01

การเปลี่ยนแปลงที่อยากเห็น

Kurikindi Collabo Bay พื้นที่สังสรรค์ทางความคิด โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่ถึงปี แตกแขนงมาจาก Haja Center โรงเรียนทางเลือกที่มีอายุ 20 กว่าปีแล้ว 

สิ่งที่ Kurikindi ต้องการทำ คือทำให้ผู้เรียนเข้าใจว่าทุกการกระทำของเขา ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอนาคตอย่างไร การมีชีวิตที่ดีคืออะไร ถ้าเราไม่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ในทุกวัน ในทุกการกระทำของเรา นี่คือปรัชญาหัวใจของที่นี่ ซึ่งเปิดพื้นที่ให้เด็กได้เข้ามาค้นหา ทดลอง เรียนรู้เรื่องราวเหล่านี้ 

Kurikindi Collabo Bay, เกาหลี, โรงเรียนทางเลือก

ชื่อของศูนย์การเรียน Kurikindi มาจากชื่อของนกฮัมมิงเบิร์ด มีเรื่องราวเล่ากันมาว่าวันหนึ่งมีไฟไหม้ป่า สัตว์ป่าทุกตัวกำลังวิ่งหนีออกจากป่า ยกเว้นเจ้านกน้อยที่บินสวนเข้าไปในป่า พร้อมกับน้ำหยดน้อยๆ ในจงอยปากเพื่อจะดับไฟป่า ระหว่างทางบินสวนไปกับสัตว์น้อยใหญ่อื่นๆ พวกเขาต่างพากันตั้งคำถามและหัวเราะเยาะเจ้านกน้อยตัวนี้ 

“จะบ้าเหรอ ทำอะไรไร้สาระ น้ำหยดน้อยๆ แค่นั้นจะดับไฟป่าได้อย่างไร” 

นกตัวน้อยมีคำตอบในใจว่า “ฉันทำสิ่งเล็กๆ ที่ฉันทำได้” 

หยดน้ำน้อยๆ ทีละหยด ดับไฟป่าได้เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่อย่างน้อยที่สุดมันได้ดับไฟในใจของนกน้อยที่ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลง

Be the change you want to see.

02

จินตนาการเมืองใน 70 ปีข้างหน้า 

Kurikindi Collabo Bay โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่สอนเด็กให้ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อผู้อื่น
Kurikindi Collabo Bay โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่สอนเด็กให้ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อผู้อื่น
Kurikindi Collabo Bay โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่สอนเด็กให้ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อผู้อื่น
Kurikindi Collabo Bay โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่สอนเด็กให้ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อผู้อื่น

วันแรกที่เข้าไปที่ศูนย์การเรียนนี้ เราได้รับบัตรเชิญเข้างานนิทรรศการ ‘จินตนาการเมืองใน 70 ปีข้างหน้า’ ของเด็กๆ ระดับประถม มีการฉายหนังแอนิเมชันที่ทำมาจากภาพวาดของเด็กๆ ที่จินตนาการเมืองโซล เกาหลีใต้ ในอีก 70 ปีข้างหน้าเอาไว้ต่างๆ นานาว่า

“จะมีสัตว์ประหลาดและโรคประหลาดลงมาเล่นและระบาดบนโลกราวกับว่านี่เป็นโลกของพวกเขา” 

“จะมีหุ่นยนต์ทำงานแทนมนุษย์ทั่วทั้งโลก” 

“พืชและสัตว์ต่างๆ จะสูญพันธุ์เป็นจำนวนมาก” 

“มหาสมุทรทั้งโลกติดเชื้อ ขยะลอยเต็มทะเล มนุษย์ไม่สามารถเล่นน้ำทะเลได้อีก” 

“โรงเรียนจะพังไม่มีเหลือ และไม่มีประโยชน์อีกต่อไป” 

ฉายหนังแอนิเมชันเสร็จ มีกิจกรรมพูดคุยของเด็กๆ เจ้าของผลงานเหล่านั้น ระหว่างดูหนังอนาคตในจินตนาการของเด็กๆ ช่างไร้ความหวังจริงหนอ แต่เมื่อได้ฟังการพูดคุยของเด็กๆ เจ้าของผลงาน เรารู้สึกว่าความหวังอยู่ในมือของพวกเขา เด็กๆ หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สิ่งที่พวกเขาจินตนาการกำลังมาถึงในไม่ช้า โลกเปลี่ยนแปลงในอัตราที่เร็วขึ้นทุกวัน โดยที่คนตัวเล็กๆ อย่างพวกเขาอาจควบคุมมันไม่ได้  

สิ่งเดียวที่พวกเขาเปลี่ยนแปลงได้ คือการกระทำเล็กๆ ของพวกเขาในแต่ละวัน เหมือนเจ้านกน้อย Kurikindi นั่นล่ะ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้ปลูกผักบนดาดฟ้าหรือหน้าบ้าน การใส่ใจเรื่องการแยกขยะ การตื่นตัวและลงมือเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมรอบๆ บ้านและในบ้าน 

Kurikindi Collabo Bay โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่สอนเด็กให้ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อผู้อื่น

03

การบ่มเพาะความสมบูรณ์ของมนุษย์ 

Kurikindi Collabo Bay โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่สอนเด็กให้ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อผู้อื่น
Kurikindi Collabo Bay โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่สอนเด็กให้ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อผู้อื่น

วันต่อมาที่ศูนย์การเรียน เราขึ้นไปเรียนวิชา Urban Farming  เกษตรในเมือง เด็กๆ ชาวโซลได้เรียนรู้ว่าอาหารของพวกเขาเดินทางมาจากไหน และมีโอกาสได้ลงมือทำแปลงผักบนดาดฟ้าของโรงเรียนพวกเขา 

‘ยางชาง’ ครูผู้สอนเป็นเกษตรกรตัวจริงที่เดินทางมาสอนทุกสัปดาห์ ครูยางชางบอกว่า “หน้าที่ของเกษตรกรไม่ใช่แค่เพาะปลูกพืชผลให้คนกิน แต่ต้องให้การศึกษากับผู้บริโภคด้วยว่าอาหารคืออะไร เส้นทางปลอดภัยและเหมาะสมกับมนุษย์เป็นอย่างไร” นั่นเป็นเหตุผลที่เขาเสนอตัวเข้ามาสอนในโรงเรียนต่างๆ  ใจกลางกรุงโซล เขาเชื่อว่าการที่เกษตรกรออร์แกนิกทำงานอยู่ในเรือกสวนไร่นาไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลง  

“ปลูกแค่พืชผลนั้นสั้นเพียงฤดูกาล ปลูกความคิดคนนั้นยาวเป็นทศวรรษ”  

เด็กๆ กำลังรื้อแปลงต้นฝ้ายที่ใช้ในห้องเรียน Cotton School เพราะอากาศหนาวและหิมะแรกกำลังจะมาในไม่ช้า ต้นผักกาดในกระสอบดินของพวกเขาก็กำลังงาม พร้อมทำกิมจิในไม่กี่วัน แปลงที่รื้อต้นฝ้ายออกไปนั้น พวกเขาปรุงดินใหม่ให้อร่อย ด้วยการใส่อินทรียวัตถุและปุ๋ยหมักที่ทำไว้ตั้งแต่ฤดูร้อน และดูเหมือนว่าพวกเขากำลังจะลงต้นหอมต้นใหญ่ลงไปในแปลง 

Kurikindi Collabo Bay โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่สอนเด็กให้ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อผู้อื่น

เสร็จจากภาคปฏิบัติบนดาดฟ้า เด็กๆ กลับเข้าห้องเรียนเพื่อเรียนเรื่องการตัดต่อ GMO ของเมล็ดฝ้ายในอินเดีย ที่ทำให้อินเดียมีเกษตรกรฆ่าตัวตายปีละนับแสน 

