The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

(คำเตือน ระวังหลงรักสงขลา)

ตอนเตรียมตัวและเตรียมใจมาก็ไม่คิดว่าจะตกหลุมรักสงขลา จนกระทั่งตอนจะจากก็รู้ทันทีว่าตกหลุมขนาดยักษ์เข้าอย่างจัง แถมยังใจสั่นระรัวราวกับมีผีเสื้อนับสิบนับร้อยบินวนอยู่ในช่องอกด้านซ้าย ก็ตอนเห็นร้านหนังสืออิสระกลางเมือง เหมือนเจอคนรักเก่า ณ ขณะก็เหมือนว่าจะเป็นคนรักใหม่

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

เราหมายถึงร้านหนังสือเล็กๆ ที่เป็นชื่อร้านหนังสือขนาดเล็กๆ ของ เอ๋-อริยา ไพฑูรย์ อดีต บ.ก. สำนักพิมพ์แพรวเยาวชน ผู้มีบทบาทใหม่เป็นเจ้าของร้านหนังสืออิสระ

จากร้านหนังสือชื่อเก่าเอามาเล่าใหม่ บริเวณเมืองเก่าของสงขลาเวอร์ชันอัพเดตใหม่ ภายในบ้านเก่า 2 ชั้นตกแต่งใหม่ จากเจ้าของเก่าส่งต่อให้เจ้าของใหม่ กว่าจะได้บ้านเก่าต้องเขียนคำร้องขอบ้านเก่าขึ้นมาใหม่ จนเจ้าของเก่าเข้าใจและยินดีมอบบ้านเก่าให้เจ้าของใหม่ทำอาคารเก่าให้เป็นร้านหนังสือใหม่ ขายทั้งหนังสือเก่าและหนังสือใหม่ จนมีนักอ่านหน้าเก่าและหน้าใหม่แวะเวียนมาร้านหนังสือใหม่ย่านเมืองเก่าอย่างไม่ขาดสาย

หากคุณเป็นนักอ่านวัยเก๋าคงคุ้นกับร้านหนังสืออิสระขนาดเล็กๆ บริเวณถนนพระอาทิตย์มาบ้าง ร้านนี้หายหน้าหายตาไปกว่า 7 ปี ก่อนจะกลับมาอีกครั้งเมื่อ 3 ปีก่อน ชื่อร้านยังคงเดิม เพิ่มเติมคือหน้าปกใหม่ ไฉไลกว่าเก่า ไกลหน่อย แต่เรารับรองว่าคุณจะหายคิดถึงหนังสือเล่มเล็กๆ นี้อย่างแน่นอน

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

 

ร้านหนังสือที่ไม่ใช่ร้านหนังสือ

ก่อนเอ๋จะเปิดร้านหนังสือ เธอคลุกคลีกับวงการหนังสือมานานกว่า 30 ปี จนกระทั่งกลับมาสงขลาราว 3 ปีก่อน เธอสังเกตว่าสงขลาไม่มีร้านหนังสือ จะมีก็แต่แผงหนังสือพิมพ์ จี๋-บุษกร พิชยาทิตย์ กับเธอเลยชวนกันไปเปิดร้านหนังสืออิสระแถวเกาะยอ แต่ใครต่อใครก็เตือนว่า อย่าเลย เพราะระยะทางค่อนข้างห่างจากเมือง ประจวบกับเธอต้องสร้างอาคารใหม่ด้วย เมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายแล้ว เกินกำลังไปเสียหน่อย

เธอเลยเบนเข็มมาย่านเมืองเก่า ตรงกันกับช่วงเมืองสงขลากำลังฟื้นฟู เธอเห็นบ้านหลังนี้พอดีและบอกกับตัวเองว่า “ถ้าไม่ใช่บ้านหลังนี้ก็ไม่เอา” กว่าจะได้มาลำบากมาก เธอต้องเทียวไล้เทียวขื่อเจ้าของบ้านนานถึง 6 เดือน จนสุดท้ายตัดสินใจเขียนจดหมายถึงเจ้าของบ้าน

