เมื่อ The Cloud ถามว่าอยากให้เรียก เชฟป้อม หรือหม่อมป้อม หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล ตอบทันทีว่า

“พี่ป้อม”

“ก็ยังยืนยันความตั้งใจตั้งแต่เด็ก ไม่ชอบเป็นเชฟ” เธอบอก

หม่อมหลวงขวัญทิพย์ต้อนรับ The Cloud ที่ร้านยุ้งฉาง ร้านอาหารบรรยากาศอบอุ่นสไตล์ Neo-Chinese ย่านอารีย์ ของลูกชายคนเล็ก (คุณกุลพล สามเสน)

ตลอด 1 ชั่วโมงครึ่ง หม่อมหลวงขวัญทิพย์เล่าเรื่องราวชีวิตคนทำอาหารที่พยายามหนีห้องครัวแต่เด็ก สมาชิกราชสกุลที่ปลูกฝังเด็กหญิงทุกคนให้รู้จักการครัว เล่าบทบาทหลากหลายของผู้หญิง 1 คน ทั้งแม่ของลูกชาย 3 คน คนทำอาหารคาว คนทำเบเกอรี่ เจ้าของร้านอาหาร ครูสอนทำอาหาร นักสร้างสรรค์เมนูอาหาร นักจัดเลี้ยง ไปจนถึงบทบาทที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักทั่วประเทศ คือกรรมการตัดสินรายการแข่งขันทำอาหารอย่าง MasterChef Thailand นอกเหนือจากบทบาทอื่นๆ นอกห้องครัว ทุกบทบาทสอนอะไรบางอย่างแก่เธอ ผู้มีชีวิตเป็นดั่งสำรับที่มีส่วนประกอบลงตัวครบรส แม่ครัวคนนี้เตรียมวัตถุดิบ ลงมือปรุง กำหนดรสชาติและวิธีจัดเสิร์ฟด้วยตัวเอง หลอมรวมเป็นชีวิตและความคิดของผู้หญิงเก่งและแกร่งชื่อ ขวัญทิพย์ เทวกุล

เชฟป้อม, ขวัญทิพย์ เทวกุล

10 ปีที่ผ่านมา เด็กรุ่นใหม่อยากเป็นเชฟ มีโรงเรียนสอนทำอาหารเปิดมากมาย มองปรากฏการณ์นี้อย่างไร

ถามตัวเองว่าอยากเป็นจริงๆ ไหม เพราะอาชีพนี้มันงานหนักนะคะ สกปรกเลอะเทอะ เหม็น อยู่กับอาหาร อยู่กับของสด ไอน้ำมัน คุณเปิดร้านอาหาร เปิดเที่ยง แต่ไม่ใช่ว่าเข้ามาเที่ยงนะ คุณต้องเข้ามาก่อน ใช้เวลาตระเตรียมเยอะมาก คนครัวไม่สามารถทำงานตามเวลาเป๊ะๆ ตอกบัตรเข้า 8 โมง ออก 5 โมงเย็น ชั่วโมงทำงานบางทีมันต้องเกินนั้น บางทีมีเหตุให้ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

พี่พูดเสมอว่า ใครจะก้าวมายืนตรงนี้ต้องรักในการทำอาหารจริงๆ มีแพสชันกับมันจริงๆ แล้วก็แข็งแรงพอที่จะยืนอยู่ตรงนี้ได้ อดทนกับมันด้วยใจรัก เด็กรุ่นใหม่ คุณเห็นรายการทีวีสวยงาม แต่คุณยังไม่มีประสบการณ์ คุณไปเรียนทำอาหาร เรียนจบปั๊บ ไฟแรง อยากเปิดร้านเลย พี่เข้าใจ แต่คุณเคยคิดถึงปัจจัยอื่นที่ควบคุมไม่ได้ไหม คนที่จะเข้าร้านคุณ คุณบังคับเขาได้ไหม อาหารที่คุณทำมันถูกปากคนกี่คน คุณยังไม่มีประสบการณ์เลยว่าคนทั่วไปเขารับประทานอาหารรสอะไร คุณต้องหาตลาด หาความเป็นตัวเองให้ได้ก่อน

สิ่งหนึ่งที่พี่ผ่านมาในชีวิตคือ เมื่อเรามีใจรักในการทำอาหาร การเปิดร้านอาหารไม่ใช่คำตอบเดียว ถ้ามีความสามารถ ทำอย่างอื่นก็ได้ อย่างพี่นี่ก็ผ่านการเปิดร้านมาแล้ว แต่พี่ทนไม่ได้กับความเครียดของตัวเอง พอมีความเครียด วันนี้ยอดจะเป็นยังไง บางทีร้านพร้อม คนพร้อม อาหารพร้อม แต่วันนี้เกิดรถติดมหาศาล คนมาไม่ถึงร้านเรา เครียดไหมคะ ค่าไฟยังเดินอยู่ ค่าเช่ายังเดินอยู่ เงินเดือนพนักงานยังเดินอยู่ วัตถุดิบในตู้ยังอยู่ ถูกไหม เครียด พอเครียดหลายๆ ครั้งเข้าการสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ มันไม่มี ถ้าคุณไม่สามารถรับความกังวลตรงนี้ได้ ร้านอาหารไม่ใช่คำตอบ

การเปิดร้านอาหารมันมีปัจจัยหลายอย่างที่อยู่นอกเหนือการควบคุม พี่ทำจัดเลี้ยงสบายกว่าเยอะเล้ย (เน้นเสียง) สั่งของเท่าที่มีออร์เดอร์เข้ามา ทุกอย่างอยู่ในการควบคุม ปัญหาก็จะน้อยลง ไม่ต้องนั่งรอลูกค้ารายวันแบบร้านอาหาร ทำเมื่อลูกค้าต้องการ ถ้าทำดี ก็มีงานต่อเนื่อง

ทำมาหลายอาชีพในวงการอาหาร บทบาทไหนที่สนุก และเพราะอะไร

การเป็นครูสอนทำอาหารก็ชอบ ยังมีความสุขอยู่ งานสอนสนุกนะ ได้เรียนรู้จากคนที่มาเรียนกับพี่ว่าแต่ละคนพื้นฐานเขามาไม่เท่ากัน บางทีก็ให้อะไรใหม่ๆ กับเรา เราไม่รู้ว่าแต่ละคนที่มาเรียนเขาคิดยังไง พื้นฐานเขาเป็นยังไง พอเรารู้ว่าเขาคิดแบบนี้ เราก็ เอ๊อ…ดีละ เราจะได้คิดวิธีการที่จะสอนให้เขาเข้าใจได้ ก็เป็นความภูมิใจ

เป็นกรรมการมาสเตอร์เชฟเนี่ยพี่สนุก เพราะต้องใช้พื้นความรู้ทั้งหมดที่มีอยู่ ใช้ประสบการณ์การเป็นคนที่พยายามวิ่งหนีครัว พี่ไปเป็นพิธีกร ไปร้องเพลง พี่ไปเล่นละครเวที คือทำมาแล้วทั้งนั้น ตรงนี้มันทำให้เรามีศักยภาพมากกว่าแม่ครัว

พี่เดินผ่านผู้เข้าแข่งขัน พี่รู้ละ กำลังจะทำอะไรผิด เห็นไหมว่าในรายการพี่เล่นเสียงได้เสมอ พี่จะดุก็ได้ แต่สำหรับบางคนพี่จะรู้ว่าวิธีดุไม่เหมาะกับเขา พี่เดินเข้าไปจับไหล่เขา พูดแค่ว่า “สู้ไหม…” โอ้โห ความรู้สึกเขาอีกอย่างนะ เพราะรายการไม่มีสคริปต์ มันคือธรรมชาติจริงๆ ใช้ความเป็นครู ความเป็นแม่ครัว ความเป็นแม่ ทำให้พี่สนุกกับการทำงานนี้ ทุกอย่างมันมาตรงหน้า เดี๋ยวนี้ เดี๋ยวนั้น

เชฟป้อม, ขวัญทิพย์ เทวกุล
เชฟป้อม, ขวัญทิพย์ เทวกุล

ตลอดชีวิต เห็นอาหารไทยเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

อย่างแรกคือวัตถุดิบไม่เหมือนเดิม พอวัตถุดิบไม่เหมือนเดิม วิธีการก็ต้องเปลี่ยนไป เคยไหมมีใครเอาเนื้อแกะเข้ามาใช้ในอาหารไทย ไม่มี เดี๋ยวนี้แกะยอดฮิตมาก ทำได้ทุกอย่าง พอมาเข้ากับอาหารไทยก็ยิ่งดี เพราะกลิ่นเฉพาะของเนื้อแกะจะโดนกลบด้วยเครื่องเทศ อีกวิวัฒนาการที่พี่เห็นชัดเจนคือ เครื่องทุ่นแรง เมื่อก่อนเคี่ยวกันไปสิ กี่ชั่วโมง เดี๋ยวนี้มีหม้ออัดแรงดัน แต่พี่ไม่ค่อยชอบ เพราะมันไม่ซึมเข้าเนื้อ ยังไงก็ต้องเอามาเคี่ยวต่ออีก มันนุ่มจริง แต่นุ่มแบบน้ำไปทาง เนื้อไปทาง

เวลาทำเครื่องแกง พี่ไม่ทราบว่าท่านใดจะคิดอย่างไร บางคนบอกว่าต้องตำเท่านั้น พี่จะตำทำไมล่ะ พี่มีเครื่องตำ บดเปียก บดแห้ง คุณแค่ต้องใช้มันให้เป็น ไม่ใช่แค่บดพอแหลก แต่ต้องบดให้ออกกลิ่น อีกเหตุผลที่พี่สนับสนุนการใช้เครื่องทุ่นแรงคือ ยุคสมัยเปลี่ยนไป คนเยอะแยะที่ไม่มีเวลา ต้องทำงาน ถ้าให้เขามานั่งโขลกนั่งตำตั้งแต่ต้น ใครจะทำ คุณเลือกเอาว่าอยากให้อาหารไทยหายไปหรือปรับวิธีการให้ง่ายขึ้น

อีกอย่างที่เปลี่ยนคือ การเสิร์ฟ ไม่ได้เพิ่งเกิด เห็นมานานแล้ว คือเสิร์ฟเป็นคอร์สเลียนแบบฝรั่ง เสิร์ฟเป็นจานๆ ไป มันใช่ไหมอะ อาหารไทยการรับประทานมันเป็นสำรับ ถูกไหมคะ มันคือเวลาคุณภาพของครอบครัว ทุกคนมีจานข้าวของตนเองแล้วกินร่วมกัน ในหนึ่งสำรับคนไทยเขาก็ต้องคิดว่ามีเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด รสชาติที่ต่างกัน คนในครอบครัวทุกช่วงอายุกินได้ แต่ในขณะเดียวกัน อาหารบนโต๊ะก็ต้องไปด้วยกันได้ด้วย

แต่ไม่ได้ต่อต้านความร่วมสมัยใช่ไหม

ก็ไม่ว่าค่ะ ทำให้ดูเป็นสากลขึ้นมา แต่สำคัญว่าถ้าคุณเสิร์ฟอาหารไทยเป็นคอร์สแบบนั้น ต่างชาติจะกินอาหารไทยเป็นไหม คนไทยก็คิดว่าแบบนั้นเก๋ ถ้าจานหลักคุณมีข้าวและมีอาหารที่เผ็ดแล้ว คุณจะมีแค่นั้นไหม ควรต้องมีอะไรมาแก้ที่มันเผ็ด แก้ที่มันฝืดคอ เช่นน้ำแกง

คำตอบของพี่ก็คือ รับได้ค่ะ ไม่ได้บอกว่าผิด เพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนไป

ในเมื่อยุคสมัยเปลี่ยน แล้วจะทำอย่างไรให้ภูมิปัญญาการครัวไทยไม่สูญหาย

ถ้าคุณจะอยู่ในอาหารไทย พี่ขอพื้นฐาน แล้วจะไปปรับอะไรเนี่ยไม่ว่าเลย แต่ว่าอย่าไปทำอะไรที่พิเรนทร์หรือตกขอบ สมมติคุณบอกจะทำแกงเผ็ด ทำสิ ในรูปแบบไหนก็ได้ จะเคี่ยวให้ข้นหน่อย รับประทานกับเนื้อสัตว์และผัก สมัยนี้เขาใช้คำว่า Deconstruct คือแยกส่วนเสิร์ฟ แต่ไม่ใช่ว่าคุณบอกทำแกงเผ็ด แล้วมันออกมาเป็นสีเขียว นั่นคือการแหกคอก มันแกงเผ็ดเหรอ ไม่ใช่ คุณต้องรู้พื้นฐานอาหารไทย มีต้ม ผัด แกง ทอด เครื่องจิ้ม ในหนึ่งสำรับคนไทยมีอะไรกิน อันนี้ต้องรู้ ทุกอย่างวนกลับไปที่คำว่าสำรับ

คุณทำหลน พื้นฐานของหลนคืออะไร มีกะทิใช่ไหม มีตะไคร้ มีหอมซอย ข่านิดหน่อย ใบมะกรูด ต้มในกะทิ รสชาติกะทิจะหวานมัน กินกับผักสด คุณอยากเปลี่ยนหลนก็เปลี่ยนไปสิ หลนเต้าเจี้ยว หลนแหนม หลนปลา หลนกะปิ ปรับเป็นมังสวิรัติก็ได้ หลนเต้าหู้อะไรไป พี่มีแหนมเหลือยังเอามาหลนเลย แต่มัน Base on ความเป็นหลน เข้าใจไหมคะ คุณอยากเอาเนื้อสัตว์ที่คนไทยไม่ได้ใช้แต่เดิมมาทำหลนก็ทำได้ แต่อยู่บน Base อันเดิมนะ ถ้าคุณจะบอกว่าให้รสชาติมันเป็นไทย ต้องรู้ว่าหลนคืออะไร ถ้าพี่ทำเนื้อเค็มต้มกะทิ จะบอกว่ามันคือหลนได้ไหม ไม่ได้

คำว่าฟิวชันกับ Modern Thai มันไม่เหมือนกันนะ Modern Thai ก็คืออาหารรสชาติไทยแท้ๆ แต่จัดแต่งและปรับด้วยวัตถุดิบหรือการจัดหน้าตาอาหาร แต่ฟิวชันคือการผสมผสานที่เก๋ไก๋ บางทีกินเข้าไปพี่ยังไม่รู้เลยว่าอาหารชาติอะไร (หัวเราะ)

เชฟป้อม, ขวัญทิพย์ เทวกุล

ทุกวันนี้ยังทำอาหารกินเองไหม

ทำค่ะ แต่ตั้งแต่ทำรายการ การทำอาหารกินเองจะเป็นอาหารง่ายมากๆ ปรุงแต่งน้อยมากๆ โดยเฉพาะหลังจากวันอัดรายการ แทบไม่อยากกินอะไร พูดยังไม่อยากพูดเลย

คำว่า “ทำอาหารกินเองดีที่สุดแล้ว” สำหรับวิถีชีวิตยุคนี้ยังจริงอยู่ไหม

พี่เข้าใจนะว่าคนทุกคนไม่ได้ทำอาหารเป็นกันหมด การซื้ออาหารสำเร็จรูปมากินในบ้าน หรือการไปกินอาหารนอกบ้าน ความรู้สึกมันก็ต่างกัน พี่ไม่ถือนะถ้าคุณมีความจำเป็นในเรื่องเวลาและฝีมือ แต่คุณจัดสรรเวลาที่กินด้วยกันได้ไหมล่ะ มันคือเวลาคุณภาพของครอบครัว นั่งลงแล้วกินด้วยกัน จะทำเองหรือซื้อมากิน จะอร่อยไม่อร่อยก็ได้ แต่มันเป็นความรู้สึกที่ดี

ลูกไปทำงาน พ่อแม่ทำกับข้าวรอ ลูกกลับมานั่งกินข้าวกับพ่อแม่ตอนเย็น เขาปลื้มนะ อร่อยไม่อร่อยไม่รู้ล่ะ พ่อแม่ทุกคนน่ะเขาห่วงลูก เขาก็อยากสำรวจว่าอยู่ดีมีสุขไหม ลูกๆ พี่เหมือนกัน ก็มีความสุขทุกครั้งที่นัดกันว่ากินข้าวกันไหม บางทีเขาบอกอยากกินข้าวกับแม่ แค่บอกว่าแม่ทำกับข้าวง่ายๆ ให้กินหน่อย อย่างที่เคยกินเมื่อเด็กๆ แค่นี้แหละ แม่ทำตายเลย (หัวเราะ)

แต่การทำกินเองได้ประโยชน์หลายอย่าง ประหยัดได้มาก อย่าไปคิดว่าทำไม่เป็น ทำไม่อร่อย แค่คุณคิดว่าทำไม่เป็น คุณก็ไม่เดินไปตลาด ไม่ไปซื้อของแล้ว คุณท่องอยู่นั่นแหละว่าทำไม่เป็น ทำไม่อร่อย ทำไมไม่ลองหัดเล่นอะไรง่ายๆ ก่อนล่ะ พออร่อยปุ๊บเดี๋ยวมาเอง มีหลายคนที่มาบอกว่า ดูรายการแล้วอยากหัดทำอาหารเอง ไปๆ มาๆ เดี๋ยวนี้ชุดใหญ่ไฟกะพริบ ทำมันทุกอย่างในโลกนี้

เชฟป้อม, ขวัญทิพย์ เทวกุล

คุณป้อมไม่เคยเรียนทำอาหารจากสถาบันที่ไหน แต่ได้เรียนรู้จากที่บ้านตั้งแต่เด็กใช่ไหม

พี่โตมาในครอบครัวที่เด็กผู้หญิงจะต้องมีคุณสมบัติติดตัว มีความเป็นแม่บ้านแม่เรือน ตัวเองไม่เคยเข้าเรียนทำอาหารที่ไหน แต่ที่บ้านนี่คือโรงเรียนประจำเลย ไม่ให้ตื่นสาย แม่เนี่ย พอพระอาทิตย์ขึ้นสักหน่อย ไม่เห็นหน้าลูก ขึ้นมาแล้วค่ะ มาเคาะตามห้อง ป่วยหรือเปล่า ถ้าป่วยค่อยว่ากัน แต่ถ้าปกติ ลงไปเลย ปอกหอม ปอกกระเทียม เมื่อก่อนแม่ทำจัดเลี้ยง ทำร้านอาหารหน้าบ้าน ลูกเยอะ งานบริษัทอย่างเดียวไม่พอ แม่ก็ทำทุกอย่าง พี่ทำจนกระทั่งทุกอย่างมันซึมเข้ามาในหัว จนตอนนี้จะทำอะไรเห็นภาพเลย เฮ้ย ถ้าทำอย่างนี้มันต้องเสียแน่เลย ถ้าเป็นอย่างนี้รสมันจะเป็นอย่างนี้แน่เลย

พอพี่ๆ ไปเรียนเมืองนอกหมด เราก็ถูกทิ้งอยู่บ้าน เพราะอายุห่างจากเขาเยอะ ที่บ้านพี่ก็จะมีหน้าที่เขียนลงสมุดว่าเย็นนี้จะกินอะไร เป็นคนคิดเมนูของบ้าน แล้วแม่ก็จะบอกว่า เอ้า เผ็ดหมดสามอย่าง ใครจะไปกิน ก็เป็นการสอนว่าคุณจะจัดสำรับอย่างไร คือในสำรับจะเป็นแบบนี้ พ่อชอบอะไร แม่ชอบอะไร แล้วเราก็จัดของเข้ามาเสริม ดีหน่อยก็มีลูกน้องที่บ้านเขาเตรียมของไว้ให้ พี่ไปเรียนหนังสือหรือเล่นกีฬากลับมาก็มาลงกระทะ คือวิธีสอนของแม่แยบยลใช้ได้

แม้แต่คุณย่าทำขนมปาย คือพายนั่นแหละ เขาก็มีวิธีสอนของเขา พายอันไหนที่พี่ปั้นมันจะดำเป็นพิเศษ เพราะพี่ขยำๆ ไป พอไม่สวย ปะใหม่ เด็กมันกรุพายไม่เสมอไง เอาใหม่ก็ได้ ขยำใหม่ เหมือนเล่นปั้นดินน้ำมัน แล้วในที่สุดวันหนึ่งมันทำได้เอง เราจะรู้เองว่าแป้งพายที่ดีมันต้องนุ่มแค่ไหน ต้องแห้งแค่ไหน การกรุพายกรุอย่างไร กรุแล้วทำไมไม่ไปอบเลยล่ะ เราเรียนรู้ว่าถ้าไม่พัก แป้งหด เคยมีใครสอนแบบมานั่งบอกไหม ไม่มี เขาสอนพี่โดยให้จับ ให้ทำ พอหลุดจากบ้าน แต่งงานไปอยู่ต่างประเทศ ความอยากกินมันก็มี ก็โทรทางไกลอาทิตย์ละครั้ง จดไว้ว่าจะถามอะไรแม่บ้าง ก็กลับมาเป็นภาพอีกว่าต้องใส่ไอ้นี่ก่อน ต้องทำไอ้นี่ก่อน ไอ้นี่เก็บไว้ทำทีหลัง ต้องใช้เวลาอย่างไร เชื่อไหม มันกลับมาเหมือนกรอเทปกลับ

มันเป็นคุณสมบัติที่ยังไงพี่ก็เชื่อว่าเด็กผู้หญิงทุกคนควรมี เสน่ห์ปลายจวักยังใช้ได้เสมอนะ (ยิ้ม)

บรรยากาศการกินในวัยเด็กเป็นอย่างไร

ท่านปู่ (หม่อมเจ้าปรีดิเทพย์พงษ์ เทวกุล) จะนั่งเสวยองค์เดียว ไม่มีใครยุ่งด้วย ต้องจัดอาหารต่างหากให้ท่าน จะมีเครื่องไทย เครื่องฝรั่ง มีหลายอย่างที่รู้จักแต่เด็ก อาทิ ข้าวยาคู ซึ่งตอนนี้พี่หากินไม่ได้ มันคือยอดข้าวอ่อน ชาวนาเขาก็ไม่ขายเราแล้ว สมัยนี้พอพูดข้าวยาคูทุกคนก็งงๆ แต่พี่เห็นมาตั้งแต่เด็กๆ

การกินอยู่ในบ้านก็ธรรมดา อย่างพี่ ตกเย็นแม่ก็ดูให้มีกิน ไม่ได้ต้องนุ่งผ้าซิ่นโบกพัด นั่นในหนัง (หัวเราะ) อยู่เป็นบ้านธรรมดานี่แหละ แต่ท่านปู่เขาก็เป็นเจ้า ก็เยอะนิดหนึ่ง ถ้าบรรทมกลางวันลูกหลานในบ้านจะเล่นเสียงดังไม่ได้ ไม่งั้นโดนตี แต่พี่เป็นหลานคนเล็กที่สุด ก็จะได้รับการยกเว้นเสมอ พี่ๆ ค่อนข้างหมั่นไส้ หรือบางทีโดนตีเรียงตัว พอมาถึงพี่ก็ เอ้า…ปู่เหนื่อยแล้ว พี่ๆ จะไม่หมั่นไส้ได้ยังไง ท่านปู่เคยเป็นทูตทหารที่เยอรมนี ก็จะติดเยอรมันหน่อย ท่านปู่ก็พาพี่ไปเที่ยว ไปนั่งดูหนังภาษาเยอรมันที่เกอเธ่ คิดว่าพี่จะรู้เรื่องไหม (ยิ้ม)

