“พอได้ยินคำว่าผ้าไหม เรานึกไม่ออกว่าจะใช้ในชีวิตประจำวันได้ยังไง”

 ‘ใส่ยาก เหมาะกับงานทางการ ดูสูงวัย’ ภาพจำของผ้าไหมทำให้ ออม-สุพัจนา ลิ่มวงศ์ ไม่คิดจะหยิบผ้าไหมมาแต่งองค์ทรงเครื่อง จนกระทั่ง 5 ปีก่อน มีคนแนะนำให้เธอรู้จักกับผ้าไหมไทยจากอำเภอปักธงชัย นับแต่นั้นออมก็ก่อร่างสร้างแบรนด์ละออ (La Orr) แบรนด์เครื่องประดับจากผ้าไหมไทย ที่เธออาสาเปลี่ยนภาพจำของผ้าไหมด้วยการผสานงานออกแบบเข้ากับภูมิปัญญาไทย จนคว้ารางวัลชนะเลิศ GIT’s World Jewelry Design Awards 2018 รางวัล DEmark (Design Excellence Award) ในประเทศไทย และรางวัล G-Mark (Good Design Award) ปี 2016 จากประเทศญี่ปุ่น 

ออม-สุพัจนา ลิ่มวงศ์

ถ้าอยากรู้ว่าเธอเปลี่ยนทัศนคติของตัวเอง และเปลี่ยนภาพจำของผ้าไหมจนได้รับการยอมรับได้อย่างไร มาฟังกัน 

La Orr แบรนด์เครื่องประดับไทยแท้ที่จับสีสันของผ้าไหมอำเภอปักธงชัยมาประดับแทนอัญมณี

ความงามแรกพบ

ออมเรียนจบสาขาออกแบบเครื่องประดับ และทำงานประจำเป็นนักออกแบบ เธอฝันอยากมีแบรนด์ของตัวเอง แต่ยังลังเลว่าจะหยิบภูมิปัญญาไทยด้านไหนมาชูให้เด่น เพราะเธอสนใจงานคราฟต์ไทยทุกประเภท ทั้งจักสาน เซรามิก เบญจรงค์ ย่านลิเภา ถ้าจะเหมามาใช้ทำแบรนด์ทั้งหมด เกรงว่าคาแรกเตอร์ของแบรนด์จะไม่ชัดเจน จนกระทั่งร้านผ้าไหมสุรีพรแนะให้เธอเอาผ้าไหมไทยจากอำเภอปักธงชัยไปทำเครื่องประดับ แวบแรกเธอบอกเราว่า นึกไม่ออกว่าจะเอาผ้าไหมไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนผ่านเครื่องประดับได้อย่างไร แต่พอได้เห็นผ้าไหมผืนสวย เธอกลับเปลี่ยนความคิดและมองว่าผ้าไหมมีคาแรกเตอร์ชัดเจนมาก ทั้งสีสัน ความเงา และเทกซเจอร์ วันนั้นเป็นจุดเริ่มต้นความงามของแบรนด์ละออ

La Orr แบรนด์เครื่องประดับไทยแท้ที่จับสีสันของผ้าไหมอำเภอปักธงชัยมาประดับแทนอัญมณี

“เราเคยเป็นดีไซเนอร์มาก่อน หลังเลิกงานเราจะมานั่งทดลอง ระหว่างนั้นเราค้นตัวเองไปด้วยว่าคาแรกเตอร์เราเป็นยังไง ขณะเดียวกันก็ศึกษาวัสดุที่เราเลือก ความงามอยู่ตรงไหน เสน่ห์อยู่ตรงไหน จุดเด่นของภูมิปัญญาอยู่ตรงไหน เราใช้เวลาสามสี่ปีในการสร้างละออ เราเลยพูดได้เต็มปากว่าเป็นงานของเรามาจากมือและสมองของเราร้อยเปอร์เซ็นต์”

ความงามที่ปลายผ้า

แบรนด์ของเธอเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างออมและแม่ช่างทออำเภอปักธงชัย ด้วยเธอเรียนจบสาขาเครื่องประดับ เลยมีวิชาขึ้นตัวเรือนโลหะติดตัวมาด้วย ละออเลยเป็นแบรนด์ที่จับสีสันของผ้าไหมมาประดับแทนอัญมณี

