The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA)

The Cloud ทำงานร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) จังหวัดลำพูน และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำโครงการศึกษาอัตลักษณ์ของเมืองลำพูน แล้วนำเสนอในมุมใหม่ เพื่อให้เห็นว่าจังหวัดลำพูนมีเรื่องราวที่น่าสนใจ น่านำมาต่อยอดในรูปแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และน่าเดินทางไปสัมผัสความพิเศษนี้

ลำพูนสำหรับพวกเราคือเมืองน่าอยู่

12 สิ่งบอกเล่าชีวิตผู้คนและความน่าอยู่ของลำพูน เมืองเล็กๆ ที่ใครๆ ก็อยากย้ายมาอยู่, ที่เที่ยวลำพูน
12 สิ่งบอกเล่าชีวิตผู้คนและความน่าอยู่ของลำพูน เมืองเล็กๆ ที่ใครๆ ก็อยากย้ายมาอยู่, ที่เที่ยวลำพูน

เมืองที่ความเก่าและความใหม่อยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัว ด้วยความที่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว จึงทำให้สถานที่ต่างๆ ในจังหวัดลำพูนไม่ได้สร้างขึ้นอย่างผิวเผินเพื่อจุดประสงค์ทางการค้า แต่ทำเพื่อคนลำพูนโดยเฉพาะ วัฒนธรรม ประเพณี และเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงชัดเจนกว่าจังหวัดใหญ่ๆ ในภูมิภาคเดียวกัน ในขณะที่ความสนิทสนมกลมเกลียวของผู้คน ก็ดึงดูดให้คนต่างถิ่นจำนวนมากตัดสินใจย้ายถิ่นฐานมาใช้ชีวิตที่นี่

ลำพูน ชื่อเดิมคือนครหริภุญไชย มีปฐมกษัตรีเป็นพระนางจามเทวีจากเมืองละโว้ ในสมัยนั้นนครหริภุญไชยรุ่งเรืองมาก มีความศรัทธาในพุทธศาสนา มีภาษาของตัวเอง และมีชาติพันธุ์ที่หลากหลายที่สุดในภาคเหนือ แต่ที่โดดเด่นที่สุดและเป็นบรรพบุรุษของชาวลำพูนในปัจจุบัน คือไทยอง ผู้เป็นเจ้าของวัฒนธรรมสำคัญที่ยังสืบทอดมาถึงทุกวันนี้ อย่างประเพณีสลากย้อม สำเนียงภาษา และสถาปัตยกรรมบ้านเรือน 

12 สิ่งบอกเล่าชีวิตผู้คนและความน่าอยู่ของลำพูน เมืองเล็กๆ ที่ใครๆ ก็อยากย้ายมาอยู่, ที่เที่ยวลำพูน
12 สิ่งบอกเล่าชีวิตผู้คนและความน่าอยู่ของลำพูน เมืองเล็กๆ ที่ใครๆ ก็อยากย้ายมาอยู่, ที่เที่ยวลำพูน

ลำพูนในวันนี้ขับเคลื่อนโดยผู้คน ทั้งคนรุ่นเก่าที่ใช้ชีวิตด้วยวัฒนธรรมดั้งเดิม และคนรุ่นใหม่ที่น้อมรับสิ่งเหล่านั้นมาต่อยอด พร้อมพัฒนาให้ดีเหมาะสมกับยุคสมัยยิ่งขึ้น เราจึงเห็นเทศกาลที่จัดขึ้นโดยคนหลายวัย คาเฟ่ที่เป็นที่นัดพบคนเจ๋งหลายรุ่น แผนการใช้เทคโนโลยีพัฒนาระบบคมนาคมดั้งเดิม หรือภาพหนุ่มสาวเดินเที่ยวงานสลากย้อมในวัดพระธาตุหริภุญไชย

จากการลองใช้ชีวิตช่วงสั้นๆ ในเมืองแห่งนี้ ได้เจอผู้คนมากมายทั้ง พี่เอก อาจารย์จุล ป้าไล น้องฟลุ๊ก ลุงขี่สามล้อ พี่ทอง คุณมิ้น ดร.เพ็ญ พี่สิงห์ พี่เนา พี่แพรว และพี่โอ๊ด ที่เป็นทั้งคนลำพูนโดยกำเนิดและคนลำพูนเพราะใจรัก พบความน่าสนใจของเมืองลำพูนหลายอย่าง มากเกินกว่าจะบันทึกในบทความบทเดียว

เราจึงขอเลือก 12 สิ่งที่แสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนลำพูนทั้งในด้านศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ประเพณี อาหาร และเศรษฐกิจ เพื่อนำเสนอความน่าอยู่ของเมืองนี้ ที่ทำให้คนในพื้นที่เลือกที่จะอยู่บ้านและคนต่างถิ่นย้ายเข้ามา 

และที่เขาบอกว่าลำพูนเป็นเมืองทางผ่านเห็นจะไม่ผิด เพราะเราต้องการเวลามากกว่าหลักชั่วโมงในการทำความรู้จักลำพูน และคนลำพูนที่ทำให้เมืองนี้น่าอยู่อย่างแท้จริง

01

วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร

วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร, CEA, ลำพูน

“ตีดังเท่าไหร่ บารมีเราดังเท่านั้น ตีตอนเช้าช่วงชัชวาลย์ ถ้าตีตอนเย็นจะตกไปตามการเวลา” คือคำแนะนำการตีกังสดาลของป้าไล ภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์ในจังหวัดลำพูน ส่วนกังสดาลคือเครื่องตีที่ทำด้วยโลหะหรือทองเหลือง ตั้งอยู่ในหอระฆังทางตะวันออกเฉียงเหนือของวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร ที่คนท้องถิ่นเชื่อว่า ถ้าตีตอนเช้าจะโชคดี ยิ่งตีดังยิ่งดีขึ้น

วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

วัดพระธาตุแห่งนี้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 1651 ทางเข้าเป็นซุ้มประตูงานศิลปะโบราณสมัยศรีวิชัย เดิมเคยเป็นพระราชวังของพระเจ้าอาทิตยราช กษัตริย์ผู้ครองนครหริภุญชัยองค์ที่ 33 รายล้อมด้วยถนนเส้นสำคัญทั้งสี่ด้าน ด้านหน้าวัดติดถนนรอบเมืองใน ด้านหลังวัดติดถนนสายสำคัญอย่างอินทยงยศ เพราะเป็นสถานที่คู่เมืองลำพูนมานานกว่าพันปี และมีตำแหน่งที่ตั้งใจกลางเมือง

วัดพระธาตุหริภุญชัยจึงกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองลำพูน เป็นสถานที่นัดพบหรือจัดงานประเพณีสำคัญประจำปี อย่างสลากย้อมและเทศกาลโคมแสนดวง ที่เราจะเห็นครอบครัว ผู้สูงอายุ เด็ก และคนหนุ่มสาว มาใช้เวลาร่วมกัน

วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน
วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

วัดพระธาตุหริภุญชัยเป็นวัดประจำปีระกา ตามความเชื่อของชาวล้านนาโบราณเรื่องการไหว้พระประจำปีเกิด ที่เป็นทั้งบุญกุศลและทำให้คนได้เดินทางไปมาหาสู่ระหว่างพื้นที่ ป้าไลยังบอกอีกว่า ถ้าจะไปทำบุญให้เดินเข้าทางประตูหน้าวัด และต้องเป็นประตูใหญ่ตรงกลางที่มีรูปปั้นสิงห์คู่ขนาดใหญ่ตั้งอยู่

02

ถนนอินทยงยศ

ถนนอินทยงยศ, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

อาจารย์สถาปัตยกรรมท่านหนึ่งแนะนำว่า ถ้าคนรักเมืองได้ไปลำพูน ให้ลองเดินถนนอินทยงยศ ตั้งแต่ประตูเมืองช้างสียาวไปประมาณ 1 กิโลเมตรจนถึงประตูเมืองลี้ สมัยก่อนถนนเส้นนี้เป็นทั้งเส้นสัญจรหลักและย่านเศรษฐกิจสำคัญ เป็นถนนที่เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ผู้ครองนครลำพูนองค์สุดท้าย ประทับช้างเจากคุ้มหลวงลำพูนมาสักการะพระธาตุฯ เป็นจุดตั้งของธุรกิจเก่าแก่ที่ยังดำเนินกิจการมาถึงทุกวันนี้ เช่น โรงแรมศรีลำพูน โรงแรมแห่งแรกของจังหวัดลำพูน ห้องภาพดาราลำพูน ห้างแจ่มฟ้า ขณะเดียวกันก็มีธุรกิจใหม่อย่าง Temple House ที่บูรณะตึกเก่าหลังวัดพระธาตุฯ ให้เป็นคาเฟ่และแกลเลอรี่ของคนรุ่นใหม่ 

ถนนอินทยงยศ, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน
ถนนอินทยงยศ, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน
ถนนอินทยงยศ, CEA, ลำพูน

สองข้างถนนอินทยงยศเรียงรายไปด้วยสถานที่ที่สำคัญๆ อย่างวัดพระธาตุหริภุญชัย วัดช้างสี จวนผู้ว่าราชการจังหวัด ศาลากลางประจำจังหวัด พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย สถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์นของธนาคารนครหลวงไทยเก่า พิพิธภัณฑ์ปั๊มน้ำมันสามทหาร ที่เหลือที่นี่แห่งเดียวในประเทศไทย อาคารพาณิชย์ทั้งแบบตึกแถวในปัจจุบัน และแบบเรือนแปที่เป็นอาคารกึ่งไม้กึ่งปูน ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากพ่อค้าคนจีนที่เข้ามาค้าขาย อาคารอินทพานิชที่เคยเป็นทั้งโรงทอผ้า ชมรมสามล้อ และร้านขายจักรยานร้านแรกของเมือง ตึกชมพูนุทที่ปัจจุบันเป็นร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า และจุดถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยวและสื่อต่างชาติ จุดเด่นคือฟาซาดที่มีหน้าตาเหมือนรวงผึ้ง เดิมทีไม่ได้เป็นแบบนี้ แต่ได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ที่ใช้เทคนิคนี้ในการซับเสียง 

อินทยงยศเป็นถนนที่รวมไว้ซึ่งความเก่าและความใหม่ของศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนลำพูน อาคารต่างๆ ยังมีการใช้งานเหมือนหยุดเวลาเอาไว้ พร้อมกับกิจการของเด็กรุ่นใหม่ที่ค่อยๆ ก้าวเข้ามา

03

พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูนและคุ้มเจ้ายอดเรือน

พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูนและคุ้มเจ้ายอดเรือน, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน
พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูนและคุ้มเจ้ายอดเรือน, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูนเคยเป็นคุ้มเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์ลำพูน (พุทธวงษ์ ณ เชียงใหม่) สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2455 แล้วจึงขายให้พ่อค้าคนจีนในราคา 58,000 บาท เพื่อใช้เป็นโรงเรียนหวุ่นเจิ้งสอนภาษาจีนและคณิตศาสตร์ แต่เปิดได้ไม่กี่ปีก็ถูกสั่งปิด เพราะโดนรัฐบาลเพ่งเล็งว่าจะเป็นลัทธิคอมมิวนิสต์ จึงเปลี่ยนเป็นโรงเรียนมงคลวิทยา ก่อนนำมาใช้เป็นพิพิธภัณฑ์เช่นในปัจจุบัน

พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูนนำเสนอวัฒนธรรมร่วมสมัยของจังหวัด โดยใช้พื้นที่คุ้มเจ้าเก่าที่มีลักษณะเป็นเรือนสะระไนสองชั้น มีหลังคาหน้าจั่วและตกแต่งด้วยสะระไนบนชายคาปีกนกตามแบบฉบับเรือนไม้เมืองลำพูน พิพิธภัณฑ์เล่าเรื่องราวของเมืองผ่านสิ่งของในชีวิตประจำวันจากอดีตที่ชาวลำพูนนำมาบริจาค ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า สลากกินแบ่งที่ไม่ถูกรางวัล ปกนิตยสารประจำจังหวัด โปสเตอร์รูปถ่ายนางงาม ประวัติความเป็นมาและพัฒนาการของสถาปัตยกรรมของลำพูน

พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูนและคุ้มเจ้ายอดเรือน, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน
พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูนและคุ้มเจ้ายอดเรือน, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

เดินต่อไปเพียงหนึ่งนาทีจะถึงคุ้มเจ้ายอดเรือน คุ้มเจ้าอีกแห่งที่มีความสำคัญมากของจังหวัด ก่อนเคยเป็นของเจ้ายอดเรือน ชายาองค์สุดท้ายของเจ้าหลวงจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์สุดท้าย คุ้มเจ้ายอดเรือนหลังนี้เป็นแบบเรือนสรไนแบบชาวยอง ทำด้วยไม้สัก ใต้ถุนโล่ง หลังคาหน้าจั่วผสมปั้นหยา มีสะระไนอยู่ทุกมุมชายหลังคา แสดงว่าเป็นเรือนของเจ้า ถ้าบ้านคนธรรมดาจะมีแค่สองมุม

เนื่องจากใช้วิธีสร้างแบบโบราณ ทำให้คุ้มเจ้ายอดเรือนได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยามฯ ในบ้านมีข้าวของเครื่องใช้จริงจากสมัยที่เจ้ายอดเรือนยังมีชีวิตอยู่ รวมถึงรูปของเจ้าหลวงจักรคำขจรศักดิ์ที่มีข้อความเขียนว่า “ให้ยอดเรือนไว้โดยความรัก ๑๓/๑๑/๖๖”

04

กาดบ้านทาดอยแก้ว

กาดบ้านทาดอยแก้ว, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

นั่งรถออกจากตัวเมืองไปประมาณครึ่งชั่วโมงบนถนนซูเปอร์ไฮเวย์ลำปาง-ลำพูน จะเจอกาดบ้านทาดอยแก้วที่อำเภอแม่ทา เมื่อก่อนที่ตรงนี้เป็นแค่ทางผ่านของชาวบ้านที่เข้าไปเก็บอาหารในป่า พอมีคนแวะสอบถามขอซื้อจำนวนมากเข้า เลยกลายเป็นตลาดสดที่ไม่เหมือนตลาดสดอื่น เพราะวัตถุดิบที่ขายไม่ได้มาจากอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ส่วนหนึ่งเป็นของป่าที่ผลิตขึ้นตามธรรมชาติในป่าดิบชื้นรอบๆ อีกส่วนคือพืชและสัตว์ที่เหลือกินจากที่ชาวบ้านปลูกหรือเลี้ยงไว้ในครัวเรือน เช่น หมูป่า ไก่บ้าน และตลาดจะเริ่มคึกคักในช่วงสายไปถึงช่วงเย็น

กาดบ้านทาดอยแก้ว, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน
กาดบ้านทาดอยแก้ว, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

ถ้าไม่ใช่คนท้องถิ่นหรือคนเหนือ อาจจะไม่รู้จักของป่าเกินครึ่งที่ขายในตลาด ทั้งผักปั๋ง จิ๊กกุ่ง มะขวง และผำ แต่พอคุยกับแม่ค้า ก็ได้รู้ว่าผักปั๋งเอาไปต้มกับแหนมอร่อย จิ๊กกุ่งคือแมลงคล้ายกับจิ้งหรีดตัวใหญ่ มะขวงมีกลิ่นฉุนนิยมใส่ยำ ใส่แกง ส่วนผำหน้าตาคล้ายไข่ปลาเม็ดเล็กๆ อุดมไปด้วยโปรตีน และคนท้องถิ่นนิยมนำไปคั่ว ช่วงที่เราไปกำลังเข้าหน้าฝน เลยมีเห็ดนานาชนิดวางขายแทบทุกร้าน นอกจากนี้ยังมีอาหารพื้นเมืองปรุงสุกพร้อมทานขายด้วย 

กาดบ้านทาดอยแก้ว, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

กาดบ้านทาดอยแก้วเป็นสถานที่ที่เราจะทำความรู้จักวิถีชีวิตของคนลำพูน (และคนจากจังหวัดใกล้ๆ) ได้เป็นอย่างดี ผ่านอาหารการกินและบทนทนาสั้นๆ ไม่กับพ่อค้าแม่ค้า ก็กับลูกค้าด้วยกัน ที่เห็นเรายืนเก้ๆ กังๆ ก็เลยแนะนำสูตรอาหารเมืองให้ลองกลับไปทำเสียเลย

05

ผ้าไหมยกดอก

ผ้าไหมยกดอก, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน
ผ้าไหมยกดอก, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

ผ้าไหมยกดอกเกิดขึ้นในคุ้มเจ้าหรือวัง เมื่อเจ้าหญิงส่วนบุญ พระชายาของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ผู้ครองนครลำพูนองค์สุดท้าย ได้ร่ำเรียนวิธีการทอลวดลายสวยงามด้วยวิธีการทอแบบยกดอก จากที่มีการทอผ้าฝ้ายยกดอกอยู่แล้ว ก็พัฒนาเป็นผ้าไหมโดยมีการผสมดิ้นเงินดิ้นทองเข้าไปเพื่อความสวยงาม สมัยก่อนผ้าไหมยกดอกเคยใช้เฉพาะในชนชั้นสูงและราชสำนัก ในปัจจุบันกลายเป็นที่นิยมของคนทั่วไป มีจุดเด่นอยู่ที่ลวดลายที่นูนขึ้นมาจากเนื้อผ้าและสีสันที่ผสมได้หลากหลายกว่า ซึ่งต้องใช้เทคนิคการทอที่ซับซ้อนโดยเพิ่มเส้นพุ่ง 2 เส้นหรือมากกว่านั้น 

ผ้าไหมยกดอก, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

ผ้าลายธรรมดาใช้เวลาการทอประมาณ 2 สัปดาห์ ถ้าลายพิเศษก็อาจจะนานถึงหนึ่งเดือน แหล่งทอผ้าปัจจุบันอยู่ที่อำเภอลี้และอำเภอทุ่งหัวช้าง และมีโรงทอผ้าเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง แต่ยังเป็นภูมิปัญญาและสินค้าเศรษฐกิจที่นำเงินและความภาคภูมิใจมาให้คนลำพูนจำนวนมาก รายได้จากผ้าหนึ่งผืนไม่ใช่แค่สำหรับผู้ประกอบการเจ้าของโรงทออย่างเดียว แต่เป็นอีกอย่างน้อย 5 ครอบครัวที่จะได้ประโยชน์จากผ้าผืนนี้ ตั้งแต่คนฟอกย้อมไหม คนเตรียมเส้นยืน คนทอ คนตรวจคุณภาพ ผ้าผืนหนึ่งคืองานฝีมือของคนห้าคนที่มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

และไม่ได้โด่งดังแค่ในประเทศเท่านั้น ผ้าไหมยกดอกได้รับความสนใจจากนานาชาติ จน BVLGARI แบรนด์เนมชื่อดังจากอิตาลีนำไปทำเป็นผ้าพันคอเพื่อขายทั่วโลก 

06 

สามล้อลำพูน

สามล้อลำพูน, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

สามล้อเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของจังหวัดที่แสดงให้เห็นวิถีชีวิตของคนลำพูนได้ดีที่สุด เป็นยานพาหนะที่เหมาะกับเมืองขนาดเล็กที่ไม่รีบเร่ง สมัยก่อนมีวินสามล้ออยู่ 3 จุด หน้าตึกอินทพานิชหลังวัดพระธาตุฯ โรงแรมศรีลำพูน และตลาดหนองดอก แต่เมื่อเวลาผ่านไป มียานพาหนะใหม่ๆ เข้ามาก็ทำให้ความนิยมของสามล้อลดลงไปด้วย เหลือแค่คนเฒ่าคนแก่ที่ยังชินกับการใช้สามล้อในการเดินทางอยู่

สามล้อลำพูน, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน
สามล้อลำพูน, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

สามล้อเกือบทุกคันดูเก๋าเหมือนผ่านกาลเวลาและประสบการณ์มาสิบๆ ปี รถพ่วงที่นั่งด้านหลังมีลวดลายและสไตล์แตกต่างกันแล้วแต่ชอบ บางคันเรียบๆ บางคันหวือหวา แต่เกือบทุกคันจะมีป้ายไวนิลโฆษณาห้อยไว้ด้านหลัง ค่าจ้างติดโฆษณาราคา 100 บาทต่อเดือน

สามล้อลำพูน, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

คนขี่สามล้อในวันนี้ถ้าไม่ขี่มาตั้งแต่หนุ่มๆ ก็สืบทอดสามล้อมาจากพ่อ ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา มีคนขี่สามล้อที่ซื้อสามล้อใหม่เพราะอยากขี่เพียงแค่ 2 รายเท่านั้น เลยเป็นโจทย์ยากให้ Lamphun New Gen กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ทำงานขับเคลื่อนลำพูน ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้สามล้อยังอยู่ต่อไป เกิดเป็นไอเดียสร้างนักขี่ขึ้นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียนหรือคนที่อยากมีรายได้เสริม ให้มาอบรมการขี่สามล้อและการนำเที่ยวในอนาคตอันใกล้ และจะเปลี่ยนสามล้อจากระบบถีบเป็นระบบกึ่งไฟฟ้าเพื่อทุ่นแรง ไปจนถึงพัฒนาแอปพลิเคชันให้ง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น โดยหวังว่าจะได้ผู้ขี่และผู้ใช้รุ่นใหม่ๆ มาต่อลมหายใจให้ยานพาหนะนี้อยู่คู่เมืองลำพูนต่อไป

07

Temple House

Temple House, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

Temple House ตั้งอยู่ตรงข้ามกับด้านหลังของวัดพระธาตุหริภุญไชยบนถนนอินทยงยศ เรียกได้ว่าจุดตัดของวัฒนธรรมเก่าแก่กับกิจการรุ่นใหม่ที่ลงตัวสุด ขณะที่คนรุ่นตายายเดินเข้าวัด คนรุ่นใหม่ก็เดินเข้าคาเฟ่และแกลเลอรี่แห่งนี้ 

คอนเซปต์แรกเริ่มของ Temple House ไม่ใช่ร้านกาแฟหรือแกลเลอรี่ แต่เป็นที่ที่คนมานั่งคุยกันเรื่องอนาคต แลกเปลี่ยนบทสนทนา ความรู้ ความสนใจ และไอเดียความคิดสร้างสรรค์ โดยหวังว่าที่แห่งนี้จะเป็นตัวอย่างของการใช้ชีวิตอีกรูปแบบหนึ่งที่อาจจะยังไม่คุ้นเคยในเมืองลำพูน สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่านฟังก์ชันของสถานที่ และดึงดูดให้เด็กรุ่นใหม่เลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่บ้านมากขึ้น 

Temple House, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน
Temple House, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

จากคอนเซปต์ในหัว Temple House ได้กลายเป็นคอมมูนิตี้ที่คนหลากหลายมาเจอกันจริงๆ มีทั้งพนักงานบริษัทในสิงคโปร์ย้ายมาลำพูนเพราะใช้ระบบ Remote Working ผู้กำกับหนังดังมานั่งเขียนบท สถาปนิกที่ทำงานร่วมกับธรรมชาติ นักโฆษณาบริษัทใหญ่ นักดนตรี ศิลปิน นักการเมือง เศรษฐีชาวเนเธอร์แลนด์ที่อยากย้ายมาอยู่ที่นี่ และนักธุรกิจชาวบราซิลที่บินมาศึกษาธรรมะ เมื่อลูกค้าคนหนึ่งแนะนำให้รู้จักอีกคนหนึ่ง อีกคนหนึ่งก็แนะนำให้รู้จักอีกคนหนึ่ง เป็นทอดๆ ต่อไปเรื่อยๆ 

Temple House, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

ถ้ามองด้วยตาเปล่า จะพบว่าด้านล่างเป็นร้านกาแฟและร้านขายของดีไซน์ หนังสือ ส่วนด้านบนเป็นแกลเลอรี่ที่หมุนเวียนแสดงงานศิลปินชาวลำพูนตลอดปี แต่คำนิยามทั้งสองอาจอธิบายตัวตนของ Temple House ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะร้านในวันนี้เป็น Third Place ที่สร้างคอนเนกชันให้กับคนลำพูน ทั้งที่เป็นคนลำพูนโดยกำเนิดและคนลำพูนโดยทางเลือกได้อย่างแท้จริง

