สวัสดีอีกครั้งจากแคตตาล็อกเกอร์ (ยัง) สาวจากห้องสมุดมหาวิทยาลัยคอร์แนล รัฐนิวยอร์ก อเมริกา นะคะ หลายคนอาจยังจำกันได้ว่าแคตตาล็อกเกอร์คืออะไรจากบทความเกี่ยวกับห้องสมุด ที่เคยเขียนให้กับ The Cloud เมื่อหลายเดือนก่อน พูดง่ายๆ คือ เป็นผู้จัดทำรายการหนังสือลงในแคตตาล็อกของทางห้องสมุด เพื่อให้ผู้ใช้ห้องสมุดตรวจค้นรายการหนังสือได้ โดยไม่ต้องเดินดูทีละเล่มตามชั้นเก็บหนังสือค่ะ

จากบทความแรกที่ได้เล่าเกี่ยวกับห้องสมุดและงานที่ทำโดยกว้างๆ ทำให้มีหลายคนสนใจและอยากให้เล่าเพิ่มเติม ก็เลยอยากเจาะลึกห้องสมุดเฉพาะทางที่น่าสนใจของทางมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยคอร์แนลมีห้องสมุดถึง 20 ห้องสมุด แต่ที่ตั้งอยู่ในแคมปัสหลักที่เมืองอิตาก้านี้ มีราว 17 ห้องสมุด แยกไปตามคณะ เช่น ห้องสมุดวิศวกร ห้องสมุดสัตวแพทย์ ห้องสมุดเกษตร ห้องสมุดนกและสัตวปีก (ตั้งอยู่ในป่า สามารถเดินดูนกได้ด้วย) ห้องสมุดกฎหมาย (เก่าแก่ สวยงาม ขลัง อลังการมาก) ห้องสมุดกลาง และห้องสมุดเอกสารหายาก ซึ่งคราวนี้จะขอเล่าถึงห้องสมุดเอกสารหายากนี้นะคะ เพราะมีเอกสารเก่าๆ ที่น่าสนใจจากทุกมุมโลกมากมายเลยค่ะ 

ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
ห้องสมุดเอกสารหายาก (Kroch Library, Division of Rare & Manuscript Collections)

จริงๆ แล้วไม่ใช่ห้องสมุดแยกต่างหาก แต่เป็นแผนกหนึ่งของห้องสมุดครอค (Kroch) ซึ่งเป็นห้องสมุดเน้นด้านเอเชีย มีความสำคัญและเป็นแผนกที่ได้รับความสนใจจากผู้คนจากทั่วไป เพราะเป็นที่เก็บรวบรวมเอกสารเก่าแก่ และมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ การเมือง วัฒนธรรม สังคม ของมวลมนุษยชาติจากทุกมุมโลก ภายในพื้นที่ 97,000 ตารางฟุต Kroch Library มีห้องสำหรับเก็บหนังสือประมาณ 1 ล้านกว่าเล่ม และเอกสารต้นฉบับ สมุดข่อยโบราณ ที่เก็บรักษาในลังขนาด 1 ลูกบาศก์ฟุตอีกถึง 20,000 ลูกบาศก์ฟุต (ว้าวดังๆ ค่ะ) มีทั้งรูปภาพ ภาพเขียน ภาพถ่าย และภาพเคลื่อนไหว ไมโครฟิล์ม แถบบันทึกเสียง อีกเป็นล้านชิ้น 

อ่านมาถึงตอนนี้ผู้อ่านคงคิดภาพโกดังมืดๆ วังเวง มีชั้นเก็บของสูงจากพื้นจรดเพดาน บนชั้นเต็มไปด้วยลังเล็กใหญ่ ฝุ่นเกาะหนา ใช่ไหมคะ หยุดค่ะ หยุดความคิดไว้ตรงนั้น และลบภาพออกให้หมด แล้วมโนถึงห้องโถงกว้างขวางทันสมัย ถึงแม้ตามโครงสร้างแล้วเป็นห้องใต้ดินอยู่ลึกลงไปถึง 3 ชั้น แต่ด้วยการออกแบบที่ทันสมัย ทำให้ไม่รู้สึกเลยว่าอยู่ใต้ดิน แผนกนี้มีส่วนเก็บเอกสารซึ่งเป็นห้องควบคุมอุณหภูมิ เพราะเอกสารเก่าต้องเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อป้องกันความชื้นและเชื้อรา ส่วนนี้ไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าไปค้นเอกสารได้ แต่ทำคำร้องขอให้บรรณารักษ์นำออกมาให้ศึกษาได้นะคะ 

ทางแผนกมีโต๊ะและห้องให้ผู้ใช้นั่งอ่านและศึกษาเอกสารได้ แต่นำออกนอกสถานที่ไม่ได้ เอกสารบางอย่างที่เก่าแก่และเปราะบาง ผู้หยิบจับต้องใส่ถุงมือ และเวลาจดบันทึกต้องใช้ดินสอ (หรือคอมพิวเตอร์) เท่านั้น ไม่อนุญาตให้ใช้ปากกา นอกจากนี้ ทางแผนกยังมีพื้นที่สำหรับจัดนิทรรศการ ห้องเรียน และห้องประชุมด้วย โดยมีนิทรรศการน่าสนใจเป็นประจำตลอดปี เปิดให้สาธารณะเข้าชมได้ฟรีโดยไม่ต้องขออนุญาต และยังมีนิทรรศการที่ผู้สนใจเข้าชมได้ทางอินเทอร์เน็ตตลอดปีด้วย 

