ท่ามกลางบ้านเรือนเก่าแก่ในย่านยมจินดาที่เรียงตัวกันแน่นขนัด ทำให้ภาพของอาคารหลักร้อยปี ณ หัวมุมถนนชุมพลดูตระหง่านมีพลังอย่างไม่น่าเชื่อ ด้านในคือหลานเอก คอฟฟี่เฮาส์คาเฟ่ที่เมื่อคุณยืนอยู่หน้าร้าน มองไปด้านหนึ่งจะเห็นถนนชุมพล และมองไปอีกด้านคือถนนยมจินดา ตึกนี้คืออาคารพาณิชย์สไตล์ชิโน-ยูโรเปียน ที่สร้างด้วยไม้ผสมปูนหลังแรกของจังหวัดระยองโดย นายกี่พ้ง แซ่ตัน และตกทอดมาถึงครอบครัว นายเอก พะเนียงทอง จนตอนนี้ได้รุ่นหลานฝีมือดีมาช่วยปัดฝุ่นตึกเก่านี้ให้กลายเป็นจุดเช็กอินที่ว่ากันว่า หากมาที่นี่ถือว่าได้มาถึงเมืองระยองแล้วอย่างแท้จริง 

หลานเอก คอฟฟี่เฮาส์ คาเฟ่กึ่งพิพิธภัณฑ์เพื่อชุมชนยมจินดา ที่ตั้งใจรักษาความเป็นระยอง


การจะเข้าไปในร้านต้องผ่านประตู 2 ชั้น บานแรกคือประตูบานพับไม้เก่าแก่ บ่งบอกว่าคุณได้เข้ามาใน ‘ตึกกี่พ้ง’ แล้ว และบานที่สองคือประตูกระจกที่เมื่อเปิดเข้าไปคุณจะพบกับตู้โชว์อุปกรณ์ทำกาแฟโบราณ เฟอร์นิเจอร์วินเทจ กลิ่นหอมอ่อน ๆ เพลงแจ๊ส และคุณหมีที่บดกาแฟอย่างขยันขันแข็ง 1 ตัว

หลานเอก คอฟฟี่เฮาส์ คาเฟ่กึ่งพิพิธภัณฑ์เพื่อชุมชนยมจินดา ที่ตั้งใจรักษาความเป็นระยอง
หลานเอก คอฟฟี่เฮาส์ คาเฟ่กึ่งพิพิธภัณฑ์เพื่อชุมชนยมจินดา ที่ตั้งใจรักษาความเป็นระยอง

เจ้าของบรรยากาศชวนหวนอดีตแบบนี้ ไม่ใช่ผู้สูงวัยหรือนักธุรกิจวัยกลางคนแต่อย่างใด แต่เป็น ซัน-กษิดิ์เดช พะเนียงทอง ผู้เป็นหนึ่งใน ‘หลานเอก’ ที่ดูแลคาเฟ่แห่งนี้ตั้งแต่การริเริ่มหาคอนเซ็ปต์ร้าน ปรับปรุงอาคาร เลือกสรรเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงออกแบบเครื่องดื่มและอาหารในคาเฟ่ สิ่งที่ทำให้เราแปลกใจคือ ทำไมคนที่ดูวัยรุ่นอย่างเขา ถึงหันมาสนใจอาคารเก่าแก่นับร้อยกว่าปีในย่านเมืองเก่าไกลกรุงเช่นนี้

“ผมอยากให้คนที่มาที่นี่ 100 คน อาจมีสัก 50 คนที่เขาสนใจเรื่องราวของจังหวัดระยองแล้วนำไปเล่าต่อ”

นี่คือหนึ่งในคำตอบที่เขาบอกเรา

เดิมทีซันเป็นคนระยองที่มีโอกาสไปเห็นมุมต่าง ๆ ของเมืองเก่าในภูเก็ตหรือสงขลา คำถามที่ตามมาคือ ทำไมเมืองเก่าเหล่านี้ถึงกลับมามีชีวิตชีวา ย่านยมจินดาจะเป็นอย่างนั้นได้หรือเปล่า เมื่อเขามีโอกาสรับข้อเสนอในการรับช่วงต่อดูแลตึกแห่งนี้ เขาก็ตอบรับในทันที ถึงแม้วันนั้นยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ แต่เขาก็หวังว่ามันจะเป็นไฟดวงเล็กที่จุดขึ้นในย่านเมืองเก่าที่เงียบเหงา

“โชคดีมากที่เจ้าของคนเก่าแต่ละคนแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรในตัวตึกเลย สภาพของมันแทบจะเหมือนเดิมทุกอย่าง ไม้เก่า ประตูเก่า กระเบื้องเก่า พอเราต้องซ่อมแซมก็ตั้งใจว่าจะทำให้ปลอดภัยเป็นหลัก แต่ยังคงความโบราณเอาเท่าที่จะทำได้

“แผ่นไม้ที่ผุพัง เราก็ไปหา ‘ไม้ใหม่ที่เก่า’ มาแทน ก็คือหาไม้เก่าที่สภาพแข็งแรงมาต่อเติม กระเบื้องหลังคาโบราณที่แตกเราก็ต้องรอคิวช่างซ่อมโบสถ์ซึ่งชำนาญการซ่อมอาคารเก่านานเป็นปี เพราะช่างทั่วไปจะไม่คุ้นเคยกับอาคารเก่าแบบนี้ เรายอมรอดีกว่าเพื่อรักษาให้ตึกเหมือนเดิมมากที่สุด”