08

อุทยานธรรมะและหอศิลป์อินสนธิ์ วงศ์สาม

อุทยานธรรมะและหอศิลป์อินสนธิ์ วงศ์สาม, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน
อุทยานธรรมะและหอศิลป์อินสนธิ์ วงศ์สาม, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

ช่วงวัยหนุ่มของ อินสนธิ์ วงศ์สาม หรือ คุณลุง (เรียกตามหลานสาวและหลานเขยของเขา) ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในประเทศ เขาเดินทางด้วยสกูตเตอร์จากไทยสู่หลายประเทศในทวีปยุโรป เรียนรู้ แสดงงาน ก่อนจะย้ายไปใช้ชีวิตที่สหรัฐอเมริกาอีกเกือบ 10 ปี ก่อนจะกลับมาอยู่บ้านเกิดที่เมืองลำพูนด้วยเหตุผลที่ว่า “บ้านเฮาดีที่สุด”

ลำพูนในวันนี้เต็มไปด้วยศิลปินที่ทำงานศิลปะร่วมสมัยทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ เป็นเพราะความเงียบสงบของเมืองที่เอื้อต่อการจินตนาการและความน่าอยู่สบายตัวที่ดึงดูดให้ศิลปินมาอยู่ที่นี่ และศิลปินที่เก๋าที่สุดในบรรดาทั้งหมดคงหนีไม่พ้นคุณลุงอินสนธิ์ เจ้าของอุทยานธรรมะและหอศิลป์อินสนธิ์ วงศ์สาม

อุทยานธรรมะและหอศิลป์อินสนธิ์ วงศ์สาม, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน
อุทยานธรรมะและหอศิลป์อินสนธิ์ วงศ์สาม, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

ที่แห่งนี้เคยเป็นอุทยานธรรมะตามชื่อในสมัยที่ป้าแหม่ม ภรรยาของคุณลุงยังมีชีวิตอยู่ แต่ปัจจุบันเป็นสถานที่เก็บงานศิลปะตลอดชีวิตของศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) ประจำ พ.ศ. 2542 คนนี้ ประกอบไปด้วย 5 เรือนเก่าสไตล์คนยอง โรงไม้ และโกดังเก็บของ แสดงผลงานของคุณลุงตั้งแต่สมัยที่อยู่อเมริกาฯ จนถึงนิทรรศการที่ทำขึ้นเมื่อปีที่แล้ว และทุกวันนี้คุณลุงก็ยังวาดภาพอยู่

อุทยานธรรมะและหอศิลป์อินสนธิ์ วงศ์สาม เติบโตจากที่เก็บสถานที่ปฏิบัติธรรมะของป้าแหม่ม เป็นแกลเลอรี่แสดงผลงานของคุณลุง สู่แหล่งความรู้ของศิลปินยุคใหม่ที่หมุนเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียนศิลปินในวัย 86 คนนี้ เป็นที่ทำงานของบัณฑิตเอกภาพพิมพ์จบใหม่ แม้แต่งานประติมากรรมของคุณลุงที่ตั้งไว้ในสวนก็ยังได้ทำหน้าที่เป็นเครื่องเล่นให้เด็กๆ ในอำเภอป่าซางเข้ามาปีนป่ายหลังเลิกเรียน อย่างกับสถานที่นี้ได้ขับเคลื่อนศิลปินและคนทำงานสร้างสรรค์ในพื้นที่ไปโดยอัตโนมัติ

09

กล้วยทอดโค้งครูบา

กล้วยทอดโค้งครูบา, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน
กล้วยทอดโค้งครูบา, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

ป้าฉลวย หมอนสะอาด ไม่ใช่คนลำพูนโดยกำเนิด แกย้ายถิ่นฐานมาจากบางปะอินและเริ่มทำร้านกล้วยทอดโค้งครูบาเมื่อประมาณ 40 ปีก่อน ผ่านการลองผิดลองถูก จนเจอสูตรที่ทำให้กล้วยทอดร้านนี้เป็นที่รักชาวของลำพูน โดยมีจุดเด่นคือ แป้งเคลือบน้อย รสชาติดี สะอาด และมีความพิถีพิถันในกระบวนการทำ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ กล้วยทอดร้านนี้ได้กลายเป็นของดีที่ถ้าไม่ลองแปลว่ายังไม่ถึงลำพูนโดยไม่รู้ตัว

กล้วยทอดโค้งครูบา, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

ลูกค้าประจำส่วนใหญ่เป็นคนลำพูนเอง มีบ้างที่เป็นนักท่องเที่ยว หรือคนที่มาจากจังหวัดใกล้เคียงอย่างเชียงใหม่ จนมีคนเคยมาตื้อให้ป้าไปเปิดสาขาที่เชียงใหม่ด้วย แถมยังมีลูกค้าประจำเป็นนายกรัฐมนตรีและดาราหลายคน มาซื้อทีก็ซื้อกลับไปเยอะและบอกต่อปากต่อปาก

กล้วยทอดโค้งครูบาขยับขยายจากแผงตรงหัวโค้งถนน มาเป็นหน้าบ้านในซอยป้าฉลวย และนอกจากคนลำพูนจะรักกล้วยทอดร้านนี้มาหลายสิบปี ป้าฉลวยก็รักเมืองลำพูนเหมือนเป็นบ้านเกิดของตัวเอง รักแบบที่ป้าบอกว่า “เกิดอีกทีจะขอมาเกิดที่ลำพูน”

10

สมใจกาแฟโบราณ

สมใจกาแฟโบราณ, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

สมใจกาแฟโบราณคือร้านกาแฟของ สม สุริยะ ที่ทุกคนเรียกกันว่า ลุงสม เป็นร้านกาแฟรถเข็นที่ปัจจุบันอยู่บริเวณริมกำแพงคุ้มหลวงลำพูนในตลาดหนองดอก ถ้านึกภาพไม่ออก ให้นึกถึงสภากาแฟที่คนท้องถิ่นมาคุยแลกเปลี่ยนเรื่องเหตุการณ์บ้านเมืองเป็นประจำทุกเช้า

สมใจกาแฟโบราณ, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน
สมใจกาแฟโบราณ, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

ลุงสมมีอาชีพทำกาแฟ ชา และเครื่องดื่ม มาตั้งแต่สมัยวัยรุ่นที่ทำงานในร้านอาหารจีน ก่อนจะลาออกเพื่อนำเงินเก็บมาเช่าห้องแถวหน้าศาลากลาง เปิดร้านขายกาแฟเองเมื่อประมาณ 60 ปีก่อน โดยเปิดบริการทุกวันไม่มีวันปิด ลูกค้าประจำส่วนใหญ่เป็นข้าราชการที่ทำงานที่ศาลากลางจังหวัด บ้างแวะมากินไข่ลวกพร้อมกาแฟตอนเช้า บ้างก็สั่งให้ไปส่งที่ทำงาน สามล้อหรือคนที่มารอรถไฟ ไปจนถึงนักกีฬาในจังหวัด

แม้วันนี้ที่ลุงสมจะย้ายร้านจากห้องแถวมาเป็นรถเข็น โดยมีหลานชายมาช่วยขายช่วงเช้า คนลำพูนก็ยังแวะเวียนไปดื่มกาแฟโบราณและไข่ลวกที่เสิร์ฟพร้อมชาร้อนของลุง เพื่อถกเถียงเรื่องปัญหาบ้านเมืองกับลุงทุก 10 โมงเช้า

11

ไส้อั่วยายปี๋

ไส้อั่วยายปี๋, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

หน้าตาของไส้อั่วยายปี๋ไม่ใช่เส้นขดเป็นวงกลมเหมือนที่เราเห็นทั่วๆ ไป แต่เป็นแท่งความยาวประมาณหนึ่งคืบ และเป็นอย่างนี้มาตลอดตั้งแต่สมัยยายปี๋เริ่มทำเมื่อ 60 กว่าปีก่อน ยายปี๋เริ่มกิจการจากการทำเส้นก๋วยเตี๋ยว แต่สู้คนจีนไม่ไหว เลยเปลี่ยนมาทำร้านกับข้าวอย่างลูกชิ้นทอด แหนม เช้าไปขายที่ตลาดแล้วก็กลับมาขายที่บ้านต่อ ก่อนจะเหลือขายแค่ไส้อั่วที่สืบทอดโดยลูกสาว แม่ศรีภา ห่านทิรัญ ซึ่งเป็นของฝากที่คนลำพูนรักมากมาจนวันนี้

ไส้อั่วยายปี๋, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

ความโดดเด่นของไส้อั่วยายปี๋คือมันน้อย เน้นคัดเฉพาะเนื้อสันคอและสามชั้นอีกนิดหน่อย ผสมกับพริกแห้ง ตะไคร้ กระเทียม ใบมะกรูด ต้นหอมผักชี ตำละเอียดพร้อมปรุงรส รสชาติอร่อยถูกใจทั้งคนลำพูนและนักท่องเที่ยว ถึงขนาดมีห้างสรรพสินค้าที่กรุงเทพฯ มาติดต่อขอรับไปขาย (แน่นอนว่าแม่ศรีภาปฏิเสธ)

ในร้านนอกจากจะขายไส้อั่วและแคปหมูแล้ว แม่ศรีภายังรับฝากขายอาหารและขนมอื่นๆ เพื่อที่เวลาลูกค้ามาซื้อจะได้ของฝากครบถ้วน และยังเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการคนอื่นๆ ไปด้วยในตัว แต่แเงื่อนไขคือแม่ศรีภาต้องชิมก่อน ถ้าอร่อยมีคุณภาพถึงจะรับฝาก หรือถ้าลูกค้ามีฟีดแบ็ก แม่ศรีภาก็จะเสนอให้เจ้าของปรับปรุง

เราแอบถามคุณยายที่ต่อแถวจ่ายเงินก่อนหน้าว่ามาซื้อบ่อยหรือเปล่า ยายหัวเราะก่อนตอบว่า “โอ๊ย กินมาตั้งแต่รุ่นแม่แล้ว”

12

River Festival

River Festival, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

ทุกช่วงลอยกระทงของทุกปี ลำพูนจะจัดเทศกาลถวายโคม ซึ่งถือเป็นประเพณีคู่เมืองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนยุคที่ธุรกิจการบินเริ่มเฟื่องฟูและลำพูนเป็นทางผ่านของการขึ้นลงของเครื่องบิน กิจกรรมลอยโคมจึงต้องล้มเลิกเพื่อเปลี่ยนมาเป็นการแขวนโคมแทน ปรากฏจำนวนโคมที่ทำขึ้นเพื่อทำบุญถวายก็มากขึ้นตามกาลเวลา จากหลักพันเป็นหลักหมื่นเป็นหลักแสน จนไม่มีที่แขวนในเมือง

River Festival, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

Lamphun New Gen ซึ่งทำกิจกรรมเกี่ยวกับการดูแลต้นไม้ใหญ่และแม่น้ำในจังหวัดอยู่แล้ว พวกเขาเสนอไอเดีย River Festival เพื่อเฉลิมฉลองการถวายโคม โดยนำโคมที่คนมาบริจาคให้วัดไปตกแต่งริมแม่น้ำกวง มีงานแสดงแสงสีเสียงเล่าเรื่องเมืองตลอดสองฝั่ง ลำพูนอาร์ตมาร์เก็ตขายของดีไซน์หลากหลาย ร้านอาหารพื้นเมืองมีทั้งเมนูดั้งเดิมและเมนูที่นำเสนอในรูปแบบใหม่ๆ 

River Festival, CEA, ลำพูน, ที่เที่ยวลำพูน

ความน่าสนใจของเทศกาลนี้ คือการร่วมมือของหลายหน่วยงานในจังหวัด ทั้งเทศบาล วัด คนลำพูน และกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่เริ่มจากการทำสิ่งที่ตัวเองถนัด ในงบประมาณที่มี มาช่วยกันสร้างกิจกรรมที่บอกเล่าเรื่องราวของลำพูนให้ทั้งคนในและคนนอก สเตปต่อไปที่กลุ่ม Lamphun New Gen จะต่อยอด คือการพัฒนาแม่น้ำกวงให้คนลงไปเล่นน้ำได้

