The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

(คำเตือน ระวังหลงรักสงขลา)

ตอนเตรียมตัวและเตรียมใจมาก็ไม่คิดว่าจะตกหลุมรักสงขลา จนกระทั่งตอนจะจากก็รู้ทันทีว่าตกหลุมขนาดยักษ์เข้าอย่างจัง แถมยังใจสั่นระรัวราวกับมีผีเสื้อนับสิบนับร้อยบินวนอยู่ในช่องอกด้านซ้าย ก็ตอนเห็นร้านหนังสืออิสระกลางเมือง เหมือนเจอคนรักเก่า ณ ขณะก็เหมือนว่าจะเป็นคนรักใหม่

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

เราหมายถึงร้านหนังสือเล็กๆ ที่เป็นชื่อร้านหนังสือขนาดเล็กๆ ของ เอ๋-อริยา ไพฑูรย์ อดีต บ.ก. สำนักพิมพ์แพรวเยาวชน ผู้มีบทบาทใหม่เป็นเจ้าของร้านหนังสืออิสระ

จากร้านหนังสือชื่อเก่าเอามาเล่าใหม่ บริเวณเมืองเก่าของสงขลาเวอร์ชันอัพเดตใหม่ ภายในบ้านเก่า 2 ชั้นตกแต่งใหม่ จากเจ้าของเก่าส่งต่อให้เจ้าของใหม่ กว่าจะได้บ้านเก่าต้องเขียนคำร้องขอบ้านเก่าขึ้นมาใหม่ จนเจ้าของเก่าเข้าใจและยินดีมอบบ้านเก่าให้เจ้าของใหม่ทำอาคารเก่าให้เป็นร้านหนังสือใหม่ ขายทั้งหนังสือเก่าและหนังสือใหม่ จนมีนักอ่านหน้าเก่าและหน้าใหม่แวะเวียนมาร้านหนังสือใหม่ย่านเมืองเก่าอย่างไม่ขาดสาย

หากคุณเป็นนักอ่านวัยเก๋าคงคุ้นกับร้านหนังสืออิสระขนาดเล็กๆ บริเวณถนนพระอาทิตย์มาบ้าง ร้านนี้หายหน้าหายตาไปกว่า 7 ปี ก่อนจะกลับมาอีกครั้งเมื่อ 3 ปีก่อน ชื่อร้านยังคงเดิม เพิ่มเติมคือหน้าปกใหม่ ไฉไลกว่าเก่า ไกลหน่อย แต่เรารับรองว่าคุณจะหายคิดถึงหนังสือเล่มเล็กๆ นี้อย่างแน่นอน

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

 

ร้านหนังสือที่ไม่ใช่ร้านหนังสือ

ก่อนเอ๋จะเปิดร้านหนังสือ เธอคลุกคลีกับวงการหนังสือมานานกว่า 30 ปี จนกระทั่งกลับมาสงขลาราว 3 ปีก่อน เธอสังเกตว่าสงขลาไม่มีร้านหนังสือ จะมีก็แต่แผงหนังสือพิมพ์ จี๋-บุษกร พิชยาทิตย์ กับเธอเลยชวนกันไปเปิดร้านหนังสืออิสระแถวเกาะยอ แต่ใครต่อใครก็เตือนว่า อย่าเลย เพราะระยะทางค่อนข้างห่างจากเมือง ประจวบกับเธอต้องสร้างอาคารใหม่ด้วย เมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายแล้ว เกินกำลังไปเสียหน่อย

เธอเลยเบนเข็มมาย่านเมืองเก่า ตรงกันกับช่วงเมืองสงขลากำลังฟื้นฟู เธอเห็นบ้านหลังนี้พอดีและบอกกับตัวเองว่า “ถ้าไม่ใช่บ้านหลังนี้ก็ไม่เอา” กว่าจะได้มาลำบากมาก เธอต้องเทียวไล้เทียวขื่อเจ้าของบ้านนานถึง 6 เดือน จนสุดท้ายตัดสินใจเขียนจดหมายถึงเจ้าของบ้าน

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

“เราเขียนบอกเขาว่าเราจะทำอะไรบ้าง มีกิจกรรมอะไรบ้าง แล้วร้านหนังสือของเราจะเป็นประโยชน์กับคนสงขลาอย่างไร สร้างคุณค่าให้กับบ้านเขาอย่างไร ตอนแรกเราพูดถึงร้านหนังสืออิสระ เขายังไม่ค่อยเข้าใจด้วยซ้ำ เขาถามว่าต่างจากร้านหนังสือใหญ่ในห้างสรรพสินค้ายังไง เราเลยหาข้อมูลแล้วส่งให้เข้าดู อย่างจังหวัดเชียงใหม่มีร้านเล่า จังหวัดอุทัยธานีมีร้าน Booktopia

“สงขลาเป็นเมืองมหาวิทยาลัย มีโรงเรียนเยอะมาก แต่จังหวัดเราไม่มีร้านหนังสือเลย อีกอย่างเราอยากให้เด็กๆ มาเรียนรู้ด้วย ถ้าเขาเข้ามาร้านหนังสือจะเห็นบ้านเก่า เขาก็จะรู้ว่าคนสงขลาอยู่กันยังไง บรรพบุรุษของเขาอยู่กันยังไง และเราก็ตกลงกับเจ้าของบ้านว่าจะไม่ไปแตะต้องโครงสร้างของบ้าน เช่น ไม่ตอกตะปูในบ้านของเขา เราจะดูแลรักษาอย่างดี” เอ๋เล่า ทำเราเชื่อแล้วว่าตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกนั้นมีจริงๆ

