‘ละมุน’ ความรู้สึกคล้ายหัวใจพองฟูที่ยากจะอธิบายเป็นคำพูดได้

แต่เมื่อถามว่าอะไรคือ ‘ความละมุนละไม’ ในงานเซรามิก คนที่ให้คำตอบกับเราได้คงหนีไม่พ้น ไหม-ณพกมล อัครพงศ์ไพศาล และ หนาม-นล เนตรพรหม เจ้าของแบรนด์เซรามิกชื่อหวานอย่าง ‘ละมุนละไม’ ที่พร้อมละลายหัวใจคนรักเซรามิกทันทีที่พบเห็น 

ไหม-ณพกมล อัครพงศ์ไพศาล และ หนาม-นล เนตรพรหม

“อยากให้คนใช้รู้สึกละมุน เห็นแล้วรู้สึกอบอุ่น” เป็นเหตุผลที่อดีตสองนักศึกษาภาควิชาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ต่อยอดงานวิจัยเรื่องดินขาว Porcelain สมัยเรียนเซรามิกเมื่อหลายปีก่อน สู่การปลูกปั้นแบรนด์ของตัวเอง ด้วยการทดลองเคลือบสีบนดินขาวที่นวลอยู่แล้วให้ละมุนขึ้นไปอีก จนเกิดเป็นเซรามิกที่สัมผัสได้ถึงความนวล ทั้งจาก สี สัมผัส และรูปทรง 

จากแบรนด์เล็กๆ ที่เข้าไปนั่งอยู่ในใจและในบ้านของคนรักเครื่องใช้ในบ้านหลายคน 

ไหม-ณพกมล อัครพงศ์ไพศาล และ หนาม-นล เนตรพรหม
ละมุนละไม สตูดิโอให้บริการออกแบบภาชนะที่ออกแบบตั้งแต่จานชามยันประสบการณ์การใช้

ละมุนละไมเติบโตและมีเส้นทางที่ชัดเจน จากการรับทำเซรามิกแบบ Custom-made ออกแบบคอลเลกชันเฉพาะที่มีเพียงหนึ่งเดียวให้ลูกค้าผู้มาเดินเล่นตามร้านป๊อปอัพเล็กๆ ที่ตลาด สู่การเข้าไปนั่งอยู่ในร้านอาหารชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นร้าน La Dotta, 80/20, Mandarin Oriental, ศรณ์, Vesper, Starbucks และอีกมากมาย ด้วยการชูจุดเด่นความเป็นเครื่องใช้เซรามิกที่ตอบโจทย์การใช้งานได้จริง แถมในปีนี้ยังมีแผนออกเดินทางไปโชว์ตัวที่โอซาก้า งาน Maison & Object ที่ปารีส ตั้งโชว์ที่ห้างสรรพสินค้าในเครือ Siam Piwat และ ICONSIAM อีกต่างหาก
ในวันที่เราก้าวเท้าเข้ามาเยี่ยมชมสตูดิโอ แทบไม่มีจานชามเหลืออยู่สักใบ เพราะเซรามิกใบเล็กใบน้อยได้แยกย้ายเดินทางไปนั่งอยู่ในบ้านใครต่อใครเรียบร้อยแล้ว จากการออกงานที่บ้านและสวนแฟร์แค่ปีละครั้ง 

อะไรที่ทำให้เซรามิกในสตูดิโอเล็กๆ กล้าหาญปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจ และออกเดินทางในเส้นทางที่เซรามิกจากสตูดิโออื่นอาจไม่เคยลองแวะไป จนได้รับความไว้วางใจจากร้านอาหารชื่อดังและได้เดินทางไกลไปถึงงานแสดงสินค้าระดับโลก

เบื้องหลังความละมุนมีอะไรมากกว่าการออกแบบสีสันสดใสและลวดลายที่อบอุ่นหัวใจ
วันนี้เรามานั่งฟังเรื่องเล่าการเดินทางของละมุนละไมในสตูดิโอเซรามิกที่แสนอบอุ่น บ้านที่ให้กำเนิดเซรามิกเหล่านี้กัน 

ละมุนละไม สตูดิโอให้บริการออกแบบภาชนะที่ออกแบบตั้งแต่จานชามยันประสบการณ์การใช้

จุดเริ่มต้นของความละมุนที่มีแค่คุณเป็นเจ้าของ  

เราเริ่มขายของกระจุกกระจิกอย่างป้ายชื่อเซรามิกรูปสัตว์ สร้อย จาน ชามชิ้นเล็กๆ ลูกค้าสั่งทำพิเศษได้ ไม่ว่าจะใส่ชื่อของตัวเอง เลือกสีและลายต่างๆ ได้ตามใจ เพราะเราทำชิ้นต่อชิ้นอยู่แล้ว” ไหมเริ่มเล่าถึงวันที่เริ่มเปลี่ยนความชอบมาเป็นธุรกิจเมื่อหลายปีก่อน  

ลูกค้าหลายคนที่มาซื้อมักมีความต้องการพิเศษ เช่น อยากได้จานลายเฉพาะเป็นของขวัญให้คนรัก อยากได้แก้วรุ่นพิเศษสำหรับคนสำคัญ เมื่อละมุนละไมไม่ได้เป็นสตูดิโอที่ทำงานแบบโรงงาน ผลิตสินค้าแบบเดียวกันเป็นร้อยเป็นพันชิ้น จึงพร้อมออกแบบ ‘คอลเลกชันพิเศษ’ ด้วยความใส่ใจให้ตอบโจทย์ความต้องการของทุกคน โดยไม่ได้คำนึงว่าออร์เดอร์ที่สั่งแต่ละครั้งต้องมีปริมาณมาก   

