฮาแบบไร้สคริปต์ (ที่เจ้าตัวขอแย้งว่า ตัวเองเป็นคนจริงจังในชีวิต) พร้อมสอดแทรกสาระความรู้ที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับประเทศจีนมาก่อน ตั้งแต่เรื่องสังคม วัฒนธรรม ยันการเมืองในแบบฉบับย่อยง่าย

ฤกษ์ดี เรามีโอกาสได้พูดคุยกับบรีม จึงอยากอาสาพาเพื่อนนักอ่านไปส่องว่าซ้อจากแดนมังกรคนนี้ ผ่านร้อนผ่านหนาวอะไรมา จนมีผู้ติดตามมากถึง 9 แสนกว่าคนใน TikTok 

นี่ยังไม่นับรวมแพลตฟอร์มอื่น ๆ

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

จับพลัดจับผลูเรียนจีน

ย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน บรีมเป็นเพียงเด็กสาวชาวเหนือจากจังหวัดพิจิตรคนหนึ่ง เติบโตมาอย่างเรียบง่ายท่ามกลางความรักและความอบอุ่นของพ่อ แม่ และน้องอีก 2 คน

เมื่อก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม เธอนิยามตัวเองว่าเป็นเด็กหน้าห้อง งานแข่งขันเชิงวิชาการน้อยใหญ่จึงเป็นเหมือนของคู่กันกับตัวเธอในตอนนั้น

“เรารู้สึกว่าการเรียนคือการแข่งขันตลอดเวลา การเรียนก็เหมือนกับการเล่นเกม พอเราได้ที่หนึ่งตลอด พ่อแม่มีความสุข เราก็สนุกและมีความสุขด้วยเหมือนกัน”

ด้วยความที่บรีมเป็นเด็กเรียนดี เธอจึงได้รับคัดเลือกให้เข้าเรียนห้อง SMAT (ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม) ต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 

“ตอนนั้นโรงเรียนบังคับให้เลือกเรียนภาษาที่ 3 มีภาษาจีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เพื่อนเราไปลงเรียนญี่ปุ่นกันหมด แล้วฝรั่งเศสคนก็ลงเต็มหมดเหมือนกัน เราเลยเรียนภาษาจีนก็ได้

“จำได้เลยว่าทั้งห้องเรามีอยู่ 3 คนที่ลงเรียนจีน คือเป็นภาษาที่ไม่ค่อยมีคนเลือก เพราะสมัยนั้นไม่ค่อยมีใครรู้อะไรเกี่ยวกับประเทศจีนหรือภาษาจีนเลย”

ทว่าเมื่อลองเรียนจริง เธอกลับพบความงดงามอย่างคาดไม่ถึง ด้วยตัวอักษรจีนเป็นตัวอักษรภาพ กอปรกับเธอชื่นชอบการวาดรูปอยู่เป็นทุนเดิม ทำให้ภาษาและวัฒนธรรมจีนแทรกซึมเข้าไปอยู่ในใจเธอได้ไม่ยากนัก

อย่างน้อย แดนมังกรก็ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ไกลเกินตัวบรีมอีกต่อไป

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

จากร้ายกลายเป็นรัก

ก่อนชีวิตของบรีมจะพลิกผันในช่วงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนการศึกษาต่อในชั้นอุดมศึกษา

“พ่อกับแม่เราแยกทางกัน หลังจากนั้นแม่ก็ว่างงาน จากที่เราเคยมีทุกอย่าง มีแม่บ้าน มีพี่เลี้ยง กลายเป็นว่าเราไม่มีอะไรเลย 

“จากที่ตั้งใจว่าจะเรียนเภสัช เรียนแพทย์ เราเลยไปเข้าร่วมโครงการขอทุนเรียนดีของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่แทน แล้วเลือกคณะรัฐศาสตร์ เอกการเมืองและการปกครอง เพราะตอนนั้นอินเรื่องการเมืองช่วงรัฐประหาร พ.ศ. 2549 ด้วย เป็นช่วงที่ผลัดเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย ๆ”

ใครจะรู้ว่าการตัดสินใจเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ในครั้งนั้น ทำให้เธอได้พบกับหนุ่มชาวจีนที่มาเรียนภาษาไทยอยู่ที่เดียวกัน ก่อนความสัมพันธ์แบบคนรู้จักจะพัฒนาเป็นคนรัก

