ธุรกิจ : ค้าส่งอุปกรณ์แพ็กเสื้อ อุปกรณ์คล้องป้ายสินค้า จัดจำหน่ายเครื่องเขียนและอุปกรณ์ศิลปะ

ปีที่ก่อตั้ง โชคชัยพานิช (ฮ้อหลีฮวด) : พ.ศ. 2507 จดทะเบียนการค้า พ.ศ. 2518

ปีที่ก่อตั้ง ICCP : พ.ศ. 2549

ปีที่ก่อตั้ง Lamune : พ.ศ. 2554

ประเภท : ธุรกิจค้าส่งโรงงานการ์เมนต์และธุรกิจตัวแทนจำหน่ายสินค้าเครื่องเขียน อุปกรณ์ศิลปะ

ผู้ก่อตั้ง : อากงอึ้งฮ้อ แซ่อึ้ง

ทายาทรุ่นสอง : คุณพ่อพงษชัย อารยสมบูรณ์

ทายาทรุ่นสาม : วริศ อารยสมบูรณ์

‘ICCP’ – I ย่อจาก อินเตอร์เนชั่นแนล ส่วน CCP คือชื่อของ ‘โชคชัยพานิช’

คงมีน้อยคนจะรู้ว่าบริษัทนี้ประกอบกิจการอะไร แต่ถ้าเอ่ยถึงชื่อแบรนด์ต่อไปนี้ คงเป็นที่รู้จักไม่น้อย 

MIDORI สมุดบันทึกที่โดดเด่นเรื่องกระดาษ 

TRAVELER’S notebook สมุดที่ทำให้การจดบันทึกเป็นเรื่องสนุก

HIGHTIDE เครื่องเขียนสไตล์อเมริกันวินเทจ 

TOUCH Twin Brush Marker ปากกามาร์เกอร์แบรนด์เก่าแก่จากเกาหลีใต้ 

mt masking tape ที่หลายคนมีติดโต๊ะอย่างน้อยก็ 1 ม้วน

แบรนด์เครื่องเขียนและอุปกรณ์ศิลปะที่เราต่างคุ้นเคย เพราะหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป แต่น้อยคนจะรู้ว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการคัดสรรสิ่งของเหล่านี้มาขายให้เรา 

หากเป็นคนช่างสงสัยสักหน่อย แล้วลองพลิกป้ายสินค้าดูก็จะเห็นชื่อ บริษัท ไอซีซีพี จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่ายแทบทั้งนั้น 

ไอซีซีพี ในวันนี้ ดำเนินกิจการโดยเจเนอเรชันที่ 3 ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ทำธุรกิจเครื่องเขียน แต่ประกอบกิจการขายส่งอุปกรณ์แพ็กเสื้อ (พอจะนึกถึงเวลาเราซื้อเสื้อเชิ้ตให้คุณปู่คุณพ่อออกไหม ที่มีกระดาษดันทรงรองปกอยู่หลายชิ้น สิ่งนั้นเรียกรวม ๆ ว่าอุปกรณ์แพ็กเสื้อ) ในชื่อ ‘โชคชัยพานิช’ ธุรกิจที่ว่าพึงพาอาศัยกับโรงงานอุตสาหกรรมเสื้อผ้ามากมายที่มีฐานการผลิตในประเทศไทยอย่างแนบแน่น ว่าง่าย ๆ คือการ์เมนต์รุ่ง โชคชัยพานิชก็รุ่งด้วย พอวันหนึ่งโรงงานต่าง ๆ ทยอยย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่น ธุรกิจของโชคชัยพานิชพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการเบนเข็ม 

อ๊อก-วริศ อารยสมบูรณ์ ในฐานะทายาท พาโชคชัยพานิชขยับจากการค้าขายที่พึ่งพาโรงงานเสื้อผ้าเพียงอย่างเดียว มาสู่การค้าปลีกที่ขึ้นชื่อว่าทำได้ยากยิ่ง และให้ชื่อว่า อินเตอร์เนชั่นแนลโชคชัยพานิช หรือ ไอซีซีพี เป็นผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องเขียนพรีเมียมที่พูดตรง ๆ ว่ามีราคาสูงกว่าปากกาดินสอกระดาษทั่วไปตามท้องตลาด 