ละมุนละไม สตูดิโอให้บริการออกแบบภาชนะที่ออกแบบตั้งแต่จานชามยันประสบการณ์การใช้

วันเวลาทำให้รูปแบบการเลือกซื้อจานชามแบบ Custom-made ได้รับความนิยมมากขึ้น ไหมและหนามสังเกตจากการได้ไปออกงานว่า จากที่ร้านอาหารนิยมมาซื้อจานแบบเดียว ครั้งละเยอะๆ จากแหล่งค้าส่งใหญ่ๆ คนที่มาเลือกซื้อจานชามเริ่มเปลี่ยนมาเป็น เจ้าของแกลเลอรี่ ผู้คัดสรรเนื้อหาในพิพิธภัณฑ์ สไตลิสต์ ที่มาเลือกซื้อสินค้าที่น่าสนใจไม่กี่ชิ้นไปจัดแสดง หากมีคนสนใจสินค้าเหล่านั้น จึงค่อยติดต่อสตูดิโอเซรามิกเพื่อสั่งผลิตพิเศษเยอะๆ ในแบบของตัวเองอีกที

เมื่อโอกาสเหมาะและพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าตรงกับแก่นของละมุนละไมที่อยากใส่ใจคนใช้ แบรนด์จึงเริ่มขยับจากการขายแค่กลุ่มลูกค้าปลีกมาเป็นร้านอาหารมากขึ้น

ไหม-ณพกมล อัครพงศ์ไพศาล และ หนาม-นล เนตรพรหม

กระบวนการออกแบบที่ละเมียดเพื่อจานที่ละมุน

หัวใจของการออกแบบ Custom-made ที่ทำให้ร้านอาหารหลายร้านถูกใจละมุนละไม ไม่ใช่เพียงเพราะความนุ่มนวลของเซรามิก แต่เป็นการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานได้จริง เมื่อได้โจทย์จากร้านอาหารมา ไหมและหนามจะเริ่มคิดงานด้วยกระบวนการออกแบบเพื่อแก้ปัญหา หรือ Design Thinking ที่ตั้งคำถามและขุดลึกถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้ ทั้งหาข้อมูลอาหารจากอินเทอร์เน็ต ลองชิมอาหารด้วยตัวเอง พูดคุยกับเชฟเพื่อถอดรหัสว่าแก่นของร้านคืออะไร 

“ตอนแรกเริ่มเราไม่มีความรู้ด้านอาหารเลย ลูกค้าเป็นคนสอนเราว่าอาหารแบบนี้ กินประมาณนี้ ลูกค้ารู้ลึกในเรื่องอาหารดีที่สุด เราเรียนรู้จากลูกค้าอีกที” หนามเล่า

ละมุนละไม สตูดิโอให้บริการออกแบบภาชนะที่ออกแบบตั้งแต่จานชามยันประสบการณ์การใช้
ละมุนละไม สตูดิโอให้บริการออกแบบภาชนะที่ออกแบบตั้งแต่จานชามยันประสบการณ์การใช้

เซรามิกของละมุนละไมจึงสะท้อนความหวานละมุนแบบเข้าอกเข้าใจ ไม่ใช่ความละมุนฉาบหน้าที่ ‘สวยแต่รูป จูบไม่หอม’ ภาชนะทุกใบถูกออกแบบมาอย่างละเมียดให้จับคู่กับอาหารแล้วอยู่ด้วยกันอย่างกลมกล่อม พร้อมเล่าเรื่องอาหารในจานและสะท้อนตัวตนของร้านออกมา มากกว่ายกให้จานชามเด่นเหนืออาหาร  

ไม่ว่าจะเป็น ชามพาสต้าของร้าน La Dotta ที่ออกแบบมาให้เส้นพาสต้าที่เป็นพระเอกอยู่ตรงกลาง 

ลักษณะจานมีปีกแต่ไม่แผ่กว้างเกินไป ทรงบานออกให้ใส่อาหารอย่างอื่นได้ และสูงพอที่เชฟโอบถือขึ้นมาได้ แต่ไม่สูงเกินไป เพราะเวลาลูกค้านั่งที่โต๊ะจะได้อยู่ในระดับพอดี

หรือภาชนะ 10 ใบสำหรับร้านอาหาร Fine Dining อย่าง 80/20 ที่ออกแบบมาให้แต่ละใบไม่เหมือนกันเลย เหมาะสำหรับเอกลักษณ์ของอาหารที่แตกต่างกันในหนึ่งคอร์ส

ละมุนละไม สตูดิโอให้บริการออกแบบภาชนะที่ออกแบบตั้งแต่จานชามยันประสบการณ์การใช้

เราไม่ได้คิดว่าต้องออกแบบแค่จานหรือชาม แต่ตั้งโจทย์ไว้ว่าเราจะออกแบบภาชนะ” 

สิ่งที่ละมุนละไมออกแบบให้ร้านอาหารจึงมีนิยามกว้างว่าเป็น Tableware หรือชุดเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร ซึ่งหมายถึงทุกอย่างบนโต๊ะ ตั้งแต่แจกัน เหยือก จานเสิร์ฟ ชาม แก้ว ที่ใส่ช้อนส้อม ที่วางตะเกียบ ช้อนซุป 

ในบางครั้งหากเจาะลึกความต้องการของลูกค้าจะพบว่าไม่จำเป็นต้องออกแบบทรงภาชนะใหม่ แค่มีลวดลายไม่เหมือนใคร เล่าเรื่องราวของร้านและตอบโจทย์การใช้งานได้ก็พอ ละมุนละไมจะออกแบบเพียงแค่ลวดลายสำหรับนำไปเพ้นต์บนเซรามิกต่อไปเท่านั้น 

