The Cloud X สารคดีสัญชาติไทย

เช้ามืด ดวงอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นสันเขา

เสือโคร่งตัวนั้นนั่งหันหลังให้ผม เราอยู่ห่างกันราว 5 เมตร ไม่มีอะไรขวางกั้น ผมไม่ได้ซ่อนตัวอยู่ในซุ้มบังไพร ไม่มีแม้แต่พุ่มไม้หรือใบไม้ขวางกั้นระหว่างเรา ในระยะแค่นี้ เพียงมันขยับเบาๆ ก็จะถึงตัวผมอย่างง่ายดาย ใช่ว่ามันไม่รู้ว่าผมอยู่ใกล้ๆ แต่การกระโจนเข้าหาจะไม่เกิดขึ้นหรอก เพราะมันคือเสือที่เพิ่งฟื้นจากฤทธิ์ยาสลบแค่ 2 ชั่วโมง

หลังรู้สึกตัว เสือจะนอนนิ่งๆ สักพัก ลืมตา พยายามผงกหัวขึ้นมองรอบๆ แกว่งหางไปทางซ้าย ทางขวา ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงจะขยับตัวลุกขึ้นนั่งได้

จากนั้นอีกสักครึ่งชั่วโมงมันจะลุกขึ้นยืน เซไปเซมา อาจล้มลงนอนอีกครั้งสองครั้ง ต่อจากนั้นก็จะเดินได้อย่างมั่นคง ถึงตอนนั้นเป็นเวลาที่พละกำลังรวมทั้งสติของมันฟื้นคืนครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว และนั่นย่อมไม่ใช่เวลาที่ผมจะอยู่กับมันในระยะใกล้เช่นนี้

เป็นระยะที่ใกล้เกินกว่าระยะที่มันอนุญาต

แต่ตอนนี้เสือเพิ่งลุกขึ้นนั่งหันหลังให้ ผมมีเวลาอยู่ตรงนี้อีกพอสมควร ก่อนโลกแห่งความเป็นจริงระหว่างเราจะกลับมา มันหันมองทางซ้าย ทางขวา ทำท่าราวกับทบทวนว่าช่วงที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น มันหันมาทางผม สายตาเราพบกัน  

ไม่มีอาการก้าวร้าวในแววตา ไร้เสียงขู่คำราม

ผมยกกล้องขึ้นแนบสายตากับช่องมอง กล้องที่ติดเลนส์ 24 มิลลิเมตร กดชัตเตอร์

ธรรมชาติ ห้องเรียนตลอดชีวิตของ ม.ล.ปริญญากร ช่างภาพสัตว์ป่าและธรรมชาติชั้นครู
เสือที่เพิ่งฟื้นจากฤทธิ์ยาสลบจะอยู่นิ่งกว่า 2 ชั่วโมงก่อนลุกขึ้นเดินจากไป

ผมนั่งนิ่งๆ  อีก 15 นาที ก่อนค่อยๆ ขยับคลานออกมา ถอยออกมาไกลพอสมควร ผมลุกขึ้นยืน ลายเหลืองดำ ของเสือเลือนรางอยู่ในพุ่มไม้ที่ใบเป็นสีเหลืองแห้งๆ ผมนั่งลงอีกครั้ง เอนหลังพิงต้นเต็งขนาดใหญ่ ป่าเต็งรังในช่วงฤดูแล้งโปร่งโล่ง

กล้องที่ติดเลนส์ 24 มิลลิเมตรในมือบอกให้รู้ว่า ถึงวันนี้ระยะห่างระหว่างผมกับสัตว์ป่าไม่มากนัก สัตว์ป่า อนุญาตให้ผมเข้าใกล้ได้บ้าง อีกนั่นแหละ กว่าจะเป็นเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายนักหรอก ไม่เพียงแค่เวลายาวนาน แต่มันหมายถึงตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมไม่เคยไปไหนพ้นจาก ‘ห้องเรียน’

