สวัสดีอีกครั้งจากแคตตาล็อกเกอร์ (ยัง) สาวจากห้องสมุดมหาวิทยาลัยคอร์แนล รัฐนิวยอร์ก อเมริกา นะคะ หลายคนอาจยังจำกันได้ว่าแคตตาล็อกเกอร์คืออะไรจากบทความเกี่ยวกับห้องสมุด ที่เคยเขียนให้กับ The Cloud เมื่อหลายเดือนก่อน พูดง่ายๆ คือ เป็นผู้จัดทำรายการหนังสือลงในแคตตาล็อกของทางห้องสมุด เพื่อให้ผู้ใช้ห้องสมุดตรวจค้นรายการหนังสือได้ โดยไม่ต้องเดินดูทีละเล่มตามชั้นเก็บหนังสือค่ะ

จากบทความแรกที่ได้เล่าเกี่ยวกับห้องสมุดและงานที่ทำโดยกว้างๆ ทำให้มีหลายคนสนใจและอยากให้เล่าเพิ่มเติม ก็เลยอยากเจาะลึกห้องสมุดเฉพาะทางที่น่าสนใจของทางมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยคอร์แนลมีห้องสมุดถึง 20 ห้องสมุด แต่ที่ตั้งอยู่ในแคมปัสหลักที่เมืองอิตาก้านี้ มีราว 17 ห้องสมุด แยกไปตามคณะ เช่น ห้องสมุดวิศวกร ห้องสมุดสัตวแพทย์ ห้องสมุดเกษตร ห้องสมุดนกและสัตวปีก (ตั้งอยู่ในป่า สามารถเดินดูนกได้ด้วย) ห้องสมุดกฎหมาย (เก่าแก่ สวยงาม ขลัง อลังการมาก) ห้องสมุดกลาง และห้องสมุดเอกสารหายาก ซึ่งคราวนี้จะขอเล่าถึงห้องสมุดเอกสารหายากนี้นะคะ เพราะมีเอกสารเก่าๆ ที่น่าสนใจจากทุกมุมโลกมากมายเลยค่ะ 

ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
ห้องสมุดเอกสารหายาก (Kroch Library, Division of Rare & Manuscript Collections)

จริงๆ แล้วไม่ใช่ห้องสมุดแยกต่างหาก แต่เป็นแผนกหนึ่งของห้องสมุดครอค (Kroch) ซึ่งเป็นห้องสมุดเน้นด้านเอเชีย มีความสำคัญและเป็นแผนกที่ได้รับความสนใจจากผู้คนจากทั่วไป เพราะเป็นที่เก็บรวบรวมเอกสารเก่าแก่ และมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ การเมือง วัฒนธรรม สังคม ของมวลมนุษยชาติจากทุกมุมโลก ภายในพื้นที่ 97,000 ตารางฟุต Kroch Library มีห้องสำหรับเก็บหนังสือประมาณ 1 ล้านกว่าเล่ม และเอกสารต้นฉบับ สมุดข่อยโบราณ ที่เก็บรักษาในลังขนาด 1 ลูกบาศก์ฟุตอีกถึง 20,000 ลูกบาศก์ฟุต (ว้าวดังๆ ค่ะ) มีทั้งรูปภาพ ภาพเขียน ภาพถ่าย และภาพเคลื่อนไหว ไมโครฟิล์ม แถบบันทึกเสียง อีกเป็นล้านชิ้น 

อ่านมาถึงตอนนี้ผู้อ่านคงคิดภาพโกดังมืดๆ วังเวง มีชั้นเก็บของสูงจากพื้นจรดเพดาน บนชั้นเต็มไปด้วยลังเล็กใหญ่ ฝุ่นเกาะหนา ใช่ไหมคะ หยุดค่ะ หยุดความคิดไว้ตรงนั้น และลบภาพออกให้หมด แล้วมโนถึงห้องโถงกว้างขวางทันสมัย ถึงแม้ตามโครงสร้างแล้วเป็นห้องใต้ดินอยู่ลึกลงไปถึง 3 ชั้น แต่ด้วยการออกแบบที่ทันสมัย ทำให้ไม่รู้สึกเลยว่าอยู่ใต้ดิน แผนกนี้มีส่วนเก็บเอกสารซึ่งเป็นห้องควบคุมอุณหภูมิ เพราะเอกสารเก่าต้องเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อป้องกันความชื้นและเชื้อรา ส่วนนี้ไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าไปค้นเอกสารได้ แต่ทำคำร้องขอให้บรรณารักษ์นำออกมาให้ศึกษาได้นะคะ 