เขียนมาถึงตอนนี้ต้องขอเล่าเรื่องฉาวที่เกิดขึ้นในแผนกนี้เมื่อสัก 10 กว่าปีที่แล้ว คือมีเจ้าหน้าที่ของแผนกคนหนึ่งทยอยขโมยเอกสารหายากออกไปขายทางทางอีเบย์ ทำมานานพอสมควรโดยที่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งบังเอิญมีเจ้าหน้าที่อีกคนไปเจอรายการหนังสือที่ขายบนอีเบย์และรู้ว่าเป็นหนังสือหายาก ความเลยแตก เจ้าหน้าที่คนนั้นก็ถูกเชิญออกโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเป็นตำนานเล่าขานมาจนทุกวันนี้ค่ะ (ความลับนะคะอย่าพูดดังไป)

เอาล่ะคะ เกริ่นบรรยายคร่าวๆ เกี่ยวกับแผนกแล้ว คงอยากจะลงไปชมกันแล้วใช่ไหมคะ จะพาไปชมพร้อมๆ กัน ตามปกติแล้วห้องสมุดของเราเปิดให้นักศึกษาและนักวิชาการและบุคคลทั่วไปเข้าออกได้ค่อนข้างเสรี แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่มีการระบาดของโรค COVID-19 ทุกตึกทุกแผนกของทางมหาวิทยาลัยก็ต้องปิดตัวลง ห้องสมุดเองก็ปิดร้างไปหลายเดือน แม้แต่พนักงานก็เข้าไม่ได้ จนกระทั่งประมาณต้น พ.ศ. 2564 ก็ได้เปิดให้พนักงานบางส่วนเข้าไปทำงานได้เท่าที่จำเป็น และเข้าได้แค่วันละไม่กี่คน เพื่อลดความหนาแน่นของคนในอาคาร ส่วนนักศึกษากับนักวิชาการที่ต้องการใช้บริการห้องสมุดจะต้องจองล่วงหน้าทางอินเทอร์เน็ต ทุกคนที่จะเข้าในอาคารต้องได้รับการตรวจเชื้อ COVID-19 เพื่อรับรองว่าไม่มีเชื้อ และต้องใส่มาส์กตลอดเวลาที่อยู่ในห้องสมุด 

ผู้เขียนเองได้รับอนุญาตให้เข้าออฟฟิศได้อาทิตย์ละ 1 วัน เพื่อเข้าไปขนหนังสือมาแคตตาล็อกที่บ้าน ตอนเช้าของวันที่จะเข้าไป ก็ต้องกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ว่าไม่มีอาการหนึ่งอาการใดของโรค COVID-19 และไม่ได้ไปสุงสิงพบปะกับผู้ติดเชื้อ เมื่อส่งฟอร์มแล้วถึงจะได้รับอนุญาตให้เข้าออฟฟิศได้ นอกจากนี้ยังต้องไปตรวจเชื้อก่อนเข้าออฟฟิศด้วย (ทั้งหมดเป็นบริการของมหาวิทยาลัยที่สะดวกรวดเร็วมาก)

ส่วนแผนกหนังสือหายากนั้น เป็นที่น่าเสียดายว่าตอนนี้คนทั่วลงไปชมนิทรรศการไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน และไม่มีนิทรรศการจัดให้ชม ตอนนี้มีเพียงบริการให้นักวิชาการ นักศึกษาตรวจดูรายการจากแคตตาล็อกออนไลน์ได้ว่าต้องการดูอะไร แล้วกรอกฟอร์มทำคำร้องขอชม ซึ่งเจ้าหน้าที่ประจำแผนกจะนำออกมาให้ค้นคว้าข้อมูล ยุ่งยากนิดหนึ่งแต่ไม่เป็นไรค่ะ จัดการทำเรื่องขอชมเอกสารเก่าของไทยเราไว้แล้ว นัดวันลงไปชมเรียบร้อย ใครอยากชมรีบตีตั๋วเกาะหลังแคตตาล็อกเกอร์สาวคนนี้มาได้เลยค่ะ 

ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
คุณเกรก กรีน ผู้รับผิดชอบดูแลแผนกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แผนกนี้อาจจะหายากนิดหนึ่งเพราะอยู่ในห้องสมุดครอค แล้วห้องสมุดครอคก็แฝงตัวอยู่ด้านหลังของห้องสมุดโอลิน แถมแผนกนี้ยังอยู่ลึกลงไปใต้ดินอีกถึง 3 ชั้น สำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับแผนกเอกสารหายากทางด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องการข้อมูลเพื่อการค้นคว้าทางวิชาการหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม แนะนำให้ติดต่อภัณฑรักษ์ (Curator) หนุ่มใหญ่ใจดีผู้ดูแลแผนกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา คุณเกรก กรีน (Greg Green) ก่อนใครเลยนะคะ เพราะคุณเกรกให้ข้อมูลเกี่ยวกับคอลเลกชัน และชี้แนะแนวทางในการค้นหาข้อมูลให้เราได้ คุณเกรกพูดภาษาไทยและลาวได้คล่องแคล่วอีกด้วยค่ะ 