La Orr แบรนด์เครื่องประดับไทยแท้ที่จับสีสันของผ้าไหมอำเภอปักธงชัยมาประดับแทนอัญมณี

“เราทดลองหาจุดเด่นของผ้าไหมว่ามีความแตกต่างจากผ้าแบบอื่นยังไง จนมาเจอความเหลือบที่คนไม่ค่อยชอบ ความจริงมันเกิดจากการทอของเส้นพุ่งกับเส้นยืนต่างสีกัน เวลาเอามาใช้งานเราจะใช้ผ้าไหมทอสองสี เพื่อเผยภูมิปัญญาของผ้าไหมผ่านความงามที่ปลายผ้า ถ้าปลายผ้าเป็นสีม่วงและสีเขียว แสดงว่าเกิดจากเส้นพุ่งสีเขียว เส้นยืนสีม่วง 

“คู่สีมาจากแม่ช่างทอ เราไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนอะไรเขาเลย เพราะเราอยากได้ความดั้งเดิมและรสนิยมทางศิลปะของเขา ส่วนเราเอาการออกแบบเข้าไปช่วยจัดการกับความเหลือบที่คนมองว่าใช้ยาก ให้ใส่ได้จริงในปัจจุบัน”

La Orr แบรนด์เครื่องประดับไทยแท้ที่จับสีสันของผ้าไหมอำเภอปักธงชัยมาประดับแทนอัญมณี

ไม่เพียงแค่สีเหลือบวิบวับ ออมยังเหมาผ้าสีฉูดฉาดค้างสต๊อกมาใช้แทบทั้งหมด เพราะเธอมองว่าเป็น ‘ความกล้า’ ของแม่ช่างทอ เพราะพวกเขามองแล้วว่าจับคู่สีแบบนั้น จับคู่สีแบบนี้ ต้องออกมาสวย บวกกับความยากในการทอแต่ละผืน ไม่ง่าย! คล้ายว่าเป็นงานศิลปะของช่างทอด้วยส่วนหนึ่ง เป็นงานศิลปะของเธอด้วยส่วนหนึ่ง แถมออมมองว่าเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ไม่จำเป็นต้องไปเริ่มพัฒนาสินค้าเพื่อให้ช่างทอขายได้ในตลาด แต่เธอเข้าไปรักษาความออริจินัลของภูมิปัญญาและดึงออกมาเป็นจุดเด่นของแบรนด์ เพื่อให้คนทั่วไปใส่ผ้าไหมได้จริงในชีวิตประจำวันและเป็นปัจจุบัน 

ความงามของนักสู้

ช่วงแรกของการทำแบรนด์เธอมีท้อบ้าง เพราะนึกไม่ออกว่าสุดท้ายจะออกมาเป็นแบรนด์ได้จริงหรือเปล่า ความเป็นตัวตนของเธอคนจะยอมรับมากน้อยแค่ไหน เครื่องประดับจากผ้าไหมคนจะเข้าใจและเปิดใจยอมรับหรือเปล่า

ออม-สุพัจนา ลิ่มวงศ์

“เราลองสู้อีกครั้ง จากตอนแรกเราใส่ความเป็นตัวเราลงไปร้อยเปอร์เซนต์ เราเปลี่ยนมาเริ่มจากชิ้นเล็กที่สุดให้คนเข้าถึงได้ง่ายก่อน แล้วค่อยใส่ความเป็นตัวเราเยอะขึ้น เริ่มมีชิ้นใหญ่ มีชิ้นมาสเตอร์พีซที่เป็นตัวเราร้อยเปอร์เซ็นต์ เราไม่ได้สนใจว่าใครจะซื้อหรือไม่ซื้อ แต่เราอยากทำ และเริ่มมีชิ้นย่อยแตกออกมาจากชิ้นที่เป็นเราร้อยเปอร์เซ็นต์ ปรับสีให้อ่อนลง แต่ยังเป็นตัวเราอยู่ เป็นเราในขนาดเล็กลง ที่คนใส่ได้ง่ายขึ้น คงไม่มีใครอยากใส่ความเป็นตัวเรา (ออม) ตลอดเวลา” 

