ย้อนวัยกลับไปสมัยปี 2000 ต้น ๆ สิ่งที่การันตีระดับความฮอตของไอดอลวัยรุ่นยุคนั้นคงเป็นกระทู้ตามหาวาร์ปบนเว็บบอร์ด Dek-D.com 

‘ใครรู้จักคนนี้บ้าง’ 

‘พี่คนนี้อยู่โรงเรียนไหน’

‘คนนี้ชื่ออะไร ทำไมน่ารักจัง’

คำถามเหล่านี้มักขึ้นจั่วหัวกระทู้ ข้างในแนบรูปถ่ายคนน่ารักความละเอียดต่ำที่เซฟต่อ ๆ กันมาหลายต่อหลายครั้ง บลูทูธส่งต่อกันหลายต่อหลายเครื่อง เหตุเนื่องมาจากความปังของเน็ตไอดอลคนนั้น

กระทู้หนึ่งในปี 2012 ก็เช่นกัน วันนั้นมีคนโพสต์ตามหาเด็กหนุ่มมือกีตาร์ของวงดนตรีโรงเรียนมัธยม ยิ้มสดใสเผยให้เห็นเหล็กดัดฟัน คอมเมนต์ของชาวเน็ตบอกว่าเขาคือ ‘พี่ลี’ ม.6 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต ที่ฮอตที่สุดคนหนึ่งในขณะนี้ ตอนนั้นหลาย ๆ คนคงรู้จักลีในแบบนั้น

หลายปีต่อมาเขาปรากฏตัวอีกครั้งอย่างเป็นทางการบนเวที Finding U-Princes Project ที่กำลังเฟ้นหานักแสดงหนุ่มหน้าใหม่มารับบทพระเอกในซีรีส์ชุด U-Prince Series เขาชนะการประกวดครั้งนั้น และเป็นที่รู้จักจากบทบาท ‘เซอร์เวย์’ ตอนนี้เราสามารถเรียกชื่อ ลี-ฐานัฐพ์ โล่ห์คุณสมบัติ ว่าเป็นนักแสดงได้เต็มปากแล้ว

ลีแคสต์งานครั้งแรกตอนอายุ 14 ปี แต่เพิ่งได้เป็นนักแสดงจริง ๆ ตอนอายุ 23 ตอนนั้นเขาเพิ่งเข้าใจความรู้สึกเวลานั่งหน้ากล้อง ไมค์จ่อสัมภาษณ์เป็นครั้งแรก ว่ามันกดดันขนาดไหน

ต่างจากวันนั้น

ลีในวันนี้เอ่ยทักทายเราสบาย ๆ ก่อนเผยว่าความจริงแล้วเขามักจะเขินกล้อง ถ้าเจอกันตอนเข้าวงการใหม่ ๆ เราคงได้คุยกับลีเวอร์ชันสุภาพที่พูดเร็วจนลิ้นพันกันเพราะประหม่าเกินเหตุ

โล่งใจที่ลีคนตรงหน้าเราดูผ่อนคลาย เป็นกันเอง เป็นตัวเอง และเปิดประตูเชื้อเชิญให้เราไปเยือนโลกของเขา 

ขวบปีที่ 29 ของ ลี ฐานัฐพ์ ผู้เคยฝันอยากเป็นร็อกสตาร์แต่ดันมาแจ้งเกิดเป็นพระเอกซีรีส์

ถ้า ‘ลี’ ตรงหน้าเราวันนี้เป็น ‘ลี’ เมื่อหลายปีก่อน

ช่วงแรกที่เข้าวงการแทบจะพูดว่าขอรับ แทบจะเรียกตัวเองว่ากระผม เพราะตื่นเต้นมาก ไม่รู้ว่าคนที่มาสัมภาษณ์เขาจะรักหรือเห็นด้วยกับสิ่งที่เราพูดไหม ตอนนั้นเป็นคนพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องด้วย เลยกลัวว่าถ้าพูดบางอย่างออกไปแล้วคนเข้าใจความหมายผิด มันก็ไม่ดีกับใครเลย เรามีกำแพงกับการให้สัมภาษณ์ค่อนข้างเยอะ แต่หลัง ๆ เริ่มรู้ว่าเป็นตัวของตัวเองดีที่สุด ถ้าคนจะรักเราก็ต้องรักที่เราปากหมา เพราะเราคือเรา

คุณกลัวกล้อง แล้วมาเป็นนักแสดงได้ยังไง

ผมเริ่มแคสต์งานมาตั้งแต่อายุ 14 จนที่บ้านด่าว่าจะให้ไปเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว เพราะเปลืองค่าน้ำมัน แต่ก็เพิ่งมาได้งานแรกตอนอายุ 23 ถึงผมจะแคสต์งานตั้งแต่เด็ก แต่ผมไม่เคยอยากเป็นนักแสดงเลย ตอนนั้นผมแค่สนใจแค่จำนวนเงินที่จะได้ โฆษณาบางตัวได้ 5 หมื่น ผมเลยอยากไปเล่น เราหวังแค่นี้

ตอนนั้นเหมือนผมโดนหลอกให้ไปประกวด ตอนแรกนึกว่าแค่ไปแคสต์งานเฉย ๆ แต่พอมาถึงที่กลับเป็นงานประกวดใหญ่เชียว พอชนะเลิศ เลยไม่อยากทิ้งโอกาส ได้โอกาสแล้วเราต้องคว้าหมด แม้เราเองก็ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วผลจะออกหัวหรือก้อย จะไปได้ไกลขนาดไหน จนถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองจะไปได้ไกลขนาดไหน (หัวเราะ) 

คิดว่าอะไรทำให้คุณชนะการประกวดในวันนั้น

ตอนนั้นผมเป็นนักดนตรีกลางคืนไปด้วย เลยได้เรียนรู้วิชาปากหมามาบ้าง เลยคิดว่าเราก็เป็นตัวของเราเองให้มากสุด ๆ ไปเลยแล้วกัน เขาคงไม่ได้ชอบหรอก ตอนนั้นผมก็กวนตีนยับเลย กลายเป็นว่ามันทำให้เขาชอบ ผมคิดเอาเองนะว่าเราคงชนะการประกวดเพราะสิ่งนี้

ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่าความเป็นตัวของตัวเองจะเปล่งประกายออกมาแล้วทำให้ตัวเรามีเสน่ห์ ไม่ต้องหล่อมากหรือสวยมากก็ได้ แค่มีความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ได้ลอกเลียนแบบใคร มีความยูนีก อย่างน้าค่อม ที่เขาเป็นตำนานก็เพราะคำด่าของเขา ตัวตนของเขา

แต่การเป็นตัวเองเต็มที่ต้องมีลิมิตนะ ตัวผมเองเป็นคนพูดหยาบ แต่เราจะพูดแบบนี้กับทุกคนไม่ได้ ต้องรู้ระดับการสื่อสารด้วย นี่เป็นเรื่องที่ผมค่อย ๆ ได้เรียนรู้หลังจากที่ได้เจอคน ได้เข้ามาทำงานในวงการบันเทิง

ความรู้สึกตอนชนะการประกวดเป็นยังไง

ดีใจและช็อก เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะได้ บอกที่บ้านไว้ด้วยว่าไม่ต้องมาเชียร์ ไม่ต้องส่งกำลังใจมา ไม่ต้องทำอะไรเลยสักอย่าง จริง ๆ อยากหยิบโทรศัพท์โทรหาพ่อแม่ตั้งแต่อยู่บนเวทีแล้ว แต่พอได้ปุ๊บเราโทรไปบอกเขาคนแรก เขาก็ดีใจมากที่ผมได้โอกาสตรงนี้

ทำไมไม่ให้ที่บ้านไปเชียร์ 

มันเขินน่ะ เราไม่ค่อยกล้ากอดพ่อแม่ ไม่ค่อยกล้าบอกรักพ่อแม่ ไม่กล้าแสดงความสามารถให้พ่อ แม่ เห็นทุกวันนี้เวลาทำงานก็จะบอกพ่อแม่ว่าไม่ต้องดู พ่อไม่ดูอยู่แล้ว แต่แม่ดู เรื่องแรก ๆ ที่ผมเล่นมีซีนขโมยเงินแม่ ผมเองก็นั่งดูอยู่กับแม่ แต่พยายามนั่งเล่นโทรศัพท์ไปเพราะไม่กล้าดูงานตัวเอง พอในเรื่องขโมยเงินแม่เสร็จปุ๊บ หันไปอีกทีเห็นแม่น้ำตาคลอเบ้า คือความรู้สึกของแม่เขาไม่ได้คิดว่าตัวละครนั้นขโมยเงิน แต่รู้สึกว่าเราไปขโมยเงิน 

การเป็นพระเอกซีรีส์ครั้งแรกเป็นยังไงบ้าง 

ตอนแรกไม่ได้ชอบวิถีชีวิตการเป็นนักแสดงสักเท่าไหร่ บางวันโดนผู้กำกับดุ บางวันเหนื่อยมาก ไม่ได้พักเลย บางวันในกองถ่ายเขาก็คอยเชียร์อัพเรา คอยคอมเมนต์ บางวันก็มีเหวี่ยงกันบ้าง มีทั้งเรื่องดีและไม่ดี ขึ้นอยู่กับการปรับตัว 

หลาย ๆ อย่างผลักดันให้ผมต้องเล่นเรื่องที่สอง รู้สึกอยากเอาคอมเมนต์ที่คนพูดกันมาต่อยอด เวลานั่งดูงานตัวเองแล้วเห็นว่าซีนนี้เล่นโคตรแข็งเลย เล่นแย่มาก คำพูดคำจาไม่สื่อความหมายก็อยากเอามาปรับใช้ในเรื่องต่อไป เราชอบการพัฒนา พอเห็นผลงานตัวเองแล้ว เราว่ามันพัฒนาให้ดีขึ้นได้ อีกอย่างคือผมชอบเสพงานศิลปะและให้คุณค่ากับงานศิลปะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นดนตรี ถ่ายรูป หรือการแสดง

