เชื่อว่าในตู้เสื้อผ้าที่อัดแน่นไปด้วยชุดหลากหลายสไตล์ของแต่ละคน ย่อมมีหนึ่งสิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันไม่ว่าเขาหรือเธอคนนั้นจะมีสไตล์ต่างกันแค่ไหน ซึ่งก็คือกางเกงยีนส์ ไอเทมที่สวย เท่ เรียบง่าย มีเอกลักษณ์และอยู่เหนือกาลเวลา

เพราะเสื้อผ้าเป็นมากกว่าผืนผ้าที่ปะต่อห่อหุ้มกาย ยีนส์ก็เช่นกัน

ไม่เพียงสวมใส่ แต่ยังเป็นผืนผ้าใบที่บันทึกและรองรับทุกการสรรค์สร้าง ทุกความแตกต่าง ทุกความหลากหลาย ของทุกตัวตนอย่างอิสระ

เมื่อนึกถึงกางเกงยีนส์ที่เป็นต้นฉบับของกางเกงยีนส์ทั่วโลก ชื่อแรกที่เราคิดถึงเสมอคือ LEVI’S® ผ้ายีนส์ทอเทคนิคพิเศษผ่านการย้อม Indigo อย่างพิถีพิถัน ยึดด้วยฝีเข็มและหมุดโลหะ กระเป๋าหลังเดินลายปีกนกบรรจบเป็นจุดตัดรูปเพชร และป้ายแถบแดงอันจิ๋ว ตื่นเต้นทุกครั้งที่รู้ว่าผืนผ้าใบสุดออริจินัลนี้เดินทางสะสมเรื่องราวไปพร้อมๆ กับผู้คนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน และในอีกไม่กี่วันข้างหน้าก็จะมีอายุครบ 146 ปี ไม่ขาด ไม่เกิน

ภาพรอยขาดและการปะชุนบนกางเกงของคนทำงานในเหมืองในยุคก่อนสงครามโลกบ่งบอกการใช้ชีวิตที่สมบุกสมบันอย่างไร ลายเพนต์ดอกไม้สีสดใสบนกางเกงของสาวฮิปปี้ก็แสดงออกถึงความเป็น Young Generation ในยุค 70 อย่างนั้น ยิ่งเมื่อนับรอยพับขากางเกงจากการพับเพื่อโชว์ถุงเท้ากับรองเท้าผ้าใบเท่ๆ บอกเล่าความซ่า ทะมัดทะแมงของวัยรุ่นยุค 90 ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างการหลอมรวมและสร้างสรรค์ LEVI’S® เข้ากับตัวเอง จนออกมาเป็นผืนผ้าใบที่มีตัวตน เรื่องราวเฉพาะตัว โดดเด่น น่าสนใจ และ ‘จริง’ ที่สุด

หากติดตามความเคลื่อนไหวและการปรับตัวของแบรนด์ต่างๆ จะพบว่าในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา Collaboratoin เป็นกระแสที่ทุกแบรนด์พากันหยิบจับไปเล่นอย่างสนุกนาน เช่นเดียวกับ LEVI’S® ที่ร่วมงานกับแบรนด์ชื่อดังมากมายไม่ว่าจะเป็น Supreme, Vetements, Peanuts เพื่อสื่อสารตัวตนที่หลากหลาย

LEVI’S

จนวันหนึ่งที่แบรนด์กลับมาทบทวนหัวใจสำคัญซึ่งอยู่ในแบรนด์ตลอดมาแต่ไม่เคยสื่อสารมาก่อนอย่าง การสร้างตัวตนจากร่องรอยและเรื่องราวของเจ้าของยีนส์ตัวนั้น LEVI’S® จึงเกิดแนวคิด ‘WE ARE ALL COLLABORATORS’ เพื่อบอกกับพวกเราทุกคนว่า เราคือผู้ร่วมสรรค์สร้างผืนผ้าใบ LEVI’S® เสมอมา

จึงเกิดเป็นงาน 501® Day หรืองานฉลองวันครบรอบกำเนิด LEVI’S® ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกันในหลายประเทศทั่วโลก โดยในปีนี้และช่วงสองปีที่ผ่านมาแบรนด์ได้นำแนวคิด ‘WE ARE ALL COLLABORATORS’ มาใช้เป็นหัวใจของงาน เชิญชวนให้ทุกคนสนุกกับการค้นหาและปลดปล่อยความเป็นตัวเอง เป็นแนวคิดที่ทั้งเพิ่มความน่าหลงใหลให้กับแฟนๆ กลุ่มเดิมและยังโปรยเสน่ห์ให้กลุ่มคนใหม่ๆ อีกด้วย

The Cloud จึงมีนัดหมายพิเศษกับตัวแทนจาก LEVI’S® ประเทศไทย เพื่อพูดคุยถึงที่มาที่ไปของงานและคอนเซปต์ที่ทำให้งานนี้กลายเป็นงาน 501® Day ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค รวมถึงความพิเศษอื่นๆ ที่หากพลาดแล้วอาจจะต้องรอไปถึงปีหน้า

You and me, and where it all began

หากสงสัยว่าทำไมคนมากมายถึงรักกางเกงยีนส์ LEVI’S® กันอย่างเหนียวแน่น แถมยังส่งต่อความชื่นชอบกันมาเป็นร้อยๆ ปี เราขอพาทุกคนย้อนเวลากลับไปสมัยยุคตื่นทองกันสักครู่

ลีวาย สเตราส์ (Levi Strauss) เป็นพ่อค้าที่ขายของใช้ต่างๆ ให้กับคนทำงานในเหมือง วันหนึ่งเขาออกแบบกางเกงที่ทำจากผ้าเต็นท์ขึ้นมาขาย เนื่องจากเขาสังเกตุว่าเสื้อผ้าที่คนงานใส่นั้นไม่ทนการใช้งานเสียเลย ปรากฏว่ากางเกงเขาขายดีจนวันหนึ่งผ้าเต็นท์ขาดตลาดเขาจึงนำผ้าเดนิมมาใช้แทน