ขอขอบคุณ
คุณไชยยง รัตนอังกูร
คุณชีระโชติ สุนทรารักษ์
คุณเพ็ญพัชร สุนทรารักษ์
คุณพัฒนา กัณฑอุโมงค์
คุณอรัญญา กัณฑอุโมงค์
ดร.เพ็ญสุภา สุคตะ
คุณนเรนทร์ ปัญญาภู
คุณณรัศมิน ขัติยะวรา
คณาจารย์และนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

Writer

พิมพ์อร นทกุล

อดีตเด็กบัญชี เชื่อในบทสนทนาที่ดี และมีความสุขกับการเล่าเรื่องราวต่างๆ ส่วนใหญ่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

เคยได้ยินไหมว่าแม้จะออกกำลังกายดีแค่ไหน แต่ถ้ากินไม่ดี ยังทานอาหารที่เต็มไปด้วยสารพิษ คำว่า ‘แข็งแรง’ อาจไม่เกิดขึ้นจริง จะเด็กหรือผู้ใหญ่ จะมีโรคหรือไม่ การ ‘กินดี’ จึงเป็นหัวใจสำคัญของคนทุกรุ่น ทุกวัย 

เราจึงรวบรวมสารพัด 14 กิจการทั่วไทยที่เชื่อเรื่องอาหารเป็นยา และเชื่อว่าการกินดีคือทางออกของทุกปัญหา ทั้งร้านสมุนไพรโบราณเก่าแก่ประจำเมือง ร้านอาหารปลูกผักปลอดสาร ไอศกรีมจากพืชผักอินทรีย์ของเกษตรกรไทย ไหนจะเครื่องดื่มมากสรรพคุณจากข้าวท้องถิ่น ไม่ว่าจะปักหมุดแวะเวียนไปร้านไหน ก็ได้ ‘กินดี’ ทั้งสิ้น 

ความพิเศษคือร้านเหล่านี้ไม่ได้ดีต่อท้องไส้และร่างกายของเราเท่านั้น แต่ยังเรียกว่าดีแบบ 4 in 1 

เพราะนอกจากสุขภาพจะดีแล้ว สิ่งแวดล้อมก็ดีตาม แถมเกษตรกรไทยยังมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งกายและใจ เพราะร้านส่วนใหญ่ตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียว เราจึงได้นั่งรับลมชมบรรยากาศดี ๆ ตามไปด้วย

01

เครื่อมดื่มซูเปอร์ฟู้ดแบบญี่ปุ่นจากข้าวท้องถิ่นไทย

YoRice 

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

เราต่างรู้กันดีว่าในบรรดาสายพันธุ์ข้าวทั่วโลก ‘ข้าวไทย’ มีชื่อเสียงไม่แพ้ข้าวเมืองใด แต่ไฉนความเป็นอยู่ของชาวนาไทยกลับยากลำบาก และคนไทยกลับรู้จักข้าวไทยอยู่เพียงไม่กี่สายพันธุ์

ด้วยคำถามเดียวกันนี้เอง ปอ-ภราดล พรอำนวย จึงหันกลับมามองข้าวไทยเพื่อนำมาต่อยอดให้มีคุณค่า โดยได้รับคำแนะนำจากคุณหมอที่เชื่อเรื่องการทานอาหารให้เป็นยา และทำงานวิจัยเรื่องข้าวอย่าง นพ.ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ ว่าหากอยากสร้างความยั่งยืนให้พี่น้องเกษตรกรไทยจริง ๆ เราต้องเพิ่มคุณค่าให้เมล็ดข้าวที่คนอาจไม่เห็นค่า 

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

“คุณหมอเสนอไอเดียกับเราว่า ญี่ปุ่นมีอาหารชนิดหนึ่งเป็น Super Food ของเขา นั่นคือ อามาซาเกะ (Amazake) หรือสาเกหวานไม่มีแอลกอฮอล์ เกิดจากการหมักข้าวให้เกิดคุณค่าทางอาหารมากขึ้นด้วยโคจิ (Koji) เราเกิดไอเดียลองรับซื้อข้าวไทยพันธุ์ต่างๆ ที่ได้จากพี่น้องเกษตรอินทรีย์ รวมถึงผู้คนในค่ายอพยพ ไม่ว่าจะสวยหรือหัก มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มอามาซาเกะจากข้าวไทยภายใต้แบรนด์ ‘YoRice’ ออกมา” ปอเล่าความตั้งใจ

ฟังดูเหมือนจะง่าย แต่กว่าจะได้ YoRice ขวดแรกออกมา เขาและเหล่าเพื่อนต้องเสียเวลาและน้ำตาไปเกือบ 1 ปี เริ่มตั้งแต่ลองปลูกข้าวด้วยตนเอง เพื่อให้เข้าใจความยากลำบากของเกษตรอินทรีย์ ศึกษาการเลี้ยงโคจิ ซึ่งเป็นเชื้อราชนิดหนึ่งที่ต้องใช้เวลากว่า 70 ชั่วโมงถึงจะนำมาหมักข้าวต่ออีก 14 ชั่วโมง จนได้เป็นอามาซาเกะจากข้าวไทยรสชาติต่างๆ แม้จะปราศจากการเติมน้ำตาล แต่ได้รสชาติหอมอร่อยที่คนแพ้แลคโตสทานได้ คนทานมังสวิรัติทานดี 

มีทั้งรสออริจินัลจากข้าวญี่ปุ่นและข้าวหอมมะลิ และรสข้าวหอมมะลินิลสุรินทร์จากจังหวัดสุรินทร์ 

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

YoRice จึงเป็นเครื่องดื่ม 4 in 1 ที่ช่วยสร้างสิ่งดีๆ ถึง 4 ด้าน นั่นคือ หนึ่ง ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ได้ทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพราะอามาซาเกะอุดมด้วยแบคทีเรียดี ใยอาหาร วิตามินบี แร่ธาตุ และกรดอะมิโนที่ดีต่อร่างกาย สอง เกษตรกรอินทรีย์ทั่วประเทศมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สาม ผู้อพยพไร้รัฐมีโภชนาการอาหารที่ยั่งยืนกว่าเก่า และสี่ สนับสนุนพันธุ์ข้าวไทยพื้นเมืองที่กำลังจะหายไป ให้กลับมามีชีวิตในสายตาคนไทยอีกครั้ง

ที่ตั้ง : 18 ซอย 8 (ถนนสุขเกษม) ตำบลป่าตัน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 5595 5244

Facebook : Yorice Amazake เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

02

คาเฟ่และซูเปอร์มาร์เก็ตที่อยากให้ลูกค้ากินดีและเกษตรกรมีชีวิตดีขึ้น

แสนสุขโฮมคาเฟ่ 

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้
14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

แสนสุขโฮมคาเฟ่ คือร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ตของ เจ-วิภาดา จาฏุพจน์ ที่สนใจอาหารออร์แกนิกเมื่อ 8 ปีก่อน จึงชักชวนคนที่ทำงานในโรงสีของครอบครัว ซึ่งมีที่นาเป็นของตัวเองให้หันมาทำนาออร์แกนิก แต่ช่วงแรกคนยังไม่เข้าใจ จึงเป็นหน้าที่ของเจที่ต้องแชร์มุมมองเรื่องอาหารปลอดภัยให้ทั้งเกษตรกรและลูกค้า

“คนชอบมองว่าทำไมผักผลไม้ออร์แกนิกไม่ใช้ปุ๋ยเคมีแต่ราคาแพง ยกตัวอย่างแบบนี้ สมมติเราทำนาหนึ่งแปลง ใช้คนหนึ่งคนกับยาฆ่าหญ้าก็พ่นได้หมดแล้ว คนเดียวอยู่ แต่พอเป็นออร์แกนิก หญ้าต้องถูกถอนด้วยมือ หนึ่งคนไม่จบในหนึ่งวัน เราพยายามทำให้ทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคเข้าใจเรื่องนี้มาตลอด และหวังว่ามันจะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น” 

เจเริ่มจากรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรมาบริหารจัดการใหม่ ส่วนหนึ่งนำมาวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตที่เธอเปิดขึ้นเพื่อกระจายผัก อาหารแปรรูป และเมล็ดพันธุ์จากเกษตรกร และในพื้นที่สีเขียวลมโกรกแห่งนี้ เจยังเปิดแสนสุขโฮมคาเฟ่ นำผลผลิตอีกส่วนหนึ่งมาปรุงเป็นอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อส่งต่อสิ่งดี ๆ ตั้งแต่คนต้นน้ำจนถึงคนปลายน้ำ

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

เพราะการเลือกใช้วัตถุดิบอินทรีย์ คือหัวใจสำคัญของแสนสุขโฮมคาเฟ่ เมนูในร้านจะสับเปลี่ยนไปตามผลไม้ที่ออกในฤดูกาลนั้น ๆ นอกจากปราศจากสารเคมี ยังมีรสชาติดีกว่าผลไม้นอกฤดูกาล ส่วนเมนูแนะนำที่ใครมาก็ควรลองนั้นมีนามว่า แสนสุขโรล ภายนอกคล้ายเมี่ยงสด แต่ภายในสอดไส้ของขึ้นชื่อเมืองอุบลฯ อย่างหมูยอ นอกจากนั้นยังมีข้าวยำแสนสุข เจคัดสรรสมุรไพรที่ปลูกเองในสวน มาปรุงเป็นน้ำราดสูตรพิเศษแทนน้ำบูดูของภาคใต้ 

นอกจากได้ทานอาหารดี ๆ ในสวนสวย หากอยากสนับสนุนเกษตรกรอินทรีย์ของไทย ก็เลือกซื้อสรรพสินค้าที่เจเลือกสรรไว้แล้วกลับไปทานที่บ้านได้ เรียกว่าได้กินดีทั้งนอกบ้าน แถมยังได้ต่อยอดการกินดีที่บ้านอีกด้วย

ที่ตั้ง : 215 ถนนสถลมารค ตำบลแสนสุข อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน (ปิดวันจันทร์) 09.00 – 17.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 2686 4909

Facebook : แสนสุขโฮมคาเฟ่

03

ขนมปังไร้แป้ง ไร้น้ำตาล จากวัตถุดิบอินทรีย์ ดีต่อสุขภาพ

Dancing With A Baker 

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้
14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

เชื่อว่าคนรักขนมปังอย่างเราคงรู้สึกเศร้าทุกครั้งที่พบร้านขนมปังแสนอร่อยในดวงใจ แต่กลับกินตามใจปากไม่ได้มากเพราะรู้ดีว่าหากทานเกินปริมาณที่ร่างกายควรได้รับ น้ำหนักจะขึ้นและตัวจะบวมทันที 

ก็แหงล่ะ เพราะขนมปังอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรตมากมี ด้วยปัญหาเดียวกันนี้ ‘Dancing with A Baker’ แบรนด์ขนมปังไร้แป้งและน้ำตาลของคู่รักอย่าง ตรัย สัสตวัฒนา และ พีรดา ศุภรพันธ์ จึงเกิดขึ้น 

“ทำไมเธอไม่ทำขนมปังที่กินแล้วไม่อ้วนล่ะ” พีรดาเสนอไอเดียให้ตรัย แฟนหนุ่มผู้เติบโตมากับร้านเบเกอรี่ของคุณแม่ และคุ้นชินกับการการนวดแป้ง-อบขนมมาตลอด จากข้อเสนอนั้น ตรัยเริ่มศึกษางานวิชาการและทดลองสูตรขนมปังแบบเฉพาะตัวจนหมดวัตถุดิบไปหลายร้อยกิโลกรัม เพื่อให้ได้ขนมปังทรงสี่เหลี่ยมและทรงกลมที่มีคาร์โบไฮเดรตเพียง 4 กรัม

“ในเมื่อคาร์โบไฮเดรตเยอะไม่ดี ก็อยากลองตัดแป้งออกไป แล้วหาสิ่งอื่นมาทดแทน โดยที่ยังทำให้ผิวสัมผัสเวลากินกรอบหนุบหนับเหมือนขนมปังทั่วไป มีโปรตีนสูง ไฟเบอร์และไขมันในปริมาณพอเหมาะ” ตรัยอธิบาย