ขวบปีที่ 29 ของ ลี ฐานัฐพ์ ผู้เคยฝันอยากเป็นร็อกสตาร์แต่ดันมาแจ้งเกิดเป็นพระเอกซีรีส์
ขวบปีที่ 29 ของ ลี ฐานัฐพ์ ผู้เคยฝันอยากเป็นร็อกสตาร์แต่ดันมาแจ้งเกิดเป็นพระเอกซีรีส์

พอเป็นนักแสดงเต็มตัวแล้วชีวิตเปลี่ยนไหม

ชีวิตก็เปลี่ยน แต่ไม่ได้เปลี่ยนขนาดนั้น เพราะสุดท้ายแล้วลีก็คือลี เรามีสถานะหน้าที่การงานเป็นนักแสดง แต่เราก็ยังมีสถานะเป็นลูก เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้องของทุกคนเหมือนเดิม แค่วางตัวยากขึ้นเพราะเราไปยืนอยู่ในพื้นที่เปิด จะไปไหน ทำอะไรมักจะมีคนมาทักทาย มีคนเข้ามาถ่ายรูป แต่ถึงจะเปลี่ยนไปแต่เรารู้สึกดีทุกครั้ง เพราะมันทำให้เรารู้สึกว่าทุกคนเขาได้เห็นสิ่งที่เราทำไป

สิ่งที่คุณยังไม่ได้ทำในฐานะนักแสดงคืออะไร

งานพิธีกร เป็นสิ่งที่ผมอยากลองทำจริง ๆ คงจะตื่นเต้นทุกครั้ง อาจจะเฟลบ้างที่ครั้งแรกออกมาไม่ดี จนถึงครั้งที่ 5 ก็ไม่เป็นไร ต้องพยายาม

ส่วนงานในกองถ่าย ตอนนี้เวลาไปกองถ่ายผมพยายามสังเกตวิธีการกำกับ มองภาพที่ผู้กำกับมอง สังเกตวิธีการทำงานของเขา พยายามไปดูหน้ามอนิเตอร์แล้วก็มานั่งคิดว่า เรากับเขาเห็นสิ่งเดียวกันไหมหรือเราเห็นอะไรที่แตกต่างจากเขาบ้าง

เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณคือ

คนมักจะคิดว่าผมหน้าหม้อ ผมไม่ได้หน้าหม้อ แค่ปากหมา ผมแค่เป็นคนชอบแกล้ง ไม่ได้แกล้งแบบบุลลี่หรือรุนแรง แต่แกล้งเล็ก ๆ น้อย ๆ มันทำให้คนได้ยิ้มได้

เรื่องไหนที่คุณอยากเล่าแต่ยังไม่เคยมีคนถาม

ผมว่าคนไม่ค่อยรู้ว่าลึก ๆ แล้วผมเป็นคนยังไง คนอาจคิดว่าการเป็นนักแสดงต้องถือตัว ส่วนผมไม่เคยถือตัวเลย ผมเป็นชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้เข้าถึงยากขนาดนั้น ถ้าเข้าถึงยาก คงเป็นเพราะผมไม่ให้เข้าเองมากกว่า แต่ถ้าเปิดใจที่จะคุยแล้วก็คุยกับผมได้ปกติ เหมือนที่เรากำลังคุยกันตอนนี้ ผมก็เปิดให้เข้ามา ไม่ได้รู้สึกว่าต้องปิด

รู้มาว่าคุณหวงแหนพื้นที่ส่วนตัวมาก ทำชีวิตให้สมดุลได้อย่างไร

ถ้าทุกคนได้ค้นเข้าไปในลิ้นชักของตัวเองแล้วจะพบว่ามีหลายโหมด ทั้งโหมดทำงาน โหมดอยู่กับตัวเอง อยู่กับครอบครัว โหมดความเป็นเด็ก โหมดงอแง โหมดด่าคนก็มี แค่เราไม่ได้เอาออกมาใช้ ผมว่ามันต้องแยกออกจากกันแล้วบาลานซ์ให้ได้ พอไปทำงานก็จะอยู่ในโหมดแฮปปี้ ซึ่งไม่ใช่การแกล้งทำ แต่คือโหมดหนึ่งที่เราเลือกเอาออกมาใช้

พื้นที่ส่วนตัวเราหายไปอยู่แล้ว เวลาอยู่ในที่สาธารณะ เราต้องลืมเรื่องความเป็นส่วนตัวไปเลย จะคิดว่าเป็นการล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัวก็ไม่ได้ เพราะเราเป็นคนเปิดให้ทุกคนเข้ามาตั้งแต่แรก คนที่เข้ามาเขาก็ไม่ได้เข้ามาดูผมเข้าห้องน้ำหรอก ผมว่าทุกครั้งที่มีคนเข้ามาคุยหรือขอถ่ายรูป เราทำให้เขาได้ความสุขเล็ก ๆ กลับไป ซึ่งความสุขเล็ก ๆ ตรงนั้นไปต่อยอดให้คนอื่นเขามีความสุขที่ยิ่งใหญ่ได้ และผมก็รู้สึกแฮปปี้ที่เขามีความสุขกับสิ่งนั้น

สิ่งเหล่านั้นเติมเต็มพื้นที่ส่วนตัวของเราด้วยนะ เรารู้สึกมีแรงใจในการทำสิ่งต่าง ๆ เราเอาความสุขที่เราได้จากตรงนั้น มาฟูมฟักในพื้นที่ส่วนตัวที่เราหวงแหน แล้วสร้างความสุขออกไปข้างนอกได้ 

ความรู้สึกของการมีแฟนคลับครั้งแรกเป็นยังไง

เกร็งมาก วันนั้นไปเดินห้างห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ผมเห็นคนถือกล้องเดินตามมาถ่ายรูปแล้วยิ้มแย้ม ด้วยความกลัวกล้อง กลัวคนมอง ไม่ชอบอยู่ในจุดที่มีแสงส่องลงมา ผมเลยเดินก้มหน้าก้มตา แต่รู้สึกได้นะว่ามีกำลังใจบางอย่างส่งมา 

ผมไม่มีวันลืมเลยว่าครั้งหนึ่งผมเคยถามตัวเองว่า กูคุยกับเขาได้ไหมวะ กูถามว่าเขากินข้าวหรือยังได้เปล่าวะ ถามว่าเขาเหนื่อย เขาเมื่อยได้หรือเปล่า ตอนแรก ๆ วางตัวไม่เป็น แต่สุดท้ายแล้วเราคุยกับเขาได้ปกติ

ขวบปีที่ 29 ของ ลี ฐานัฐพ์ ผู้เคยฝันอยากเป็นร็อกสตาร์แต่ดันมาแจ้งเกิดเป็นพระเอกซีรีส์

คำถามแปลก ๆ ที่คุณเคยเจอจากแฟนคลับคือ

แปลกและเซอร์ไพรส์ที่สุดในตอนนี้คือ ‘หวยงวดนี้ออกอะไร’ ไม่รู้ว่าเขาเห็นผมเป็นศาลตา-ยายหรือเป็นต้นไทรเก่าแก่หรือเปล่า แต่ก่อนหน้านี้ผมเคยพูดเล่น ๆ แล้วดันถูกจริง หรือบางทีเราไปทำอะไรที่เป็นการใบ้ให้เขาไปตีตัวเลข อย่างโพสต์รูปรถตัวเองแล้วติดป้ายทะเบียน เขาก็ไปซื้อตามแล้วถูก บางคนฝันถึงแล้วเขาไปเสิร์ชดูประวัติ ส่วนสูงของเราก็เอาเลขไปแทงหวยแล้วถูกเฉยเลย 

แล้วเรื่องดี ๆ ของการมีแฟนคลับล่ะ

มีงานวันเกิดของผมปีหนึ่ง ตอนนั้นแฟนคลับเขามารวมตัวกัน แล้วนั่งอย่างเป็นระเบียบเหมือนนั่งในห้องเรียน วันนั้นเขาทำพรีเซนเทชันเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดให้ผม ผมไม่ค่อยร้องไห้เลยนะ แต่วันนั้นผมร้องเลย แต่ก่อนผมเป็นคนตายด้านนิดหนึ่ง แล้วผมก็ค่อย ๆ เป็นตัวเองกับแฟนคลับขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มปากหมา เริ่มจิกกัดกันได้ จนเขาเองก็ชอบสิ่งเหล่านั้น ผมก็ไม่รู้ว่าเขาชอบขนาดไหน เขารักเราขนาดไหนจนกระทั่งถึงวันเกิดวันนั้น ผมแค่รู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เราคาดคิด มันคือความรู้สึกดีใจ ดีใจจนร้องไห้ รับรู้ว่าคนเหล่านี้เขารักเรามากจริง ๆ แล้วเราจะทำร้ายจิตใจหรือว่าทอดทิ้งเขาไม่ได้

แต่ก่อนไม่ได้เซนซิทีฟเท่าตอนนี้เหรอ

แต่ก่อนเวลาคนมาบอกแฮปปี้เบิร์ธเดย์หรือแฮปปี้นิวเยียร์ก็จะตอบว่าขอบคุณครับแค่นั้น เพราะไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งนี้เติมเต็มเรา ผมเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก แต่ตอนนี้เวลาแฟนคลับเข้ามาอวยพร เป็นพัน ๆ คอมเมนต์เราก็นั่งอ่าน เพราะมันเติมเต็ม แล้วทำให้เรารู้สึกมีแพสชันในการทำงานมากขึ้น

บางทีการทำงานไปเรื่อย ๆ มันจะมีช่วงที่เราหมดแพสชันเหมือนกันนะ เพราะชีวิตวนลูป วันนี้ตื่นตี 4 ถ่ายเสร็จ 4 ทุ่ม กลับบ้านต้องอ่านบทแล้วนอน พรุ่งนี้ตื่นตี 4 อีกรอบ มันเลยเข้าสู่โหมดวนลูป ผมว่างานศิลปะมันต้องทำด้วยแพสชัน เราต้องอยากปั้นงานนั้นให้ออกมาดีจริง ๆ ถ้าทำออกมาแล้วไม่ดีจะรู้สึกเฟลมาก กำลังใจจากคนอื่นเลยมาช่วยเติมแพสชันให้รู้สึกอยากทำงานอีก ต้องพยายามออกจากลูป ไม่อย่างนั้นชีวิตจะกลายเป็นหุ่นยนต์ตัวหนึ่งที่ไม่มีความสุขกับการทำงาน