ที่โรงเรียนมีห้องครัวที่ทำโดยนักเรียนโปรแกรม Young Chef นักออกแบบอาหารรุ่นใหม่ เด็กๆ เล่าให้เราฟังว่า เมนูซุปผักวันนั้น มีผักกาดที่พวกเขาปลูกบนดาดฟ้าด้วย 

วันต่อมา ครูยางชางชวนนักเรียนไปฟาร์มของเขาที่ชานเมืองโซล เรานั่งรถไฟฟ้าไปสุดสาย เด็กๆ ได้ลงภาคปฏิบัติที่ฟาร์มของยางชางเดือนละครั้งหรือสองครั้ง พวกเขาจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของเกษตรกรตัวจริงว่าอยู่กันอย่างไรอีกด้วย 

เด็กๆ คนหนึ่งชี้ชวนให้เราดูสวนที่กว้างสุดตา แล้วพูดว่า “สวยอย่างกับภาพวาด” 

เขาคิดว่า “เกษตรกร ก็คือศิลปินที่ปัดพู่กันลงบนพื้นดินนั่นเอง” 

Kurikindi Collabo Bay โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่สอนเด็กให้ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อผู้อื่น
Kurikindi Collabo Bay โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่สอนเด็กให้ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อผู้อื่น

04

การออกแบบอาหารเพื่อผู้อื่น

“ส่งต่อคุณค่าที่คุ้นเคยในแต่ละจาน” 

อีกโปรแกรมพิเศษของที่นี่คือโปรแกรม Young Chef นักออกแบบอาหารรุ่นใหม่ ซึ่งเปิดเป็นครัวมืออาชีพให้เด็กๆ ที่สนใจจะเป็นเชฟ ไม่ได้หมายความว่าเป็นแค่คนทำอาหาร แต่เป็นนักออกแบบอาหาร อาหารกลางวันทุกวันที่นี่มาจากครัวของเด็กๆ โปรแกรมนี้ 

บ่ายวันนั้น สิ่งที่เราได้เห็นคือช่วงเวลาที่เด็กๆ บอกว่าตึงเครียดที่สุด คือการออกแบบเมนูมาให้คณะกรรมการครูมืออาชีพลองชิม จากวัตถุดิบที่พวกเขาเลือกสรร เด็กๆ ต้องนำเสนอว่าพวกเขากำลังส่งต่อคุณค่าอะไรในเมนูอาหารแต่ละเมนู อาจไม่ต้องยากพิสดารอะไรเลย เป็นเพียงเมนูบ้านๆ ที่คุ้นเคยก็ได้ แต่ความใส่ใจต่อผู้บริโภคคืออะไรตรงไหนบ้าง  หากนักออกแบบชัดเจน เขาเชื่อว่าผู้ทานอาหารจะรู้สึกได้มากกว่าแค่รสชาติ 

เด็กคนหนึ่งในโปรแกรมเล่าว่า สิ่งที่เธอกังวลปนตื่นเต้นเสมอต่อการทำอาหารแต่ละจาน คือจะทำให้ชีวิตของคนกินดีขึ้นได้อย่างไร อาหารเป็นสิ่งที่กินเข้าไปแล้วสร้างการเปลี่ยนแปลงในร่างกายทันที คนกินอาจกำลังหิว กำลังเศร้า กำลังหมดหวัง ท้อแท้ อาหารที่เธอทำให้พวกเขากิน จะทำให้พวกเขาอิ่มท้องและรู้สึกดีกับชีวิตขึ้นได้บ้างรึเปล่า 

Kurikindi Collabo Bay โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่สอนเด็กให้ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อผู้อื่น
Kurikindi Collabo Bay, เกาหลี, โรงเรียนทางเลือก
Kurikindi Collabo Bay, เกาหลี, โรงเรียนทางเลือก

05

Collabo Bay พื้นที่สังสรรค์ทางความคิด

ป้ายบนอาคารเรียนที่นี่ไม่ใช้คำว่า School หรือโรงเรียน แต่เขาใช้คำว่า Collabo Bay พื้นที่สังสรรค์ พบปะทางความคิด เพื่อนครูที่นี่เล่าว่าพวกเขาก่อตั้งที่นี่จากทุนรัฐบาล ซึ่งประกาศให้คนที่มีความคิดสร้างสรรค์หลายๆ ด้าน ไม่ว่าเรื่องการศึกษา เทคโนโลยี วัฒนธรรม ศิลปะ เขียนโครงการเข้ามาขอทุนใช้อาคารเหล่านี้ ซึ่งเคยเป็นย่านศูนย์ราชการร้างของรัฐ โดยรัฐยังให้ทุนตั้งต้นสำหรับประกอบการเพื่อสังคมอีก 3 – 5 ปี

เพื่อนครูกลุ่มนี้จึงแยกตัวออกมาแตกแขนงออกมาจาก Haja Center ทำโปรแกรมการศึกษาทางเลือกใหม่ชื่อว่า Kurikindi Collabo Bay พวกเขาเชื่อว่าจะเป็นพื้นที่สังสรรค์ทางความคิด และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับเด็กและเยาวชน โดยเริ่มต้นที่การกระทำเล็กน้อยๆ 

วันที่เราไปถ่ายทำที่นี่ ยังได้กลิ่นสีที่เพิ่งทาใหม่ๆ ของอาคาร ครูและเด็กๆ บ่นว่าไม่ชอบกลิ่นสีที่รัฐทาไว้ให้เลย พวกเขาบอกว่าจะใช้สีจากดินฉาบผนังของห้องเรียนใหม่ไปเรื่อยๆ เพื่อลบกลิ่นสีพลาสติกให้หมดไปในไม่ช้า 

Kurikindi Collabo Bay, เกาหลี, โรงเรียนทางเลือก

รู้จักการศึกษาทางเลือกนานาชาติเพิ่มเติมได้ทาง รายการบินสิ ช่อง ThaiPBS

01

การเปลี่ยนแปลงที่อยากเห็น

Kurikindi Collabo Bay พื้นที่สังสรรค์ทางความคิด โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่ถึงปี แตกแขนงมาจาก Haja Center โรงเรียนทางเลือกที่มีอายุ 20 กว่าปีแล้ว 

สิ่งที่ Kurikindi ต้องการทำ คือทำให้ผู้เรียนเข้าใจว่าทุกการกระทำของเขา ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอนาคตอย่างไร การมีชีวิตที่ดีคืออะไร ถ้าเราไม่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ในทุกวัน ในทุกการกระทำของเรา นี่คือปรัชญาหัวใจของที่นี่ ซึ่งเปิดพื้นที่ให้เด็กได้เข้ามาค้นหา ทดลอง เรียนรู้เรื่องราวเหล่านี้ 

Kurikindi Collabo Bay, เกาหลี, โรงเรียนทางเลือก

ชื่อของศูนย์การเรียน Kurikindi มาจากชื่อของนกฮัมมิงเบิร์ด มีเรื่องราวเล่ากันมาว่าวันหนึ่งมีไฟไหม้ป่า สัตว์ป่าทุกตัวกำลังวิ่งหนีออกจากป่า ยกเว้นเจ้านกน้อยที่บินสวนเข้าไปในป่า พร้อมกับน้ำหยดน้อยๆ ในจงอยปากเพื่อจะดับไฟป่า ระหว่างทางบินสวนไปกับสัตว์น้อยใหญ่อื่นๆ พวกเขาต่างพากันตั้งคำถามและหัวเราะเยาะเจ้านกน้อยตัวนี้ 

“จะบ้าเหรอ ทำอะไรไร้สาระ น้ำหยดน้อยๆ แค่นั้นจะดับไฟป่าได้อย่างไร” 

นกตัวน้อยมีคำตอบในใจว่า “ฉันทำสิ่งเล็กๆ ที่ฉันทำได้” 

หยดน้ำน้อยๆ ทีละหยด ดับไฟป่าได้เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่อย่างน้อยที่สุดมันได้ดับไฟในใจของนกน้อยที่ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลง

Be the change you want to see.