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

“เราเขียนบอกเขาว่าเราจะทำอะไรบ้าง มีกิจกรรมอะไรบ้าง แล้วร้านหนังสือของเราจะเป็นประโยชน์กับคนสงขลาอย่างไร สร้างคุณค่าให้กับบ้านเขาอย่างไร ตอนแรกเราพูดถึงร้านหนังสืออิสระ เขายังไม่ค่อยเข้าใจด้วยซ้ำ เขาถามว่าต่างจากร้านหนังสือใหญ่ในห้างสรรพสินค้ายังไง เราเลยหาข้อมูลแล้วส่งให้เข้าดู อย่างจังหวัดเชียงใหม่มีร้านเล่า จังหวัดอุทัยธานีมีร้าน Booktopia

“สงขลาเป็นเมืองมหาวิทยาลัย มีโรงเรียนเยอะมาก แต่จังหวัดเราไม่มีร้านหนังสือเลย อีกอย่างเราอยากให้เด็กๆ มาเรียนรู้ด้วย ถ้าเขาเข้ามาร้านหนังสือจะเห็นบ้านเก่า เขาก็จะรู้ว่าคนสงขลาอยู่กันยังไง บรรพบุรุษของเขาอยู่กันยังไง และเราก็ตกลงกับเจ้าของบ้านว่าจะไม่ไปแตะต้องโครงสร้างของบ้าน เช่น ไม่ตอกตะปูในบ้านของเขา เราจะดูแลรักษาอย่างดี” เอ๋เล่า ทำเราเชื่อแล้วว่าตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกนั้นมีจริงๆ

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

ภายในบ้านเก่าสูง 2 ชั้นยังคงสภาพเดิม ผนังเป็นคอนกรีตถูกกะเทาะให้เห็นอิฐสีส้มโบราณขนาดใหญ่ เมื่อเจ้าของรู้ว่าบ้านเก่าจะกลายเป็นร้านหนังสือใหม่ ก็อาสาบูรณะและทาสีให้ด้วยความยินดี

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

บนชั้น 2 ของบ้านเป็นพื้นที่โล่ง เอ๋มักเปิดให้เด็กนักเรียนเข้ามาติวการบ้าน ประชุมสัมมนา หรือจัดกิจกรรมขนาดย่อม โดยให้เด็กๆ ดูแลและทำความสะอาดกันเอง

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

ส่วนชั้นล่างเป็นร้านหนังสือ ตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยสารพัดหนังสือเล่มน้อยใหญ่ มาพร้อมกับกองทัพตุ๊กตาจากตัวละครในหนังสือ จนกลายเป็นบ้านในร้านหนังสือและเป็นร้านหนังสือในบ้าน บางทีก็เป็นสถานที่จัดกิจกรรมและแสดงผลงาน อย่างกิจกรรม ‘ร้านหนังสือคุยกัน…ในร้านหนังสือ’ เป็นการชวนคนทำร้านหนังสือมาคุยกัน บรรยากาศอบอุ่นมากจนเราอยากให้คุณลองไปสัมผัสด้วยตัวเอง

อ้อ! หากนักอ่านสังเกตเห็นข้าวของเกี่ยวกับ เจ้าชายน้อย ไม่ต้องสงสัย เพราะเอ๋เป็นคนแปลหนังสือ เจ้าชายน้อย ฉบับบุกเบิกจากภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาไทย พวกตุ๊กตาและภาพวาดของ เจ้าชายน้อย เพื่อนพ้องของเธอล้วนซื้อมาฝากโดยพร้อมเพรียงกัน และเธอยังมีหนังสือ เจ้าชายน้อย หลากหลายภาษาด้วยนะ

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

 

หนังสือหายากที่หาไม่ยาก

ร้านหนังสือเล็กๆ เน้นจำหน่ายวรรณกรรมเยาวชนและหนังสือเด็ก เพราะเป็นหนังสือที่เจ้าของร้านชอบถึงชอบมาก ขอยืนยันด้วยตำแหน่งนักอ่านวรรณกรรมเยาวชนมาตั้งแต่เด็กและอดีต บ.ก. สำนักพิมพ์แพรวเยาวชนกว่า 200 ปก เธอแอบกระซิบว่า หนังสือของสำนักพิมพ์ผีเสื้อมีทุกปก ไม่ว่าจะซีรีส์ คนตัวจิ๋ว หรือ ปีกหัก ส่วนสำนักพิมพ์แพรวเยาวชนก็มีทุกปกเช่นกัน ใครตามหาที่ไหนไม่เจอ ที่นี่มีแน่นอน!