คุณเป็นเพอร์เฟกชันนิสต์ด้วยหรือเปล่า

(พยักหน้า) ถ้าทำไม่ได้ 80 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ผมไม่ค่อยอยากทำ ผมตั้งใจทำงานทุกชิ้นนะ แต่ทุก ๆ งานจะมีจุดที่ผมนึกผิดหวังอยู่ เช่น เฟลที่บางซีนเราทำได้น้อยเกินไป ตอนที่เล่นมันไม่ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ อยากจะขอโอกาสอีกสักครั้ง แต่ก็กลัวจะไปกินเวลาของทีมงานคนอื่น ไม่อยากให้เขามานั่งตาแดงรอเรา 

ผมวนลูปแบบนั้นอยู่นาน ช่วงไหนมีซีนที่ไม่โอเค แล้วคนดูแท็กมาในทวิตเตอร์ ผมจะไม่รีทวีต ผมอายกับสิ่งนี้เกินกว่าจะก้าวผ่านมันไปได้ ทำให้ต้องมีซีนดี ๆ โผล่ขึ้นมาจากเรื่องนั้นอีกครั้ง ถึงจะรีทวีตรัว ๆ ได้

นอกจากกำลังใจจากแฟนคลับ สิ่งที่ทำให้ออกจากลูปมีอะไรอีกบ้าง

ผมเพิ่งค้นพบว่าต้องใช้เวลาและพื้นที่ของตัวเอง ในวันที่ตัวเองมีเวลาและพื้นที่ เพราะเราไม่ได้มีเวลาและพื้นที่ทุกวันอยู่แล้ว มันคือการผ่อนคลายอย่างหนึ่ง ถ้ามีช่วงไหนที่รู้สึกเหนื่อยมาก ๆ แล้วดันฟลุ๊กได้หยุดงานสัก 1 อาทิตย์ ให้เราไปเติมแพสชันของตัวเอง เติมความสุขให้ตัวเอง ผมก็จะนั่งเล่นกีตาร์ นั่งทำกีตาร์เอง บางทียังไปโหลดเกมเด็ก ๆ มาเล่นก็มี พอมีความสุขก็เหมือนได้กดปุ่มรีเซ็ต

ขวบปีที่ 29 ของ ลี ฐานัฐพ์ ผู้เคยฝันอยากเป็นร็อกสตาร์แต่ดันมาแจ้งเกิดเป็นพระเอกซีรีส์
ขวบปีที่ 29 ของ ลี ฐานัฐพ์ ผู้เคยฝันอยากเป็นร็อกสตาร์แต่ดันมาแจ้งเกิดเป็นพระเอกซีรีส์

ถ้าสุดสัปดาห์นี้ได้หยุดจริง ๆ คุณวางแผนว่าจะทำอะไร

ผมจะสั่งอะไหล่กีตาร์รอตั้งแต่วันนี้ ช่วงแวะเข้าห้องน้ำก็หยิบโทรศัพท์มาสั่ง อาทิตย์หน้าก็มาถึงไทยพอดี วางแผนล่วงหน้า เอาของมาเซ็ตไว้ตรงหน้า แล้วก็ทำในวันหยุดแบบไม่หลับ ไม่นอน ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย 

ค้นพบงานอดิเรกนี้ตอนไหน

ทำมา 3 – 4 ปีแล้ว ผมเคยมีทั้งกีตาร์ที่ราคาแพงมากและกีตาร์ที่ราคาถูกมาก เลยอยากรู้ว่าถ้าทำเองเสียงจะแตกต่างจากพวกนั้นไหม บางตัวเราอยากได้สีชมพูนมเย็น เลยหาซื้อสีกระป๋องมาพ่น กลายเป็นสีชมพูบานเย็นไปเลย ก็เริ่มจากลองผสมสีเอง ทาสีเอง ทำเองหมดทุกอย่าง ผมชอบงานศิลปะ งานคราฟต์ งานไม้อยู่แล้ว เลยทดลองทำอะไรที่เป็นของตัวเอง 

ตัวแรกที่ทำตั้งชื่อว่า ‘หนูมาลี’ ซึ่งเป็นชื่อแฟนด้อมของแฟนคลับผมเอง เพิ่งเอาไปเปิดให้แฟนคลับประมูล แล้วเอาเงินตรงนั้นไปช่วยเหลือโควิดเมื่อปีที่แล้ว

ความสนุกของการทำกีตาร์คืออะไร

มีความสุขที่ได้ทำ และตอนเหนื่อย ๆ กลับบ้านมามองกีตาร์ที่ตัวเองทำ ก็จะรู้สึกว่า อื้อหือ ลายไม้มันสวยจริง ๆ เฮ้ย รูนี้กูเจาะเองเลยนะเนี่ย 

ก่อนหน้านี้ไปร่วมรายการ ยาย & The Grandsons แล้วได้เล่นกีตาร์ ผมมีความสุขมากเวลาที่ได้เอากีตาร์ทำเองไปซ้อมกับทุกคนที่ห้องซ้อม แล้วได้นั่งฟังเสียงเสียง ได้หันไปอวดคนอื่นว่าเสียงมันดีจริง ๆ

ผมว่าความสนุกของมันคือการทดลอง เหมือนได้ทำงานวิจัยชนิดหนึ่งที่เราไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบไหน สมมติพ่นสีไป 3 รอบ เสียงกีตาร์จะสว่างกว่าการพ่น 5 รอบไหม ถ้าอยากได้เสียงบางๆ เปลือย ๆ ทำออกมาแล้วจะเป็นอย่างไร กีตาร์แต่ละทรงเสียงก็ไม่เหมือนกัน ถ้าใช้วัสดุเกรดอเมริกาจะต่างจากวัสดุในประเทศไทยที่เราเองมองข้ามไหม ทั้ง ๆ ที่ดีขนาดนี้ ทำไมมันถึงยังไม่เป็นที่ยอมรับ เราทดลองสิ่งนั้นและพยายามหาสิ่งที่ลงตัวกับความชอบของตัวเอง 

ซึ่งทุกวันนี้ผมยังหาความชอบที่ว่านั้นไม่เจอเลย ผมว่ากิเลสมันหยุดไม่ได้ วันนี้ชอบสีชมพู พรุ่งนี้ชอบสีฟ้า ต้องหาไปเรื่อย ๆ แต่ผมฟินและโฟกัสกับมันได้นานนะ

ขอชมว่านอกจากฝีมือเล่นกีตาร์แล้ว เพลงใหม่ที่คุณร้องก็ไม่ธรรมดา

ขอบคุณครับ เพลง Why ที่เพิ่งปล่อยออกไป ผมคิดเมโลดี้กีตาร์เอง เล่นกีตาร์เอง เมโลดี้ร้องเอื้อนสะอื้นใจมาก ท่อนนั้นร้องโคตรยากเลย ถ้าเดิน ๆ อยู่สำลักน้ำคือร้องไม่ได้แล้วนะ พอเราเล่นเอง ร้องเอง มันก็เพราะดี แล้วทำให้เราอยากกระโดดเข้าไปในเสียงกีตาร์ที่ตัวเองเล่น

แต่เรารู้ว่าก่อนหน้านี้คุณไม่ชอบร้องเพลง

ผมร้องเพลงไม่เพราะ เป็นคนพูดจาโมโนโทนหน่อย ๆ และใช้ไดนามิกเสียงไม่เก่ง ผมเล่นดนตรีประกวดตั้งแต่เด็ก บางทีนักร้องไปเข้าห้องน้ำ แต่เพื่อนคนอื่นจะซ้อมแล้ว เขาเลยยื่นไมค์มาให้เราร้อง แต่ไม่ได้เลย มันแย่มาก ฟังแล้วรู้สึกทุรนทุราย ไปตายดีกว่า 

เพื่อนก็ชอบล้อด้วย เลยคิดว่าถ้ามันเอาดีด้านนี้ไม่ได้ก็ไม่เอา ไปเป็นสายกีตาร์ฮีโร่ สายปั่น สายเมทัลไปเลย แค่รู้สึกแฮปปี้กับสิ่งที่ทำก็พอแล้ว

ขวบปีที่ 29 ของ ลี ฐานัฐพ์ ผู้เคยฝันอยากเป็นร็อกสตาร์แต่ดันมาแจ้งเกิดเป็นพระเอกซีรีส์

แต่ก็ร้องเพลงจนได้

พอเข้าวงการก็ได้ร้องเพลง เราสงสัยตลอดว่าทำไมต้องบังคับให้ร้องเพลงด้วย แล้วเราก็ไม่ยอมร้อง จนกระทั่งจะมีงานอีเวนต์เข้ามา เขาบอกว่าต้องร้องเพลงสักหน่อย ไปยืนเฉย ๆ ใครจะจ้าง เลยเริ่มลดกำแพงของตัวเองลงมาเรื่อย ๆ

ยังกดดันอยู่เลย สมมติถ้าจะให้ให้ผมร้องเพลงต่อหน้า ตอนนี้เลย ผมโกรธนะ ต้องบอกล่วงหน้าก่อน ตอนเช้าคงจะต้องวอร์มเสียงในห้องน้ำตอนอาบน้ำ

ตอนเด็กคุณฝันอยากเป็นอะไร 

ผมเป็นคนจับฉ่ายมาก ตอนเด็กอยากเป็นหมอ พอจบ ม.3 เลยไปสอบเข้าสายวิทย์-คณิต แต่สอบไม่ติด พอเข้าไม่ได้เราก็ทิ้งปัจจุบันไปเลย ไม่สนใจเรียนแล้ว ไปทำอย่างอื่น โดดบ้าง เตะตะกร้อบ้าง ผมทิ้งความฝันที่อยากเป็นหมอแล้วก็นึกอยากเป็นร็อกสตาร์ มองทางนี้อยู่นานจนไปตระเวนประกวดดนตรี 