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

ถึงตรงนี้หลายคนคงสงสัยว่า ขนมปังรสอร่อยแถมยังกินดีของตรัยทำขึ้นจากอะไร คำตอบนี้ปรากฏบนบรรจุภัณฑ์ของ Dancing with A Baker อย่างโปร่งใสว่า ขนมปัง 1 ชิ้นของทั้งคู่เสกสรรค์ขึ้นจากเนยฝรั่งเศส วีตโปรตีน ไข่สดใหม่ส่งตรงจากฟาร์มที่มีอายุไม่เกิน 3 วัน เมล็ดแฟล็กออร์แกนิกที่อุดมด้วยความหอมและน้ำมันช่วยเพิ่มความอร่อย อัลมอนด์ผงกลิ่นหอมจากสหรัฐอเมริกา น้ำมันมะกอกจากผลที่เก็บเกี่ยวเร็ว และแป้งมะพร้าวออร์แกนิกที่ตรัยการันตีว่าอร่อยที่สุดในไทย 

นอกจากความพิเศษของส่วนผสมทั้งหมดนี้ ทั้งคู่ยังตั้งใจให้ขนมปังถึงมือผู้รับอย่างร้านค้าและผู้บริโภคภายใน 18 ชั่วโมง หลังขนมปังกลิ่นหอมกรุ่นออกจากเตา เพื่อให้เราได้ทานขนมปังอร่อยและดีต่อสุขภาพแบบวันต่อวัน

ที่ตั้ง : 7, 5-6 ถนนประดิพัทธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 06 4961 7895

Facebook : Dancing With A Baker

04 

ร้านผลไม้ครบวงจรที่อยากพัฒนาสวนผลไม้เมืองจันท์

Generation Fruit

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้
14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

“เราทำล้ง อยู่กับเกษตรกร เรารู้ว่าเขาเหนื่อยจริงๆ ทำมาทั้งปี ขายผลผลิตก็แล้ว ยังไม่พอจ่ายหนี้ค่าปุ๋ยตลอดทั้งปีเลย มันมีแต่ทุกข์ ไม่มีแสงสว่าง แล้วอนาคตเขาก็ต้องเจอคนจีนที่พยายามจะครองตลาดอีก” 

นี่คือคำพูดจากปากของ วัฒน์-ศุภกฤษฏิ์ เย็นฉ่ำ ผู้คลุกคลีกับกิจการล้งเมืองจันท์มาเกือบ 20 ปี 

20 ปี คือระยะเวลายาวนานพอให้วัฒน์ตระหนักว่า หากไม่ทำอะไรสักอย่าง ชาวสวนผลไม้และลูกหลานเมืองจันท์ต้องย่ำแย่แน่ ๆ หลังได้แรงบันดาลใจจากรายการโทรทัศน์ของญี่ปุ่น ที่นำเสนอร้านค้ากระจายผลผลิตทางการเกษตรอย่างเป็นระบบ เช่น มีบาร์โค้ดให้ลูกค้าตรวจสอบว่า ซื้อผลไม้จากที่ไหน ข้อมูลการปลูกเป็นอย่างไร และคนปลูกเป็นใคร วัฒน์จึงบ่มเพาะโมเดลนี้อยู่กว่า 6 ปี จนเกิด ‘Generation Fruit’ แล็บน้ำผลไม้สกัดเย็นและมินิสโตร์ขายผลไม้

หากผลักประตูเข้ามาในร้าน เราจะพบคาเฟ่ผลไม้ที่ยึดหลัก ‘กินเป็นยา’ มาออกแบบบริการต่าง ๆ 

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

ทั้งผลไม้สดคัดสรรจากสวนชาวจันท์ และผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ 30 – 40 ชนิด ทั้งยังมีผลไม้ตัดแต่งที่ผ่านการล้างทำความสะอาดด้วยระบบโอโซน เพื่อฆ่าเชื้อรา แบคทีเรีย และลดสารตกค้างเรียบร้อย นอกจากนั้น ยังมีผลไม้แปรรูปอย่างเจลลี่ผลไม้ลูกกลมและแยม ซึ่งทำขึ้นจากผลไม้ในร้านที่อาจไม่งามเท่าเก่า แถมยังมีโซนบริการจัดกระเช้าผลไม้ให้ลูกค้าโดยนักโภชนาการ เพื่อให้ได้ผลไม้ที่มีสรรพคุณแตกต่างตามความต้องการของลูกค้าแต่ละคน

นอกจากบริการทั้งหมดที่ว่ามาแล้ว ความกิ๊บเก๋ที่ต้องบอกต่อคือ Generation Fruit มีบริการน้ำผลไม้สกัดเย็นที่แบ่งออกเป็น 3 หมวด ได้แก่ Balance Beauty และ Detox เช่น เมนู Multiple Vitamin ที่สกัดน้ำจากแครอท มะเขือเทศ เซเลอรี และบีทรูท ช่วยดูแลผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลั่ง และฟื้นฟูความเหนื่อยล้าจากภาระงานทั้งปวง 

ซึ่งสูตรน้ำผลไม้สกัดเย็นทั้งหมด คิดค้นโดยพนักงานรุ่นใหม่ที่จบการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร ถ้าใครอยากเสกสูตรเครื่องดื่มของตนเอง ก็หยิบผลไม้ในร้านมาให้นักทดลอง Generation Fruit รังสรรค์ได้ทันที

ที่ตั้ง : 95/9-10 หมู่ 7 ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 3329 0970

Facebook : Generation Fruit น้ำผักผลไม้สกัดเย็น ผลไม้สดนำเข้า

05

ร้าน Chef’s Table ที่ออกแบบมื้ออาหารจากการตอบแบบสอบถามสุขภาพ

บ้านสุขภาพพุทธิญา

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

“กินที่กาย ตื่นรู้ที่ใจ ให้อาหารเป็นยา” 

นี่คือหัวใจสำคัญของบ้านสุขภาพพุทธิญา ร้านอาหารแบบ Chef’s Table ที่ให้ลูกค้าตอบแบบสุขภาพล่วงหน้าเพื่อให้ เชฟฮ้ง-พุฒิพงศ์ เตชมานะชัย อดีตวิศวกรผู้รักการทำอาหารยิ่งชีพ และ จิ๊บ-สุกัญญา บุญเลิศรพ นักบำบัดจิตและนักโภชนาบำบัด จัดสรรเมนูและลำดับการทาน ให้การกินอาหารทุกเมนูช่วยฟื้นฟูสุขภาพกายใจ

แรกเริ่มเดิมทีจิ๊บเป็นนักบำบัดด้วยธรรมชาติ ซึ่งใส่ใจเรื่องการบำบัดจิตอยู่แล้ว แต่เธอไม่ได้ใส่ใจเรื่องการทานอาหารเพื่อสร้างสุขภาพกายที่ดีมากนัก กระทั่งได้เรียนรู้เรื่องธรรมชาติบำบัดด้วยอาหารและการทานอาหารให้เป็นยา ตลอดจนเธอมีโอกาสได้ตรวจสุขภาพโดยใช้คลื่นความถี่ จิ๊บจึงพบว่าร่างกายของเธอไม่ค่อยแข็งแรงนัก และตื่นรู้ว่าหากกายของเธอนั้นไม่สมบูรณ์ การพัฒนาจิตด้วยวิธีต่าง ๆ ที่ได้ร่ำเรียนมาก็ไม่เกิดประโยชน์ 

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

จากที่ทานอาหารโดยไม่สนใจที่มาและกรรมวิธีการปรุงเท่าไหร่ เธอจึงเริ่มใส่ใจมากขึ้น ประกอบกับได้รู้จักกับฮ้ง ซึ่งมาฟังการบรรยายเรื่องจิต เมื่อแนวทางความคิดสอดคล้องกัน ทั้งคู่จึงตัดสินใจเปิดร้านอาหารสุขภาพพุทธิญา โดยปิ๊งชื่อนี้ขึ้นจากการนั่งสมาธิ มีจิ๊บผู้เป็นนักโภชนบำบัดมาจัดการหน้าร้านและดูแลเมนูร่วมกับฮ้งผู้ทำหน้าที่ในครัว

รูปแบบการทานอาหารที่บ้านสุขภาพพุทธิญา จึงเป็นการสั่งจองล่วงหน้าและตอบแบบสอบถามสุขภาพทั่วไป 10 ข้อ เช่น อายุ น้ำหนัก ปัญหาสุขภาพร่างกายที่ประสบอยู่ พื้นฐานอาหารที่เสิร์ฟคืออาหารบริสุทธิ์ ปราศจากน้ำตาล ไขมัน และสารเคมีตกค้าง เน้นอาหารที่ผ่านความร้อนต่ำหรือไม่ผ่านความร้อน เพื่อให้เอนไซม์ยังคงอยู่ 

แต่ถ้าแขกผู้มารับประทานอาหารเป็นโรคเฉพาะทางที่ควรงดวัตถุดิบบางอย่าง จิ๊บจะจัดให้เฉพาะ เช่น หากเป็นไทรอยด์ห้ามทานกะหล่ำ หรือหากเป็นโรคลำไส้แปรปรวนควรงดอาหารรสเผ็ดและเปรี้ยว ส่วนเมนูซิกเนเจอร์ที่ทั้งคู่จะเสิร์ฟประจำ คือ ยำอ่อมแซบเห็ดแครง ผัดกะทิสมุนไพรตะไคร้หอม ช่วยปรับสมดุลและล้างพิษในร่างกาย

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

เมื่อมาถึงร้าน ทั้งคู่จะเสิร์ฟอาหารตามลำดับที่ร่างกายจะย่อยได้ เริ่มจากเสิร์ฟน้ำผลไม้ ผลไม้ ผัก ตามด้วยโปรตีน แป้ง ตบท้ายด้วยธัญพืช ก่อนทานอาหาร จิ๊บจะอธิบายที่มาของการเลือกวัตถุดิบแต่ละอย่างว่าเลือกเพราะวัตถุดิบนั้น ๆ มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร ระหว่างทาน จิ๊บจะแนะนำให้เคี้ยวช้า ๆ เพื่อให้กระเพาะและลำไส้ไม่ทำงานหนักจนเกินไป ทั้งแนะนำให้งดการดื่มน้ำระหว่างทาน และให้ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง เพื่อไม่ให้ร่างกายต้องทำงานหนักจนเลือกเป็นกรด

นอกจากจะได้ทานอาหารรสอร่อย การกินอาหารที่บ้านสุขภาพพุทธิญายังทำให้คนทานตื่นรู้ด้านอาหารทางใจและเปลี่ยนวิถีการกินใหม่เมื่อกลับบ้านด้วย 

ที่ตั้ง : ซอยเกษมสันต์ 2 ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 063 195 9782 (ติดต่อนัดหมายทางโทรศัพท์ล่วงหน้า)

Facebook : บ้านสุขภาพพุทธิญา : ดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด

06

คาเฟ่ที่เสิร์ฟกาแฟส้มซ่าและเอสเพรสโซ่คอนปันน่าจากน้ำตาลโตนด

แต้ม คาเฟ่ T’aime Cafe

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

แม้อาคารอันเป็นที่ตั้งของ ‘แต้ม คาเฟ่ T’aime Cafe’ จะดูใหม่เพราะการตกแต่ง แต่ประสบการณ์การทำกาแฟของ ตั้ม-มนัส สมสวัสดิ์ นั้นมีมากว่า 10 ปี จากคนที่ไม่ชอบทานกาแฟแม้แต่น้อย บัดนี้กาแฟคือส่วนหนึ่งในชีวิตเขา

“ในภาษาไทย ชื่อร้านจะอ่านว่า แต้ม เพราะเป็นชื่อของหมาที่ผมรักมาก ๆ แต่เสียไปแล้ว ส่วนในภาษาฝรั่งเศส มันคือ T’aim ที่แปลว่า ความรัก เพราะผมทำร้านนี้ขึ้นมาด้วยแพสชันและความรักในกาแฟ” ตั้มยืนยันอย่างนั้น