ผมเริ่มต้นถ่ายภาพในห้องเรียนที่เป็นบึงน้ำ ตั้งแต่เช้าตรู่ เรือหางยาวจะมาส่งผมที่จุดหมายอันเหมือนบ้านหลังเล็กๆ ที่สร้างอยู่กลางบึงน้ำกว้าง เป็นบ้านที่มีแค่สี่เสา ด้านข้างและหลังคาหุ้มไว้ด้วยผ้าสีฟ้าซีดๆ

“ค่ำๆ เจอกันครับ” ชายผิวคล้ำ หน้าเข้ม ผู้ทำหน้าที่ขับเรือพูด 

ผมมุดเข้าบ้านหลังเล็กนั่น เรือหางยาวจากไป

ผมเริ่มต้นจัดที่ทาง กว่า 10 ชั่วโมงที่ผมต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ทำเช่นนี้มาแล้วกว่า 1 สัปดาห์

ในนี้ สิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่พอหาได้คือเก้าอี้พับตัวเล็ก ไม่ต้องนั่งขัดสมาธิบนพื้นและคุกเข่า เพื่อให้ตาแนบกับช่องมองภาพ เท่านี้ก็สบายที่สุดแล้ว

เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม พนม คราวจันทึก ชายผิวคล้ำ หน้าเข้ม เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าแห่งเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด ออกสำรวจเมื่อพบการวางไข่ของนกน้ำ บนแพจอกแหนโล่งๆ เขาทำซุ้มบังไพรใกล้ๆ และแจ้งข่าวให้ผมรู้

นี่คล้ายเป็นความคุ้นเคยและผูกพัน ก่อนหน้านี้ เขาทำเช่นนี้ให้พ่อผม ซึ่งมาเฝ้าถ่ายนกเหล่านี้เช่นกัน 

ช่วงเวลาหนึ่ง ผมมาที่บึงน้ำติดต่อกันนานหลายปี ว่าตามจริง มันค่อนข้างซ้ำซากจำเจ มีรูปเหมือนๆ กันมากมายแต่ผมรู้สึกว่าการได้มาเฝ้าถ่ายรังนกน้ำอยู่ในซุ้มบังไพรแคบๆ เฝ้าดูความรัก ความห่วงใย ที่พ่อแม่นกมีให้กับลูก เป็นความรื่นรมย์อย่างหนึ่ง

การต้องอยู่ลำพังในที่ไม่มีทางจะถอยหนีไปทางใด รอบๆ มีเพียงผืนน้ำกว้าง ไม่ต่างจากการติดอยู่ในกรงแคบๆ

ธรรมชาติ ห้องเรียนตลอดชีวิตของ ม.ล.ปริญญากร ช่างภาพสัตว์ป่าและธรรมชาติชั้นครู

สำหรับผม นี่คือ ‘ด่าน’ ทดสอบกำลังใจอย่างหนึ่ง ที่สำคัญมันคือช่วงเวลาที่ผมได้รับบทเรียนจาก ‘ครู’ อย่างจริงจัง

ตั้งกล้องเสร็จ ผมลองปรับระยะชัดเลนส์เทเลโฟโต 560 มิลลิเมตรไปที่รังนกเป็ดผี ซึ่งเห็นเพียงเศษวัชพืชกองสุมอยู่ นี่คือลักษณะปกติของรังนกเป็ดผีและนกน้ำอีกหลายชนิด ทุกครั้งเมื่อมีอันตรายเข้ามาใกล้ พ่อหรือแม่นกที่กกไข่อยู่จะรีบลุกขึ้นคาบเศษหญ้ามาปิดไข่สีขาวอมเหลืองไว้อย่างรวดเร็ว และตัวเองจะลงจากรัง มุดน้ำหายไป 

มันจะกลับมาเมื่อทุกอย่างปกติ พวกมันจะเริ่มระแวงตั้งแต่เรือเข้ามาใกล้แล้ว การที่เรือแล่นกลับไป อาจทำให้ มันสบายใจขึ้น