แต่พอขึ้นปี 1 รู้สึกว่าดนตรีอาจเป็นได้แค่เพียงงานอดิเรก วันนี้อยากเป็นทนายความว่ะ เลยไปสอบแอดมิชชันเข้าคณะรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ ไปซื้อใบสมัครสอบดุริยางคศิลป์ด้วย แต่ค่าเทอมแพง ไม่เรียนแล้วกัน สุดท้ายได้เรียนเกี่ยวกับนิเทศ เพราะดันฟลุ๊ก แอดมิชชันติด ที่เลือกไว้หลุดหมดเลย 

ช่วงมหาลัยความฝันก็เปลี่ยนไปแล้ว ตอนนั้นอยากเป็นสจ๊วต อยากไปบินเที่ยวรอบโลก อยากเจอเพื่อนต่างชาติ อยากเห็นวัฒนธรรม อยากรู้การใช้ชีวิตของเขา อาจจะเพราะเบื่อวงจรชีวิตที่ไทยช่วงนั้นก็ได้

ผมว่าความฝันของทุกคนมันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ นะ ตอนเรียนปริญญาตรีผมสนิทกับเพื่อน ๆ ที่เรียนศิลปกรรมฯ แล้วสงสัยว่าทำไมเขาถึงทำงานดีไซน์ออกมาได้โคตรเทพเลย พอจบปริญญาตรีผมอยากออกแบบได้บ้าง เลยเรียนต่อโทที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ ด้านออกแบบ เพราะอยากรู้ว่าการออกแบบเป็นอย่างไร ช่วงนั้นหนีจากความฝันของพ่อด้วย เพราะพ่ออยากให้สมัครเป็นทหาร เลยเลือกเรียนโทแล้วเล่นดนตรีกลางคืนไปด้วย 

ขวบปีที่ 29 ของ ลี ฐานัฐพ์ ผู้เคยฝันอยากเป็นร็อกสตาร์แต่ดันมาแจ้งเกิดเป็นพระเอกซีรีส์

เล่นที่ไหนบ้าง

ผมเล่นตั้งแต่ในร้านหมูกระทะยันถนนข้าวสาร เป็นวงโฟล์กซอง เล่นมาตั้งแต่อายุ 19 จำได้ว่าเพราะยังเข้าร้านเหล้าไม่ได้ เลยต้องเล่นที่ร้านหมูกระทะก่อน จนเข้าวงการมาแล้วก็ยังเล่นนะ แต่เริ่มรู้สึกว่าเราบาลานซ์เวลาไม่ได้ เคยถ่ายซีรีส์วันจันทร์ อังคาร พุธ แล้ววันพฤหัสบดีไปเล่นดนตรี ส่วนวันศุกร์เป็นวันทำการบ้านของปริญญาโท แล้วไปเรียนโทวันเสาร์ อาทิตย์ ช่วงเวลาที่หายไปคือเวลาที่เราใช้ดูแลตัวเอง มันทำให้หลุดโฟกัสกับการเรียนและงานหลัก เลยต้องวางเอาไว้ หยุดเล่นดนตรีไปเลย

จริงจังกับการเล่นดนตรีมาก 

ตอนอยู่ ม.5 ผมมีวงของตัวเองด้วย ตอนนั้นเล่นเพลงดิสโก้ ฟังก์ เคยไปประกวดจนชนะเลิศ ได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงค่ายหนึ่งด้วย แต่เรากลับเห็นความไม่ทุ่มเทของทั้งเขาและเราเอง รู้สึกสงสัยว่าทำไมเราได้ไปเล่นเป็นแบ็กอัปให้กับนักร้องคนอื่น ทั้ง ๆ ที่วงผมก็มีนักร้องของตัวเอง ไหนล่ะเพลงของพวกเราวะเพื่อน ตอนนั้นอยู่ปี 1 ผมเรียนที่ มศว องครักษ์ ที่นครนายก ขับรถเข้ากรุงเทพฯ ครั้งหนึ่งมันไกล เราไม่มีรายได้เลยสักบาท เลยไม่อยากไปโดยที่ไม่ได้อะไร ตอนนั้นความคิดเรื่องวงดนตรีเลยหายไป ส่วนเพื่อนที่เล่นด้วยกันก็ยังเล่นด้วยกันอยู่นะ เพียงแต่ว่าตอนนี้ทุกคนมีงานหลักของตัวเองหมดแล้ว

เคยมีเพลงที่แต่งกับเพื่อนตอนเด็ก ๆ แล้วมา Rearrange ใหม่ช่วงมหาลัยด้วยนะ เหมือนเพื่อนจะเคยอัปลงยูทูบไว้นานมาก ประมาณ 15 ปีที่แล้ว

ช่วงนี้ถ้าจับกีตาร์จะเล่นเพลงอะไร

ผมไม่ได้ฝึกเล่นเป็นเพลงตั้งแต่ตอนที่เล่นดนตรีกลางคืนแล้วนะ ทุกเพลงที่ผมเล่นไม่เคยซ้อม ไม่เคยแกะคอร์ดเลย มันคือการอิมโพรไวซ์สดทุกรอบ ถ้าเป็นเพลงที่เป็นฟิงเกอร์สไตล์ที่คนเล่นตามเมโลดี้เพลง แบบนั้นก็จะแกะผ่าน ๆ ไม่ได้แกะทั้งหมด แค่ฟังแล้วก็ลองเล่นตาม ลองเรียบเรียงเอง แต่ถ้าเป็นเพลงทั่วไปก็ไม่แกะ ถ้าว่างมาเล่นก็อิมโพรไวซ์เลย

เรื่องไหนที่ทำให้คุณมีความสุขหรือหัวเราะได้ในเวลานี้

รอดพ้นจากโควิด (หัวเราะ) ยังยิ้มแย้มได้อยู่บ้าง แต่ที่ดีใจจริง ๆ ของผม ช่วงนี้ผมติดหลานนิดหนึ่ง เราได้เห็นพัฒนาการของหลาน ยืนได้แล้ว เริ่มพูดอ้อแอ้แล้ว เราก็ยิ้มไปด้วย เห่อหลานนิดหน่อย

แล้วเรื่องไหนที่ทำให้คุณเสียน้ำตา

เรื่องของครอบครัว ทุกการเจ็บปวด ทุกการสูญเสีย ทุกคำพูด สามารถทำให้ผมเสียน้ำตาได้ตลอด เรื่องครอบครัวเนี่ยไม่ได้เลย ไม่ว่าจะยังไง ใครก็ห้ามแตะครอบครัวผม ใครจะมาว่าแม่ผมพ่อผมไม่ได้ ผมว่าได้คนเดียว เวลาผมเล่าให้คนอื่นฟังอยากให้เขาแค่ฟัง แต่ห้ามมาด่าพ่อผม (หัวเราะ) รู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิ์แค่คนเดียว ผมเป็นคนหวงครอบครัวมาก 

ส่วนเรื่องงานที่อาจทำให้ผมเสียน้ำตาได้คือเรื่องความไม่เท่าเทียม การเอาเปรียบหรือไม่เกรงใจกัน แล้วการที่เราไม่เห็นคุณค่าของกันและกันมันทำให้ผมเสียใจ แต่ตัวผมเองไม่เคยเจอขนาดนั้น

เพราะแบบนี้ถึงทวีตปักหมุดตบนทวิตเตอร์ไว้ว่า “ให้เกียรติผู้อื่น และให้เกียรติตัวเอง” 

พยายามคอยเตือนสติตัวเองด้วย เพราะบางทีอาจจะมีคนที่ไม่ได้ให้เกียรติเราขนาดนั้น แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องไม่ให้เกียรติเขากลับ คือเราต้องให้เกียรติทั้งเขา ทั้งตัวเองด้วย

ขวบปีที่ 29 ของ ลี ฐานัฐพ์ ผู้เคยฝันอยากเป็นร็อกสตาร์แต่ดันมาแจ้งเกิดเป็นพระเอกซีรีส์

คุณพูดถึงครอบครัวบ่อยมาก ครอบครัวสำคัญกับคุณอย่างไร

เขาเป็นที่รองรับทุกอย่างไม่ว่าเราจะล้มมา ถ้าเราไม่ได้ล้มกับครอบครัว เราคงเหมือนล้มหัวฟาดพื้น แต่ถ้าเราล้มแล้วมีครอบครัว มันเหมือนล้มบนโซฟา พออยู่กับครอบครัวแล้ว เวลามันเจ็บมันไม่ได้เจ็บขนาดนั้น มันเป็นความเจ็บที่หายเร็ว เวลามันสุขมันก็จะเป็นความสุขที่ทวีคูณขึ้นไปอีก เหมือนมีคนคอยผลักดันเราอยู่ข้างหลังอีกทอดหนึ่ง

สนิทกับใครที่สุดในบ้าน

สนิทกับแม่และพี่สาว แต่กับพ่อไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ เพราะเป็นเหมือนไม้เบื่อไม้เมา ชอบเถียงกันแล้วผมก็กลัวบาป ขี้เกียจเถียง แต่บางทีเราก็อยากให้เขารู้ว่าเรารักเขา บางทีพูดไปแล้วพ่อไม่ฟัง แต่แม่ยอมรับได้ว่าลูกโตแล้ว และมีความคิดของตัวเองแล้ว เวลาคุยกับแม่เลยง่ายกว่า เวลาคุยกับพ่อเราเหมือนเป็นเด็กคนเดิมที่ขอเงินพ่อซื้อไอติม 

กับพี่สาวก็คุยได้ทุกเรื่อง คุยกับพี่สาวที่อยู่ออสเตรเลียตลอด พี่สาวคนโตก็ถ่ายรูปหลานส่งมาให้ดูบ่อย ๆ คุยเรื่องหุ้น เรื่องนั้น เรื่องนี้กันตลอด จะช้อปปิ้งยังปรึกษากันเลย (หัวเราะ) 

