The Cloud X ไทยประกันชีวิต
แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต จากพลังเล็กๆ สู่การสร้างคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ให้โลกใบนี้

“ไม่มีหินก้อนใดโง่”

“โรงเรียนนอกกะลา”

เพราะเชื่อว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพเท่าเทียมกัน ไม่มีใครฉลาดหรือโง่กว่าใคร มีแต่เด็กที่ไม่ได้รับโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่ดี ถูกต้อง และมีคุณภาพเท่านั้น โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จึงถูกก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2546 

ด้วยวัตถุประสงค์ในการเป็นโรงเรียนตัวอย่างที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาความเป็นมนุษย์ให้ทุกคนโดยเท่าเทียมกัน

ลำปลายมาศพัฒนา โรงเรียนทางเลือกที่สอนให้เด็กฉลาดผ่านความเข้าใจโลกทั้งภายนอกและภายในตัวเอง

เราเดินทางไกลสู่จังหวัดบุรีรัมย์เพื่อไปพูดคุยกับ ครูวิเชียร ไชยบัง ครูใหญ่และผู้ก่อตั้งโรงเรียนที่ร่มรื่นไปด้วยไม้ใหญ่แห่งนี้มีรูปแบบการสอนฉีกไปจากแนวคิดเดิมทางการศึกษา เพื่อสร้างระบบปัญหาการศึกษาที่ยั่งยืนและเท่าเทียมสำหรับทุกคน

“มนุษย์ทุกคนมีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองได้ การศึกษาที่แท้จริงจึงเป็นกระบวนการพัฒนาตัวเอง จากการตั้งคำถาม ปฏิบัติเพื่อค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง ดังนั้นครูจึงไม่ใช่ผู้สอน แต่เป็นเสมือนผู้ร่วมทางที่จะช่วยประคับประคองนักเรียนไปบนเรือลำเดียวกัน”

01

โรงเรียนนอกกะลา

ที่นี่เป็นโรงเรียนเอกชนที่ไม่เก็บค่าเล่าเรียน งบประมาณดำเนินการส่วนใหญ่มาจากเงินบริจาค กิจกรรมหารายได้ของโรงเรียน และรับนักเรียนด้วยการจับสลาก ไม่วัดจากความสามารถหรือข้อสอบ ไม่คัดใครเข้าและไม่คัดใครออก โดยเด็กส่วนใหญ่มาจากครอบครัวชาวไร่ชาวนาในพื้นที่ 

ลำปลายมาศพัฒนา โรงเรียนทางเลือกที่สอนให้เด็กฉลาดผ่านความเข้าใจโลกทั้งภายนอกและภายในตัวเอง

“การศึกษาในปัจจุบันเน้นการท่องและจำเหมือนนกแก้วนกขุนทองตามแบบที่เขาว่า ซึ่งเขาเหล่านั้นตายไปแล้วเป็นร้อยปี เป็นรูปแบบการศึกษาที่เน้นวัดผลด้วยคะแนนสอบ และมาพร้อมกับความเชื่อว่าคนที่ได้คะแนนน้อยกว่าจะล้มเหลว ซึ่งเป็นการแบ่งแยกระดับที่ทำลายมนุษย์จากการตีความว่ามนุษย์โง่

“หัวใจของการศึกษา คือกระบวนการพัฒนามนุษย์ให้เป็นอิสระ อิสระจากความไม่รู้ อิสระจากสิ่งที่ครอบ” ครูวิเชียรเริ่มต้นอธิบาย ฉันนึกถึงกะลาและคำบนป้ายหน้าโรงเรียน ‘โรงเรียนนอกกะลา’

ลำปลายมาศพัฒนา โรงเรียนทางเลือกที่สอนให้เด็กฉลาดผ่านความเข้าใจโลกทั้งภายนอกและภายในตัวเอง

การจัดการศึกษาของโรงเรียนลำปลายมาศตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 จึงเน้นพัฒนาความเป็นมนุษย์และศักยภาพของผู้เรียนอย่างสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยสอนให้นักเรียนมีทักษะในการใช้ชีวิต การประกอบอาชีพ พึ่งพาตนเองได้ มีจิตสำนึกในการช่วยเหลือผู้อื่นและพัฒนาสังคม

เมื่อสำเร็จการศึกษา นักเรียนทุกคนจะรู้จักตัวเอง สามารถคิดวิเคราะห์ และมีทักษะแก้ปัญหาต่างๆ อย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการเติบโตและดำรงชีวิตในยุคปัจจุบัน 

02

ปัญญาภายใน, ฉลาดจากความเข้าใจตัวเอง

“เราชัดเจนเรื่องเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียน เรามองถึงเรื่องการพัฒนาคน อยากให้เขาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์โดยมองสองด้าน ด้านแรกคือความฉลาดภายนอก เข้าใจต่อโลกและปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น และความฉลาดภายใน คือความเข้าใจตัวเอง ซึ่งความฉลาดทั้งสองด้านจะนำไปสู่การดำเนินชีวิตที่มีความสุขได้