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

ภายในบ้านเก่าสูง 2 ชั้นยังคงสภาพเดิม ผนังเป็นคอนกรีตถูกกะเทาะให้เห็นอิฐสีส้มโบราณขนาดใหญ่ เมื่อเจ้าของรู้ว่าบ้านเก่าจะกลายเป็นร้านหนังสือใหม่ ก็อาสาบูรณะและทาสีให้ด้วยความยินดี

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

บนชั้น 2 ของบ้านเป็นพื้นที่โล่ง เอ๋มักเปิดให้เด็กนักเรียนเข้ามาติวการบ้าน ประชุมสัมมนา หรือจัดกิจกรรมขนาดย่อม โดยให้เด็กๆ ดูแลและทำความสะอาดกันเอง

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

ส่วนชั้นล่างเป็นร้านหนังสือ ตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยสารพัดหนังสือเล่มน้อยใหญ่ มาพร้อมกับกองทัพตุ๊กตาจากตัวละครในหนังสือ จนกลายเป็นบ้านในร้านหนังสือและเป็นร้านหนังสือในบ้าน บางทีก็เป็นสถานที่จัดกิจกรรมและแสดงผลงาน อย่างกิจกรรม ‘ร้านหนังสือคุยกัน…ในร้านหนังสือ’ เป็นการชวนคนทำร้านหนังสือมาคุยกัน บรรยากาศอบอุ่นมากจนเราอยากให้คุณลองไปสัมผัสด้วยตัวเอง

อ้อ! หากนักอ่านสังเกตเห็นข้าวของเกี่ยวกับ เจ้าชายน้อย ไม่ต้องสงสัย เพราะเอ๋เป็นคนแปลหนังสือ เจ้าชายน้อย ฉบับบุกเบิกจากภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาไทย พวกตุ๊กตาและภาพวาดของ เจ้าชายน้อย เพื่อนพ้องของเธอล้วนซื้อมาฝากโดยพร้อมเพรียงกัน และเธอยังมีหนังสือ เจ้าชายน้อย หลากหลายภาษาด้วยนะ

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

 

หนังสือหายากที่หาไม่ยาก

ร้านหนังสือเล็กๆ เน้นจำหน่ายวรรณกรรมเยาวชนและหนังสือเด็ก เพราะเป็นหนังสือที่เจ้าของร้านชอบถึงชอบมาก ขอยืนยันด้วยตำแหน่งนักอ่านวรรณกรรมเยาวชนมาตั้งแต่เด็กและอดีต บ.ก. สำนักพิมพ์แพรวเยาวชนกว่า 200 ปก เธอแอบกระซิบว่า หนังสือของสำนักพิมพ์ผีเสื้อมีทุกปก ไม่ว่าจะซีรีส์ คนตัวจิ๋ว หรือ ปีกหัก ส่วนสำนักพิมพ์แพรวเยาวชนก็มีทุกปกเช่นกัน ใครตามหาที่ไหนไม่เจอ ที่นี่มีแน่นอน!

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

“เคยมีลูกค้ามาจากต่างจังหวัด เขาบอกเราว่า ‘ไม่คิดเลยว่าจะมาเห็นหนังสือเล่มนี้ ผมเดินทางมาเป็นพันกิโลฯ เพื่อมาพบเล่มนี้เล่มเดียว ผมดีใจมาก’ เล่มนั้นชื่อ เรื่องเล่าของเกาะที่ไม่มีใครรู้จัก พิมพ์นานมากแล้ว สมัยเราทำสำนักพิมพ์เอง ช่วงนี้ขายดีมากจนจะหมดแล้ว เป็นเพราะการบอกแบบปากต่อปาก พอเขาดีใจก็จะโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ไม่นานคนก็จะตามมาถามหาหนังสือพวกนี้ ”

การมีอยู่ของคนรักหนังสือเก่าเป็นสัญญาณดีของร้านหนังสืออิสระ นอกจากนักอ่านหันมาสะสม ยังเป็นการย้อนไปหาความสุขจากหนังสือเล่มจิ๋วในวัยเด็กด้วย เอ๋ยกตัวอย่างหนังสือ แมรี่ ป๊อปปิ้นส์ ของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ นักอ่านสั่งซื้อออนไลน์มากันจำนวนมาก ส่วนใหญ่ล้วนเคยอ่านมาแล้วทั้งนั้น

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

ก่อนจะต่อบทสนทนาหวานเย็น เจ้าของร้านหนังสือเล็กๆ อาสาแนะนำหนังสือเด็กๆ ที่เธออ่านล่าสุดเรื่อง หลุม เขียนโดย หลุย ซัคเกอร์ แปลด้วยสำนวนของแมกไม้ พิมพ์ครั้งแรกปี 2545 โดยสำนักพิมพ์มูลนิธิดำรงชัยธรรม ภายหลังสำนักพิมพ์แพรวเยาวชนซื้อลิขสิทธิ์มาตีพิมพ์ใหม่ เธออวดสรรพคุณว่า วิธีเขียนของนักเขียนสนุกมากจนวางไม่ลง แถมได้รางวัลมาเยอะจนนับไม่ถ้วน

เอ๋กระซิบว่า บรัดเล่ย์ เด็กเกเรหลังห้องเรียน เจ้าของเดียวกับ หลุม ก็สนุกไม่แพ้กัน!