เซรามิกที่ไม่มีหน้าร้านและโชว์รูมของตัวเอง

  ไม่ใช่แค่ต้องตอบโจทย์ความต้องการของเชฟเท่านั้น แต่ภาชนะที่ออกแบบมาจะต้องถูกใจฝ่ายการตลาด และเจ้าของร้าน รวมทั้งมีความกลมกลืนกับแบรนด์และการตกแต่งภายในร้านด้วย 

เมื่อมีเทรนด์ Cafe Hopping ที่คนนิยมถ่ายรูปอาหารลงโซเชียล ทำให้ร้านอาหารอยากเตรียมมุมถ่ายรูปให้คนเก็บภาพประทับใจ

ละมุนละไม สตูดิโอให้บริการออกแบบภาชนะที่ออกแบบตั้งแต่จานชามยันประสบการณ์การใช้
ละมุนละไม สตูดิโอให้บริการออกแบบภาชนะที่ออกแบบตั้งแต่จานชามยันประสบการณ์การใช้

ไหมและหนามจึงศึกษาไปถึงขนาดโต๊ะ ว่าจะออกแบบอย่างไรให้จัดวางภาชนะได้พอดี ไม่เบียดเกินไป ถ่ายรูปแล้วสวย และยังต้องคงความละมุนละไมในแบบของแบรนด์ หากชามเป็นสีน้ำเงินที่ให้ความรู้สึกแน่นหนัก จะมีการเล่นดีเทลใช้ลายเส้นและเล่นสี ด้วยการใช้สีเหลืองทับน้ำเงิน สีน้ำเงินทับเขียวให้เกิดความนุ่มนวลขึ้นมา 

การคิดแบบองค์รวมที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและความสวยงาม ผสมผสานกลายเป็นเซรามิกที่มีความละมุนแบบพอดี แม้ไม่มีโชว์รูมจัดแสดงสินค้า แต่เมื่อลูกค้าได้ลองทานอาหารที่ร้านมักจะถูกใจในความละมุนของภาชนะไปด้วย จนเกิดการบอกต่อปากต่อปาก ทำให้แบรนด์ได้ลูกค้าเพิ่มจากคนที่ได้ลองใช้จริง

ละมุนละไม สตูดิโอให้บริการออกแบบภาชนะที่ออกแบบตั้งแต่จานชามยันประสบการณ์การใช้

“ร้านอาหารและห้างเป็นเหมือนโชว์รูมของเรา เราไม่มีหน้าร้าน แต่อาศัยให้คนได้ประสบการณ์จริงจากการใช้ เวลาออกงานที่ไหน เราจะมีการจัดวางให้เห็นภาพว่าเอาไปใช้ได้ยังไง” ไหมเล่า

กล่าวได้ว่าละมุนละไมเป็นสตูดิโอที่ไม่ได้ออกแบบแค่เซรามิก แต่ออกแบบไปถึงประสบการณ์การใช้ แม้ร้านอาหารจะเลือกซื้อจานชามจากร้านค้าส่งที่มีขายทั่วไปได้
แต่ความรู้สึกพิเศษของมื้ออาหารที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันทั้งอาหารและภาชนะ เป็นประสบการณ์บนโต๊ะที่เลือกซื้อตามร้านจานชามทั่วไปไม่ได้ง่ายๆ ทำให้ร้านอาหารชื่อดังอยากส่งมอบความพิเศษที่ไม่ซ้ำใครให้ลูกค้าที่มาทาน และความพิเศษไม่ได้มีได้แค่ในโอกาสเปิดร้านใหม่เท่านั้น แต่นำเสนอได้ทุกครั้งที่อยากเปลี่ยนเมนูใหม่ หรือเล่าเรื่องอาหารในประเด็นใหม่ๆ ให้ลูกค้าฟัง 

ไหม-ณพกมล อัครพงศ์ไพศาล และ หนาม-นล เนตรพรหม

สตูดิโอที่พร้อมเปิดประตูสู่โลกกว้าง 

โลกการทำเซรามิกของละมุนละไมไม่ได้หยุดอยู่แค่ร้านอาหารและสตูดิโอดาดฟ้าย่านศาลาแดง แต่ความกระตือรือร้นที่อยากเรียนรู้ตลอดเวลา ทำให้ไหมและหนามเลือกที่จะปิดสตูดิโอชั่วคราวในบางครั้ง เพื่อออกเดินทางหาแรงบันดาลใจมาคิดค้นคอลเลกชันเซรามิกใหม่ๆ    

ในปี 2016 ทั้งสองได้ไปเยี่ยมอาริตะ เมืองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ดินขาว Porcelain มาทำเซรามิก เมื่อพบว่าอาริตะเป็นแหล่งโรงงานที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นในการส่งออกดินขาวไปทั่วทั้งประเทศ แต่ยังรักษาจุดเด่นความเป็น Arita Ware ได้เป็นอย่างดี ละมุนละไมจึงประยุกต์เอาเทคนิคมาใช้กับแบรนด์ นั่นคือการผลิตแบบหัตถอุตสาหกรรม ไม่จำเป็นต้องทำมือทั้งหมด แต่ยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้ได้   

ไหม-ณพกมล อัครพงศ์ไพศาล และ หนาม-นล เนตรพรหม
ละมุนละไม สตูดิโอให้บริการออกแบบภาชนะที่ออกแบบตั้งแต่จานชามยันประสบการณ์การใช้

และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทั้งคู่ตัดสินใจไปลองเรียนรู้งานคราฟต์แบบอเมริกันที่ Haystack Mountain School of Crafts โรงเรียนออกแบบที่เก่าแก่เกือบที่สุดของสหรัฐ เป็นสตูดิโออยู่บนเกาะล้อมรอบด้วยป่าสน ซึ่งเปิดรับนักเรียนและศิลปินจากทั่วโลกปีละ 1 ครั้ง ที่นั่นทำให้หนามและไหมค้นพบการต่อยอดและเรียนรู้เทคนิคการทำเซรามิกแบบ Pinching หรือการทำชิ้นงานเซรามิกขนาดใหญ่ที่ไม่ใช้เครื่องมือใดๆ นอกจากมือ