“ฉลาดคือมีทั้งความรู้และมีความเข้าใจ ระบบการศึกษาแบบเดิมเน้นให้เด็กรู้ เด็กก็ท่องจำสิ่งเหล่านั้นโดยไม่ได้เข้าใจมัน เด็กรู้ว่าต้นไม้ผลิตออกซิเจน มีคุณสมบัติอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ไม่ได้เข้าใจว่าสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติมันเกื้อหนุนเชื่อมโยงกัน และตัวเราเองมีความสัมพันธ์กับพวกมันอย่างไร

“ในขณะเดียวกัน การศึกษาแบบเดิมก็สอนให้เด็กมีความเข้าใจภายในตัวเองน้อยมากเช่นกัน ปีนึงโรงเรียนอาจจะพาเด็กไปเข้าค่ายธรรมะสักสามวัน แต่ค่ายธรรมะไม่ได้ทำให้โครงสร้างความคิดเชิงจริยธรรมในสมองของเด็กๆ ต่างออกไป”

ตารางเรียนในแต่ละวันของโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาประกอบไปด้วยการเสริมสร้าง Emotion and Spiritual Quotients (ปัญญาภายใน) และ Intellectual Quotients (ปัญญาภายนอก) 

ในทุกเช้า เด็กๆ จะได้ทำกิจกรรมจิตศึกษา เป็นการพัฒนาปัญญาจากภายใน เพื่อสร้างการตระหนักรู้ของเด็กให้ตื่นด้วยการฝึกสติ ฝึกใคร่ครวญให้รู้ตัว เท่าทันอารมณ์ ควบคุมตัวเองได้ เห็นคุณค่าของสรรพสิ่ง และน้อมนำสิ่งที่ดีงามเข้าไปสู่จิตใต้สำนึก 

ลำปลายมาศพัฒนา โรงเรียนทางเลือกที่สอนให้เด็กฉลาดผ่านความเข้าใจโลกทั้งภายนอกและภายในตัวเอง

และเป็นการปรับคลื่นสมองของเด็กๆ ที่เพิ่งวิ่งเล่นมา ให้อยู่ในสภาวะคลื่นสมองต่ำ เพื่อความพร้อมในการรับข้อมูล ซึ่งส่งผลต่อความจำและการเรียนรู้ 

ครูวิเชียรอธิบายว่า จิตศึกษาไม่ใช่การบังคับให้เด็กนั่งสมาธิ เพราะการนั่งสมาธิอาจจะยังไม่เหมาะกับพฤติกรรมของเด็กวัยซน ถ้าเราไปบังคับให้ทำ เขาจะยิ่งเบื่อ ไม่ให้ความร่วมมือ และไม่เกิดผลลัพธ์ที่คาดหวังในที่สุด

ลำปลายมาศพัฒนา โรงเรียนทางเลือกที่สอนให้เด็กฉลาดผ่านความเข้าใจโลกทั้งภายนอกและภายในตัวเอง

อย่างทางเดินที่ฉันเพิ่งเดินผ่านมาเมื่อครู่ เป็นทางเดินพิเศษที่สร้างขึ้นโดยมีบ่อน้ำเล็กๆ ตรงสุดทางเดิน และมีท่อนไม้วางกระจัดกระจายอยู่ตลอดทาง เพื่อให้ผู้เดินได้ฝึกสติ จดจ่อกับปัจจุบัน และรู้ตัวว่ากำลังทำอะไร เพราะถ้าไม่รู้ตัว อาจสะดุดสิ่งกีดขวางเหล่านี้เอาได้ง่ายๆ 

03

ปัญญาภายนอก, มองโลกด้วยความเข้าใจถ่องแท้

หลังกิจกรรมจิตศึกษา ก็มาสู่การเสริมสร้างปัญญาภายนอก ช่วงเช้าในห้องเรียนรูปหกเหลี่ยมที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันปัญหาเด็กหลังห้อง เด็กๆ จะได้เรียนรู้วิชาทักษะพื้นฐานภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์แบบองค์รวม 

เช่น ภาษาไทย เรียนรู้ผ่านวรรณกรรมที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละวัย ฝึกวิเคราะห์ภาษาตามหลักภาษา ภาษาอังกฤษ เน้นการสื่อสารผ่านวรรณกรรมต่างประเทศ ส่วนคณิตศาสตร์เรียนรู้ผ่านความเข้าใจ ไม่เร่งหาคำตอบ แต่เน้นการเขียนแผนภาพ วางแผนการแก้ปัญหา เป็นต้น 

“ครูเป็นหัวใจในฐานะผู้สนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ ไม่ใช่แค่ในฐานะของผู้สอน เพราะฉะนั้น การที่ครูจะเปลี่ยนกรอบคิดจากผู้สอนมาเป็นผู้มีบทบาทในการจัดการเรียนรู้ ก็ต้องเปลี่ยนวิธีมองเด็กด้วย ทั้งเนื้อทั้งตัวเขาคือมนุษย์ที่กระหายจะเรียนรู้ ต้องมองไปในลักษณะนั้น แล้วก็กระตุ้นด้วยคำถามหรือองค์ประกอบอื่นๆ เพื่อให้เขาได้เรียนรู้ แล้วก็อำนวยให้เขาได้เรียนรู้ด้วยตนเองและเรียนรู้ร่วมกันเสมอ”

ลำปลายมาศพัฒนา โรงเรียนทางเลือกที่สอนให้เด็กฉลาดผ่านความเข้าใจโลกทั้งภายนอกและภายในตัวเอง