หลานเอก คอฟฟี่เฮาส์ คาเฟ่กึ่งพิพิธภัณฑ์เพื่อชุมชนยมจินดา ที่ตั้งใจรักษาความเป็นระยอง
หลานเอก คอฟฟี่เฮาส์ คาเฟ่กึ่งพิพิธภัณฑ์เพื่อชุมชนยมจินดา ที่ตั้งใจรักษาความเป็นระยอง

แต่การจะถนอมตึกไว้เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์ก็น่าเสียดายเกินไปสำหรับซัน เขาคิดว่าต้องมีอะไรที่เชื่อมโยงให้คนอยากแวะเวียนมามากกว่าการมาศึกษาประวัติศาสตร์ และคาเฟ่คือคำตอบ

เดิมทีซันไม่ได้เรียนจบทางด้านอาหารหรือการบริการ แต่ตัวตนข้างในของเขาคือคนที่ชื่นชอบอาหาร-เครื่องดื่ม ถึงกับตระเวนไปเรียนคอร์สทำอาหารในหลายจังหวัด และด้วยความรักบรรยากาศของคาเฟ่ เสน่ห์ของการไปมาหาสู่ผ่านแก้วกาแฟจึงถูกเลือกนำมาใช้เป็นตัวกลางเชื่อมผู้มาเยือนกับสถานที่เข้าด้วยกัน ทุกคนจึงเผลออ่านประวัติของตึก ที่มาของถนน และแผนที่ย่านยมจินดาบนผนังร้านระหว่างจิบกาแฟยามบ่ายโดยไม่รู้ตัว

หลานเอก คอฟฟี่เฮาส์ คาเฟ่กึ่งพิพิธภัณฑ์เพื่อชุมชนยมจินดา ที่ตั้งใจรักษาความเป็นระยอง
หลานเอก คอฟฟี่เฮาส์ คาเฟ่กึ่งพิพิธภัณฑ์เพื่อชุมชนยมจินดา ที่ตั้งใจรักษาความเป็นระยอง

ชั้นสองของคาเฟ่เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมหรือนิทรรศการหมุนเวียน โดยโจทย์คือต้องเกี่ยวข้องกับชุมชนหรือจังหวัดระยองเท่านั้น ในวันที่เราไปถึงคือโจทย์ ‘ทะเล’ ผลงานจากศิลปินชาวระยองจัดวางไว้อย่างเนืองแน่น ความตั้งใจของซันคือการช่วยรักษาความเป็นระยองและสนับสนุนศิลปิน โดยหลานเอก คอฟฟี่เฮาส์ ไม่คิดค่าจัดแสดงหรือค่าเช่าแม้แต่บาทเดียว และรายได้จากการซื้อขายภาพหรือของเก่าที่ระลึก ก็จะเป็นของศิลปินหรือกลับสู่ชุมชน 

หลานเอก คอฟฟี่เฮาส์ คาเฟ่กึ่งพิพิธภัณฑ์เพื่อชุมชนยมจินดา ที่ตั้งใจรักษาความเป็นระยอง

เมื่อเราทักว่าเขาดูรักจังหวัดระยองมาก ซันยิ้มและตอบเกือบทันที

“ผมเกิดและโตที่นี่ก็จริง แต่เพราะได้มาทำคาเฟ่นี้จริงจังถึงได้รู้สึกอินมากขนาดนี้ พอไปสำรวจและศึกษา พบว่าที่นี่อาจจะเป็นตึกเดียวที่เก่าและยังสมบูรณ์ มันมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มาก เวลาคนพูดถึงเมืองเก่า คนอาจจะคิดถึงอยุธยาหรือสงขลา ส่วนคนมาระยองเขาก็จะขับรถเลยไปเที่ยวเกาะ ผมอยากให้เขาได้แวะมาที่นี่ 

“ผมไม่ซีเรียสเลยถ้าจะมีร้านคาเฟ่หรือร้านอื่น ๆ เปิดขึ้นมาใกล้ ๆ หรือในย่านเดียวกัน ดีซะอีกที่เราจะได้มาช่วยกันทำให้ที่นี่มีชีวิตชีวา ตอนนี้ผมอยากทำให้เห็นว่าคาเฟ่ที่แอบอยู่ในย่านเมืองเก่ายังอยู่ได้เลย ถ้าหากในอนาคตย่านนี้เต็มไปด้วยร้านที่คนเดินเข้า-ออกได้ทั้งถนนก็คงจะดี”

ตึกใหญ่หลังนี้ซ่อนตัวอยู่ในถนนเล็ก ๆ และยังถูกล้อมไปด้วยบ้านเรือนจนแทบมองไม่เห็นจากภายนอก หากเป็นคนอื่นคงรู้สึกว่าถูกบดบังทัศนียภาพ แต่ซันกลับมองว่านี่คือความโชคดี เพราะทำให้คาเฟ่แห่งนี้แดดไม่ร้อน และเป็นการย้ำเตือนการอยู่ร่วมกับชุมชน

“แบบนี้มันสวยกว่าการอยู่แบบ Standalone อีกนะ ถึงแม้บางทีอาจจะเห็นข้างบ้านตากผ้าหรือออกมาเล่นโยคะบ้าง แต่นั่นก็มันอบอุ่นและรู้สึกถึงชุมชนมากกว่า”