02

จินตนาการเมืองใน 70 ปีข้างหน้า 

Kurikindi Collabo Bay โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่สอนเด็กให้ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อผู้อื่น
Kurikindi Collabo Bay โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่สอนเด็กให้ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อผู้อื่น
Kurikindi Collabo Bay โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่สอนเด็กให้ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อผู้อื่น
Kurikindi Collabo Bay โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่สอนเด็กให้ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อผู้อื่น

วันแรกที่เข้าไปที่ศูนย์การเรียนนี้ เราได้รับบัตรเชิญเข้างานนิทรรศการ ‘จินตนาการเมืองใน 70 ปีข้างหน้า’ ของเด็กๆ ระดับประถม มีการฉายหนังแอนิเมชันที่ทำมาจากภาพวาดของเด็กๆ ที่จินตนาการเมืองโซล เกาหลีใต้ ในอีก 70 ปีข้างหน้าเอาไว้ต่างๆ นานาว่า

“จะมีสัตว์ประหลาดและโรคประหลาดลงมาเล่นและระบาดบนโลกราวกับว่านี่เป็นโลกของพวกเขา” 

“จะมีหุ่นยนต์ทำงานแทนมนุษย์ทั่วทั้งโลก” 

“พืชและสัตว์ต่างๆ จะสูญพันธุ์เป็นจำนวนมาก” 

“มหาสมุทรทั้งโลกติดเชื้อ ขยะลอยเต็มทะเล มนุษย์ไม่สามารถเล่นน้ำทะเลได้อีก” 

“โรงเรียนจะพังไม่มีเหลือ และไม่มีประโยชน์อีกต่อไป” 

ฉายหนังแอนิเมชันเสร็จ มีกิจกรรมพูดคุยของเด็กๆ เจ้าของผลงานเหล่านั้น ระหว่างดูหนังอนาคตในจินตนาการของเด็กๆ ช่างไร้ความหวังจริงหนอ แต่เมื่อได้ฟังการพูดคุยของเด็กๆ เจ้าของผลงาน เรารู้สึกว่าความหวังอยู่ในมือของพวกเขา เด็กๆ หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สิ่งที่พวกเขาจินตนาการกำลังมาถึงในไม่ช้า โลกเปลี่ยนแปลงในอัตราที่เร็วขึ้นทุกวัน โดยที่คนตัวเล็กๆ อย่างพวกเขาอาจควบคุมมันไม่ได้  

สิ่งเดียวที่พวกเขาเปลี่ยนแปลงได้ คือการกระทำเล็กๆ ของพวกเขาในแต่ละวัน เหมือนเจ้านกน้อย Kurikindi นั่นล่ะ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้ปลูกผักบนดาดฟ้าหรือหน้าบ้าน การใส่ใจเรื่องการแยกขยะ การตื่นตัวและลงมือเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมรอบๆ บ้านและในบ้าน 

Kurikindi Collabo Bay โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่สอนเด็กให้ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อผู้อื่น

03

การบ่มเพาะความสมบูรณ์ของมนุษย์ 

Kurikindi Collabo Bay โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่สอนเด็กให้ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อผู้อื่น
Kurikindi Collabo Bay โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่สอนเด็กให้ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อผู้อื่น

วันต่อมาที่ศูนย์การเรียน เราขึ้นไปเรียนวิชา Urban Farming  เกษตรในเมือง เด็กๆ ชาวโซลได้เรียนรู้ว่าอาหารของพวกเขาเดินทางมาจากไหน และมีโอกาสได้ลงมือทำแปลงผักบนดาดฟ้าของโรงเรียนพวกเขา 

‘ยางชาง’ ครูผู้สอนเป็นเกษตรกรตัวจริงที่เดินทางมาสอนทุกสัปดาห์ ครูยางชางบอกว่า “หน้าที่ของเกษตรกรไม่ใช่แค่เพาะปลูกพืชผลให้คนกิน แต่ต้องให้การศึกษากับผู้บริโภคด้วยว่าอาหารคืออะไร เส้นทางปลอดภัยและเหมาะสมกับมนุษย์เป็นอย่างไร” นั่นเป็นเหตุผลที่เขาเสนอตัวเข้ามาสอนในโรงเรียนต่างๆ  ใจกลางกรุงโซล เขาเชื่อว่าการที่เกษตรกรออร์แกนิกทำงานอยู่ในเรือกสวนไร่นาไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลง  

“ปลูกแค่พืชผลนั้นสั้นเพียงฤดูกาล ปลูกความคิดคนนั้นยาวเป็นทศวรรษ”  

เด็กๆ กำลังรื้อแปลงต้นฝ้ายที่ใช้ในห้องเรียน Cotton School เพราะอากาศหนาวและหิมะแรกกำลังจะมาในไม่ช้า ต้นผักกาดในกระสอบดินของพวกเขาก็กำลังงาม พร้อมทำกิมจิในไม่กี่วัน แปลงที่รื้อต้นฝ้ายออกไปนั้น พวกเขาปรุงดินใหม่ให้อร่อย ด้วยการใส่อินทรียวัตถุและปุ๋ยหมักที่ทำไว้ตั้งแต่ฤดูร้อน และดูเหมือนว่าพวกเขากำลังจะลงต้นหอมต้นใหญ่ลงไปในแปลง 

Kurikindi Collabo Bay โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่สอนเด็กให้ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อผู้อื่น

เสร็จจากภาคปฏิบัติบนดาดฟ้า เด็กๆ กลับเข้าห้องเรียนเพื่อเรียนเรื่องการตัดต่อ GMO ของเมล็ดฝ้ายในอินเดีย ที่ทำให้อินเดียมีเกษตรกรฆ่าตัวตายปีละนับแสน 

ที่โรงเรียนมีห้องครัวที่ทำโดยนักเรียนโปรแกรม Young Chef นักออกแบบอาหารรุ่นใหม่ เด็กๆ เล่าให้เราฟังว่า เมนูซุปผักวันนั้น มีผักกาดที่พวกเขาปลูกบนดาดฟ้าด้วย 

วันต่อมา ครูยางชางชวนนักเรียนไปฟาร์มของเขาที่ชานเมืองโซล เรานั่งรถไฟฟ้าไปสุดสาย เด็กๆ ได้ลงภาคปฏิบัติที่ฟาร์มของยางชางเดือนละครั้งหรือสองครั้ง พวกเขาจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของเกษตรกรตัวจริงว่าอยู่กันอย่างไรอีกด้วย 

เด็กๆ คนหนึ่งชี้ชวนให้เราดูสวนที่กว้างสุดตา แล้วพูดว่า “สวยอย่างกับภาพวาด” 

เขาคิดว่า “เกษตรกร ก็คือศิลปินที่ปัดพู่กันลงบนพื้นดินนั่นเอง” 

Kurikindi Collabo Bay โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่สอนเด็กให้ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อผู้อื่น
Kurikindi Collabo Bay โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่สอนเด็กให้ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อผู้อื่น

04

การออกแบบอาหารเพื่อผู้อื่น

“ส่งต่อคุณค่าที่คุ้นเคยในแต่ละจาน” 