จากนั้นในช่วงบ่าย เด็กๆ จะได้เรียนรู้ด้วยกระบวนการ PBL หรือ Problem Based Learning เพื่อเสริมสร้างปัญญาภายนอก ให้เด็กรู้จักตั้งคำถามและแก้ปัญหาในหัวข้อที่ตัวเองสนใจหรือเรื่องที่เกี่ยวกับชุมชน

PBL เป็นรูปแบบการจัดการศึกษาที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง บูรณาการหลากหลายศาสตร์วิชาเข้าด้วยกัน อย่างสอดคล้องกับธรรมชาติและการเรียนรู้ของสมอง ซึ่งจะทำให้เด็กเชื่อมโยงความรู้กับชีวิตจริงได้

ลำปลายมาศพัฒนา โรงเรียนทางเลือกที่สอนให้เด็กฉลาดผ่านความเข้าใจโลกทั้งภายนอกและภายในตัวเอง

“นอกจากเด็กๆ จะได้ฝึกทักษะการคิดและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบแล้ว ยังช่วยสร้างความมั่นใจให้พวกเขากล้าแสดงความคิดเห็นต่อข้อมูลที่ไปแสวงหาค้นคว้ามาด้วยตัวเอง ได้แลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ อย่างอิสระ โดยไม่มีใครมาตัดสินว่าผิดหรือถูก

“เมื่อได้ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง เด็กจะเรียนรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองตั้งสมมติฐานนั้นถูกหรือผิดด้วยเหตุผลอะไร จากที่สอนตามแบบเรียนเป็นบทๆ ไป ครููผู้สอนก็เปลี่ยนบทบาทเป็นผู้สนับสนุน ซึ่งแน่นอนว่าครูจะต้องทำงานหนักขึ้น แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็คุ้มค่า เพราะเมื่อเด็กได้ค้นหาคำตอบในสิ่งที่เขาอยากรู้ด้วยตัวเอง เขาจะสนุก สนใจ และจดจำเรื่องนั้นๆ ได้มากขึ้นโดยอัตโนมัติ”

04

คำตอบที่กลับไปสู่คำถาม

ครูวิเชียรอธิบายต่อว่า “แม้จะไม่มีแบบเรียน ไม่ได้ท่องจำสูตรใดๆ เมื่อต้องไปเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาปีที่สี่ในโรงเรียนที่สอนแบบดั้งเดิม เด็กๆ ก็ปรับตัวได้และมีความรู้ทางวิชาการไม่ต่างจากการเรียนจากหนังสือ ที่เพิ่มเติมมาคือกระบวนการคิดวิเคราะห์ การตั้งคำถาม และทักษะการแก้ไขปัญหาที่มากกว่าเด็กทั่วไป” 

PBL ใช้คีย์เวิร์ด 3 คำในการสร้างกระบวนการ คือ

Play (ชง) คือการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง เช่น ในแบบเรียนสอนว่าจากกล้าต้นเล็ก จะค่อยๆ เติบโตออกรวงเป็นต้นข้าว แต่โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาให้เด็กทำนาปลูกข้าวในท้องนาเลย และให้เด็กๆ ดูแลนาข้าวของตัวเองตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสิ้นสุด เขาจะได้สังเกต เรียนรู้ และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

ลำปลายมาศพัฒนา โรงเรียนทางเลือกที่สอนให้เด็กฉลาดผ่านความเข้าใจโลกทั้งภายนอกและภายในตัวเอง

Talk (เชื่อม) คือการแลกเปลี่ยนสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงกับเพื่อนๆ และครูผู้สอน เพื่อต่อยอดความคิดให้กว้างไกลขึ้น ซึ่งจะนำเด็กๆ ไปสู่การตั้งคำถามและการหาคำตอบต่อไปอย่างไม่มีสิ้นสุด

Learn (ใช้) คือการวิเคราะห์ข้อสงสัยของตัวเองอย่างเป็นระบบ ในการหาคำตอบเพื่อแก้ไขปัญหา โดยมีครูเป็นผู้ช่วยแนะแนวทาง กระตุ้นการเชื่อมโยงสิ่งที่เด็กรู้อยู่แล้ว และสิ่งที่เด็กไม่รู้สู่การค้นหาคำตอบในการแก้ไขปัญหา

“คำถามประเด็นต่างๆ ในกระบวนการเรียนรู้ PBL จะเปลี่ยนไปทุกสัปดาห์ ตลอดทั้งสัปดาห์เด็กๆ จะหาข้อมูล วาดแผนภาพ Mind Map ที่ช่วยเชื่อมโยงความคิดให้เป็นระบบ เข้าใจที่มาที่ไปของชุดข้อมูลที่มี จากนั้นนำมาเสนอหน้าชั้นเรียนให้ครูและเพื่อนๆ ฟัง จบแต่ละสัปดาห์ผลงานหลากสีสันของนักเรียนทุกคน จะถูกนำมาติดไว้หน้าห้อง เมื่อเขามีความภาคภูมิใจ เขาก็สนุกที่จะได้เรียนรู้ต่อไป”