ทางแผนกมีโต๊ะและห้องให้ผู้ใช้นั่งอ่านและศึกษาเอกสารได้ แต่นำออกนอกสถานที่ไม่ได้ เอกสารบางอย่างที่เก่าแก่และเปราะบาง ผู้หยิบจับต้องใส่ถุงมือ และเวลาจดบันทึกต้องใช้ดินสอ (หรือคอมพิวเตอร์) เท่านั้น ไม่อนุญาตให้ใช้ปากกา นอกจากนี้ ทางแผนกยังมีพื้นที่สำหรับจัดนิทรรศการ ห้องเรียน และห้องประชุมด้วย โดยมีนิทรรศการน่าสนใจเป็นประจำตลอดปี เปิดให้สาธารณะเข้าชมได้ฟรีโดยไม่ต้องขออนุญาต และยังมีนิทรรศการที่ผู้สนใจเข้าชมได้ทางอินเทอร์เน็ตตลอดปีด้วย 

เขียนมาถึงตอนนี้ต้องขอเล่าเรื่องฉาวที่เกิดขึ้นในแผนกนี้เมื่อสัก 10 กว่าปีที่แล้ว คือมีเจ้าหน้าที่ของแผนกคนหนึ่งทยอยขโมยเอกสารหายากออกไปขายทางทางอีเบย์ ทำมานานพอสมควรโดยที่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งบังเอิญมีเจ้าหน้าที่อีกคนไปเจอรายการหนังสือที่ขายบนอีเบย์และรู้ว่าเป็นหนังสือหายาก ความเลยแตก เจ้าหน้าที่คนนั้นก็ถูกเชิญออกโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเป็นตำนานเล่าขานมาจนทุกวันนี้ค่ะ (ความลับนะคะอย่าพูดดังไป)

เอาล่ะคะ เกริ่นบรรยายคร่าวๆ เกี่ยวกับแผนกแล้ว คงอยากจะลงไปชมกันแล้วใช่ไหมคะ จะพาไปชมพร้อมๆ กัน ตามปกติแล้วห้องสมุดของเราเปิดให้นักศึกษาและนักวิชาการและบุคคลทั่วไปเข้าออกได้ค่อนข้างเสรี แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่มีการระบาดของโรค COVID-19 ทุกตึกทุกแผนกของทางมหาวิทยาลัยก็ต้องปิดตัวลง ห้องสมุดเองก็ปิดร้างไปหลายเดือน แม้แต่พนักงานก็เข้าไม่ได้ จนกระทั่งประมาณต้น พ.ศ. 2564 ก็ได้เปิดให้พนักงานบางส่วนเข้าไปทำงานได้เท่าที่จำเป็น และเข้าได้แค่วันละไม่กี่คน เพื่อลดความหนาแน่นของคนในอาคาร ส่วนนักศึกษากับนักวิชาการที่ต้องการใช้บริการห้องสมุดจะต้องจองล่วงหน้าทางอินเทอร์เน็ต ทุกคนที่จะเข้าในอาคารต้องได้รับการตรวจเชื้อ COVID-19 เพื่อรับรองว่าไม่มีเชื้อ และต้องใส่มาส์กตลอดเวลาที่อยู่ในห้องสมุด 

ผู้เขียนเองได้รับอนุญาตให้เข้าออฟฟิศได้อาทิตย์ละ 1 วัน เพื่อเข้าไปขนหนังสือมาแคตตาล็อกที่บ้าน ตอนเช้าของวันที่จะเข้าไป ก็ต้องกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ว่าไม่มีอาการหนึ่งอาการใดของโรค COVID-19 และไม่ได้ไปสุงสิงพบปะกับผู้ติดเชื้อ เมื่อส่งฟอร์มแล้วถึงจะได้รับอนุญาตให้เข้าออฟฟิศได้ นอกจากนี้ยังต้องไปตรวจเชื้อก่อนเข้าออฟฟิศด้วย (ทั้งหมดเป็นบริการของมหาวิทยาลัยที่สะดวกรวดเร็วมาก)