หลานเอก คอฟฟี่เฮาส์ คาเฟ่กึ่งพิพิธภัณฑ์เพื่อชุมชนยมจินดา ที่ตั้งใจรักษาความเป็นระยอง

แพสชันที่มีต่อการส่งต่ออดีตไม่ใช่เพียงแค่ตัวตึกหรือการตกแต่ง แต่รวมไปถึงอาหารที่ซันดึงเอากลิ่นอายของเมืองเก่ามาทำเป็นเมนูต่าง ๆ ที่เราอยากพูดถึงคงไม่พ้น ‘Old Town Matcha’ เครื่องดื่มที่เล่าถึงอดีตของตึกแห่งนี้เมื่อครั้งหนึ่งเคยขายเครื่องเทศมาก่อน ออกมาเป็นมัทฉะที่ผสมกับเครื่องเทศ ทั้งขิง อบเชย และแอปเปิ้ล ที่มาช่วยรสชาติกลมกล่อม เมนูนี้ขอแนะนำให้กับผู้ที่ต้องการความสดชื่น แปลกใหม่ และอยากดื่มประวัติศาสตร์ของตึกกี่พ้ง

หลานเอก คอฟฟี่เฮาส์ คาเฟ่กึ่งพิพิธภัณฑ์เพื่อชุมชนยมจินดา ที่ตั้งใจรักษาความเป็นระยอง
Old Town Matcha

ยังอยู่ที่เมนูมัทฉะกับ ‘นิ่มนวลมัทฉะ’ ตั้งชื่อมาจาก ขนมนิ่มนวล ขนมท้องถิ่นของจังหวัดระยองซึ่งหาทานได้ยากในปัจจุบัน และคาแรกเตอร์ของขนมก็ถูกนำมาดัดแปลงเป็นเครื่องดื่มที่ประกอบไปด้วยมัทฉะ น้ำมะพร้าว ข้าวหอม ให้กลิ่นที่หอมฟุ้งไปทั่วปาก นิ่มนวลสมชื่อ ขอแนะนำให้กับผู้ชอบชื่นชอบกลิ่นหอมและอยากชิมขนมโบราณ

‘หลานเอก คอฟฟี่เฮาส์’ ในตึกเก่า 109 ปีกลางเมืองระยอง ที่อยากผลักดัน Old Town และเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อชุมชนยมจินดา
Old Town Matcha และ นิ่มนวลมัทฉะ 

“จริง ๆ คุณจะทานเครื่องดื่มหรือขนมพวกนี้ที่ไหนก็ได้ แต่ถ้าคุณมาทานในตึกนี้ มันจะเพิ่มบรรยากาศ เพิ่มอารมณ์ร่วมและความขลังมากขึ้น ซึ่งในอนาคตที่เราพร้อมกว่านี้ ผมจะมีเมนูที่เพิ่มขึ้นมาอีก 30% และจะใส่ความเป็นระยองมากกว่าเดิม”

จังหวะนี้ซันหันมาใบ้กับเราว่า หนึ่งในเมนูที่ตั้งชื่อไว้คือ ‘กาแฟน้ำปลารสเด็ด’ โดยเขาขออุบไว้ก่อนว่าส่วนผสมคืออะไร คาดว่าปีหน้าเราคงจะได้รู้กันในวันที่ที่นี่เติบโตขึ้น

หลานเอก คอฟฟี่เฮาส์ เปิดครั้งแรกเมื่อเดินสิงหาคม พ.ศ. 2565 ระยะเวลาผ่านไปเพียง 3 เดือนเท่านั้น แต่กระแสตอบรับกลับดีเกินคาดหมาย ซันเชื่อว่าที่ทุกสิ่งออกมาดีเพราะเขาชอบทุกสิ่งที่ทำ

“มันไม่ใช่แค่เพื่อเงินหรือตามกระแส ผมชอบทุกอย่างที่อยู่ที่นี่ ที่สำคัญที่สุดคือ ผมมีความสุขที่ได้ทำ”

เราถามว่าความสุขที่ได้รับกลับมาคืออะไร

ซันเล่าว่าบนชั้นสองมีโต๊ะเขียนโปสการ์ดสำหรับใครที่แวะเวียนมา หลายข้อความเขียนขอบคุณที่ดูแลที่นี่ ดีใจที่ตึกนี้มีชีวิต อยากให้ตึกนี้อยู่ตลอดไป และมีหลายใบที่สันนิษฐานได้ว่าเป็นลายมือของเด็ก 

สิ่งนี้อาจเป็นเพียงตัวหนังสือ แต่สำหรับซัน นี่คือสิ่งมีค่าที่ย้ำเตือนว่าเขาและครอบครัวคิดถูกที่ตั้งใจรักษาที่นี่ไว้ให้ทุกคนได้กลับมาเยี่ยมเยียน ถึงแม้ยมจินดาจะยังเป็นย่านเมืองเก่าที่ไม่ได้มีชื่อเสียงมาก นักท่องเที่ยวอาจไม่ได้เยอะเท่าที่อื่น แต่เมื่อมีคนเหยียบเข้ามาในร้านแล้วชี้ไปที่รูปเก่าของอาคาร แล้วบอกว่า “ฉันจำที่นี่ได้ ฉันเคยอยู่ตอนเด็กๆ” หรือ “เมื่อก่อนตึกนี้เป็นที่ตากยางกลิ่นเหม็น ไม่คิดเลยว่าจะเปลี่ยนไปขนาดนี้” นี่คือความภูมิใจของหลานเอกในตึกกี่พ้ง ซึ่งเราเชื่อว่าจะเติบโตไปพร้อมกับชุมชนยมจินดาตราบนานเท่านาน