 

นักอ่านฟันน้ำนมที่ไม่ใช่นักอ่านแฟนฟันแท้

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

นอกจากวัฒนธรรมการอ่านจะเปลี่ยนไปเป็นการสะสม ทิศทางการอ่านของนักอ่านก็เปลี่ยนไปตามสมัยนิยมเหมือนกัน เจ้าของร้านบอกเราว่า เมื่อ 3 ปีก่อนลูกค้าจะเป็นผู้ใหญ่ เน้นอ่านวรรณกรรมไทยเป็นหลัก ตอนนี้กลายเป็นวัยรุ่นมัธยมจนถึงมหาวิทยาลัย เน้นอ่านวรรณกรรมแปลและเรื่องสั้นภาษาไทยของนักเขียนหน้าใหม่ หนังสือญี่ปุ่นแนวภาพประกอบก็มาแรง แต่ที่มาแรงกว่าคือนักอ่านฟันน้ำนม

“ถ้าติดตามในเพจจะเห็นน้องเมลเบิร์น มาทุกวัน ติดร้านหนังสือมาก บางทีก็มาวาดรูป นั่งเล่น วันก่อนมีลูกแม่ค้าคนหนึ่งมาครั้งแรกเลยนะ เขาถามเราว่า หนูขออ่านหนังสือได้มั้ยคะ เราก็บอกว่าได้ เข้ามาเลย หนูมี 20 บาท เล่มไหน 20 บ้าง เราบอกว่าไม่มีเลย แต่หนูอ่านได้นะ ถ้าอ่านแล้วไม่ยับ ก่อนกลับเขาบอกกับเราว่า ดีจังเลยนะคะ มีร้านแบบนี้ด้วย เหล่านี้แหละเป็นกำไรส่วนหนี่งที่เราได้จากการเปิดร้าน”

เอ๋เล่าจนเราอดยิ้มไปกับกำไรแห่งความสุขของเธอ ถ้าให้ประเมินเป็นราคาคงไม่ได้

 

ร้านหนังสือเล็กๆ ที่ไม่อยากเป็นร้านหนังสือใหญ่ๆ

เราถามเอ๋ว่า ร้านหนังสือเล็กๆ มีโอกาสจะเป็นร้านหนังสือใหญ่ๆ บ้างหรือเปล่า

“คงไม่” เธอตอบทันที ก่อนจะอธิบายเหตุผลว่า

“เราทำคนเดียวทั้งหมด ทำตามกำลังของเรา แล้วเราก็ใช้ความสุขในการทำ ร้านเราจะเปิดบ่าย บางวันไปทำธุระก็ต้องปิดหรือบางทีปิดเป็นอาทิตย์ บางคนบอกทำไมไม่จ้างคนมาดูแล ถ้าจ้างมาเราต้องเสียค่าใช้จ่าย แล้วหายากด้วย เพราะเขาต้องมีความรู้ในหนังสือแนวนี้ หนังสือแค่แนะนำไม่ได้ ต้องคุย เราว่าบทสนทนาทำให้คนอยากกลับมาอีก เขาเข้ามาแล้วก็อยากคุยเรื่องเก่าๆ และเรื่องที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

“ถามว่าจะขยายใหญ่มั้ย เราไม่เคยคิด ตอนอยู่ถนนพระอาทิตย์ก็ประมาณ 1 คูหา เราเปิดร้านหนังสือเพราะอยากขายหนังสือ อยากมานั่ง อยากมาเจอคน ถ้าให้คนอื่นทำก็ไม่ได้เจอสิ (หัวเราะ) ตอนนี้ก็ทำเท่าที่ทำได้แล้วมีความสุขกับมัน ช่วงไหนอยากไปเที่ยวก็ปิดร้านเอา นักอ่านเขาก็เข้าใจ”

เราเห็นด้วยกับเอ๋ว่าหนังสือแนะนำไม่ได้ ต้องคุย หากเดินเข้าร้านหนังสือขนาดใหญ่ หนังสือมากก็จริง แต่คงจะเหงาน่าดูหากต้องเดินเลือกหนังสือคนเดียว บทสนทนาจึงกลายเป็นหมัดเด็ดมัดใจลูกค้า เพราะประสบการณ์การอ่านของเจ้าของร้านคงแนะนำได้ถึงพริกถึงขิงกว่าคำนิยมหลังปกแน่นอน

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

“ร้านหนังสืออิสระทุกร้านล้วนมีข้อดีตรงนี้ มันเป็นบุคลิกและตัวตนของเจ้าของร้าน เราขายในสิ่งที่เรารู้ ประสบการณ์การอ่านของเรา บางทีพ่อแม่ที่มีลูกเล็กจะถามเราว่า มีหนังสือเล่มไหนแนะนำบ้าง บางคนลูกยังอยู่ในท้องอยู่เลยนะ แต่ซื้อหนังสือเยอะมาก เขาบอกเรา ยังไม่ต้องรีบส่งนะคะ เพราะลูกยังอยู่ในท้องอยู่เลย เราว่าการเจอนักอ่านน่ารักเป็นความสุขของคนทำร้านหนังสือ”