ไม่นานนักช่างตัดเสื้อ จาคอบ เดวิส (Jacob Davis) มาเสนอลีวาย สเตราส์ เรื่องการตอกหมุดตามมุมกระเป๋ากางเกงของคนงานเหมืองเพื่อให้แข็งแรงขึ้น สองผู้อพยพช่างฝันจึงร่วมมือกันพัฒนาจนวันที่ 20 พฤษภาคม ปี 1873 ได้จดสิทธิบัตรกางเกงยีนส์ LEVI’S®  ในเลขรหัส 501 มีลักษณะคือเป็นผ้าที่ทอเทคนิคพิเศษผ่านการย้อม Indigo อย่างพิถีพิถัน ยึดด้วยฝีเข็มและหมุดโลหะที่เป็นเอกลักษณ์ กระเป๋าหลังเดินลายปีกนกบรรจบเป็นจุดตัดรูปเพชร ดีไซน์ที่สดใหม่และความแข็งแรงนี้เองคือจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของต้นแบบกางเกงยีนส์ทั่วโลก

แรกเริ่มกางเกงยีนส์ LEVI’S® เป็นที่รักของชาวกรรมกรในเหมืองและเป็นสัญลักษณ์ของผู้ใช้แรงงาน จนเกิดจุดเปลี่ยนกลายเป็นที่รักของมวลชน เมื่อฮอลลีวูดผลิตภาพยนตร์หนุ่มคาวบอยสุดห้าวหาญนุ่งกางเกงยีนส์ รวมถึงภาพยนตร์ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ได้แรงบันดาลใจจากไลฟสไตล์จริงของทหารผ่านศึกรวมกลุ่มกันสวมยีนส์ซิ่งมอเตอร์ไซค์ในเมือง ภาพยนตร์ดังเป็นพลุแตกและความนิยมของกางเกงยีนส์ LEVI’S® ก็เช่นกัน เพราะสื่อได้แปลงสภาพให้กางเกงยีนส์นี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของ ‘อิสรภาพ’ ซึ่งเป็นสิ่งมีค่าที่ทุกคนพึงมี และยิ่งชัดเจนขึ้นในสมัยสงครามเย็นเมื่อหนุ่มสาวชาวฮิปปี้สวมใส่ไอเทมนี้กันอย่างล้นหลามรวมกันแสดงพลังความเป็น Young Generation เพื่อเรียกร้องสันติภาพ

ในตลอดระยะเวลา LEVI’S® เติบโตไปพร้อมกับผู้คน ผ่านเรื่องราวในทุกยุคทุกสมัยมามากมายโดยเฉพาะเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ นั่นทำให้กางเกงยีนส์นี้ไม่ได้เป็นที่รักเพราะความสวยและความทนเพียงเท่านั้น แต่เป็นสัญลักษณ์ที่มีค่า ความรู้สึกผูกพัน และความเป็นตำนาน

You are the reason I keep on trying

เวลาเดินไปอย่างรวดเร็วและเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมาย นั่นทำให้เรามองว่าสิ่งที่ยากกว่าการเป็นตำนานคือการที่แบรนด์ดำรงค์อยู่และเติบโตไปเรื่อยๆ อย่างภาคภูมิได้ โดยเฉพาะกับแบรนด์อายุกว่าร้อยปีอย่าง LEVI’S®

LEVI’S®  เล่าให้เราฟังว่าการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ และกล้าที่จะลองคือสิ่งสำคัญที่ทำให้แบรนด์ยังคงเป็นตำนานได้จนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าแบรนด์จะใหญ่โตอยู่มานานแค่ไหน ก็ควรทำตัวให้สดใหม่เหมือนหนุ่มสาวที่ยังอยากรู้อยากเห็นอยู่เสมอ เพราะการทดลองทำให้ได้เรียนรู้ ได้ลิ้มลองประสบการณ์ใหม่ๆ ที่นำไปสู่การสร้างสรรค์และเจริญเติบโตไปเรื่อยๆ และที่สำคัญคือ ต้องทำให้คนคาดเดาเราไม่ได้เพื่อสร้างความน่าจับตามอง ความลุ้นให้ผู้คนเสมอ

งาน 501® Day ที่เป็นงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ทั่วโลก แน่นอนว่าต้องผ่านการวางแผนมาอย่างเคร่งครัดและละเอียบยิบ เมื่อเราถามถึงการบรีฟงานจากทาง Global ก็ได้รับคำตอบที่ต่างไปจากคำตอบที่เราเก็งไว้โดยสิ้นเชิง

“Global เปิดกว้างกับเรามาก ปล่อยให้เราได้ลองอย่างเต็มที่แบบแทบไม่มีข้อจำกัด และด้วยแนวคิด We are all collaborators ที่มีมาก็กว้างมาก แค่ฟังก็น่าสนุกแล้ว รู้สึกมีความเป็นไปได้มากมายไปหมด เราก็ไปเวิร์กกันต่อแบบสุดมากๆ

“เราก็ต้องทำการบ้านเยอะเพื่อให้งานสนุกและสามารถเข้ากับตลาดบ้านเราได้จริงๆ อย่างงานนี้เราผสมผสานกระแสโลกกับกระแสบ้านเราคือเรื่องของ Street Style นั่นทำให้เราชวน Carnival มาสนุกกันรวมถึง ศิลปินไทยทั้งวงการกราฟิกแล้วก็แฟชั่นอีกหลายท่าน” ตัวแทนจาก LEVI’S® ตอบเราพร้อมแววตาที่ตื่นเต้น

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เราถามอีกว่าอะไรทำให้มั่นใจว่างานสตรีทนี้ช่วยให้แบรนด์ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจ

“เราไม่รู้หรอก แต่ที่แน่ๆ นี่เป็นการทดลองที่ตั้งใจจริงไม่ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา” ตัวแทนจาก LEVI’S® ตอบพร้อมรอยยิ้ม เราพยักหน้าและอมยิ้มเล็กน้อย ประทับใจในความซื่อตรงและความกล้าที่สร้างความน่าติดตามจริงๆ

You are all connected

LEVI’S® เชื่อว่ามนุษย์มีเพียงสิ่งเดียวที่เหมือนกันคือความแตกต่างและนี่คือจุดร่วมแสนแปลกที่เป็นบ่อเกิดความสร้างสรรค์ ปัญหา ความสุข และความทุกข์

หากมองในมุมของแฟชั่น กางเกงยีนส์ LEVI’S® ก็เป็นจุดร่วมของคนหลากหลายบุคลิก รสนิยม ฐานะ และการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นคุณลุงขับแท็กซี่ นักศึกษา หนุ่มสาวออฟฟิศ ศิลปินชื่อดัง หรือนักธุรกิจ

“เราว่าจริงๆ ทุกคนไม่ได้ห่างไกลจากแบรนด์นี้เลยแล้วก็มีจุดเชื่อมโยงถึงกันด้วย

แม้จะไม่เคยใส่ก็ตาม ทุกคนอาจเคยได้ยิน มีในตู้ เห็นเพื่อนหรือพ่อแม่ใส่ เราอยากให้ลองมางานนี้เพื่อมาสัมผัสความแตกต่างของแต่ละคนที่จะกลายเป็นความเป็นไปได้ในการหยิบเจ้ากางเกงยีนส์นี้มาสร้างเรื่องราวของตัวเอง” นี่คือคำตอบของคำถามที่ถามว่าสำหรับคนที่ไม่เคยใส่ LEVI’S® เลยจะร่วมสนุกไปงาน 501® Day ได้หรือไม่และอย่างไร

LEVI’S® เสริมอีกว่า แรงบันดาลใจที่ใกล้ตัวและเชื่อมโยงได้ดีที่สุด

ที่ไม่ต้องรอดูจากโชว์ไหนๆ คือการรวมตัวของผู้คนภายในงานที่หลากหลาย

ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักสะสมที่นำของรักมาอวดโฉม ไปจนถึงแลกเปลี่ยนแหล่งซื้อ LEVI’S® วินเทจให้แก่กันกลุ่มคนชื่นชอบแฟชั่นที่มาออกแบบกางเกงยีนส์ตัวเดียวในโลก กลุ่มวัยรุ่นที่อยากมาปาร์ตี้หรือใครก็ตามที่มีจุดร่วมกับ LEVI’S® จะแค่รู้จัก ชอบ เคยเห็นพ่อใส่ก็ได้ ซึ่งหากได้ลองสังเกตหรือได้พูดคุยกันก็จะพบความหลงใหล ความชื่นชอบ เรื่องราวที่น่าสนใจที่อาจจะทำให้เราได้ลองขบคิดกับตัวเอง ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ได้ไอเดียใหม่ในการสไตลิ่ง หรือสร้างความคิดถึงอยากกลับมาลองยีนส์ที่ไม่เคยใส่ในงาน

You are one of a kind

501® Day ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อฉลองที่แบรนด์ครองตลาดมานานเท่านั้น แต่มีจุดประสงค์เพื่อฉลองความมีส่วนร่วมของแบรนด์กับพวกเราอย่างใกล้ชิดในฐานะที่เราคือนักเล่า นักเขียน นักละเลงผืนผ้าใบสุดออริจินัลนี้

การเล่าในที่นี้คือการชวนให้มาตกแต่งกางเกงยีนส์ในสไตล์ของตัวเอง ซึ่งเป็น Session ที่พิเศษกว่าปกติเพราะในงานมีมุมที่ให้บริการออกแบบพิเศษ หรือ Customize ที่เรียกว่า ‘LEVI’S Tailor Shop’ ซึ่งมี Tailor Master คอยให้คำแนะนำและบริการ ปะ ปัก ตัด เย็บเพนต์อย่างพิถีพิถัน

หรือถ้าอยากยืมมือศิลปินมาเป็นเพื่อนช่วยเล่าด้วยก็ได้เช่นกัน ในงานนี้มีศิลปินไทยที่จัดเจนสไตล์สตรีท กราฟฟิตี้อย่าง Benzilla, PUCK และ Warhead มาร่วมสร้างกิมมิกด้วยการวาดลวดลายที่กระเป๋าหลังของกางเกงยีนส์ นั่งวาดกันแบบสดๆ ข้างๆ กันไปเลย

LEVI’S

ระหว่างรอเวลารับผลงานกลับบ้านก็มี Pocket Wall นิทรรศการแสดงกระเป๋าหลังกางเกงยีนส์ที่เพนต์โดยศิลปินทั้งสามท่านให้เดินดูสร้างแรงบันดาลใจด้วย หรือจะไปนั่งเล่นที่ Benzilla Cafe คาเฟ่พิเศษที่ LEVI’S® นึกสนุกกับ Benzilla เอาศิลปะ ตัวตน และอาหาร มาผสมผสานออกมาในรูปแบบใหม่

ความตื่นเต้นกับสีสันต่างๆ ในงานมาพร้อมกับความสงสัยอีกอย่างว่าความจัดจ้าน หลากหลาย ขนาดนี้จะขัดแย้งกับความออริจินัลของแบรนด์หรือเปล่า

“เรามองว่า LEVI’S® เป็น Blank Canvas จริงๆ เพียงแค่ใส่โดยที่ไม่ต้องทำอะไร LEVI’S® ก็บันทึกเรื่องราวและเปลี่ยนตัวเองให้เป็นตัวตนของเรา แล้วการ Customize เป็นอีกทางเลือกที่ให้เราได้สะท้อนตัวตนในอีกรูปแบบที่สร้างความเป็นไปได้มากมาย ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือเราอยากเห็นจากทุกคนว่ามันจะออกมาเป็นอะไร ไปได้ไกลแค่ไหนบ้าง