La Orr แบรนด์เครื่องประดับไทยแท้ที่จับสีสันของผ้าไหมอำเภอปักธงชัยมาประดับแทนอัญมณี

ความงามของความพยายาม

ขณะละออกำลังเดินไปข้างหน้า ออมก็พัฒนาทักษะของเธอควบคู่ไปด้วยผ่านการลงสนามประกวด ล่าสุดเธอคว้ารางวัลชนะเลิศ GIT’s World Jewelry Design Awards 2018 ด้วยผลงาน ‘ARISE’ แนวคิดจากจันทรุปราคา

“โจทย์ของ GIT ตอนนั้นเกี่ยวกับไข่มุก เราเลยตั้งโจทย์ว่าจะทำยังไงให้ไข่มุกสวยที่สุด ส่วนตัวมองว่ามุกสวยทุกสี อยากจะใช้มุกตั้งแต่สีขาว เทา ดำ ให้ครบทุกเฉดในงานชิ้นเดียว เลยตรงกับแรงบันดาลใจเรื่องจันทรุปราคา คล้ายว่าดวงจันทร์ค่อยๆ ดับลง แล้วก็ค่อยๆ สว่างขึ้น เน้นไล่เฉดของสีไข่มุก สำคัญเลยต้องผลิตในระบบอุตสาหกรรมได้ด้วย” 

La Orr แบรนด์เครื่องประดับไทยแท้ที่จับสีสันของผ้าไหมอำเภอปักธงชัยมาประดับแทนอัญมณี

ความจริงก่อนจะทำแบรนด์ ออมเฝ้าลงสนามของ GIT อยู่ 3 ปี เพื่อทดลองว่าความเป็นตัวตนของเธอจะไปด้วยกันกับระบบอุตสาหกรรมได้หรือไม่ และศึกษาเทคนิคที่เธอยังไม่คุ้นชิน โดยอาศัยความเห็นจากกรรมการผู้เชี่ยวชาญ

“จะเห็นว่างานสองส่วนของเราต่างกันมาก แต่กระบวนการคิดและกระบวนการออกแบบทุกอย่าง มันเป็นกระบวนเดียวกัน ต่างกันแค่โจทย์และวัสดุ ถ้าเป็นละออ โจทย์คือการทำผ้าไหมยังไงให้อยู่ในชีวิตของคน แต่โจทย์ GIT แต่ละปีไม่เหมือนกัน แต่ต้องผลิตในระบบอุตสาหกรรมและขายได้จริง จะเป็นแค่ข้อกำหนดที่ไม่มีในละออ แต่มีในการประกวด

La Orr แบรนด์เครื่องประดับไทยแท้ที่จับสีสันของผ้าไหมอำเภอปักธงชัยมาประดับแทนอัญมณี

”มันเป็นเช็กพอยต์ของเราด้วย เวลาเราไปทำงานขายจริงเรามักจะมีโจทย์ในใจว่าเราจะทำอะไร แล้วเราเช็กพอยต์ได้ตรงหรือเปล่า งานประกวดเปิดโอกาสให้เราได้ลองทำอย่างอื่น ยิ่งกรรมการเลือกผลงานเรายิ่งเสริมความมั่นใจว่าเราสื่อสารได้ ต่อให้เขาให้โจทย์มายังไง สำคัญคือ มันต้องมีคาแรกเตอร์เราอยู่ในงานผ่านกระบวนการออกแบบด้วย”

ความงามจากธรรมชาติ

การออกคอลเลกชันของละออ เธอมองสิ่งใกล้ตัวจากธรรมชาติ ลองเอามาผสมผสานสร้างเป็นแรงบันดาลใจ ที่เน้นรูปธรรมเป็นหลัก เพื่อสื่อสารให้ลูกค้าเข้าใจง่าย ไม่ว่าจะเป็นกล้วยไม้ ผีเสื้อสีสวย ตัวด้วงตาเดียว (ตามจินตนาการ) 