ลำปลายมาศพัฒนา โรงเรียนทางเลือกที่สอนให้เด็กฉลาดผ่านความเข้าใจโลกทั้งภายนอกและภายในตัวเอง

คำถามที่ถูกตั้งขึ้นในแต่ละชั้นเรียนจะยาก ท้าทาย และซับซ้อนขึ้นตามลำดับ เช่นในวันที่ฉันได้ไปสำรวจโรงเรียนแห่งนี้ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กำลังหาคำตอบว่า ‘ทำอย่างไรให้น้ำในคลองสะอาด’ 

ซึ่งเป็นคำถามจากปัญหาที่ชุมชนในพื้นที่รอบๆ กำลังประสบภาวะขาดแคลนน้ำอยู่จริง เด็กๆ จึงอยากทดลองทำให้น้ำในลำคลองสะอาด จนสามารถใช้อุปโภคบริโภคได้ เพื่อนำความรู้ที่ได้นี้ไปช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่จริง

โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาไม่มีการสอบปลายภาคอย่างโรงเรียนอื่นๆ แต่ใช้วิธีวัดและประเมินผลตามสภาพจริง และกระทำอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน จากชิ้นงาน PBL ที่ค้นคว้าหาคำตอบและนำเสนอตลอดทั้งภาคการศึกษา หลังจากนำเสนอผลงานแล้ว ก็จะมีการประเมินและสะท้อนงานกันและกัน 

05

กระบวนการสอนแบบไร้ตำรา

ตั้งแต่เริ่มแรก โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาเป็นโรงเรียนต้นแบบในชนบท ที่สอนเด็กให้ใช้ความคิดและเหตุผลมากกว่าการท่องจำ ซึ่งเป็นปัญหาคู่ระบบการศึกษาไทยมาอย่างยาวนาน โดยได้ทุนสนับสนุนจากมูลนิธิเจมส์ คลาร์ก 

“ครูเป็นตัวกลางที่สำคัญที่สุดในการหล่อหลอมให้เด็กๆ เติบโตขึ้นบนระบบความคิดแบบใหม่ ที่มีความรู้ ความเข้าใจโลกทั้งภายนอกและภายในตัวเองอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ดังนั้นครูเองก็ต้องเปลี่ยนทัศนคติ และความเข้าใจที่มีต่อเด็กใหม่เช่นกัน ครูต้องเปิดใจที่จะรอรับการเรียนรู้ของเด็ก ฝึกให้เด็กรู้จักตั้งคำถาม แก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ และกล้าที่จะแลกเปลี่ยนความคิดของตัวเองกับคนอื่น”

ที่นี่จึงมีกระบวนการพัฒนาครูผ่านชุมชนการเรียนรู้วิชาชีพที่เรียกว่า PLC หรือ Professional Learning Community ซึ่งเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันระหว่างครูในโรงเรียนเครือข่ายกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ ที่นำรูปแบบการจัดการศึกษาของโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาไปใช้ โดยมีฐานข้อมูลออนไลน์ที่ให้ครูทุกคนสามารถเข้าไปจัดทำแผนการสอนได้

ลำปลายมาศพัฒนา โรงเรียนทางเลือกที่สอนให้เด็กฉลาดผ่านความเข้าใจโลกทั้งภายนอกและภายในตัวเอง

“โครงสร้างการศึกษาดั้งเดิมที่แข็งแรงมาก แต่ในขณะเดียวกันก็ควรเปลี่ยนมากที่สุด คือโครงสร้างตารางเรียนที่สอนเป็นรายวิชา ด้วยโครงสร้างที่ล้อมกรอบแน่นหนานี้ ไม่ว่าคุณจะใส่กิจกรรมใหม่ๆ หรืออะไรลงไปก็ตาม พฤติกรรมและรูปแบบการสอนของครูจะไม่เปลี่ยน

“ทุกโรงเรียนที่ตั้งใจมาศึกษาดูงาน เพื่อนำระบบการสอนของเราไปใช้ เราจะชวนเขาเปลี่ยนโครงสร้างตารางเรียนใหม่เป็นก่อน จากรายวิชาเป็น Module เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมครูเป็นอย่างแรก เมื่อครูไม่สามารถเปิดตำราสอน เขาจะต้องทำแผนการเรียนใหม่ ซึ่งแรกๆ เขาก็จะยังไม่ค่อยเข้าใจระบบ เปิดโอกาสให้ครูแต่ละคนหันหน้าเข้าหากัน เพื่อช่วยกันทำงานเป็นทีม

“เมื่อครูรู้สึกถึงการยกระดับความรู้ความเข้าใจของตนเองต่อสิ่งที่จะสอนให้เด็กๆ รู้สึกถึงทักษะการจัดการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น ครูก็จะมีความภาคภูมิใจในวิชาชีพและรู้ว่าบทบาทของตัวเองสำคัญอย่างไร” 

06

ปลูกโรงเรียนตามใจผู้เรียน

ฉันเดินเยี่ยมชมโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาอยู่นานหลายชั่วโมง และพบว่านอกจากจะร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่แล้ว ที่นี่ยังมีป้ายประกาศที่เต็มไปด้วยผลงานของนักเรียน และถ้อยคำที่กระตุกต่อมความคิดอยู่ตามมุมต่างๆ ของโรงเรียน