ผมเคยเชื่อว่านก คงนับจำนวนไม่ได้

การเข้ามาสองคนและกลับออกไปคนหนึ่ง ทำให้นกคิดว่าอันตรายไปแล้ว คนที่เฝ้าในซุ้มจะได้อยู่กับนกอย่างใกล้ชิด

ได้อยู่กับนกอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่เพราะมันนับจำนวนไม่ได้หรอก เหตุผลที่ผมได้อยู่อย่างใกล้ชิดเป็นเพราะนก อนุญาตให้ผมเรียน 

เมื่อไม่มีสิ่งผิดปกติ บ้านหลังเล็กนั่นสร้างมานาน นกคุ้นเคยดี ไม่ระแวง

ธรรมชาติ ห้องเรียนตลอดชีวิตของ ม.ล.ปริญญากร ช่างภาพสัตว์ป่าและธรรมชาติชั้นครู
ธรรมชาติ ห้องเรียนตลอดชีวิตของ ม.ล.ปริญญากร ช่างภาพสัตว์ป่าและธรรมชาติชั้นครู
ลูกนกที่ออกจากไข่แล้วจะอยู่บนหลังพ่อหรือแม่เกือบตลอดเวลา

นกกลับมา มันปีนขึ้นรัง น้ำเกาะตามขนเป็นเม็ดๆ ก้มลงคาบหญ้าที่ปิดรังออก ค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่ง ขยับหาท่าถนัด ดวงตากลมโตมองรอบๆ

นกเป็ดผีคือหนึ่งในจำนวนที่เรียกกันว่า นกน้ำ พวกมันมีรูปร่างคล้ายเป็ดขนาดเล็ก แต่ไม่ได้อยู่ในประเภทเดียวกับเหล่านกเป็ดน้ำ

เวลาผ่านไป แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าตรู่เปลี่ยนเป็นแสงแดดร้อนแรง ในซุ้มบังไพรทวีความร้อนอบอ้าว ดอกบัว สีชมพูที่ชูช่อไสวข้างบ้านหลังเล็กทยอยหุบเหลือเพียงดอกตูมๆ

แม่นกนั่งกกไข่นิ่งๆ นาน แทบไม่ขยับตัว นอกจากอ้าปากกว้างคล้ายเป็นการระบายความร้อน ผมเฝ้าดูกระทั่งพลบค่ำ กดชัตเตอร์เป็นระยะ ในห้องเรียนแคบๆ วันนั้น ครูสอนบทเรียนเรื่องความอดทน

ขณะมองเสือ ผมนึกถึงครั้งเริ่มต้นเรียนในโรงเรียนที่อยู่ในบึงน้ำ เสียงแกรกกรากจากการเดินเหยียบใบไม้แห้ง ของเสือค่อยๆ เบาลง เสือเดินจากไปแล้ว จากนี้ไปอีกหลายเดือน วิทยุที่ติดอยู่กับปลอกคอที่มันสวมอยู่จะส่งข้อมูลให้รู้ว่ามันไปอยู่ที่ไหน นักวิจัยจะตามเข้าไปตรวจสอบว่ามันทำอะไรบ้างได้อย่างละเอียด

ผมใช้เลนส์มุมกว้างกับเสือ ผู้เป็นครูที่อนุญาตให้เรียนด้วยอย่างใกล้ชิด เลนส์มุมกว้างช่วยให้ไม่เห็นรอบตัวเพียงมุมแคบๆ

เวลาผ่านมานาน ผมยังคงอยู่ในห้องเรียน ‘ห้องเรียน’ ที่ผมอยู่ไม่ได้กว้างใหญ่ขึ้นหรอก เพียงแต่บทเรียนต่างๆ ที่ได้เรียนจากครูทำให้ผมตัวเล็กลง