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

“เคยมีลูกค้ามาจากต่างจังหวัด เขาบอกเราว่า ‘ไม่คิดเลยว่าจะมาเห็นหนังสือเล่มนี้ ผมเดินทางมาเป็นพันกิโลฯ เพื่อมาพบเล่มนี้เล่มเดียว ผมดีใจมาก’ เล่มนั้นชื่อ เรื่องเล่าของเกาะที่ไม่มีใครรู้จัก พิมพ์นานมากแล้ว สมัยเราทำสำนักพิมพ์เอง ช่วงนี้ขายดีมากจนจะหมดแล้ว เป็นเพราะการบอกแบบปากต่อปาก พอเขาดีใจก็จะโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ไม่นานคนก็จะตามมาถามหาหนังสือพวกนี้ ”

การมีอยู่ของคนรักหนังสือเก่าเป็นสัญญาณดีของร้านหนังสืออิสระ นอกจากนักอ่านหันมาสะสม ยังเป็นการย้อนไปหาความสุขจากหนังสือเล่มจิ๋วในวัยเด็กด้วย เอ๋ยกตัวอย่างหนังสือ แมรี่ ป๊อปปิ้นส์ ของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ นักอ่านสั่งซื้อออนไลน์มากันจำนวนมาก ส่วนใหญ่ล้วนเคยอ่านมาแล้วทั้งนั้น

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

ก่อนจะต่อบทสนทนาหวานเย็น เจ้าของร้านหนังสือเล็กๆ อาสาแนะนำหนังสือเด็กๆ ที่เธออ่านล่าสุดเรื่อง หลุม เขียนโดย หลุย ซัคเกอร์ แปลด้วยสำนวนของแมกไม้ พิมพ์ครั้งแรกปี 2545 โดยสำนักพิมพ์มูลนิธิดำรงชัยธรรม ภายหลังสำนักพิมพ์แพรวเยาวชนซื้อลิขสิทธิ์มาตีพิมพ์ใหม่ เธออวดสรรพคุณว่า วิธีเขียนของนักเขียนสนุกมากจนวางไม่ลง แถมได้รางวัลมาเยอะจนนับไม่ถ้วน

เอ๋กระซิบว่า บรัดเล่ย์ เด็กเกเรหลังห้องเรียน เจ้าของเดียวกับ หลุม ก็สนุกไม่แพ้กัน!

 

นักอ่านฟันน้ำนมที่ไม่ใช่นักอ่านแฟนฟันแท้

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

นอกจากวัฒนธรรมการอ่านจะเปลี่ยนไปเป็นการสะสม ทิศทางการอ่านของนักอ่านก็เปลี่ยนไปตามสมัยนิยมเหมือนกัน เจ้าของร้านบอกเราว่า เมื่อ 3 ปีก่อนลูกค้าจะเป็นผู้ใหญ่ เน้นอ่านวรรณกรรมไทยเป็นหลัก ตอนนี้กลายเป็นวัยรุ่นมัธยมจนถึงมหาวิทยาลัย เน้นอ่านวรรณกรรมแปลและเรื่องสั้นภาษาไทยของนักเขียนหน้าใหม่ หนังสือญี่ปุ่นแนวภาพประกอบก็มาแรง แต่ที่มาแรงกว่าคือนักอ่านฟันน้ำนม

“ถ้าติดตามในเพจจะเห็นน้องเมลเบิร์น มาทุกวัน ติดร้านหนังสือมาก บางทีก็มาวาดรูป นั่งเล่น วันก่อนมีลูกแม่ค้าคนหนึ่งมาครั้งแรกเลยนะ เขาถามเราว่า หนูขออ่านหนังสือได้มั้ยคะ เราก็บอกว่าได้ เข้ามาเลย หนูมี 20 บาท เล่มไหน 20 บ้าง เราบอกว่าไม่มีเลย แต่หนูอ่านได้นะ ถ้าอ่านแล้วไม่ยับ ก่อนกลับเขาบอกกับเราว่า ดีจังเลยนะคะ มีร้านแบบนี้ด้วย เหล่านี้แหละเป็นกำไรส่วนหนี่งที่เราได้จากการเปิดร้าน”