“พอได้ลองทำจากปีก่อนมันพิสูจน์ว่าไม่มีอะไรสั่นคลอนหรือหายไปเลย เพราะจุดเริ่มต้นของแบรนด์มันเกิดมาเพื่อเป็นสิ่งนี้จริงๆ ดีเอ็นเอของแบรนด์แข็งแรงมาก ไม่ว่าจะเกิดการผสมผสานกับใคร ความเป็น LEVI’S®  ก็ยังคงอยู่และยังเดินทางใช้ชีวิตต่อในรูปแบบที่น่าตื่นตาขึ้นเรื่อยๆ จากมือของทุกๆ คน”

คำตอบจาก LEVI’S® ยิ่งทำให้เราประทับใจที่แบรนด์ใหญ่ผู้เป็นเจ้าของ

คำว่า ‘ออริจินัล’ ตีความคำคำนี้ในอีกรูปแบบหนึ่ง ลดทอนความเป็นตำนานจับต้องยากให้กลายเป็นความเรียบง่าย อิสระ ที่พร้อมลองสร้างสิ่งใหม่ๆ มากมาย

You can be anything

“คนที่รู้สึกว่าตัวเองพื้นๆ เหมือนกับทุกคน มาในงานนี้คุณอาจจะค้นพบมุมใดมุมหนึ่งของตัวเองที่เฉพาะตัวและโดดเด่น หรือคนที่รู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่นเหลือเกิน ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปยืนอยู่ตรงไหน ในงานนี้ก็จะมีที่สำหรับคุณ”

LEVI’S® บอกกับเราถึงความรู้สึกที่อยากส่งไปถึงผู้ร่วมงาน อยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนรู้สึกสบายใจที่จะค้นหาและปลดปล่อยความเป็นตัวเองออกมา นอกจากมีมุมให้ออกแบบกางเกงยีนส์และเสื้อพิเศษเฉพาะ ยังมี Fashion Show คอลเลกชันที่ LEVI’S® ทำงานร่วมกับแบรนด์ดีไซเนอร์ไทย 5 แบรนด์ด้วย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนเห็นว่าทุกอย่างสามารถสร้างสรรค์ไปได้หลากหลายแล้วแต่ว่าตัวตนของคุณคือใคร

LEVI’S LEVI’S LEVI’S LEVI’S LEVI’S

‘Beyond Expectation’ คือคำที่ LEVI’S® ใช้ในการเลือกแบรนด์ที่จะร่วมงานด้วย โดยทุกแบรนด์แฟชั่นที่ LEVI’S® เลือกทำงานด้วย หลายแบรนด์เป็นแบรนด์ที่คนนึกไม่ถึงว่าจะมาผสมผสานเข้ากับ LEVI’S® อย่างไร ที่สร้างความรู้สึกเซอร์ไพรส์และเน้นย้ำความเป็นไปได้ที่หลากหลาย แม้แต่คอลเลกชันที่ร่วมมือกันก็ไม่มีบรีฟหรือข้อจำกัดมากมายเพื่อให้ดีไซเนอร์ออกลวดลายความเป็นตัวตนได้อย่างอิสระเต็มที่

จะเห็นว่าร้านมัลติแบรนด์และอีก 5 แบรนด์แฟชั่นที่มาร่วมงานกับ LEVI’S® ล้วนมีบุคลิกที่แตกต่างกัน ทั้งยังงสะท้อนคนในหลากหลายกลุ่ม ประกอบด้วย Carnival มัลติแบรนด์ยอดฮิตที่ทุกคนคุ้นชินที่ลายเซ็นของความเป็นสตรีท ไลฟสไตล์คนรุ่นใหม่ มีความชัดเจนมากจนออกคอลเลกชันของตัวเองมานับไม่ถ้วน Lalalove แบรนด์สไตล์สาวๆ ที่นำเอาผ้าไทยมาผสมกับความร่วมสมัยจนโด่งดังถึงปารีส

Takara Wong แบรนด์สไตล์จัดจ้าน ซ่า ขบถ ที่สะท้อนกลุ่มวัฒนธรรมย่อยมากมาย Tawn C. แบรนด์ชุดหรูแบบ Haute Couture ที่สวมใส่โดยคนดังในงานราตรี Heidi’s Secret แบรนด์ที่ลบข้อจำกัดทางเพศ ผสมผสานความ Feminine และ Masculine ออกมาเป็นเสื้อผ้าสไตล์ Androgeneous เสื้อผ้าที่ใส่ได้โดยไม่มีการแบ่งเพศหญิงหรือชาย และ NASHA แบรนด์กระเป๋าที่นำความพื้นเมืองมารวมกับจินตนาการออกมาเป็นสไตล์ที่เหมือนมาจากอีกโลก

ซึ่งงานนี้เป็นครั้งแรกที่แบรนด์ได้ออกแบบเสื้อผ้าและออกแบบกระเป๋าด้วยผ้ายีนส์ ปิดท้าย Finale โดย เจมี่เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ, โทนี่ รากแก่น, ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง และ คิทตี้-ชิชา อมาตยกุล ซึ่งทั้งสี่คนต้องร่วมออกแบบกางเกงยีนส์และเสื้อพิเศษเฉพาะสำหรับใส่ขึ้นโชว์ปิดท้ายด้วย เช่นเดียวกันกับศิลปินที่จะมาขึ้นคอนเสิร์ต Thaitanium และ Twopee Southside ก็ต้องร่วมออกแบบกางเกงยีนส์ที่สะท้อนตัวตนของตัวเองแล้วสวมใส่ขึ้นแสดง

ทั้งหมดนี้คือความพยายามของ LEVI’S® ที่ต้องการเชื้อเชิญให้ทุกคนค้นหาและ

ปลดปล่อยความเป็นตัวตนออกมาอย่างไม่เกรงกลัว และสร้างสรรค์ผ่านสิ่งใกล้ตัวอย่างกางเกงยีนส์