สารคดีสัญชาติไทย

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

เมื่อไหร่ที่อากาศเริ่มเย็นลง ภาพภูเขาก็จะปรากฏขึ้นมาในหัวเราทันที น่าจะเป็นนิสัยของคนเมืองร้อนที่อยากไปสัมผัสความหนาวเย็นบนเขา เพื่อหนีออกจากตึกสูงและไอร้อนที่ล้อมตัวอยู่ทุกวัน

2 ปีที่แล้ว ต้นเดือนเมษายนไม่มีอากาศเย็นวูบมาจากทางเหนือ แต่อากาศบนเขาใหญ่ก็ยังเย็นกว่าอากาศในเมือง ไม่ได้เย็นขนาดเรียกว่าหนาว แต่เย็นสบายกว่ามาก เราขับรถขึ้นเขาไปตั้งแต่ก่อนสว่าง หน้าต่างรถเปิดกว้างทุกบาน เสียงต่าง ๆ ของป่าผ่านเข้ามาทางหน้าต่างรถที่เปิดอยู่ 

เต้ย ไกด์เขาใหญ่และช่างภาพสัตว์ป่าฝีมือดี มักอธิบายเสียงที่ได้ยินให้เราฟังเวลานั่งรถไปด้วยกัน

“เสียงชะนีมือขาว ครอบครัวนี้เพิ่งมีลูกใหม่ พี่จำได้มั้ย เราเคยถ่ายมันข้ามถนนตรงโค้งข้างหน้า”
“เสียงชะนีมงกุฎ แต่ฝูงนี้ค่อนข้างตื่นคน ไม่ค่อยยอมให้เข้าใกล้”

“เสียงนกกก น่าจะเป็นตัวที่ทำโพรงตรงข้างถนน ถ้าเราไปจอดรอตรงจุดข้างหน้า น่าจะดักถ่ายมันบินได้พอดี”

ถ้าไม่ได้รู้จักกัน คงคิดว่าเต้ยพูดเล่นเพื่อให้การเข้าป่าสนุกสนาน แต่เต้ยหมายความตามที่พูดจริง ๆ ทุกครั้ง

หลังจากที่นกเงือกจับคู่แล้ว ตัวเมียจะเข้าโพรงรัง และปิดปากโพรงให้เหลือเพียงช่องเล็ก ๆ กว้างแค่เอาจะงอยปากผ่านได้ นกเงือกตัวเมียรอการส่งอาหารจากตัวผู้ทุกวัน วันหนึ่งตกประมาณ 10 กว่ารอบ ที่น่าประหลาดใจคือ นกเงือกเป็นสัตว์ที่มีนิสัยสม่ำเสมอเป็นกิจวัตร เส้นทางที่บินเข้ารังมักเป็นเส้นทางเดิม ๆ และรอบแรกของการส่งอาหารให้ตัวเมียในโพรงก็มักเป็นเวลาเดิม ๆ

7 โมงครึ่งคือเวลาเป้าหมายที่เต้ยสังเกตและบอกเรามา โพรงที่เราเฝ้าในวันนี้เป็นของนกกก นกเงือกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดานกเงือกของไทย

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

7 โมงครึ่งเป๊ะ เสียงกระพือปีกดังมาก่อนจะได้เห็นตัว นกกกตัวใหญ่บินเข้ามาเกาะที่กิ่งพักก่อนเข้าป้อนที่โพรง โชคดีว่านกกกครอบครัวนี้ค่อนข้างคุ้นกับคน และใช้โพรงนี้เป็นรังต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว ทำให้เรามีโอกาสดูนกขนาดใหญ่ในระยะใกล้ และได้เห็นพฤติกรรมอย่างชัดเจน 