‘หลานเอก คอฟฟี่เฮาส์’ ในตึกเก่า 109 ปีกลางเมืองระยอง ที่อยากผลักดัน Old Town และเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อชุมชนยมจินดา

หลานเอก คอฟฟี่เฮาส์

ที่ตั้ง : 131 ถนนชุมพล ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง (แผนที่)
เปิดบริการทุกวัน 09.00 – 18.00 น.
โทรศัพท์ : 06 4265 9699

Facebook : หลานเอก คอฟฟี่เฮาส์

Writer

วรัมพร ศิริสวัสดิ์

Creative Video ที่จบภาพยนตร์ แต่อยากเขียนหนังสือ เป็นมือใหม่หัดวาด เก่งศาสตร์ฝันกลางวันและมีดวงจันทร์เป็นรอยสักกับนามปากกา

Photographer

ชาคริสต์ เจือจ้อย

ช่างภาพอิสระและนักปั่นจักรยานฟิกเกียร์ ชอบสั่งกระเพราหมูสับเผ็ดน้อยหวานๆ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เราเดินทางมาถึงที่นี่ช่วงเย็น จากนัดกันไว้ช่วงเช้า เพราะสภาพอากาศทำให้เครื่องบินของเราล่าช้าไปหลายชั่วโมง

ปาล์ม-ศิริพจน์ กลับขันธ์ เจ้าของร้าน ควบตำแหน่งประธานผู้ประกอบการรุ่นใหม่ จ.ตรัง หรือ YEC Trang บอกว่าการดีเลย์เป็นเรื่องปกติมากของคนตรัง และยินดีรอรับแขกจากกรุงเทพฯ ตลอดวัน สมกับที่ร้านของเขาได้รับฉายาว่าเป็นสภากาแฟหรือศาลาว่ากลางของจังหวัดก็ว่าได้

มีเหตุผลมากมายว่าทำไมทั้งสถานที่กว้างใหญ่ พร้อมลานจอดรถแบบจุใจ แถมเดินทางถึงสนามบินได้ใน 10 นาที แต่เรามาวันนี้เพื่อคุยกับปาล์มถึงสิ่งที่ดีมากกว่านั้น

ตอนแรกก็นึกเสียดายที่ดันมาถึงตอนที่ร้านกำลังปิด แต่พอได้พูดคุยกับเจ้าของร้าน และได้เห็นพนักงานจำนวนมาก (ที่อาจจะมากเกินความจำเป็นด้วยซ้ำ) ร่วมกันทำความสะอาดร้านอย่างขยันขันแข็ง เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเหมือนเพื่อนสนิท เรากลับรู้สึกโชคดีที่ได้เห็็นภาพแบบนี้

ภาพของ Occur Coffee ที่ไม่ได้เป็นเพียงร้านกาแฟ แต่มีเครื่องประดับเป็นสายยาง ฟองสบู่ และมิตรภาพ แบบฉบับชุมชน Occur ตามที่ปาล์มตั้งใจอยากให้มันเป็น

“ผมเนี่ย เป็นคนตรังที่รักจังหวัดตรังมาก! มาก จนคนอื่นงง” เขาว่า ตอนที่เรานั่งสนทนากันในร้านที่เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นทำจากไม้ยางพารา

พอฟังเรื่องราวของเขาแล้ว ขอลงมติเห็นด้วยที่เขารักบ้านเกิดมาก แต่ขอเถียงอย่าง 

เราไม่งงว่าทำไมเมืองตรังถึงได้น่ารักขนาดนั้น

Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง
Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง

“เกิดจากคนตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง”

ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนว่า Occur Coffee เป็นโปรเจกต์ที่เกิดขึ้นโดย Woodwork โรงงานแปรรูปไม้ยางพาราของ วิถี สุพิทักษ์ พาร์ตเนอร์คนสำคัญของปาล์ม จากความคิดที่ว่า ไม้ยางพาราจะนำไปทำอย่างอื่นนอกจากเฟอร์นิเจอร์ได้หรือไม่ พอคิดค้นนวัตกรรมใหม่ อบไม้ยางให้แข็งแรงขึ้น ที่นี่ก็ถือเป็นที่แรกที่ยืนยันว่าไม้ยางสามารถสร้างอาคารได้จริง

“นี่พื้นไม้ยาง โต๊ะไม้ยาง เก้าอี้ไม้ยาง ผนังไม้ยาง ยางหมดเลย ใช่ นี่ก็ยาง” เขาชวนให้มองตามรอบร้าน 

“จริง ๆ ทุกอย่างใน Occur มันควร Belong to ตรัง แล้วก็ควรจะ Proud of ตรังไปในอนาคต” ปาล์มย้ำแนวคิดอย่างภาคภูมิใจ “Occur เป็นแบรนด์ที่เกิดจากคนตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง” 

ก่อนเป็นฝ่ายถามเรากลับบ้างว่า “ถ้ามาตรังแล้วไม่ได้ไปเที่ยวทะเล จะไปที่ไหน” เราส่ายหน้าแล้วสารภาพว่าไม่รู้