ส่วนแผนกหนังสือหายากนั้น เป็นที่น่าเสียดายว่าตอนนี้คนทั่วลงไปชมนิทรรศการไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน และไม่มีนิทรรศการจัดให้ชม ตอนนี้มีเพียงบริการให้นักวิชาการ นักศึกษาตรวจดูรายการจากแคตตาล็อกออนไลน์ได้ว่าต้องการดูอะไร แล้วกรอกฟอร์มทำคำร้องขอชม ซึ่งเจ้าหน้าที่ประจำแผนกจะนำออกมาให้ค้นคว้าข้อมูล ยุ่งยากนิดหนึ่งแต่ไม่เป็นไรค่ะ จัดการทำเรื่องขอชมเอกสารเก่าของไทยเราไว้แล้ว นัดวันลงไปชมเรียบร้อย ใครอยากชมรีบตีตั๋วเกาะหลังแคตตาล็อกเกอร์สาวคนนี้มาได้เลยค่ะ 

ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
คุณเกรก กรีน ผู้รับผิดชอบดูแลแผนกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แผนกนี้อาจจะหายากนิดหนึ่งเพราะอยู่ในห้องสมุดครอค แล้วห้องสมุดครอคก็แฝงตัวอยู่ด้านหลังของห้องสมุดโอลิน แถมแผนกนี้ยังอยู่ลึกลงไปใต้ดินอีกถึง 3 ชั้น สำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับแผนกเอกสารหายากทางด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องการข้อมูลเพื่อการค้นคว้าทางวิชาการหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม แนะนำให้ติดต่อภัณฑรักษ์ (Curator) หนุ่มใหญ่ใจดีผู้ดูแลแผนกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา คุณเกรก กรีน (Greg Green) ก่อนใครเลยนะคะ เพราะคุณเกรกให้ข้อมูลเกี่ยวกับคอลเลกชัน และชี้แนะแนวทางในการค้นหาข้อมูลให้เราได้ คุณเกรกพูดภาษาไทยและลาวได้คล่องแคล่วอีกด้วยค่ะ 

ห้องสมุดครอคเป็นห้องสมุดพิเศษ สะสมสารนิเทศของทางทวีปเอเชีย ชื่อเต็มๆ ของห้องสมุดครอค คือ Karl A.Kroch Library หรือเป็นที่รู้จักกันว่า Kroch-Asia Library หรือ Kroch Library พอผ่านประตูเข้ามาก็เป็นโถงทางเดินยาว ซึ่งทางด้านซ้ายมือเป็นห้องอ่านหนังสือขนาดใหญ่ ตกแต่งทันสมัย ส่วนบริเวณโถงทางเดินเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการเกี่ยวกับทวีปเอเชีย ช่วงนี้จัดแสดงเกี่ยวกับหนังสือการ์ตูนค่ะ โอ้ย ตื่นเต้น น่าสนใจมาก แค่ยืนอ่าน ดูรูปบนฝา กับดูตัวอย่างหนังสือในตู้โชว์นี้ก็ใช้เวลาสักครึ่งชั่วโมงได้ล่ะค่ะ ตอนที่นำออกมาตั้งวันแรกๆ รู้สึกปลื้มปริ่มที่ได้เห็นตัวการ์ตูนต่างๆ ที่เคยหลงใหลสมัยเป็นนักเรียน ออกมาโลดแล่นอยู่บนข้างฝาและในตู้โชว์ ความรู้สึกเหมือนได้พบเพื่อนสนิทที่พลัดหลงกันไปนานยังไงยังงั้น ดูเอาเองนะคะ ใครจำตัวการ์ตูนตัวไหนได้บ้างเอ่ย 

ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4

ในห้องอ่านหนังสือของครอค ในช่วงเวลาปกติจะมีนักศึกษามานั่งทำงานและอ่านหนังสือกันอย่างคึกคัก แต่เพราสถานการณ์โรคระบาดก็เลยว่างเปล่าเงียบเหงา บริเวณกลางโถงเจาะโล่ง จากหลังคาห้องสมุดลงไปถึงชั้นใต้ดิน มองเห็นบริเวณโถงห้องจัดนิทรรศการของแผนกเอกสารหายาก ซึ่งอยู่ต่ำลงไปถึง 3 ชั้นได้จากจุดนี้ การออกแบบอย่างชาญฉลาดแบบนี้ทำให้ห้องสมุดได้รับแสงสว่างธรรมชาติจากหลังคาทั่วถึงทุกชั้น และทำให้ดูโปร่งโล่งกว้างขวางอีกด้วยค่ะ

ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4

พอผ่านด่านทั้งหมดมาได้แล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะอธิบายวิธีการใช้บริการให้เรา เริ่มจากให้เราเอากระเป๋าและของส่วนตัวฝากในล็อกเกอร์ หลังจากนั้นก็จะให้เราไปเข้าห้องน้ำเพื่อให้ไปล้างมือค่ะ ด้วยเหตุผล 2 ประการ หนึ่งนั้นเพราะ COVID-19 นั่นเอง และอีกหนึ่งก็เนื่องจากเอกสารที่เรากำลังจะเข้าไปจับต้องนั้นบางชิ้นเก่าและเปราะบาง ถ้ามือเรามีเศษขนม เลอะช็อกโกแลต เหงื่อ หรืออะไรก็ตามแต่ อาจทำให้เอกสารเสียหายได้ ล้างมือเสร็จเจ้าหน้าที่ก็จะพาเราเข้าไปในห้องที่เขาเตรียมเอกสารที่เราต้องการไว้ให้ ในห้องก็จะมีโต๊ะยาวๆ 10 โต๊ะ แต่เนื่องจาก COVID-19 (อีกแล้ว) เขาอนุญาตให้มีคนเข้าใช้ได้ครั้งละแค่ 2 โต๊ะเท่านั้น จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะแจกถุงมือ ดินสอ และกระดาษสำหรับจดบันทึกให้ เอาแลปท็อปหรือดินสอของตัวเองเข้าไปได้ แต่ไม่อนุญาตให้เอาปากกาหรือสมุดบันทึกเข้าไปนะคะ 

ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4

ที่โต๊ะของเราจะมีกล่องเอกสารที่เราขอวางรอไว้ จริงๆ แล้ววันนี้มีหลายอย่างที่อยากดู เช่น เอกสาร รูปภาพ โปสเตอร์เก่าเกี่ยวกับการเมืองไทยหรือการเลือกตั้ง แต่เนื่องจากเวลามีจำกัดแค่ 2 ชั่วโมง เลยขอดูแค่สมุดข่อยเก่าที่เป็นหนังสือแบบเรียนภาษาไทยเล่มแรก และภาพโบราณสมัยรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ. 2408) ที่ถ่ายโดย จอห์น ทอมสัน (John Thomson) ผู้เป็นช่างภาพส่วนพระองค์

กล่องแรกที่เปิดเป็นสมุดข่อยแบบเรียนภาษาไทย ต้นปถม ก กา จารบนใบลาน ขึ้นต้นว่า “มโนข้าจะไหว้ วรไตรรัดตะนา…” มีใครเกิดทันได้เรียนกลอนบทนี้ไหมคะ ตัวคนเขียนเคยเรียน เคยท่องได้คล่อง (แต่ไม่ใช่จากสมุดข่อยนะคะ ไม่แก่ขนาดนั้น ฮ่าฮ่า) ไม่น่าเชื่อว่ายังจำกลอนได้หลายบาทเลย 

ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4

ส่วนอีกกล่องเป็นสมุดข่อยเก่าแก่เล่าเรื่องราวอะไรสักอย่าง ลองพยายามอ่านกันดูเอาเองนะคะ จริงๆ ทางแผนกมีสมุดข่อยและใบลานเยอะมาก ส่วนใหญ่เกี่ยวกับพุทธศาสนา และยังมีแผ่นพิมพ์ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงอีกด้วย

ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4

และภาพเก่าทั้งภาพผู้คน บ้านเรือน วัดวาต่างๆ ซี่งเป็นภาพโบราณสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ถ่ายโดย John Thomson มีเยอะมาก ดูเพลินเลยค่ะ ได้เห็นความเป็นอยู่ ผู้คน เหมือนได้หลุดเข้าไปอยู่ในห้วงเวลาพ.ศ. 2408 เลยล่ะค่ะ น่าเสียดายที่ไม่สามารถนำรูปมาให้ชมได้ทั้งหมด เอาแค่ตัวอย่างนะคะ

ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
รูปภาพถูกจัดเก็บอย่างดี ด้วยกรอบกระดาษพิเศษกันการสึกกร่อนหรือสีจืดจาง
ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
รูปนี้ผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีสมัยใหม่อาจจะคันหัวใจนิดๆ นะคะ 

ดูเพลิน 2 ชั่วโมงผ่านไปเร็วมาก เลยจำต้องจากลา แต่บังเอิญว่าบรรณารักษ์เวรที่คอยให้บริการเป็นสาวสวยเพื่อนของผู้เขียนเอง เลยได้บริการพิเศษ ทัวร์ห้องเก็บเอกสารเลยค่ะ ตื่นเต้นจัง นับว่าเป็นบุญตาของผู้เขียนมาก เพราห้องนี้เป็นเสมือนขุมทรัพย์ที่เก็บสมบัติมูลค่ามหาศาล

ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
ตามคุณ Eisha ไปเลยค่ะ
ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
นอกจากเอกสาร แล้วก็ยังมีวัตถุโบราณที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ด้วย
หนังสือขลิบทองแท้
ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
Eisha โชว์สมุดพับโบราณ
ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4
แบบจำลอง Globe Theartre โรงละครของเชกสเปียร์ สร้างโดย John Cranford Adams ใน ค.ศ. 1935

จอห์น แครนฟอร์ด อดัมส์ (John Cranford Adams) เป็นนักศึกษาปริญญาเอกภาควิชาวรรณคดีอังกฤษของมหาวิทยาลัยคอร์แนล และได้เป็นอาจารย์ประจำภาควิชา ต่อมามีการถกเถียงรายละเอียดและปรับปรุงหลายครั้ง จนได้ใช้ในการเรียนการสอนวรรณคดีเชกสเปียร์ที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล แบบจำลองของ Adams ชิ้นนี้แม้ว่าจะไม่ใช่ชิ้นแรกต้นฉบับที่สร้างใน ค.ศ. 1935 และมีรายละเอียดที่ได้รับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงจากชิ้นดั้งเดิมหลายจุด แต่ก็เป็นฝีมือของ Adams เอง และต่อมาได้กลายเป็นพื้นฐานการศึกษาค้นคว้าด้านการละครมาจนถึงปัจจุบัน 

ต้องขอขอบคุณ คุณ Eisha Neely บรรณารักษ์แสนสวยและใจดีที่สุดของแผนกนี้ที่กรุณาพาเราเข้าไปชม ขอกราบงามๆ เลยค่ะ แต่ตอนนี้ขอหยุดทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของมหาวิทยาลัยคอร์แนลไว้แค่นี้ก่อน หวังว่าผู้อ่านจะได้รับความรู้และความเพลิดเพลินไม่มากก็น้อยนะคะ สวัสดีค่ะ

ทัวร์แผนกเอกสารเก่าและหายากของของ ม.คอร์แนล ชมสมุดข่อยและภาพเมืองไทยสมัย ร.4

Writer & Photographer

อภิกัญญา แมคคาร์ที่

แคตตาล็อกเกอร์ (ยัง) สาวแห่งห้องสมุดโอลิน มหาวิทยาลัยคอร์เนล ที่รับผิดชอบหนังสือหมวดภาษาไทย ลาวและเขมร ทำงานในตำแหน่งนี้มา 21 ปีเต็ม โดยไม่คิดจะขยับขึ้นหรือลงเพราะอยู่แบบนี้ก็สบายดี เป็นแม่ของลูกสาว 2 คน ชีวิตทุกวันนี้มีความสุขกับคนรัก แมว 2 ตัว การทำสวน และการโพสต์รูปอาหารบนเฟซบุ๊กทุกวันให้เพื่อนๆ น้ำลายสอเล่นๆ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ปตท. คือบริษัทพลังงานแห่งชาติ หลายคนทราบกันดี

แต่ปัจจุบันภารกิจหลักของ ปตท. ไม่ได้มีเพียงเรื่องการสร้างความมั่นคงทางพลังงานเท่านั้น แต่ยังมีภารกิจที่คำนึงถึงสังคมส่วนรวมที่กว้างกว่าแค่เพียงธุรกิจตัวเอง เช่น เรื่องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในด้านต่างๆ ตามวิสัยทัศน์ปัจจุบันที่ว่า ‘Powering Life with Future Energy and Beyond’ 