จะบอกว่าทำเพราะความชอบก็ใช่ แต่หากพูดแบบไม่เหลือความโรแมนติก ลำพังแค่ความชอบคงเกิดเป็นธุรกิจใหญ่โตไม่ได้ การทำธุรกิจจึงต้องมีทั้งโอกาสและความอยู่รอดเป็นโจทย์ด้วย 

การต่อยอดธุรกิจ บทบาทของผู้จัดจำหน่าย การเป็นตัวแทนขายสินค้าของคนอื่น คือความน่าสนใจที่เราอยากพูดคุย เพราะการทำงานกับแบรนด์ระดับโลกให้ตกลงปลงใจเข้ามาวางขายในประเทศไทย คงไม่ใช่แค่เรื่องซื้อมาขายไปแล้วจบ แต่ตัวผู้จัดจำหน่ายเองน่าจะต้องลงแรงลงใจมากกว่านั้น

และนอกจากบทบาทผู้จัดจำหน่ายเครื่องเขียนแบรนด์ดังแล้ว ไอซีซีพี ยังเซอร์ไพรส์คนที่บ่นคิดถึง (และเกิดทัน) ด้วยการกลับมาเปิดหน้าร้านสแตนด์อโลนของตัวเองอีกครั้ง ที่ต้องใช้คำว่าอีกครั้ง เพราะร้านนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว และเป็นที่ชื่นชอบในแวดวงคนทำงานศิลปะเอามาก ๆ แต่คงปิดตัวลงด้วยเหตุผลทางธุรกิจ แต่คราวนี้กลับมาแบบยิ่งใหญ่กว่าเดิมในชื่อ ‘Lamune Physical Storeที่เรามีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมแล้ว รับรองว่าสำหรับคนรักเครื่องเขียน นี่จะเป็นร้านที่คุณอยู่ในนั้นได้ทั้งวัน 

ส่วนทั้งหมดนี้จะเป็นไปเป็นมาอย่างไร เราขอให้วริศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอซีซีพี จำกัด ผู้รับช่วงต่อและขยับขยายธุรกิจนี้เป็นคนเล่าให้ฟัง

ก่อตั้งฮ้อหลีฮวด – โชคชัยพานิช 

จุดเริ่มต้นของกิจการขายส่งอุปกรณ์แพ็กเสื้อ หรือ Garment Packaging ของครอบครัวอารยสมบูรณ์ เริ่มต้นใน พ.ศ. 2507 เส้นเรื่องคล้ายคลึงกับอีกหลากหลายกิจการที่ประกอบโดยคนไทยเชื้อสายจีนส่วนใหญ่ ย้อนกลับไปที่รุ่น อากงอึ้งฮ้อ แซ่อึ้ง อพยพจากซัวเถามาลงที่พระตะบอง ประเทศกัมพูชา ทำงานสารพัดอย่างก่อนจะได้ข้ามมาถึงกรุงเทพฯ ประเทศไทย เก็บหอมรอมริบจนเช่าบ้านอยู่เป็นหลักแหล่งได้ อากงอึ้งฮ้อก็เริ่มประกอบอาชีพปะถุงขายที่สำเพ็ง ซึ่งในเวลานั้นเป็นแหล่งรวมธุรกิจขายผ้าและเสื้อผ้าสำเร็จรูป 

ตรงนั้นคือจุดเริ่มต้นของร้านฮ้อหลีฮวด ในภาษาจีนแต้จิ๋วที่แปลเป็นไทยว่า โชคชัยพานิช และต่อมาก็จดทะเบียนการค้าครั้งแรกในชื่อภาษาไทยนี้

“Garment Packaging ในยุคนั้นคือเอากระดาษแก้วมาทากาวเพื่อบรรจุเสื้อผ้าก่อนที่ร้านจะเอาไปวางขาย อากงคงมองเห็นโอกาสว่าการแพ็กเสื้อผ้าเป็นการเพิ่มมูลค่า แล้วอุปกรณ์แพ็กยุคนั้นก็ทำในเชิงอุตสาหกรรมไม่ได้ อากงแกทำมือและรับหมดไม่มีขั้นต่ำ จากที่เช่าเขาอยู่ ทำอยู่ 3 – 4 ปี พออากงซื้อตึกที่สำเพ็งได้ แกก็วางมือ ส่งไม้ต่อให้คุณพ่อเข้ามาทำ ตอนนั้นถุงพลาสติกเริ่มเข้ามาขายในเมืองไทยแล้ว แต่อากงไม่อยากให้ทำพลาสติกในบ้าน เพราะกังวลเรื่องสารเคมี รุ่นของคุณพ่อเลยหันมาทำกระดาษช่วยแพ็กเสื้อแทน”