พ่อนกกกค่อย ๆ ขย้อนอาหารหลายอย่างออกจากคอ ทยอยส่งเข้าไปให้แม่นกทีละชิ้น คนดูจากด้านล่างก็เดาไปทีละก้อนว่าสิ่งนั้นคืออะไร บางรอบเป็นลูกไม้สุก บางรอบเป็นตะขาบตัวยาว บางรอบเป็นกิ้งก่าตัวเล็ก ช่วงเวลาในการกกไข่แต่ละช่วง พ่อนกจะส่งอาหารต่างกัน ช่วงแรกที่ต้องปิดโพรง พ่อนกจะป้อนแต่ลูกไทรสุก เพื่อให้แม่นกเอามูลมาเป็นวัสดุปิดโพรงและรองรัง ในช่วงต่อมาที่เริ่มมีลูกนกแล้ว อาหารจะเปลี่ยนเป็นเหยื่อที่ให้โปรตีนมากขึ้น

พ่อนกกกป้อนอาหารที่เก็บมาจนหมดก็บินออกไปหาอาหารรอบใหม่ เรารีบเก็บของแล้วย้ายไปนั่งรอนกเงือกอีกชนิดที่อีกจุด ตรงนี้เป็นโพรงของนกเงือกกรามช้าง ซึ่งมีความระแวงมากกว่า เราจึงต้องมองหามุมที่ทำให้มันสบายใจ ไม่ใกล้จนเกินไป ไม่เปิดตัวให้เห็นจากมุมโล่ง 

เรามุดลอดพุ่มไม้ทึบ ก้มมองหาช่องว่างระหว่างใบไม้ที่มองเห็นปากโพรง หลังจากเซ็ตกล้องเสร็จด้วยความรวดเร็ว ก็เป็นการนั่งรอในความเงียบ พยายามอย่างที่สุดที่จะไม่รบกวนพื้นที่ส่วนตัวของนกเงือก

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

พ่อนกเงือกกรามช้างบินเข้ามาตอน 8 โมง 35 นาที ผิดจากเวลาที่บอกกันมาแค่ 5 นาที มันดูระวังตัวมากกว่านกกกเมื่อเช้า เอียงคอมองมาทางพวกเราที่นั่งแอบอยู่บ่อย ๆ ถึงแม้พวกเราจะแอบตัวอยู่มิดในพุ่มไม้ และแทบจะไม่ขยับตัวก็ตาม แต่มันก็รับรู้การมีอยู่ของเราได้ดีกว่าที่เรารับรู้การมีอยู่ของพวกมัน

2 ปีผ่านไป เช้านี้เรานั่งแอบรอดูนกเงือกป้อนอาหารที่โพรงอยู่ใต้พุ่มไม้อีกที่หนึ่ง ถึงแม้จะเป็นคนละโพรงกัน แต่ความตรงเวลาของพวกมันยังเหมือนเดิม

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

วันนี้ พี่เอ ไกด์และช่างภาพสัตว์ป่าอีกคนที่คุ้นเคยกันดี โทรหาตอนที่เราออกจากการดูนกเงือกว่า มีชะนีมงกุฎนั่งกินลูกไม้ในระดับต่ำ ให้รีบขับรถตามมา จุดหมายที่พี่เอบอกห่างออกไปจากจุดที่เราอยู่เกือบ 30 นาที ระยะทางสองจุดนี้ไม่ได้ไกล แต่ว่าเส้นทางบนเขานี้ เราขับรถเร็วไม่ได้ ถนนที่นี่ไม่ได้มีแต่มนุษย์ที่ใช้งาน

หลายครั้งที่เราขับรถผ่านถนนบนเขา แล้วมีสัตว์ป่าวิ่ง กระโดด หรือบินผ่านหน้ารถ ส่วนใหญ่เป็นสัตว์เล็ก ๆ อย่างไก่หรือกระรอก แต่ก็มีบางครั้งที่เป็นสัตว์ใหญ่อย่างกวางเช่นกัน ถนนตัดผ่านเขาใหญ่เป็นเส้นทางที่หลายคนใช้เป็นทางลัดข้ามเมือง รถหลายคันวิ่งผ่านพื้นที่นี้เพียงเพื่อผ่านไปยังจุดหมายอื่น พวกเขาคงไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงได้ขับช้าเหลือเกิน ถึงแม้จะมีขีดจำกัดความเร็วบังคับอยู่ แต่เราก็เห็นรถที่พุ่งแซงไปด้วยความเร็วเกินลิมิตนั้นบ่อยครั้ง