ห้องเรียนระดับชั้นอนุบาลและประถมออกแบบเป็นรูปทรงหกเหลี่ยมอย่างที่เล่าไปข้างต้น ในขณะที่ห้องเรียนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมกลับเป็นบ้านไม้ยกใต้ถุนสูงแบบไทย ครูวิเชียรบอกว่าเด็กๆ ในชั้นจะต้องช่วยกันดูแลห้องเรียนหลังนี้เหมือนบ้านตัวเองไปตลอดปีการศึกษา

ลำปลายมาศพัฒนา โรงเรียนทางเลือกที่สอนให้เด็กฉลาดผ่านความเข้าใจโลกทั้งภายนอกและภายในตัวเอง
ลำปลายมาศพัฒนา โรงเรียนทางเลือกที่สอนให้เด็กฉลาดผ่านความเข้าใจโลกทั้งภายนอกและภายในตัวเอง

“ใครอยากจะอยู่รกๆ สกปรกๆ ก็ได้ แต่ถ้าอยากให้บ้านน่าอยู่ ก็ต้องช่วยกันทำความสะอาด” ครูวิเชียรเอ่ยขึ้นยิ้มๆ

 ทางโรงเรียนยังให้ความสำคัญกับบทบาทของผู้ปกครองและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นการรับส่ง หรือร่วมเป็นพี่เลี้ยงเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็กๆ ตลอดจนเป็นวิทยากรพิเศษในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

ลำปลายมาศพัฒนา โรงเรียนทางเลือกที่สอนให้เด็กฉลาดผ่านความเข้าใจโลกทั้งภายนอกและภายในตัวเอง

ครูวิเชียรกล่าวทิ้งท้ายว่า “หัวใจของเราตั้งแต่ต้น คือเราอยากให้โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนตัวอย่างที่ค้นคว้านวัตกรรมในการสร้างการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน ครู ชุมชน และสังคม ได้ขยายผลไปสู่โรงเรียนรัฐมากๆ เรามีโรงเรียนอยู่แล้วเยอะแยะ เราไม่จำเป็นต้องสร้างโรงเรียนเพิ่ม แต่เราเปลี่ยนวิธีการ เปลี่ยนกรอบคิดพวกนี้ แล้วทำให้เกิดผลกับเด็กได้”

ลำปลายมาศพัฒนา โรงเรียนทางเลือกที่สอนให้เด็กฉลาดผ่านความเข้าใจโลกทั้งภายนอกและภายในตัวเอง

Writer

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Larger than Life

แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต จากพลังเล็กๆ สู่การสร้างคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ให้โลกใบนี้

20 พฤศจิกายน 2563
13 K

The Cloud X ไทยประกันชีวิต

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตึกสูงกลางเมืองย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในซอยโยธี เป็นโรงเรียนทันตแพทย์เก่าแก่ของไทย ปลุกปั้นทันตแพทย์เก่งๆ ทำงานในสังคมไทยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2517

บรรยากาศโดยรวมในอาคารค่อนข้างแปลกตา ถ้าเทียบกับสถานโรงพยาบาลรัฐอื่นๆ ที่นี่มีความโมเดิร์น ตกแต่งโทนสีขาวสบายตาไม่อึดอัด เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยมาก เพื่อรองรับการทำงานของอาจารย์ การเรียนของเหล่านักศึกษาทันตแพทย์ และรองรับคนไข้ในงานทันตกรรมทุกด้าน

วันนี้เรากดลิฟต์ขึ้นชั้น 9 มายังคลินิกประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกร คุยกับ ผศ. ดร. ทพ.ณัฐดนัย โชติประเสริฐ อาจารย์ผู้ควบคุมคลินิกประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกร โครงการอะไหล่มนุษย์ อะไหล่ชีวิต

อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล

เพื่อทำความรู้จักกับภาควิชาทันตกรรมประดิษฐ์แห่งเดียวในไทย ที่มีหลักสูตรการทำอวัยวะเทียมอย่างเป็นทางการ (Maxillofacial Prosthesis Service) ทำการรักษาและเติมเต็มอวัยวะให้กับผู้ป่วยที่มีความพิการทางใบหน้าและขากรรไกร เพื่อให้พวกเขาดำเนินชีวิตในสังคมได้ตามปกติ

คุณหมอณัฐดนัยอธิบายกับเราในเบื้องต้นว่า ผู้ป่วยมีความพิการบริเวณใบหน้าและขากรรไกรมีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ 

หนึ่ง คือพิการแต่กำเนิด เช่น ผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ หรือเด็กที่มีใบหูพิการ 

และสอง ผู้ป่วยที่พิการหลังกำเนิด ผู้ที่เป็นโรคเนื้องอกชนิดต่างๆ ผู้ป่วยมะเร็งบนใบหน้า แพทย์ต้องผ่าตัดอวัยวะบางส่วนบนใบหน้าพวกเขาออกไป ทำให้ใบหน้าไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม การรักษาโดยวิธีศัลยกรรมตกแต่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาผู้ป่วยใบหน้าพิการทุกราย คนไข้เหล่านั้นจึงถูกส่งต่อมาให้ทีมแพทย์ที่คลินิกประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกร มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นคนรักษาต่อ