วริศเล่าถึงยุคสมัยที่ฐานการผลิตเสื้อผ้าย้ายจากไต้หวันและฮ่องกง มาตั้งที่ประเทศไทย ช่วง พ.ศ. 2520 เศรษฐกิจไทยกำลังรุ่งโรจน์ โรงงานผลิตเสื้อผ้าแบบอุตสาหกรรมเกิดขึ้นมากมาย คุณพ่อพงษชัย อารยสมบูรณ์ มองเห็นโอกาสว่าโชคชัยพานิชควรทำกระดาษช่วยแพ็กเพื่อให้เสื้อผ้าที่ส่งออกไปขายทั่วโลกวางขายได้ทันที ซึ่ง ‘กระดาษช่วยแพ็ก’ ที่ว่าหมายถึงกระดาษแข็งชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ผ่านการไดคัตให้เข้ารูปพอดีกับแบบเพื่อช่วยดันทรงให้เสื้อผ้าอยู่ในสภาพดี นั่นคือธุรกิจของโชคชัยพานิชในรุ่นคุณพ่อ

รับช่วงต่อในยุคการ์เมนต์กลายเป็นธุรกิจลาลับในข่าวเศรษฐกิจ

“ผมเป็นลูกชายคนโต และที่บ้านมีลูกชายคนเดียว” เมื่อเราถามว่าเขาตั้งใจจะเข้ามารับช่วงต่อธุรกิจแต่แรกเลยหรือเปล่า วริศเลือกตอบแบบนี้พร้อมกับยิ้มน้อย ๆ ซึ่งเป็นคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าอะไร ลูกชายคนโตของครอบครัวขยายความต่อไปว่า “หลังเรียนจบและทำงานบริษัทอยู่ 2 ปี ที่บ้านก็ชวนกลับมาช่วยงาน”

จังหวะเวลานั้นเป็นช่วงปีเดียวกันกับที่ข่าวเศรษฐกิจทุกช่องพากันวิเคราะห์ว่า

การ์เมนต์ติด 1 ใน 10 ธุรกิจอาทิตย์อัสดง

วริศเล่าติดตลกว่านั่นเป็นการสร้างกำลังใจให้เขาอย่างมาก “เราพอจะรู้ว่าสถานการณ์เป็นยังไง ถ้ายังจะยึดทำอยู่แบบเดิมคงไม่มีทางพลิกธุรกิจขึ้นมาได้อยู่แล้ว เพราะมีปัจจัยภายนอกเรื่องย้ายฐานการผลิต ซึ่งธรรมชาติของธุรกิจการ์เมนต์ คือการไหลไปสู่พื้นที่ที่มีค่าแรงถูกลงไปเรื่อย ๆ”

คนนอกธุรกิจอาจคิดว่าคนที่เข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัวจะต้องได้รับโจทย์ที่ท้าทายจากคนรุ่นก่อน แต่ในความเป็นจริงกลับไม่มีสิ่งนั้นอยู่ ทายาทธุรกิจอุปกรณ์แพ็กเสื้อผ้าที่อิงกับโรงงานเสื้อผ้าที่มาทยอยย้ายฐานการผลิตในยุคของเขา มองว่าความท้าทายที่สุดสำหรับการรับช่วงคือการไม่มีโจทย์ชัดเจน แต่สิ่งที่เขาต้องเจอคือสถานการณ์จริงตรงหน้ากับการมองหา Turning Point ให้บริษัทอยู่อย่างมั่นคงต่อไป พร้อมการพิสูจน์ให้คนรุ่นก่อนเห็นว่าสิ่งที่ทำนั้นควรค่ากับการลงทุน