เราขับรถไปตามทางเรื่อย ๆ แอบคิดอยู่ในใจว่าคงไม่ได้เห็นชะนีมงกุฎแล้วแน่ ๆ แต่ปรากฏว่าดวงชะนีอุปถัมภ์ของเรายังคงแข็งแรงดีอยู่ เต้ยชอบพูดเล่นกับเราบ่อย ๆ ว่า เราเป็นคนดวงชะนีอุปถัมภ์ เพราะทุกครั้งที่ขึ้นเขา มักได้เจอชะนีแบบใกล้ ๆ มีอยู่ครั้งหนึ่ง เรานั่งเฝ้ารอดูนกเงือกสีน้ำตาลเข้าป้อนอาหารที่รัง ชะนีมือขาวครอบครัวหนึ่งก็มาเกาะห้อยโหนเล่นกันบนกิ่งไม้เหนือหัวจุดที่เรานั่งอยู่ อยู่ด้วยกันนานกระทั่งชะนีปล่อยฉี่ตกห่างจากจุดที่เรานั่งไปเพียงไม่กี่เมตร

ชะนีมงกุฎมีสีขนบริเวณหน้า แตกต่างจากชะนีมือขาวชัดเจน ตัวผู้เต็มวัยมีสีดำทั่วตัว ยกเว้นส่วนรอบหน้า คิ้ว มือ เท้า และถุงอันฑะ พอขับไปถึง เราจอดรถแอบไว้ริมถนนเส้นหลัก ในจุดที่จะไม่รบกวนคนอื่นที่ใช้เส้นทาง

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

ตามธรรมชาติชะนีจะไม่ลงจากต้นไม้นอกจากจำเป็นจริง ๆ อากัปกิริยาของพวกมันที่อยู่บนยอดไม้จึงน่าสนใจมาก ท่าทางพักผ่อนหย่อนใจหลายท่าดูเป็นท่ายากเมื่อมองจากมุมมองของมนุษย์ เรามองไม่เห็นความสบายในท่าเหล่านั้นเลยสักนิดเดียว พวกมันขยับจากกิ่งนี้โยนตัวไปอีกกิ่งหนึ่ง แล้วก็เอื้อมมือไปที่ลูกไม้สุก ไต่เลาะไปตามพุ่มไม้ริมถนน เราก็เดินตามพวกมันเป็นเส้นขนานกันตามไป

รถหลายคันวิ่งผ่านไปมา บางคันชะลอถามว่าเรายืนดูอะไร คนในรถบางคันเห็นตัวชะนีก่อนที่เราจะชี้ให้ดูเสียอีก ในขณะที่รถบางคันไม่ได้สนใจเลยว่ามีอะไรอยู่ข้างทาง

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

การดูสัตว์บนเขาใหญ่ บ่อยครั้งเป็นการพบเจอจากข้างถนนสายหลัก บรรดาช่างภาพและนักดูสัตว์ป่าทั้งหลายจะขับรถวนไปตามถนนลาดยางเส้นต่าง ๆ อย่างช้า ๆ เพื่อฟัง ดู และมองหาร่องรอยที่สัตว์ป่าทิ้งไว้

เส้นทางขึ้นยอดเขาเขียวมีถนนช่วงหนึ่งตัดผ่านทุ่งราบสองข้าง ดูเผิน ๆ ก็เหมือนทุ่งหญ้ารกร้างทั่วไป แต่ขอบดินข้างถนนลาดยางมีรอยเท้ากระทิงขนาดใหญ่มากมาย บางรอยสดใหม่ แสดงให้เห็นว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ กระทิงเป็นสัตว์ที่หากินเวลากลางคืน ช่วงเวลากลางวันที่คนเราใช้งานเส้นทางจึงไม่ค่อยพบพวกมัน เราจึงลืมไปว่าพื้นที่นี้มีสัตว์ป่าจริง ๆ อาศัยอยู่