อีกโปรแกรมพิเศษของที่นี่คือโปรแกรม Young Chef นักออกแบบอาหารรุ่นใหม่ ซึ่งเปิดเป็นครัวมืออาชีพให้เด็กๆ ที่สนใจจะเป็นเชฟ ไม่ได้หมายความว่าเป็นแค่คนทำอาหาร แต่เป็นนักออกแบบอาหาร อาหารกลางวันทุกวันที่นี่มาจากครัวของเด็กๆ โปรแกรมนี้ 

บ่ายวันนั้น สิ่งที่เราได้เห็นคือช่วงเวลาที่เด็กๆ บอกว่าตึงเครียดที่สุด คือการออกแบบเมนูมาให้คณะกรรมการครูมืออาชีพลองชิม จากวัตถุดิบที่พวกเขาเลือกสรร เด็กๆ ต้องนำเสนอว่าพวกเขากำลังส่งต่อคุณค่าอะไรในเมนูอาหารแต่ละเมนู อาจไม่ต้องยากพิสดารอะไรเลย เป็นเพียงเมนูบ้านๆ ที่คุ้นเคยก็ได้ แต่ความใส่ใจต่อผู้บริโภคคืออะไรตรงไหนบ้าง  หากนักออกแบบชัดเจน เขาเชื่อว่าผู้ทานอาหารจะรู้สึกได้มากกว่าแค่รสชาติ 

เด็กคนหนึ่งในโปรแกรมเล่าว่า สิ่งที่เธอกังวลปนตื่นเต้นเสมอต่อการทำอาหารแต่ละจาน คือจะทำให้ชีวิตของคนกินดีขึ้นได้อย่างไร อาหารเป็นสิ่งที่กินเข้าไปแล้วสร้างการเปลี่ยนแปลงในร่างกายทันที คนกินอาจกำลังหิว กำลังเศร้า กำลังหมดหวัง ท้อแท้ อาหารที่เธอทำให้พวกเขากิน จะทำให้พวกเขาอิ่มท้องและรู้สึกดีกับชีวิตขึ้นได้บ้างรึเปล่า 

Kurikindi Collabo Bay โรงเรียนทางเลือกใจกลางกรุงโซลที่สอนเด็กให้ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อผู้อื่น
Kurikindi Collabo Bay, เกาหลี, โรงเรียนทางเลือก
Kurikindi Collabo Bay, เกาหลี, โรงเรียนทางเลือก

05

Collabo Bay พื้นที่สังสรรค์ทางความคิด

ป้ายบนอาคารเรียนที่นี่ไม่ใช้คำว่า School หรือโรงเรียน แต่เขาใช้คำว่า Collabo Bay พื้นที่สังสรรค์ พบปะทางความคิด เพื่อนครูที่นี่เล่าว่าพวกเขาก่อตั้งที่นี่จากทุนรัฐบาล ซึ่งประกาศให้คนที่มีความคิดสร้างสรรค์หลายๆ ด้าน ไม่ว่าเรื่องการศึกษา เทคโนโลยี วัฒนธรรม ศิลปะ เขียนโครงการเข้ามาขอทุนใช้อาคารเหล่านี้ ซึ่งเคยเป็นย่านศูนย์ราชการร้างของรัฐ โดยรัฐยังให้ทุนตั้งต้นสำหรับประกอบการเพื่อสังคมอีก 3 – 5 ปี

เพื่อนครูกลุ่มนี้จึงแยกตัวออกมาแตกแขนงออกมาจาก Haja Center ทำโปรแกรมการศึกษาทางเลือกใหม่ชื่อว่า Kurikindi Collabo Bay พวกเขาเชื่อว่าจะเป็นพื้นที่สังสรรค์ทางความคิด และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับเด็กและเยาวชน โดยเริ่มต้นที่การกระทำเล็กน้อยๆ 

วันที่เราไปถ่ายทำที่นี่ ยังได้กลิ่นสีที่เพิ่งทาใหม่ๆ ของอาคาร ครูและเด็กๆ บ่นว่าไม่ชอบกลิ่นสีที่รัฐทาไว้ให้เลย พวกเขาบอกว่าจะใช้สีจากดินฉาบผนังของห้องเรียนใหม่ไปเรื่อยๆ เพื่อลบกลิ่นสีพลาสติกให้หมดไปในไม่ช้า 

Kurikindi Collabo Bay, เกาหลี, โรงเรียนทางเลือก

รู้จักการศึกษาทางเลือกนานาชาติเพิ่มเติมได้ทาง รายการบินสิ ช่อง ThaiPBS

Writer & Photographer

เสาวนีย์ สังขาระ

Film Maker, Farmer, Facilitator ผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีอิสระ บินสิ! โปรดักส์ชั่นเฮาส์ และรายการบินสิ! ผู้ก่อตั้งและอำนวยการเรียนการสอน ที่สวนศิลป์บินสิ Films Farm School

โรงเรียนทางเลือก

เรื่องราวของโรงเรียนทางเลือกเปลี่ยนโลกจากทั่วโลก

01 ความรัก ความยุติธรรม และแรงบันดาลใจในการเก็บเมล็ดพันธุ์ 

ยังจำความรู้สึกวันนั้นได้อยู่เลยว่าตื่นเต้นขนาดไหน… 

วันนั้นเป็นวันที่ได้รับอีเมลจากคนต้นแบบของเราคนหนึ่ง ทำให้เราตื่นเต้น จองตั๋วจากอินเดียไปลงเดลี แล้วจองรถไฟจากเดลี ไปที่เมืองเดราดุน (Dehradun) ทางตอนเหนือของอินเดียในวันเดียวกัน ครั้งนั้นเป็นทริปที่ไปอินเดียครั้งที่เท่าไหร่นับไม่ถ้วน แม้ว่าทุกครั้งจะมีเรื่องราวน่าประทับใจไม่ซ้ำกัน แต่ครั้งนี้ฉันกำลังจะได้ไปพบกับป้าคนแกร่งคนหนึ่งของอินเดียชื่อ วันทนา ศิวะ เธอตอบอีเมลด้วยตัวเอง และบอกว่ายินดีมากที่จะให้ฉันเข้าพบและสัมภาษณ์ ในช่วงบ่ายของวันหนึ่งที่ศูนย์การเรียนรู้ ‘นวธัญญะ’ (Navdanya) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมุนาที่ไหลมาจากเทือกเขาหิมาลัย และมาหลอมรวมเป็นแม่น้ำคงคา ได้ยินมาว่าเมืองนี้สวยมาก 

นวธัญญะ หมายถึง เมล็ดพันธุ์เก้าเมล็ด และ ของขวัญใหม่ เป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม ผู้รักษาเมล็ดพันธุ์คือผู้ให้เมล็ดพันธุ์ที่แท้จริง

โรงเรียนเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ การต่อสู้ของหญิงอินเดียเพื่อเอกราชทางอาหารและพืชพื้นบ้าน
โรงเรียนเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ การต่อสู้ของหญิงอินเดียเพื่อเอกราชทางอาหารและพืชพื้นบ้าน

แม้เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางจากไทยไปถึงที่นั่นรวดเดียว เพื่อพบ ป้าวันทนา ศิวะ เช้าวันนั้นเราก็ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย ถ้าใครรู้จักเธอจากภาพข่าว บทความสัมภาษณ์ หรือสารคดีต่างๆ บทสัมภาษณ์และท่าทางของเธอออกรสออกชาติดุเดือด เมื่อเธอพูดถึงปัญหาการตัดต่อ ครอบครองเมล็ดพันธุ์ของบรรษัทยักษ์ข้ามชาติและรัฐ แต่วันนั้นเธอเดินเข้ามาหาเราด้วยรอยยิ้มเปี่ยมความเมตตาเอ็นดู 