เอ๋เล่าจนเราอดยิ้มไปกับกำไรแห่งความสุขของเธอ ถ้าให้ประเมินเป็นราคาคงไม่ได้

 

ร้านหนังสือเล็กๆ ที่ไม่อยากเป็นร้านหนังสือใหญ่ๆ

เราถามเอ๋ว่า ร้านหนังสือเล็กๆ มีโอกาสจะเป็นร้านหนังสือใหญ่ๆ บ้างหรือเปล่า

“คงไม่” เธอตอบทันที ก่อนจะอธิบายเหตุผลว่า

“เราทำคนเดียวทั้งหมด ทำตามกำลังของเรา แล้วเราก็ใช้ความสุขในการทำ ร้านเราจะเปิดบ่าย บางวันไปทำธุระก็ต้องปิดหรือบางทีปิดเป็นอาทิตย์ บางคนบอกทำไมไม่จ้างคนมาดูแล ถ้าจ้างมาเราต้องเสียค่าใช้จ่าย แล้วหายากด้วย เพราะเขาต้องมีความรู้ในหนังสือแนวนี้ หนังสือแค่แนะนำไม่ได้ ต้องคุย เราว่าบทสนทนาทำให้คนอยากกลับมาอีก เขาเข้ามาแล้วก็อยากคุยเรื่องเก่าๆ และเรื่องที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

“ถามว่าจะขยายใหญ่มั้ย เราไม่เคยคิด ตอนอยู่ถนนพระอาทิตย์ก็ประมาณ 1 คูหา เราเปิดร้านหนังสือเพราะอยากขายหนังสือ อยากมานั่ง อยากมาเจอคน ถ้าให้คนอื่นทำก็ไม่ได้เจอสิ (หัวเราะ) ตอนนี้ก็ทำเท่าที่ทำได้แล้วมีความสุขกับมัน ช่วงไหนอยากไปเที่ยวก็ปิดร้านเอา นักอ่านเขาก็เข้าใจ”

เราเห็นด้วยกับเอ๋ว่าหนังสือแนะนำไม่ได้ ต้องคุย หากเดินเข้าร้านหนังสือขนาดใหญ่ หนังสือมากก็จริง แต่คงจะเหงาน่าดูหากต้องเดินเลือกหนังสือคนเดียว บทสนทนาจึงกลายเป็นหมัดเด็ดมัดใจลูกค้า เพราะประสบการณ์การอ่านของเจ้าของร้านคงแนะนำได้ถึงพริกถึงขิงกว่าคำนิยมหลังปกแน่นอน

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

“ร้านหนังสืออิสระทุกร้านล้วนมีข้อดีตรงนี้ มันเป็นบุคลิกและตัวตนของเจ้าของร้าน เราขายในสิ่งที่เรารู้ ประสบการณ์การอ่านของเรา บางทีพ่อแม่ที่มีลูกเล็กจะถามเราว่า มีหนังสือเล่มไหนแนะนำบ้าง บางคนลูกยังอยู่ในท้องอยู่เลยนะ แต่ซื้อหนังสือเยอะมาก เขาบอกเรา ยังไม่ต้องรีบส่งนะคะ เพราะลูกยังอยู่ในท้องอยู่เลย เราว่าการเจอนักอ่านน่ารักเป็นความสุขของคนทำร้านหนังสือ”

 

วงการที่เข้าแล้วไม่อยากออก

“…พอเข้าวงการนี้แล้วออกยาก”

เจ้าของร้านหนังสือเล็กๆ บอกเราก่อนจะเสริมว่า “มันเหมือนติดกับดัก สำหรับเรา ถ้าให้ทำงานอย่างอื่นก็นึกไม่ค่อยจะออก เราเริ่มจากอ่านก่อน แล้วก็ทำหนังสือ จนตอนนี้มาขายหนังสือ