อ่างเก็บน้ำสายศรเป็นพื้นที่ที่เราตั้งชื่อเล่นให้ว่าอ่างเวดดิ้ง ยามเย็นในวันที่อากาศดี เราจะพบเห็นคู่รักขึ้นมาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งหลายคู่ ที่อ่างเก็บน้ำเดียวกันนี้ เราเคยลงไปนั่งริมน้ำเพื่อตามถ่ายฝูงนากไล่จับปลา พวกมันปราดเปรียว ไล่ต้อนปลาทางโน้นทีทางนี้ทีจนน้ำสาดกระจาย นากไม่ได้ออกมาที่อ่างเก็บน้ำนี้ทุกวัน คู่รักหลายคู่ที่มาถ่ายรูปคงไม่เคยเห็นสัตว์ป่าของเขาใหญ่เสียด้วยซ้ำ หลายคนมองหาแต่ธรรมชาติที่เหมาะจะเป็นพื้นหลังของภาพถ่ายเท่านั้น

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

ช่วงบ่ายวันนี้เรานั่งแอบอยู่ในบังไพร เพื่อรอหมาในลงมากินซากกวางที่มันเพิ่งล่าได้เมื่อคืน เส้นทางที่หมาในจะมาถึงซากต้องเดินเลียบอ่างน้ำมา ในเส้นทางมีทุ่งหญ้าเล็ก ๆ ริมน้ำอยู่หนึ่งจุด ยามเย็นที่อุณหภูมิกำลังเริ่มเย็นสบาย นักท่องเที่ยวครอบครัวหนึ่งใช้ทุ่งเล็ก ๆ นี้เป็นจุดกางเสื่อปิกนิกริมน้ำ การรอของเราในวันนี้สิ้นสุดลงทันทีที่ครอบครัวนั้นเริ่มกางเสื่อนั่งลง ไม่มีหมาในตัวไหนจะยอมเสี่ยงวิ่งผ่านเส้นทางที่มีคนนั่งอยู่เป็นแน่

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

นักท่องเที่ยวไม่ผิดในการใช้พื้นที่ พวกเขามองไม่เห็นซากกวางที่ซ่อนอยู่ พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่งขวางเส้นทางของหมาใน สัตว์ป่าส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายหลบเลี่ยงมนุษย์ เป็นเส้นขนานที่ไม่ค่อยจะตัดกัน แต่ทุกจุดตัดมักทำให้เราได้แอบเห็นเสี้ยวหนึ่งของชีวิตจริงในธรรมชาติ

เต้ยส่งข้อความมาบอกเราว่า มีช้างป่าออกมาที่ถนนทางไปด่านปราจีน ช้างป่าของเขาใหญ่ก็ใช้ถนนลาดยางของคนเรา ในขณะที่กำลังขับรถไปตามจุดที่เต้ยบอก เรากดปุ่มลดหน้าต่างข้างตัวลง ปล่อยให้ธรรมชาติไหลเข้ามาปนในตัวรถ เปิดรอจุดตัดใหม่ที่จะผ่านเข้ามา

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในบทความนี้ บันทึกไว้ในระหว่างที่เราเข้าป่าเพื่อถ่ายทำสารคดีสั้น ‘A day in the forest’ เพื่อเล่าเรื่องราวชีวิตสัตว์ป่าที่เกิดขึ้นในหนึ่งวัน

ถ้าหากอยากเห็นเขาใหญ่ในแบบที่มีชีวิตสัตว์ป่า สามารถติดต่อไกด์เต้ยหรือไกด์เอ สำหรับการเยี่ยมชมเขาใหญ่แบบไม่ธรรมดา

นอกจากนี้ ยังรับชมเบื้องหลังการถ่ายทำสารคดี A day in the forest ได้ที่นี่

Writer & Photographer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load