เมื่อธุรกิจไม่อาจดำรงอยู่ได้ด้วยตัวคนเดียวอีกต่อไป แต่ต้องดูแลรับผิดชอบสังคมของทุกคนร่วมกัน และควรวางแผนให้เกิดความยั่งยืนจริง ปตท. ในฐานะองค์กรใหญ่ที่เกี่ยวโยงกับชีวิตผู้คนมากมาย เห็นความสำคัญของเรื่องนี้และจัดตั้งทีมที่คอยดำเนินการอย่างจริงจัง

The Cloud นัดหมายพูดคุยกับ คุณดวงพร เที่ยงวัฒนธรรม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กำกับดูแลองค์กรและกิจการสัมพันธ์ ของ ปตท. เพื่อสอบถามแนวคิดและทิศทางการทำงานเพื่อสังคมของธุรกิจที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศและพนักงานประจำหลายพันคน

หลังจากทำงานในสายธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่นเป็นเวลานาน ผู้บริหารหญิงคนนี้พลิกบทบาทมาดูแลหนึ่งในหน่วยงานสำคัญที่ช่วยสร้างผลกระทบต่อสังคมควบคู่ไปกับการเติบโตของธุรกิจ

“ปตท. มีวิสัยทัศน์ว่า องค์กรต้องเติบโตควบคู่ไปกับการดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทุกฝ่ายมีคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืนขึ้น ด้วยความเชื่อว่าเราอยู่คนเดียวไม่ได้ ถ้าเกิดสังคมและสิ่งแวดล้อมรอบข้างไม่ดี เราก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน” คุณดวงพรกล่าว 

แม้จะอยู่ในสถานการณ์วิกฤตอย่างโควิด-19 ที่เศรษฐกิจฝืดเคือง แต่ ปตท. กลับตัดสินใจจ้างงานเพิ่ม และฝึกฝนทักษะความรู้ให้คนนับหมื่น เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น

และนอกจากดูแลงานด้านกิจการเพื่อสังคมแล้ว อีกหน้าที่สำคัญของหน่วยงานนี้ คือการกำกับดูแลภายในองค์กร จัดการเรื่อง GRC (Governance, Risk Management, Compliance) ให้บริษัทดำเนินการไปอย่างมีธรรมาภิบาล โปร่งใส ปฏิบัติตามมาตรฐานและกฎข้อบังคับต่างๆ 

ดูแลทั้งภายในและภายนอก สอดคล้องไปกับค่านิยม ‘SPIRIT + D’ ที่แทนการผลักดันให้พนักงานเป็นคนเก่ง คนดี มีคุณธรรม พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาขับเคลื่อนองค์กร

ธุรกิจพลังงานชั้นนำคิดเรื่องสังคมและมีวิธีการขับเคลื่อนการดำเนินการต่างๆ อย่างไร สร้างผลกระทบได้มากน้อยแค่ไหน เราขอชวนคุณมาสำรวจจิตวิญญาณของ ปตท. ไปด้วยกัน

ภารกิจเพื่อสังคมของ ปตท. ธุรกิจพลังงานที่ทำงานการศึกษาและจ้างงานนับหมื่นในยุคโควิด-19

For People & Planet

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ปตท. ดำเนินงานด้านกิจการเพื่อสังคมในหลากหลายเรื่อง แต่ช่วงปีที่ผ่านมา ทีมงานของคุณดวงพรเลือกวางแผนและปฏิบัติงานเฉพาะด้านให้ชัดเจนขึ้น เพื่อให้เกิดประสิทธิผลที่ชัดเจน 

“เรามองว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่เรามุ่งเน้นแล้วจะเกิดผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและประเทศได้มากที่สุด จนตอนนี้มีความชัดเจนขึ้นว่าคือเรื่องการศึกษา เพราะเป็นการลงทุนในมนุษย์ (People) และสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาโลก (Planet)” คุณดวงพรเล่าสองประเด็นสำคัญที่หยิบยกเป็นเรื่องหลักขององค์กร