ตอนเด็ก ๆ คุณเป็นเด็กแบบไหน

ผมไม่ใช่เด็กดื้อเปิดเผย แต่เป็นเด็กดื้อเงียบ ฟังแต่ไม่ทำ ไม่ค่อยเถียงเพราะว่าเถียงแล้วเหนื่อย แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรเปิดเผย มักจะแอบทำเงียบ ๆ 

ถ้าท่องเวลาไปอนาคตหรือกลับไปอดีตได้ อยากไปตอนไหน ไปทำอะไร

อยากย้อนกลับไปตอนมัธยม อยากทำทุกอย่างให้มันสุดตั้งแต่ตอนนั้น เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่สนุกอย่างเดียว ส่วนเรื่องเรียนเอาแค่ให้ผ่าน ถ้าย้อนไปได้จะไปทำให้ดีกว่านั้น 

การเกเรตั้งแต่เด็กอาจทำให้เราเจอโลกไว ดีที่เรามีภูมิคุ้มกันก่อนคนอื่น แต่จริง ๆ แล้วถึงจะเกเรแต่ก็รักเรียนได้เหมือนกัน ผมอยากให้มันบาลานซ์ เพราะตอนนั้นหนักไปทางเกเรมากกว่า

ถ้ากลับไปแก้ไขอดีตวันนั้นได้ ชีวิตตอนนี้จะเป็นอย่างไร

อาจจะกลายเป็นหมอที่ปากหมาก็ได้ เพราะตอนเด็กอยากเป็นหมอ 

เคยจินตนาการไหมว่าตัวเองตอนอายุ 29 จะเป็นแบบไหน

ไม่เคยเลยนะ คิดแค่ว่าถ้าโตมาคงเป็นเด็กผู้ชายติดแม่ เดินกอดแม่ เกาะหลังแม่ จับมือแม่ ซึ่งทุกวันนี้ก็เป็นแบบนั้น ส่วนเรื่องชีวิตนักแสดงไม่เคยมองอะไรไว้เลย เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว

ขวบปีที่ 29 ของ ลี ฐานัฐพ์ ผู้เคยฝันอยากเป็นร็อกสตาร์แต่ดันมาแจ้งเกิดเป็นพระเอกซีรีส์

Writer

ซูริ คานาเอะ

ชอบฟังมากกว่าพูด บูชาของอร่อย เสพติดเรื่องตลก และเชื่อว่าชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะอ่านหนังสือดีๆ ให้ครบทุกเล่ม

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

นอนไม่หลับ ปวดหัว จิตใจไม่สงบ ขอเพียงได้ยินเสียงอันกังวานของขันอันคุ้นเคยในช่อง TikTok ของ ‘ลุงหงอกกิ๊กก๊อก – Loong Ngork Gig Gog’ ทั้งผู้ฟังที่ตั้งใจเข้ามาและบังเอิญกดเข้ามาเจอ ต่างก็ติดใจในความสงบไปตาม ๆ กัน เพราะนี่คือศาสตร์การบำบัดร่างกายและจิตใจด้วยพลังงานบริสุทธิ์ของชายที่ชื่อว่า ไกรสร พรหมพิทักษ์

‘ลุงหงอกกิ๊กก๊อก’ เป็นลูกชาวนาผู้หลงรักเครื่องยนต์ จนนำตัวเองเข้าสู่วงการนิตยสาร ตามด้วยวงการวิทยุ และล่าสุดคือวงการ TikTok ที่มีแฟนคลับหลากหลายช่วงวัยมาติดตามกว่า 8 แสนคน

ลุงหงอกกิ๊กก๊อก - Loong Ngork Gig Gog  ไกรสร พรหมพิทักษ์ ดาว TikTok วัย 77 ตีขันบำบัดด้วยพลังงานบริสุทธิ์

ใครหลายคนคงเคยได้ยินเสียงของลุงหงอกอธิบายเรื่องราวเกี่ยวกับพลังงานบริสุทธิ์ รวมถึงจิตศาสตร์ พุทธศาสตร์ ฟิสิกส์ และธรรมะอยู่แล้ว แต่น้อยคนนักที่รู้จักตัวตนและเรื่องราวเบื้องหลังดาวโซเชียลคนนี้อย่างแท้จริง คอลัมน์ Talk of The Cloud เลยพาทุกท่านไปรู้จักกับชีวิตลุงหงอก ชนิดที่เก็บตกทุกช่วงเวลาของการเติบโต โดยมีลุงหงอกเป็นผู้เขียนเล่าอัตชีวประวัติของตนเอง! พิเศษสุด ๆ เฉพาะสัปดาห์ The Cloud Golden Week เท่านั้น

ก่อนหัวจะหงอกและยังไม่มีคำนำหน้าว่าลุง

ไกรสร พรหมพิทักษ์ คือลูกชาวนาเต็มขั้นผู้มีกำปั้นเป็นหัวใจ เกิดไหนไม่เกิดดันเกิดกลางทุ่งนา ขณะที่ นางคำมี กำลังดำนา จู่ ๆ ก็หลุดพรวดโดยไม่มีเสียงโอดโอย นอกจากลูกชาวนาแล้ว ไกรสรยังอุปโลกน์โดยไม่มีเปเปอร์และใบเซอร์ฯ ติดข้างฝามารองรับและรับรอง ว่าเป็นศิษย์พระตถาคตผู้อยู่หางแถว รู้แล้วจึงมาเล่าและเขียนให้อ่าน มีติดตัวแล้วจึงนำมาทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ชนิดจับต้องได้ เช่น ใช้ 2 มือเปล่า 1 ความเข้าใจ กับความบริสุทธิ์ผ่านเสียง เพื่อรักษามนุษย์ โดยไม่ต้องกิน ทา ฉีด หรืออาบด้วยเคมีกับรังสีนานาชนิด

ไกรสรทำงานผ่านโลกโซเชียลหลายแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะ TikTok ในนาม ลุงหงอกกิ๊กก๊อก – Loong Ngork Gig Gog ชื่อนี้มีแต่นางสาวรจนาตาถึงเท่านั้น ที่จะรู้ว่าภายในตัวไอ้เงาะป่ามีดีเรื่องอะไร

ลุงหงอกกิ๊กก๊อก - Loong Ngork Gig Gog  ไกรสร พรหมพิทักษ์ ดาว TikTok วัย 77 ตีขันบำบัดด้วยพลังงานบริสุทธิ์

แต่ก่อนจะหงอก ช่วงอายุ 7 ปี โดยประมาณ มีรถยนต์โดยสารหน้าตัดเชฟโรเลต หลังสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาจอดรับส่งผู้โดยสารทุกวันศุกร์ จากตำบลดอนจิก ถึงอำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เห็นผู้ใหญ่เขาทำให้เครื่องยนต์ติดโดยการหมุน เราก็อยากทำบ้าง สมัยนั้นเขาเรียกว่า ‘เห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง’ ส่วนสมัยนี้เขาเรียกว่า ‘ซน ไฮเปอร์ สมาธิสั้นสุด ๆ’ ผลที่ได้คือ ถูกเครื่องมือที่ใช้หมุนตีกลับ เจาะเข้าระหว่างคิ้ว เลือดสาดมีแผลเป็นจนถึงทุกวันนี้

ไม่ต้องถามว่าเสียเลือดกี่ลิตร เย็บไปกี่เข็ม ทั้งหมดจบลงด้วยสองมือเปล่ากับลมปากเป่าของ นายจูม (ผู้ทำให้เกิด) มาปิดปากแผลให้โดยไม่รู้จักเชื้อโรค เชื้อรา หรือบาดทะยัก ที่แน่ ๆ แพสชันด้านเครื่องยนต์มีต้นทุนมาจากหัวคิ้ว นึกในใจไม่มีใครรู้ ถ้าไม่บอกกล่าวเล่าขาน ต่อมาก็หายใจเข้า หายใจออก กิน นอนเป็นเครื่องยนต์

จากจับประแจซ่อม สู่จับปากกาเขียน

  ต่อมาทำงานบุกตะลุยอู่ซ่อมสารพัดช่าง ทะลุถึงแคมป์ทหารอเมริกัน ถูกคัดเลือกจาก 1 ใน 11 คน เป็นโอเปอเรเตอร์ควบคุมทั้งเครื่องยนต์และไฟฟ้า ถลำลึกจากบุกอุบลฯ ถึงกรุงเทพฯ ด้วยรถไฟ ไปเป็นคนสอนวิชาเครื่องยนต์ใน โรงเรียนนางเลิ้งยานยนต์ หน้าสนามม้านางเลิ้ง ปัจจุบันเหลือแต่อาคาร ป้ายชื่อโรงเรียนหายไปไหนไม่ทราบ!

รู้และจำแต่เพียงว่า ณ วันนั้นเกิดวิวาทะเรื่องค่าเหนื่อยระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างไม่ลงตัว นึกได้แต่เพียงว่า

“ฉันทำงานให้กับเธอ คือความสามารถของฉัน ถ้าฉันทำงานให้กับฉันล่ะ คือความสามารถของใคร”

ลุงหงอกกิ๊กก๊อก - Loong Ngork Gig Gog  ไกรสร พรหมพิทักษ์ ดาว TikTok วัย 77 ตีขันบำบัดด้วยพลังงานบริสุทธิ์

คำตอบสุดท้ายก็ออกมาด้วยวาจา ความว่า “ความสามารถของการกระทำสิ่งใด ๆ = ความรู้ + ความเข้าใจ และการเข้าถึงของสิ่งนั้น ๆ + การกระทำ” ประจำกายใจถึงทุกวันนี้แล พร้อม ๆ กับเป็นที่มาของภาษากระแทกกลุ่มอนุรักษ์นิยมว่า การกระทำและการปฏิบัติเกิดก่อนทฤษฎีเป็นจริงฉันใด บุคคลที่ได้รับปริญญาทุก ๆ ใบในปัจจุบัน จะมาจากบุคคลที่ไม่เคยมีใบปริญญามาก่อนเป็นจริงฉันนั้น