เราขออาสาเราเล่า 6 คอลเลกชันสนุก เต็มไปด้วยจินตนาการและสีสันฉูดฉาดดึงดูดสายตา

 คอลเลกชันแรกเธอเปิดตัวด้วย Blossom Ballet เป็นเครื่องประดับชิ้นเล็ก แรงบันดาลใจจากดอกไม้ที่ห้อยอวดโฉมอยู่ตามต้นไม้ ตัวเรือนก็น้ำหนักเบา ทำให้ใส่ได้บ่อย รับรองว่าไม่มีเบื่อ! ส่วน Overwhelm คอลเลกชันที่ได้แรงบันดาลใจจากขนนก กำลังสะบัดปีกโบยบิน บางชิ้นเธอแอบใส่ขนนกเพิ่มความสมจริงไปด้วย สีสันของผ้าไหมก็อิงมาจากสีของพันธุ์นกหลายชนิด แถมการันตีด้วยรางวัล G-​Mark (2016) จากประเทศญี่ปุ่น ขอต่อด้วย Sense เน้นความงามของสรีระผู้หญิง โทนสีอ่อนละมุนเหมือนสีผิวอมชมพูของหญิงสาว แต่ถ้าคนชอบสีจัดจ้านต้องคอลเลกชัน Orchid Traps ดึงสีมาจากดอกกล้วยไม้ มาหมดทั้งสีม่วง สีชมพู ตัดกับตัวเรือนสีทอง ยิ่งสวยน่าจับจอง แต่งตัวเรียบง่ายแล้วใส่สร้อยคอสักเส้น เก๋!

La Orr แบรนด์เครื่องประดับไทยแท้ที่จับสีสันของผ้าไหมอำเภอปักธงชัยมาประดับแทนอัญมณี

ก่อนจะทำความรู้จักกับคอลเลกชันใหม่ล่าสุด ขอชวนชม Horizon เครื่องประดับเลียนแบบคลื่นทะเลที่มีแสงอาทิตย์ตกดินพาดผ่าน ท้องผ้าสีวานิลลาสกายถูกแทนที่ด้วยผ้าไหมทอมือสีสวย ด้วยตัวเรือนสีดำยิ่งขับให้ผ้าไหมดูเจิดจ้า

La Orr แบรนด์เครื่องประดับไทยแท้ที่จับสีสันของผ้าไหมอำเภอปักธงชัยมาประดับแทนอัญมณี

 ล่าสุดเธอนำเสนอความเชื่อของคนไทยผ่าน ‘แมลง’ ยกทัพตัวด้วงและผีเสื้อที่มีความหมายดีมาล่อตาล่อใจ แต่หน้าตาของแมลงจะเปลี่ยนใจตามจินตนาการของเธอ ขอเพิ่มหินแท้เข้าไปอีกหน่อยเพื่อเสริมความโชคดีและเสริมสิริมงคล

La Orr แบรนด์เครื่องประดับไทยแท้ที่จับสีสันของผ้าไหมอำเภอปักธงชัยมาประดับแทนอัญมณี

ความงามจากภูมิปัญญาไทย 

ละออ มาจากคำศัพท์ภาษาไทย มีความหมายว่า ‘งาม’ 

“เราอยากใช้รากของภาษาไทย เพราะเราทำงานจากวัสดุไทย ต่อไปถ้าเป็นวัสดุอื่นก็ต้องมาจากภูมิปัญญาและท้องถิ่นไทย เลยใช้คำว่า ‘ละออ’ เรามองว่าเครื่องประดับเป็นอะไรก็ได้ แต่ว่ามันต้องมีความงามอยู่ งามในแบบของเรา งามในแบบที่ยังมีเซนส์ของความเป็นไทย และการทำงานกับผ้าไหมของเราก็เปลี่ยนไป ขณะเดียวกันเราก็นำเสนอมุมมองใหม่ของผ้าไหมมากขึ้นด้วย  ผ้าผืนหนึ่งเราใช้คุณค่าของมันอย่างเต็มผืน การทอของเขาที่ทำมาไม่ได้เสียเปล่าเลย”

แม้ครั้งแรกของการสัมผัสผ้าไหมเธอจะไม่กล้าจับ ไม่กล้าพับ และไม่กล้าตัด กว่าจะทอได้แต่ละผืนล้วนใช้เวลา นับจากวันที่เธอเข้าใจและเปลี่ยนทัศนคติ เธอกล้าตัดผ้าไหม กล้าทำทุกอย่างกับผ้ามากขึ้น เพราะเธอไม่ได้ทำให้ผ้าเสียหาย เพียงแต่นำเสนอความงามในมุมมองใหม่ ที่สำคัญ เธอใช้ทุกส่วนของผ้า เหลือผ้าน้อยที่สุดและใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด

“งานของเรามีคนใส่ตั้งแต่วัยรุ่นถึงวัยผู้ใหญ่ เพราะสีและโครงสร้างถูกทอนมาแล้ว ทำให้ผ้าไหมเข้าสู่วงกว้างมากขึ้น การที่วัยรุ่นจะจับผ้าไหมมาใส่สักชิ้น มันยากมาก แต่ตอนนี้ไม่ได้มีทัศนคติตรงนั้นมาปิดแล้วในส่วนของการทำละออ คนมองว่าเราเป็นเครื่องประดับที่ใส่ได้และคุณค่าของผ้าไหมยังอยู่” เจ้าของแบรนด์เล่าด้วยความภูมิใจในภูมิปัญญา

ออม-สุพัจนา ลิ่มวงศ์

ในปีนี้การประกวดออกแบบเครื่องประดับและพลอยเจียระไนได้จัดพิธีมอบรางวัลในงานเทศกาลนานาชาติ ‘พลอยและเครื่องประดับจันทบุรี (International Chanthaburi Gems and Jewelry Festival 2019)’ เป็นครั้งแรก 

จัดขึ้นโดย GIT หรือสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ภายใต้แนวคิด ‘Power of Gemstones and Jewelry’ ระหว่างวันที่ 4 – 8 ธันวาคม 2562 พร้อมจัดนิทรรศการแสดงผลงานและผลิตภัณฑ์จากช่างฝีมือ ตลอดจนผู้ประกอบการที่ได้รับการคัดเลือก ณ บริเวณศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง changemsfest.com

Writer

Avatar

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Creative Local

ตัวอย่างการใช้ไอเดียสร้างสรรค์ต่อยอดของดีของชุมชน

มองในแวบแรก สิ่งที่อยู่ในมือฉันคือกระเป๋าผ้าที่ทั้งสวยเก๋และร่วมสมัย แต่เมื่อมองให้ละเอียดขึ้น จะเห็นความไม่สมบูรณ์แบบของผืนผ้าและลวดลายปักแปลกตา อันเป็นความงดงามของงานทำมือ และเมื่อได้ฟังเรื่องราว ฉันก็รู้ว่าผู้สร้างสรรค์กระเป๋าเหล่านี้คือหลากหลายชนเผ่าภาคเหนือ ซึ่งมีภูมิปัญญาการปักและถักทอผืนผ้าสั่งสมมายาวนาน

Ethnica คือแบรนด์กระเป๋าที่ก่อตั้งโดย ยุจเรศ สมนา, เขมิยา สิงห์ลอ และ ชัยวัฒน์ เดชเกิด มันไม่ใช่แค่กระเป๋าดีไซน์สวย แต่คือธุรกิจเพื่อสังคมที่เข้าไปหยิบภูมิปัญญาชนเผ่ามาหีบห่อให้ถูกใจคนซื้อ เพื่อให้แบรนด์เติบโตได้และชนเผ่าผู้ลงมือทำอยู่รอด ในแต่ละผืนผ้า แต่ละลวดลายจึงเต็มไปด้วยเรื่องราวและความหมายที่มากไปกว่าสินค้าในระบบอุตสาหกรรม

ฉันวางมือสัมผัสผืนผ้า ลูบไล้ลายปัก แล้วตั้งใจฟังสิ่งที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าแต่ละใบ

Ethnica: เก็บภูมิปัญญาชนเผ่าภาคเหนือไว้ในกระเป๋าเพื่อสังคมใบสวย

1.