สิ่งที่พี่รอคือหลังไปดูหนังต่างหาก ท่านปู่จะพาไปกินข้าวนอกบ้าน สมัยนั้นการไปกินข้าวนอกบ้านไม่ใช่เรื่องที่จะทำกัน ร้านญี่ปุ่นมีแต่ฮานาย่า (Hanaya-ร้านอาหารญี่ปุ่นร้านแรกในกรุงเทพฯ) ที่สี่พระยา ถ้าได้ไปฮานาย่า หรูสุดชีวิตแล้ว ไปร้านอาหารนี่ต้องโอกาสพิเศษจริงๆ บ้านเราจะไปกินอาหารนอกบ้านแค่เย็นวันอาทิตย์ เป็ดย่างไทยเจริญ โห ร้านประจำพ่อเลย ไปอย่างอื่นไม่เป็นเหรอ (หัวเราะ) แต่เรากินแล้วก็ว่าอร่อยนะ ไม่ได้คิดอะไร ชอบกินเป็ดย่างเพราะพ่อ ก็พากินมันทุกอาทิตย์เนาะ  

หลังกินเป็ดย่าง เกิดไม่ทันแน่ๆ เลย (มองหน้าคนสัมภาษณ์) จะมีไอศครีมถ้วยขนาดนี้ (ทำมือ) เป็น 3 สีค่ะ วานิลลา สตรอว์เบอร์รี่ ช็อกโกแลต อยู่ในถ้วยเดียวกัน ยี่ห้อแดรี่เบลล์ ตัว D กับ B ชนกัน นั่นแหละ รอแค่นั้นแหละ รออีกอย่างคือ ไอติมกับเยลลี่ (หัวเราะ) ไอติมก้อนหนึ่ง มีเยลลี่แข็งๆ ก้อนหนึ่ง โอ้โห…อร่อยสุดชีวิตแล้ว  

เชฟป้อม, ขวัญทิพย์ เทวกุล
เชฟป้อม, ขวัญทิพย์ เทวกุล

ทราบว่าได้กินอาหารฝรั่งฝีมือคุณย่าด้วย

คุณย่า (หม่อมราชวงศ์สอางค์ เทวกุล) เก่งอาหารฝรั่ง สมัยก่อนก็ไม่ได้มีแยกร้านอิตาเลียน ร้านฝรั่งเศส ร้านเยอรมัน คำว่าอาหารฝรั่งคือเรียกแบบรวมๆ คุณย่าก็จะทำขนมส้ม ก็คือ Orange Cake ขนมปาย ก็คือพายอะไรก็ได้ (หัวเราะ) พี่ยังมีสูตรที่คุณย่าเขียนอยู่เลย เราก็ได้กินแซนด์วิชจานบิน โอ๊ยเก๋ ตัวที่ปิ้งที่สมัยนี้ใช้ไฟฟ้าประกบ เมื่อก่อนเป็นจานกลมๆ มันเหมือนจานบินน่ะ ข้างในจะใส่ไส้อะไรก็ได้ เมื่อก่อนแค่ซอสขาวธรรมดาเนี่ยตื่นเต้นกันจะตายแล้ว รู้สึกฝรั่งน่าดู แค่นี้ก็รู้สึกจมูกโด่งขึ้นมาทันที

พอเข้าโรงเรียนแล้วกินอะไร

ตอนเล็กๆ เข้าราชินีบน เพราะเป็นเด็กเส้น ราชินีบนเนี่ยเป็นของเทวกุล ครูประจำชั้นอนุบาลเป็นเพื่อนแม่ด้วย ตอนนี้ท่านก็ยังมีชีวิตอยู่ พี่เป็นเด็กมั่กกั้กมากเลย พองอแงท่านก็จะอุ้มเข้าเอวไว้

พอโตขึ้นมาหน่อย ได้กินอาหารกลางวัน จำได้เลย ถึงตอนนี้ยังอยากกินอีก แต่ตอนนั้นคิดว่ามันคืออะไรวะ (หัวเราะ) ไม่เคยเห็นเลย เนื้อสับบดๆ ทำเป็นแกงเขียวหวานเนื้อบดกับมะเขือยาว แล้วคิดดูว่าเนื้อกับมะเขืออะไรจะมากกว่า แต่อร่อยมากเลย เป็นอาหารง่ายๆ ด้วยความที่พี่เป็นเด็กอ้วนมั้ง ไม่เคยคิดว่าอาหารโรงเรียนมีความทรมานใดๆ ทั้งสิ้น เอร็ดอร่อย

กินแบบไม่ห่วงสวยเลย

ก็ไม่สวยน่ะ จะห่วงไปทำไม เป็นเด็กอ้วนดำ มีคนบอกแม่ว่า คนนี้เก็บไว้ก้นครัวเลย ไม่มีใครเอา เราฟังก็…ทำไมล่ะ ทำไมต้องมีใครเอา อยู่เองก็ได้ อยู่ราชินีบนถึง ป.5 คุณป้าชวนให้ไปเข้าจิตรลดา อาการอย่างพี่ถ้าอยู่ราชินีต่อไปคงไปทำอะไรให้เสียชื่อวงศ์ตระกูลแน่นอน (หัวเราะ) ก็ไปเข้าจิตรลดา ซึ่งเป็นสหศึกษา เป็นลูกคนเดียวที่อยู่สหศึกษา ก็มีความบ้าระห่ำในหลายๆ เรื่อง

เมื่อเด็กๆ ผู้ใหญ่บอกว่า เนี่ย…ให้ฟรีมีของแถมป้าก็ไม่ขอให้ลูก เราก็นึกในใจด้วยความโมโห ไม่เอาก็ได้ ก็เลยทำทุกอย่างแบบเด็กที่ไม่ห่วงสวยเลย กลายเป็นคนที่สนุกและมีประสบการณ์หลากหลายในชีวิต ไม่กลัวที่จะไปเลอะเทอะในครัว เนี่ย (ยื่นแขนให้ดู) แผลเป็นจากในครัวเต็มไปหมด ไม่ต้องห่วงสวยนี่ ไม่เห็นมันจะเป็นไรเลย

เชฟป้อม, ขวัญทิพย์ เทวกุล
เชฟป้อม, ขวัญทิพย์ เทวกุล

มีวิธีเพิ่มความรู้ด้านอาหารให้ตัวเองอย่างไร

เมื่อก่อน คนอื่นนั่งอ่านแมกกาซีน พี่นั่งอ่านตำรากับข้าว อ่านแล้วนึกได้ว่ารสมันจะเป็นยังไง ตำราไหนโม้ก็รู้ รูปสวยเชียว แต่ท่าทางจะทำไม่ได้ เพราะสัดส่วนของบางอย่างมันผิด อันนี้คือตอนยังไม่ 20 ก็คงจะชอบมั้ง การหาความรู้อีกอย่างของพี่คือการเดินทาง พี่ไม่ใช่คนที่ไปไหนๆ ก็ต้องกินแต่อาหารไทย แต่ชอบกินอาหารท้องถิ่น อาชีพนี้ไม่มีคำว่ากินไม่เป็น เอาเข้าปากไปสิ เดี๋ยวก็กินเป็นเอง ชอบไม่ชอบอีกอย่าง อาหารพื้นถิ่นมันสอนเราว่าท้องถิ่นนี้เขากินอะไร กินรสชาติอะไรเป็นหลัก

กินแล้วนำกลับมาใช้กับอาชีพเราอย่างไร

ก็คิดเอาว่าประยุกต์กับของเรายังไงได้บ้าง เช่นเจอข้าว อาหาร ของมาเลเซีย เป็นข้าวแล้วมียำผัก ไม่รู้ชื่อหรอก ก็เอ๊ะ ทำไมเราไม่นำเสนอแบบนี้ในอาหารไทยล่ะ เรามีข้าวมันหรือข้าวหุงกะทิที่อร่อยอยู่แล้ว ทำไมข้าวมันต้องนั่งกินแต่กับส้มตำ พี่ก็ทำยำเนื้อย่าง ยำหมูย่าง ใส่ผัก แล้วกินกับข้าวมัน เข้ากันได้สิ เพราะยำมีเปรี้ยว มีเผ็ด จะนั่งกินไปเฉยๆ เหรอ เรามีข้าวอมเค็มอมหวานมันมา นี่คือการที่เรากินอะไรมาแล้วเอามาคิดต่อไปให้ได้ ของเขามียำผัก ยำเนื้อเราอร่อยกว่าตั้งเยอะ จัดไป ทำนองเดียวกัน ส้มตำก็เปรี้ยวเค็มเผ็ด เขาเลยกินกับข้าวมัน แก้กัน

3 เดือนที่แล้วต้องไปทำอาหารแอฟริกัน อเมริกัน และจับคู่กับอาหารไทยด้วย พี่ได้สูตรจากเขามาก็ทดลองทำ ก่อนจะลองก็ต้องมีรสอยู่ในใจ ชิมแล้วต้องเจอรสนี้ เราต้องรู้ว่าจานนี้มันจะต้องเป็นอาหารรสอะไรนำ สมมติรสเค็มนำ แต่ถ้าปรุงให้เค็มโด่งมันจะอร่อยไหม มันก็ต้องมีความนุ่มนวล พี่พรูฟสูตรทุกอันด้วยตนเอง พี่ต้องปรุงให้อร่อยทุกจานแหละ แต่ต้องอร่อยด้วยพื้นฐานเครื่องเทศของเขา

น่าจะชอบเดินตลาดท้องถิ่นใช่ไหม

ชอบ (ตอบทันที) เวลาไปถ่ายต่างจังหวัด ขาประจำค่ะ คนอื่นเขาไม่ตื่นกัน พี่ชอบไปเดินตลาด ไปดูว่าพื้นถิ่นเขามีอะไร ต่างจังหวัดของไทยนี่สนุกนะคะ ผักเยอะมากที่พี่ไม่รู้จัก คนต่างจังหวัดเขาน่ารัก พอถามปุ๊บ อธิบายได้อีกร้อยเมนูว่าเอาไปทำอะไรได้บ้าง

ของเมืองนอกก็เหลือตลาดอีกไม่กี่ประเทศ ที่ชอบไปเลยก็คือสเปน เขายังมีตลาดอยู่ และที่อังกฤษ มีตลาดเนื้อ อยู่ทางเหนือของลอนดอน ไม่ใช่เนื้อวัวอย่างเดียว เนื้อสัตว์ทุกชนิด เนื้อกระต่ายก็มี เป็นเหมือนโกดังปลูกต่อๆ กัน คุณเดินผ่ากลางโกดังยาวไปเลย เขาก็ปล่อยให้เดิน พี่ก็เดินเฉิบๆ เข้าไป มันคือห้องแช่แข็งค่ะที่เดินเข้าไป สนุกมาก ต้องไปให้ทันตี 4 เพราะเขาเริ่มลงของ

เชฟป้อม, ขวัญทิพย์ เทวกุล

คุณป้อมมีประสบการณ์เปิดร้านอาหารมาแล้ว และเมื่อกี้บอกว่า ร้านอาหารไม่ใช่คำตอบเดียวของการเป็นเชฟ แต่พอลูกชายจะเปิดร้านนี้ (ร้านยุ้งฉาง) คุณป้อมไม่ห้าม

พี่เลี้ยงลูกให้ทำอะไรเองหลังอายุ 15 เป็นต้นมา สำหรับลูกชายคนนี้ก็อึ้งตั้งแต่เขาบอกว่าจะไปฮ่องกง เพราะจบนิเทศศาสตร์มา ทำงานเพลง ได้รางวงรางวัลด้วยนะ อยู่ดีๆ มาบอกว่าจะไปเรียนทำอาหารที่ฮ่องกงเป็นเดือน พี่ก็ตามใจ เพราะชอบให้ลูกตัดสินใจชีวิตของตนเอง เขาจะเปิดร้าน ก็ต้องคิดเองทำเอง พี่ไม่ยุ่ง เพราะต้องการให้เขาภูมิใจในตัวเอง รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ ยุ้งฉางเนี่ย บอกเขาตั้งแต่ต้นเลยว่า ไม่ช่วยถ้าไม่ขอ