วันนี้เรามาทำความรู้จักศาสตร์วิชาการแพทย์ที่ยังมีคนรู้จักน้อยมากๆ ในบ้านเรา

อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล

01

เริ่มจากความตั้งใจที่อยากให้คนไข้มีกำลังใจใช้ชีวิต

คลินิกประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกรแห่งนี้เกิดขึ้นได้จากความตั้งใจของ ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณทันตแพทย์เบ็ญจพจน์ ยศเนืองนิตย์ อดีตหัวหน้าภาคทันตกรรมประดิษฐ์ ที่อยากช่วยคนไข้ไม่รู้สึกกลัวการใช้ชีวิตในสังคม

ย้อนกลับไปเมื่อราว 40 ปีที่แล้ว คุณหมอเบญจพจน์ได้เดินทางไปศึกษาต่อสาขาประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกรที่ประเทศอเมริกา เมื่อกลับมายังประเทศไทย ท่านก็เริ่มรับคนไข้เข้ามารักษา ทำอวัยวะเทียมเพื่อเติมเต็มอวัยวะบนใบหน้า ตอนนั้นยังทำงานภายใต้คลินิกทำฟันปลอม

“คนไข้กลุ่มแรกๆ คือคนไข้กลุ่มมะเร็งใบหน้าที่ต้องตัดโพรงจมูกและตัดขากรรไกรออก หมอก็จะส่งให้ทันตแพทย์มาใส่ฟันปลอม คนไข้ที่ถูกตัดใบหน้าออกไปมาก สมัยก่อนหมอศัลยกรรมตกแต่งเขาก็จะเอาเนื้อส่วนก้นมาแปะ ซึ่งมันก็จะไม่ได้เป็นรูปร่างลักษณะของใบหน้า เป็นก้อนเนื้อมาแปะไว้เฉยๆ ซึ่งถ้าพูดในแง่ของฟังก์ชันก็ใช้งานได้ กลืนน้ำได้ ไม่สำลัก แต่ว่าเรื่องความสวยงามไม่ได้ คนไข้กลุ่มนี้จึงไม่กล้าออกไปข้างนอกหรืออยู่ในสังคม

“อาจารย์หมอเบญจพจน์ตระหนักถึงคุณภาพชีวิตของคนไข้เหล่านี้ เลยพยายามผลักดันงานแบบนี้มากขึ้น สมัยแรกๆ เราทำเฉพาะฟันปลอม คนไข้กลืนไม่ได้ก็มาทำเพดานปากให้เคี้ยวอาหารได้บ้าง ใส่ฟันปลอมได้บ้าง พออาจารย์เบญจพจน์กลับมาจากอเมริกาก็ขยายงานเพิ่มขึ้น เป็นทำใบหูเทียม ใบหน้าเทียม ดวงตาเทียม และทำเบ้าตาเทียม” คุณหมอณัฐดนัยเล่าถึงจุดเริ่มต้นเมื่อหลายสิบปีก่อนให้ฟัง

อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล
อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล

ศาสตร์การทำอวัยวะเทียมมีมานานแล้วที่ประเทศอังกฤษและอเมริกา มีสาขาอาชีพที่เรียกว่า Anaplastologist เป็นวิชาชีพทางการแพทย์ที่สรรค์สร้างอวัยวะเทียมอย่างสมจริง ผู้ที่จะทำอาชีพนี้ได้ต้องร่ำเรียนเป็นเวลา 4 ปี เมื่อจบออกมาก็ทำงานร่วมกับแพทย์ในโรงพยาบาล แต่ในประเทศไทยยังไม่มีคณะและวิชาชีพนี้อย่างเป็นทางการ แต่ผู้ที่ทำงานได้ใกล้เคียงที่สุดก็คือทันตแพทย์ สาขาทันตกรรมประดิษฐ์ เนื่องจากหมอทันตกรรมประดิษฐ์ต้องทำฟันปลอมหรือทำรากฟันเทียมอยู่แล้ว เป็นงานที่ต้องใช้ความเก่งทั้งศาสตร์และศิลป์

เมื่อคุณหมอเบญจพจน์รับรักษาคนไข้อยู่ได้สักระยะหนึ่ง จำนวนคนไข้ก็มากขึ้นเรื่อยๆ เกินกว่าที่กำลังหมอคนเดียวจะจัดการไหว จึงตัดสินใจรับอาจารย์มาเพิ่ม หนึ่งในนั้นคือ รศ. ทพ. หม่อมหลวงธีรธวัช ศรีธวัช ผู้เป็นหัวหน้าโครงการในปัจจุบัน พร้อมเปิดเป็นหลักสูตรแห่งแรกและแห่งเดียวในไทย สอนนักศึกษาทันตแพทย์ที่สนใจมาเรียนเฉพาะทางด้านนี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2547 

“เราเปิดหลักสูตรครั้งแรกตอน พ.ศ. 2547 แต่ตอนนั้นยังเป็น Advanced Clinic เป็นคลินิกรวมที่หลายแผนกใช้ร่วมกัน ยังไม่มีคลินิกประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกรตามผังโรงพยาบาล เป็นแค่หน่วยประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกรเท่านั้น จนงานของเราเป็นที่รับรู้ของสังคมและของหมอจากโรงพยาบาลต่างๆ ที่ Refer คนไข้มาเยอะ ทางคณะเลยตั้งเป็นคลินิกอย่างที่เห็นทุกวันนี้ เป็นคลินิกหนึ่งในคณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมหาวิทยาลัยอื่นหรือโรงพยาบาลอื่นไม่มีคลินิกนี้