ทุกวันนี้สินค้าของละมุนละไมจึงใช้เทคนิคการทำหลากหลาย มีทั้งคอลเลกชันที่ทำด้วยมือล้วนและขึ้นแบบด้วยมือก่อน จากนั้นค่อยส่งให้โรงงานผลิตเป็นจำนวนมาก แต่ทุกคอลเลกชันล้วนเป็นเซรามิกที่ทำจากแรงบันดาลใจ ตั้งแต่คอลเลกชันแรกๆ ที่เก็บดวงดาวมาไว้ในจานด้วยการทำสีเคลือบให้เหมือนอวกาศ ไปจนถึงคอลเลกชันที่เพิ่งขายไปอย่าง Summer Moon ที่เก็บความสดใสของฤดูร้อนมาเบ่งบานในภาชนะ

ละมุนละไม สตูดิโอให้บริการออกแบบภาชนะที่ออกแบบตั้งแต่จานชามยันประสบการณ์การใช้

และการออกเดินทางในปีนี้ก็ทำให้ละมุนละไมได้ไอเดียในการออกแบบเครื่องแขวนตกแต่งผนังห้อง คอลเลกชันล่าสุดในธีม Celebrate Human Touch ที่เน้นเทคนิคการทำเซรามิกแบบใช้มือล้วนๆ ตามที่ได้ลับคมวิชามา เพื่อสื่อสารความสัมพันธ์ระหว่างคนกับดิน 

นอกจากเครื่องแขวนตกแต่งผนังแล้ว ไหมและหนามยังต่อยอดสินค้าและทดลองโครงการใหม่ๆ อีกหลายอย่าง

ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟเซรามิก แท่นตั้งโชว์เครื่องประดับที่เน้นการขับวัสดุเซรามิกและเครื่องประดับให้ส่งเสริมกันและกัน การเล่นลวดลายใหม่ๆ บนเซรามิกด้วยการใช้ผ้าไทลื้อจากภาคเหนือ กระทั่งการจัด Solo Exhibition และเวิร์กช็อปสำหรับมือใหม่ที่สนใจการทำเซรามิกเป็นงานอดิเรก ให้มาฝึกทำในบรรยากาศสบายๆ

การเดินทางของแบรนด์ที่ไม่หยุดนิ่ง 

ด้วยความไม่ยึดติดที่ปลายทางว่าสินค้าต้องเป็นชุดเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร แต่ยึดจากวัสดุที่มีคือ เซรามิก เมื่อเล็งเห็นว่ายังมีของใช้ในบ้านอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้บ้านอบอุ่นได้ ละมุนละไมจึงกล้าขยับจากการทำของชิ้นเล็กๆ มาทำของชิ้นใหญ่  

“เราเป็นสตูดิโอออกแบบเซรามิกที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ ลูกค้าบอกความต้องการมา เราเสนอให้ได้” ไหมกล่าวสรุป

เพราะยึดหลักว่า ไม่ว่าไปออกงานที่ไหนจะทำคอลเลกชันใหม่ให้แตกต่างออกไปเหมือนไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่ทุกครั้งที่เห็นยังรู้สึกถึงความละมุน ประกอบกับการเป็นเซรามิกที่มีความอ่อนหวานแต่ไม่อ่อนแอ เข้าไมโครเวฟได้ ใช้งานได้จริง ทำให้ลูกค้าทั้งหน้าเก่าและใหม่พร้อมตกหลุมรักซ้ำๆ

ละมุนละไม สตูดิโอให้บริการออกแบบภาชนะที่ออกแบบตั้งแต่จานชามยันประสบการณ์การใช้

ท่ามกลางแบรนด์เซรามิกบางส่วนที่ล้มหายตายจากไป เพราะเป็นได้แค่รักแรกพบที่สื่อสารคุณค่านอกเหนือจากความสวยงามไม่ได้ ละมุนละไมพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความรักอย่างเดียวกินไม่ได้
        ลำพังความรักในการเป็นศิลปินที่ทำเซรามิกออกมาได้สวยงาม คงทำให้คนที่พบเห็นประทับใจเพียงพบผ่านเท่านั้น แต่ทั้งคู่เป็นศิลปินที่มีศิลปะการขายในโลกธุรกิจ พาตัวเองไปเจอกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ ใส่ใจความต้องการของลูกค้าและประสบการณ์ในการใช้อยู่เสมอ ทำให้พัฒนาความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับลูกค้ามาได้นานถึง 7 ปี

หนามกล่าวว่า “มีคนทักเราเยอะว่าคนทำเซรามิกดูเป็นศิลปิน แต่เราไม่ค่อยมองตัวเองว่าทำงานศิลปะ เราคำนึงถึงคนใช้เยอะมาก ถ้ามีคนใช้ เรารู้สึกว่าสิ่งที่ทำมามีความหมาย เซรามิกเป็นสิ่งที่ไม่ย่อยสลาย เมื่อเผา เคลือบสีออกมาแล้ว ก็คงอยู่ไปจนกาลอวสาน รีไซเคิลลำบาก เราเลยอยากให้คนใช้งานได้จริง”
ความสำเร็จของละมุนละไมสะท้อนให้เห็นว่า ความรักที่ดีย่อมมีการเปลี่ยนแปลงและเติบโตตามวันเวลา แม้จะมีวันที่รู้สึกเหนื่อย เบื่อ ท้อ และตั้งคำถามระหว่างออกเดินทางไกลอยู่บ้าง แต่เพราะไม่เคยหยุดหาคำตอบ ทำความเข้าใจ และมองหาโอกาสใหม่ๆ แม้จะเดินทางไกลมามากแล้ว เซรามิกในสตูดิโอจึงยังมีเรื่องราวการเดินทางไกลบทต่อไปรอให้ติดตามชมอยู่เรื่อยๆ