แล้วขอไหม

ขอเป็นบางเรื่อง บางเมนูก็เป็นสิ่งที่เขากินของแม่ทำมาตั้งแต่เด็ก การทำร้านอาหารมันมีเรื่องระบบระบายกลิ่นและดักไขมัน ก็เตือนเขาก่อนเลยว่า ตรงนี้เป็นย่านที่พักอาศัย ถ้าฮู้ดดูดออกไปแล้วกลิ่นกระจาย เธอมีปัญหากับเขตแน่นอน ลูกชายเขาก็…คุณแม่ช่วยหน่อย พี่มีคนที่เขาดูแลระบบร้านอาหาร สนิทกัน พี่ก็บอกว่า ดูให้หลานหน่อยนะ หลานจะเปิดร้าน แต่ก็บอกเขาว่าเหนื่อยนะ มันมีหลายปัจจัย เขาก็เจอเอง อาทิตย์แรกเครียดค่ะ รายได้ไม่สม่ำเสมอ บางวันพุ่งปรี๊ด บางวันน้อย เครียดเลย ในที่สุดต้องดูให้ดีว่าเฉลี่ยอยู่ตามที่ต้องการไหม คุณต้องจัดการกับมันได้

ตอนนี้กลายเป็นว่าลูกชาย 3 คน เปิดร้านอาหารกันหมด คนโตเปิดร้านกาแฟที่ขายอาหารด้วย คนกลางเปิดร้านราเมน คนเล็กก็ร้านนี้ แนว Neo-Chinese ทุกคนพี่บอกเหมือนกัน คือถ้าต้องการความช่วยเหลือ ให้บอก

เชฟป้อม, ขวัญทิพย์ เทวกุล

การทำอาหารสอนอะไรเกี่ยวกับชีวิตบ้าง

มากเนาะ (คิด) การทำอาหารเป็นงานงานหนึ่งที่เราต้องทำให้ลุล่วง จะมาเลิกกลางคัน โอ๊ย…แกงไม่ได้ ไปละ โยนตะหลิวทิ้ง ไม่เอาแล้ว มันไม่ได้ พี่เป็นคนที่ทำอะไรมาหลายอย่าง ชีวิตเราไม่มีอะไรทำไม่ได้หรอก ทำไม่เป็นก็ลองสิ อย่ามาโวยวายว่าหนูทำไม่เป็น ทำหรือยัง เจียวไข่ไม่เป็น เจียวไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันเป็นเอง เรารู้เอง อ้อ ไฟไม่แรง ไม่เค็ม คราวหน้าก็เพิ่มไฟสิ เติมน้ำปลาสิ

คนทำอาหารที่ดีต้องช่างสังเกตและจดจำข้อผิดพลาดของตัวเอง ประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญ พี่ไม่ได้หมายความว่าเด็กใหม่ๆ จะไม่เก่ง แต่ประสบการณ์ทำให้คุณพลาดน้อยลง เห็นแบบนี้ พี่พลาดมาเยอะนะคะ ไม่งั้นคงไม่เห็นผู้เข้าแข่งขันแล้วรู้เลยว่าแป้งแบบนี้ทอดไม่ขึ้นแน่นอน เพราะเคยเล่นเบเกอรี่มา แป้งหมดไปกี่สิบโลไม่รู้ คนในบ้านอ้วนเพราะแป้งกับนมข้นแล้ว

พอข้ามไปทำเบเกอรี่แล้วได้เรียนรู้อะไร

คือมีระยะหนึ่งเบื่ออาหารไทย เลยทำเบเกอรี่ ก็ทำให้ได้เรียนรู้ จนตอนนี้ยกไม้พายขึ้นดูก็รู้แล้วว่าขนมจะขึ้นไหม เหยื่อที่บ้านเยอะมาก (หัวเราะ) เป็นตัวทดลอง เคยทำโรตีเอง คือจริงๆ จะทำไว้กินกับแกง พี่ไปขอให้แขกเจ้าที่พี่ชอบช่วยสอน เขาไม่สอน กลัวเอามาตีแข่งหรือไงไม่รู้ ก็คิดเอง ทำเอง ทำแรกๆ คนไม่เอา เอาไปโยนให้หมา หมาวิ่งหนี เพราะมันตกพื้นดังตึ้ก! (หัวเราะ) แต่พอแป้งเราได้ เราถึงเข้าใจว่าก่อนหน้านี้เรานวดไม่ถึงเอง คราวนี้ไปยืนกอดอกดูเขาฟาดโรตี ยืนดูจนภาพมันซึมเข้าหัว เราก็มาทำบ้าง

บางครั้งเราอยากอะไรก็อย่าไปท้อกับมัน ทำ ลงมือทำ เสียแล้วตายไหม ไม่ตาย แต่เป็นประสบการณ์ คราวนี้พลาดอะไร คราวหน้าเราจะไม่พลาดอีก ชีวิตก็ใช้อย่างเดียวกันเลย ไม่มีอะไรที่เราผ่านมันไปไม่ได้

คนทำอาหารควรรู้ลึกหรือรู้กว้าง

ถ้าคุณมีพื้นฐานแน่นในแต่ละอย่าง มันทำให้คุณไปปรับเปลี่ยนอะไรแล้วคุณไม่เป๋ แต่การรู้กว้าง รู้ผิวเผิน มันก็ดี มันคือประสบการณ์ต่างๆ กัน แต่ทุกคนจะต้องมีอะไรที่เราอยากรู้ลึกลงไป ความกว้างมันเป็นประสบการณ์ คุณอย่าโลกแคบนะ ต้องรู้ว่าในโลกนี้มันมีอะไรอีกเยอะที่ควรจะรู้  

ถ้าเรารู้ลึกในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แล้วมีความกว้างในเรื่องอื่นๆ ด้วย เราสามารถจับมาใช้ในเรื่องของเราได้ อย่างพี่รู้ทั้งไทยเทศ สุดท้ายพี่อยู่ตรงไหนล่ะ ก็ยังฝังอยู่กับอาหารไทย แต่เอาโน่นนี่มาโยง มาเล่นด้วยกัน อย่างที่เล่าว่าทำโรตี แต่พี่ใช้วิธีการนวดแบบขนมปัง ไม่มียีสต์หรือผงฟูก็จริง พี่ก็นวดจนเขายืดหยุ่นและไม่ขาด ทำให้แป้งโรตีเหวี่ยงออกมาได้ดี ก็คือการเอาสิ่งที่เรียนรู้จากเบเกอรี่มาใช้ ถ้าเรารู้คาวหวาน ไทย ฝรั่ง เราจะสร้างสรรค์อะไรที่แตกต่างได้ เอามาใช้ร่วมกันได้

พี่ชอบที่เชฟรุ่นใหม่คิดอะไรอย่างสร้างสรรค์ เด็กสมัยนี้เขามีโอกาสมากกว่า วัตถุดิบใหม่ๆ เข้ามาเยอะมาก ลูกชายคนเล็ก เวลาจะทำอะไร แรกๆ พี่ก็ เอ๊อะ…ไม่ได้นะ แต่เขานี่แหละที่สอนพี่ด้วยการกระทำว่า ทำไมจะทำไม่ได้ เขาเป็นเด็กรุ่นใหม่ ไม่ได้ยึดติดกับอะไร พี่เห็นแล้วก็แบบ เฮ้ย ก็ได้นี่นา กลายเป็นลูกนี่แหละที่ช่วยเปิดพี่อย่างแรงว่าทุกอย่างมีวิวัฒนาการ มันดิ้นได้ อย่าตกถนน ให้เดินอยู่ด้วยกัน

ตัวเองก็พร้อมจะเรียนรู้จากเด็กรุ่นใหม่อยู่แล้วด้วย

ใช่ค่ะ ทีแรกก็โดนสอนมาว่าวิถีโบราณต้องแบบนี้ๆ แต่เรียนรู้ว่าถ้าเราเปิดกว้าง เราจะได้เรียนรู้อะไรจากเด็กรุ่นใหม่เยอะมาก อย่างเวลาม้วนอกไก่ที่เด็กฝรั่งทำ Roulade เนี่ย สมัยเราต้องใช้ฝีมือเนาะ ต้องเอาเชือกผูก ม้วนเป็นข้อๆ ให้มันแน่น

แต่เด็กเดี๋ยวนี้เอาพลาสติกแร็ปวางบนไม้ซูชิ เอาไก่วาง ม้วน หมุน แล้วรูดไปกับเขียง เอาชายพลาสติกผูกกัน เรียบร้อยภายในเวลาแป๊บเดียว เอาไปนึ่งหรือต้มก็ได้ แล้วยังมี Juice ของมันอยู่ภายในห่ออีก จะเอาไปทำอะไรต่อก็ได้ เอาสิ ถ้าทำวิธีเดิมของเรา Juice มันไม่มี ไหลหายไปในหม้อหมด ถ้าคุณเปิดรับคุณจะได้ วันแรกที่เห็นวิธีนี้เนี่ย เอ้อเหอ…ไม่ยุติธรรมกับเราเลย (หัวเราะ) เขาทำแป๊บเดียว ทำไมฉันทำไม่ได้อย่างนี้

ตอนเป็นกรรมการมาสเตอร์เชฟ พอเห็นอาหารบางอย่างนะ ยังคิดว่า โห คิดได้ไงเนี่ย หน้าตาที่จัดเสิร์ฟ โอ้โห เก๋ไก๋สไลเดอร์ เอาเถอะ หน้าตาจะเป็นยังไงก็ตาม แต่ถ้าเขาบอกว่าทำอาหารไทย สิ่งที่พี่พอใจคือ พออาหารเข้าปากไปแล้ว รสมันใช่ มันอร่อย มันครบ แม้ตอนแรกดูไม่ออกว่าจะออกมาเป็นรสนี้ได้ไง แต่พอเข้าปากไปแล้วมันใช่ จบเลย จบ (หัวเราะ)

เชฟป้อม, ขวัญทิพย์ เทวกุล

Writer

กรณิศ รัตนามหัทธนะ

นักเรียนเศรษฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแนวไปเรียนทำอาหารอย่างจริงจัง เป็น introvert ที่ชอบงานสัมภาษณ์ รักหนังสือ ซื้อไวกว่าอ่าน เลือกเรียนปริญญาโทในสาขาที่รู้ว่าไม่มีงานรองรับคือมานุษยวิทยาอาหาร มีความสุขกับการละเลียดอ่านหนังสือและเรียนรู้สิ่งใหม่ผ่านภาพถ่ายเก่าและประวัติศาสตร์สังคม

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Cloud of Thoughts

บทสัมภาษณ์ขนาดยาวว่าด้วยเรื่องราวชีวิตและความคิดอันมีพลัง

“โอ้ หนักพอสมควร” พิธีกรชายรายการหนึ่งพูดเมื่อลองถือเข็มขัดแชมป์โลก WBC ออกอากาศ

หนักครับ” วันนั้น แหลม-ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น เจ้าของเข็มขัดรับคำพิธีกรด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะประคองเข็มขัดเส้นนั้นกลับมาวางไว้ตำแหน่งเดิม

นาทีนี้นับเป็นจังหวะชีวิตที่ดีของศรีสะเกษ ใครที่ติดตามข่าวสารบ้านเมือง ย่อมผ่านตาข่าวการป้องกันแชมป์โลกครั้งล่าสุดของยอดนักชกจากศรีสะเกษ ตอนนี้คือช่วงเวลาทองของเขา โอกาสที่ไม่เคยได้ก็ได้รับ เสียงแซ่ซ้องดังมาจากทุกสารทิศไม่เพียงในประเทศไทย

แม้ทุกอย่างฟังดูหอมหวาน แต่หากใครลองได้ยินได้ฟังชีวิตเขาที่ผ่านมาย่อมรู้ว่ามันไม่ได้หอมหวนชวนฝันเช่นนั้น