ห้องสมุดครอคเป็นห้องสมุดพิเศษ สะสมสารนิเทศของทางทวีปเอเชีย ชื่อเต็มๆ ของห้องสมุดครอค คือ Karl A.Kroch Library หรือเป็นที่รู้จักกันว่า Kroch-Asia Library หรือ Kroch Library พอผ่านประตูเข้ามาก็เป็นโถงทางเดินยาว ซึ่งทางด้านซ้ายมือเป็นห้องอ่านหนังสือขนาดใหญ่ ตกแต่งทันสมัย ส่วนบริเวณโถงทางเดินเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการเกี่ยวกับทวีปเอเชีย ช่วงนี้จัดแสดงเกี่ยวกับหนังสือการ์ตูนค่ะ โอ้ย ตื่นเต้น น่าสนใจมาก แค่ยืนอ่าน ดูรูปบนฝา กับดูตัวอย่างหนังสือในตู้โชว์นี้ก็ใช้เวลาสักครึ่งชั่วโมงได้ล่ะค่ะ ตอนที่นำออกมาตั้งวันแรกๆ รู้สึกปลื้มปริ่มที่ได้เห็นตัวการ์ตูนต่างๆ ที่เคยหลงใหลสมัยเป็นนักเรียน ออกมาโลดแล่นอยู่บนข้างฝาและในตู้โชว์ ความรู้สึกเหมือนได้พบเพื่อนสนิทที่พลัดหลงกันไปนานยังไงยังงั้น ดูเอาเองนะคะ ใครจำตัวการ์ตูนตัวไหนได้บ้างเอ่ย 

ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4

ในห้องอ่านหนังสือของครอค ในช่วงเวลาปกติจะมีนักศึกษามานั่งทำงานและอ่านหนังสือกันอย่างคึกคัก แต่เพราสถานการณ์โรคระบาดก็เลยว่างเปล่าเงียบเหงา บริเวณกลางโถงเจาะโล่ง จากหลังคาห้องสมุดลงไปถึงชั้นใต้ดิน มองเห็นบริเวณโถงห้องจัดนิทรรศการของแผนกเอกสารหายาก ซึ่งอยู่ต่ำลงไปถึง 3 ชั้นได้จากจุดนี้ การออกแบบอย่างชาญฉลาดแบบนี้ทำให้ห้องสมุดได้รับแสงสว่างธรรมชาติจากหลังคาทั่วถึงทุกชั้น และทำให้ดูโปร่งโล่งกว้างขวางอีกด้วยค่ะ

ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4

พอผ่านด่านทั้งหมดมาได้แล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะอธิบายวิธีการใช้บริการให้เรา เริ่มจากให้เราเอากระเป๋าและของส่วนตัวฝากในล็อกเกอร์ หลังจากนั้นก็จะให้เราไปเข้าห้องน้ำเพื่อให้ไปล้างมือค่ะ ด้วยเหตุผล 2 ประการ หนึ่งนั้นเพราะ COVID-19 นั่นเอง และอีกหนึ่งก็เนื่องจากเอกสารที่เรากำลังจะเข้าไปจับต้องนั้นบางชิ้นเก่าและเปราะบาง ถ้ามือเรามีเศษขนม เลอะช็อกโกแลต เหงื่อ หรืออะไรก็ตามแต่ อาจทำให้เอกสารเสียหายได้ ล้างมือเสร็จเจ้าหน้าที่ก็จะพาเราเข้าไปในห้องที่เขาเตรียมเอกสารที่เราต้องการไว้ให้ ในห้องก็จะมีโต๊ะยาวๆ 10 โต๊ะ แต่เนื่องจาก COVID-19 (อีกแล้ว) เขาอนุญาตให้มีคนเข้าใช้ได้ครั้งละแค่ 2 โต๊ะเท่านั้น จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะแจกถุงมือ ดินสอ และกระดาษสำหรับจดบันทึกให้ เอาแลปท็อปหรือดินสอของตัวเองเข้าไปได้ แต่ไม่อนุญาตให้เอาปากกาหรือสมุดบันทึกเข้าไปนะคะ 

ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4

ที่โต๊ะของเราจะมีกล่องเอกสารที่เราขอวางรอไว้ จริงๆ แล้ววันนี้มีหลายอย่างที่อยากดู เช่น เอกสาร รูปภาพ โปสเตอร์เก่าเกี่ยวกับการเมืองไทยหรือการเลือกตั้ง แต่เนื่องจากเวลามีจำกัดแค่ 2 ชั่วโมง เลยขอดูแค่สมุดข่อยเก่าที่เป็นหนังสือแบบเรียนภาษาไทยเล่มแรก และภาพโบราณสมัยรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ. 2408) ที่ถ่ายโดย จอห์น ทอมสัน (John Thomson) ผู้เป็นช่างภาพส่วนพระองค์

กล่องแรกที่เปิดเป็นสมุดข่อยแบบเรียนภาษาไทย ต้นปถม ก กา จารบนใบลาน ขึ้นต้นว่า “มโนข้าจะไหว้ วรไตรรัดตะนา…” มีใครเกิดทันได้เรียนกลอนบทนี้ไหมคะ ตัวคนเขียนเคยเรียน เคยท่องได้คล่อง (แต่ไม่ใช่จากสมุดข่อยนะคะ ไม่แก่ขนาดนั้น ฮ่าฮ่า) ไม่น่าเชื่อว่ายังจำกลอนได้หลายบาทเลย 

ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4

ส่วนอีกกล่องเป็นสมุดข่อยเก่าแก่เล่าเรื่องราวอะไรสักอย่าง ลองพยายามอ่านกันดูเอาเองนะคะ จริงๆ ทางแผนกมีสมุดข่อยและใบลานเยอะมาก ส่วนใหญ่เกี่ยวกับพุทธศาสนา และยังมีแผ่นพิมพ์ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงอีกด้วย

ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4

และภาพเก่าทั้งภาพผู้คน บ้านเรือน วัดวาต่างๆ ซี่งเป็นภาพโบราณสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ถ่ายโดย John Thomson มีเยอะมาก ดูเพลินเลยค่ะ ได้เห็นความเป็นอยู่ ผู้คน เหมือนได้หลุดเข้าไปอยู่ในห้วงเวลาพ.ศ. 2408 เลยล่ะค่ะ น่าเสียดายที่ไม่สามารถนำรูปมาให้ชมได้ทั้งหมด เอาแค่ตัวอย่างนะคะ

ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
รูปภาพถูกจัดเก็บอย่างดี ด้วยกรอบกระดาษพิเศษกันการสึกกร่อนหรือสีจืดจาง
ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
รูปนี้ผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีสมัยใหม่อาจจะคันหัวใจนิดๆ นะคะ 

ดูเพลิน 2 ชั่วโมงผ่านไปเร็วมาก เลยจำต้องจากลา แต่บังเอิญว่าบรรณารักษ์เวรที่คอยให้บริการเป็นสาวสวยเพื่อนของผู้เขียนเอง เลยได้บริการพิเศษ ทัวร์ห้องเก็บเอกสารเลยค่ะ ตื่นเต้นจัง นับว่าเป็นบุญตาของผู้เขียนมาก เพราห้องนี้เป็นเสมือนขุมทรัพย์ที่เก็บสมบัติมูลค่ามหาศาล

ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
ตามคุณ Eisha ไปเลยค่ะ
ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
นอกจากเอกสาร แล้วก็ยังมีวัตถุโบราณที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ด้วย
หนังสือขลิบทองแท้
ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
Eisha โชว์สมุดพับโบราณ
ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
แบบจำลอง Globe Theartre โรงละครของเชกสเปียร์ สร้างโดย John Cranford Adams ใน ค.ศ. 1935

จอห์น แครนฟอร์ด อดัมส์ (John Cranford Adams) เป็นนักศึกษาปริญญาเอกภาควิชาวรรณคดีอังกฤษของมหาวิทยาลัยคอร์แนล และได้เป็นอาจารย์ประจำภาควิชา ต่อมามีการถกเถียงรายละเอียดและปรับปรุงหลายครั้ง จนได้ใช้ในการเรียนการสอนวรรณคดีเชกสเปียร์ที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล แบบจำลองของ Adams ชิ้นนี้แม้ว่าจะไม่ใช่ชิ้นแรกต้นฉบับที่สร้างใน ค.ศ. 1935 และมีรายละเอียดที่ได้รับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงจากชิ้นดั้งเดิมหลายจุด แต่ก็เป็นฝีมือของ Adams เอง และต่อมาได้กลายเป็นพื้นฐานการศึกษาค้นคว้าด้านการละครมาจนถึงปัจจุบัน 

ต้องขอขอบคุณ คุณ Eisha Neely บรรณารักษ์แสนสวยและใจดีที่สุดของแผนกนี้ที่กรุณาพาเราเข้าไปชม ขอกราบงามๆ เลยค่ะ แต่ตอนนี้ขอหยุดทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของมหาวิทยาลัยคอร์แนลไว้แค่นี้ก่อน หวังว่าผู้อ่านจะได้รับความรู้และความเพลิดเพลินไม่มากก็น้อยนะคะ สวัสดีค่ะ

ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4

Writer & Photographer

อภิกัญญา แมคคาร์ที่

แคตตาล็อกเกอร์ (ยัง) สาวแห่งห้องสมุดโอลิน มหาวิทยาลัยคอร์เนล ที่รับผิดชอบหนังสือหมวดภาษาไทย ลาวและเขมร ทำงานในตำแหน่งนี้มา 21 ปีเต็ม โดยไม่คิดจะขยับขึ้นหรือลงเพราะอยู่แบบนี้ก็สบายดี เป็นแม่ของลูกสาว 2 คน ชีวิตทุกวันนี้มีความสุขกับคนรัก แมว 2 ตัว การทำสวน และการโพสต์รูปอาหารบนเฟซบุ๊กทุกวันให้เพื่อนๆ น้ำลายสอเล่นๆ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ในชั่วโมงนี้ หันไปทางไหนก็คงจะไม่มีใครไม่เคยเต้นรับบท TikTok Creator หรือร้องเพลงฮิตใน TikTok Challenge ที่สุดแสนจะติดหูไปทั้งวัน

แต่แพลตฟอร์มนี้ไม่ได้มีเพียงแค่คอนเทนต์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นนี้ยังโดดเด่นด้านการศึกษาที่เติบโตขึ้นมาเกือบ 400 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 1 ปี หรือจริง ๆ สามารถพูดได้ว่า คอนเทนต์การศึกษาบนแพลตฟอร์มนี้ คือ ‘การเรียนรู้คู่ความสนุก’ แบบที่เราไม่รู้สึกว่ากำลังเรียนอยู่