For you, make it personal

แม้จะเป็นงานวันเกิดของ LEVI’S® แต่ก็มีของขวัญสำหรับพวกเรานักเล่าตัวตน (เกือบ) ทุกคนด้วย LEVI’S® ชวน Carnival ออกแบบเซ็ตเสื้อยืด กางเกง และกระเป๋า ความพิเศษของคอลเลกชันนี้คือเป็นครั้งแรกที่เราสามารถใส่ชื่อตัวเองหรือเขียนคำอะไรก็ได้ลงบนโลโก้เอกลักษณ์ Batwing ของ LEVI’S® สำหรับกางเกงก็จะมีการออกแบบกระเป๋าหลังโดย Carnival ซึ่งเป็นลายเข้าคู่กันกับลายเสื้อยืด มาพร้อมกับกระเป๋าใบเล็กๆ ในรูปแบบกระเป๋าหลังของกางเกงยีนส์ที่เป็นกิมมิกของ LEVI’S®

เพียงแค่ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน เลือกแบบที่ชอบและแชร์ ได้ที่ bit.ly/501dayca ก็ได้ร่วมลุ้นเป็น 1 ใน 50 คนที่จะได้ LEVI’S® X Carnival Limited Edition นี้ โดยจะประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม ที่ Levi’s  

แล้วพบกันที่งาน 501® Day วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 16:00 – 22:00 น. ที่ The Link Asoke-Makkasan สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ติดตามได้ที่ www.facebook.com/levis.thailand และ www.levis.co.th/501Day

#LiveInLevis #501day

Writer

ฟ้าใหม่ พงศกรเสถียร

อดีตสาวโฆษณาที่ตอนนี้รับงานอิสระอยู่บ้าน เพื่อทุ่มเทเวลาให้เต็มที่กับการแบ่งปันวิธีเป็น นักช้อปแฟชั่นที่ยั่งยืนเป็นมิตรต่อโลกผ่านเพจ Famai Disorder

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

สูตรคูณ

เบื้องหลังงานสร้างสรรค์ครั้งพิเศษจากการ...

7 กุมภาพันธ์ 2565
6.94 K

ถ้าคิดถึง ‘Netflix’ แน่นอนว่าต้องนึกถึงหนังหรือซีรีส์เรื่องโปรดสักเรื่อง

ถ้าพูดถึง ‘สมใจ’ ก็อาจจะนึกถึงปากกาลื่น ๆ สักด้าม กับสมุดโน้ตคู่ใจสักเล่ม พร้อมบรรดาเครื่องเขียนและอุปกรณ์ศิลป์

แล้วถ้าหาก Netflix ทำบางอย่างร่วมกับ สมใจ อยู่ล่ะ ก็คงต้องนึกถึง…

ครั้งแรกที่เราได้ยินว่าค่ายสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่กำลังจะมีการ ‘Collaborate’ กับร้านเครื่องเขียนในตำนาน ก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่า การโคจรมาเจอกันระหว่างซีรีส์กับเครื่องเขียนจะออกมาในทิศทางไหน แต่มันเป็นความนึกไม่ออกที่ว้าวมาก ๆ รู้ตัวอีกที มือก็กดโทรศัพท์พร้อมฟังปลายสายบอกเล่าเรื่องราวโปรเจกต์สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นในครั้งนี้แล้ว

“ถ้าคนเห็นสิ่งที่เราจะทำ จะต้องรู้เลยว่า มันเป็นหนังซอมบี้บุกโรงเรียนหรือว่านักเรียนซอมบี้” เอย-ภัทศา อัตตนนท์ เล่าให้เราฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น และพร้อมสำหรับการเกิดขึ้นของแคมเปญในครั้งนี้มาก ๆ 

การรวมพลังสร้างสรรค์ภาพใหม่ของแคมเปญซอมบี้ ผ่านทีมจงรักดีและสมใจ

All of Us Are Dead หรือ มัธยมซอมบี้ เป็นซีรีส์รื่องใหม่ที่กำลังฉายผ่านทางเน็ตฟลิกซ์และเป็นที่พูดถึงจนติดแฮชแท็ก #มัธยมซอมบี้ ในทวิตเตอร์อยู่ในขณะนี้ ซึ่งแคมเปญการโปรโมตครั้งนี้ Netflix ได้ร่วมงานกับ Creative Agency and Production Design Lab ระดับคุณภาพของเมืองไทยอย่าง Jongluckdee ซึ่งเป็นผู้รังสรรค์ให้เกิดการ Collaboration กับสมใจขึ้นในที่สุด

ซีรีส์เกิดขึ้นในโรงเรียน เป็นเรื่องการดิ้นรนเอาชีวิตรอดพร้อมต่อสู้กับบรรดาเพื่อน ๆ ที่ทยอยกลายร่างเป็นซอมบี้ทีละคน จึงจำเป็นต้องมีตำราวิชาเอาตัวรอด Jongluckdee จึงไม่ลังเลที่จะเลือกทำงานร่วมกับร้านเครื่องเขียนระดับตำนานภายใต้การบริหารของทายาทรุ่นสาม อย่าง ตาล-นพนารี พัวรัตนอรุณกร ซึ่งเธอก็ตอบตกลงในวินาทีแรก

Stationary Set นี้จึงเกิดขึ้น ประกอบไปด้วยชุดเครื่องเขียนเปื้อนเลือดตรงตามธีมซอมบี้ ไม่ว่าจะเป็นสมุด ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด ฉีกทุกกฎของเครื่องเขียนในร้านแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน และโจทย์ในครั้งนี้จะไม่ใช่แค่การมาเจอกันเพื่อทำให้เกิดสินค้าชิ้นหนึ่งแล้วจบไป แต่เป็นการสร้างสตอรี่ให้คนสัมผัสได้ที่ร้านสมใจทุกสาขา สตอรี่ที่ว่านั่นคืออะไร เอยและตาลพร้อมที่จะเปิดไมค์เล่าให้เราฟังแล้ว