“เมื่อใดก็ตาม ถ้าเราทำในสิ่งที่เราถนัดและเป็นสิ่งที่เรารัก คนจะมาเห็นค่าเอง เราไม่เคยต้องการเป็นร้านหนังสือใหญ่ๆ หรือลูกค้าแห่กันมาเต็มร้าน เราต้องการคนที่เขาตั้งใจมาดูหนังสือจริงๆ อาจจะซื้อแค่เล่มเดียว แล้วมานั่งคุยกัน ถ้าสมมตินักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามา เขามาแล้วก็ไป สุดท้ายพอเมืองมันเสีย คนที่อยู่ต่างหากที่จะต้องรับผล ตอนนี้สงขลายังไม่เป็นถึงขั้นนั้น ยังคงเงียบ สงบ ใครมาก็หลงรัก”

ขนาดเราเองยังหลงรัก

สงขลา

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

 

ร้านหนังสือเล็กๆ

ที่อยู่ 13 ถนนยะหริ่ง ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองฯ จังหวัดสงขลา 90000
เปิดบริการวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 14.00 – 18.30 น.
(บางทีจำเป็นต้องปิดในวันที่ต้องเปิด และบางทีก็เปิดในวันที่บอกไว้ว่าปิด)
Facebook : ร้านหนังสือเล็กๆ – ถนนยะหริ่ง สงขลา

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

11 มิถุนายน 2565
3.03 K

ชวนสัมผัสรูป รส กลิ่น เสียงจากธรรมชาติ ผ่านชาดอกไม้และพืชพันธุ์ท้องถิ่นไทยที่เบลนด์ด้วยความฝัน ความรัก และการทดลอง ท่ามกลางโบราณสถานอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมเก่าแก่หลายทศวรรษ

“ผมเชื่อว่าธรรมชาติไทยมีของดีอยู่เยอะมาก แต่ไม่ค่อยถูกหยิบมาใช้ และผมอยากทำร้านชาแห่งนี้ เพราะรู้สึกว่าเรามีตัวตนและเรื่องราว”

จักร์ เชิดสถิรกุล Project Manager โครงการเก๊าไม้ เอสเตท 1955 พูดถึงความน่าสนใจของนานาพืชพันธุ์ในประเทศไทยด้วยสีหน้าอมยิ้ม ขณะรินเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของสารพัดดอกไม้ท้องถิ่น เช่น ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี ซึ่งเป็นหนึ่งในเมนูชาประจำร้าน ‘เตาชา’ (Tao Cha) โปรเจกต์ใหม่ของเก๊าไม้ เอสเตท 1955 

เตาชา : ร้านชาในเก๊าไม้ล้านนาที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ข้าวไทย ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี
เตาชา : ร้านชาในเก๊าไม้ล้านนาที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ข้าวไทย ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี

‘เตาชา’ นับเป็นสถาปัตยกรรมล่าสุดบนพื้นที่ประวัติศาสตร์ ที่ได้รางวัลการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมจาก UNESCO ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก สาขาการออกแบบใหม่ในบริบทมรดก (Awards For Cultural Heritage Conservation) ซึ่งคุณจักร์ตั้งใจปลุกปั้นร้านชาแห่งนี้ขึ้น หลังประสบความสำเร็จจากการสร้างเก๊าไม้ล้านนา รีสอร์ท ที่ดัดแปลงจากโรงบ่มยาสูบเก่าอันโดดเด่นด้วยต้นตีนตุ๊กแกเลื้อยพันล้อมรอบ และต้นไม้ใหญ่อายุราว 80 – 100 ปี 

“คุณพ่อและคุณแม่ของผมเรียนมาทางพืชสวน พวกท่านรักต้นไม้มาก อย่าว่าแต่ตัดต้นไม้ ใครจะมาตัดกิ่งยังไม่ได้เลย เราจึงพยายามรักษาสภาพต้นไม้ทุกต้นไว้ให้เหมือนเดิมที่สุด ไม่มีการตัดหรือทำลาย” คงไม่เป็นการพูดเกินไปหากเราบอกว่า เตาชาเป็นร้านชาที่มีวิวเขียวขจีที่สุดในเชียงใหม่ เพราะแวดล้อมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่และหลากหลายกว่า 100 สายพันธุ์ แถมยังมีนกให้ส่องดูมากกว่า 50 สายพันธุ์ 