แต่เดิมธุรกิจของโชคชัยพานิชดำเนินมาได้แบบบอกปากต่อปากของกลุ่มลูกค้าเดิมเท่านั้น แทบไม่มีคนรู้จักหรือสืบค้นเจอได้ง่าย ๆ หากพูดให้เห็นภาพ บริษัทยังรับออร์เดอร์ผ่านระบบแฟกซ์ ไม่มีสื่อโซเชียลมีเดียใด ๆ นั่นเท่ากับการไม่มียอดสั่งซื้อจากแบรนด์เสื้อผ้าของคนรุ่นใหม่เลย วริศมองเห็นโอกาสและอยากหาหนทางเชื่อมต่อธุรกิจของครอบครัวเข้ากับดีไซเนอร์รุ่นใหม่บ้าง เขามองว่าการนำอุปกรณ์ตัดเย็บคุณภาพดีมาขาย น่าจะช่วยต่อยอดธุรกิจได้ 

อินเตอร์เนชั่นแนล โชคชัยพานิช เริ่มต้นจากเข็มหมุดขึ้นสนิม!

จากกระดาษช่วยแพ็กเสื้อผ้า เพิ่มเติมมาด้วยอุปกรณ์ตัดเย็บอย่างเข็มหมุด (ตัวช่วยกลัดเวลาเย็บเสื้อผ้า) ซึ่งบังเอิญว่าเข็มหมุดที่ขายในรุ่นคุณพ่อเกิดมีปัญหาขึ้นมา กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้วริศเริ่มมองหาอุปกรณ์ตัดเย็บคุณภาพดีอื่น ๆ เข้ามาวางขาย และทดลองมีหน้าร้านเป็นของตัวเองครั้งแรก 

“ลูกค้าตำหนิว่าเข็มหมุดที่ซื้อกับเราไปเกิดขึ้นสนิม ซึ่งวิถีของสมัยนั้นไม่ได้นำกลับมาตรวจสอบว่าขึ้นสนิมได้ยังไง เอาไปใช้ในสภาพแวดล้อมแบบไหน ความชื้นเท่าไหร่ ประเด็นมีแค่ว่าต้องหาเข็มหมุดเจ้าใหม่ที่ใช้แล้วไม่ขึ้นสนิม เราไปเจอเข็มหมุดแบรนด์เยอรมัน ลองเอาเข้ามาขายก็ได้ผลตอบรับดี ไป ๆ มา ๆ ทางแบรนด์เสนออุปกรณ์ตัดเย็บอื่น ๆ ให้ลองเอามาขายด้วย” 

โชคชัยพานิช ได้จังหวะขยับจากธุรกิจ B2B (Business-to-Business) ไปเป็น B2C (Business-to-Customer) ภายใต้ชื่อ ไอซีซีพี หรือ อินเตอร์เนชั่นแนล โชคชัยพานิช วริศมองว่าถ้าบริษัทไม่ได้จะโยกย้ายไปตามฐานการผลิตที่เปลี่ยนไป ก็จำเป็นต้องทำอะไรที่เหมาะกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง นั่นคือแนวคิดเบื้องหลังการหันมาทำธุรกิจค้าปลีก 

แม้ไม่มีประสบการณ์มาก่อน วริศตัดสินใจเปิดร้านขายอุปกรณ์ตัดเย็บชื่อ Lamune (อ่านว่า ละมุน) ครั้งแรกในทำเลที่ตั้งย่านสยามสแควร์ (สาขานี้ปัจจุบันปิดให้บริการแล้ว) จากเหตุผลไม่กี่ข้อ หนึ่ง ความคุ้นเคยเพราะเคยเรียนละแวกนี้ สอง เป็นสถานีเปลี่ยนเส้นทางและมีคนแวะเวียนเยอะ สาม มีโรงเรียนสอนตัดเสื้อ ถ้าทำร้านให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มดีไซเนอร์รุ่นใหม่ได้ บริษัทก็จะอยู่รอดต่อไป

แล้วการลากเส้นต่อจุดของธุรกิจก็เกิดขึ้น เมื่อมีลูกค้ารีเควสมาว่าอยากได้ปากกามาร์เกอร์ระบายสีแบบ Alcohol Base วริศเริ่มหาข้อมูลจนเจอว่าปากกาที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์มีคุณสมบัติในการระเหย ทำให้สีที่ระบายลงไปแห้งเร็วและหลังแห้งแล้วสีจะไม่เปลี่ยน 

นั่นเป็นครั้งแรกที่ TOUCH Twin Brush Marker ปากกามาร์เกอร์หัวพู่กัน แบรนด์เก่าแก่จากเกาหลีใต้ เข้ามาเป็นที่รู้จักในบ้านเรา และเป็นจุดเริ่มต้นให้ไอซีซีพีผันตัวมาเป็นผู้จัดจำหน่ายสารพัดเครื่องเขียนในเวลาต่อมา