 

วงการที่เข้าแล้วไม่อยากออก

“…พอเข้าวงการนี้แล้วออกยาก”

เจ้าของร้านหนังสือเล็กๆ บอกเราก่อนจะเสริมว่า “มันเหมือนติดกับดัก สำหรับเรา ถ้าให้ทำงานอย่างอื่นก็นึกไม่ค่อยจะออก เราเริ่มจากอ่านก่อน แล้วก็ทำหนังสือ จนตอนนี้มาขายหนังสือ

“เมื่อใดก็ตาม ถ้าเราทำในสิ่งที่เราถนัดและเป็นสิ่งที่เรารัก คนจะมาเห็นค่าเอง เราไม่เคยต้องการเป็นร้านหนังสือใหญ่ๆ หรือลูกค้าแห่กันมาเต็มร้าน เราต้องการคนที่เขาตั้งใจมาดูหนังสือจริงๆ อาจจะซื้อแค่เล่มเดียว แล้วมานั่งคุยกัน ถ้าสมมตินักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามา เขามาแล้วก็ไป สุดท้ายพอเมืองมันเสีย คนที่อยู่ต่างหากที่จะต้องรับผล ตอนนี้สงขลายังไม่เป็นถึงขั้นนั้น ยังคงเงียบ สงบ ใครมาก็หลงรัก”

ขนาดเราเองยังหลงรัก

สงขลา

ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา ร้านหนังสือเล็กๆ, สงขลา

 

ร้านหนังสือเล็กๆ

ที่อยู่ 13 ถนนยะหริ่ง ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองฯ จังหวัดสงขลา 90000
เปิดบริการวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 14.00 – 18.30 น.
(บางทีจำเป็นต้องปิดในวันที่ต้องเปิด และบางทีก็เปิดในวันที่บอกไว้ว่าปิด)
Facebook : ร้านหนังสือเล็กๆ – ถนนยะหริ่ง สงขลา

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

อยู่เมืองไทย ใครเลยจะไม่เคยเห็นครุฑ

สัตว์ใหญ่ในตำนาน อมนุษย์ครึ่งคนครึ่งนก พาหนะของพระนารายณ์ผู้ทรงเป็นหนึ่งในสามมหาเทพในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู สัญลักษณ์แทนองค์พระมหากษัตริย์

คติความเชื่อที่ไล่เรียงมาข้างต้น ล้วนเป็นคำตอบว่าทำไมครุฑจึงมีความศักดิ์สิทธิ์และสำคัญยิ่งในสังคมไทย แม้ว่าเราทุกคนจะไม่เคยเห็นครุฑองค์เป็น ๆ แต่ศิลปะรูปครุฑกลับปรากฏอยู่ทั่วทุกแห่งหน ทั้งในจิตรกรรมฝาผนัง วัตถุมงคล ผืนธง ตราแผ่นดิน ไปจนกระทั่งประติมากรรมหน้าห้างร้านหรือธนาคารต่าง ๆ ที่เด็กทุกคนน่าจะเคยถูกผู้ใหญ่ชี้ชวนให้ดูกันทั้งนั้น

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

แต่จะมีสถานที่ใดในไทย (และในโลก) ที่มีครุฑให้เห็นมากเท่าที่นี่ไหม

ทดคำถามนี้ไว้ในใจ แล้วให้ตัวอักษรพาทุกท่านเยี่ยมยลพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไปพร้อม ๆ กัน

ครุฑหน้าธนาคาร

หลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่า ตราครุฑที่ติดอยู่หน้าธนาคารเรียกว่า ‘ตราตั้งห้าง’ หรือ ‘ตราตั้ง’ เป็นรูปครุฑพ่าห์หรือครุฑซึ่งเป็นพาหนะ ตราครุฑพ่าห์ (พระครุฑพ่าห์) ถูกใช้ในส่วนราชการมาช้านาน ก่อนจะมีการออกแบบตราครุฑพ่าห์สำหรับใช้เป็นตราตั้งห้างของภาคเอกชนให้มีลักษณะต่างกันเล็กน้อย ธุรกิจเอกชนสามารถขอตราตั้งห้างประดับอาคารที่ทำการได้ ด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากสำนักพระราชวัง ซึ่งมีเงื่อนไขว่ากิจการนั้นจะต้องปลอดหนี้สิน ทำธุรกิจด้วยความสุจริต และทำคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง เป็นต้น

ธนาคารเอกชนมากมายได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้ติดตั้งตราครุฑ หลายแห่งยังดำเนินกิจการอยู่ ขณะที่บางแห่งก็สิ้นชื่อไปจากสารบบนานแล้ว ตัวอย่างเช่น ‘ธนาคารนครหลวงไทย’ ซึ่งควบรวมกิจการกับธนาคารธนชาตไปเมื่อ พ.ศ. 2554