ผ้าสำเร็จรูปมันไม่มีหัวใจอยู่ข้างใน

Ethnica เริ่มต้นเมื่อ 2 ปีก่อน ด้วยก้าวแรกที่ไม่ต่างจากแบรนด์กระเป๋าอื่นนัก

ยุวเรศซึ่งเรียนจบสาขาศิลปะไทยจากคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมกับนักการตลาดรุ่นใหม่ตั้งแบรนด์กระเป๋าในสไตล์ New-Boho มุ่งส่งขายสหรัฐอเมริกา-ตลาดที่มีกำลังซื้อและชื่นชอบงานฝีมือ โดยค้นคว้าหารูปทรงกระเป๋าที่ตลาดต้องการ แล้วเลือกใช้ผ้าจากตลาดที่ปักลวดลายจากชนเผ่าภาคเหนือซึ่งเธอชื่นชอบเป็นทุนเดิม

แต่เมื่อกระเป๋าล็อตแรกออกมา ยุวเรศพบว่าเธอยังต้องเพิ่มคุณค่าให้สินค้า เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกพิเศษ ด้วยผ้าทอที่ต่างจากผ้าตามท้องตลาดทั่วไป

“ใครก็ใช้ผ้าเหมือนเราได้ มันทำให้เราไม่มีเอกลักษณ์ และต่อให้มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ มันก็ไม่มีหัวใจอยู่ข้างใน” ยุวเรศอธิบาย

ด้วยเหตุนี้ นักออกแบบสาวจึงเริ่มมองหาหนทางอื่น ระหว่างนั้น เธอได้ไปลงเรียนคอร์สการออกแบบสิ่งกับ TCDC เชียงใหม่ ที่สอนโดย ธีระ ฉันทะสวัสดิ์ ดีไซเนอร์ไทยชื่อดัง ในห้องเรียน รุ่นพี่ที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นได้แนะนำให้เธอไปเจอกับบัว-ชำนาญ คำปวง หญิงชาวชาวปกาเกอะญอในแถบพื้นที่ทุ่งหัวช้างซึ่งมีฝีมือในการทอผ้า หญิงสาวจึงลองให้พี่บัวช่วยทอผ้าแบบที่อยากเห็น ซึ่งมีความเป็นงานฝีมือพื้นบ้านอบอวลอยู่

ผลที่ได้จากกี่ของพี่บัวน่าประทับใจ แม้ลายเส้นอาจไม่ราบเรียบเสมอกัน แต่ความงามนั้นคือสิ่งที่ทำให้ผ้าทำมือแต่ละผืนมี ‘หัวใจ’

แล้วระหว่างการร่วมงาน เมื่อนักออกแบบสาวลองถามว่า ช่างฝีมือซึ่งบ้านอยู่ห่างไกลตัวเมืองคนนี้ต้องการอะไรในชีวิต แทนที่คำตอบจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างมือถือ หรือของจำเป็นอย่างเสื้อผ้า

คำตอบของพี่บัวคือ งาน

นั่นคือจุดเริ่มต้นของการร่วมมืออย่างจริงจังระหว่างนักออกแบบสาวและช่างฝีมือชนเผ่า เพื่อนำจิตวิญญานของชนเผ่ามาปรับใช้ตอบโจทย์คนยุคใหม่

คือจุดเริ่มต้นของแบรนด์ Ethnica อย่างที่เป็นทุกวันนี้

Ethnica: เก็บภูมิปัญญาชนเผ่าภาคเหนือไว้ในกระเป๋าเพื่อสังคมใบสวย Ethnica: เก็บภูมิปัญญาชนเผ่าภาคเหนือไว้ในกระเป๋าเพื่อสังคมใบสวย

2.

เราทำงานให้ชนเผ่า ไม่ใช่ชนเผ่าทำงานให้เรา

จากวันนั้น ยุวเรศทยอยหยิบงานมาให้พี่บัวทำไม่ขาด แล้วจากคน 2 คน พี่บัวก็แนะนำให้ยุวเรศรู้จักชุมชนข้างเคียงที่มีทักษะการย้อมสีธรรมชาติ

ทีละน้อย, Ethnica ค่อยๆ ขยับขยายเครือข่ายไปสู่ชุมชนอื่น ชนเผ่าอื่นที่กว้างออกไป

อย่างไรก็ตาม การทำงานของนักออกแบบสาวไม่ใช่รูปแบบบังคับให้ได้อย่างใจ เธอรู้ดีว่าแต่ละเผ่า รวมถึงแต่ละชุมชนมีทักษะไม่เหมือนกัน ชาวปกาเกอะญอเชี่ยวชาญทอผ้า ชาวอาข่าฝีมือจัดเรื่องการปัก บางชุมชนมีทักษะย้อมฝ้ายและตีฝ้าย ขณะที่อีกหลายชุมชนไม่มี และแต่ละชุมชนก็มีวัตถุดิบให้สีที่ไม่เหมือนกัน ตั้งแต่สีจากต้นคราม ผลมะเกลือ หรือต้นขนุน