“มีหลายเหตุการณ์ให้เราได้เจอกันบ่อย ๆ เรารับบทเป็นล่ามให้เขา อย่างเวลาเขาจะไปเที่ยวก็มาชวนว่า ไปด้วยกันไหม เราก็ติดสอยห้อยตามไปเที่ยวกับเพื่อนด้วย”

เมื่อความรักสุขงอม จึงได้เวลาของการแต่งงานและลงหลักปักฐานอยู่ที่เมืองจีน

ณ ดินแดนมังกรแห่งนี้เอง ที่เพจสะใภ้ไชน่าถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

สะใภ้ไชน่า

“ตอนนั้นเรามาบ้านสามีครั้งแรก แล้วอยู่ยาวเดือนหนึ่งโดยที่ไม่ได้ทำงาน เลยคิดว่าจะต้องเหงามากแน่ ๆ เพราะปกติเป็นคนพูดเก่ง เพื่อนก็เยอะ”

ซ้อจีนหน้าใหม่จึงเริ่มเปิดเพจ Facebook สะใภ้ไชน่าตั้งแต่ช่วง พ.ศ. 2560 – 2561 เป็นต้นมา

แล้วชื่อสะใภ้ไชน่าได้มายังไง – เราโยนคำถาม

“เราไลฟ์คุยกับลูกเพจแล้วช่วยกันตั้ง ตอนนั้นยังไม่มีสะใภ้อะไรเลย ไม่มีสะใภ้จีน สะใภ้เกาหลี เราเลยตั้งเป็นชื่อสะใภ้ แล้วต่อด้วยไชน่า ให้มันคล้องจองกันด้วย” 

คอนเทนต์ในช่วงแรกเริ่มของเพจเน้นไปที่การนำเสนอไลฟ์สไตล์ ให้ลูกเพจได้เห็นมุมมองการใช้ชีวิตของเธอในฐานะคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างแดน

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

สำหรับบรีมแล้ว ‘เพจ’ จึงเป็นเหมือน ‘บันทึกความทรงจำและเรื่องราวในชีวิตประจำวัน’ 

ถึงแม้ในตอนนั้นยอดผู้ติดตามจะอยู่ที่ประมาณ 500 – 600 คน แต่เธอก็ไม่เคยย่อท้อ เพราะถือคติว่า ถ้าทำอะไรแล้วเธอจะทำมันให้ออกมาดีที่สุด

ก่อนที่ระยะหลังเธอเริ่มหันความสนใจมาที่การแชร์ รวมถึงนำข่าวคราวความเคลื่อนไหวในจีน ทั้งเรื่องสังคมและการเมือง มาแปลให้แฟน ๆ ได้ติดตามกัน

จนมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเพจสะใภ้ไชน่ากลายเป็นสนามถกเถียงอันดุเดือดระหว่างลูกเพจด้วยกันเอง แทนที่จะเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความเห็นอย่างสร้างสรรค์อย่างที่เธอตั้งใจไว้

“เรื่องมันเกิดจากที่เราไปแปลข่าวซึ่งเป็นประเด็นร้อนแรงในจีน คือ ตอนนั้นจีนบริจาคหน้ากากอนามัยให้ไทย ช่วงที่เราขาดแคลนหน้ากาก แต่ในขณะเดียวกันไทยก็มีข่าวว่าส่งออกหน้ากากอนามัยให้อเมริกา 

“ทีนี้เลยเกิดความเข้าใจผิดขึ้น เพราะดันเป็นช่วงไทม์ไลน์ที่ต่อเนื่องกันพอดี เราก็แปลคอนเมนต์ชาวเน็ตจีนว่าเขาคิดยังไง มีคนมาคอมเมนต์ว่า อย่างนี้ไม่น่าช่วยแล้ว ครั้งหน้าฉันจะไม่ไปประเทศไทยแล้ว”

ซึ่งเจตนาที่แท้จริงของบรีม คือการเป็นสื่อกลางส่งต่อข่าวที่เป็นประโยชน์กับคนอื่นให้เข้าใจเกี่ยวกับประเทศจีนมากขึ้นเท่านั้นเอง

ทว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอตัดสินใจห่างหายจากการทำเพจไประยะหนึ่ง เพราะรู้สึกเหมือนตนส่งต่อพลังงานลบให้แก่ลูกเพจโดยไม่ได้ตั้งใจ