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

เนื่องจากนครหลวงไทยเป็นธนาคารเก่าแก่ ก่อตั้งในสมัยรัชกาลที่ 8 ประกอบธุรกิจการเงินนานกว่า 70 ปี ในวันที่ยุบรวมกับธนชาต ย่อมเป็นธรรมดาที่ธนาคารนี้จะได้รับพระราชทานครุฑ แต่เมื่อกิจการถูกโอนสู่มือเจ้าของใหม่อย่างธนาคารธนชาต องค์ครุฑที่เคยกางปีกเป็นสง่าอยู่หน้าสาขาธนาคารนครหลวงไทยทั่วประเทศจำต้องถอดลงตามกฎหมาย แต่แทนที่จะเก็บครุฑทั้งหมดไว้ให้เปล่าดาย ผู้บริหารธนาคารกลับเล็งเห็นคุณค่าของตราครุฑพระราชทานเหล่านี้

จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘พิพิธภัณฑ์ครุฑ’ ที่รวบรวมองค์ครุฑจากธนาคารนครหลวงไทยสาขาต่าง ๆ มาจัดแสดงไว้ที่บางปู

ในระยะแรก พิพิธภัณฑ์ครุฑสงวนไว้ให้เข้าชมได้เฉพาะผู้ติดต่อเข้ามาเป็นกรณีพิเศษ เช่น คณะนักเรียนที่เข้ามาทัศนศึกษา กระทั่งธนาคารธนชาตได้ควบรวมกิจการกับธนาคารทหารไทยใน พ.ศ. 2564 และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) ที่นี่จึงเปิดสู่สาธารณชนเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

“พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืนของทีทีบี ที่เราได้วางแนวทางการทำกิจกรรมเพื่อสังคมในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเยาวชน ชุมชน และการจุดประกายความเป็นไทย ซึ่งองค์ครุฑอยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนาน เป็นสัญลักษณ์แห่งความกตัญญู ความซื่อสัตย์ และความดีงาม ซึ่งไม่ว่าโลกจะทันสมัยไปอีกสักแค่ไหน แต่ 3 สิ่งนี้ยังเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่เราควรรักษา”

คุณกาญจนา โรจวทัญญู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาดและประสบการณ์ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวกับพวกเราชาว The Cloud ไว้

“พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความเฉพาะตัว ด้วยเรื่องราวของพญาครุฑ การอนุรักษ์และจัดแสดงครุฑพระราชทานกว่า 150 องค์ รวมถึงการถ่ายทอดเรื่องราวที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่จะส่งผ่านถึงคนรุ่นหลังให้ตระหนักถึงคุณค่าขององค์ครุฑ ในรูปแบบการจัดแสดงที่ทันสมัยทั้งแอนิเมชันและมัลติมีเดียที่เหมาะกับผู้ชมทุกวัย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับทุกคนในครอบครัว ซึ่งการเปิดให้ชมสำหรับบุคคลทั่วไปครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี จึงนับเป็นโอกาสดีที่พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมที่คนไทยทุกคนจะได้ร่วมภาคภูมิใจ”

ครุฑองค์ใหญ่

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

สิ่งแรกที่ทุกคนจะได้เห็นเมื่อมุ่งหน้ามาถึงพิพิธภัณฑ์ครุฑในนิคมอุตสาหกรรมบางปู ซอย 9A ก็คือประติมากรรมรูปครุฑองค์ใหญ่สูงกว่า 4 เมตร สยายปีกต้อนรับผู้มาเยือนอยู่เหนือป้ายชื่อพิพิธภัณฑ์ สีสันที่ลอกเลือนตามกาลเวลาบอกให้รู้ว่าครุฑองค์ใหญ่นี้มีอายุไม่ต่ำกว่าครึ่งศตวรรษ

ครุฑองค์นี้ได้รับการอัญเชิญมาจากหน้าสำนักงานใหญ่ของอดีตธนาคารนครหลวงไทยบนถนนเพชรบุรี ไม่นานหลังเกิดการรวมกิจการเมื่อ พ.ศ. 2554 พร้อมกับเสียงร่ำลือมากมายเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของพญาครุฑองค์นี้ จึงเกิดเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่เจ้าหน้าที่จะเชื้อเชิญให้ทุกคนที่มาเยี่ยมเยือนได้จุดธูปสักการะครุฑองค์ใหญ่ก่อนเข้าชมพิพิธภัณฑ์ 

ตึกทรงครุฑ

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้อยู่ในอาคารหลังเดียวกับศูนย์ฝึกอบรมธนาคารธนชาต บางปู

ตอนที่ถอดครุฑลงจากธนาคารนครหลวงไทยแต่ละสาขา องค์ครุฑพระราชทานเหล่านั้นก็ได้รับการอัญเชิญมาไว้ศูนย์ฝึกอบรม ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญมากที่อาคารนี้มีปีกยื่นออกไปสองข้าง แผนผังคล้ายกับพญาครุฑในอิริยาบถกางปีกอันคุ้นตา หากมองมาจากมุมสูง

สถานที่นี้จึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้ประดิษฐานองค์ครุฑซึ่งอัญเชิญมาจากทั่วสารทิศ โดยพื้นที่ที่ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์คืออาคารกลางและปีกขวาบางส่วน