เพราะฉะนั้น ผ้าแต่ละผืนจึงอาจเป็นการผสมผสานภูมิปัญญาของหลากชุมชน หลายชนเผ่า หีบห่อด้วยดีไซน์จากนักออกแบบสาว และการจบงานแบบตามมาตรฐานจากโรงงาน ตัวอย่างเช่น คอลเลกชันหนึ่งของ Ethnica ใช้ลายปักของชาวลั๊วะที่เป็นลายจารึกโบราณ แต่ลองผสมสีใหม่ เอาโทนสีของใบไม้เข้ามาร่วมเพื่อให้เข้ากับการเป็นคอลเลกชันรับฤดูใบไม้ร่วง ก่อนจบด้วยการเก็บงานให้สวยเนี้ยบพร้อมวางขาย

ที่สำคัญคือ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบนพื้นฐานความเต็มใจและสบายใจของทุกฝ่าย

“เราก็บอกเขาว่าอยากให้ทอผ้า เอาให้เขาดูว่าคนเมืองเขาใส่กันแบบนี้นะ และนี่ก็ผ้าทอของเรา แต่ทำไซส์แบบนี้ ลองทำสิ สวยนะ พอทำออกมาเขาก็ดีใจ เริ่มเห็นภาพ พอเขาเริ่มชินแล้ว ก็จะได้ลองอะไรใหม่ๆ เส้นยืนแบบนี้ เส้นพุ่งแบบนี้ เขาก็เริ่มสนุก เริ่มหันมาทำกันมากขึ้น แต่ว่าเราออกแบบบนพื้นฐานที่เขาถนัดนะ ถ้าเขาไม่ถนัดแล้วไปฝืน เขาก็ไม่ทำ มีตัวอย่างอยู่หลายทีเหมือนกัน บางทีดีไซน์เนอร์เอาเทคนิคของชนเผ่าหนึ่งไปให้อีกชนเผ่าทำ มันทำให้เขาอึดอัดและทำได้แค่ตัวอย่าง พอมีออร์เดอร์มาคือเสียหมดเลยเพราะเขาทำไม่ทัน เราก็จะยึดตามวิถีชีวิตเขาเคยอยู่ยังไง แล้วก็ปรับตัวเอง คือเราทำงานให้เขามากกว่า ไม่ใช่ให้เขามาทำงานให้เรา” นักออกแบบสาวเล่าให้ฉันฟัง

ผ้าแต่ละผืนที่ Ethnica ได้มาจึงมีความงามเป็นเอกลักษณ์

และแน่นอน มีมวลความสุขของคนทำสอดแทรกอยู่ในนั้น

Ethnica: เก็บภูมิปัญญาชนเผ่าภาคเหนือไว้ในกระเป๋าเพื่อสังคมใบสวย Ethnica: เก็บภูมิปัญญาชนเผ่าภาคเหนือไว้ในกระเป๋าเพื่อสังคมใบสวย Ethnica: เก็บภูมิปัญญาชนเผ่าภาคเหนือไว้ในกระเป๋าเพื่อสังคมใบสวย

3.

เมื่อเราบอกว่าลูกค้าซื้อกระเป๋าไปแล้วนะ แววตาเขาเป็นประกาย

Ethnica เติบโตขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป ยุวเรศบอกว่า ตอนนี้ฉันพบกระเป๋าของเธอได้ทั้งในหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และร้านในตัวเมืองเชียงใหม่ของเธอเองที่ชื่อว่า Craft de Quarr ซึ่งรวมหลายแบรนด์ท้องถิ่นไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ Ethnica ยังจับมือกับธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อสังคมเพื่อนซี้อย่าง Local Alike จับทริปลงชุมชนที่ทำงานผ้าให้กับแบรนด์ด้วย

ในความงอกงามของกระเป๋าเพื่อสังคมเจ้านี้  ฉันพบว่ามีสิ่งสำคัญซ่อนอยู่ในผลงานแต่ละใบ

นั่นคือ ‘ความยั่งยืน’