“มันเป็นศาสตร์ที่คนไทยไม่รู้จักเลย แล้วก็มีแพทย์ที่ทำได้น้อย ตอนนี้เราก็มีคุณหมออาสาสมัคร ซึ่งจะเป็นคุณหมอจัดฟัน คุณหมอรักษารากฟัน คุณหมออุดฟัน คุณหมอรักษาโรคเหงือก และคุณหมอตา หมอเหล่านี้เข้ามาช่วยโดยไม่ได้รับเงินสักบาท อันนี้ผมก็ต้องให้คณะทำหนังสือขอบคุณทุกปี” หมอณัฐดนัยเล่า ก่อนขอตัวไปตรวจคนไข้สักพักหนึ่ง

อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล

02

รักษาร่างกายและรักษาใจ

คลินิกประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกรรับรักษาคนไข้มาแล้วนับหมื่นเคส ทีมแพทย์เจอทั้งเคสง่ายไปจนถึงเคสที่ยากมาก เช่น คุณป้าผู้ป่วยมะเร็งบนใบหน้าที่ต้องผ่านการผ่าตัด จนสูญเสียอวัยวะบนใบหน้าไปเกินครึ่ง

“ผมกับอาจารย์หม่อมดูแลเคสนั้น เป็นเคสใหญ่มากของเรา จนทีมต้องคิดกันหนักเลยว่าจะเริ่มยังไงดี หนึ่งคือจะยึดใบหน้าเขายังไง ใบหน้าเป็นโพรงจนเห็นอวัยวะข้างใน มีการเจาะเต็มไปหมดเลยครับ คนไข้ถ่ายรูปยังไม่มองกล้องเลย ประโยคแรกที่คุยกัน เขาบอกว่าคุณหมอมาช่วยชีวิตเขาทำไม เขาอยากตาย

“พอเราเจอแบบนี้ก็คิดหนักเลยว่าจะช่วยคนไข้อย่างไรดี คนไข้จะกลืนอาหารยังไงเพราะเขาไม่มีเพดานปาก ไม่มีอะไรเลย กว่าจะทำออกมาได้สำเร็จใช้เวลานานเหมือนกัน เราก็พิมพ์แบบใบหน้าเทียมที่เราทำมา มีฟันปลอม มีเพดานปาก มีอวัยวะใบหน้าทั้งหมด 

“อาจารย์หม่อมบอกเราว่า เคสนี้ใหญ่มาก สมัยอยู่อเมริกาก็ไม่เคยเจอ เรารักษาคุณป้าจนลูกสาวสนิทกับพวกผู้ช่วย ลูกสาวบอกว่า ตอนแรกคุณแม่ไม่ยอมไปไหน ไม่ยอมออกจากบ้านเลย ไม่กล้าส่องกระจก ในบ้านห้ามมีอะไรที่จะให้เห็นตัวเอง 

“ปรากฏว่าพอได้ใบหน้าไปแล้ว คุณป้าก็ออกไปไหนมาไหน คุณป้าไปตลาด ไปเที่ยวข้างนอกบ้าน และทุกครั้งที่มาเช็กอุปกรณ์ที่โรงพยาบาล ป้าจะไปสอยมะม่วงมาแจกหมอๆ ลูกสาวก็บอกว่าเขาเห็นความเปลี่ยนไปของคุณแม่เขา คุณแม่เขามีกำลังใจที่จะอยู่มากขึ้น แต่ก็นั่นแหละ ด้วยความที่เป็นมะเร็ง พออยู่ไปอีกประมาณสี่ปี มะเร็งมันกินเข้าไปถึงฐานสมอง แล้วก็ทะลุเข้าไปในสมอง” 

อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล
อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล

คุณหมอณัฐดนัยเล่าให้เราฟังถึงอีกเคสที่เก็บไว้สอนนักเรียนแพทย์ เป็นคุณลุงคนหนึ่งที่เจ็บปวดจากโรคมะเร็งใบหน้า เข้ามารับการรักษากับทีมคุณหมอตั้งแต่ พ.ศ. 2544

“ค่ารักษาคุณลุงประมาณล้านบาท เพราะต้องใส่จมูกเทียม สร้างเพดานปากขึ้นมาใหม่ และใส่ตัวรากเทียมยาวขึ้นไปยึดถึงกระดูกด้านในใบหน้า โดยปกติรากเทียมจะยึดแค่เหงือกกับกระดูกขากรรไกร แต่เคสนี้กระดูกขากรรไกรไม่เหลือแล้ว เลยต้องไปยึดขึ้นไปถึงกระดูกแถวโหนกแก้ม เป็นเคสที่เรามีหมอจากต่างประเทศมาทำ Life Surgery ที่แผนกศัลยศาสตร์ช่องปาก ทำ VDO Conference ได้รับความร่วมมือจากหลายๆ ภาคส่วน