ต่อมาก็เกิดความเชื่อมั่นในตัวเองทั้งภายในและภายนอกเรื่องยานยนต์ นึกเสียดายประสบการณ์ตรง ครั้นจะเปลี่ยนเส้นทางไปศึกษาถึงขั้นนั่งบัลลังก์สั่งเป็นสั่งตายแก่มนุษย์ ใจก็ไม่โดนเป้า เพราะไม่ชอบคำว่า ‘ถูกกับผิด’ ที่มนุษย์รุ่นก่อน ๆ สั่งสมกันมาเป็นตำราร่ำเรียน ว่าแล้วก็สูดลมหายใจเข้าปอดจนเต็มพร้อม กลั้นจนกว่านิวเคลียร์ของออกซิเจนจะแตก กลายเป็นพลังงานแผ่ซ่านไปทั้งตัว นำเอาประสบการณ์ทั้งทำ ทั้งสอน มาร้อยเรียงเป็นภาษาพ่อขุนฯ ซึ่งเป็นภาษาของพระอรหันต์ เสนอต่อเจ้าของนิตยสารเกี่ยวกับยานยนต์ กรังด์ปรีซ์ หวังจะให้ระเบิดเถิดเทิง

ปรากฏว่าต่ำกว่ามาตรฐานหลายลี้ จึงถูกขยี้ทิ้งตะกร้าถึง 2 ครั้ง 2 ครา

ผลการพิจารณาได้ 1 ใน 10 ฐานะลูกเขยกำนันยอมไม่ได้ เสนอครั้งที่ 3 ถามตรง ๆ ตั้งชื่อเรื่องมาเลย แม้ไม่เคยก็อยากลองครับ เป็นผู้นำความคิดและการกระทำไม่ได้ ก็ขอเป็นผู้ตาม อย่างน้อยก็กันหมากัด

วลีจากเจ้าของนิตยสาร คุณปราจิน เอี่ยมลำเนา เปรยทีเล่นทีจริง อยากจะได้เรื่องราวชาวยูสเซอร์ซื้อรถมือสองป้องกันผู้ขายย้อมแมวท่าจะดี เพราะอย่างน้อยถือเป็นการทำบุญ เท่านั้นแหละ เลือดบอร์นทูบีฉีดกลางแสกหน้าระหว่างคิ้วได้ชื่อเรื่องทันที เคล็ดลับ 16 ข้อของการเลือกซื้อรถเก่า เปิดตัวหน้าปกนิตยสารเกี่ยวกับยานยนต์นาม ‘กรังด์ปรีซ์’ พ.ศ. 2517 เป็นนิตยสารด้านยานยนต์และไลฟ์สไตล์ อีกทั้งยังมีนิตยสารในเครือ ได้แก่ นิตยสาร มอเตอร์ไซค์ นิตยสาร ออฟโรด นิตยสาร เอ็กซ์โอออโต้สปอร์ต นิตยสาร การาจไลฟ์ และหนังสือพิมพ์ ยวดยาน

ลุงหงอกกิ๊กก๊อก - Loong Ngork Gig Gog  ไกรสร พรหมพิทักษ์ ดาว TikTok วัย 77 ตีขันบำบัดด้วยพลังงานบริสุทธิ์
ลุงหงอกกิ๊กก๊อก - Loong Ngork Gig Gog  ไกรสร พรหมพิทักษ์ ดาว TikTok วัย 77 ตีขันบำบัดด้วยพลังงานบริสุทธิ์

จากนั้นก็ถูกตีพิมพ์ติดลมบนมาจนลืมลมล่าง กลายเป็นคอลัมน์ ‘ช่างวันหยุด’ ประจำในนิตยสาร กรังด์ปรีซ์ FC ก็เริ่มก่อตัว เป้าหมายคือขยายยอดจำหน่ายครองใจผู้อ่าน บริการผู้สนับสนุน ทั้งการจัดแข่งรถ ช่างเทคนิค การตลาดโฆษณา งานมอเตอร์โชว์ ฯลฯ จากบันไดขั้นแรกถึงบันไดขั้นสุดท้ายใน พ.ศ. 2528

ก่อนเกิดเป็นมอเตอร์โชว์ระดับอินเตอร์

ปลดสร้อยทองคล้องคอหนัก 5 บาท ขึ้นเครื่องเจแปนแอร์ไลน์มุ่งสู่กรุงโตเกียว มอเตอร์โชว์ครั้งแรกของชีวิต ไปปล่อยไก่สัตว์สองเท้าบนเครื่อง ขณะเครื่องกำลังรักษาระดับการบินคงที่ ทุกคนปลดเข็มขัดรัดเอว เราก็ทำบ้าง สักพักแอร์โฮสเตสเดินมากระซิบผู้โดยสาร พอมาถึงเรา เขาก็กล่าวสั้น ๆ ว่า “ดู ยู วอน ไวฟ์?” เราก็สวนทันทีว่า “เยส” ตามด้วย “อิส ชี บิวตี้ฟูล?” แอร์โฮสเตสกลับมาอีกทีพร้อมกับส่งแก้วไวน์ตามสไตล์สาวกิโมโน ปัดโธ่เอ้ย! นึกในใจว่าจะได้สละโสดรับลูกสาวแม่ยาย สายเลือดลูกพระอาทิตย์มาฝากแม่ตัวเองที่กรุงเทพฯ เสียแล้ว จ๋อยไปเลยเพ่!

2 วันเต็ม เดินวนขาลากดูงานมอเตอร์โชว์ให้เต็มตา เก็บตกให้หมดเท่าที่จะทำได้ เพื่อนำมาขยายผลในนิตยสาร กรังด์ปรีซ์ กลับมาจับปากการ่ายยาวขึ้นปกหน้าเรียกแขก ‘บักเสี่ยวเที่ยวงานมอเตอร์โชว์ที่โตเกียว’ ฮากันตลอดปี แถมเพิ่ม FC ขึ้นเรื่อย ๆ จนได้รับความไว้วางใจให้รับตำแหน่งบรรณาธิการเทคนิค และบรรณาธิการขั้นท็อปบางกอกมอเตอร์โชว์ระดับอินเตอร์ จากนั้นก็ติดลมบนมาจนถึงทุก ๆ วันนี้แล

เรื่องยิบย่อยระหว่างทาง

วันหนึ่งมีวิวาททางวาทะกับบรรณาธิการชื่อ อุดร เขามาตัดช่วงหนึ่งของบทความทางเทคนิคของเครื่องยนต์จนขาดใจความสำคัญ เพราะเขาไม่รู้ว่าเราคิดและเขียนตั้งแต่เป็นเศษเหล็ก ไปจนถึงดัดแปลงแก้ไขเพิ่มแรงม้าให้เป็นรถแข่ง

ถึงขั้นตบโต๊ะใส่กัน แต่สุดท้ายเขาก็จากไปด้วยอุบัติเหตุ

ยังมีเรื่องเล่าชาวหลังพวงมาลัยอีกเรื่อง ครั้งแรก วันหนึ่งเวลานั้นมีการทดสอบสมรรถนะรถยนต์ใหม่เอี่ยมก่อนออกสู่ตลาด มีนักเขียนหัวนอกเข้ามาทำงานในกองบรรณาธิการ พูดจาคุยโตโอ้อวดยกตนข่มเขา ซึ่งเราไม่ชอบ

‘ลุงหงอกกิ๊กก๊อก’ จากช่างยนต์ นักเขียน สู่ดาว TikTok วัย 77 ตีขันบำบัดด้วยพลังงานบริสุทธิ์

“มา ๆ ขอพี่ขับเองร้องเพลงไปด้วย ช่วยรัดเข็มขัดให้เรียบร้อยนะ” บนถนนลูกรังกว้างประมาณ 10 เมตรเศษ ริมคลองประปา ด้วยความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทรีอินวันบวกความรู้สึกตัวที่ยอดเยี่ยม แตะเบรก ดึงเบรกมือ และกระชากพวงมาลัยทันทีครึ่งรอบ รถหมุนกลับพร้อมฝุ่นตลบจบลงทันที (ทำได้ครั้งเดียว) นี่แหละคือวิชาปราบองคุลีมาล

นึกในใจทีหลังอย่าซ่า รู้ซะบ้างว่าไผเป็นไผ ไอ้น้อง!

ครั้งที่ 2 ได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์เท้าเบาที่สุดในรอบปี ครั้งนั้นจัดแข่งขับรถประหยัดน้ำมันยี่ห้อฟอร์ดเลเซอร์ จากกรุงเทพฯ ถึงสวนสามพราน บริษัทเขาเชิญบรรดานิตยสารเกี่ยวกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกฉบับในตลาดสดและตลาดแห้ง นับรวมแล้วได้ 10 คัน 10 คนขับ เราเป็นหนึ่งในนาม กรังด์ปรีซ์ และในฐานะบรรณาธิการเทคนิคต้องใช้ทักษะขั้นเทพ ปรากฏได้ระยะทาง 22.3 กิโลเมตรต่อลิตร พิชิตเดอะวินเนอร์ ตีพิมพ์ขึ้นปกเรียกแขกเพิ่ม FC ช่างวันหยุดอีก ทำให้เขาขายแบบเทกระจาดหมดสต็อกด่วน สุดท้ายได้พิมพ์ ‘หนังสือคู่มือซ่อมเครื่องยนต์ช่างวันหยุด’ วางตลาดขายใช้หนี้ที่อยู่อาศัย ปลดปล่อยทาสทางใจได้อย่างสิ้นเชิง สมใจนึกบางลำพู

นักการช่างยนต์ช่วยราชการ

เดินเล่นเพลิน ๆ ก็ถูกเชิญไปนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานอนุกรรมการกำหนดมาตรฐานช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ให้กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม โดยมีหน้าที่ทำมาตรฐานขั้น 1 2 3 ให้แจ๋วเหมือนแก้วเจียระไน ออกข้อทดสอบ และจัดการแข่งขัน ฯลฯ