“เยาวชนคืออนาคตของประเทศชาติ และในทางเศรษฐกิจ ประเทศเราจำเป็นต้องเปลี่ยนจาก Resource-based หรือการมุ่งเน้นใช้ทรัพยากรให้เกิดผลิตภัณฑ์ กลายเป็น Knowledge-based ที่คิดค้นอะไรที่สร้างคุณค่าใหม่และนวัตกรรม จึงต้องบ่มเพาะพวกเขาด้วยทักษะที่ทำให้สามารถดำเนินชีวิตในอนาคต” 

ภารกิจเพื่อสังคมของ ปตท. ธุรกิจพลังงานที่ทำงานการศึกษาและจ้างงานนับหมื่นในยุคโควิด-19
ภารกิจเพื่อสังคมของ ปตท. ธุรกิจพลังงานที่ทำงานการศึกษาและจ้างงานนับหมื่นในยุคโควิด-19

เพื่อดำเนินการตามแนวคิดนี้ เมื่อ พ.ศ. 2558 ปตท. จึงก่อตั้ง ‘โรงเรียนกำเนิดวิทย์​ (KVIS)’ โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่มุ่งเน้นด้านวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ และ ‘สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC)’ ศูนย์รวมของนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายแขนง เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้แก่ประเทศ

รวมถึงช่วยพัฒนาหลักสูตรร่วมกับโรงเรียนในเครือข่ายทั้งหมด 204 โรงเรียนใน 17 จังหวัด โดยเน้นสอดแทรก 4E ที่จำเป็นคือ

‘Energy Literacy’ หรือความเข้าใจด้านพลังงาน เพราะทุกธุรกิจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งสิ้น คนควรทราบว่าต้องใช้พลังงานในรูปแบบใดให้เหมาะสมและประหยัดที่สุด

‘Environmental Awareness’ หรือการตระหนักรู้และสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ที่เราต้องเร่งรักษาไว้ร่วมกัน

‘Entrepreneurship’ หรือความเป็นผู้ประกอบการ เพื่อให้เมื่อมีไอเดีย พวกเขาสามารถสร้างธุรกิจของตัวเองให้อยู่รอด

และ ‘Ethics and Growth Mindset’ หรือจริยธรรมและการคิดถึงสังคมส่วนรวม เพราะคนควรจะเก่งและดีไปควบคู่กัน

ข้อดีคือ หลักสูตรในโรงเรียนเหล่านี้เกิดขึ้นจากการถ่ายทอดวิชาและประสบการณ์ของผู้คนในแวดวงธุรกิจที่ปฏิบัติงานจริงๆ ทำให้สะท้อนความเป็นจริงของโลกได้เป็นอย่างดี ส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนให้พร้อมกับการทำงานในอนาคต

ทิศทางการขับเคลื่อนสังคมของ ปตท. ธุรกิจที่สร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมดูแล People และ Planet ร่วมกับชุมชน

ส่วนในด้านสิ่งแวดล้อม เมื่อการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานยังจำเป็นต้องปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างทาง ปตท. พยายามปรับเปลี่ยนกระบวนการต่างๆ ให้เป็นมิตรต่อสรรพสิ่งร่วมโลกมากยิ่งขึ้นเสมอมา และแสวงหาหนทางการดูดซับ กักเก็บก๊าซเรือนกระจกเหล่านั้น เพื่อมุ่งสู่บริษัทที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Carbon)

หนึ่งในวิธีที่ ปตท. เลือกใช้คือการสร้างพื้นที่สีเขียว อาจฟังดูเป็นทางออกทั่วไป แต่พวกเขาทำอย่างจริงจัง ตั้งแต่ พ.ศ. 2537 โดยปลูกต้นไม้และฟื้นฟูป่าที่ถูกทำลายรวมแล้วมากกว่า 1 ล้านไร่ทั่วภูมิภาค ได้รับการดูแลมาอย่างต่อเนื่องจากการร่วมมือกับเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อม ก่อนต่อยอดด้วยการจัดตั้งเป็น สถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ ปตท. และศูนย์เรียนรู้ 3 แห่ง ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยอง และกรุงเทพมหานคร ทำงานกับชุมชนเพื่อพิทักษ์ผืนป่าและส่งต่อความรู้ให้ประชาชน