ส่วนการออกแบบร้านชาแห่งนี้ คุณจักร์ยังคงคอนเซ็ปต์เดียวกับร้านอาหารและคาเฟ่ คือการดัดแปลงโรงบ่มยาสูบโบราณอายุหลายทศวรรษ โครงสร้างหลักเป็นอิฐมอญและอิฐบล็อก พร้อมหน้าต่างบานใหญ่ เผยวิวต้นไม้ให้เห็น ชม และชิลล์แบบเต็มตา แต่แตกต่างตรงที่ระดับพื้นของเตาชาถูกกดให้ลึกลงไปในพื้นดิน เพื่อเพิ่มสเปซตัวอาคารให้ดูสูงโปร่งและโล่งมากขึ้น 

เตาชา : ร้านชาในเก๊าไม้ล้านนาที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ข้าวไทย ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี
เตาชา : ร้านชาในเก๊าไม้ล้านนาที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ข้าวไทย ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี

รวมทั้งลงรายละเอียดการออกแบบในทุกส่วน ตั้งแต่โต๊ะที่เลือกใช้วัสดุสะท้อนให้เห็นภาพเพดานด้านบน ระเบียงปูนที่ใช้ไม้ไผ่สร้างลวดลาย ฝาท่อที่มีดีไซน์เฉพาะตัว ไปจนถึงแก้วน้ำชาที่ทำจากหินแกรนิต ไม่ส่งผ่านความร้อนออกมาด้านนอก ทำให้เราดื่มด่ำกับการดื่มชาได้เต็มที่   

ส่วนที่นับเป็นพระเอกก็คือ เหล่าเมนูชาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เบลนด์ขึ้นจากความรักในการดื่มชาของคุณจักร์ที่ค่อย ๆ บ่มเพาะมาตั้งแต่วัยเด็กในครอบครัวเชื้อสายจีน ผสมผสานกับการทดลองใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติในท้องถิ่น และการเดินทางตามหาชาที่ดีจากหลายประเทศทั่วโลก เพื่อสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้แก่คนรักการดื่มชา 

เตาชา : ร้านชาในเก๊าไม้ล้านนาที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ข้าวไทย ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี
เตาชา : ร้านชาในเก๊าไม้ล้านนาที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ข้าวไทย ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี
เตาชา : ร้านชาในเก๊าไม้ล้านนาที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ข้าวไทย ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี

“ชาของเราไม่เหมือนที่อื่น เพราะสิ่งสำคัญที่สุดอย่างแรกในการสร้างร้านชาแห่งนี้คือ เราพยายามใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่มีในพื้นที่เก๊าไม้ลานนา รีสอร์ท เช่น ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี และเราซื้อบางอย่างที่ผลิตไม่เพียงพอจากคนในชุมชนสันป่าตอง หนึ่งในนั้นคือข้าว”

คุณจักร์มองว่าจุดเด่นของพืชพรรณไทยคือ ‘ข้าว’ เขาจึงพยายามหาทางเอาข้าวมาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด และเลือกข้าวพันธุ์ที่ปลูกในพื้นที่สันป่าตองมาทดลอง ทดสอบ และพัฒนาผ่านกระบวนการต่าง ๆ จนได้เป็นเมนูชาข้าวที่มีกลิ่นหอมฟุ้งในแบบฉบับของตัวเอง 

“ถ้าญี่ปุ่นมีชาข้าวเก็นไม เราก็ต้องมีชาข้าวไทยบ้าง” 

ร้านชาเล็ก ๆ ในโรงบ่มยาสูบ 67 ปี จ.เชียงใหม่ ที่เบลนด์ชาเอง และใช้วัตถุดิบท้องถิ่นให้ลิ้มรสชาติแท้จริงจากธรรมชาติ

ส่วนมะเกี๋ยงหรือลูกหว้าของคนภาคกลาง ซึ่งปลูกกันมากในพื้นที่บริเวณนี้ ถูกนำมาดัดแปลงและครีเอตขึ้นใหม่เป็นไอศกรีมแบบซอฟต์เสิร์ฟ หรือถ้าไม่คุ้นเคยรสชาติเปรี้ยวนิด ๆ ของมะเกี๋ยง ก็ยังมีไอศกรีมรสขนุน กะทิ และเลม่อน ให้เลือกกินตามใจชอบ 