คำถามแรกที่พุ่งไปหาเราพุ่งไปหาเธอเลยคือ “อะไรทำให้เธอมีความกล้าและอาวุธ ที่จะต่อสู้กับบรรษัทยักษ์ใหญ่ที่จ้องจะครอบครองเมล็ดพันธุ์บนโลกใบนี้” 

เธอยิ้มอีกครั้ง แต่สายตาเธอเปลี่ยนไป ความดุดันเอาเรื่องและจริงจังส่อมาในแววตา 

คำตอบของเธอมี 3 ข้อ 

ข้อที่ 1 ‘ความรัก’ เธอบอกว่า เพราะว่าเธอเคยเป็นแม่คน และเป็นลูกสาวมาก่อน เธอทั้งรู้จักและให้และรับ ความรักแบบที่ไม่มีเงื่อนไข เธอบอกว่าเมล็ดพันธุ์ก็มีความรักแบบนั้นให้กับผืนดิน มนุษย์ และสรรพสิ่ง เมล็ดพันธุ์เป็นสิ่งที่ไม่ควรมีใครครอบครอง ตัดต่อ และหาผลประโยชน์ 

ข้อที่ 2 ‘ความยุติธรรม’ ถึงให้เราแสร้งปิดตา เราก็ต้องเห็นความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับชาวนา เกษตรกรในอินเดียที่ฆ่าตัวตายปีละเป็นแสน เพราะการหลอกลวงของบรรษัทข้ามชาติเหล่านี้ การตัดต่อพันธุกรรมเมล็ดพันธุ์ทำให้วิถีการปลูก การกิน การขาย เป็นไปทางที่พวกเขากำหนดได้ ไม่ว่าจะเป็นราคา วิถีการปลูกที่ต้องใส่ปุ๋ย ยา และตลาดที่พวกเขาสร้างกลไกตลาดขึ้นมา ถ้ามองเห็นความยุติธรรมนี้แล้วไม่ทำอะไร จะมีไปสู่หน้ากับชาวนาที่ปลูกข้าวให้เรากินอยู่ทุกวันได้อย่างไร 

ข้อที่ 3 ‘แรงบันดาลใจ’ เธอได้แรงบันดาลใจจากคานธีที่ต่อสู้กับราชอาณาจักรอังกฤษ โดยใช้เมล็ดฝ้ายเล็กๆ ทำให้คนกลับมาปั่นฝ้าย ทอผ้าฝ้ายใช้เอง ไม่ใช้ผ้านำเข้าจากราชอาณาจักรในยุคสมัยนั้น และปลุกประเทศให้ได้รับเอกราชในเวลาต่อมา 

เธอคิดว่าโรงเรียนเก็บเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ กำลังต่อสู้เพื่อเอกราชอีกครั้งของประเทศอินเดีย ด้วยการเก็บเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน 

โรงเรียนเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ การต่อสู้ของหญิงอินเดียเพื่อเอกราชทางอาหารและพืชพื้นบ้าน
โรงเรียนเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ การต่อสู้ของหญิงอินเดียเพื่อเอกราชทางอาหารและพืชพื้นบ้าน

02 ความฝันเปลี่ยนไป เมื่อรักษาภูเขาลูกนั้นไว้ได้ 

คำถามที่สอง 2 เราคือ “อะไรที่เป็นจุดเปลี่ยนให้ ป้าวันทนา ศิวะ ทำในสิ่งที่ทำทุกวันนี้ ครอบครัว การศึกษา หรืออะไร”

เธอเล่าให้ฟังว่าเคยฝันจะเป็นนักฟิสิกส์ เรียนตรงมาทางสาขานั้น แต่ว่าเติบโตมาในครอบครัวนักกิจกรรมยุคคานธีที่ต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราช จุดเปลี่ยนจากนักฟิสิกส์ของเธอเริ่มจากงานวิจัยชิ้นหนึ่ง เธอต้องออกไปเก็บข้อมูลที่หมู่บ้านในหุบเขาแห่งหนึ่งหกเดือน แทนที่เธอจะได้งานวิจัยฟิสิกส์ของเธอกลับมา เธอกลับได้มีส่วนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเข้าร่วมขบวนการต่อสู้เพื่อรักษาภูเขาและป่าไม้ตรงนั้น ไม่ให้ถูกสัมปทานโดยบริษัทข้ามชาติ ตั้งแต่นั้นการอยู่ในห้องแล็บไม่มีความหมายกับเธออีกต่อไป 

เธอเริ่มการทำงานกับขบวนการภาคสังคม เพื่อต่อสู้เรียกร้องเรื่องอธิปไตยในการเก็บเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม เพื่อรักษาเมล็ดพันธุ์อันอุดมสมบูรณ์ของอาหารที่หลากหลาย เธอทำงานในท้องไร่ ท้องนา สวนของเกษตรกรเป็นเวลาหลายปี จนเห็นว่ามันจับต้องและเห็นเป็นรูปธรรมได้ยาก จึงตั้งนวธัญญะขึ้นมา

นวธัญญะเป็นทั้งโรงเรียนเรื่องเมล็ดพันธุ์ มหาวิทยาลัยเรื่องนิเวศวิทยาในการดูแลโลก ฟื้นดูดิน น้ำ และความหลากลายทางชีวภาพ ผู้สอนและผู้เรียนส่วนใหญ่เป็นคุณย่าคุณยายชาวนา เกษตรกรชาวบ้านกันเอง รื้อฟื้นความรู้พื้นเมืองที่อุดมไปด้วยอารยธรรมเชิงนิเวศของคนรุ่นก่อน 

นวธัญญะ มีธนาคารเก็บเมล็ดพันธุ์พื้นเมืองจากชุมชนทั่วอินเดียกว่า 150 แห่ง โดยการออม แบ่งปัน และเพาะพันธุ์พันธุ์พื้นเมืองจาก 22 รัฐในอินเดีย เก็บโดยการ ปลูก กิน แจกจ่าย เมล็ดพันธุ์จึงจะมีวงจรชีวิตจริง 

นวธัญญะ ทำให้อาหารไม่ใช่สินค้าที่ผลิตด้วยสารพิษและสารเคมีสังเคราะห์ ซึ่งผลักดันให้สัตว์สูญพันธุ์ ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แพร่โรคภัยไข้เจ็บ และโรคระบาดใหญ่ 

อาหารคือชีวิต อาหารคือสุขภาพ การปลูกอาหารในระบบนิเวศ คือการดูแลโลกและการฟื้นฟูดิน น้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพ เมื่อคุณเชื่อมต่อโดยตรงผ่านการรับประทานอาหารออร์แกนิก เพื่อดูแลสุขภาพและสุขภาพของผู้ผลิต เกษตรกร ผู้บริโภค และโลก ไปด้วยกัน 

ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย

03 กลับมาเรียนรู้จากคนรุ่นย่ายาย 

คำถามที่ 3 คือ “เธอเรียนรู้เรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์นี้จากไหน” 

เธอชี้ไปยังผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังนั่งแกะเมล็ดข้าวโพด เธอบอกว่าป้าคนนั้นชื่อ บิจา (Bija) เป็นคนทำงานในบ้านของเธอตั้งแต่ยังเล็ก ลำพังเธอเองโตมากับการศึกษากระแสหลักในโรงเรียน ไม่เคยได้เรียนรู้เรื่องเหล่านี้หรอก ตอนที่เธอประกาศว่าจะทำโรงเรียนเก็บเมล็ดพันธุ์ เธอก็ให้ป้าบิจาพาไปที่หมู่บ้านที่ป้าเกิด และเรียนรู้เรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์ที่นั่น 