เป็นโอกาสดีครบรอบ 2 ปีของ #TikTokUni ที่เราจะมาพูดคุยกับ กานจิ-สิริประภา วีระไชยสิงห์ Campaign and Content Operations Lead จาก TikTok แบบหมดเปลือก ว่าด้วยเรื่องการเรียนรู้บน TikTok ที่เสพง่าย แปลกใหม่ และน่าจับตาว่าวัฒนธรรมการเรียนรู้สมัยใหม่นี้จะมาเปลี่ยนแปลงวงการการศึกษาหรือบุคคลธรรมดาได้อย่างไร

ถึงแม้บทความนี้จะเล่าเรื่องราวทั้งหมดไม่จบในวิดีโอสั้นเหมือนบนแพลตฟอร์ม แต่หลังจากจบบทความนี้ เวลาบน TikTok ของคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

TikTok เติบโต

TikTok เริ่มเข้ามาในประเทศไทยช่วงปี 2018 ด้วยลักษณะเนื้อหาที่กระชับและเป็นวิดีโอสั้น จึงดึงดูดความสนใจได้อยู่หมัด แค่กดดู ก็สามารถเข้าใจเนื้อหาได้เลยทันที จึงไม่ใช่แพลตฟอร์มแค่ของคนรุ่นใดรุ่นหนึ่งอย่างเดียว แต่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในผู้ใช้งานทุก ๆ วัย 

“ที่ลักษณะคอนเทนต์กว้างขึ้น เพราะว่าเครื่องมือของเราง่าย ใคร ๆ ก็ทำได้ ไม่ยุ่งยาก ถ่ายเสร็จแล้วสามารถลงได้เลย กลายเป็น 1 คอนเทนต์” 

โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านมา เราต้องอยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ ผู้คนต่างมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ การพัฒนาตนเอง แต่ไม่รู้จะไปไหน ไม่ว่าหันไปทางไหนเราจะเห็นน้อง ๆ มัธยมเต้นกันอย่างสนุกสนาน เหมือนกับที่คุณลุงคุณป้ามาแชร์เทคนิคการปลูกต้นไม้ใหม่ ๆ ในบ้านอย่างเพลิดเพลิน

เราจะเห็นคอนเทนต์หลากหลายประเภท ตั้งแต่การร้องเล่นเต้นรำ ขายของ ละครสั้น พากย์เสียง แต่งหน้า พากิน หรือแม้กระทั่งคอนเทนต์ในเชิงการศึกษา อย่างภาษา วิทยาศาสตร์ และความรู้รอบตัว

“เวลาคนนึกถึงคอนเทนต์ใน TikTok เชิงความรู้จะนึกถึงอะไร นึกถึงสอนภาษา บทสนทนาในชีวิตประจำวัน ภาษาเกาหลีที่แปลจากซีนละคร”

ปีที่ผ่านมาคอนเทนต์เชิงการศึกษาโตขึ้น 385 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก เป็นตัวเลขที่บอกนัยยะได้ว่า การเรียนรู้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันผู้คนไปแล้ว

การเรียนรู้ที่สอดไส้มาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวนี้เอง ที่ทำให้การได้ท่องไปแพลตฟอร์มนี้น่าเพลิดเพลินและกระตุ้นความสงสัยใคร่รู้ในตัวเรา

เมื่อเทียบกับปี 2021 แล้ว ผู้คนใช้เวลาบนแพลตฟอร์มมากขึ้นถึง 71 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น 52 นาทีต่อคนต่อวัน ระบบนิเวศของ TikTok กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และมีแนวโน้มการเติบโตของคอนเทนต์เชิงการศึกษา 3 ส่วน

ส่วนแรก ความกระชับ (Conciseness) หากผู้ใช้อยากเรียนรู้เรื่องเศษส่วน ก็ดูคอนเทนต์เรื่องเศษส่วนเลย หรือว่ามีปัญหาภาษาอังกฤษ สั่ง Starbucks ยังไง ต้องเข้าเรื่องการสั่งเป็นภาษาอังกฤษเลย นี่คือความกระชับของคอนเทนต์ที่หาที่ไหนไม่ได้มาก่อน

ส่วนที่สอง ความสร้างสรรค์ (Creativity) คือความสร้างสรรค์ในการถ่ายทอด และความครีเอทีฟของคนที่อยู่ในแพลตฟอร์มที่ทำให้เราทึ่ง พร้อมทั้งเครื่องมือตัดต่อที่ทุกคนใช้งานได้ง่าย ๆ ซึ่งมีส่วนช่วยทำให้การเล่าเรื่องไม่ธรรมดาอีกต่อไปด้วย Effects, Stickers หรือการ Duet และ Stitch ที่ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับบทเรียนนั้น ๆ ได้เพิ่มขึ้นไปอีก

ส่วนสุดท้าย ความบันเทิง (Entertainment) ทุก ๆ คอนเทนต์ ไม่ว่าจะ Foodtainment หรือ Shoppertainment ต่างมีความเป็น ‘-tainment’ อยู่ในนั้น เพราะการเรียนรู้อยู่คู่ความสนุกได้จริง ๆ ซึ่งเป็นจุดเด่นและดีเอ็นเอสำคัญของคอนเทนต์เชิงความรู้บนแพลตฟอร์มนี้

TikTok Culture

เราอยู่ในยุคสมัยที่เทรนด์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการแต่งหน้า แต่งตัว เพลงฮิต หรือการกินราเม็ง ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจาก TikTok ก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมที่ไม่ได้มาจากชาติใดชาติหนึ่ง แต่เป็น ‘วัฒนธรรม TikTok’