ไม่รู้ว่าคำว่า ‘ละมุน’ ในความหมายของแต่ละคนมีนิยามว่าอย่างไร

แต่ความละมุนที่สัมผัสได้จากเซรามิกในแบบของละมุนละไมในวันนี้ 

คงเป็นการเติมเต็มความอบอุ่นในบ้านที่คงความละมุนตราบนานเท่านานที่มีคนใช้งาน

ละมุนละไม สตูดิโอให้บริการออกแบบภาชนะที่ออกแบบตั้งแต่จานชามยันประสบการณ์การใช้

Lesson Learned
ปรัชญาการทำงานจากสตูดิโอเซรามิก

หนามและไหมเล่าให้ฟังว่า การทำเซรามิกเหมือนความสัมพันธ์แบบ Love-Hate Relationship เราทำครึ่งหนึ่ง เตาทำต่อจากเราอีกครึ่งหนึ่ง และมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้เยอะ เวลาเอาเซรามิกเข้าเตาเผาเหมือนเล่นเกม Tetris ต้องมีการวางแผนว่า ด้วยเตาขนาดแค่นี้ จะจัดเรียงยังไงให้เผาของที่ขนาดไม่เท่ากัน ออกมาให้ได้พร้อมกัน ถ้าคำนวณไม่ดี เผาแล้วระเบิด บิด ร้าวก็มี คนทำเซรามิกจึงต้องฝึกจัดการจิตใจตัวเองให้พร้อมรับกับความผิดหวังให้ได้ บางวันทำมาแล้วเสีย ท้อ ร้องไห้ก็มี แต่ประสบการณ์จะสอนเราให้เก่งและแข็งแกร่งขึ้นเอง สิ่งสำคัญคือ ถ้าเราเคลือบความใส่ใจลงไปในงานทุกครั้ง ไม่มีวันที่งานที่ไม่ดีจะหลุดออกไปจากสตูดิโอของเรา

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

15 พฤศจิกายน 2560
11 K

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเจอกับคำว่า ความงามจากธรรมชาติ หรือความงามแบบออร์แกนิก

หลายเดือนก่อน เพื่อนในโลกออนไลน์เข้ามาแสดงความเห็นต่อรูปภาพรูปหนึ่งของเรา ภายใต้ท่าทางที่ยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยนไปทั้งดวงตา และพรางร่องรอยการอดหลับอดนอนด้วยที่ปกปิดใต้ตาสูตรเข้มข้น เพื่อนคนเดิมนิยามมันว่า เป็นความหมวยและสวยแบบออร์แกนิก

อย่าเพิ่งดับฝันกันด้วยการบอกว่าออร์แกนิกในที่นี้มีความหมายคนละอย่าง

เห็นด้วยทุกอย่างกับคำพูดที่ว่า สวยจากภายใน แต่โลกที่หมุนเร็วขนาดนี้ บางทีเราก็ต้องระเบิดความสวยนั้นออกมา

สาวจืดทุกคนคะ โอกาสมาถึงพวกเราแล้ว คนที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์เพื่อความงามอย่างยั่งยืนและปลอดภัย เข้าอกเข้าใจการสวยแบบค่อยๆ เผยความสดใส เบิกบานเหมือนดอกไม้แรกแย้ม ลองหยิบอายแชโดว์จากสารสกัดธรรมชาติหลายเฉดสี ปัดแก้มด้วยบลัชออนสีอ่อนคล้ายผ่านความร้อนแดด ตามด้วยลิปกลอสสีสวยมีส่วนผสมของผงโกโก้ ทำให้สีติดทนและมีรสชาติอร่อยๆ ติดริมฝีปาก ก่อนจะฉีดสเปรย์น้ำกุหลาบจากไร่ที่บัลแกเรียแหล่งปลูกกุหลาบที่ใหญ่ที่สุดในโลกพรมให้ทั่วทั้งหน้า เพิ่มความสดชื่นตลอดทั้งบ่าย

เครื่องสำอาง

ทั้งหมดนี้และอื่นๆ อีกมากมายดึงความสนใจของเราระหว่างสนทนากับ คุณป๊อป-กฤษฎิ์พนธ์ เมฆภานุวัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดร้าน All About You ร้านคัดสรรผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอางออร์แกนิกชั้นดีจากทั่วทุกมุมโลก 

All About You

ยิ่งได้คุยถึงความตั้งใจตั้งต้น สรรพคุณสนุกๆ ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน และหลากหลายเรื่องราวเบื้องหลังแบรนด์คัดสรร เราก็ไม่แปลกใจว่าทำไมที่แห่งนี้ถึงเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ชื่อไม่คุ้น รับรองว่าหัวใจคุณจะเต้นไม่เป็นจังหวะ

เพื่อความงามอันเป็นนิรันดร์ ขอให้คุณเดินไปหยิบตะกร้าแล้วตามมาค่ะ
All About You

คนจะงาม งามที่ใจ และใช้ใบหน้า

น้อยคนจะรู้ว่า นอกจากความปลอดภัยที่ได้รับการรับรองจากองค์กรที่น่าเชื่อถือ ราคาแพงที่เราจ่ายให้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกนั้น ผลและประสิทธิภาพในการดูแลรักษาและประทินผิวไม่ได้ด้อยไปกว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากธรรมชาติแบรนด์ดังและเวชภัณฑ์ทั่วไป

ความเข้าใจเกี่ยวกับออร์แกนิกของคนไทยเราเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างในช่วงที่ผ่านมา