“เมื่อก่อนตรังไม่มีพื้นที่ของเมือง นี่เป็นไอเดียที่ทำให้เกิด Occur Coffee ขึ้นมา เราคิดว่าควรจะมีพื้นที่ที่รับรองแขกที่มาเที่ยวบ้าง ผมมีลูกค้าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่เยอะมาก มีนักการเมืองใหญ่ ๆ คุณหมอเก่ง ๆ ผู้พิพากษาอยู่ที่นี่ จนเพื่อน ๆ แซวว่าเป็นศาลากลางของจังหวัด” เขาหัวเราะ “ใครจะมาใช้ก็ได้ มาดื่มกาแฟก็ดี มาประชุม มาคุยงาน นัดเพื่อนก็เจอกันที่นี่แหละครับ”

แต่ก็ใช่ว่าใครจะเปิดร้านกาแฟแล้วได้รับกระแสตอบรับที่ดีล้นหลามขนาดนี้ 

อาจเป็นเพราะความรักที่มีต่อกาแฟจนเรียกได้ว่าคลั่งไคล้ของปาล์ม มันเกิดขึ้นราว ๆ 10 ปีที่แล้ว

Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง
Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง

“กาแฟพิเศษคืออะไร”

ร้านกาแฟร้านแรกของปาล์มและร้านกาแฟ Specialty แรกของจังหวัดชื่อว่า Passione del Caffé 

ส่วนความรักที่มีต่อกาแฟ เกิดขึ้นบนดอยช้าง จ.เชียงราย

“ช่วงนั้นผมเจอมรสุมชีวิตครั้งแรกแล้วไม่รู้จะดีลยังไง เลยหาว่ามีที่ไหนที่ไปเที่ยวได้บ้าง มีทริปผุดขึ้นมาในเฟซบุ๊ก จัดโดยสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) ก็เลยอยากไปลองดูว่า ไร่กาแฟมันเป็นยังไงนะ ไม่เคยเห็น”

ทริปนั้นทำให้เขาได้เจอกับคอกาแฟมากมายที่ปัจจุบันกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับแถวหน้า อาทิ วัลลภ ปัสนานนท์ อดีตนายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย, หมู-นพพล อมรพิชญ์ปรัชญา จากร้าน Bottomless และ พ้ง-ศุภชัย สว่างอำไพ จากร้าน Duck You Caferista

“เขาคุยอะไรกันไม่รู้ เรื่องต้นกาแฟ เรื่องวิธีเก็บ เรื่อง Process เป็นเรื่องใหม่กับผมหมดเลย กาแฟพิเศษคืออะไร ตอนนั้นยังกินกาแฟขม ๆ อยู่ด้วยซ้ำ ผมตื่นเต้นมากแล้วก็มีเรื่องเอ๊ะเต็มไปหมด”

ไม่เพียงแค่ความเอ๊ะที่ยังหาคำตอบไม่ได้ แต่รสชาติของกาแฟในทริปนั้นก็ตราตรึงใจเขาจนลืมไม่ลง

“หรือกาแฟที่ดีมันต้องเป็นแบบนั้น” ปาล์มคิดกับตัวเอง

“แล้วทำไมกาแฟที่บ้านเราไม่เป็นแบบเขาล่ะ” นั่นเป็นคำถามที่สองที่เปลี่ยนทั้งชีวิตเขา และวิถีการดื่มกาแฟของคนตรังไปตลอดกาล

Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง

“ผมบ้าขึ้นทุกวัน และบ้าไม่หยุด”

เพราะไม่มีคนทำเรื่องกาแฟ คือคำตอบที่ปาล์มดั้นด้นหามาได้

“ไม่ได้พูดแค่ตรังนะครับ จังหวัดใหญ่ ๆ ใกล้เคียงคือไม่มีเลย พี่ ๆ ในวงการเขาก็บอกว่า มันขาดคนขับเคลื่อน ถ้าอยากไปทำเดี๋ยวจะลงไปช่วย ตอนนั้นกาแฟพิเศษจะมารึเปล่าไม่รู้นะ แต่ผมรู้สึกว่าน่าจะเป็นความท้าทายใหม่ ๆ ที่เราจะลองเป็นคนมาบุกเบิกกาแฟพิเศษในพื้นที่ภาคใต้”

ท่ามกลางร้านกาแฟโบราณที่ราคาแพงสุดที่แก้วละ 40 บาท เขาตั้งราคาขายแก้วแรกขาดตัวที่ 75 บาท “ร้านเล็ก นั่งก็ไม่สบาย ทุกคนบอกว่าเจ๊งแน่นอน” ปาล์มยอมรับว่าเขาฝืนหยัดยืนเพื่อทำมัน

“ผมพูดเรื่องเดิม ๆ ว่าทำไมกาแฟถึงเปรี้ยว กาแฟตัวนี้แตกต่างกับตัวนั้นยังไง คีย์เวิร์ดเดิม ๆ แบบจำได้เลยว่าต้องพูดอะไร ไม่น่าจะต่ำกว่า 5 ปี จนร้านอื่น ๆ เริ่มปรับตัวตาม เราหวังแค่ให้คนชอบเราวันละคนก็พอ แต่ผมทำวันละคนมา 5 ปี มันก็ได้หลายร้อยคน