มันหนักกว่าเข็มขัดที่เขาเป็นเจ้าของเสียอีก

แหลม ศรีสะเกษ, มวย, มวยไทย, แชมป์โลก,

ผมเดินทางไปยังค่ายมวยนครหลวงโปรโมชั่นย่านรัตนาธิเบศร์ตามเวลานัด นอกจากอยากนั่งฟังเขาเล่าถึงชีวิตอันหนักหนาที่ผ่านมา ผมยังอยากรู้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จของเขาประกอบด้วยอะไรบ้าง ในวันที่ไม่มีใครเชื่อมั่นในตัวเขา มีใครบ้างที่อยู่เคียงข้างและหนุนหลัง แล้วผ่านพ้นคืนวันเหล่านั้นมาอย่างไร

แบงค์-เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ ลูกชายคนเล็กของ เสี่ยฮุย-สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ แห่งค่ายนครหลวงโปรโมชั่นเดินมารับผมที่ฝั่งตรงข้ามซอยซึ่งเป็นที่ตั้งของค่ายมวยช่วงใกล้หัวค่ำ ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าชายวัยเพียง 28 ผู้นี้คือผู้อยู่เบื้องหลังคนสำคัญที่ทำให้ศรีสะเกษกลับมาผงาดในวงการมวยอีกครั้ง

ชายหนุ่มเดินนำทางจนมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่งขนาดราว 150 ตารางวา มองจากหน้าบ้านแทบไม่มีอะไรบ่งบอกว่าที่แห่งนี้คือสถานที่ผลิตนักชกแชมป์โลก เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในบ้านจึงเห็นเวทีมวยอยู่ทางซ้าย ในขณะที่ด้านขวามีกระสอบทรายและเป้าไว้สำหรับซ้อมอยู่จำนวนหนึ่ง

บรรยากาศยามเย็นเงียบสงบเนื่องจากสิ้นสุดเวลาซ้อมของนักมวยในค่าย เมื่อเดินเข้าไปถึงตัวบ้านหมาพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ตัวหนึ่งก็วิ่งออกมาต้อนรับ

ออสการ์” แบงค์เรียกชื่อมัน ก่อนเฉลยว่าออสการ์ที่ว่ามาจากชื่อของยอดนักชกอย่าง Oscar De La Hoya (ออสการ์ เดอ ลา โฮย่า) ผมนึกในใจว่าโชคดีที่มันไม่ดุเหมือนนักชกซึ่งเป็นที่มาของชื่อ

ระหว่างที่ศรีสะเกษกำลังเดินทางมาค่าย ผมกับแบงค์ได้นั่งคุยกันถึงชีวิตที่ผ่านมาของเขา

ผมว่าชีวิตพี่แหลมเริ่มมาจากพื้นเลย แล้วจึงเริ่มดีขึ้น จุดที่เปลี่ยนชีวิตของเขาแต่ละครั้งมันได้มายาก และไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะทำได้ เหมือนเขาใช้ทุกโอกาสที่มี แล้วก็พลิกมันให้เปลี่ยนชีวิตได้ทุกครั้ง และทำได้ดีกว่าที่ทุกคนคิด” ชายหนุ่มพูดถึงสิ่งที่เขามองเห็นในตัวนักชกแชมป์โลกตั้งแต่วันที่ยังสะกดคำว่าชัยชนะไม่เป็น

รอไม่นาน นักชกขวัญใจชาวไทยคนใหม่ก็มาถึง เขามาในชุดสีเหลืองคุ้นตา ยกมือสวัสดีทุกคนที่รออยู่ในบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่มีมาดของคนที่แสงไฟกำลังสาดส่อง

ก่อนที่ผมจะเริ่มถามคำถามแรกกับแหลม ผมนึกถึงอีกประโยคที่แบงค์บอกผมระหว่างนั่งคุยกัน เป็นคำตอบของคำถามที่ว่า อะไรทำให้แหลมคว้าโอกาสเปลี่ยนชีวิตที่ผ่านเข้ามาได้แทบทุกครั้ง

“ผมว่าหลักๆ คือเรื่องของใจ ใจเขาสู้มาก ซึ่งใจสู้เกิดจากอะไร ก็ต้องย้อนกลับไปดูประสบการณ์ในชีวิตเขาที่ผ่านมา”

แหลม ศรีสะเกษ, มวย, มวยไทย, แชมป์โลก,

ยกที่ 1

ภาพ Román González (โรมัน กอนซาเลซ) ยอดนักชกชาวนิการากัว โดนหมัดขวาของศรีสะเกษต่อยเข้าเต็มหน้าจนกระเด็นลงไปนอนกองกับพื้นขณะที่การชกผ่านไปเพียง 4 ยก ในจอโทรทัศน์วันนั้นยังติดตาผมจนวันนี้

หากใครรู้ว่าเส้นทางชีวิตของศรีสะเกษเป็นอย่างไร ย่อมรู้สึกคล้ายกันว่ามันคล้ายความฝันมากกว่าความจริง

กันยายนปีที่แล้ว โรมัน กอนซาเลซ เพิ่งคว้าแชมป์รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท 115 ปอนด์ ของสภามวยโลก (WBC) ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์รุ่นที่ 4 ของเขา ขณะที่นักชกชาวไทยยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเองด้วยซ้ำว่าจะมีโอกาสชิงแชมป์เมื่อไหร่

กันยายนปีนี้ ผมนั่งอยู่กับศรีสะเกษ โดยมีเข็มขัดแชมป์โลกวางอยู่ใกล้ๆ

“ผมไม่เคยคิดว่าจะมาเป็นแชมป์โลก ไม่ได้คิดเลย” ชายตรงหน้าพูดด้วยรอยยิ้มจริงใจ

ย้อนกลับไปในวัยเด็ก แหลมเติบโตมาในครอบครัวนักมวย ปู่ อา พ่อ และน้อง 2 คนของเขาเป็นนักมวยทั้งหมด แหลมจึงเลือกเดินบนถนนสายกำปั้นแม้ในทีแรกเขาจะบอกใครต่อใครว่าไม่อยากเป็นนักมวยก็ตาม โดยตอนนั้นเขาใช้ชื่อในวงการมวยไทยว่า ‘ซูเปอร์เล็ก ศิษย์ประเทือง’

“ตอนแรกผมไม่ได้อยากต่อยมวย” แหลมเริ่มย้อนเล่าเมื่อผมชวนคุยถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด “ตอนนั้นกลัวเจ็บ ไม่กล้า แต่พอดีมีคนเขามาท้าถึงบ้าน ผมก็เลยต้องต่อย แล้วพอต่อยครั้งแรกชนะน็อกได้ ผมเลยมีกำลังใจ

ช่วงที่ชกมวยผมมีแฟน แล้วตอนนั้นมีคนดูถูกที่บ้านว่า ‘เป็นนักมวยจะทำอะไรกิน จะเลี้ยงดูกันได้เหรอ’ ผมกับแฟนก็คุยกัน เลยตัดสินใจมากรุงเทพฯ ผมจะพิสูจน์ให้คนทางบ้าน ทั้งครอบครัวของแฟนและของผม เห็นว่าเราอยู่กันได้ เราเอาตัวรอดได้ จะทำงานหรือชกมวย อะไรก็ได้”

แหลม ศรีสะเกษ, มวย, มวยไทย, แชมป์โลก,

ยกที่ 2

ชายหนุ่มและคนรักเข้ากรุงเทพฯ ด้วยเงินติดตัว 500 บาท เขาว่าพอจ่ายค่าตั๋วรถไฟเรียบร้อยเหลือเงินแค่ 20 บาท และเมื่อจ่ายค่ารถโดยสารประจำทางไปเซ็นทรัล บางนาเพื่อหาพี่สาวของแฟนสาว เขาก็ไม่เหลือเงินติดตัวสักบาท

ชีวิตช่วงแรกของแหลมในกรุงเทพฯ หาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เซ็นทรัล บางนา และเดินสายต่อยมวย

“ตอนนั้นผมเดินสายต่อยมวยไทย ไม่ได้มีค่าย ต่อยได้ครั้งละพัน ตอนนั้นต่อยถี่ๆ เลยครับ ต่อย 5 วัน บางทีคืนนึงต่อย 2 – 3 ครั้ง แล้วเราจะมาช้ำเอาวันสุดท้าย มีอยู่วันหนึ่งจำได้ ผมโดนชกจนมีแผลแตก หลังจากแตกเสร็จผมแพ้ ผมก็กลับมาเซ็นทรัล บางนา มาสมัครเป็นคนเก็บขยะ คือตอนที่เป็น รปภ. เราต้องตื่นตี 5 ไปทำงาน 7 โมง เลิก 5 ทุ่ม แต่พอมาเก็บขยะมันดีกว่า ตื่นตี 5 ทำงาน 7 โมง แต่ 5 โมงเย็นก็เลิกงาน

แล้วมีอยู่วันหนึ่ง ผมไปเดินเล่นที่บิ๊กซี บางนา มีหมอดูคนหนึ่งเข้ามาทัก ตอนแรกผมไม่สนใจ เขาเข้ามาดูลายมือโดยไม่เอาเงิน แล้วเขาก็บอกว่าอนาคตเราจะมีชื่อเสียง จะดัง จะรวย ผมก็ไม่เชื่อ

“เราทำงานแบบนี้จะไปดังยังไงวะ จะไปมีชื่อเสียงยังไง”

ว่าถึงตรงนี้ เขา แบงค์ และผม ก็หัวเราะพร้อมกันในสิ่งที่ ณ วันนี้เรารู้คำตอบกันอยู่แล้ว

แหลม ศรีสะเกษ, มวย, มวยไทย, แชมป์โลก,

ยกที่ 3

จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของคนเรามีไม่กี่ครั้ง และใครหลายคนยังคงเฝ้ารอสิ่งนี้

วันหนึ่งจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเดินทางมาเยือนศรีสะเกษเมื่อพี่ที่รู้จักโทรมาชักชวนเขาในวัย 18 ปีไปต่อยมวยสากลที่ญี่ปุ่น และนั่นเป็นครั้งแรกที่เขาตัดสินใจเปลี่ยนจากการต่อยมวยไทยเป็นมวยสากล

“ชกครั้งแรกฉายแววเลยมั้ย” ผมถาม

“แพ้ครับ ไม่มีสภาพเลย ผมไม่ได้ซ้อมไม่ได้อะไรเลย ผมแค่หวังไปหาตังค์ แล้วก็ไปเที่ยว ตอนนั้นไปชกที่ญี่ปุ่นได้หมื่นหนึ่ง ซึ่งเยอะแล้ว ผมไปญี่ปุ่น 3 ครั้ง แพ้กลับมาทั้งหมด

ครั้งสุดท้ายผมเจ็บตัวมาก ตาปูด เขียว ช้ำไปหมด มันเจ็บมากเลยครับ วันนั้นลงมาจากเวทีแล้วไปสนามบิน ผมสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ให้เจ็บหน้า จะไม่ให้ปูดอีกแล้ว ถ้าต่อยอีกผมจะไม่ให้โดนหน้า ไม่ให้โดนคาง จนมาถึงไฟต์ที่ผมได้ต่อยกับ นวพล นครหลวงโปรโมชั่น วันนั้นถ้าผมแพ้ ผมพูดกับตัวเองว่า ผมจะไม่ต่อยแล้ว ตอนนั้นก็คิดว่าถ้าเราไม่ชนะจะต่อยไปทำไม ผมจะกลับไปทำงานเหมือนเดิม แล้วนั่นแหละจุดเปลี่ยน”

วันนั้นเขายันเสมอนวพลได้สำเร็จ และทำให้ค่ายนครหลวงโปรโมชั่นซึ่งเป็นโปรโมเตอร์จัดการแข่งขันเห็นหัวจิตหัวใจนักสู้ของเขา