คุณป๊อปเล่าให้ฟังว่า คนทั่วไปเริ่มมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกต่างไปจากเมื่อก่อน สังเกตได้จากผู้บริโภคในยุคหลังมานี้ใส่ใจดูส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองใช้ รวมถึงการเข้ามาสอบถามรายละเอียดของส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ผ่านโซเชียลมีเดียของทางร้านกันมากขึ้น

ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเทรนด์ healthy lifestyle ที่ไม่เพียงสร้างไลฟ์สไตล์การดูแลตัวเอง ตระหนักถึงผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้และบริโภค ยังทำให้คนกลับมาตั้งคำถามว่า ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตสมดุลเหมาะสมแล้วหรือยัง

เช่นเดียวกับในต่างประเทศ ทางเลือกที่มากมายนั้นมีเพื่อรักษาสมดุลการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างสุดโต่ง

“จะเห็นได้จากซูเปอร์มาร์เก็ตในต่างประเทศ เขาจะมีแผนกสินค้าออร์แกนิกใหญ่มากๆ บางประเทศก็มีร้านที่ขายออร์แกนิกทั้งร้าน มีสินค้าทุกประเภท ที่สำคัญ มีคนจำนวนไม่น้อยเดินเลือกซื้อสินค้าอยู่ตลอดเวลา” คุณป๊อปเล่าจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออร์แกนิกกับความงาม ยิ่งศึกษาก็พบโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ จึงตัดสินใจต่อยอดธุรกิจของครอบครัว ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญนำเข้ายามากว่า 30 ปี

All About You เครื่องสำอาง เครื่องสำอาง

“ผมรู้สึกสนใจผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่เกี่ยวกับความงาม เพราะมองว่าเป็นสิ่งยั่งยืนมากกว่า ซึ่งไม่ใช่การสวยขาวภายใน 7 วัน แต่เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติแม้จะใช้เวลา คุณจะไม่มีทางขาวแบบสะท้อนแสง แต่จะขาวสวยแบบผิวของคุณเอง ซึ่งบางทีเราต้องกลับมาถามตัวเองว่า เราอยากจะขาวขนาดนั้นมั้ย” คุณป๊อปเล่า

โชคดีที่กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของ All About You เข้าใจความงามในแบบฉบับนี้ตรงกัน

นอกจากความดีงามที่ปราศจากสารเคมีอันส่งผลต่อผิวแล้ว เราสงสัยว่าตรารับรองหรือเครื่องหมายการันตีความปลอดภัยเหล่านี้ส่งผลต่อความรู้สึกลูกค้าในแต่ละประเทศอย่างไรบ้าง คุณป๊อปจึงเล่าว่า ในต่างประเทศ ตรารับรองเหล่านี้มีความสำคัญมาก เพราะนอกจากจะเป็นเรื่องทางกฎหมายแล้ว ยังสะท้อนจิตสำนึกต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

และแม้จะมีการพูดถึงเรื่องของออร์แกนิกในบ้านเราสักพักใหญ่แล้ว แต่เรื่ององค์ความรู้ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ความงามเหล่านี้ก็ยังมีอย่างจำกัด นอกจากจะเป็นร้านแรกในประเทศไทยที่คัดสรรและรวบรวมผลิตภัณฑ์แล้ว All About You ยังเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ให้ความสำคัญกับการสื่อสารความรู้นี้

นางงามมิตรภาพ

หากเป็นแผนการทำธุรกิจจากความรักและความตั้งใจ บทแรกของเรื่องราวในนั้นมักจะเริ่มต้นด้วยการสร้างเรื่องราวของตัวเอง เราจึงสงสัยว่าทำไม All About You จึงเริ่มต้นจากการเป็นผู้คัดสรร มากกว่าจะทำผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อตัวเอง

“เมื่อเริ่มต้น ผมมองว่าองค์ความรู้ของเราเองยังมีไม่มากพอ เราจึงเริ่มต้นจากการเป็นผู้เลือกก่อน เราเลือกคนที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว เขามีทั้งความรู้ มีองค์กรระดับชาติรับประกัน ขณะที่บ้านเรายังไม่มีหน่วยงานรับรองเหล่านี้ เราจึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของต่างประเทศ” คุณป๊อปอธิบายเหตุผลที่เราเห็นด้วยทุกประการ

ความน่าสนใจก็คือ ไม่เพียงเป็นผู้คัดสรรผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกชั้นดีจากทั่วโลก All About You ยังรับบทเป็นที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้ ตอบคำถามเรื่องส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์และให้คำแนะนำอย่างซื่อสัตย์เมื่อได้รับการร้องขอจากลูกค้า แม้กระทั่งสินค้าที่ไม่มีจำหน่ายในร้าน All About You

“ตอนแรกเราก็ไม่ได้ไปถึงขั้นจะเป็นที่ปรึกษา คิดแค่ว่าไม่ว่าอย่างไรเราต้องเตรียมข้อมูลให้พร้อม ไม่ว่าลูกค้าจะเป็นกลุ่มไหน จะมีตั้งแต่คนที่เข้าใจเรื่องนี้อย่างดีเพราะมีประสบการณ์ใช้ผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ ไปจนถึงคนที่เพิ่งเริ่มสนใจผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก สิ่งสำคัญคือเราต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ซื่อสัตย์กับสิ่งที่ทำ ไม่ใช่แนะนำเพราะมีโปรโมชันหรืออยากทำยอดขายให้มากๆ แต่ต้องเหมาะสมกับลูกค้าจริงๆ” คุณป๊อปเสริมว่าแนวคิดนี้ทำให้สัดส่วนของลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำเป็นที่น่าพอใจ

All About You All About You

ลำดับต่อมา คือวิธีการคัดกรองผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกมาจำหน่ายที่ร้าน คุณป๊อปเล่าว่า หลังจากศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์จาก supplier จะเป็นหน้าที่ของเภสัชกรจากบริษัทแม่ ที่จะมาช่วยทดลองและตรวจสอบส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เป็นอีกจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ All About You แตกต่างจากแบรนด์นำเข้าผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกทั่วไป