Nihao Naohi

1 ปีให้หลัง บรีมตัดสินใจกลับมาเดินหน้าทำเพจอีกครั้ง และขยับขยายพื้นที่คอนเทนต์ไปยัง YouTube เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และเป็นช่องทางในการทำรายได้เสริม แต่ยังคงความเป็นบันทึกเรื่องราวชีวิตของเธอในประเทศจีนไว้ดังเดิม

ก่อนจะเปลี่ยนมาอัปเดตคอนเทนต์ถี่ขึ้นใน TikTok อย่างที่เราเห็นทุกวันนี้แทน 

“พอเรามีลูก สมาธิมันสั้น โฟกัสอะไรนาน ๆ ไม่ได้ ตอนคลอดลูกก็หายไปอีก 2 – 3 เดือน เราเป็นซึมเศร้าหลังคลอดด้วย ทีนี้เลยลองมาเล่น TikTok แล้วลงคลิปไป 15 วินาที 1 นาทีบ้าง”

ด้วยข้อจำกัดของเวลาว่างที่ลดน้อยลง จากการที่เธอสวมหมวกเจ้าของธุรกิจบราปีกนกอีกใบหนึ่ง การตัดสินใจในครั้งนี้นับว่าถูกทีเดียว

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน
‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

การกลับมาครั้งนี้ของบรีม ยังมาพร้อมกับคอนเทนต์ย่อยง่ายแนวไลฟ์สไตล์คล้ายกับตอนเธอเริ่มทำเพจในช่วงแรก เพราะเธอตระหนักได้ถึงเรื่อง Hate Speech และคิดว่าอยากทำคอนเทนต์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น

“เราอยากแชร์เรื่องราวในแบบเบาสมอง ให้คนเข้าใจวัฒนธรรม เข้าใจคนจีน โดยที่เราไม่ได้อ้างทฤษฎีเหมือนตอนทำเรื่องการเมือง เพราะพอเรารู้ มันมีคนรู้ลึกกว่านั้นอีก รีเสิร์ชหนักมาก แล้วเราก็ปวดหัวกับสิ่งพวกนี้ เลยไม่อยากเจาะลึกอะไรแล้ว 

“เพราะบางคนเขาเลิกงานมา เขาไม่ได้อยากรู้อะไรลึก ๆ เขาแค่ต้องการความสบายใจ ต้องการอะไรที่มันสนุกสนานบ้าง”

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

เราอดสงสัยไม่ได้ว่า คอนเทนต์ไหนกันที่ทำให้คนหันมาสนใจสะใภ้ไชน่ามากขึ้น

“คลิปแรกที่ถ่ายแฟนเรา ตอนนั้นเขาเดินไปซื้อขนมปังให้ เราก็เลยถ่ายนางเดิน แล้วเป็นช่วงเพลง I JUST WANNA PEN FAN YOU DAI BOR ? กำลังแมส เราก็ใส่เพลงนั้นไป พร้อมกับข้อความว่า ‘ข้อดีของการมีแฟนคนจีนมีอะไรบ้าง’ ก็ไล่เป็นข้อ ๆ หนึ่ง มีความรับผิดชอบสูง สอง มีความเป็นผู้นำ สาม ขยันทำงาน วางแผนการเงินดี สี่ สายเปย์ ห้า ผิวดีมาก 

“คนก็เออใช่ จริงด้วย อยากมีแฟนเป็นคนจีน” บรีมหัวเราะ

“แล้วมีคนถามว่ามีข้อเสียไหม เราก็ทำอีกคลิปหนึ่งเป็นข้อเสียของการมีแฟนคนจีน”

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน

หลังจากลงคลิปนั้น คอนเทนต์น้อยใหญ่ต่างทยอยเกิดขึ้นมากมายในช่องของบรีม เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาสำรวจแดนมังกรไปด้วยกัน 

ในขณะเดียวกัน การอาศัยอยู่ในต่างประเทศและทำคอนเทนต์เปิดโลกของสะใภ้ไชน่าคนนี้ อย่างเรื่องความแตกต่างทางวัฒนธรรม ที่ทำให้เธอต้องปรับตัวไม่มากก็น้อยทีเดียว เช่น ภาษาท้องถิ่นที่เธอไม่คุ้นชินนัก ทำให้ต้องใช้ภาษาท่าเข้าช่วยในระยะแรก อาหารจีนที่รสชาติไม่ได้จัดจ้านเท่าไทย หรือแม้แต่การบริการของพนักงานจีนที่แทบจะไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้ามากนัก เพราะมีเทคโนโลยีสะดวกครบครัน ตั้งแต่ QR Code สแกนเมนูยันหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร

ความธรรมดาแสนพิเศษ

หากถามว่าเสน่ห์ความเป็นสะใภ้ไชน่าคืออะไร บรีมตอบเราสั้น ๆ แค่ว่า – ไม่มี

“เราไม่คิดว่าเพจเรามีจุดเด่นอะไรเลย เราเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่คนเก่งหรือโดดเด่นอะไร นี่คือความธรรมดาที่ทุกคนก็เป็นบรีมได้เหมือนกัน อย่างน้อยเป้าหมายในการทำคลิปของเรามี 2 เรื่อง คือ ถ้าคุณไม่ได้ความบันเทิง คุณก็จะได้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยกลับไป

“คนที่ติดตามเรา เขาจะชอบพูดว่าคุณบรีมเก่งจัง ไม่เหมือนสะใภ้คนอื่นเลย แต่บางคนปลูกผักอย่างสวย ทำอาหารอย่างเก่ง ซึ่งเราไม่มีคุณสมบัติอะไรแบบนั้น”

‘สะใภ้ไชน่า’ TikToker ที่มัดใจคนดูด้วยเรื่องจีน ๆ ฉบับย่อยง่าย จนมีผู้ติดตามเหยียบล้าน
สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

จุดขายของสะใภ้ไชน่าจึงไม่ใช่คอนเทนต์ที่โดดเด่นพิเศษกว่าใคร หรือโชว์เรื่องราวความสำเร็จในชีวิต แต่เป็นความตลกธรรมชาติของบรีม รวมถึงความอบอุ่นเป็นกันเองเหมือนเพื่อนที่มาตั้งวงสนทนาพาทีกัน

ถ้ายังไม่เห็นภาพ เราขอเสิร์ฟตัวอย่างคอนเทนต์ที่เธอทำไว้เป็นน้ำจิ้มให้นักอ่านได้ลิ้มลอง

1. อาหาร ใครติดภาพจำว่าอาหารจีนต้องเผ็ดกินแล้วลิ้นชา เหมือนทานหม่าล่า คลิปนี้บรีมมาไขความลับให้ได้รู้กันว่า อาหารจีนไม่ได้เผ็ดไปทั้งหมด อย่างมณฑลเจ้อเจียงที่เธออาศัยอยู่นั้น อาหารเรียกได้ว่าจืดกว่าที่เธอคิดไว้มาก ขนาดปลานึ่งยังใส่เพียงขิงเท่านั้นเอง

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

อาหารท้องถิ่นเจ้อเจียง ประเทศจีน

2. สถานที่ท่องเที่ยว บรีมอาสาพาทัวร์พระราชวังต้องห้ามจำลอง สอดแทรกเกร็ดความรู้ที่ทำเอาเราถึงกับตกใจ เมื่อได้รู้ว่านางสนมสมัยก่อน หากไม่เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ จะถูกพาไปทำแท้ง บางทีถึงขั้นใช้วิธีการขูดมดลูกเลยทีเดียว

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

พระราชวังจีนที่คนไม่ค่อยได้เห็น

3. มุมมองเรื่องความหลากหลายทางเพศ แม้ว่าประเด็น LGBTQ+ เริ่มเปิดกว้างมากขึ้นในเมืองใหญ่ ๆ ของจีน เช่น เซินเจิ้น เซี่ยงไฮ้ โดยเฉพาะในสายตาคนรุ่นใหม่ แต่ในแถบชนบทยังปิดกั้นอยู่พอสมควร แม้แต่ในภาษายังมีการใช้คำว่า 人妖 (เหรินเยา) แปลว่า ปีศาจที่เป็นคน เพื่อเรียกคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ รวมถึงรัฐบาลก็ยังไม่สนับสนุนผู้ชายหน้าหวานแต่งกายแบบหญิง

อย่างไรก็ดี บรีมเข้าใจว่าสาเหตุอาจเกิดจากความที่จีนเป็นสังคมใหญ่และมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5,000 ปี แต่คิดว่าอีกไม่นานน่าจะผ่อนคลายเรื่องกฎพวกนี้ เพราะในปัจจุบันก็เริ่มมีการสร้างห้องน้ำ Unisex ตามปั๊มและจุดพักรถต่าง ๆ แล้ว