การรวมพลังสร้างสรรค์ภาพใหม่ของแคมเปญซอมบี้ ผ่านทีมจงรักดีและสมใจ
การรวมพลังสร้างสรรค์ภาพใหม่ของแคมเปญซอมบี้ ผ่านทีมจงรักดีและสมใจ

บรีฟที่ 1 : Netflix x สมใจ = 

“โจทย์แรกมาด้วยการบอกว่า จะมีซีรีส์เกาหลีเกี่ยวกับซอมบี้” 

เมื่อทางทีม Jongluckdee ได้รับโจทย์นี้ แม้ในตอนแรกที่ยังไม่ทราบชื่อเรื่องภาษาไทย ทางทีมก็คิดไว้ก่อนเลยว่า ต้องทำให้คนรู้สึกใหม่ ไม่ใช่ซอมบี้ที่เขาคุ้นเคย

ต้องทำให้คนเชื่อได้ว่าซอมบี้กับโรงเรียนเป็นเรื่องเดียวกัน ต้องส่งเมสเสจให้ได้ว่าซอมบี้บุกโรงเรียน หรือนักเรียนซอมบี้ ขณะเดียวกันก็ต้องเป็นมิติที่ใหม่ด้วย

หลังจากได้รับโจทย์ ทีมงานมีเวลาอีกเพียง 1 เดือนที่จะทำให้โปรเจกต์นี้สำเร็จ (ขนาดเราเองยังลุ้นไปด้วยว่า 1 เดือนท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 รวมทั้งติดเทศกาลปีใหม่พ่วงมาถึงตรุษจีน ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เต็มร้อย งานนี้คงจะเป็นไปได้ยากแน่)

ความท้าทายแรกและความท้าทายเดียวที่มีคือ “จะทำยังไงให้ที่เราตั้งใจไว้ 100 เปอร์เซ็นต์ มันออกมาเป็นแบบ 300 เปอร์เซ็นต์” 

เราเห็นคำว่าโรงเรียน เรารู้เลยว่าสมการนี้ถูกต้อง

พอเป็นคำว่าโรงเรียน แน่นอนว่าเครื่องเขียนเป็นสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ 

แต่ร้านเครื่องเขียนก็มีเป็นร้อย คงไม่ใช่เหตุผลนี้อย่างเดียวแน่ ๆ

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่ติดตามทุกแคมเปญของ Netflix จะสัมผัสได้เลยว่า แคมเปญทั้งหมดเน้นการสื่อสารกับผู้คน ให้เข้าถึงได้ง่ายกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในสังคม 

ฉะนั้น หนึ่งในเช็กลิสต์ของการเลือกแบรนด์ที่ Netflix จะทำงานด้วยด้วย คือแบรนด์นั้น ๆ ต้องเข้าใจคน เข้าใจสังคม และรู้ว่าจะสื่ออะไรออกไปให้ผู้คน ซึ่งสมใจมีทุกอย่าง แถมยังมีมากกว่านั้น 

“ที่เราเลือกสมใจ อย่างหนึ่งคือ เขามีหน้าร้านที่คนแวะเวียนไปได้หลายสาขา ทำให้เกิดประสบการณ์ที่ไม่ได้เป็นแค่ชุดเครื่องเขียนแล้วก็จบ ให้เขาต่อยอดไปได้”

เจตนารมณ์นั้นสมบูณ์ในที่สุด และไม่ใช่แค่การสร้างประสบการณ์ให้กับผู้คน แต่ยังเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพาร์ตเนอร์อีกด้วย

“พอทีมทำคอนเซ็ปต์ออกมา เราต้องดูก่อนเลยว่า มันจะไม่ไปแตะความเป็นสมใจ มันต้องอยู่ในจุดที่พอดี ไม่มีใครเสียประโยชน์”

การรวมพลังสร้างสรรค์ภาพใหม่ของแคมเปญซอมบี้ ผ่านทีมจงรักดีและสมใจ

3 หัวใจ สู่การตัดสินใจของสมใจ

สูตรทั่วไปทางการตลาดที่ว่า การลงทุนคือกำไร พวกเรารู้จักกันและคุ้นเคยกันดี เป้าหมายแรกในการตัดสินใจทำอะไรสักอย่างของหลายคนก็คงจะเป็นสิ่งนี้

แต่สำหรับสมใจ ยังมี 3 สิ่งที่สำคัญกว่าผลกำไร นั่นคือ ทีม ลูกค้า และพาร์ตเนอร์

พวกเขาให้ความสำคัญกับพนักงานทุกคน ทุกฝ่าย ให้ความสำคัญกับความร่วมมือกันเป็น ‘ทีม’ และมองว่าการร่วมงานในครั้งนี้ จะเพิ่มโอกาสให้ทุกคนในทีมได้ท้าทายด้วยการทำอะไรใหม่ ๆ 

และให้ความสำคัญกับ ‘ลูกค้า’ และอยากเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเด็ก เพราะเด็ก ๆ ส่วนใหญ่รู้จัก มัธยมซอมบี้ ตั้งแต่เป็นการ์ตูน ถ้าพวกเขารู้ว่าจะมีชุดเครื่องเขียนในธีมซอมบี้เกิดขึ้น และมีการจัดหน้าร้านให้เหมือนฉากในซีรีส์ พร้อมทั้งมีพนักงานโรลเพลย์เป็นซอมบี้ น่าจะเป็นที่ฮือฮาในหมู่เด็ก ๆ และบรรยากาศการมาเลือกซื้อเครื่องเขียนที่ร้านคงจะกลับมาคึกคักขึ้นอีกครั้ง