วัฒนธรรมที่ทุกคนสามารถเป็นตัวเอง จุดประกายความคิด และนำความสุขสนุกมาให้กับคนอื่น ๆ ซึ่งสิ่งนี้เป็นภาพสะท้อนมาจากภายในองค์กรโดยตรง

บทสนทนาแรกทุกเช้าในออฟฟิศของ TikTok อาจจะไม่ใช่ ‘กินข้าวมาหรือยัง’ แต่เป็น ‘เล่นไวรัลอันนี้หรือยัง’

“สิ่งสำคัญคือ เราก็อยากพัฒนาให้ผู้ใช้มีประสบการณ์ที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเอาตัวเองเข้าไปเป็นผู้ใช้คนหนึ่ง เวลาเจอกัน เราจะเห็นทีมงานถ่ายไวรัลเหมือนกันกับทุกคนนี่แหละค่ะ” กานจิหัวเราะ

เธอเล่าต่อว่า กว่าจะออกมาเป็น 1 แคมเปญต้องประกอบด้วย Creativity, Entertainment และ Innovation กลายเป็นสิ่งใหม่ ๆ ที่คาดไม่ถึง และสร้างผลกระทบเชิงบวกกับผู้ใช้หรือคนในสังคม ซึ่งสิ่งนี้เป็น Vision และ Mission ของคนที่นี่

เมื่อสิ่งเหล่านี้สะท้อนออกมาเป็นวัฒนธรรมเชิงบวก เราจึงได้เห็นคอนเทนต์เชิงการศึกษาที่ไม่ได้มีเพียงคุณครูมาสอน แต่ทุก ๆ คนมาเล่าเรื่องผ่านประสบการณ์ และเป็นตัวเองได้โดยไม่มีใครมาตัดสิน เพราะใจความสำคัญคือการส่งต่อสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับคอมมูนิตี้ และเมื่อส่งต่อไปเรื่อย ๆ ก็กลายเป็นการสร้าง Know-how บางอย่างให้คนอื่นโดยไม่รู้ตัว

“มี TikTok Creator เป็นคุณน้ากวาดถนนของ กทม. เขาจะบอกวันนี้เขากวาดพื้นที่ตรงนี้ เล่าอย่างแฮปปี้ในสิ่งที่เขาทำงาน เช่น ‘ทุกคน รู้ไหมว่าตัวการที่ทำให้ขยะตันคืออะไร’ หรือ ‘ป้าอยู่หน้างานเจอเหตุการณ์แบบนี้’

“กลายเป็นว่าเราเจออะไรแบบนี้จากคนที่รู้จริง คนที่มีประสบการณ์แล้วมาเล่าต่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราก็ไม่เคยรู้มาก่อนเหมือนกัน”

หรือแม้แต่การ ‘สวัสดีวันจันทร์’ ในยุคนี้ ก็ถูกเปลี่ยนไปในรูปแบบของการส่งวิดีโอดูแลสุขภาพ แชร์วิดีโอนักกายภาพบำบัด แทนคำทักทายในรูปดอกไม้เป็นความห่วงใยให้คนที่เรารักไม่ปวดคอ บ่า ไหล่

ยินดีต้อนรับทุกคนสู่ TikTok Culture ณ บัดนี้

เรียนรู้คู่ TikTok

เมื่อการเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน แต่รวมถึงการเลื่อนหน้าจอดูวิดีโอสั้น การ ‘เรียนรู้คู่ความสนุก’ จึงเป็นคอนเซ็ปต์ที่ทีมปรินต์แปะไว้เตือนใจข้างฝาบ้าน

นิยามของการเรียนรู้สำหรับพวกเขา คือการได้นำเสนอประสบการณ์ใหม่ ๆ และการบอกต่อ ส่งต่อข้อมูล ทั้งที่เป็นข้อมูลข่าวสารและข้อมูลความรู้ ให้กับผู้คนโดยที่เขาไม่เคยได้รับรู้เรื่องราวนั้นมาก่อน

รวมไปถึงการสร้างนิสัยหรือทักษะใหม่ ๆ ให้ทุก ๆ คนนำไปต่อยอดในชีวิตประจำวันได้ 

“บางคนเข้ามาเรียนรู้แบบอยู่ดี ๆ รู้เรื่องนี้ได้ยังไงนะ อันนี้คือทางอ้อม หรือบางคนตั้งใจเข้ามาค้นหาการเรียนเรื่องนี้ หาคำตอบ

 “เดี๋ยวนี้คนใช้ TikTok ค้นหา How-to ในอัตราที่เพิ่มขึ้นเยอะมาก เช่น ล็อกประตูยังไงให้ปลอดภัย เพราะคนอาจจะเคยเห็นในฟีดว่า วิธีป้องกันโจรเวลาไปพักที่ต่างจังหวัดมักจะเป็นแบบนี้ เป็นต้น”

ซึ่งการจะไปสู่ภาพการเรียนรู้เปิดกว้างที่วาดเอาไว้ จะต้องพัฒนาแพลตฟอร์มให้ยืดหยุ่นและเอื้อต่อหลากหลายรูปแบบการเรียน