เช่นเดียวกับปรัชญาของแบรนด์ที่บอกว่า High Performance Cosmetic Non-Toxic Beauty

“เราอยากบอกลูกค้าว่า การที่เราเป็นผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่เป็นออร์แกนิก ไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพที่มีจะด้อยไปกว่าผลิตภัณฑ์ดูแลความงามทั่วไป เพราะด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้สารสกัดจากธรรมชาติที่ปราศจากสารเคมีได้ประสิทธิภาพสูงเช่นกัน โดยเฉพาะไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างสะสม ช่วยให้ผิวดีขึ้นอย่างยั่งยืน เป็นหลักการสำคัญของแบรนด์ที่เราอยากมอบความสวยงามอย่างยั่งยืนให้แก่ลูกค้า” คุณป๊อปกล่าว

ใครงามเลิศในปฐพี

ผู้ชนะมีเพียงหนึ่งเดียว เพื่อจะเป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอางออร์แกนิกชั้นดีจากทั่วทุกมุมโลก ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกแบบไหนจึงเหมาะสมค่าควร ซึ่งวิธีการคัดสรรของ All About You ได้แก่

อันดับแรก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดคือ สรรพคุณของสินค้า

นอกจากตัวแทนสาวงามจะมาผ่าน supplier ผู้ส่งเข้าประกวดแล้ว ทางร้านก็ต้องค้นหาผลิตภัณฑ์จากทั่วโลกที่อยู่ในตลาดนี้ รวบรวมรายชื่อ ก่อนค้นคว้าหารีวิวและกระแสตอบรับจากลูกค้า จากนั้นทดลองสั่งซื้อมาดูส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์และทดลองสินค้าว่าเนื้อสัมผัสเหมาะกับผิวของคนไทยหรือไม่ รวมถึงกลิ่นที่ไม่แย่จนเกินไปนัก

“ต้องบอกก่อนว่าสินค้าออร์แกนิกจะมีกลิ่นที่เฉพาะที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดที่มีกลิ่นหอมน่าใช้ ซึ่งจากข้อมูลปัจจัยการแพ้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว พบว่าเกิดจากสารสังเคราะห์แต่งกลิ่นเป็นอัตราที่สูงที่สุด ทางร้านเราจึงไม่มีกลิ่นหอมๆ แบบนั้นเลย จะมีก็แต่กลิ่นของ Essential Oil หรือน้ำมันหอมระเหย”

เครื่องสำอาง สเปรย์ฉีดหน้า All About You

เรื่องต่อมาคือ ราคา แม้จะมีกำแพงเรื่องภาษีแต่คุณป๊อปตั้งใจทำราคาให้ใกล้เคียงกับที่ขายในต่างประเทศ ขณะที่เรื่องบรรจุภัณฑ์สวยงามเป็นปัจจัยหลังสุดของการพิจารณา

เนื่องจากในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางโดยทั่วไป จะมีการทำวิจัยเก็บข้อมูลเพื่อปรับและพัฒนาสูตรให้เข้ากับคนท้องถิ่นโดยเฉพาะ และเมื่อเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่เลือกสรรมาจากต่างประเทศ ทำให้ All About You ทำงานยากขึ้นด้วยมั้ย เราถาม

“ถ้าติดตามจะสังเกตว่าช่วงหลังมานี้คนสนใจ oil ทาผิวกันมากขึ้น ในความเป็นจริงองค์ประกอบของผิวมีน้ำและน้ำมันเป็นส่วนประกอบพื้นฐานอยู่แล้ว สิ่งที่คืนความสมดุลให้ผิวควรมีองค์ประกอบของน้ำและน้ำมันเช่นกัน แต่ไม่ใช่ว่าน้ำมันทุกตัวจะเหมาะกับผิวหน้า ก็ต้องเลือกเช่นกัน โดยทั่วไปคนไทยมีความกลัวการทาน้ำมันเยอะมาก อาจกลัวอุดตันหรือกลัวจะเป็นสิว แต่เมื่อให้ความรู้คนก็กล้าทดลองและผลก็คือผิวสุขภาพดีขึ้น” ซึ่งสุดท้ายผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นตัวพิสูจน์ผลิตภัณฑ์นั้นและทำให้คนกล้าเปิดใจลองผลิตภัณฑ์อื่นๆ มากขึ้น

ขณะที่ชื่อเสียงและเรื่องราวของแบรนด์ก็เป็นอีกปัจจัยพิเศษที่ทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ น่าสนใจ

All About You

หนึ่งในเรื่องราวของแบรนด์ที่คุณป๊อปชอบมาก คือแบรนด์ที่ชื่อว่า Mad Hippie จากสหรัฐอเมริกา เริ่มจากผู้ก่อตั้งอยู่วงการเครื่องสำอาง ส่วนสามีเป็นนักโต้คลื่น ต่อมากิจกรรมที่รักของสามีทำให้ผิวของเขาเสียและแพ้ง่าย เธอจึงพัฒนาสูตรและออกผลิตภัณฑ์ที่ทั้งกันแดดและลดปัญหาริ้วรอย จนได้รับความนิยมสูงสุดในอเมริกา