ความรักและแพสชันในการทำร้านกาแฟของตั้มนั้นมีหลายความหมาย ความหมายที่หนึ่งคือตั้มจะคัดเลือกวัตถุดิบทุกอย่างด้วยตนเองทั้งหมด ตั้งแต่เมล็ดกาแฟของไทยและต่างชาติ ที่ต้องคั่วอ่อนถึงปานกลางเท่านั้น เพราะดึงรสชาติกาแฟออกมาได้ดีที่สุด ส่วนวัตถุดิบอื่น ๆ ที่นำมาเสิร์ฟในร้าน ก็ต้องดีต่อสุขภาพและโลกใบนี้ 

14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้
14 คาเฟ่และร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัย ดีต่อคนกิน คุณภาพชีวิตเกษตรกร และโลกใบนี้

นอกจากเมนูเอสเปรสโซ่ คาปูชิโน ลาเต้ และกาแฟดริปที่เขาหลงใหลเป็นพิเศษ ตั้มยังมีเมนูกาแฟแบบที่หาทานไม่ได้ที่ไหน เพราะเขาคัดสรรวัตถุดิบพื้นถิ่นมาผสมผสานให้เกิดรสชาติใหม่ นอกจากน่าสนใจแล้วยังดีต่อสุขภาพ อย่างเมนูเอสเปรสโซ่ คอนปันน่า ชงขึ้นจากการนำวิปครีมอย่างดีมาตีด้วยมือ ผสมผสานกับน้ำตาลโตนดแท้ ๆ จากเพชรบุรีที่นำมาเคี่ยวจนงวดและแห้ง ซึ่งดีต่อสุขภาพกว่าน้ำตาลทรายทั่วไป นอกจากนั้นยังมีเมนูพิเศษเฉพาะช่วงปลายปีอย่างกาแฟส้มซ่า ที่ตั้มนึกสนุกหยิบผลไม้โบราณที่คนไม่สนใจมาคั้นสด เพิ่มความหอมและความสดชื่นขึ้นอีก

นอกจากจะใส่ใจสุขภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ตั้มยังบอกว่าอีกสิ่งที่เขาจริงจังไม่แพ้กัน คือร้านของเขาต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงเน้นให้คนทานกาแฟที่ร้านมากกว่าซื้อกลับบ้าน แต่ถ้าต้องซื้อกลับจริง ๆ ตั้มจะเลือกใช้แก้วกระดาษและหลอดข้าวสาลี นอกจากนั้น เขายังแยกขยะรีไซเคิลออกจากขยะอาหารแล้วนำไปทำความสะอาด ก่อนส่งต่อให้คนงานประจำหมู่บ้านนำไปขายเพิ่มรายได้

เพราะตั้มยินดีอธิบายความเป็นมาของกาแฟแต่ละเมนูอย่างลงลึก และเต็มใจเปิดเผยที่มาของวัตถุดิบที่นำมารังสรรค์ ร้านกาแฟแห่งนี้จึงเหมาะยิ่งนักกับคอกาแฟและคนใส่ใจสุขภาพ จะมานั่งทานกาแฟอย่างเดียวก็ได้ หรือทานขนมโฮมเมดที่คนรักของเขาตั้งใจทำขึ้นด้วยสองมือจากแป้งญี่ปุ่น เนยชั้นดี และวัตถุดิบชั้นเลิศที่ไม่ทำร้ายร่างกายก็เข้าที

ที่ตั้ง : 123/10 หมู่ 5 หมู่บ้านน้ำเพชร 5 อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00 – 18.00 น. 

โทรศัพท์ : 06 2165 5644

Facebook : แต้ม คาเฟ่ T’aime Cafe

07

ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่อยากสร้างความยั่งยืนทางสุขภาพให้ครอบครัว

ตงศิริฟาร์ม 

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม
กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

ฟาร์มเกษตรผสมผสานที่มีทุ่งนา สวนผัก และเล้าไก่ คือฟาร์มเกษตรอินทรีย์ของอดีตนายหน้าค้าทองในตลาดหลักทรัพย์อย่าง นัท-อุกฤษณ์ อภิวัฒนานนท์ ที่ต้องการสร้างความยั่งยืนในชีวิตและอยากให้คนในครอบครัวได้ทานอาหารปลอดสารพิษ จึงเริ่มต้นเรียนรู้จากศูนย์ เพื่อพลิกฟื้นผืนดินเคมีตรงหน้าให้เต็มด้วยพืชผลปลอดสารพิษ

แรกเริ่มเดิมที นัทหรือ ‘ตง’ ที่คนเรียกกัน เริ่มต้นเกษตรอินทรีย์โดยการซื้อที่ผืนหนึ่ง ณ สุพรรณบุรี มาปลูกข้าวปลอดเคมีอย่างไรซ์เบอร์รี่ อันอุดมด้วยสารแอนโทไซยานิน และยังมีค่าน้ำตาลต่ำกว่าข้าวทั่วไป แต่เมื่อประสบภัยแล้งและถูกหักรายได้จากพ่อค้าคนกลางไปมาก เขาจึงหันมาทำเกษตรผสมผสาน พร้อมสร้างแบรนด์ของตนเองขึ้นว่า ‘ตงศิริฟาร์ม’ และใช้การตลาดแบบปากต่อปากเพื่อสร้างตลาดค้าปลีกของตนเอง

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

นัทเริ่มจากทำสวนผักปลอดสารที่มีพืชผักสวนครัวนานาพรรณ เพื่อสร้างระบบนิเวศตามธรรมชาติที่ไม่เป็นมิตรกับแมลง แต่เป็นมิตรกับมนุษย์ ทั้งแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเลี้ยงไก่ ห่าน และเป็ดแบบปล่อยอิสระ แถมยังผสมอาหารให้ทานสด ๆ ของดีของเด็ดที่ต้องซื้อให้ได้จากตงศิริฟาร์มคือไข่ไก่ เพราะนัทการันตีว่าไข่แดงนั้นแดงสวยธรรมชาติจริง ๆ ทั้งยังอุดมด้วยสารอาหารสูงกว่าไข่ทั่วไป ทั้งหมดนี้นัทบริการขนส่งจากฟาร์มสุพรรณบุรีถึงครัวในกรุงเทพฯ ด้วยตัวเอง เพื่อตัดต้นทุนพ่อค้าคนกลางออกไป 

เพราะเข้าใจดีว่าเกษตรที่ยั่งยืนจะต้องไม่ยืนหนึ่งเพียงของสดเท่านั้น เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าที่มีอยู่และไม่ให้วัตถุดิบดี ๆ ต้องถูกทิ้งไปอย่างไร้ประโยชน์ เขาจึงหันมาทำเกษตรแบบครบวงจร โดยนำสารพันสิ่งของในฟาร์มมาแปรรูปเป็นน้ำผัก น้ำสต็อกไก่ น้ำเต้าหู้ออร์แกนิก ฯลฯ ภายในปลายปีนี้ นัทยังเปิด ​​Tiddin café & farmcation คาเฟ่สุดอบอุ่นที่รายล้อมด้วยฟาร์มเกษตรอินทรีย์ เสิร์ฟเมนูเด็ด ๆ อย่างครัวซองต์ไข่อารมณ์ดี ข้าวไก่ทอดซอสโคชูจังที่หุงด้วยข้าวปลอดเคมี ทานคู่กับกระเจี๊ยบเขียวปลอดสารที่นำมาย่างหอม ๆ ให้ทาน ท่ามกลางบรรยากาศฟาร์มอินทรีย์ที่เขาตั้งใจ

ที่ตั้ง : 79 หมู่ 3 ตำบลทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 4168 4944

Facebook : ตงศิริฟาร์ม TongSiri Farm 

08

ร้านแยมโฮมเมด 350 ชนิดจากพืชผักท้องถิ่นในฟาร์มอินทรีย์

Tasty Herb 

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม
กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

สารภาพตามตรงว่าเกิดมาก็รู้จักแยมทาขนมปังเพียงไม่กี่ชนิด แต่ละชนิดล้วนทำขึ้นจากผลไม้เมืองนอกที่อ่านชื่อยาก ๆ ทั้งนั้น เมื่อได้รู้ว่ากลางเมืองเชียงใหม่มีร้านขายแยมโฮมเมดนาม ‘Tasty Herb’ ของ วี-วีรยุทธ บุญมา ผู้รังสรรค์แยมกว่า 350 ชนิด โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นไทยออร์แกนิก เราก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย

จุดเริ่มต้นของ Tasty Herb นั้นเรียบง่ายแต่งดงาม นั่นคือเมื่อกว่าสิบปีก่อน วีเคยทำงานในแผนกเบเกอรี่ โรงแรมเครือแมนดาริน โอเรียนเต็ล ที่เชียงใหม่ ที่นี่สอนให้เขารู้จักวิธีการทำแยมสารพัด แต่ทุกอย่างล้วนทำขึ้นจากผลไม้นำเข้า วีจึงเกิดคำถามว่า เหตุใดเมืองเกษตรกรรมอย่างไทยถึงไม่มีใครคิดนำผลไม้ไทยมาทำเป็นแยมบ้าง 

เขาจึงหยิบผลไม้ท้องถิ่นล้านนา ผลไม้ที่เห็นได้ทั่วไปแต่คนทิ้งขว้าง และสารพัดผลไม้ไทยตามท้องตลาด มาทดลองทำแยมแบบฉบับตนเอง เริ่มจากแยมรสสตรอว์เบอร์รี ซึ่งได้จากสวนสตรอว์เบอร์รีในเชียงใหม่ แยมมะเกี๋ยง แยมทุเรียนเทศ แยมตะขบ และแยมลูกหม่อนจากต้นหม่อนที่หาได้ทั่วไป แถมมีแยมจากสมุนไพร เช่น แยมงาขี้ม้อนและแยมมะตูม วัตถุดิบส่วนใหญ่มาจาก ‘วสุ ออร์แกนิคฟาร์ม’ ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่ผ่านการรับรอง IFOAM EU และ COR ของวีเอง 

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

จากนั้นวีจึงขยายวงการแยมให้มีรสชาติซับซ้อนขึ้น เช่น แยมลิ้นจี่กุหลาบ จากกุหลาบอินทรีย์ที่เขาปลูกเอง ซึ่งเก็บเฉพาะช่วงเช้า เพราะจะได้กลิ่นกุหลาบชัดเจน และแยมข้าวเหนียวมะม่วง จากมะม่วงของเกษตรท้องถิ่นและข้าวเหนียวปลูกเองในพื้นที่ฟาร์ม ซึ่งหากใครอยากไม่ทานน้ำตาลปกติทั่วไป วีก็มีแยมชนิดที่ใช้หญ้าหวานด้วย

นอกจากใส่ใจสุขภาพอย่างการเลือกสรรวัตถุดิบออร์แกนิกมาทำแยมแล้ว เขายังเลือกใช้เพียงสารเพกตินที่สกัดจากพืช แต่ไม่ใช้เจลาตินและสารคงตัวอื่น ๆ แยมของวีจึงจะไม่เป็นก้อนอย่างแยมทั่วไปตามซูเปอร์มาร์เก็ต แต่จะเหลวเล็กน้อย รับรองว่าตักไปตรงไหนก็เจอวัตุดิบเป็นชิ้น ๆ และนำไปชงเป็นเครื่องดื่มได้อีกด้วย

ไม่พอ เขายังไม่ใช้สารกันบูดในแยมทุกชนิด แต่เลือกใช้วิธีการสเตอริไลซ์ฆ่าเชื้อโรค หากยังไม่เปิดทาน แยมของเขาเก็บได้ 1 ปี แต่หากเปิดทานแล้วอยู่ได้นาน 3 เดือนในตู้เย็น และเน้นว่าลูกค้าต้องใช้ช้อนสะอาดตักเสมอ 

Tasty Herb จึงไม่เพียงเป็นแยมที่สนับสนุนเกษตรกรไทยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ไม่เพียงทำให้คนไทยเห็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของวัตถุดิบท้องถิ่น แต่ยังดีต่อสุขภาพคนกิน คนทำ และเกษตรกรด้วย

ที่ตั้ง : ถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 7 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 083 072 7051

Facebook : Tasty Herb

09

วิสาหกิจชุมชนที่รวมอาหารทะเลจากประมงพื้นบ้านมาเสิร์ฟกลางกรุง

ปลาออร์แกนิก 

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม
กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