“ในวันแรกเขาอาจจะว่าผมบ้านะ แต่พอผมบ้าขึ้นทุกวัน และบ้าไม่หยุด เขาก็เชื่อและสุดท้ายก็มาบ้ากับผมทีละคน ร้านกาแฟในตรังก็เริ่มบ้ากับผมทีละร้าน จนตอนนี้ทั้งเมืองมันไม่มีร้านกาแฟแบบเดิมแล้ว

“เราชอบกาแฟจนถึงขั้น Crazy กับมัน เราหลงใหล ร้านแรกเลยชื่อว่า Passione ไง” เขาเฉลยให้รู้ 

“กับกาแฟ เรามากกว่ารัก มันคือความคลั่งไคล้ เราชอบมันมาก เราอยู่กับมันได้ทุกวัน ดีเราก็อยู่กับมัน ไม่ดีเราก็ยังอยู่กับมัน และผมเชื่อเรื่องกาแฟมาก” ส่วนนี่คือปณิธาน

ปัจจุบัน Passione del Caffé ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ปาล์มมีฐานลูกค้ามากมาย เขาขยับขยายธุรกิจด้วยการเปิดโรงคั่ว เป็นที่ปรึกษาให้กับร้านกาแฟ Specialty อื่น ๆ เริ่มเป็นคนกลางกระจายเมล็ดกาแฟในตรัง ไปจนถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

ทั้งหมดทั้งมวล ปาล์มย้ำว่าเพราะได้รับความอนุเคราะห์จากรุ่นใหญ่ ๆ ในวงการกาแฟมาช่วยขับเคลื่อนและพัฒนาวงการกาแฟพิเศษในพื้นที่ภาคใต้ให้เกิดขึ้น

พอธุรกิจเดินทางมาถึงจุดหนึ่ง ตัวละครลับอีกตัวก็ปรากฏให้เห็น นั่นคือ จิรณรงค์ วงษ์สุนทร บรรณาธิิการบทความไลฟ์สไตล์ของ The Cloud ผู้ที่ชื่นชอบกาแฟจนคลั่งไคล้ไม่ต่างกัน

“เขามาแนะนำผมว่า เฮ้ย ถ้าคุณอยากทำสาขาเยอะ ๆ ในอนาคต คุณควรจะจ้างคนทำแบรนดิ้ง”

ตัวละครลับที่สองจึงปรากฏตัวในเวลาไล่เลี่ยกัน นั่นคือ ธีรนพ หวังศิลปคุณ จาก TNOP™ DESIGN ผู้รับหน้าที่ออกแบบร้านกาแฟในฝันของเขาใหม่ ติดอยู่ตรงที่ว่า “คุณปาล์มครับ เอ่อ ถ้าจะทำ ผมว่าต้องเปลี่ยนชื่อ” เขาเล่าพร้อมจำลองเหตุการณ์

ไม่นาน ทีมของธีรนพก็กลับมาพร้อมกับชื่อใหม่ที่ปาล์มตกลงปลงใจโดยทันที 

“ชื่อ Occur มันเหมือนกับการได้เกิดขึ้น ณ ตอนนั้น และมันก็เกิดขึ้นเพื่อทำบางสิ่งบางอย่างที่คาดไม่ถึง” 

ส่วนจะเป็นอะไรนั้น เรากำลังจะเล่าให้ฟัง

Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง
Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง

“เป็นโรบัสต้าแล้วทำไม”

“คำว่าสภากาแฟ ถ้าถามว่ามันอยู่ที่ไหนเนี่ย ตรังก็ต้องมาเป็นอันดับต้น ๆ”

ปาล์มบอกว่า บ้านเกิดของเขามีวัฒนธรรมการดื่มกาแฟมายาวนานและแข็งแรงมาก หลายคนอาจจะรู้ว่าเขาช่องของคนตรังก็เป็นแบรนด์กาแฟแรก ๆ ในประเทศไทย เพียงแต่มักจะอยู่ในรูปแบบของกาแฟโบราณหรือโรบัสต้าเป็นหลักคือ เข้ม ข้น หวาน มัน ซึ่งนิยมดื่มกันตั้งแต่ตี 3 – 4 เพื่อปลุกให้ตื่นตาสว่าง ก่อนออกไปทำอาชีพหลักคือกรีดยางพาราตอนหัวรุ่ง

คำถามคือ ระหว่างพัฒนาพื้นที่ให้ปลูกกาแฟอาราบิก้าได้ กับพัฒนาโรบัสต้าที่มีอยู่แล้วให้ดี ปาล์มเลือกอะไร

“ผมเลือกอย่างหลัง แล้วก็ไม่ได้แค่คิดอย่างเดียว ผมจะทำอย่างหลังแน่ ๆ นั่นคือเป้าหมายในอนาคต” เขาตอบอย่างหนักแน่น 

เพราะสิ่งที่เขาลงมือไปแล้ว คือการเข้าไปคุยและให้ความรู้กับเกษตรกรต้นน้ำว่าโรบัสต้าที่ดีจะต้องปลูกยังไง เก็บยังไง มีสายพันธุ์อะไรบ้าง และอะไรคือมาตรฐานของการเป็นพรีเมียมโรบัสต้า 