เธอได้เห็นพันธุ์ข้าวที่ไม่กลัวน้ำท่วม แต่จะสูงกระโดดยืดขึ้นมาในเวลาที่น้ำหลาก ได้เห็นพันธุ์มะเขือเทศหลายสิบชนิด และพืชพรรณธัญญาหารอื่นๆ ที่เธอไม่เคยได้กินมาก่อนในชีวิต เธอจึงขอให้ป้าบิจามาเป็นครูคนแรกของโรงเรียนเก็บเมล็ดพันธุ์แห่งนี้ รวมทั้งเชิญคุณป้าคุณย่าคุณยายที่อยู่ในหมู่บ้านทั่วประเทศอินเดียมาเป็นครู และแลกเปลี่ยนรวบรวมความรู้เรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์ โดยทุกคนนำเมล็ดพันธุ์ที่ตัวเองและบรรพบุรุษเก็บสะสมต่อเนื่องกันไว้มาที่นี่ด้วย การเรียนรู้เรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์เหล่านี้จากบรรพบุรุษ ได้ถูกส่งต่อไปให้กับชาวนาเกษตรกรทั่วประเทศอินเดียแล้ว 

ที่นี่ยังทำงานวิจัย มีอาสาสมัครนักฝึกงานที่มาทำฐานข้อมูลเรื่องความหลากหลายทางชีวิภาพของเมล็ดพันธุ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเธอเคยเป็นนักฟิสิกส์มาก่อน เธอจึงต้องการฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ เหล่านี้ไว้ด้วย 

วันที่เราไป เรายังได้พบกับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยในฝรั่งเศส อเมริกา เยอรมนี ที่มาเข้าเรียนโปรแกรม Earth Democracy University พวกเขาบอกว่าคอร์สเรียนมีระยะเวลา 6 เดือน ในช่วง 2 เดือนแรกต้องเขียนหลักสูตรการเรียนรู้ขึ้นมาเอง จากการได้ลงภาคสนามไปอยู่กับชาวนา เกษตรกร สืบค้นปัญหา ทดลองปฏิบัติ จนเข้าใจชีวิตและกลไกและหายนะของการครอบครองตัดต่อพันธุกรรมของเมล็ดพันธุ์ในสังคมอินเดียก่อน จากนั้นพวกเขาถึงจะได้เริ่มสืบค้นหาคำตอบ และวิธีการที่จะนำเมล็ดพันธุ์ดั้งเดิมและความหลากหลายกลับมา 

ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย

04 การศึกษาผลิตผู้บริโภคที่เชื่อง 

คำถามสุดท้าย “การศึกษาในกระแสหลักมีส่วนทำให้เมล็ดพันธุ์พื้นบ้านและความหลากหลายหายไปได้อย่างไร” 

เธอหัวเราะให้คำถามนี้ และมีคำตอบที่ทำให้เรายิ้มไม่ออก เธอบอกว่าการศึกษาในโรงเรียนในสถาบันทุกวันนี้ ได้แต่สอนให้เราไปเป็นลูกจ้างของบรรษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่เหล่านั้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และเปลี่ยนวิถีให้เราเป็นผู้บริโภคที่เชื่อง เราคิดว่าเราเป็นผู้มีการศึกษาเลือกอยู่เลือกกินได้ แต่ที่ไหนล่ะ ในตลาดทุกวันนี้มีพืชพันธุ์ผักอยู่ไม่กี่ชนิด ล้วนเป็นพืชพันธุ์ผักที่ตัดต่อพันธุกรรมเพื่อให้ขนส่งและเก็บได้นาน แต่หารสชาติที่แท้จริงของพืชพันธุ์เหล่านั้นไม่ได้เลย เราจึงต้องพึ่งสารปรุงรสต่างๆ ในอาหาร ซึ่งก่อให้เกิดโรคอีกมากมาย การศึกษาส่งเราไปในวิถีชีวิตที่เร่งรีบ และสุดท้ายเก็บเงินเพื่อรักษาตัวในบั้นปลายชีวิต 

นวธัญญะนอกจากเป็นโรงเรียนสำหรับชาวนา เกษตรกร นักกิจกรรมแล้ว ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้คนที่มีการศึกษาแล้วรู้ตัวว่าได้เดินออกไปไกลจาก ปัจจัยพื้นฐานในการมีชีวิตที่แท้นั่นก็คือ ปัจจัย 4 อาหาร บ้าน ยา และความสุขเรียบง่ายที่ได้กลับมาใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติรอบตัว ดิน น้ำ อากาศบริสุทธิ์ ผีเสื้อ ดอกไม้ มากกว่านี้ อะไรอีกที่ชีวิตเราต้องการนักหนา 

และที่นี่ทำให้คนเห็นว่า เมื่อเรามีพื้นฐานในชีวิตที่เรียบง่ายมากเท่าไหร่ เราก็จะแบ่งปันได้มากกว่า 

ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย

05 การส่งต่อเมล็ดพันธุ์

หลังจากได้พบกับ ป้าวันทนา ศิวะ ที่นวธัญญะในทริปอินเดียครั้งนั้น ฉันก็ไม่ได้กลับอินเดียอีกเลยในอีกหลายปี 

เมล็ดพันธุ์ที่ ป้าวันทนา ศิวะ ได้มอบให้ ไม่ได้เป็นเมล็ดพันธุ์สักเมล็ดที่จับต้องได้ในวันนั้น สิ่งที่ป้าวันทนาได้ส่งต่อให้ฉัน อาจจะเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เติบโตอยู่ในใจของฉันมาตลอด วันหนึ่งที่ฉันได้มีโอกาสปักหลักลงดิน สร้างอาณาจักรเล็กๆ สวนศิลป์บินสิ Films Farm School ของฉันเอง ฉันก็ได้เริ่มเก็บเมล็ดพันธุ์ และส่งต่อของขวัญและเมล็ดพันธุ์ให้กับคนอื่นๆ ด้วยเช่นกันทั้งในไร่นาสวน และในใจของพวกเขา  

ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย

01 ความรัก ความยุติธรรม และแรงบันดาลใจในการเก็บเมล็ดพันธุ์ 

ยังจำความรู้สึกวันนั้นได้อยู่เลยว่าตื่นเต้นขนาดไหน… 

วันนั้นเป็นวันที่ได้รับอีเมลจากคนต้นแบบของเราคนหนึ่ง ทำให้เราตื่นเต้น จองตั๋วจากอินเดียไปลงเดลี แล้วจองรถไฟจากเดลี ไปที่เมืองเดราดุน (Dehradun) ทางตอนเหนือของอินเดียในวันเดียวกัน ครั้งนั้นเป็นทริปที่ไปอินเดียครั้งที่เท่าไหร่นับไม่ถ้วน แม้ว่าทุกครั้งจะมีเรื่องราวน่าประทับใจไม่ซ้ำกัน แต่ครั้งนี้ฉันกำลังจะได้ไปพบกับป้าคนแกร่งคนหนึ่งของอินเดียชื่อ วันทนา ศิวะ เธอตอบอีเมลด้วยตัวเอง และบอกว่ายินดีมากที่จะให้ฉันเข้าพบและสัมภาษณ์ ในช่วงบ่ายของวันหนึ่งที่ศูนย์การเรียนรู้ ‘นวธัญญะ’ (Navdanya) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมุนาที่ไหลมาจากเทือกเขาหิมาลัย และมาหลอมรวมเป็นแม่น้ำคงคา ได้ยินมาว่าเมืองนี้สวยมาก 

นวธัญญะ หมายถึง เมล็ดพันธุ์เก้าเมล็ด และ ของขวัญใหม่ เป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม ผู้รักษาเมล็ดพันธุ์คือผู้ให้เมล็ดพันธุ์ที่แท้จริง

โรงเรียนเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ การต่อสู้ของหญิงอินเดียเพื่อเอกราชทางอาหารและพืชพื้นบ้าน
โรงเรียนเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ การต่อสู้ของหญิงอินเดียเพื่อเอกราชทางอาหารและพืชพื้นบ้าน

แม้เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางจากไทยไปถึงที่นั่นรวดเดียว เพื่อพบ ป้าวันทนา ศิวะ เช้าวันนั้นเราก็ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย ถ้าใครรู้จักเธอจากภาพข่าว บทความสัมภาษณ์ หรือสารคดีต่างๆ บทสัมภาษณ์และท่าทางของเธอออกรสออกชาติดุเดือด เมื่อเธอพูดถึงปัญหาการตัดต่อ ครอบครองเมล็ดพันธุ์ของบรรษัทยักษ์ข้ามชาติและรัฐ แต่วันนั้นเธอเดินเข้ามาหาเราด้วยรอยยิ้มเปี่ยมความเมตตาเอ็นดู 

คำถามแรกที่พุ่งไปหาเราพุ่งไปหาเธอเลยคือ “อะไรทำให้เธอมีความกล้าและอาวุธ ที่จะต่อสู้กับบรรษัทยักษ์ใหญ่ที่จ้องจะครอบครองเมล็ดพันธุ์บนโลกใบนี้” 

เธอยิ้มอีกครั้ง แต่สายตาเธอเปลี่ยนไป ความดุดันเอาเรื่องและจริงจังส่อมาในแววตา 

คำตอบของเธอมี 3 ข้อ 

ข้อที่ 1 ‘ความรัก’ เธอบอกว่า เพราะว่าเธอเคยเป็นแม่คน และเป็นลูกสาวมาก่อน เธอทั้งรู้จักและให้และรับ ความรักแบบที่ไม่มีเงื่อนไข เธอบอกว่าเมล็ดพันธุ์ก็มีความรักแบบนั้นให้กับผืนดิน มนุษย์ และสรรพสิ่ง เมล็ดพันธุ์เป็นสิ่งที่ไม่ควรมีใครครอบครอง ตัดต่อ และหาผลประโยชน์ 

ข้อที่ 2 ‘ความยุติธรรม’ ถึงให้เราแสร้งปิดตา เราก็ต้องเห็นความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับชาวนา เกษตรกรในอินเดียที่ฆ่าตัวตายปีละเป็นแสน เพราะการหลอกลวงของบรรษัทข้ามชาติเหล่านี้ การตัดต่อพันธุกรรมเมล็ดพันธุ์ทำให้วิถีการปลูก การกิน การขาย เป็นไปทางที่พวกเขากำหนดได้ ไม่ว่าจะเป็นราคา วิถีการปลูกที่ต้องใส่ปุ๋ย ยา และตลาดที่พวกเขาสร้างกลไกตลาดขึ้นมา ถ้ามองเห็นความยุติธรรมนี้แล้วไม่ทำอะไร จะมีไปสู่หน้ากับชาวนาที่ปลูกข้าวให้เรากินอยู่ทุกวันได้อย่างไร 

ข้อที่ 3 ‘แรงบันดาลใจ’ เธอได้แรงบันดาลใจจากคานธีที่ต่อสู้กับราชอาณาจักรอังกฤษ โดยใช้เมล็ดฝ้ายเล็กๆ ทำให้คนกลับมาปั่นฝ้าย ทอผ้าฝ้ายใช้เอง ไม่ใช้ผ้านำเข้าจากราชอาณาจักรในยุคสมัยนั้น และปลุกประเทศให้ได้รับเอกราชในเวลาต่อมา 

เธอคิดว่าโรงเรียนเก็บเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ กำลังต่อสู้เพื่อเอกราชอีกครั้งของประเทศอินเดีย ด้วยการเก็บเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน 

โรงเรียนเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ การต่อสู้ของหญิงอินเดียเพื่อเอกราชทางอาหารและพืชพื้นบ้าน
โรงเรียนเมล็ดพันธุ์นวธัญญะ การต่อสู้ของหญิงอินเดียเพื่อเอกราชทางอาหารและพืชพื้นบ้าน

02 ความฝันเปลี่ยนไป เมื่อรักษาภูเขาลูกนั้นไว้ได้ 

คำถามที่สอง 2 เราคือ “อะไรที่เป็นจุดเปลี่ยนให้ ป้าวันทนา ศิวะ ทำในสิ่งที่ทำทุกวันนี้ ครอบครัว การศึกษา หรืออะไร”

เธอเล่าให้ฟังว่าเคยฝันจะเป็นนักฟิสิกส์ เรียนตรงมาทางสาขานั้น แต่ว่าเติบโตมาในครอบครัวนักกิจกรรมยุคคานธีที่ต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราช จุดเปลี่ยนจากนักฟิสิกส์ของเธอเริ่มจากงานวิจัยชิ้นหนึ่ง เธอต้องออกไปเก็บข้อมูลที่หมู่บ้านในหุบเขาแห่งหนึ่งหกเดือน แทนที่เธอจะได้งานวิจัยฟิสิกส์ของเธอกลับมา เธอกลับได้มีส่วนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเข้าร่วมขบวนการต่อสู้เพื่อรักษาภูเขาและป่าไม้ตรงนั้น ไม่ให้ถูกสัมปทานโดยบริษัทข้ามชาติ ตั้งแต่นั้นการอยู่ในห้องแล็บไม่มีความหมายกับเธออีกต่อไป 

เธอเริ่มการทำงานกับขบวนการภาคสังคม เพื่อต่อสู้เรียกร้องเรื่องอธิปไตยในการเก็บเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม เพื่อรักษาเมล็ดพันธุ์อันอุดมสมบูรณ์ของอาหารที่หลากหลาย เธอทำงานในท้องไร่ ท้องนา สวนของเกษตรกรเป็นเวลาหลายปี จนเห็นว่ามันจับต้องและเห็นเป็นรูปธรรมได้ยาก จึงตั้งนวธัญญะขึ้นมา

นวธัญญะเป็นทั้งโรงเรียนเรื่องเมล็ดพันธุ์ มหาวิทยาลัยเรื่องนิเวศวิทยาในการดูแลโลก ฟื้นดูดิน น้ำ และความหลากลายทางชีวภาพ ผู้สอนและผู้เรียนส่วนใหญ่เป็นคุณย่าคุณยายชาวนา เกษตรกรชาวบ้านกันเอง รื้อฟื้นความรู้พื้นเมืองที่อุดมไปด้วยอารยธรรมเชิงนิเวศของคนรุ่นก่อน 

นวธัญญะ มีธนาคารเก็บเมล็ดพันธุ์พื้นเมืองจากชุมชนทั่วอินเดียกว่า 150 แห่ง โดยการออม แบ่งปัน และเพาะพันธุ์พันธุ์พื้นเมืองจาก 22 รัฐในอินเดีย เก็บโดยการ ปลูก กิน แจกจ่าย เมล็ดพันธุ์จึงจะมีวงจรชีวิตจริง 

นวธัญญะ ทำให้อาหารไม่ใช่สินค้าที่ผลิตด้วยสารพิษและสารเคมีสังเคราะห์ ซึ่งผลักดันให้สัตว์สูญพันธุ์ ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แพร่โรคภัยไข้เจ็บ และโรคระบาดใหญ่ 