เรียนต่อไม่สะดุด – หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับวิดีโอขนาดสั้น แต่ตอนนี้โพสต์วิดีโอได้ยาวถึง 10 นาที เพื่อรองรับแนวโน้มของคอนเทนต์ที่เติบโตมากขึ้น เช่น How-to และ Tutorial เพราะในทุก ๆ รูปแบบของคอนเทนต์ล้วนมีความเหมาะสมในเรื่องของความยาวและรูปแบบแตกต่างกัน

เป็นมิตรต่อการเรียนรู้ – เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่ทุกเพศทุกวัยเข้ามาใช้ จึงมีทีม Content Moderator คอยดูแลตรวจสอบ ใช้ Algorithm คัดกรองคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสมในด่านแรก และมีหน่วย Human Review เป็นด่านที่สองเพิ่มความรัดกุมในการคัดกรอง

การเรียนรู้ไม่มีขีดจำกัด – ด้วยพื้นฐานการเป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนโดยคอมมูนิตี้ เหล่า Creator จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ผู้คนได้มาเจอคอนเทนต์ที่ตัวเองกำลังมองหา ต้องการเรียนรู้ หรือหากไม่ได้ต้องการเรียนรู้ ก็จะได้คำตอบอะไรบางอย่างกลับไป แม้แต่โฆษณาบนแพลตฟอร์มเองก็มาในรูปแบบคอนเทนต์เชิงการศึกษา อย่างข้อคิดจากหนัง หรือ วิธีการถ่ายภาพเจ๋ง ๆ จากกล้องโทรศัพท์

พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ – การเรียนรู้ที่ดีเกิดจากการที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัย

“Mission ของ TikTok คืออยากให้พื้นที่นี้เป็น Trusted Entertainment Platform เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนที่จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจและความสุข

“ถ้าเขาเกิดรู้สึกไม่ปลอดภัย รู้สึกไม่สบายใจที่จะแชร์ ก็จะไม่เกิดความคิดสร้างสรรค์เลย ทั้ง ๆ ที่เป็นดีเอ็นเอและพื้นฐานสำคัญของแพลตฟอร์มเรา”

ทีมจึงต้องร่วมกันสร้างพื้นที่ที่ลดระดับความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นคอมเมนต์หรือคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการขยาย Creator Ecosystem และสร้าง Digital Literacy ให้กับทั้งแพลตฟอร์มเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลหรือผลกระทบของคอนเทนต์ เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

#สอนให้รู้ว่า…

ตลอด 2 ปีของ #TikTokUni เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้บนแพลตฟอร์มนี้

ทุก ๆ เดือนจะมีแคมเปญต่าง ๆ กระตุ้นให้คนออกมาแชร์ความรู้ ไม่ว่าจะเป็นภาษา ความรู้รอบตัว วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเนื้อหาที่เป็นประโยชน์อีกมากมาย ซึ่งในโอกาสครบรอบ 2 ปีนี้ TikTok มาในธีม #สอนให้รู้ว่า

“ไม่ใช่แค่ TikTokUni สอนให้รู้ว่าอะไร แต่เราต้องการให้แรงบันดาลใจว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ” หรืออีกนัยหนึ่งก็เปรียบเหมือนการตั้งโจทย์ให้เราลองถามตัวเอง แล้วมองไปรอบ ๆ ตัวว่า สิ่งต่าง ๆ หรือเรื่องราวเหล่านี้ส่งผลกระทบกับเรายังไงบ้าง

ตัวอย่างเรื่องใกล้ตัวอย่างการบริการประชาชนของภาครัฐ อย่างที่กระทรวงต่างประเทศจัดทำวิดีโอสอนทำพาสปอร์ตที่มาบุญครองภายใน 10 นาที หรือการประชาสัมพันธ์พาสปอร์ต 10 ปี คอนเทนต์นี้คว้ายอดวิวสูงถึง 5 ล้านวิว โดยไม่ต้องพึ่งบูสต์หรือยิง Ads ใด ๆ 

“อันนี้เป็นจุดที่ถูกทาง เหมือน Right tool, Right content ที่คนมองหา แล้วเป็นเรื่องที่เราช่วยให้ข้อมูลหรือความรู้เขาในรูปแบบใหม่ ทำให้เห็นว่ายังมีอีกหลากหลายวิธีในการบริการข้อมูลให้กับประชาชน” 

นอกจากนี้ TikTok ร่วมมือกับหลายภาคส่วน ทั้งพิพิธภัณฑ์ ภาคการศึกษา และหน่วยงานรัฐเพื่อสร้างปรากฏการณ์การเรียนรู้ใหม่ ๆ ในการทลายข้อจำกัดการเรียนรู้รูปแบบเดิม ๆ TikTok ทำงานร่วมกันกับมิวเซียม 3 แห่งในไทย คือ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ มิวเซียมสยาม และ TK Park

“ในฝั่งของแหล่งการเรียนรู้ข้างต้น เขาอาจจะมีข้อจำกัดในการพัฒนา Innovation ทำยังไงให้มีความตื่นตาตื่นใจ สามารถชักชวนคนรุ่นใหม่เข้ามา Join ได้บ้าง ก็ตรงกับสิ่งที่เราทำพอดี”

