ท่ามกลางกระแสภาพยนตร์จากแดนภารตะ ทำให้ผมนึกย้อนไปยังสถานที่หนึ่งในประเทศอินเดีย แต่ให้อารมณ์ดังสถานที่ในยุโรป ลบภาพความวุ่นวายในเมืองหลวงไปได้ทันที ที่นั่นคือ เมืองเลห์ ในแคว้นลาดักห์ ซึ่งหลาย ๆ คนมักรู้จักในชื่อ ‘ทิเบตน้อย’

จุดเด่นของที่นี่คงหนีไม่พ้นทิวเขา สภาพภูมิประเทศมีเทือกเขาหิมาลัย อีกทั้งยังมีทะเลสาบ Pangong ทะเลสาบน้ำเค็มที่อาจกล่าวได้ว่าอยู่ในระดับสูงที่สุดของโลก สะท้อนสีสันที่แตกต่างกันออกไป เนื่องจากแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบในแต่ละเวลา เป็นที่น่าดึงดูดใจ และยังทำหน้าที่เป็นอาณาเขตของจีนกับอินเดียอีกด้วย 

อีกหนึ่งสิ่งที่เค็มนอกจากทะเลสาบ นั่นคือ Butter Tea เครื่องดื่มสุดฮิต หน้าตาเป็นมิตรคล้ายชานมปกติ แต่ไม่ค่อยถูกจริตกับลิ้นผมสักเท่าไหร่นัก แต่อย่างน้อยความเค็มและไขมันจากเนยก็ทำให้ร่างกายอบอุ่น และป้องกันปากแห้งได้ดีเลยทีเดียว

การนั่งรถผ่าน Khardung La Pass ถนนที่สูงที่สุดในโลก ทำให้ผมเกิดอาการมึนและปวดหัว เนื่องจากอากาศและออกซิเจนที่เบาบาง (มึนจนกระทั่งเซหัวโขกประตูรถ ซ้ำเติมอาการเดิม) โชคยังดีที่อาการไม่หนักถึงกับต้องให้ออกซิเจน ถังออกซิเจนเป็นอุปกรณ์สามัญประจำรถที่พบเห็นได้ทั่วไป มีไว้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ชินกับสภาพอากาศ โปรดใช้ชีวิตให้ช้าลงที่นี่ เพราะเป็นวิธีที่จะไม่ต้องเผชิญกับภาวะ Altitude Sickness 

เครื่องเติมน้ำมันที่นี่ดูแปลกตาไปมาก แต่ยังคงทำหน้าที่จ่ายน้ำมันให้รถของพวกเราพอวิ่งต่อไปได้ พายุหิมะทำให้การเดินทางลำบากขึ้นเล็กน้อย และต้องใส่โซ่กันลื่นให้กับรถยนต์เพื่อความปลอดภัยอุบัติเหตุรถไถลลงเขามักมีให้เห็นเป็นระยะ ๆ ในบริเวณเขาชัน ระหว่างทางเราพบสัตว์หลายชนิด ทั้งอูฐ วัว แพะ แต่ที่รู้สึกแปลกตา ก็คือเจ้า Marmot สัตว์ที่มีหน้าตาคล้ายกระรอกขนาดใหญ่ ท่าทางคุ้นชินกับบรรดานักท่องเที่ยว ยืนเป็นนายแบบอย่างไม่อายใคร 

หากถามว่าอยากกลับไปเที่ยวที่ไหนอีกครั้งในชีวิต ที่นี่คงจะเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ผมอยากกลับไปเยือน หากปอดของผมยังแข็งแรง

Writer & Photographer

Avatar

พัสกร ชุมศิลป์ศิริ

นักเรียนสถาปัตย์หน้าพระลาน รักการถ่ายภาพและท่องเที่ยว กำลังค้นหาแรงบันดาลใจ จึงอยากลองทำสิ่งใหม่ ๆ นอกจากการเขียนแบบ

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

รูปถ่าย Fuji Everyday ชุดนี้ คงเป็นรูปฟูจิที่ดิบและจริงที่สุดในโลกชุดหนึ่ง เพราะไม่ได้ถูกตกแต่งด้วยแอพพลิเคชันใดๆ ไม่ได้จัดฉาก ไม่ได้ถ่ายด้วยกล้องระดับโปร คุณฟูจิถึงออกมายืนตระหง่านพร้อมหลังคาบ้านกับเสาไฟฟ้า มุมที่ยืนถ่ายก็เป็นจุดตามสะดวกคือ หลังบ้าน เวลาถ่ายก็เป็นฤกษ์สะดวกคือ ตอนตื่นนอน มันคงเป็นความโชคดีในชีวิตที่ซื้อบ้านแล้วเขาแถมวิวภูเขาไฟแห่งชาติมาให้ด้วย ฟูจิซัง ภูเขาไฟที่คนทั่วโลกข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อหวังจะได้พบปะครั้งหนึ่งในชีวิต เมื่อมันเป็นของมีค่าที่มาอยู่ใกล้ตัว ใกล้จนเห็นได้ทุกวันๆ มันก็อาจเป็นการทำให้เรารู้สึกว่า สิ่งมีค่านั้นกลายเป็นของธรรมดาจนมองข้ามคุณค่านั้นไป คงเหมือนเรามองข้ามคุณค่าของคนใกล้ตัว อย่างพ่อแม่ พี่น้อง คนรัก เพียงเพราะมันใกล้จนไม่ได้อยู่ในสายตา ใกล้จนเราละเลย แต่ถ้ามันหายไป มันคงเป็นวันที่เราสำนึกถึงคุณค่า แต่ทว่ามันก็อาจจะสายไปแล้ว ฟูจิซังยังตั้งอยู่ที่เดิม เพิ่มเติมคือหิมะขาวโพลนบนหัวค่อยๆ ละลายหายไปเมื่ออากาศเริ่มร้อน แต่ไม่ว่าจะหัวขาวหรือหัวดำ ไม่ว่าจะเป็นวันที่มีเมฆมาบังจนมองไม่เห็น ยังไงเราก็จะยังคงยิ้มให้กันทุกเช้าเพื่อเริ่มวันใหม่ ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันนะคุณฟูจิ

Writer & Photographer

Avatar

ปองทิพย์ วนิชชากร

แม่บ้านไทย-ญี่ปุ่น-ลาดพร้าว รักจะ slow life เลยชอบ write slow slow

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load