เริ่มกันจากระดับเล็กจิ๋วที่สุด  การเติบโตของ Ethnica ไม่ใช่แค่คนซื้ออย่างเราได้ของสวยถูกใจ แบรนด์ได้กำไร แต่ชุมชนและชนเผ่าต่างๆ ยังมีรายได้ซึ่งทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขา และทำให้ทุกคนได้อยู่ด้วยกันที่บ้าน ไม่ต้องแยกย้ายไปทำงานที่อื่น

“สถาบันครอบครัวก็กลับมา พ่อบ้านไปปลูกฝ้าย แม่บ้านทอผ้า แล้วจากที่เด็กสาวๆ ไม่สนใจแล้ว จะไปเล่นมือถือ ไปทำงาน ไปเที่ยวข้างนอก เขาก็เริ่มสนใจกลับมาทอผ้าเพราะเห็นว่ามีรายได้ เริ่มอยู่บ้าน ทำงานและเรียนจากคนในครอบครัวมากขึ้น บางทีเราไปก็ไปช่วยเขาย้อม ช่วยเขาตีฝ้ายนะ อยู่กันเหมือนครอบครัว” ยุวเรศเล่าประสบการณ์ตรงให้ฟังพร้อมรอยยิ้ม

นอกจากนั้น การที่ชาวชนเผ่าซึ่งทำงานร่วมกับ Ethnica มีรายได้จากสิ่งที่มีอยู่แล้วในชุมชนทั้งวัตถุดิบและองค์ความรู้ ก็ทำให้วิถีชีวิตชนเผ่าของพวกเขายังดำเนินต่อไปได้อย่างที่เคยเป็น และภูมิปัญญาที่อาจเคยถูกทอดทิ้ง ใกล้สูญหายก็กลับกลายเป็นสิ่งมีค่า

ไม่ใช่แค่เพราะมันช่วยสร้างรายได้ แต่เพราะองค์ความรู้เก่าแก่นี้คือสิ่งที่สร้างความภาคภูมิใจให้ทั้งผู้ใหญ่และหนุ่มสาวรุ่นหลัง

“เวลาที่ทอผ้าออกมาได้กระเป๋า 1 ใบ แล้วเราบอกเขาว่า กระเป๋าผ้าของพี่ลูกค้าซื้อไปแล้วนะ แววตาของเขามันเป็นประกายมาก นอกจากได้เงิน เขาดีใจและภูมิใจว่าสิ่งที่เขาทำมา ที่เขาคิดว่าขี้เหร่ กลับขายให้กับกลุ่มคนที่ชื่นชอบได้ งานชนเผ่ามันไม่ใช่งานคลาสสิก งานเนี้ยบ แต่มีเสน่ห์ตรงความเป็นพื้นบ้าน” ยุวเรศบอกฉัน

ในภาพใหญ่ การสร้างรายได้ให้ชนเผ่าในวิธีของ Ethnica ยังช่วยปกป้องธรรมชาติ เพราะภูมิปัญญาของพวกเขานั้นแสนจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และหลายครั้ง งานที่ทุกคนต้องแยกย้ายไปทำก็ส่งผลร้ายต่อธรรมชาติ เช่น การทำไร่เชิงเดี่ยวอย่างไร่ข้าวโพดซึ่งทั้งทำลายป่าและใช้สารเคมีหนักหน่วง

ซึ่งแน่นอนว่าสุดท้ายก็จะส่งผลกระทบมาถึงฉันและคุณ เพราะเราล้วนเชื่อมโยงถึงกัน

เพราะอย่างนี้  การเติบโตของกระเป๋าแบรนด์ Ethnica จึงหมายถึงการขับเคลื่อนวงจรความยั่งยืนที่งดงามให้หมุนต่อไป ทั้งชุมชน เจ้าของแบรนด์ และผู้บริโภคกำลังเดินไปข้างหน้าโดยไม่มีใครนำหน้าใคร

เป็นการก้าวไปพร้อมกันอย่างสง่างาม

Ethnica: เก็บภูมิปัญญาชนเผ่าภาคเหนือไว้ในกระเป๋าเพื่อสังคมใบสวย Ethnica: เก็บภูมิปัญญาชนเผ่าภาคเหนือไว้ในกระเป๋าเพื่อสังคมใบสวย

Writer

Avatar

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load