อาหารคือชีวิต อาหารคือสุขภาพ การปลูกอาหารในระบบนิเวศ คือการดูแลโลกและการฟื้นฟูดิน น้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพ เมื่อคุณเชื่อมต่อโดยตรงผ่านการรับประทานอาหารออร์แกนิก เพื่อดูแลสุขภาพและสุขภาพของผู้ผลิต เกษตรกร ผู้บริโภค และโลก ไปด้วยกัน 

ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย

03 กลับมาเรียนรู้จากคนรุ่นย่ายาย 

คำถามที่ 3 คือ “เธอเรียนรู้เรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์นี้จากไหน” 

เธอชี้ไปยังผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังนั่งแกะเมล็ดข้าวโพด เธอบอกว่าป้าคนนั้นชื่อ บิจา (Bija) เป็นคนทำงานในบ้านของเธอตั้งแต่ยังเล็ก ลำพังเธอเองโตมากับการศึกษากระแสหลักในโรงเรียน ไม่เคยได้เรียนรู้เรื่องเหล่านี้หรอก ตอนที่เธอประกาศว่าจะทำโรงเรียนเก็บเมล็ดพันธุ์ เธอก็ให้ป้าบิจาพาไปที่หมู่บ้านที่ป้าเกิด และเรียนรู้เรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์ที่นั่น 

เธอได้เห็นพันธุ์ข้าวที่ไม่กลัวน้ำท่วม แต่จะสูงกระโดดยืดขึ้นมาในเวลาที่น้ำหลาก ได้เห็นพันธุ์มะเขือเทศหลายสิบชนิด และพืชพรรณธัญญาหารอื่นๆ ที่เธอไม่เคยได้กินมาก่อนในชีวิต เธอจึงขอให้ป้าบิจามาเป็นครูคนแรกของโรงเรียนเก็บเมล็ดพันธุ์แห่งนี้ รวมทั้งเชิญคุณป้าคุณย่าคุณยายที่อยู่ในหมู่บ้านทั่วประเทศอินเดียมาเป็นครู และแลกเปลี่ยนรวบรวมความรู้เรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์ โดยทุกคนนำเมล็ดพันธุ์ที่ตัวเองและบรรพบุรุษเก็บสะสมต่อเนื่องกันไว้มาที่นี่ด้วย การเรียนรู้เรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์เหล่านี้จากบรรพบุรุษ ได้ถูกส่งต่อไปให้กับชาวนาเกษตรกรทั่วประเทศอินเดียแล้ว 

ที่นี่ยังทำงานวิจัย มีอาสาสมัครนักฝึกงานที่มาทำฐานข้อมูลเรื่องความหลากหลายทางชีวิภาพของเมล็ดพันธุ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเธอเคยเป็นนักฟิสิกส์มาก่อน เธอจึงต้องการฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ เหล่านี้ไว้ด้วย 

วันที่เราไป เรายังได้พบกับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยในฝรั่งเศส อเมริกา เยอรมนี ที่มาเข้าเรียนโปรแกรม Earth Democracy University พวกเขาบอกว่าคอร์สเรียนมีระยะเวลา 6 เดือน ในช่วง 2 เดือนแรกต้องเขียนหลักสูตรการเรียนรู้ขึ้นมาเอง จากการได้ลงภาคสนามไปอยู่กับชาวนา เกษตรกร สืบค้นปัญหา ทดลองปฏิบัติ จนเข้าใจชีวิตและกลไกและหายนะของการครอบครองตัดต่อพันธุกรรมของเมล็ดพันธุ์ในสังคมอินเดียก่อน จากนั้นพวกเขาถึงจะได้เริ่มสืบค้นหาคำตอบ และวิธีการที่จะนำเมล็ดพันธุ์ดั้งเดิมและความหลากหลายกลับมา 

ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย

04 การศึกษาผลิตผู้บริโภคที่เชื่อง 

คำถามสุดท้าย “การศึกษาในกระแสหลักมีส่วนทำให้เมล็ดพันธุ์พื้นบ้านและความหลากหลายหายไปได้อย่างไร” 

เธอหัวเราะให้คำถามนี้ และมีคำตอบที่ทำให้เรายิ้มไม่ออก เธอบอกว่าการศึกษาในโรงเรียนในสถาบันทุกวันนี้ ได้แต่สอนให้เราไปเป็นลูกจ้างของบรรษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่เหล่านั้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และเปลี่ยนวิถีให้เราเป็นผู้บริโภคที่เชื่อง เราคิดว่าเราเป็นผู้มีการศึกษาเลือกอยู่เลือกกินได้ แต่ที่ไหนล่ะ ในตลาดทุกวันนี้มีพืชพันธุ์ผักอยู่ไม่กี่ชนิด ล้วนเป็นพืชพันธุ์ผักที่ตัดต่อพันธุกรรมเพื่อให้ขนส่งและเก็บได้นาน แต่หารสชาติที่แท้จริงของพืชพันธุ์เหล่านั้นไม่ได้เลย เราจึงต้องพึ่งสารปรุงรสต่างๆ ในอาหาร ซึ่งก่อให้เกิดโรคอีกมากมาย การศึกษาส่งเราไปในวิถีชีวิตที่เร่งรีบ และสุดท้ายเก็บเงินเพื่อรักษาตัวในบั้นปลายชีวิต 

นวธัญญะนอกจากเป็นโรงเรียนสำหรับชาวนา เกษตรกร นักกิจกรรมแล้ว ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้คนที่มีการศึกษาแล้วรู้ตัวว่าได้เดินออกไปไกลจาก ปัจจัยพื้นฐานในการมีชีวิตที่แท้นั่นก็คือ ปัจจัย 4 อาหาร บ้าน ยา และความสุขเรียบง่ายที่ได้กลับมาใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติรอบตัว ดิน น้ำ อากาศบริสุทธิ์ ผีเสื้อ ดอกไม้ มากกว่านี้ อะไรอีกที่ชีวิตเราต้องการนักหนา 

และที่นี่ทำให้คนเห็นว่า เมื่อเรามีพื้นฐานในชีวิตที่เรียบง่ายมากเท่าไหร่ เราก็จะแบ่งปันได้มากกว่า 

ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย

05 การส่งต่อเมล็ดพันธุ์

หลังจากได้พบกับ ป้าวันทนา ศิวะ ที่นวธัญญะในทริปอินเดียครั้งนั้น ฉันก็ไม่ได้กลับอินเดียอีกเลยในอีกหลายปี 

เมล็ดพันธุ์ที่ ป้าวันทนา ศิวะ ได้มอบให้ ไม่ได้เป็นเมล็ดพันธุ์สักเมล็ดที่จับต้องได้ในวันนั้น สิ่งที่ป้าวันทนาได้ส่งต่อให้ฉัน อาจจะเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เติบโตอยู่ในใจของฉันมาตลอด วันหนึ่งที่ฉันได้มีโอกาสปักหลักลงดิน สร้างอาณาจักรเล็กๆ สวนศิลป์บินสิ Films Farm School ของฉันเอง ฉันก็ได้เริ่มเก็บเมล็ดพันธุ์ และส่งต่อของขวัญและเมล็ดพันธุ์ให้กับคนอื่นๆ ด้วยเช่นกันทั้งในไร่นาสวน และในใจของพวกเขา  

ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย
ธนาคารเมล็ดพันธุ์และโรงเรียนพืชพันธุ์พื้นบ้านของ วันทนา ศิวะ นักต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปลูกพืชผลของเกษตรกรอินเดีย

Writer & Photographer

เสาวนีย์ สังขาระ

Film Maker, Farmer, Facilitator ผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีอิสระ บินสิ! โปรดักส์ชั่นเฮาส์ และรายการบินสิ! ผู้ก่อตั้งและอำนวยการเรียนการสอน ที่สวนศิลป์บินสิ Films Farm School

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load