ทุกอย่างเริ่มต้นจาก ก เอ๋ย ก ไก่ กว่าจะรวบรวมเป็นคณะอนุกรรมการผู้เชี่ยวชาญช่างเทคนิค จากตัวแทนบริษัทขายรถจักรยานยนต์ทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ ซูซูกิ คาวาซากิ ฮอนด้า และยามาฮ่า ได้สำเร็จก็หมดเหงื่อหลายซีซี และกว่าจะมองตาถึงขั้นรู้ใจก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกฝ่ายต่างรักษาผลประโยชน์ของบริษัทตน คนกลางนั่งหัวโต๊ะรักพี่เสียดายน้อง ต้องละเมียดที่สุดแบบไร้รอยต่อ จึงจะเกิดรอยยิ้มทุกครั้งที่มีการประชุม

เสียอย่างเดียวในฐานะประธาน เสนองานให้กรมฯ ออก พ.ร.บ. กำหนดอัตราค่าจ้างฝีมือแรงงานที่สอบผ่านมาตรฐาน 1 2 3 ป้องกันนายจ้างผู้ประกอบการเอาเปรียบลูกจ้างยังไม่สำเร็จ ก็จำต้องจบข่าวครับเจ้านาย

ยัง ๆ ยังถูกเชิญไปช่วยกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยจัดการแข่งขันช่างยนต์ประจำปีติดต่อกันหลายปี จนกระทั่งอธิบดีกรมอาชีวศึกษามอบเสื้อสามารถ (Victory Jacket) สีเลือดหมู อ.ช.ท. (องค์การช่างเทคนิคในอนาคตแห่งประเทศไทย) ให้เป็นรางวัล

เดินถนนสายวิทยุกระจายเสียง

หอบประสบการณ์ การเมืองยังไม่ยุ่ง กางมุ้งยังไม่เกี่ยว จะเด็ดเดี่ยวเผยไต๋เฉพาะสิ่งที่มีอยู่ในตัวตน แอบฟังรายการ ‘หมอรถหมอเรือ’ อยู่นาน ผลงานตอบปัญหาเครื่องยนต์ออกทะเลแดงทะเลดำไปหมด (คิดในใจ ถ้าเป็นเรานะ)

วันนั้นก็มาถึง พ.ศ. 2525 ได้เวลาชื่อรายการ ‘พิทักษ์ยานยนต์’ ออกอากาศทาง FM 90.0 เมกะเฮิรตซ์ สถานีวิทยุกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ เวลา 30 นาที หลังข่าวเที่ยงวัน วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตอบปัญหาเครื่องยนต์จนน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งยอดโต ติดลมบนตามสไตล์ไกรสร พรหมพิทักษ์

เจ้าของคอลัมน์ ‘ช่างวันหยุด’ แห่งนิตยสารรถ ‘กรังด์ปรีซ์’ สู่ดาว TikTok วัย 77 ที่สร้างคอนเทนต์เยียวยาผู้คนด้วยขันทิเบต

พ.ศ. 2528 สถานีปรับผังรายการ ขอเสนอเพิ่มเวลาและเพิ่มรายการ ดันไปผิดนโยบายสถานี เพราะความโลภ จึงถูกตัดออกจากผัง แต่ไม่เป็นไรเพราะความสามารถอยู่ที่เรา ไปโผล่อีกทีที่สถานีวิทยุ ขส.ทบ. (กรมการขนส่งทหารบก) ระบบ AM ในปีเดียวกัน ได้ 2 ช่วงเวลาในการออกอากาศ รายการพิทักษ์ยานยนต์สไตล์เดิม กับรายการ ‘เที่ยงคืนกับสิบล้อบ้านเรา’

เพลงไตเติ้ล เย้ยฟ้าท้าดิน วิพากษ์ วิจารณ์ วิจวกทุกระดับยกเว้นยอดพีระมิด เพราะกลัวเจ็บและกลัวตายก่อนวัยอันควร เป็นขวัญใจคนหลังพวงมาลัย มีฉายา ‘ลูกสาวแม่ยายด่ากลางดึก’ เพราะกินนอนที่สถานีประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 11 ปี

งานใหญ่ของสังคม ‘กลุ่มแท็กซี่บ้านเรา’

วันหนึ่งมีคนขับแท็กซี่มืออาชีพ นายจำนงค์ มนัส เก็บปืนพร้อมทะเบียนที่ผู้โดยสารทำหล่นไว้ในรถ เขานำมาให้เจ้าของรายการ เที่ยงคืนกับสิบล้อบ้านเรา ประกาศหาเจ้าของ 7 วันผ่านไป เจ้าของเป็นทนายใจดีมารับพร้อมกล่าวขอบคุณ

จากนั้นต่อมความคิดระเบิดเกิดสำนึก ถ้าคนดีออกมาปรากฏตัว คนชั่วก็จะหายไปจากแผ่นดิน จึงประกาศจัดตั้ง ‘กลุ่มแท็กซี่บ้านเรา’ มีสมาชิก 1,458 ชีวิต ทุกคนมีป้ายโลโก้ ชื่อ-นามสกุล หมายเลขสมาชิก ติดหน้าอกเสื้อสีฟ้า ชายเสื้อสวมในกางเกง รองเท้าหุ้มส้น สวมถุงเท้าพร้อมซักทุกวัน ทุกคนมีเป้าหมายคือ ทำประโยชน์ให้กับสังคม จัดสวัสดิการช่วยเหลือกันและกัน เช่น สมาชิกเกิดอุบัติเหตุขณะอยู่หลังพวงมาลัย บาดเจ็บ แขนขาหัก ตลอดจนเสียชีวิต รับสวัสดิการ 5 หมื่น 3 หมื่น ลดหลั่นกันไป แถมลงขันช่วยกันอีกต่างหาก ตลอดจนคนในครอบครัวด้วย

เจ้าของคอลัมน์ ‘ช่างวันหยุด’ แห่งนิตยสารรถ ‘กรังด์ปรีซ์’ สู่ดาว TikTok วัย 77 ที่สร้างคอนเทนต์เยียวยาผู้คนด้วยขันทิเบต

ทั้งหมดพร้อมใจกันเป็นหูเป็นตา เป็นสมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรม ช่วยตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล สมัย พล.ต.ท.มนัส ครุฑไชยันต์ เป็นผู้บัญชาการ ทั้งนี้เพื่อลดอคติกับตำรวจจราจรสองข้างทางด้วย

ประกาศคืนทรัพย์สินของผู้โดยสารที่หลงลืมในรถ ซึ่งมีมูลค่าเกิน 5 ล้านบาท

ลงขันในวันที่จะเปิดสะพานพระราม 9 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ให้แก่โรงพยาบาลศิริราช 45,000 บาท กลางดึกตั้งแถวเรียง 4 ยาวประมาณ 5 กิโลเมตร โดยมีหางแถวอยู่ที่สถานีวิทยุ ขส.ทบ. ท่าน้ำเกียกกาย ไม่มีสะกิดกันแม้แต่น้อย ปัจจุบันเป็นอาคารรัฐสภาแล้ว

พบปะสัมผัสได้ถึงพลังงานบริสุทธิ์

1 มกราคม พ.ศ. 2537 เวลาบ่าย 3 โมง ตั้งใจขับรถคนเดียวเดินทางไปเคารพ คารวะ สักการะพระนเรศวรมหาราชที่ดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี ขับขี่อย่างละเมียดทั้งไปและกลับ 3 ชั่วโมง ล้มตัวลงนอนแบบรู้ตัวทั่วพร้อม ไม่เกิน 20 นาที โลกใบนี้หมุนรอบตัวเองอย่างเร็ว ประมาณ 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที รู้สึกตัวเองหลุดออกนอกโลก แล้วหวนกลับมาที่เดิมอย่างช้า ๆ เซ็ตอัปเป็นหนึ่งเดียวจึงรู้ว่า ‘เราคือโลก โลกคือเรา’ และมั่นใจว่าเป็นสมาธิขั้นสูงสุดจนสุดที่สูง มองเห็นสภาวะด้านที่ 3 ของเหรียญ หรือขั้วที่ 3 ของแม่เหล็ก จึงถามหาตัวเองอยู่ 3 ปี จึงพออนุมานได้ว่า นี่คืออภิมหาปรัชญาเกิดขึ้นในตัวเองแล้วซิ

เจ้าของคอลัมน์ ‘ช่างวันหยุด’ แห่งนิตยสารรถ ‘กรังด์ปรีซ์’ สู่ดาว TikTok วัย 77 ที่สร้างคอนเทนต์เยียวยาผู้คนด้วยขันทิเบต

พลังงานบริสุทธิ์ คือ พลังงานที่มีค่าคงที่ ไม่เพิ่มขึ้น ไม่ลดลง ทำลายไม่ได้ และมีมากมายมหาศาลเต็มทั่วทั้งกาแล็กซี่ แม้แต่แสงซึ่งเป็นค่าไม่คงที่ ก็ต้องอาศัยเป็นยานพาหนะในการเคลื่อนที่เร็วแบบไร้ขีดจำกัด ต่อให้นำระเบิดนิวเคลียร์ในโลก มาทำให้ระเบิดพร้อมกันก็ทำลายไม่ได้ สิ่งนี้แหละที่เรียกว่า รู้ได้เป็นการเฉพาะตัวเท่านั้น (ปัจจัตตัง) 7 – 8 พันล้านคนน่าจะรู้ไม่เกิน 5 คน (ขอให้ท่านที่กำลังอ่านเป็นหนึ่งในนั้น)

แต่ศูนย์วิจัยพลังงานบริสุทธิ์รักษามนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยนายไกรสร พรหมพิทักษ์ เป็นผู้ค้นพบ ซึ่งอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคนทุกท่าน ลุงหงอกเรียกว่าเป็นองค์ความรู้ใหม่ในศตวรรษที่ 21 เพราะฉะนั้นจึงมีพลานุภาพ ทำให้มนุษย์หลับยาก หลับง่ายได้อย่างง่ายดาย อนึ่ง คำว่าพลังงานบริสุทธิ์ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสารเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ตุรกีฉบับ ISSN: 2651 – 4451 JUNE 2021

เปิดประเดิมรายการปรัชญาชีวิต

“รายการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อการศึกษา พัฒนาสุขภาพกายและจิตเพื่อพิชิตอาการเจ็บไข้ได้ป่วย ให้หายไปตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติร่วมกัน ๆ ๆ ๆ ๆ (เอคโค่)”