“ผมเปิดร้านนี้้มาเกือบ 2 ปี ผมขายโรบัสต้ามาตลอด เพื่อให้คนรู้ว่าเราไม่ใช่ร้านกาแฟ Specialty ที่จะต้องปานามา เกอิชา กาแฟมัน Local ได้นี่ เป็นโรบัสต้าแล้วทำไมหรอ แล้วในอนาคตถ้าโรบัสต้าที่เมืองเราดีพร้อม เราก็พร้อมจะใช้ทันที เพราะเราอยากจะทำเรื่องโรบัสต้าที่อยู่คู่กับคนตรังให้มันชัดขึ้น”

เราถามเขาตรง ๆ ว่าเป็นเพราะอะไรเขาถึงต้องทำขนาดนี้ ปาล์มตอบกลับมาง่าย ๆ ว่าแรงขับเคลื่อนเดียวของเขา คือการเกิดเป็นคนตรัง

“แล้วเราก็เป็นคนตรังบ้านนอกที่ลำบากมาก่อนด้วยสิ เราเคยรู้สึกว่า เมืองนี้ในอดีตมันไม่ได้เอื้อสำหรับเราเลย เราต้องเข้มแข็งมาก ต้องพยายามมาก ขยันสุด ๆ ถึงจะมีจุดยืนวันนี้ได้ เพราะการที่เราจะทำธุรกิจแรกอย่างร้านกาแฟเจ๊งมีสูงมาก ถ้าเราไม่เข้มแข็งจริง ไม่มั่นใจในจุดยืนของเราจริง เราเลิกไปนานแล้วในปีแรก

“โอกาสมันเอื้อสำหรับคนที่มีฐานะพอสมควรแล้ว แต่น้อง ๆ ที่ต่างอำเภอเหมือนเราเมื่อก่อนล่ะ ทุกวันนี้เขายังต้องไปทำงานที่อื่น ที่ผมทำทุก ๆ โปรเจกต์ ก็เพื่อพยายามจะเปลี่ยนเมืองให้มันพร้อมกับเราทุกคน” 

และมันควรจะเริ่มที่ร้านของเขา

Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง
Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง

“เรารู้สึกว่าคนนี้มันมีของดี”

“ที่นี่ทำเหมือนเป็นโรงเรียนเลยนะ ทุกคนเข้ามาจะต้องมีโปรเจกต์ของแต่ละบุคคล โปรเจกต์ร่วมกันเป็นคู่ โปรเจกต์ร่วมกันเป็นทีม อาจจะเป็นเมนูใหม่ ๆ กระบวนการการทำงานใหม่ ๆ ที่จะช่วยให้ร้านดีขึ้น หรืออย่างน้อย ทำให้เขาเก่งขึ้นก็ยังดี” ปาล์มว่า “ร้านเรามีสอบกลางภาคด้วยนะครับ”

ยิ่งฟังยิ่งมีความงุนงนอยู่บนใบหน้า จนเขาต้องรีบอธิบายให้หายข้องใจ

“คือผมออกข้อสอบเกี่ยวกับกาแฟ ขั้นตอนการทำงานในร้าน หรือประสบการณ์ที่ลูกค้าจะสัมผัสในร้าน นั่งนึกว่าอะไรที่เราสอนน้องไปแล้วบ้าง มันจะจำได้ไหม ทุกคนต้องมานั่งสอบข้อกา ข้อเขียน”

งั้นถ้าสอบตกจะทำยังไง เราถามอีก

“ง่ายมากเลยครับ ไม่ได้หักเงินเดือน ไม่ได้อะไรเลย เราให้ไปวิ่ง 5 กิโล 10 กิโลก็ว่าไป” เรารีบตอบกลับไปว่านั่นไม่ง่ายเลยนะ

“พนักงานร้านกาแฟมันก็วัยรุ่น ผมมาที่ร้านแล้วผมรู้สึก เฮ้ย ทุกอย่างมันถูกต้องไปหมด ทุกคนก็ทำงานตามหน้าที่ของตัวเอง บริการลูกค้าก็ตามแพตเทิร์น แต่ทำไมมันดูไม่สดชื่นเลย เพราะงั้นสิ่งสำคัญก็คือต้องออกกำลังกาย

ช่วงนั้นพอทำจริง ๆ ยอดขายมันเติบโตขึ้น โดยแค่เราวิ่ง มันแปลกมากเลยนะ”

นั่นสิ เพราะอะไร

“พอคนมันรีแลกซ์ หน้าตามันเฟรช อยากคุยกับผู้คนมากขึ้น มันนำเสนอมากขึ้น ผมไม่เคยหักเงินเดือนเลย เราทำกันแบบนี้ ทีมเราก็โตขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็สนุกสนานกัน”

นับว่าหายากที่พนักงานกับเจ้าของร้านจะอยู่กันแบบพี่น้องที่สนิทสนมกัน ปาล์มเล่าว่า หากยื่นจดหมายสมัครงานมา เขามักจะสนใจคนที่อยากเอาชนะอะไรบางอย่างและมีเป้าหมายยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ

“ผมสัมภาษณ์เองทุกคน แล้วก็สัมภาษณ์เยอะด้วย ถ้าเขียนใบสมัครว่า หนูจะเป็นบาริสต้าอยู่ออสเตรเลียให้ได้ภายใน 5 ปี เรารีบรับเลย ซึ่งผมรับพนักงานตลอดเวลานะ บางทีก็มีเกินอัตรามากเลย แต่เราก็รู้สึกว่าคนนี้มันมีของดี เอามาก่อน ขาดทุนเดี๋ยวค่อยว่ากัน