“ตอนหลังมะเร็งมันขึ้นตา ก็ต้องผ่าตาออกข้างหนึ่ง เข้ามาทำอวัยวะเพิ่ม ค่ารักษาคุณลุงจริงๆ เป็นล้าน แต่คุณลุงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพราะที่บ้านยากจน ขอสังคมสงเคราะห์จากทางคณะ ก็เป็นอีกหนึ่งเคสตำนาน คุณลุงออกรายการทีวีด้วย แกบอกว่าแกอยากมาให้ความรู้กับคนที่เจอเรื่องแบบเดียวกัน” คุณหมอเล่าพร้อมเปิดภาพการรักษาบางส่วนให้เราดู

อย่างหนึ่งที่เราเห็นชัด คือที่แห่งนี้เป็นที่รักษาทั้งร่างกายและจิตใจ ช่วยให้ผู้ป่วยรับความกระทบกระเทือนทางจิตใจลดลงหลังจากสูญเสียอวัยวะนั้นไป จนผู้ที่ได้มารับการรักษา ก็อยากถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ แบบนี้กับผู้อื่นในสังคมด้วย

อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล

03

มุ่งมั่นต่อไปอย่างสุดกำลัง

คุณหมอณัฐดนัยพาเราไปดูอุปกรณ์ทางการแพทย์อันทันสมัยที่คลินิกมี รวมถึงวิธีการรักษาคนไข้จริงๆ ของทีมแพทย์ที่นี่ 

เช้าวันนี้มีคนไข้เข้ามาไม่เยอะนัก พวกเขากำลังนั่งรอคิวบริเวณโถงตรงกลาง อีกด้านหนึ่งเป็นห้องแล็บผลิตอวัยวะเทียม มีเจ้าหน้าที่ช่างทันตกรรมประจำการ คอยทำหน้าที่ผลิตอวัยวะเทียมตามคำสั่งของเหล่าคุณหมอทุกวัน

ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาจากที่นี่ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ด้อยโอกาสทางสังคม ยิ่งได้รับความพิการบนใบหน้า ก็ทำให้ไม่กล้าออกไปทำงานหรือใช้ชีวิตอีก เหล่าทีมแพทย์ที่คลินิกประดิษฐ์ใบหน้าขากรรไกรจึงมุ่งมั่นรักษาผู้ป่วยอย่างสุดกำลัง 

“ห้าหกปีหลังมานี้บุคลากรเราน้อย ทีมเราก็ทำได้แค่ตั้งรับ อย่างคนไข้ดวงตาเทียมมีคิวอยู่ในสต๊อกหกร้อยกว่าคน เรามีแพลนเปิดคลินิกนอกเวลา ให้คุณหมอนักศึกษาที่เรียนไปกลับมาช่วยทำ จะเริ่มเปิดเดือนหน้าในวันที่ 1 ธันวาคม ส่วนอีกหนึ่งแพลนที่ว่าจะทำ คือเป็นโครงการทำดวงตาเทียมสำเร็จรูป คิดว่าถ้าเราทำเอง ต้นทุนจะถูกลงมากๆ เพราะไม่ต้องไปซื้อจากต่างประเทศเหมือนที่เป็นอยู่

“ผมคุยกับอาจารย์หม่อมมานานแล้วล่ะ หวังอยากให้ทันตแพทย์ดูแลคนไข้กลุ่มนี้ได้ คือบรรจุลงไปในหลักสูตรทันตแพทย์เลย แต่ว่ามันก็ยากถ้าไปปรับหลักสูตรทันตแพทยศาสตร์บัณฑิต ผมก็มองว่าเป็นไปได้ไหม ถ้าให้หมอที่ไปอยู่ตามโรงพยาบาลชุมชนต่างๆ มาพัฒนาความรู้ ความสามารถ แล้วรักษาคนไข้ในที่นั่นได้เลย เพราะมีคุณหมอที่อยู่ตามชุมชนเจอคนไข้แบบนี้แล้วไม่รู้จะทำยังไง ถ้าเราเอาเข้าไปเป็นนโยบายของกระทรวงได้ เราจะมีหมอที่ทำสิ่งนี้ได้เยอะขึ้น แต่ถ้าบทความนี้ออกไปแล้วมีคุณหมอที่สนใจอยากช่วยคนไข้กลุ่มนี้ ผมยินดีมากครับ”

อะไหล่มนุษย์ ภารกิจประดิษฐ์อวัยวะเทียมโดยหมอฟัน เติมเต็มชีวิตผู้ป่วยด้อยโอกาสนับหมื่น, มหาวิทยาลัยมหิดล

Writer

นิภัทรา นาคสิงห์

ตื่นเช้า ดื่มอเมริกาโน เลี้ยงปลากัด นัดเจอเพื่อนบ่อย แถมยังชอบวง ADOY กับ Catfish and the bottlemen สนุกดี

Photographer

นินทร์ นรินทรกุล ณ อยุธยา

นินทร์ชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ซื้อฟิล์มให้ไม่ยั้ง ตื่นเต้นกับเสียงชัตเตอร์เสมอต้นเสมอปลาย เพื่อนชอบชวนไปทะเล ไม่ใช่เพราะนินทร์น่าคบเพียงอย่างเดียวแน่นอน :)

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load