เมื่อโจทย์ที่มีมาลงตัวกับรูปแบบคอนเทนต์ที่ทั้งกระชับ สร้างสรรค์ และสนุกโดนใจวัยรุ่น จึงเกิดเป็นการร่วมงานกับ Top Creator มากกว่า 20 – 30 คน มาร่วมเล่าเรื่องแบบใหม่ในมิวเซียม เหมือนมีเพื่อนมาเล่าให้ฟังระหว่างเดินชมพิพิธภัณฑ์ แม้สิ่งนี้อาจเคยเกิดขึ้นแล้วในพิพิธภัณฑ์ระดับโลกอย่าง Lourve หรือ The Met แต่ก็เป็นก้าวแรกของมิวเซียมในไทยที่จะสร้างภาพการเรียนรู้ใหม่ ๆ และออกจากกรอบที่เคยมี

หรือแคมเปญสนุก ๆ ที่ร่วมมือกับ TK Park เปิดตำราวิชาแนะให้แนว ชวนเหล่าวัยรุ่นมาค้นหาคำถามที่ใช่กับตัวเอง เพื่อหาเส้นทางอาชีพในอนาคต ผ่าน #TikTokแนะแนว ตอบคำถามโดยรุ่นพี่หลากสายอาชีพด้วยเครื่องมือของ TikTok ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะอย่าง Q&A Feature ชวนทุกคนมาร่วมแชร์ประสบการณ์ให้น้อง ๆ ผ่านวิดีโอ

และเพื่อเริ่มเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทย ก็ยังจับมือกับ InsKru และ กสศ. ในกิจกรรมเวิร์กชอปให้คุณครูกว่า 400 คน จากทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยให้ครูกลุ่มนี้เป็นเหมือน Teacher Changemaker ในการนำเสนอวิธีการสอนแบบใหม่ ๆ และจุดประกายกลุ่มครูด้วยกัน ขยายผลไปสู่โรงเรียนในทุก ๆ ตำบล ทุก ๆ จังหวัด

“เราพยายามอย่างเต็มที่ในการร่วมมือกับหลาย ๆ ภาคส่วน เพื่อช่วยให้ระบบการศึกษาค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง อาจไม่ใช่ทั้งโครงสร้าง แต่อย่างน้อยในคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แล้วสร้างผลกระทบทางอ้อมให้แผ่ออกไปเป็นวงกว้าง ให้สิ่งที่เราทำไปได้ไกลมากขึ้น”

Lifelong Learning สำหรับทุกคน

#TikTokUni ทำให้ทิศทางการเรียนรู้บนแพลตฟอร์มนี้แตกย่อยได้มากขึ้น ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง ทั้งยังสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้แบบใหม่ ๆ ให้กับผู้คน

“เราจะพยายามถามตัวเองอยู่เสมอว่า นอกจากเรียนรู้คู่ความสนุกแล้ว เราสร้างอิมแพ็คให้การศึกษาไทยยังไงบ้าง”

ถึงจะผ่านมาแค่ 2 ปี แต่ผลกระทบของโครงการนี้ก็เริ่มออกดอกออกผลในวงการการศึกษาไทย แม้อาจยังไม่ใช่ระดับโครงสร้างหรือนโยบาย แต่คนหน้างานอย่างคุณครูและนักเรียนกำลังได้เรียนรู้และเก็บเกี่ยวจากแพลตฟอร์ม คุณครูได้เกร็ดความรู้ในการสอน การเข้าถึงเด็กรุ่นใหม่ จากการแบ่งปันประสบการณ์ในคอมมูนิตี้ของครูทั่วโลก นักเรียนเองก็ได้เห็นช่องทางในการพัฒนาตน โยงไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนในห้อง เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของพวกเขาในอนาคต

ในระยะยาว โจทย์สำคัญในการขยายการเรียนรู้จึงไม่ใช่แค่เพียงเพิ่มจำนวนผู้ใช้ แต่รวมไปถึงการทำให้คอนเทนต์ขยายแผ่กิ่งก้านสาขา เพื่อนิสิตนักศึกษา บัณฑิตที่จบมาแล้ว คนทำงาน พ่อแม่ และคนทุก ๆ วัย เกิดเป็น Lifelong Learning บนแพลตฟอร์มอย่างแท้จริง

“สุดท้ายแล้ว เรามองว่าจุดหนึ่งที่เติมเต็มการทำงานของเราคือ เวลาที่มีคนคนหนึ่งมาบอกว่า ‘พี่ หนูได้งานจากการพัฒนาตัวเอง การเรียนภาษาผ่าน TikTok และ การทำ Resume’

“หรืออีกคนบอกว่า เขาสามารถดูแลตัวเองได้ในช่วงที่เขาติดโควิด-19 ผ่านการดูคอนเทนต์ของคุณหมอคนหนึ่งบนแพลตฟอร์มของเรา”

การได้สร้างอิมแพ็คในเชิงการใช้ชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผู้คนได้พัฒนาตัวเองในแบบที่ดีขึ้นในทุก ๆ ด้าน หรือการได้เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่จะมาร่วมผลักดันและเปลี่ยนแปลงวงการการศึกษาไทยให้ก้าวไปข้างหน้า เป็นสิ่งที่ทีมงานภูมิใจและมุ่งผลักดันให้ TikTok เป็นอีกหนึ่ง Tools สำหรับการเรียนรู้และสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้เชิงบวก เพื่อให้ TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่ส่งเสริม Lifelong Learning ให้กับทุกคนอย่างแท้จริง

Writer

ธฤดี อุดมธนะไพบูลย์

นักคิดเต็มเวลา นักเขียนบางเวลา รักวิทยาศาสตร์ ภาษา ศิลปะ และการได้นั่งคุยกับผู้คนในวันฝนตก

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load