ตอนนั้นยกท้ายๆ พี่แหลมใจสู้มาก เชิงมวยยังไม่ดีแต่ก็สู้จนเสมอ” แบงค์ซึ่งนั่งอยู่ในวงสนทนาด้วยเล่าถึงความประทับใจแรกพบ “หนึ่งคือ เราเห็นหัวใจ ว่าเขาใจเพชร หลังจากนั้นเลยให้พี่แหลมมาเป็นคู่ลงนวมที่ค่าย แต่ยังไม่ได้เป็นนักมวยของค่าย ซึ่งเขาขยันมาก ซ้อมเองโดยไม่ต้องบอก มุ่งมั่นมาก ค่ายเห็นแล้วว่านักมวยคนนี้ขยัน ใจเพชร หมัดหนัก ก็เลยตัดสินใจเซ็นสัญญา”

เซ็น-ในวันที่ไม่มีใครรู้จัก เซ็น-ในวันที่ศรีสะเกษยังชกแทบไม่ชนะใครสักคน เซ็น-ในวันที่การฝันถึงแชมป์โลกอาจเป็นเรื่องเพ้อฝันในสายตาใครหลายคน

หลังจากเซ็นสัญญา เขาได้รับการฝึกซ้อมอย่างจริงจังแบบที่นักมวยอาชีพควรทำ ได้รับคำแนะนำจากผู้ที่คร่ำหวอดในวงการมวยมาจนทะลุปรุโปร่งอย่างเสี่ยฮุย เจ้าของค่าย และ ‘อาจารย์ป็อป’ ลูกชายคนโตของเสี่ยฮุย ซึ่งเป็นอดีตนักชกทีมชาติเพื่อนซี้เก่าของ สมรักษ์ คำสิงห์ และเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการปั้นแชมป์โลกของค่ายมาแล้ว 3 คนก่อนหน้าศรีสะเกษ

พอย้ายมาอยู่ที่นี่อะไรๆ ก็เปลี่ยนไปเยอะ เรารู้หน้าที่มากขึ้น ตอนอยู่ค่ายเก่าเราซ้อมแบบวิ่งบ้างไม่วิ่งบ้าง ต่อยเป้าบ้างไม่ต่อยบ้าง แต่พอเรามาอยู่นี่เสี่ยฮุยคุมเอง มาทุกเช้าทุกเย็น เราก็เริ่มรู้หน้าที่ ก็ซ้อม ซ้อม ซ้อม”

ว่าถึงตรงนี้คุณจะเชื่อไหม ถ้าผมบอกว่าหลังเซ็นสัญญาเป็นนักมวยในค่ายนครหลวงโปรโมชั่น ศรีสะเกษขึ้นชก 17 ไฟต์ เขาชนะรวดทั้งหมด 17 ไฟต์ และคว้าเข็มขัดสภามวยโลกเอเชีย (WBC Asia) มาครองได้

ที่สำคัญ ชัยชนะทั้ง 17 ไฟต์ที่ว่า เขาชนะน็อกทั้งหมด

แหลม ศรีสะเกษ, มวย, มวยไทย, แชมป์โลก, แหลม ศรีสะเกษ, มวย, มวยไทย, แชมป์โลก,

ยกที่ 4

ปี 2013 ศรีสะเกษขยับเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์โลกเมื่อมีชื่อเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งแชมป์รุ่นซูเปอร์ฟลายเวทของสภามวยโลกจาก โยตะ ซาโตะ เจ้าของเข็มขัดในขณะนั้น

แบงค์ ลูกชายเจ้าของค่ายผู้รับหน้าที่เจรจาในการชกแต่ละไฟต์ เล่าว่า ก่อนที่นักชกจากแดนปลาดิบจะยอมมาต่อยป้องกันแชมป์กับศรีสะเกษ เขาต้องบินไปโน้มน้าวใจถึงญี่ปุ่น

“ตอนนั้นซาโตะมีคิวชกที่ญี่ปุ่นพอดี ผมจึงบินไปญี่ปุ่นเพื่อเจรจาให้ซาโตะยอมมาชกมาไทย ผมก็พาพี่แหลมไปดูด้วย แล้วก็นั่งคุยกัน พี่แหลมบอกว่าเขาดีใจมากที่จะได้ชิงแชมป์กับซาโตะ พี่แหลมบอกว่า ‘ผมแค่นั่งหลับตาแล้วนึกถึงว่าชนะ น้ำตามันไหลพรากออกมาเลย’

“เหมือนพี่แหลมเขามุ่งมั่นจริงๆ ว่าเขาได้มาถึงตรงนี้แล้ว เขาดีใจมาก อันนี้คือชีวิตที่เขาอยากได้จริงๆ เขามุ่งมั่นขนาดที่นั่งอยู่แล้วนึกภาพถึงวันที่จะเป็นแชมป์ ซึ่งไม่ใช่ทุกคนนะที่จะคิดแบบนี้”

ผมนั่งฟังชายหนุ่มเล่าโดยที่แหลมซึ่งนั่งอยู่ด้วยถึงกับประหลาดใจที่มีคนจำเรื่องราวนั้นได้ ก่อนที่เขาจะเล่าเสริม

“ตอนที่ยังไม่ได้ต่อยกับซาโตะ มีอยู่คืนหนึ่งผมนอนคิดว่า ถ้าเราได้เป็นแชมป์โลกจะเป็นยังไง แล้วน้ำตามันไหลออกมาเองเลย มันตื้นตันใจ ตอนนั้นยังไม่ได้ต่อยเลยนะ เราแค่คิดเฉยๆ ว่าเราได้เป็นแชมป์โลกแล้วมันดีใจ น้ำตามันไหลออกมาเลย มันร้องไห้เอง คืออย่างน้อยเราก็มีความหวัง ถ้าได้แชมป์ชีวิตจะเปลี่ยน

“แล้วพอขึ้นเวทีจริงมันยิ่งทำให้เราเข้มแข็งขึ้น ยิ่งทำให้เรามั่นใจขึ้น”

แหลม ศรีสะเกษ, มวย, มวยไทย, แชมป์โลก, แหลม ศรีสะเกษ, มวย, มวยไทย, แชมป์โลก,

ยกที่ 5

ก่อนที่ศรีสะเกษจะขึ้นชกกับเจ้าของเข็มขัดจากแดนอาทิตย์อุทัย แทบไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะสามารถแย่งแชมป์มาครองได้

“ตอนนั้นแทบไม่มีใครคิดว่าพี่แหลมจะชนะยกเว้นที่ค่าย” แบงค์ย้อนเล่า“ทั้งแฟนมวยทั้งสื่อคิดว่าซาโตะกินหมูแล้ว เพราะว่าตอนนั้นซาโตะเก่งมาก ชนะสุริยัน นครหลวงโปรโมชั่น เจ้าของแชมป์คนก่อน และชนะนักมวยดีๆ หลายคนแบบขาดลอย แล้วตอนนั้นพี่แหลมยังไม่เคยเจอนักมวยที่อยู่ในอันดับโลกเลย”

ซึ่งการชกกับซาโตะครั้งนั้นทางค่ายได้วางแผนการบางอย่างก่อนขึ้นชกอย่างแยบยลชนิดที่นักชกชาวญี่ปุ่นและทีมงานเองก็คาดไม่ถึง

แบงค์บอกว่าความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งของ ศรีสะเกษ ที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือเขาสามารถต่อยได้ 2 การ์ด

“สิ่งนี้โคตรพิเศษเลย พิเศษสุดๆ คือจริงๆ มันก็มีนักมวยที่หมัดหนักทั้งสองข้าง แต่ปกติถ้าคนถนัดมือขวา ตั้งแต่เริ่มซ้อมมวยเขาจะฝึกโดยเอาหมัดขวาอยู่ข้างหลัง หมัดซ้ายอยู่ข้างหน้า หรือถ้าถนัดซ้ายก็เอาหมัดซ้ายอยู่ข้างหลัง ซึ่งเวลาฝึกมันก็จะเป็นอย่างนั้นไปตลอดทั้งชีวิตการชกมวย 99 เปอร์เซ็นต์ของนักมวยเป็นแบบนี้ แล้วจริงๆ พี่แหลมเขาเป็นคนถนัดซ้าย แต่ตอนเริ่มชกมวยสากลใหม่ๆ ครูมวยสากลฝึกให้เขาตั้งการ์ดเหมือนมวยถนัดขวา

“ผมเพิ่งอ่านหนังสือพิมพ์เมื่อเช้า เขาไปสัมภาษณ์คนสอนมวยพี่แหลมมา เขาบอกว่าตอนแรกนั้นพี่แหลมเป็นนักมวยที่เขาจะส่งไปต่อยเพื่อจะสร้างอันดับให้นักมวยที่ญี่ปุ่น ซึ่งนักมวยที่นั่นส่วนใหญ่จะไม่ค่อยชอบต่อยกับมวยซ้าย เพราะฉะนั้นถ้าเป็นมวยซ้ายเขาก็จะไม่เรียกให้ไปต่อย เขาก็เลยฝึกพี่แหลมเป็นนักมวยขวา เพราะฉะนั้นเขาจึงต่อยเป็นมวยการ์ดขวามาตลอด อยู่ค่ายนครหลวงโปรโมชั่นเริ่มแรกเขาก็ต่อยการ์ดขวาตลอด 17 ไฟต์ที่ชนะ”

ซึ่งแน่นอนว่าทีมงานของโยตะ ซาโตะ ซึ่งเตรียมตัวขึ้นชกป้องกันแชมป์กับศรีสะเกษย่อมทำการบ้านมาอย่างดี และเข้าใจว่านักชกชาวไทยถนัดขวาจากการไล่ดูเทปการชกทุกครั้งที่ผ่านมา

ก่อนจะต่อยกับซาโตะเรารู้แล้วว่าพี่แหลมต่อยซ้ายได้ โค้ชก็รู้อยู่แล้วว่าถนัดซ้าย ก็เลยฝึกให้ต่อยทั้งซ้ายทั้งขวา แล้วก็ตั้งใจเลยว่าทุกครั้งที่ต่อยออกทีวีห้ามใช้การ์ดซ้ายเลย ทุกครั้งที่ถ่ายรูปออกหนังสือพิมพ์ ออกข่าว ก็จะซ้อมการ์ดขวาโชว์อย่างเดียว เพื่อไม่ให้ซาโตะรู้ว่าเราต่อยการ์ดซ้ายได้ ครั้งแรกที่พี่แหลมต่อยการ์ดซ้ายคือวันชิงแชมป์โลกครั้งแรกกับซาโตะ

ซาโตะรู้ตอนยกที่ 1 ของไฟต์นั้น ระฆังดังเป๊ง การ์ดซ้ายออก ซาโตะงง แล้วทำอะไรไม่ถูกเลย ก่อนชกไม่มีใครคิดว่าจะชนะ แต่พอต่อยจริงพี่แหลมชนะแบบขาดลอย ชนะแบบต่อยกระจุยอยู่ข้างเดียว เขาใช้โอกาสนั้นพลิกชีวิตได้”

แหลม ศรีสะเกษ, มวย, มวยไทย, แชมป์โลก,

ยกที่ 6

เราคุยกันจนถึงช่วงหัวค่ำ ดวงอาทิตย์ลาลับท้องฟ้าไปแล้ว มีเพียงแสงไฟนีออนให้แสงสว่าง

น่าเสียดายที่แชมป์ครั้งแรกของเขาอายุสั้นเกินกว่าที่ควรจะเป็น เมื่อป้องกันแชมป์ได้เพียงหนึ่งครั้ง ก่อนจะมาเสียแชมป์ให้ Carlos Cuadras (คาร์ลอส คูเอดราส) นักชกชาวเม็กซิโก ด้วยความกังขา

วันนั้นนักมวยจากแดนจังโก้เกิดแผลแตกจากจังหวะหัวชนกันแล้วศรีสะเกษโดนตัดคะแนน ก่อนกรรมการจะยุติการชกในยกที่ 8 แล้วรวมคะแนนให้คูเอดราสเป็นผู้ชนะไปในไฟต์นั้น

และหากใครได้ชมการถ่ายทอดสดจะเห็นว่าเขาร้องไห้บนเวที

“มันไม่น่าแพ้เลยวันนั้น ไม่น่าแพ้ เขาแตกนิดเดียว น่าจะเปิดโอกาสให้เราหน่อย เราก็ต่อยได้ ไม่ใช่เราต่อยไม่ได้ มันจะน็อกอยู่แล้ว ทำไมต้องจับเราแพ้” ศรีสะเกษโอดครวญถึงผลการแข่งขันในวันนั้น น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสังเกตได้ชัด