อีกสิ่งสำคัญที่ขาดไปไม่ได้ คือสมใจให้ความสำคัญกับ ‘พาร์ตเนอร์’ การที่ได้มาคอลแลบกับ Netflix เป็นการปลดล็อกแนวคิดบางอย่าง และเป็นการพาแบรนด์เดินไปข้างหน้าอีกหนึ่งสเต็ป

การรวมพลังสร้างสรรค์ภาพใหม่ของแคมเปญซอมบี้ ผ่านทีมจงรักดีและสมใจ

สำคัญกว่าสินค้าคือประสบการณ์ของลูกค้า

“เราก็เลยจะทำให้เป็นซอมบี้จริง ๆ แบบมีคนไปแสดงอยู่หน้าร้านสมใจ และเนรมิตดิสเพลย์กระจกให้เป็นฉากหนึ่งในซีรีส์ เพื่อให้คนได้ถ่ายรูปร่วมเฟรมกับซอมบี้เหมือนหลุดเข้าไปในหนัง และชุดเครื่องเขียนนี้ เราไม่ได้ขาย เราทำมาให้เป็นของรางวัลแก่คนที่มาเข้าร่วม ดังนั้นทั้งหมดก็ได้ร้อยเรียงออกมาเป็น Experience เดียวกันหมด” เอยเล่าถึงแผนงานของแคมเปญนี้

“เริ่มต้นด้วยการมี School Bus ใน 7 วัน 7 สถานที่ โดยวันสุดท้ายจะไปจบที่สามย่านมิตรทาวน์ เสมือนว่ารถโรงเรียนได้ส่งซอมบี้ไปอาละวาดที่สามย่านมิตรทาวน์ และด้วยความที่ซอมบี้เป็นนักเรียน ก็เลยเลือกไปอาละวาดที่ร้านเครื่องเขียน อาละวาดไปถึงขั้นแพร่เชื้อซอมบี้ไปที่แคชเชียร์ เพราะเดี๋ยวแคชเชียร์จะแต่งเป็นซอมบี้ทั้ง 5 สาขาเลย” 

การรวมพลังสร้างสรรค์ภาพใหม่ของแคมเปญซอมบี้ ผ่านทีมจงรักดีและสมใจ

เอยและตาลเห็นตรงกันว่า อยากส่งต่อสารนี้ให้คนได้เข้าถึงและจับต้องได้มากที่สุด ไม่ใช่แค่ให้เครื่องเขียนชุด Survival Kit นี้ไปแล้วจบ จึงมีการเนรมิตแปลงโฉมร้านสมใจทั้ง 5 สาขา ให้เข้ากับธีม มัธยมซอมบี้ เลือดสาดขั้นสุด จัดเต็มยิ่งกว่าฮัลโลวีน โดยสมใจซัพพอร์ตถึงขั้นว่าเปลี่ยนป้ายร้านเป็นสีดำ พร้อมด้วยตัวอักษรเปื้อนเลือด ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับแนวคิดของทายาทรุ่นเก่า อีกทั้งยังมีดิสเพลย์หน้าร้าน ที่บังบรรยากาศในร้านแบบที่ทายาทรุ่นเก่าปลูกฝังและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาโดยตลอดว่า หน้าร้านต้องโปร่ง โล่ง ลูกค้ามองเข้ามาต้องชัด และเห็นทุกสรรพสิ่งภายใน แต่ตาลเลือกจะออกจากกรอบเดิมและเพิ่มภาพใหม่ให้กับร้าน 

เบื้องหลังเครื่องเขียนเปื้อนเลือด Netflix x สมใจ หยิบ ‘มัธยมซอมบี้’ มาสร้างประสบการณ์กลางกรุง

รุ่นสามสื่อสารกับรุ่นเก่าอย่างไร

เราเองเป็นลูกค้าของสมใจมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ ภาพจำที่มีต่อที่นี่จึงเป็นร้านเครื่องเขียนสุดคลาสสิกมาโดยตลอด ขนาดเราเองที่เป็นลูกค้ายังคุ้นเคยกับภาพแบบนั้น ทายาทรุ่นเก่าก็คงต้องมีความรู้สึกนี้เกิดขึ้นมากกว่าเราเป็นแน่ 

“ตาลโชคดีที่เขาไว้ใจ” ประโยคเดียวสั้น ๆ แต่กลับเป็นคำตอบของทุกอย่าง

ตาลเล่าว่าสมใจเคยมีประสบการณ์การ Collaboration มาก่อนหน้านี้แล้ว 2 – 3 ครั้ง ซึ่งในทุกครั้งจะแจงรายละเอียดของต้นทุนและการประเมินค่าผลกำไร รวมทั้งแผนงานทั้งหมดอย่างชัดเจนให้ที่บ้านฟัง พอเขารับรู้ได้ถึงความตั้งใจและรับรู้รายละเอียดที่ตอบทุกคำถาม จึงมั่นใจให้ทายาทรุ่นสามคนนี้ต่อยอดความคิดและขับเคลื่อนแบรนด์ได้อย่างเต็มที่ 

แนวคิดเปิดกว้างแบบนี้ ที่ทำให้ร้านเก่ายังเก๋ามาจนถึงทุกวันนี้

Talk of the Town Overnight

เมื่อเราได้คำตอบจากทุกข้อสงสัย ประการสุดท้าย คือ ผลลัพธ์ของสมการนี้

ความสำเร็จสำหรับแคมเปญนี้คืออะไร-เราถาม

“Talk of the Town ชั่วข้ามคืน” เอยตอบกลับด้วยประโยคที่ทำให้เราอยากทำความเข้าใจกับโจทย์ข้อนี้ต่อ สิ่งนี้นับว่าเป็นไฮไลต์สำคัญสำหรับการทำงานของ Jongluckdee ก็ว่าได้ 