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

คนจีนคิดยังไงกับ LGBT

4. นโยบายลูก 3 คน บรีมชวนเราขบคิดถึงนโยบายลูกคนเดียวของจีน ที่ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนเป็นนโยบายลูก 3 คน เนื่องจากสมัยนี้คนไม่นิยมการมีบุตร ทำให้อัตราการเกิดลดลงมาก ด้วยความที่จีนเป็นสังคมคอมมิวนิสต์ ทุกคนจึงมี Mindset ที่ว่าต้องทำเพื่อส่วนรวม ให้มีแรงงานมาพัฒนาประเทศชาติต่อไป

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

ประเทศจีนมีลูกได้สามคนแล้ว

จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน

จากการทำเพจสะใภ้ไชน่าในวันแรกจนถึงวันนี้ ความสุขของบรีมยังคงเป็นการได้ไล่อ่านคอมเมนต์ลูกเพจที่เธอเรียกว่า ‘เพื่อน’ ส่งเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

“พอทำเพจ มันไม่เหมือนกับว่าเรายืนอยู่บนสปอตไลต์แล้วมีคนมองมา ไม่ได้รู้สึกแบบนั้น ถ้าจะเป็นแบบนั้นคงต้องเป็นเพจที่มีความรักชู หรือมีชีวิตธรรมดาที่ไม่เหมือนคนอื่น 

“แต่เหมือนเรากำลังยืนอยู่ในพื้นที่ที่มีเพื่อน ๆ ยืนอยู่ด้วยกันเต็มไปหมด แล้วเม้ามอยเรื่องเดียวกันได้ ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไร” บรีมย้ำ

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม

ด้วยความที่อยากสร้างรอยยิ้มและมวลความสนุกในแต่ละวัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมสะใภ้ไชน่าถึงมักอัปโหลดคลิปใหม่ ๆ ในช่วงเย็นวันธรรมดาหลังคนเลิกเรียนหรือเลิกงาน และช่วงสายของวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นเวลาที่คนส่วนใหญ่เริ่มทยอยลุกจากเตียง

ไม่เพียงแต่ความสุขที่บรีมได้รับจากคอมมูนิตี้ที่เธอและลูกเพจร่วมกันสร้างขึ้น เธอยังได้รู้จักตัวตนของตัวเอง และเข้าใจคนอื่นมากขึ้นด้วย

“เราได้รู้ว่าเราไม่ได้ชอบที่จะเสพพลังงานลบตลอดเวลา ที่สำคัญคือ เรารู้จักรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองและสังคมมากขึ้น”

หากกล่าวถึงทิศทางในอนาคตของเพจ บรีมยังคงจะทำคอนเทนต์ในแนวที่ทำอยู่ให้ดีต่อไป เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเติมพลังชีวิตให้กับใครต่อใคร

“เราอยากให้เขารู้สึกว่าต้องไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรในชีวิต เราว่าต้องมีทางออก แล้วถ้าพื้นที่ตรงนั้นมันไม่ใช่ของเรา เราก็แค่เดินไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเจอสิ่งที่ใช่

“แล้วตอนนี้เราเพิ่งกลับมาไทยในรอบ 3 ปี ในอนาคตก็อยากจะทำเป็น Vlog พาไปตระเวนชิมอาหารตามที่ต่าง ๆ เพราะเรามีแพลนไปตะลอนเที่ยวประเทศไทยด้วย”

สะใภ้ไชน่าทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม “ขอบคุณลูกเพจทุกคนที่อยู่เป็นเพื่อนกันมาตลอด”

สะใภ้ไชน่า : บันทึกความธรรมดาแสนพิเศษของสะใภ้จีน ผู้อยากเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อเกร็ดความรู้ให้กับผู้ชม
ภาพ : สะใภ้ไชน่า Sapai China

ช่องทางการติดตาม

Facebook : สะใภ้ไชน่า Sapai China

YouTube : สะใภ้ไชน่า Sapai China

TikTok : สะใภ้ไชน่า-ซ้อบรีม (@sapaichina)

Writer

กชพรรณ ก่อสุวรรณวงศ์

เด็กนิเทศแดนกิมจิ เอ็นดูแมวทุกตัวบนโลก ชื่นชอบการอ่านนิยายในวันฝนพรำ และหลงรักเทศกาลคริสต์มาสเป็นพิเศษ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load