ความพ่ายแพ้ทำให้ความว่างเปล่ามาเยือนชีวิตของศรีสะเกษ เพราะไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเข้าใกล้แชมป์โลกอีกครั้งเมื่อไหร่ เป็นเวลาเกือบ 3 ปีที่เขาไม่มีโอกาสชิงแชมป์อีกเลย 

“ตอนนั้นจะออกจากค่าย ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะออกไปทำอะไร แต่คิดไว้เฉยๆ คือมันรอนานมากนะครับ ไม่ได้ชิงหลายที คูเอดราสเขาป้องกันแชมป์ไปแล้วหลายไฟต์ ผมก็ยังไม่ได้ชิงกับเขาสักที เลื่อนไปตลอด เหมือนเขาจะหนีตลอด ผมก็เลยท้อ”

“อะไรทำให้ยังอยู่ต่อ สู้ต่อ” ผมถาม

“แฟน เหมือนเดิม คนนี้เป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่มาก เขาคอยให้กำลังใจมาตลอด เขามั่นใจว่าผมทำได้ เขาเคยดูผมต่อยมวยไทย ตอนนั้นผมโดนฟันศอกจนฟันหัก เขายังถามว่าผมทนได้ยังไง เขาเลยเชื่อมั่นในตัวผม

“ผมจะไปหลายทีแล้ว เขาก็บอกให้สู้ตลอด ผมเลยกลับมาต่อยมวยเหมือนเดิม”

แหลม ศรีสะเกษ, มวย, มวยไทย, แชมป์โลก,

ยกที่ 7

“ตอนนั้นเฮิร์ตกันทุกคน เฮิร์ตมาก” แบงค์เล่าถึงบรรยากาศในค่ายตอนที่เพิ่งสูญเสียแชมป์ “ณ วันนั้นก็ยังงง เพราะมันคาดเดายาก ถามว่ารู้มั้ยว่าจะกลับมาเป็นแชมป์ยาก ผมรู้ ยากแน่นอน แต่ถามว่าจะต้องรอนานขนาดไหน ผมไม่รู้ เพราะว่าพี่แหลมเสียแชมป์โลกตอนไฟต์บังคับ ซึ่งไม่มีสัญญาแก้มือ

“หลังจากนั้นผมก็นั่งดูเทป ดูพี่แหลมเทียบกับยอดมวยคนอื่นที่ดังๆ ดูนักมวยในประวัติศาสตร์ที่เลิกไปแล้ว คือมันเห็นว่าเขามีพรสวรรค์ดั้งเดิมอยู่แล้ว เขามีหมัดที่หนักมากกว่านักมวยในรุ่นเยอะมาก ถ้าฝรั่งเขาจะเรียกว่ามี One-punch knockout ซึ่งไม่ใช่นักมวยทุกคนที่จะมี และยังต่อยได้สองการ์ด

“ผมดูเสร็จก็บอกพี่ชายว่า ถ้าเราทำให้ศรีสะเกษดังไม่ได้ ผมถือว่าเราทำหน้าที่ของเราได้ไม่ดีพอ”

ช่วงระหว่างรอโอกาสมาเยือนอีกครั้ง ศรีสะเกษขึ้นชกอุ่นเครื่องเพื่อสะสมสถิติเรื่อยมา เป็นเวลาเกือบ 3 ปีที่เขาห่างเหินจากการชิงแชมป์โลก และไม่รู้ว่าจะได้โอกาสอีกครั้งเมื่อไหร่ ยิ่งแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวทเปลี่ยนมือจากคูเอดราสไปอยู่กับโรมัน กอนซาเลซ ซูเปอร์สตาร์ชาวนิการากัวเจ้าของแชมป์ 4 รุ่นผู้ไม่เคยแพ้ใคร ยิ่งเป็นเรื่องยากขึ้นหลายเท่าชนิดที่คนไม่ดูมวยอาจจินตนาการไม่ออกว่ายากยังไง

“ทำไมคุณถึงบอกว่าการขอชิงแชมป์กับโรมัน กอนซาเลซ จึงเป็นเรื่องยากมาก จนไม่มีใครเชื่อว่าศรีสะเกษจะได้ไปชิงแชมป์” ผมถามแบงค์ผู้อยู่เบื้องหลังไฟต์สำคัญ

“โรมันเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก เวลาชกถ่ายทอดสดโดย HBO ขายตั๋วเข้าชมที่อเมริกา ทุกครั้งที่จัดแข่งเขาต้องได้กำไร โรมันต่อยกับใครคนที่อเมริกาคนต้องรู้จัก เพราะไม่อย่างนั้นคนที่นั่นเขาก็ไม่เข้าสนามมาดูหรอก แล้วถ่ายทอดสดที่นั่นเป็นแบบ Pay-Per-View ต่อให้เราเก่งแค่ไหนคนก็ไม่จ่ายเงินหรอกเพราะไม่รู้จัก แล้วนักมวยคนหนึ่ง ถ้าอยู่ในระดับโรมัน ต่อยอย่างมากปีละ 2 – 3 ครั้ง

“คำถามคือแล้วทำไมเขาต้องมาชกกับเรา โดยที่เราไม่มีชื่อเสียงอยู่ที่อเมริกา”

ยกที่ 8

แต่แล้วก็คล้ายโชคชะตากำหนดไว้ เมื่อแบงค์ซึ่งขณะนั้นเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา พบว่าวิทยากรคนหนึ่งที่ได้รับเชิญมาพูดในคลาสเรียนวิชา Sport Management คือ Peter Nelson (ปีเตอร์ เนลสัน) ผู้นั่งตำแหน่ง Executive Vice President ของ HBO Sport

“HBO เป็นต้นสังกัดของโรมันอยู่แล้ว ผมก็เลยไปหาอาจารย์ ไปขอร้องอาจารย์ เล่าให้เขาฟังว่าที่บ้านมีค่ายมวย อยากเจอคนนี้มากเลย อาจารย์ช่วยนัดกินกาแฟให้หน่อยได้มั้ย ไปตื๊อจนอาจารย์เขาโอเคนัดให้ วันที่เขามาผมยังมีรูปอยู่เลย เราก็พรีเซนต์พี่แหลม บอกเขาว่าผมมีนักมวยคนหนึ่งที่เป็นของที่บ้านเลย ดุดันมาก อึดมาก เก่งมาก ทำคลิปไปให้เขาดู เขาบอกเคยได้ยินชื่อแล้วแต่ไม่เคยเห็นต่อย ผมก็บอกว่าด้วยสไตล์โรมันกับพี่แหลมเดินหน้าเข้าหากันแน่นอน

“ณ วันนั้น ผมก็ไม่ได้ไปบอกหรอกว่าเราจะชนะ เพราะไม่มีใครเชื่ออยู่แล้ว ใครจะไปชนะโรมัน ผมแค่บอกว่าอยากให้ดูเทป ยังไงถ้าสองคนนี้ชกกันสนุกแน่นอน ทุกคนก็รู้ว่าโรมันจะชนะอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณจัดให้แฟนมวยคุณดูเขาชอบแน่นอน จากวันนั้นก็ตื๊อเขาปีหนึ่ง ทั้งส่งอีเมลและขอคุย ระหว่างนั้นก็บินไปเม็กซิโก ซิตี้ และ ไมอามี่ เพื่อขอให้ทาง WBC ช่วยสนับสนุนให้อีกทาง”

แล้วในที่สุดการรอคอยเกือบ 3 ปี ก็สิ้นสุดลง

วันที่ 19 มีนาคม 2017 ศรีสะเกษได้ขึ้นสังเวียนชกกับโรมัน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่นักมวยไทยได้มีโอกาสไปชิงแชมป์ที่ Madison Square Garden ในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นคล้ายเมกกะของวงการมวยอันเก่าแก่และแสนเข้มขลัง

และครั้งนั้น HBO ก็ถ่ายทอดสดไปทั่วโลก

แหลม ศรีสะเกษ, มวย, มวยไทย, แชมป์โลก,

ยกที่ 9

“ผมไม่คิดเลยว่าจะได้ต่อยกับโรมัน เขาเป็นมวยที่เก่งมากนะครับ เขาเก่งจริงๆ” ศรีสะเกษเล่าความรู้สึกเมื่อรู้ว่าจะได้ชิงแชมป์ที่พรากไปคืนมา

นี่เป็นอีกอุปนิสัยหนึ่งของเขาที่ผมสังเกตเห็นจากการพูดคุย คือเขาให้เกียรติคู่ต่อสู้ทุกคน ไม่ว่าจะคนคนนั้นจะเป็นใคร

“ตอนนั้นผมเริ่มซ้อมหนัก ก็ทำหน้าที่ของผม ซ้อม ซ้อม ซ้อมไปเรื่อยๆ ตอนนั้นผมมีเวลาซ้อมแค่ 2 เดือน ไม่คิดเลยว่าจะชนะ ไม่คิดเลย คิดแค่ได้ชิงก็โอเคแล้ว ตอนนั้นผมก็เลยไปด้วยความรู้สึกไม่เกร็ง”

แน่นอน ไม่ใช่แค่แหลมที่ไม่คิดว่าจะชนะ ผู้คนในวงการมวย สื่อมวลชน นักวิจารณ์ แฟนมวย ก็ไม่มีใครคิด

แบงค์ที่นั่งฟังอยู่บอกว่า “ตอนเจอโรมันไม่มีใครบอกว่าพี่แหลมจะชนะเลย ยิ่งสื่อฝรั่งนี่ยิ่งหนักเลย ฝรั่งเขาบอก ใครไม่รู้มาต่อย”

รู้สึกยังไงเวลาได้ยินคนดูถูก โกรธบ้างมั้ย” ผมหันไปถามศรีสะเกษ

ไม่โกรธ ผมเอาคำคนดูถูกเก็บไว้ แล้วขึ้นไปข้างบนเวทีดีกว่า ทำให้คนเห็นว่าเราทำได้”

“แล้วคืนก่อนชกกับโรมันนอนหลับมั้ย”

“หลับสบายครับ ไม่กังวล ไม่มีเกร็ง ขึ้นเวทีไปผมไม่มีความรู้สึกกลัวเลย แปลกเหมือนกัน”

แหลม ศรีสะเกษ, มวย, มวยไทย, แชมป์โลก,

ยกที่ 10

หลับตา สูดหายใจลึกๆ เรากำลังจะเดินขึ้นไปเวทีด้วยกัน มันเป็นเวทีใหม่ ที่เราไม่เคยมา แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเวทีที่เหมือนบ้านของเรานี่แหละ เราจะมาอีกหลายๆ รอบ แค่คราวนี้เรามาครั้งแรก เขาจะโห่หรือตะโกนก็เหมือนเขาเชียร์เรา เราจะเดินขึ้นไปบนเวทีกัน เราจะสู้ แล้วเราก็จะเดินลงมาพร้อมกับเข็มขัดและตำแหน่งแชมป์โลกกลับเมืองไทย ที่เมืองไทยจะมีคนมารอรับเยอะมาก เราจะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยกัน

ในห้องแต่งตัวนักกีฬาที่ Madison Square Garden แบงค์พูดปลุกใจศรีสะเกษและทีมงานก่อนเดินออกสู่สังเวียน

เสียงโห่ดังสนั่นหวั่นไหวหวังให้ผู้มาเยือนใจเสีย

โห่มาเหอะ ไม่สนใจ มันยิ่งทำให้เรามีลูกฮึดสู้ต่อ-แหลมว่าอย่างนั้น

“ผมเดินออกจากทางเดินจากห้องแต่งตัวมองไปแฟนมวยเยอะมาก รู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย แต่ไม่กลัว แล้วพอขึ้นเวทีไป ตอนที่เราต่อยโรมันลงไปโดนนับได้ในยกแรก เราก็คิดว่า เฮ้ย เราต่อยได้ด้วยว่ะ ต่อยโดนด้วย มันเลยทำให้เรามั่นใจขึ้น วันนั้นต่อยแบบคล่องเลย” นักชกแชมป์โลกย้อนเล่าด้วยรอยยิ้ม