ในทุก ๆ ไอเดียที่ออกมา จะต้องเลือกทางที่มีความใหม่ มีความท้าทาย เหมือนเป็นการได้ก้าวไปข้างหน้าอีกขั้น อย่างในครั้งนี้ การเลือกเปิดแคมเปญด้วย School Bus ทางทีมต้องคิดหนักมาก เพราะอาจจะสร้างความตกใจให้คนที่พบเห็นได้ ทุกคนทำการบ้านหนักมาก จนสุดท้ายผลตอบรับก็ดีเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ 

“แสดงให้เห็นแล้วว่ามาถูกทาง เพราะทุกอันถ้ามันใช่ มันจะมีความเป็นไปไม่ได้อยู่ในนั้น” นี่แหละหนึ่งในสูตรลับความสำเร็จของเอย

เบื้องหลังเครื่องเขียนเปื้อนเลือด Netflix x สมใจ หยิบ ‘มัธยมซอมบี้’ มาสร้างประสบการณ์กลางกรุง

ทุก ๆ แคมเปญที่ Netflix ทำ หัวใจสำคัญคือ

หนึ่ง คนดูจะต้องรู้สึกได้ว่าเขาให้เกียรติผู้ชม 

สอง ทีมต้องมีความภูมิใจในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเอเจนซี่หรือว่าทีมลูกค้าเอง 

นี่จึงเป็นอีก 2 สิ่งสำคัญที่แสดงถึงความสำเร็จอย่างแท้จริง สื่อต้องไปถึงผู้รับอย่างที่ตั้งใจ และสิ่งนั้นต้องสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทำงาน 

“ทางทีม Jongluckdee เราเห็นสปิริตของเด็ก ๆ ที่เขามีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ทำงานนี้ มันเหมือนเราต่อเติมความฝันให้คนทำงาน ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง แต่วันนี้เราเหมือนมาเติมเชื้อไฟนั้นให้สว่างยิ่งขึ้น มันจึงเป็นมากกว่าการทำงานที่ทำเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจ” 

ฟังมาถึงตรงนี้ เราไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมแคมเปญนี้ถึงออกมาดีเหนือจินตนาการ และเป็นที่พูดถึงในวงกว้างเพียงชั่วข้ามคืน

เบื้องหลังเครื่องเขียนเปื้อนเลือด Netflix x สมใจ หยิบ ‘มัธยมซอมบี้’ มาสร้างประสบการณ์กลางกรุง

สม-ใจ สมใจ

“ถ้าออกไปแล้วมันไม่นิ่ง มันก็คือใช่ แต่มันจะไปไกลขนาดไหน อันนี้ตาลก็ถือว่าเป็นกำไรแล้วกัน”

จากคำตอบนี้ เราเชื่อเลยว่าเอยและตาลมองเห็นภาพเดียวกันจริง ๆ ถึงทำให้ทุกกระบวนการของแคมเปญนี้มีคุณค่าและมีคุณภาพอย่างมาก รวมไปถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

เหนือสิ่งอื่นใด ความคาดหวังให้ผลงานที่ทำออกมาส่งไปถึงผู้คนได้ตามที่ตั้งใจ ก็นับเป็นนิยามของความสำเร็จ

สำหรับตาลการที่ได้มาคอลแลบกับ Netflix ในครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ร้านเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นและแสดงให้เห็นว่าสมใจพร้อมปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความเป็นไปของสังคม โดยไม่ทิ้งความเป็นตัวตนและไม่ละเลยคนเบื้องหลังที่สำคัญ นั่นคือทุกคนในทีมที่ช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาเป็นการร่วมงานที่สมบูรณ์ในครั้งนี้ เหมือนที่ตาลเล่าพร้อมรอยยิ้มว่า 

“ในแง่การบริหาร การที่เราปรับให้ทันสมัยมากขึ้น อันนี้คือสิ่งที่มีค่ากว่าทุก ๆ อย่าง จากที่สมใจมาจากศูนย์ จนถึงทุกวันนี้ที่ทุกคนในครอบครัวเปิดรับเรื่องใหม่ ๆ รวมไปถึงความภูมิใจของทุกคนในทีม มันมีค่ามากจริง ๆ”

“ไม่รู้ว่าปลายทางจะสำเร็จหรือไม่ แต่ว่าแค่ได้มาถึงจุดนี้ ตาลก็ดีใจแล้ว”

คำกล่าวทิ้งท้ายบทสัมภาษณ์ของตาล ทำให้เราได้คำตอบของแบบฝึกหัดข้อนี้

ตอบ : Netflix x สมใจ = ความสำเร็จของการทำงานกันในรูปแบบชุดเครื่องเขียนเรื่อง มัธยมซอมบี้ ที่เต็มไปด้วยการเป็นที่พูดถึง การถูกจดจำ รวมไปถึงการทำงานร่วมกันของทีมงาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคุณค่า มากเกินกว่าจะประเมินค่าได้

เสาะหาชุดเครื่องเขียน ‘เปิดตำรา วิชาเอาตัวรอด’ พร้อมคู่มือแนะนำวิธีใช้เครื่องเขียนเหล่านี้เป็นอุปกรณ์ต่อกรกับซอมบี้ ทั้งสมุด ดินสอกด ไม้บรรทัด ยางลบ กระดาษโน้ต และแฟ้มพลาสติก ได้แล้ววันนี้ที่ร้านสมใจทั้ง 5 สาขา ได้แก่ สามย่านมิตรทาวน์, อาคารสยามกิตติ์, เซ็นทรัลพระราม 9, เซ็นทรัล สีลม คอมเพล็กซ์ และมาบุญครอง 

มาสัมผัสและเก็บภาพบรรยากาศห้องเรียนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เชื้อไวรัสซอมบี้แพร่ระบาด พร้อมกิจกรรมสุดเซอร์ไพรส์ที่หน้าร้านและออนไลน์ให้ได้ร่วมสนุก ติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ ร้านสมใจ เครื่องเขียน และอุปกรณ์ศิลป์ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load