ณ สถานีวิทยุยานเกราะ AM 540 เวลาตี 1 – 2 ไตเติ้ลตามองตา สายตาก็จ้องมองกัน รู้สึกเสียวซ่านอันเดอร์แอร์! ได้ปล่อยของอยู่ 4 ศาสตร์ คือ หนึ่ง จิตศาสตร์ สอง พุทธศาสตร์ สาม ฟิสิกส์ศาสตร์ (6 พลังงาน) และ สี่ ธรรมะศาสตร์ (ไม่ใช่ท่าพระจันทร์และรังสิต) หากแต่เป็นศาสตร์ของธรรมชาตินะจ๊ะ

เจ้าของคอลัมน์ ‘ช่างวันหยุด’ แห่งนิตยสารรถ ‘กรังด์ปรีซ์’ สู่ดาว TikTok วัย 77 ที่สร้างคอนเทนต์เยียวยาผู้คนด้วยขันทิเบต

21 ปีเต็ม สดตลอดเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นขวัญใจของคนนอนดึกหรือหลับไม่ลงของกลุ่มวัยรุ่นตอนปลายสายฮา ว่าด้วยการจำกัดอาการเจ็บไข้ได้ป่วย ตั้งแต่ศีรษะถึงปลายเล็บ ด้วยลมปากจากโทรศัพท์สายตรง ตกกลางวันบริการด้วยสองมือเปล่ากับ 1 ความเข้าใจถึงบ้าน ที่ทำงาน ชุมชน และวัดวาอาราม ไม่กิน ทา หรือฉีดเคมี ใช้องค์ความรู้ 4 ศาสตร์เป็นสำคัญ โดยมีตู้ขอทาน ค่าน้ำ ค่าไฟ และปากท้องของผู้กำจัดอาการทั้งหมด ผ่านความรู้สึกล้วน ๆ ปฏิเสธโรคต่าง ๆ ที่เขาว่าทุกกรณี

เข้าสู่โลกโซเชียลเต็มรูปแบบ

มีคนสงสัย ทำไมคนวัยเกิน 77 ปี จึงมาโดดเด่นในโลกโซเชียลแทบทุกแฟลตฟอร์ม โดยเฉพาะ ‘TikTok’

สำหรับลุงหงอก เชื่อว่ามีของดีและมีสาระล้นแก้ว ในการใช้มือถือเป็นพาหนะนำพลังงานบริสุทธิ์ส่งถึงผู้บริโภคทั้งหญิงและชาย ทั้งต่างวัยและต่างเพศ ให้หลับสนิทและสลายอาการเจ็บปวดทุกชนิดได้อย่างดีมีประสิทธิผล จนเป็นที่ประจักษ์ในเวลาน้อยที่สุด ประหยัด คุ้มค่า และปลอดภัย โดยไม่ต้องกิน ทา หรือฉีดยาเคมี ดีไหมล่ะ เช่น เมา ๆ หรือลูกหลานเล่นเกมจนมึนโก่งโก้ง เดินเซตาลาย เห็นช้างตัวเท่าหนู เห็นหมูตัวเท่ามด เห็นบิดามารดาเป็นคนรับใช้ เพียงเก๊งเดียวหายวับไปกับลมหายใจ ฟังดี ๆ มีทักษะระดับเสียงต่ำกว่า 5 เดซิเบลแล้วกัน ใช้เวลา 1 ปี มีผู้ติดตามเกินล้านจ้า

เจ้าของคอลัมน์ ‘ช่างวันหยุด’ แห่งนิตยสารรถ ‘กรังด์ปรีซ์’ สู่ดาว TikTok วัย 77 ที่สร้างคอนเทนต์เยียวยาผู้คนด้วยขันทิเบต

เราคือโลก โลกคือเรา เราเป็นส่วนหนึ่งและเป็นส่วนย่อยของโลก สมองคือส่วนย่อยของตัวเราเอง และสมองเป็นส่วนย่อยของจักรวาล นี่แหละคือทฤษฎีความเป็นหนึ่งเดียว โดยไม่ต้องใช้สูตรสมการผ่านตัวเลขที่ซับซ้อนจนปวดเฮด!

หากคนอื่นสงสัยว่าเรียนรู้ได้อย่างไรในอายุปูนนี้ ขอบอกว่ามนุษย์เราตราบใดที่อายตนะทั้ง 5 (หู ตา จมูก ลิ้น และกายสัมผัส) ยังตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกได้ดีมีประสิทธิภาพสูง ไม่ว่าอายุเท่าใดย่อมปรับตัวเข้ากับยุคสมัย และเรียนรู้จากอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีได้เสมอ

สำหรับคุณสมบัติของลุงหงอก สิ่งที่ต้องรู้จริงถึงขั้นคิดได้ พูดได้ เขียนได้ และทำให้เกิดผลลัพธ์ได้ โดยเฉพาะทำงานผ่านสื่อตั้งแต่ พ.ศ. 2517 ผ่านนิตยสาร หนังสือพิมพ์รายวัน วิทยุ และรายการโทรทัศน์ เป็นวันแมนโชว์มาทั้งหมด โลกโซเชียลจะต้องเข้าใจอัลกอริทึมและเอไอ แต่ปัญญาประดิษฐ์จะมาสู้ศีล สมาธิ ปัญญา หรือ สติ สมาธิ ปัญญา หรือปัญญาบริสุทธิ์ที่พระพุทธเจ้าให้ไว้แก่ประชาชนชาวโลกได้อย่างไร สิ่งนั้นลุงจะเรียกว่าพระธรรมและค่าคงที่เป็นสิ่งเดียวกัน อยู่ที่ว่าเข้าถึงหรือไม่ และเข้าถึงในระดับใด

เจ้าของคอลัมน์ ‘ช่างวันหยุด’ แห่งนิตยสารรถ ‘กรังด์ปรีซ์’ สู่ดาว TikTok วัย 77 ที่สร้างคอนเทนต์เยียวยาผู้คนด้วยขันทิเบต

ในการทำงานโซเชียลมีเดีย ลุงทำงานร่วมกับคณะที่เรียกกันว่าแอดมิน ทีมแอดมินต้องตีทัศนะของมนุษย์ให้แตก สำคัญที่สุดทีมต้องวินิจฉัยมนุษย์ทั้งแผ่นดินออกมาเป็น 4 กลุ่มให้ได้ เช่น 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นกลุ่มปัญญาหรือยอดพีระมิด กลุ่มนี้จะส่งเสริมกันและกันเพื่อความเจริญก้าวหน้า แลกเปลี่ยนความรู้ ส่งเสริมความสามารถ มีลักษณะเสนอแนะ และเป็นผู้นำ อีก 90 เปอร์เซ็นต์ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 30 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มที่ 1 จะเห็นด้วยในเรื่องที่เรานำเสนอผ่านจอ กลุ่มที่ 2 จะไม่เห็นด้วย เขาจะแสดงกิริยาผ่านภาษาพิมพ์ที่แย่ เราต้องเมิน ห้ามโต้ตอบทุกกรณี กลุ่มที่ 3 คือกลุ่มเฉย ๆ พร้อมจะรับรู้ในสิ่งที่เรานำเสนอ เราต้องช้อนกลุ่มเฉย ๆ ขึ้นมาหากลุ่มเห็นด้วยให้ได้ สำหรับกลุ่มไม่เห็นด้วย 30 เปอร์เซ็นต์ ก็ปล่อยไป

สิ่งที่พวกเราต่อสู้ทั้งที่รู้ว่าสู้เขาไม่ได้คือคณิตศาสตร์และอัลกอริทึม เพราะเรามองเห็นว่า เขาไม่ได้ส่งเสริมความสามารถพิเศษของมนุษย์จริง ๆ เช่น การปิดตาของผู้ติดตามเรา (ถ้าเขาประกาศรับที่ปรึกษาก็อยากเสนอตัวเข้าไปพัฒนาอัลกอริทึมกับเอไอ เพื่อส่งเสริมให้มนุษย์เก่งและดีมายืนอย่างสง่างามระดับท็อปของประเทศ)

เจ้าของคอลัมน์ ‘ช่างวันหยุด’ แห่งนิตยสารรถ ‘กรังด์ปรีซ์’ สู่ดาว TikTok วัย 77 ที่สร้างคอนเทนต์เยียวยาผู้คนด้วยขันทิเบต

ร่ายยาวเรื่องชีวิตตั้งแต่บนผืนนาเข้าสู่เมืองกรุงมาตั้งนาน ถือเป็นการสรุปเรื่องราว 77 ปีได้อย่างครบถ้วน

หลังจากนี้ หากใครยังอยากรู้จักลุงหงอกมากขึ้น หรืออยากฟังเสียงขันก่อนนอน ที่จะพาทุกท่านไปพบกับความสงบก็ไปติดตามกันได้ที่ TikTok ช่อง LoongNgork GigGog TikTok Family

ตอนนี้ลุงหงอกขอลาไปก่อน

“สาธุ อามีน อาเมน โอม อามิตาพุทธ แทงคิว เวรี่บิ้ก!” ปิดท้ายตามสไตล์ลุงหงอกจ้า

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writer

ไกรสร พรหมพิทักษ์

ลูกชาวนาเต็มขั้น ผู้มีแต่กำปั้นกับหัวใจ เกิดที่ไหนไม่เกิด เกิดกลางทุ่งนาในขณะแม่ดำนา ศิษย์พระตถาคต ผู้อยู่หางแถว รู้แล้วมาบอก มีแล้วจึงนำมาให้

Photographer

สาโรจน์ ปาลกวงศ์ ณ อยุธยา

“หยุดเวลาไว้ในภาพใบนั้น โอบกอดวันวานไว้ในกล้องตัวเก่า โลกสุขสว่างหรือซึมเศร้า งามหรือเหงา ล้วนมีค่าเท่าๆ กัน” เกิดมาเป็นผู้บันทึก มีโอกาสถ่ายทอดเรื่องราวมากมาย ขอบคุณทุกฉากชีวิตที่ผ่านมา แม้เพียงครั้งหนึ่งยังคิดถึงเสมอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load