ด้วยพื้นที่จำกัด เราขอเลือกหยิบ 2 แบรนด์ที่เราคุ้นเคยที่สุดมาแนะนำ

เริ่มจาก MIDORI แบรนด์เก่าแก่จากญี่ปุ่นที่เพิ่งครบรอบ 70 ปีไปหมาด ๆ สมุดบันทึกที่โดดเด่นเรื่องกระดาษ เพราะขึ้นชื่อว่าเขียนลื่น เป็นกระดาษที่เขียนแล้วเส้นไม่แตก หมึกไม่ซึมไปด้านหลัง ปัจจุบัน MIDORI มีอุปกรณ์อื่น ๆ ทั้งปากกา สติกเกอร์ ตัวปั๊มแสตมป์ เทป แต่ยังร้อยเรียงสินค้าทุกชิ้นเข้าด้วยกัน และนำเสนอผ่าน ‘การสื่อสาร’ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของธุรกิจ

mt masking tape คงไม่เกินจริงถ้าจะนิยามว่าเป็นเทปที่นักออกแบบหรือคนทำงานศิลปะต้องมีอย่างน้อย ๆ 1 ม้วน และเรื่องเล่าน่าสนุกที่วริศเล่าให้เราฟัง คือจริง ๆ แล้วบริษัทผู้ผลิตอย่าง KAMOI KAKOSHI ก่อตั้งมาจากการขายกาวดักหนูและกาวดักแมลงวัน! ที่ขายดีมากในประเทศเขตร้อนชื้น ส่วน mt masking tape เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว แต่กลับสร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก บริษัทนี้เลยเชี่ยวชาญด้านกาวเป็นพิเศษ มีทีมวิจัยด้านกาวโดยเฉพาะ ทำให้เทปของที่นี่ติดแล้วลอกได้โดยไม่ทิ้งคราบเหนียว ไม่เคยทำให้กระดาษขาด 

แน่นอนว่าไม่มีใครเหมาะเจาะกับการผลิตเทปกาวได้ดีเท่านี้อีกแล้ว

รักเครื่องเขียนอย่างเดียวไม่ได้ ต้องรัก Excel ด้วย

ไอซีซีพี ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ศิลปะและเครื่องเขียนมากมายเกินนับนิ้ว ลำพังแค่ซีซันเดียวก็จะมีเครื่องเขียนใหม่ ๆ เข้ามา 300 – 400 SKU (Stock Keeping Unit หน่วยแยกประเภทสินค้าเพื่อง่ายต่อการติดตามสินค้าในคลัง) ที่ต้องนำเสนอลูกค้าให้ทันเวลา เพราะมีเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้นสำหรับการเป็นสินค้าออกใหม่ 

“สมุดไดอารีเป็นธุรกิจที่ค่อนข้าง Tough อาศัยการทำงานที่เร่งรีบ ไดอารีของปี 2025 เราต้องออร์เดอร์ตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2024 เพื่อให้ขายได้ทันภายในเดือนสิงหาคมในปีเดียวกัน เพราะเผลอนิดเดียวก็จะหมดปีแล้ว” วริศยกตัวอย่างที่ฟังแล้วเข้าใจทันที ในความเห็นของเราคนฟัง ต้องบอกว่าระบบการทำงานแบบนี้หลุดจากเรื่องแพสชันของคนรักเครื่องเขียนไปไกลมาก

“วงจรการทำงานจะมีลักษณะของการประเมินผลตลอดเวลา ปีนี้ทำอะไรดีหรือไม่ดี ควรพัฒนาตรงไหน เป็นรูปแบบที่เรียกร้องความเอาใจใส่ค่อนข้างมาก ผมนิยามว่าเป็นโลกของความเข้มงวด แต่ผมก็ยังมีความสุขกับการได้เห็นเครื่องเขียนใหม่ ๆ 

“โลกเครื่องเขียนของคนญี่ปุ่นคือโลกแห่งความฝันที่เปลี่ยนไปทุกฤดูกาล ข้าวของเครื่องใช้ได้ทำหน้าที่เกินกว่าการเป็นกระดาษให้เขียนหรือปากกาที่มีหมึกออกมา แต่เป็นของใช้ที่สร้างความสุข เยียวยาจิตใจที่เหนื่อยล้าจากการทำงานหรือในชีวิตประจำวันได้ 