ภายในพิพิธภัณฑ์มี 2 ชั้น แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 6 ส่วน มีเจ้าหน้าที่พาชมและคอยให้ความรู้เป็นรอบ ๆ เพื่อให้ผู้เข้าชมทุกชีวิตก้าวสู่โลกของพญาครุฑไปพร้อม ๆ กัน

โถงต้อนรับ

ประตูบานเลื่อนอัตโนมัติสองบานตั้งขนาบกลางป้ายประกาศสรรพคุณของที่นี่ว่า ‘พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งแรกและแห่งเดียวในอาเซียน’ เพราะแม้ว่าเรื่องเล่าความเชื่อเกี่ยวกับพญาปักษีจะมีอยู่ทั่วอุษาคเนย์ แต่ก็ไม่มีพิพิธภัณฑ์ใดในภูมิภาคนี้ที่มีครุฑเป็นธีมหลัก นอกจากที่นี่

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

เมื่อเราย่างเท้าผ่านประตูบานนี้ไป สายตาก็จะเผชิญกับผนังทรงโค้งวาดลวดลายธรรมชาติของป่าหิมพานต์ ความเจ๋งของฝาผนังนี้อยู่ที่ QR Code ซึ่งสแกนเพื่อใช้ฟิลเตอร์ใหม่ในอินสตาแกรมสตอรี่ได้ หากนำกล้องมือถือไปส่องกับผนัง ก็จะพบภาพกราฟิก AR (Augmented Reality) เล่าขานศึกสายเลือดระหว่างครุฑกับนาคโดยมีป่าหิมพานต์เป็นพื้นหลัง

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ
พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

ส่วนจัดแสดงนี้ยังมีห้องฉายภาพยนตร์สั้นที่จะพาผู้ชมไปรู้จักประวัติพิพิธภัณฑ์ และเรื่องราวเบื้องต้นของพญาครุฑ เริ่มตั้งแต่จุดกำเนิด ข้อแตกต่างระหว่างครุฑในศาสนาฮินดูกับพุทธ ธรรมชาติของครุฑ ฯลฯ เพื่อปูทางความรู้เรื่องครุฑก่อนไปชมส่วนจัดแสดงต่อไป

ครุฑพิมาน

เสร็จจากการเยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดงชั้นล่าง เจ้าหน้าที่ก็จะพาเราทุกคนขึ้นไปชั้นบนโดยผ่านบันไดที่ตกแต่งด้วยก้อนหินและสุมทุมพุุ่มไม้หนาทึบประหนึ่งผืนป่าใจกลางตึก

ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะชั้นบนของพิพิธภัณฑ์เป็นภาพจำลองของป่าหิมพานต์ตามคติความเชื่อของชาวไทยในอดีต ซึ่งภาพจำลองนั้นยิ่งดูแจ่มชัดขึ้นเมื่อเราไปถึงส่วนจัดแสดงที่สองอันมีชื่อว่า ‘ครุฑพิมาน’

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

โถงใหญ่กลางชั้นสองคือห้องเรียนจักรวาลไตรภูมิ และดินแดนในเทพนิยายอย่างป่าหิมพานต์ ป่าเชิงเขาพระสุเมรุ อันเป็นที่อยู่ของสิงสาราสัตว์นานาชนิด

ช่องว่างกลางโถงถูกดัดแปลงเป็นสระอโนดาต สระน้ำหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตที่ไม่มีวันแห้งเหือดตราบเท่าที่กลียุคยังไม่มา มุมสระทั้ง 4 ทิศมีทางน้ำไหลระบายออกจากปากสัตว์มงคล 4 ชนิด ประกอบด้วยราชสีห์ ช้าง ม้า และโค รอบพื้นที่จัดแสดงเดียรดาษไปด้วยต้นไม้ สัตว์หิมพานต์ ฤๅษี คนธรรพ์ วิทยาธร รวมถึงต้นไม้ประหลาดอย่าง ‘นารีผล’ หรือ ‘มักกะลีผล’ ที่ออกผลเป็นหญิงสาววัยแรกรุ่น มีหน้าตาสะสวยราวนางอัปสร ดึงดูดให้เหล่าเทวดาเพศชายพากันหมายปองและแย่งชิงกันเด็ดไปเชยชม

นครนาคราช

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

เมื่อพูดถึง ‘ครุฑ’ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหลีกเลี่ยงการพูดถึง ‘นาค’ ซึ่งเป็นพี่น้องต่างมารดาและศัตรูตัวฉกาจของเจ้าแห่งนก

ส่วนจัดแสดงที่ 3 มีชื่อว่า ‘นครนาคราช’ ซึ่งมาในธีมโลกบาดาล ฉากพรรณไม้ในป่าหิมพานต์เมื่อห้องที่แล้วถูกแทนที่ด้วยสีน้ำเงินของเกลียวคลื่นและผืนสมุทร เมื่อมาถึงห้องนี้ ผู้เข้าชมจะได้รู้จักความเชื่อเรื่องโลกบาดาลในพุทธศาสนา บทบาทของพญานาคผู้ยิ่งใหญ่ในฐานะสัตว์พาหนะของพระนารายณ์ขณะบรรทมอยู่เหนือเกษียรสมุทร ปิดท้ายด้วยตำนานความบาดหมางระหว่างพญานาคกับพญาครุฑที่เป็นพี่น้องต่างมารดาของกัน แต่กลับต้องบาดหมางกันเพราะนางวินตา มารดาพญาครุฑตกเป็นทาสของนางกัทรุ มารดาแห่งนาค 1,000 ตน นานถึง 500 ปี พญาครุฑจึงใช้สติปัญญาของตนชิงเอาน้ำอมฤตไปไถ่ความเป็นทาสแก่ผู้ให้กำเนิดได้สำเร็จ เป็นเหตุให้นาคกับครุฑกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันสืบมา

อมตะเจ้าเวหา

ส่วนจัดแสดงที่ 4 มีลักษณะเป็นห้องทรงกลมโอบล้อมด้วยประติมากรรมครุฑพ่าห์ 

เมื่อสาวเท้าเข้าสู่ห้องนี้ รอบตัวเราจะมืดสนิท ก่อนที่แสงแรกจะฉายฉานขึ้นบนหน้าจอทรงโค้ง เพื่อสดุดีคุณธรรมอันสูงส่งขององค์ครุฑ อันได้แก่ความกล้าหาญ ความเสียสละ และความกตัญญูกตเวทิตา

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

แอนิเมชันลายเส้นสวยในห้องนี้บรรยายเหตุการณ์ตอนที่พญานาคตั้งข้อแลกเปลี่ยนกับพญาครุฑให้ไปชิงน้ำอมฤตมาเพื่อปลดปล่อยนางวินตาสู่ความเป็นไทอีกครั้ง แม้ว่าพระนารายณ์จะเสด็จขึ้นมาจากการบรรทมหลับกลางทะเลน้ำนมเพื่อหยุดยั้งการชิงน้ำอมฤตของพญาครุฑ แต่พญาครุฑก็ยังดึงดันจะช่วยมารดาให้ได้ทั้งที่ต้องเสี่ยงถึงชีวิต ทั้งสองฝ่ายจึงประจัญบานกัน ผลลงเอยที่ไม่มีฝ่ายใดแพ้หรือชนะ พระนารายณ์จึงทรงแลกเปลี่ยนกับครุฑ ด้วยการขอใช้ครุฑเป็นพาหนะยามที่พระองค์เสด็จไปไหนต่อไหน และทรงยินยอมให้ครุฑอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าพระองค์ พร้อมประทานความเป็นอมตะให้ เป็นที่มาของชื่อห้อง ‘อมตะเจ้าเวหา’

ล้นเกล้าจอมราชัน

แอนิเมชันอันน่าตื่นเต้นจบลงพร้อมกับความรู้ที่เพิ่มพูนขึ้น ผู้เข้าชมอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ได้เข้าใจกันแล้วว่าเหตุใดพญาครุฑถึงมีความผูกพันกับพระนารายณ์อย่างแนบแน่น แต่ขณะเดียวกัน หลายคนก็อาจเกิดความฉงนใจก้อนใหม่ขึ้นมาแทนว่า ครุฑเกี่ยวข้องอย่างไรกับชาติไทย สัญลักษณ์รูปครุฑจึงโผล่มาอยู่ในเอกสารราชการให้เราเห็นได้แทบทุกวัน

‘ล้นเกล้าจอมราชัน’ ส่วนจัดแสดงที่ 5 ให้คำตอบเรื่องนี้ได้ดีเยี่ยม ด้วยสื่อผสมผสานทั้งวิดีโอและป้ายให้ข้อมูล ทำให้ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้รู้ว่าศิลปกรรมรูปครุฑนั้นพบในดินแดนไทยมาตั้งแต่ยุคทวารวดีแล้ว ก่อนจะทวีความสำคัญขึ้นในสมัยอยุธยา เมื่อตรา ‘ครุฑพ่าห์’ เริ่มได้รับการใช้เป็นสัญลักษณ์เชื่อมโยงกับพระมหากษัตริย์ เหตุเพราะคติเทวราชที่ไทยรับมาจากเขมรมีความเชื่อว่า พระมหากษัตริย์เป็นอวตารของพระนารายณ์ ผู้ทรงครุฑเป็นพาหนะ

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

สื่อจัดแสดงในห้องนี้เล่าย้อนประวัติศาสตร์ตั้งแต่โบราณกาลมาจนถึงยุคปัจจุบัน อธิบายสาเหตุที่ธงตราครุฑบนพื้นเหลืองอันมีชื่อเรียกว่า ‘ธงมหาราช’ ต้องถูกเชิญขึ้นเหนือเสาพระราชวังเมื่อพระมหากษัตริย์ไทยประทับอยู่ การออกแบบตราครุฑพ่าห์โดยฝีพระหัตถ์เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ หรือมูลเหตุที่ตราครุฑพ่าห์กลายเป็นตราแผ่นดินไทยสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 

นอกจากนี้ ด้วยความที่พิพิธภัณฑ์ครุฑเปิดทำการครั้งแรกใน พ.ศ. 2554 อันเป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ พื้นที่หนึ่งในส่วนจัดแสดงนี้จึงถูกใช้บอกเล่าเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในรัชสมัย เพื่อเทิดพระเกียรติพระเจ้าแผ่นดินที่ครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