ร้าน ‘ปลาออร์แกนิก’ แถววิภาวดี 22 แห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นโดย พี่นุช หรือ ดร.สุภาภรณ์ อนุชิราชีวะ นักวิชาการด้านการจัดการทรัพยากรชายฝั่ง ผู้เห็นว่าทรัพยากรทางทะเลไทยนั้นอุดมสมบูรณ์ แต่ขาดการบริหารจัดการที่ดี ทรัพยากรเหล่านี้จึงไม่ได้คุณภาพ แถมเกษตรกรยังมีรายได้ต่ำ พี่นุชจึงจัดตั้งโครงการประมงพื้นบ้าน-สัตว์น้ำอินทรีย์ขึ้น เพื่อขอทุนวิจัยจากสหภาพยุโรปมาช่วยพัฒนา

“ประมงพื้นบ้านกลุ่มนี้ คอยดูแลไม่ให้มีการจับสัตว์น้ำที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในน่านน้ำของเขา มีการเพาะปูนอกกระดอง และไม่ใช้สารและเครื่องมืออันตรายในการจับสัตว์ทะเล แต่ทำไมถึงไม่มีพื้นที่ให้เขาเลย อย่างเวลาไปซื้อข้าว เรารู้ว่าข้าวนี้มาจากเกษตรกรคนไหน จังหวัดอะไร แต่เวลาไปซื้ออาหารทะเลที่ตลาด เรารู้แค่ว่าปลานี้มาจากมหาชัย”

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

แรกเริ่ม พี่นุชเข้าไปช่วยพัฒนาวิธีการจับสัตว์น้ำที่เป็นมิตรต่อโลกให้ชาวประมง แถมยังสอนวิธีทำให้สัตว์ทะเลที่จับขึ้นมายังสดใหม่ ทั้งเข้าไปช่วยชาวบ้านพัฒนาอาหารทะเลแปรรูปให้มีมาตรฐาน จนได้เป็นสินค้าที่มีเท่าไหร่ก็ขายหมด เช่น กะปิ กุ้งแห้ง จากนั้นเข้าไปขายสินค้าในตลาดสีเขียวต่างๆ และเมื่อเห็นว่ามีลูกค้าต้องการอาหารทะเลคุณภาพจำนวนมาก จึงเปิดร้านปลาออร์แกนิกใจกลางกรุง เพื่อรับพรีออเดอร์และส่งต่อวัตถุดิบดี ๆ ให้ผู้บริโภคในราคาเหมาะสม 

อาหารทะเลของที่นี่จึงเป็นอาหารทะเลจากประมงพื้นบ้าน 7 จังหวัด รับประกันว่าเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม แถมยังทำให้ชาวประมงมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะชุมชนชาวประมงจะได้ส่วนแบ่ง 70 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ ทั้งยังก่อให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่เปราะบาง เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้ทำงานที่ปลอดภัยและได้ค่าแรงเป็นธรรมด้วย 

ด้วยเครือข่ายรักษ์ปลา-รักษ์ทะเลนั้นอยู่ภายใต้มูลนิธิสายใยชุมชน นอกจากจะมีสารพัดอาหารทะเลดี ๆ ส่งตรงจากน่านน้ำอ่าวไทยและอันดามันแล้ว ยังมีสารพันวัตถุดิบออร์แกนิกจากพันธมิตรเกษตรอินทรีย์มาให้เลือกสรร

ที่ตั้ง : 8, 27 ซอยวิภาวดีรังสิต 22 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันอังคาร-เสาร์ เวลา 10.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 09 0004 2401

Facebook : เครือข่ายรักษ์ปลา-รักษ์ทะเล

10

ไอศกรีมโฮมเมดที่ใช้วัตถุดิบอินทรีย์จากเกษตรกรไทย

Jinta Homemade Icecream 

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม
กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

ขนมครก มะม่วงน้ำปลาหวาน และปลาแห้งแตงโม เหล่านี้หาใช่ขนมและของหวานทั่วไป แต่คือไอศกรีมรสชาติแปลกของ ‘Jinta Hommade Icecream’ ร้านที่รังสรรค์ไอศกรีมจากวัตถุดิบของเกษตรอินทรีย์ทั่วประเทศ เพราะผู้เป็นเจ้าของอย่าง หนุ่ม-เมธวัจน์ เกียรติกีรติสกุล อยากให้วัตถุดิบไทย ๆ ที่ดีอยู่แล้วได้รับความสนใจมากกว่านี้

เรื่องราวย้อนกลับไปเมื่อเกือบสิบปีก่อน หลังรู้ว่ากำลังจะกลายเป็นคุณพ่อของลูกสาว หนุ่มคิดอยากหารายได้เสริมเพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้ครอบครัว เขาจึงไปเรียนทำไอศกรีมและกลับมาเปิดร้านไอศกรีมชื่อว่า ‘จินตา’ ซึ่งเป็นชื่อเดียวกันกับลูก เพื่อเตือนให้เขาตั้งใจทำไอศกรีมที่มีคุณภาพ จะได้ไม่มีใครว่าลูกสาวของเขาได้ 

ช่วงแรก ๆ ไอศกรีมของหนุ่มเหมือนไอศกรีมทั่วไป คือใช้สารคงตัวจำนวนมากกว่าปัจจุบัน ใช้วัตถุดิบแต่งเติมกลิ่นสี และสารพันวัตถุดิบจากต่างประเทศ แต่เมื่อได้ไปออกตลาดสีเขียวและได้รู้จักกับเกษตรกรไทย เขาจึงเริ่มเข้าใจว่าวัตถุดิบไทย ๆ จากเกษตรที่ตั้งใจนั้นมีคุณค่าขนาดไหน ได้เข้าใจว่าไอศกรีมที่ดีหาใช่ไอศกรีมกลิ่นชัดๆ ใช้ของแพง ๆ รสจัด ๆ จนได้รับคำแนะนำจากพี่น้องเกษตรกร ว่าทำไมจึงไม่เอาผักผลไม้ไทยไปทำไอศกรีมบ้าง 

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

จากจุดนั้น หนุ่มปิ๊งไอเดียทำไอศกรีมเสาวรส มะม่วง ก่อนจะหยิบผักมาลองทำเป็นรสชาติต่าง ๆ เช่น รสผักโขมฟักทอง รสคะน้าสะระแหน่ ซึ่งทลายกำแพงการทำไอศกรีมรสชาติแตกต่างให้กว้างขึ้น หนุ่มคิดค้นไอศกรีมรสชาติที่คนกินอย่างเรา ๆ คิดไม่ถึงอีกมาก ทั้งรสขนมครกที่ใช้ต้นหอมปั่นผสมกะทิเคี่ยวหอมกลิ่นไหม้ ได้แรงบันดาลใจจากร้านขนมครกที่เห็น หรืออย่างไอศกรีมมะระที่ได้รสมันๆ จากครีมชีส ได้ความเปรี้ยวจากโยเกิร์ต และปิดท้ายด้วยรสขมนิด ๆ จากมะระ ก็ปิ๊งไอเดียจากการดูรายการ MasterChef Thailand

ความน่าสนใจคือตั้งแต่หนุ่มเข้าใจเรื่องการกินอาหารที่ดี ไอศกรีมของเขาก็เปลี่ยนไปจากช่วงแรกมาก เขาไม่แต่งเติมกลิ่นและสี ทั้งยังใช้สารคงตัวให้น้อยที่สุด เนื้อสัมผัสของไอศกรีม Jinta จึงจะไม่เหนียว ๆ ยืด ๆ เท่าไอศกรีมร้านทั่วไป แต่ยังคงความเป็นไอศกรีมได้ดีอยู่ ด้วยเหตุนี้ Jinta Hommade Icecream จึงเป็นไอศกรีมที่ทั้งดีต่อสุขภาพคนทาน ดีต่อเกษตรกรพื้นบ้าน และยังแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ซึ่งคนรักสุขภาพทานดี ส่วนคนทั่วไปก็ทานได้ เพราะไอศกรีมของเขามีเรื่องราว แปลกแตกต่าง และถึงเครื่องจริง ๆ 

ที่ตั้ง : ชั้น 1 อาคาร A Design Village ห้างสรรพสินค้าบุญถาวร เกษตร-นวมินทร์ แขวง นวลจันทร์ เขต บึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 08 7318 0057

Facebook : Jinta Homemade Icecream

11

ร้านรีฟิลและคาเฟ่รักษ์โลกหนึ่งเดียวในขอนแก่น

.limited 

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม
กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

บ้านไม้เก่าแก่กว่า 70 ปีหลังตรงหน้า หาใช่ร้านขายยาจีนหรือร้านขายของเก่าแต่อย่างใด นี่คือ ‘.limited’ ร้านชำและร้านรีฟิลที่รวมสารพัดของที่ดีต่อโลก และคาเฟ่เล็กๆ เสิร์ฟแต่ของดีต่อเรา ก่อตั้งขึ้นโดยพาร์ตเนอร์ผู้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม 4 คน อย่าง กิ๊ฟ-วรรณภรณ์ สงวนตระกูล, ดุษ-ดุษฎี สุ่มมาตย์, กอล์ฟ-ณรงค์วิทย์ อารีมิตร และ อุ้ม-จริงใจ อารีมิตร 

ชื่อ .limited จึงหาใช่ชื่อเก๋ ๆ ที่ตั้งขึ้นโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แต่เกิดจากคอนเซ็ปต์ว่า ทรัพยากรบนโลกนี้มีอยู่อย่างจำกัด เราควรรู้จักใช้ทรัพยากรอันมีคุณค่าเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การรีโนเวตอาคาร กระทั่งการเลือกสรรสินค้ามาเรียงขายในร้าน เริ่มจากกอล์ฟและดุษผู้เป็นสถาปนิกจากสตูดิโอสถาปนิก 49 มองว่า อาคารไม้เก่าอายุกว่า 70 ปีหลังนี้ควรค่าแก่การรักษา การรีโนเวตบ้านไม้เป็นร้านชำจึงไม่ใช่การรีโนเวตเพื่อความสวยงามโมเดิร์น แต่เน้นซ่อมแซมและคงความเป็นไม้ให้มากที่สุด

ภายในร้านแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน คือพื้นที่ด้านซ้ายสำหรับจัดวางสินค้าออร์แกนิกที่ดีต่อโลกและยังดีต่อเรา ซึ่งพาร์ตเนอร์ทั้งสี่คัดสรรกันเอง เช่น ข้าวพื้นถิ่นที่ให้คุณค่าทางสารอาหารมากกว่าข้าวหอมมะลิทั่วไป กาแฟอาข่าอ่ามา กล้วยตากสะอาดปลอดภัยจากกล้วยปลูกเองในสวนของกอล์ฟ ทั้งยังมีสารพัดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกายปลอดสารอันตราย ที่อุ้มผู้เป็นเภสัชกรคิดค้นขึ้นเอง 

ส่วนกลางร้านคือบริเวณที่ตั้งของกระจุกกระจิกน่ารักอย่างต้นไม้ต้นเล็ก ๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในร้านและในบ้านลูกค้า งานไม้จากเศษไม้เหลือทิ้งที่ลูกชายของอุ้มและกอล์ฟตั้งใจทำขึ้น รวมถึงมีเสื้อผ้าพิมพ์ลายทำมือโดยฝีมือน้องสาวของกอล์ฟ ทั้งยังมีกระเป๋าผ้าจากผ้าเหลือทิ้งในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ที่ผู้ก่อตั้งทั้งสี่ทำร่วมกับ mooreloop ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 2.15 กิโลกรัม เทียบเท่ากับการขับรถยนต์ 18.05 กิโลเมตร

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

ความพิเศษอยู่ที่ด้านขวาสุดของร้าน นั่นคือโซนเวิร์กชอปที่ในสถานการณ์ปกติ ทั้งสี่จะเชิญวิทยากรมารังสรรค์งานทำมือขึ้นเอง เช่น งานไม้ งานผ้า เพราะทั้งสี่มองว่ามากกว่าการขาย คือการส่งต่อองค์ความรู้ด้านการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ เพื่อสร้างสิ่งดีๆ ให้สังคมได้มากทีุ่สด