วันนั้นศรีสะเกษลบล้างทุกคำดูถูกด้วยผลงานบนเวที ไล่บดนักชกซูเปอร์สตาร์ชาวนิการากัวจนลงไปกองกับพื้นในยกที่ 1 และเมื่อสิ้นเสียงระฆังในยกที่ 12 นักชกชาวไทยก็ เดินลงมาพร้อมกับเข็มขัดและตำแหน่งแชมป์โลกกลับเมืองไทย อย่างในถ้อยคำปลุกใจจริงๆ

“ปาฏิหาริย์” แบงค์ว่าอย่างนั้นเมื่อผมชวนย้อนมองเหตุการณ์เมื่อเดือนมีนาคม “คือ ณ เวลาก่อนจะก้าวขึ้นไปบนเวที เราเชื่อแหละว่าพี่แหลมสู้ได้ ยังไงก็สู้ได้ เพราะซ้อมมา เรารู้แล้ว เราแก้มวยมา แต่พอชนะแล้วความรู้สึกมันย้อนมาหมดเลย มันไม่ใช่ย้อนกลับไปแค่ก้าวแรกที่ขึ้นเวที แต่มันกลับมาตั้งแต่ก่อนมาชก มีคนพูดเรื่อยๆ ทั้งที่มาคุยต่อหน้าหรือในอินเทอร์เน็ตว่า เฮ้ย ศรีสะเกษต่อยกับโรมัน อย่าไปฝัน มันไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้

“สเต็ปแรกคือ อย่าไปคิดว่าจะได้ต่อยกับเขา สเต็ปที่สองคือ พอได้ต่อยแล้วก็อย่าไปคิดว่าจะชนะ จะเอาอะไรไปสู้ ต่อยแบบไทยๆ คุยกับทุกคนไม่มีใครเชื่อเลยว่าจะทำได้ ทีนี้พอชนะปุ๊บมันก็เป็นเหมือนปาฏิหาริย์ เพราะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันย้อนกลับไปวันที่คนบอกเราว่าอย่าไปคิดเลยว่าจะได้ต่อย พวกเราทีมงานร้องไห้กันทุกคน หน้าตาเละเทะ”

ผมหันไปมองเข็มขัดแชมป์โลกที่วางอยู่ไม่ไกลจากวงสนทนา ก็พอรู้ว่ามันหนัก-กว่าจะได้มา

ตอนได้เข็มขัดเห่อมั้ย” ผมหยอกล้อเจ้าของ

“จูบเลย ก็ดูมันบ่อยๆ โห นี่เหรอ เข็มขัดแชมป์โลก”

แหลม ศรีสะเกษ, มวย, มวยไทย, แชมป์โลก,

ยกที่ 11

ครั้งแรกโรมันยังคาใจที่แพ้ด้วยคะแนนไม่เป็นเอกฉันท์ ไฟต์ที่ 2 ระหว่างทั้งคู่จึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แตกต่างกันตรงที่ครั้งนี้ศรีสะเกษขึ้นเวทีในฐานะเจ้าของเข็มขัด

“ทำไมถึงเคยให้สัมภาษณ์ว่าขึ้นเวทีไปตัวเองก็ไม่ใช่แชมป์แล้ว” ผมถามในสิ่งที่สงสัย

“แล้วมันจริงมั้ยครับ เราคิดว่าเราไม่ใช่แชมป์ เราขึ้นไปบนเวทีเราไม่ใช่แชมป์ เพราะว่าเข็มขัดอยู่กับกรรมการ เราก็เป็นผู้ท้าชิงเหมือนกัน” ศรีสะเกษอธิบายให้เห็นภาพ

ทัศนคติของแชมป์ชาวไทยส่งผลมายังการใช้ชีวิตและการซ้อม อย่างที่คนรอบตัวพูดตรงกันว่า “แหลมใช้ชีวิตเหมือนผู้ท้าชิง”

การป้องกันแชมป์ครั้งนี้ศรีสะเกษแข็งแกร่งกว่าตอนชิงแชมป์คร้ังแรกเสียอีกเนื่องจากมีเวลาเตรียมตัวมากกว่าเดิม จากครั้งก่อนที่มีเวลาซ้อมเพียง 2 เดือน ครั้งนี้เขามีเวลาซ้อมถึง 4 เดือน จากที่ปกติลงนวมซ้อมกับคู่ชก 80 – 90 ยก ครั้งนี้เขาลงนวมไป 277 ยก ยังไม่นับตารางซ้อมอันแสนเข้มข้นในแต่ละวันที่เพิ่มจากตารางปกติ ทำให้สภาพร่างกายเขาแข็งแกร่งพร้อมป้องกันแชมป์

ครั้งนี้ผมมั่นใจมากเลย” นักชกวัย 30 พูดถึงความรู้สึกตอนเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งที่ 2 “ครั้งนี้ต่างกับครั้งที่แล้วมาก ก่อนจะขึ้นชกผมนอนคิดทั้งคืนเลยว่าจะน็อกลูกไหนดีนะ แต่ผมไม่คิดว่าจะน็อกเร็ว ผมคิดแค่ประมาณยก 6 ยก 7”

เมื่อเดินออกมาจากห้องแต่งตัวที่ StubHub Center ลอสแอนเจลิส เสียงโห่ดังสนั่นเช่นเคย เสียงกองเชียร์ไทยราว 20 คนไม่อาจทำอะไรเสียงโห่เหล่านั้นได้ เช่นเดียวกับที่เสียงโห่ไม่อาจทำอะไรนักชกอย่างศรีสะเกษได้

“ผมได้ยินครับ มีคนตะโกนด่าด้วย ผมก็ส่งจูบ ยิ้มใส่ ไม่สนใจ เขาจะด่าผมก็ไม่สนใจ ขึ้นเวทีไปเขาก็ยังโห่ ผมคิดแค่เรื่องการชก มันยิ่งทำให้มั่นใจขึ้นด้วย” ศรีสะเกษเล่าถึงช่วงเวลาก่อนขึ้นเวที

แล้วเพียงยกที่ 4 ทุกอย่างก็สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นเสียงโห่หรือการชกบนเวที เมื่อแชมป์โลกชาวไทยต่อยหมัดขวาเข้าเต็มหน้าโรมันลงไปนอนกองอยู่ที่พื้นเวทีจนกรรมการต้องยุติการชก

“ตอนที่กรรมการชูมือคุณคิดอะไรอยู่” ผมหันไปถามเจ้าของเข็มขัด

“คิดว่าผมทำให้คนไทยเห็นว่าคนไทยตัวเล็กๆ ก็ทำให้คนไทยมีความสุขได้” แหลมตอบสั้นๆ ได้ทั้งใจและความ

ภาพ โรมัน กอนซาเลซ ยอดนักชกชาวนิการากัว โดนหมัดขวาของศรีสะเกษต่อยเข้าเต็มหน้าจนกระเด็นลงไปนอนกองกับพื้นขณะที่การชกผ่านไปเพียง 4 ยก ในจอโทรทัศน์วันนั้นยังติดตาผมจนวันนี้

หากใครรู้ว่าเส้นทางชีวิตของศรีสะเกษเป็นอย่างไร ย่อมรู้สึกคล้ายกันว่ามันคล้ายความฝันมากกว่าความจริง

แหลม ศรีสะเกษ, มวย, มวยไทย, แชมป์โลก,

ยกที่ 12

แหลมไม่ใช่ชื่อเล่นที่แท้จริงของศรีสะเกษ

ชื่อ-นามสกุลที่แท้จริงของเขาคือ วิศักดิ์ศิลป์ วังเอก ส่วนชื่อเล่นจริงๆ ของเขาคือ ตั้ม แต่ที่ทุกวันนี้ใครต่อใครเรียกเขาว่า แหลม มาจากโครงหน้าของเขา

ผมเพิ่งเข้าใจที่มาของชื่อที่เพื่อนๆ ตั้งให้เมื่อสังเกตเห็นจากรูปของเขาที่ติดอยู่ที่เข็มขัดแชมป์โลก

“เอารูปหน้าตาดีๆ หน่อยก็ไม่ได้ เอารูปเราลดน้ำหนักมาติด ดูสิ” แชมป์โลกชาวไทยแซวตัวเองก่อนหัวเราะเสียงดัง

วันที่เราคุยกัน แหลมเพิ่งมีอินสตาแกรมเป็นของตัวเอง โดยแบงค์เป็นคนสมัครให้ และเพียงวันเดียวก็มีแฟนมวยจากทั่วโลกมากดฟอลโลว์ ไม่ว่าจะเป็นจากคาซัคสถาน อาร์เจนตินา เม็กซิโก ญี่ปุ่น ฯลฯ

ล่าสุดเขาได้รับการจัดอันดับจากเว็บไซต์มวยระดับโลกอย่าง BoxRec ให้เป็นนักมวยที่เก่งที่สุดอันดับ 5 ของโลกเมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์

ผมนึกถึงประโยคที่แบงค์พูดตั้งแต่ตอนที่เราพบกันว่า “ใจเขาสู้มาก ซึ่งใจสู้เกิดจากอะไร ก็ต้องย้อนกลับไปดูประสบการณ์ในชีวิตเขาที่ผ่านมา”

ก่อนออกจากค่ายมาผมพอได้คำตอบแล้วว่าอะไรพาเขามายืนอยู่จุดนี้

“ทุกวันนี้ คุณกับคนรักเคยย้อนมองไปในวันที่มีคนสงสัยว่า ‘เป็นนักมวยจะทำอะไรกิน จะเลี้ยงดูกันได้เหรอ’ บ้างไหม” ผมถามคำถามท้ายๆ ก่อนปล่อยให้เขาพักผ่อน

ไม่มีครับ ไม่นึกเลย ผมไม่ใส่ใจ แล้วทุกวันนี้เขาคงไม่พูดแล้ว เขาก็น่าจะรู้แล้วล่ะ ว่าอยู่กันได้”

“ถ้าให้ย้อนมอง คุณคิดว่าความยากลำบากที่ผ่านมามันมีข้อดีบ้างมั้ย”

“มันก็ทำให้เราฮึดสู้มาตลอดไง แต่ก่อนมันเหนื่อยมากๆ เงินเราก็ไม่มี กว่าจะได้มาถึงทุกวันนี้เราผ่านอุปสรรคมามากมายจริงๆ เราลำบากมาก่อน

ผมอยู่กับแฟนมา 14 ปี เขาให้กำลังใจเรามาตลอดตอนที่ผมจะไม่สู้ จะเลิกต่อยมวย เพราะบางทีมันก็ท้อ แต่เขาก็บอกให้ผมสู้ต่อไป เขาพูดมาตลอดว่า ‘สักวันหนึ่งจะเป็นวันของเรา’ แล้วมันก็เป็นวันของเราจริงๆ ด้วย”

ฟังศรีสะเกษเล่าถึงตรงนี้แล้วผมนึกถึงตอนที่เขาเดินทางกลับมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิหลังป้องกันตำแหน่งแชมป์ แล้วคุกเข่าขอคนรักที่ชื่อ ‘เก๋’ แต่งงาน

อย่างที่คนรักเขาว่า สักวันหนึ่งจะเป็นวันของเรา

และมันงดงามตรงที่คำว่า ‘เรา’ ในประโยคนั้น หมายถึงคนสองคน

Writer

จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

อดีตบรรณาธิการบทสัมภาษณ์ The Cloud และเจ้าของนามปากกา jirabell เขียนหนังสือมาแล้ว 5 เล่มชื่อ เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียว, ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น, Lonely Land ดินแดนเดียวดาย, The Fairy Tale of Underfox และ รักเขาเท่าทะเล

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load