ห้องจัดแสดงครุฑ

ห้องที่เป็นทั้งไฮไลต์และจุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์ครุฑ ถือเป็นส่วนจัดแสดงสุดท้ายที่เราจะได้ชมกัน

ห้องโถงใหญ่ที่ผนังด้านหนึ่งเจาะหน้าต่างยาวตลอดแนว คือสถานที่ประดิษฐานครุฑตราตั้งห้างพระราชทานทั้ง 150 องค์ ซึ่งรับรองได้ว่าไม่มีที่ใดรวบรวมงานศิลปะเฉพาะตราครุฑไว้มากเท่าที่นี่มาก่อน

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

องค์ครุฑที่เห็นอยู่นี้ส่วนใหญ่เป็นงานไม้ ย้ายมาจากธนาคารนครหลวงไทยกว่า 100 สาขา ต่างได้รับการดูแลรักษาให้คงอยู่ในสภาพเดิมวันที่อัญเชิญมาจากแหล่งเก่า โดยที่ไม่มีการซ่อมแซมแก้ไขเลยแม้แต่จุดเดียว เพื่อให้เห็นความเก่าแก่และสภาพจริงของครุฑองค์นั้นนั้น

การจะอัญเชิญองค์ครุฑมาจัดแสดงรวมกันที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเอาเสียเลย เพราะว่าครุฑเป็นของสูง เจ้าหน้าที่ผู้รับบทวิทยากรนำชมได้เล่าให้เราฟังว่า ก่อนจะเชิญแต่ละองค์ลงจากอาคารที่ติดตั้งไว้ ต้องมีการปิดตาครุฑเสียก่อน เพื่อไม่ให้สัตว์กึ่งเทพที่ปกติอยู่บนที่สูงเช่นครุฑมองในที่ต่ำ เมื่ออัญเชิญมาถึงพิพิธภัณฑ์ครุฑแล้วจึงต้องทำพิธีเบิกเนตรเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกครั้งหนึ่ง

ทอดสายตาดูครุฑที่ประดับอยู่บนผนังและบนแท่นกลางห้อง แม้มองเพียงผ่าน ๆ ตาก็จะดูรู้ว่าครุฑแต่ละองค์มี ‘ครุฑลักษณะ’ แตกต่างกันทั้งสิ้น ทั้งนี้ก็เพราะครุฑที่เห็นอยู่เป็นผลงานของนายช่างคนละคนกัน ต่างคนก็ต่างฝีมือ ต่างแนวคิด ต่างค่านิยมในการสร้าง ยังผลให้ครุฑเกือบทุกองค์ดูผิดแผกจากกันด้วยสรีระ ใบหน้า เครื่องทรง ไปจนถึงสีสันผ้านุ่งที่สวมใส่

อ้อ มาถึงห้องนี้แล้วอย่าลืมมองหาครุฑองค์แรกของธนาคารนครหลวงไทย กับครุฑจากสาขาเยาวราชด้วยนะ แล้วตอบตัวเองให้ได้ด้วยล่ะว่าครุฑสององค์นี้มีความพิเศษอย่างไรบ้าง

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

พิพิธภัณฑ์ครุฑ โดยธนาคารทหารไทยธนชาต กำลังจะเปิดให้ชมอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน 2565 โดยจะเปิดให้ชมเฉพาะวันศุกร์และเสาร์วันละ 3 รอบ ได้แก่ เวลา 10.00 น., 13.00 น. และ 15.00 น. มีผู้นำชมทุกรอบ และไม่มีค่าใช้จ่าย

เรื่องการเดินทาง ถึงแม้พิพิธภัณฑ์จะอยู่ไกลจากถนนใหญ่สักหน่อย แต่อย่าเพิ่งกังวลไป เพราะทางธนาคารได้จัดรถตู้คอยจอดรอรับ-ส่ง จากพิพิธภัณฑ์เคหะ วันละ 3 รอบ ตามเวลาเข้าชม

ส่วนใครที่อยากเข้าชม แต่ไปไม่ได้ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ก็ไม่ต้องเสียใจอีกเช่นกัน เพราะพิพิธภัณฑ์ครุฑเปิดให้ชมทางออนไลน์ที่ Garuda Virtual Tour 

นี่คือพิพิธภัณฑ์ที่จะเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับพวกเราคนไทยว่า ครุฑนั้นมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากกว่าจะเป็นแค่ตราสัญลักษณ์ที่เห็นบ่อยจนชินชา

พิพิธภัณฑ์ครุฑ โดยธนาคารทหารไทยธนชาต

ที่ตั้ง : นิคมอุตสาหกรรมบางปู ซอย 9A ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันศุกร์-เสาร์ เวลา 10.00 น., 13.00 น., 15.00 น.

โทรศัพท์ : 09 8882 3900

เว็บไซต์ : /www.ttbfoundation.org/th/garudamuseum/

หมายเหตุ

ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ครุฑจะได้รับของที่ระลึกเป็นแผ่นผ้าองค์ครุฑ พร้อมข้อความแสดงถึงคุณธรรมสำคัญที่องค์ครุฑทั้งสามข้อ เฉพาะผู้เข้าชม 500 ท่านแรกเท่านั้น

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load