“เรายังพยายามใช้วัตถุดิบที่หาได้ภายในเชียงใหม่หรือเชียงราย แล้วนำมาจับคู่กับดอกไม้หรือผลไม้ในรีสอร์ตของเรา เช่น หม่อน เลม่อน เสาวรส แบล็กเบอร์รี”

ด้วยคอนเซ็ปต์นี้ เตาชาจึงกลายเป็นร้านชาที่เปิดให้ทุกคนได้ลิ้มลองรสชาติที่แท้จริงจากธรรมชาติ ผ่านเมนูชาอันหลากหลาย เช่น ชาดอกไม้รวม ชาดอกสารภี ชาขาวอัสสัม คิคุชะ ชาข้าวกล้องหอมมะลิสันป่าตอง ชาลูกหม่อนข้าวกล้องหอมมะลิ อัญชันชาเขียวเลม่อน ดอกหอมหมื่นลี้ชาเขียวออร์แกนิก ชาข้าวไรซ์เบอร์รี ฯลฯ

ร้านชาเล็ก ๆ ในโรงบ่มยาสูบ 67 ปี จ.เชียงใหม่ ที่เบลนด์ชาเอง และใช้วัตถุดิบท้องถิ่นให้ลิ้มรสชาติแท้จริงจากธรรมชาติ

“ดอกไม้บางชนิดอย่างดอกสารภี ไม่เป็นที่นิยมนำมาทำชา แต่ที่นี่เราปลูกเองและเก็บมาเบลนด์ กลายเป็นชาที่มีกลิ่นหอมมาก ดื่มแล้วสดชื่นชุ่มคอ”

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของชาและไอศกรีมของที่นีี่คือ คุณจักร์ตั้งใจให้ส่วนผสมจากธรรมชาติแผลงฤทธิ์รสชาติของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยไม่มีการปรุงแต่งใด ๆ หรือเจือส่วนผสมอื่น ๆ ชาข้าวของที่นี่จึงมีกลิ่นข้าวหอมนำ เช่นเดียวกับขนมที่เสิร์ฟแกล้มชาหรือไอศกรีมรสเลม่อนก็ให้รสชาติเปรี้ยวจี๊ด (แต่อร่อยและกลมกล่อม) เช่นกัน 

ร้านชาเล็ก ๆ ในโรงบ่มยาสูบ 67 ปี จ.เชียงใหม่ ที่เบลนด์ชาเอง และใช้วัตถุดิบท้องถิ่นให้ลิ้มรสชาติแท้จริงจากธรรมชาติ

“สโคนที่เสิร์ฟวันนี้ ด้านในเป็นกล้วยน้ำว้าจากสวนของเราเอง บางวันหรือบางฤดูอาจได้กินสโคนขนุน สโคนลูกหม่อน ถ้าช่วงนั้นที่สวนมีผลไม้อะไร เราก็จะนำมาใช้เป็นวัตถุดิบทำขนมหรือไอศกรีม ทุกอย่างคือการทดลอง และเราต้องมั่นใจว่ามีอะไรให้ลูกค้าทดลองได้ตลอด”

การหยิบของดีจากธรรมชาติมาปรับใช้แบบนี้ ทำให้หลายเมนูของร้านเตาชาปรับเปลี่ยนและเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ เพราะขึ้นอยู่กับฤดูกาลของวัตถุดิบด้วย 

นี่คือความพิเศษ ความสนุก และเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ ที่ทุกคนจะได้จากร้านชาในพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้

เตาชา 

ที่ตั้ง : เก๊าไม้ล้านนา รีสอร์ท ถนนเชียงใหม่-ฮอด ตำบลสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 0 5348 1201

Writer

นันทรัตน์ สันติมณีรัตน์

นักเขียนฟรีแลนซ์ที่ชอบทดลองทำหลายอาชีพ

Photographer

ศรีภูมิ สาส่งเสริม

ช่างภาพเชียงใหม่ ชอบอยู่ในป่า มีเพื่อนเป็นช้าง และชาวเขาชาวดอย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load