“ธุรกิจนี้ค่อนข้างมีสีสันสำหรับเรา แต่ในความเป็นจริง พอจบพาร์ตการแนะนำสินค้าใหม่ เราก็ต้องมาคุยเรื่องตัวเลขกันต่อเป็นตาราง Excel อีกประมาณ 3 ชั่วโมง” วริศหัวเราะให้กับเรื่องปวดหัวที่ต้องเจอทุกปี แต่ยังท้าทายและน่าสนุกสำหรับเขาเสมอ

Lamune Physical Store ร้านค้าที่ขายโดยคนรักเครื่องเขียน

หลังจากปิดหน้าร้านที่สยามสแควร์ไปเมื่อหลายปีก่อน วริศเห็นว่าถึงเวลานำ Lamune กลับมาเปิดอีกครั้ง เราถามถึงที่มาของการใช้ชื่อภาษาไทยที่อ่านว่าละมุน ฟังดูเรียบง่ายและธรรมดา คำตอบของวริศเผยให้เห็นว่าชื่อเรียบ ๆ นี้ผ่านการตกตะกอนมาอย่างดี – อย่างแรก ชื่อนี้ไม่หนีรากเหง้าของตัวเอง อย่างที่ 2 ความหมายของ ละมุน มีทั้งความกลมกลืน กลมเกลียว อ่อนน้อม และที่สำคัญคือความประนีประนอม

“เราใช้ชื่อละมุนในการนำเสนอสินค้าที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า เพราะสิ่งที่ขายไม่ใช่แค่เครื่องมือสำหรับการเขียน แต่เราขาย Art Material เป็นอุปกรณ์ทำมาหากิน เป็นส่วนหนึ่งของการประกอบอาชีพ เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและประสบการณ์ ภารกิจหลักของเราคือการขายของสำหรับคนที่ต้องการพัฒนาตัวเองผ่านสินค้าของเรา ว่าง่าย ๆ คือของที่ทำให้ลูกค้าหาเงินได้ 

“เราเป็นตัวแทนประเทศไทย นำเสนอเครื่องเขียนจากทั่วทุกมุมโลก ผมเชื่อว่าการนำเสนอตัวเลือกเป็นวิธีหนึ่งที่จะสร้างสังคมที่มีความรุ่มรวยและเต็มไปด้วยความหลากหลาย คุณจะได้รู้ว่าคนฝรั่งเศสเขียนบนกระดาษแบบไหน คนญี่ปุ่นใช้เครื่องเขียนแบบไหน ศิลปินระดับโลกใช้อุปกรณ์แบบนี้ หรือถ้ามีสินค้าออกใหม่ คุณไม่ต้องบินไปที่ไหนมาลองที่ร้านเราได้เลย” 

ท้ายที่สุด วริศเปรียบเปรยให้ฟังว่าหาก ICCP คือการทำงานที่มาพร้อมความคาดหวังที่ต้องแบกไว้บนบ่า บทบาทของผู้จัดจำหน่ายที่ต้องทำอย่างไรก็ได้ให้บริษัทอยู่รอดปลอดภัย Lamune ก็น่าจะเป็นตัวตนและการได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ไม่ใช่แค่ขายของ แต่คือการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า

“เราจะขอ Maker เข้าไปดูขั้นตอนการผลิตและการใช้งานเสมอ การที่จะนำเสนอสินค้าให้ลูกค้าได้ เราจำเป็นต้องเข้าใจคนผลิตว่าเขาทำออกมาด้วยความนึกคิดยังไง ทำไมถึงทำสิ่งนี้ขึ้นมา อยากให้ลูกค้ารู้สึกยังไงขณะที่ใช้งาน เราต้องการเป็นตัวแทนส่งมอบประสบการณ์ทั้งหมดของคนทำให้กับลูกค้าของเขา” วริศทิ้งท้าย


Website : lamune.co.th

Writer

ใหม่ ศุภรุจกิจ

ใหม่ ศุภรุจกิจ

เคยเป็นกองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ ตอนนี้เป็นนักเขียน สัมภาษณ์ ที่อิสระและจ้างได้

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์