“เพราะผมเริ่มคิดตั้งแต่มีพนักงานคนแรกเลยว่า เราฝึกน้อง ๆ ทุกคนเพื่อไม่ได้อยากจะให้เขาเป็นแค่คนชงกาแฟ เราอยากจะสร้างน้องพวกนี้ให้ออกไปเป็นผู้ประกอบการร้านกาแฟที่เจ๋ง ๆ ทั้ง จ.ตรัง เพื่อจะได้สร้างสรรค์เมืองที่ดีให้กับเรา ซึ่งตอนนี้เด็็กรุ่นแรกออกไปเปิดร้านกันครบทุกคนเลยนะ มันเป็นภาพที่ดีมาก”

นอกจากวงการกาแฟแล้ว ปาล์มยังตั้งชื่อกลุ่มให้พนักงานในห้องครัวว่า ตรัง Young Chef เพื่อมุ่งหวังจะทำเรื่องอาหารในบ้านเกิดให้เติบโตอย่างสร้างสรรค์ เพราะที่ Occur เองก็มีแปลงผักปลอดสารพิษเป็นของตัวเองสำหรับอาหารทุกจาน 

“ผมทำอาหารไม่ค่อยเป็น แต่มีแนวคิดว่า ตรังมีจุดเด่นเรื่องของกิน มีต้นทุนวัตถุดิบจากเขาป่านาเลหลากหลายมาก กลุ่มตรัง Young Chef ผมก็ให้โอกาสเขาได้สร้างสิ่งที่เขาอยากทำ อยากเป็น อยากเสิร์ฟ และภาคภูมิใจ

“ผมคิดว่าปีหน้าเนี่ย Occur จะสนุกขึ้น” เขาฝากให้ติดตาม 

“เราจะได้ทำอะไรในแบบที่เราคิดอยากจะทำจริง ๆ เราจะเติบโตแบบเข้มแข็ง แล้วก็น่าจะเป็นภาพใหม่ที่น่าตื่นเต้นกับคนตรังเหมือนกัน เพราะผมอยากเล่าเรื่องตรังให้คนตรังได้สัมผัสก่อน พอตรังเริ่มภูมิใจในตรัง ผมว่าคนอื่นจะเริ่มเข้าใจ”

Occur Coffee สภากาแฟในคาเฟ่จากไม้ยางพาราที่ใช้ทุกอย่างจากตรัง โดยคนตรัง เพื่อคนตรัง
Occur Coffee คาเฟ่จากไม้ยางพาราของคนบ้ากาแฟ ผู้เชื่อในโรบัสต้า และภาคภูมิใจในเมืองตรังเป็นที่สุด

ก่อนจากกัน ในฐานะเจ้าของร้านที่ทำอาหารไม่ค่อยเป็นและไม่เคยเป็นเจ้าของเมนูไหนในร้าน เราขอให้เขาแนะนำเมนูเด็ดที่ชนะใจท่านประธาน

“Occur Sunset & Sunlight ตอนที่เราเปิดร้าน ด้านหน้าฝั่งพระอาทิตย์ตกสีมันม่วงมาก เราเลยให้โจทย์น้อง ๆ แต่ละทีมแข่งกันไปทำเมนูอะไรก็ได้ที่แมตช์กับภาพร้านเรา ชื่อโปรเจกต์ว่าหัวเช้ากับวันเย็น เป็นภาษาใต้ 

“นี่เป็นเมนูที่น้อง ๆ เขานำเสนอแล้วพิชชิ่งชนะ เพราะกว่าจะวางขายแต่ละเมนูในร้านก็ผ่านการนำเสนอกันหลายรอบกว่าพี่ปาล์มจะซื้อไอเดีย แก้วนี้โอเค เรื่องเล่าดี ส่วนผสมดี รสชาติผ่าน” 

Occur Coffee คาเฟ่จากไม้ยางพาราของคนบ้ากาแฟ ผู้เชื่อในโรบัสต้า และภาคภูมิใจในเมืองตรังเป็นที่สุด

“เมนูข้าวหน้าหมูไก่ซูวี ใช้พริกไทยปะเหลียน เป็นสินค้า GI ของตรัง เป็นเมนูที่ผมว่าใครมากินก็รู้สึกเอร็ดอร่อย คือผมไม่เคยเห็นใครกินข้าวอันนี้แล้วเหลือแม้กระทั่งนิดเดียวในจาน เหลือแค่กระดูกไก่ เป็นเมนูที่น้อง ๆ ตรัง Young Chef นำเสนอมาแล้วมันโดนใจผมมาก น่าจะคัดจาก 20 จาน แล้วเลือกมาได้ขายแค่ 1 อย่างนี้ ผมกินเองทุกวันได้ โดยไม่มีเบื่อ ยังไงก็อยากจะนำเสนอ

“ผมไม่เคยคิดเมนูเองสักอันเดียว” เขาหัวเราะตอนเล่า แต่ก็คงเป็นเพราะเขามีความสุข

Occur Coffee คาเฟ่จากไม้ยางพาราของคนบ้ากาแฟ ผู้เชื่อในโรบัสต้า และภาคภูมิใจในเมืองตรังเป็นที่สุด

Occur Coffee

ที่ตั้ง : 119 หมู่ 3 ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 09.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 095 261 4265 

Facebook : Occur Coffee

 

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load