อีกแบรนด์คือ Alteya Organics จากบัลแกเรีย เป็นแบรนด์ที่มีไร่กุหลาบของตัวเอง ที่น่าสนใจคือ น้อยคนจะรู้ว่าบัลแกเรียเป็นประเทศที่เป็นแหล่งปลูกกุหลาบที่ดีที่สุดในโลก ที่นี่มี rose water น้ำกุหลาบแท้ๆ ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันสิว ลดการอักเสบ ทำให้ภูมิของผิวดีขึ้น มีส่วนผสมของมอยเจอไรเซอร์จากน้ำมันกุหลาบ โดยปกติราคาขายน้ำมันกุหลาบสำหรับเป็น raw material อยู่ที่กิโลกรัมละ 2 แสนบาท นอกจากมีไร่ของตัวเองแล้ว ยังมีห้องแล็บที่สกัดอยู่ที่นั่น ดังนั้นทุกอย่างจึงสดใหม่มากๆ

“ที่สำคัญ ฤดูกาลเก็บเกี่ยวดอกกุหลาบนั้นมีแค่ปีละ 1 ครั้งและต้องเก็บด้วยมือเท่านั้น กลิ่นที่ได้เป็นกลิ่นกุหลาบแท้ๆ ซึ่งช่วงแรกเราต้องให้ความรู้เรื่องนี้เยอะมาก เพราะคนทั่วไปเคยชินกับกลิ่นกุหลาบหอมๆ” ก่อนที่คุณป๊อปจะเสริมว่า การได้สินค้าจากประเทศที่เป็นแหล่งปลูกทำให้รู้สึกว่าได้ผลิตภัณฑ์ที่ใช่จริงๆ  

เครื่องสำอาง เครื่องสำอาง

งด-งาม

อีกเรื่องที่สำคัญของการใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก คือในเมื่อคนเรามีโอกาสที่จะแพ้ถั่ว แพ้แป้งสาลี จากธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกก็เช่นเดียวกัน คุณมีโอกาสเกิดอาการแพ้ตามลักษณะจำเพาะบุคคล แต่ถึงกระนั้น All About You ทำการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสิ่งที่ทำให้เกิดความเสี่ยงและการเกิดสารตกค้าง

“เช่น พาราเบน ที่แม้มีทั้งชนิดที่องค์การอาหารและยาประกาศห้ามใช้และอนุญาตให้ใช้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเคยมีงานวิจัยพบว่าพาราเบนอาจเป็นสาเหตุที่ให้ทำให้เกิดมะเร็งเต้านม ทางร้านเราก็จะไม่มีส่วนผสมเหล่านั้นในร้านเลย หรือสาร SLS ที่อยู่ในสบู่และแชมพูช่วยให้เกิดฟอง บางคนแพ้และมีอาการระคายเคือง เราก็จะไม่มีส่วนผสมเหล่านี้”

ช้าช้าในใบหน้างามงาม

ตลอดการสนทนาเราเห็นว่าสิ่งที่คุณป๊อปและ All About You นำเสนอนั้นไม่ใช่เพราะเขาเป็นผู้ประกอบการจึงคิดทำสิ่งนี้ แต่มาจากความเชื่ออย่างแท้จริงว่า สิ่งนี้ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม แต่คือไลฟ์สไตล์ ให้ความรู้และปลูกฝังความเข้าใจอีกด้านหนึ่ง

ป๊อป-กฤษฎิ์พนธ์ เมฆภานุวัฒน์

“ส่วนตัวผมเป็นคนที่เชื่อว่าธรรมชาติดีที่สุด มีวิจัยให้เห็นอยู่บ่อยๆ ว่าบุคคลที่มีอายุยืนยาวในโลกอาศัยในประเทศใดบ้าง ถ้าศึกษาวิถีชีวิตพวกเขาเหล่านี้จะพบว่าเขาไม่กินอาหารรสจัดไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ได้ปรุงแต่งอะไรมากนัก ใช้ชีวิตกับธรรมชาติ ลองตั้งคำถามกับตัวเองดูแล้วลองวินิจฉัยว่าหากไม่อยากเป็นอย่างนั้นเราควรเลือกรับ เลือกปฏิเสธ และใช้ชีวิตอย่างไร นอกจากการกินอาหารที่พิถีพิถันและปลอดภัยแล้ว ผิวพรรณก็สำคัญ ผิวหน้าและหนังศีรษะของเราดูดซึมสารต่างๆ เข้าสู่ร่างกายมากกว่าส่วนอื่นๆ ถึง 7 เท่า ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้บนผิวหน้าทั้งหมดจะถูกดูดซึมเข้าสู่ผิว ครีมหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจึงส่งผลตามที่เราสัมผัสได้จริงๆ”

เหล่านี้จึงไม่ใช่แค่ความงาม แต่เป็นการเลือกสิ่งที่ดีให้กับชีวิตของเรา ราวกับจะบอกเราว่าการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงได้

“การใส่ใจเรื่องรายละเอียดเหล่านี้จะทำให้ชีวิตเรายากขึ้นมั้ย” เราถาม

“ถ้าในแง่ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกไม่ได้ทำให้ยุ่งยากขึ้นหรอก เพียงแค่ปรับพฤติกรรมบางอย่าง ทดลองเปิดใจเพื่อทำความรู้จัก” คุณป๊อปตอบ

จริงอยู่ที่ความงามในอุดมคติเป็นเรื่องส่วนบุคคล ซึ่งไม่ว่าคุณจะรัก ชอบ และเชื่อ ในวิถีธรรมชาติหรือไม่ มีมุมมองต่อความงามภายนอกหรือภายในอย่างไร ทุกอย่างล้วนเกิดจากการเลือกสรรและจังหวะชีวิตที่พอเหมาะพอดี เช่นเดียวกับความตั้งใจของร้านผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกคัดสรร All About You ที่ตอบโจทย์การดูแลผิวสวยอย่างปลอดภัยและยั่งยืน

The Rules

  1. อย่ายอมแพ้
  2. อย่าหยุดเรียนรู้
  3. ทำงานเป็นทีม และสร้างพันธมิตรทั้งในและนอกองค์กร

Website: www.allaboutyou.co.th

Facebook: allaboutyouorganics

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load