นอกจากเป็นร้านรวมสารพัดของรักษ์โลกหนึ่งเดียวในขอนแก่นแล้ว ที่นี่ยังเป็นคาเฟ่ขนาดย่อม เสิร์ฟอาหารดีๆ จากธรรมชาติอีกด้วย สินค้าซิกเนเจอร์ประจำร้านที่มาแล้วไม่ลองไม่ได้ คือเมนูน้ำปั่นจากผักผลไม้ออร์แกนิกที่ทั้งสี่คิดค้นสูตรขึ้นเอง เช่น Taro Milkshake ที่ร้านทั่วไปมักใช้ผงเผือกหอม แต่ .limited ใช้เผือกหอมแท้ ๆ แถมยังมีตะลิงปลิงปั่นจากตะลิงปลิงท้องถิ่นที่เปรี้ยวจี๊ด ดื่มแล้วชุ่มชื่นหัวใจ แต่ถ้าใครอยากอิ่มท้องกว่านั้น ที่นี่ก็มีสลัดผักรสชาติดีจากผักปลอดสารที่ปลูกกันเอง ซึ่งให้ไฟเบอร์มากแต่แคลอรี่กำลังดี 

ที่ตั้ง : 2 ถนนชีท่าขอน 7 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 08 1984 8700 

Facebook : Dotlimited

12

ร้านสมุนไพรไทยโบราณในลำปาง ที่เปิดก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2

รัตนโอสถ

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม
กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

หากพูดถึง ‘รัตนโอสถ’ ร้านขายสมุนไพรไทยกลางเมืองลำปาง ชาวลำปางจะต้องรู้จักแน่แท้ เพราะเปิดมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนที่ ลุงตี๋-วิรัตน์ วิทยานุการุณ ทายาทรุ่นสองของร้านซึ่งมีอายุ 70 กว่าปีจะเกิดเสียอีก

ลุงตี๋ย้อนเล่าให้ฟังว่า เตี่ยของคุณลุงเป็นคนจีนแต้จิ๋วจากเมืองซัวเถา มณฑลกว้างตุ้ง อพยพย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากที่จังหวัดลำปาง ก่อนจะพบรักกับคุณแม่ของลุง และใช้ความรู้ด้านแพทย์แผนจีนที่พกมาจากบ้านเกิดเปิดร้านขายยาจีน โดยสั่งซื้อยาจีนจากฮ่องกง เพราะขณะนั้นจีนปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ ไทยซึ่งกำลังหวั่นกลัวคอมมิวนิสต์จึงขาดการติดต่อซื้อขายกับจีน ยาจีนที่ขายในช่วงนั้นจึงมีราคาสูงกว่ายาทั่วไป 

ด้วยเตี่ยนั้นมีลูกชายคนจีนที่เดินทางมาด้วยกันซึ่งรู้ภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ช่วงแรก ๆ จึงเปิดขายยาฝรั่งควบคู่กัน และไม่นานก็เปิดแผนกขายสมุนไพรไทยควบด้วย ร้านรัตนโอสถแต่เดิมชื่อ ‘ตั้งจี้เคี้ยวตึ๊ง’ หรือ ‘กะจ่างโอสถ’ จึงเป็นร้านขายยาประเภท ก. นั่นคือมา 1 ร้านแต่ขายยาครบ 3 แผน

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

ด้วยการขายยาจีนนั้นต้องอาศัยความรู้ด้านยาและภาษาจีนสูง ลูกทั้ง 3 คนของเตี่ยรวมถึงลุงวิรัตน์ที่ไม่รู้ภาษาจีนเลยจึงสานต่อกิจการร้านยาจีนไม่ได้ เมื่อเตี่ยเสียชีวิตเมื่อกว่า 30 ปีก่อน คุณลุงผู้กำลังทำงานเป็นพนักงานธนาคารอยู่จึงกลับมารับช่วงต่อ และเปลี่ยนมาขายสมุนไพรไทยแทน ทั้งส้มป่อย หญ้าหนวดแมว เหงือกปลาหมอ เก๊กฮวย สเลดพังพอน มะตูมแห้ง พิกุล กวาวเครือ กานพลู และอีกสารพัดชนิดที่ช่วยรักษาสมดุลร่างกายได้ดี และปัจจุบันทายาทรุ่นสามอย่าง เก่ง-อธิวัฒน์ วิทยานุการุณ ก็มารับช่วงต่อร้านสมุนไพรโบราณต่อจากผู้เป็นพ่ออีกที

รัตนโอสถจึงไม่ใช่เพียงร้านขายสมุนไพรไทยคุณภาพที่ช่วยบำบัดร่างกายได้ แต่ยังเป็นประวัติศาสตร์ร้านขายยาโบราณหน้าหนึ่งของจังหวัดลำปาง

ที่ตั้ง : 162 ถนนทิพย์ช้าง ตำบลหัวเวียง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ (ปิดวันอาทิตย์) เวลา 08.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 5422 1162

Facebook : ร้านรัตนโอสถ ลำปาง

13

ร้านอาหารกลางป่าที่รังสรรค์อาหารอร่อยจากวัตถุดิบปลอดภัย

Pathum organic products

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม
กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ หากจอดรถแวะพักริมทางถนนใหญ่ จะเจอกับ ‘Pathum organic products’ คาเฟ่และร้านอาหารของคู่รักผู้รับเหมาก่อสร้างที่ตกหลุมรักผืนดินแห่งนี้ จนออกแบบและก่อสร้างเองกว่า 3 ปี เพื่อเสิร์ฟอาหาร เครื่องดื่มและขนมรสดีจากวัตถุดิบปลอดภัย

แรกเริ่มเดิมที ดร๊าฟ-สารินทร์ ศิริอัธการ ต้องการเปลี่ยนผืนดินตรงนี้เป็นเป็นคาเฟ่ขนาดย่อมเท่านั้น แต่เพราะคนรักอย่าง ตุ้ย-กฤษณ์ หอมรื่น มีปัญหาเรื่องสุขภาพ และเลือกทานอาหารจากวัตถุดิบออร์แกนิกอยู่แล้ว ไอเดียแรกเริ่มจึงขยับขยายมาเป็นคาเฟ่และร้านอาหารกลางป่า ที่มีดร๊าฟเป็นคนทำเครื่องดื่มและขนม ส่วนตุ้ยเป็นเชฟกระทะเหล็กในครัว ตั้งใจเสิร์ฟอาหารที่ดีต่อสุขภาพให้ลูกค้า

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

เมนูแนะนำที่พลาดไม่ได้คือข้าวกล้องราดกะเพราหมูคั่วแห้ง ตุ้ยคั่วกะเพราปลูกเองกับสารพัดสมุนไพรโดยไม่ใช้น้ำมัน นอกจากนั้นยังมีสารพันขนมอบของดร๊าฟต์ ซึ่งนอกจากใช้วัตถุดิบออร์แกนิก เธอยังใช้น้ำตาลดอกมะพร้าวแทนสารให้ความหวานอื่น ๆ และเลือกใช้ไข่จากแม่ไก่ที่เลี้ยงเองด้วย 

ถ้าใครเป็นคอกาแฟ ที่นี่ยังมีกาแฟชงสดจากโมค่าพอต และกาแฟดริปที่ใช้เมล็ดกาแฟออร์แกนิกจากชาวเขาที่เชียงราย ส่วนใครอยากทดลองกาแฟสูตรเฉพาะของดร๊าฟ ที่นี่ก็มีเมนูกาแฟฮันนี่เลม่อน ด้านล่างเป็นฮันนี่เลม่อนทำเอง ท็อปด้วยกาแฟดำด้านบน

การมาทานอาหารรสอร่อยใส่ใจตั้งแต่วัตถุดิบที่นี่ ต้องเดินผ่านป่าขนาดย่อมและคลองขนาดเล็ก จึงถือเป็นการบำบัดกายและใจด้วยธรรมชาติอย่างแท้จริง 

ที่ตั้ง : 4/6 หมู่ 18 ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน (ปิดวันอังคาร) เวลา 08.30 – 20.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 8253 5515

Facebook : Pathum organic products ปทุม ออแกนิค โปรดักส์

14

ร้านอาหารที่หยิบผักอินทรีย์ปลูกเองมาปรุงด้วยรสมือแม่

สุขกินได้

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม
กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

อาคารไม้ที่รายล้อมด้วยโรงเรือนปลูกผักอินทรีย์และต้นไม้นานาพรรณนาม ‘สุขกินได้’ ณ นครปฐมแห่งนี้ คือคาเฟ่ที่รังสรรค์อาหารจากวัตถุดิบอินทรีย์ โดยสองมือและหนึ่งใจของ คุณแม่ส้มฉุน-ธนภรณ์ ทำสวน

ลูกชายอย่าง นนท์-กฤษดา ทำสวน พาเราย้อนกลับไปก่อนที่สุขกินได้จะเปิด แต่เดิมคุณแม่ปลูกกล้วยไม้ส่งขายต่างประเทศ ซึ่งต้องคลุกคลีกับการใช้สารเคมีทุกเช้าค่ำ กระทั่งอนามัยชุมชนสุ่มตรวจค่าสารพิษที่ตกค้างในร่างกายเกษตรกร จึงพบว่าสารพิษในร่างกายคุณแม่นั้นสูงถึง 60 – 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินค่ามาตรฐานไปมาก ครอบครัวทำสวนจึงคิดหาหนทางหารายได้ใหม่

ด้วยคุณตาของนนท์เคยปลูกผักสวนครัวมาตั้งแต่คุณแม่ยังเด็ก คุณแม่จึงย้อนคิดถึงวันวาน และตัดสินใจกลับมาปลูกผักด้วยตนเองอีกครั้ง เริ่มจากปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีจากโรงแรมห้าดาว แต่ต้องใช้แรงงานคนล้างทำความสะอาดถาดเพาะจำนวนมาก คุณแม่จึงหันมาปลูกผักอินทรีย์และเปิดร้านอาหารควบคู่

กินอาหารให้เป็นยา กับกิจการทั่วไทยที่ใส่ใจเลือกวัตถุดิบเป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม

ร้านสุขกินได้แห่งนี้จึงเสิร์ฟอาหารจากผักในสวน และวัตถุดิบจากเกษตรกรไทยที่เข้าร่วมกับวิสาหกิจชุมชน ที่สนับสนุนเกษตรอินทรีย์อย่างศาลานา เช่น พาสต้าซอสเพสโตจากอิตาเลียนเบซิลที่ปลูกเอง ทานพร้อมน้ำผักเคลสกัดเย็นจากเคลที่เก็บสดๆ ในสวน แถมยังมีซูเฟลชีสเค้กราดซอสเสาวรสโฮมเมด ทั้งหมดนี้คือเมนูจากปลายจวักคุณแม่ทั้งนั้น 

นอกจากคุณแม่และนนท์จะใส่ใจเรื่องอาหารการกินมากๆ อีกสิ่งที่ทั้งคู่ให้ความสำคัญ คือการสร้างระบบจัดสรรอาหารและขยะภายในร้านให้หมุนเวียนเป็นวัฏจักร นั่นคือกากใยเหลือทิ้งที่ได้จากการสกัดน้ำผัก จะถูกนำไปผสมเป็นดินปลูก ส่วนเศษอาหารเหลือภายในร้าน ทั้งคู่จะนำไปหมักเป็นปุ๋ยเพื่อเติมสารอาหารให้เหล่าผักน้อย ๆ 

เรียกว่าไป 1 ร้าน ได้ครบทั้งความอร่อยหลากหลาย สุขภาพดี ๆ และช่วยให้โลกน่าอยู่ขึ้นอีกมากโข

ที่ตั้ง : 1/6 หมู่ 5 ตำบลคลองโยง อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน (ปิดวันอังคาร) เวลา 10.00 – 20.00 น. 

โทรศัพท์ : 06 2323 9619 

Facebook : สุขกินได้

Writer

ฉัตรชนก ชัยวงค์

เด็กเอกไทยที่สนใจประวัติศาสตร์ งานคราฟต์ และเรื่องท้องถิ่น เวลาว่างชอบกิน เล่นแมว และชิมโกโก้

Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load