นอกเหนือจาก 2 เรื่องหลักด้านบนแล้ว ปตท. ยังมุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนแบบไม่เน้นการบริจาคเงิน แต่สร้างความยั่งยืนผ่านการหาโอกาสทางธุรกิจให้ชุมชนอย่างมีเป้าหมาย เพราะสุดท้ายแล้ว ชุมชนต้องยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเอง

“เมื่อไปทำธุรกิจบนพื้นที่ใกล้เคียงกับชุมชน ต้องช่วยให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเจริญเติบโตไปพร้อมกัน ไม่ทำลายหรือสร้างผลกระทบแก่เขา” คุณดวงพรเน้นย้ำความตั้งใจขององค์กร โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้คือ ‘สานพลังวิสาหกิจ’ หน่วยงานด้านวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ของ ปตท. ที่ตั้งขึ้นมาขับเคลื่อนเรื่องนี้โดยตรง

และเมื่อเกิดวิกฤตใหญ่อย่างการแพร่ระบาดของโควิด-19 ปตท. และบริษัทในกลุ่ม มีส่วนร่วมสนับสนุนหน่วยงานทางการแพทย์ ทั้งด้านเครื่องมือ ทุนทรัพย์ และความสามารถ ตั้งแต่เริ่มการระบาดจนถึงปัจจุบัน มูลค่ารวมแล้วกว่า 1,700 ล้านบาท

ทั้งหมดนี้คือความตั้งใจส่วนหนึ่งของ ปตท. ที่อาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับด้านพลังงานโดยตรง แต่ดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนสังคมไปพร้อมๆ กัน

ทิศทางการขับเคลื่อนสังคมของ ปตท. ธุรกิจที่สร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมดูแล People และ Planet ร่วมกับชุมชน
ทิศทางการขับเคลื่อนสังคมของ ปตท. ธุรกิจที่สร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมดูแล People และ Planet ร่วมกับชุมชน

Restart Thailand

สถานการณ์โควิด-19 ทำให้หลายบริษัทต้องชะลอการจ้างงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เมื่อเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจและสังคม ปตท. ซึ่งพอมีทรัพยากรอยู่จึงตัดสินใจไม่นิ่งเฉย จัดตั้งโครงการ ‘Restart Thailand’ เพื่อสร้างโอกาสทางการงานรวมกว่า 25,000 อัตรา ตั้งแต่เมื่อปีก่อน เปิดรับแรงงานทั้งในโครงการก่อสร้าง พนักงานประจำเพิ่มเติม และนักศึกษาจบใหม่ระดับอาชีวศึกษาและปริญญาตรีที่อยากพัฒนาภูมิลำเนาของตนให้ดียิ่งขึ้น

“เรายังคงดำเนินโครงการลงทุนเพื่อสร้างเศรษฐกิจประเทศและสร้างงานในสภาวะเศรษฐกิจถดถอย การจ้างงานจะช่วยให้คนที่ตกงานจากสถานการณ์ยังคงได้พัฒนาตัวเอง เมื่อสถานการณ์ฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติ เขาจะมีประสบการณ์และองค์ความรู้ที่จะไปทำงานอื่นต่อ และโครงการของเราก็ดำเนินการต่อได้เลย” 

ในจำนวนการจ้างงานนี้ กว่า 900 คนคือกำลังสำคัญที่เข้ามาช่วยผลักดันโครงการ ‘นวัตกรรมสร้างรอยยิ้ม’ มุ่งเน้นการใช้ศักยภาพและเทคโนโลยีของ ปตท. ไปแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจชุมชนแต่ละพื้นที่อย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 2 ด้านหลักๆ คือ Smart Farming และ Smart Marketing

ทิศทางการขับเคลื่อนสังคมของ ปตท. ธุรกิจที่สร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมดูแล People และ Planet ร่วมกับชุมชน
ทิศทางการขับเคลื่อนสังคมของ ปตท. ธุรกิจที่สร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมดูแล People และ Planet ร่วมกับชุมชน

“ชุมชมส่วนใหญ่ในเครือข่ายเป็นภาคเกษตรกรรมที่ยังทำงานแบบเดิมอยู่ แต่เขาสามารถเอานวัตกรรมที่เรามีไปใช้ในงานเกษตร มาปรับปรุงประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และทำให้เกิดผลิตผลที่ดีขึ้น สิ่งที่ทำคือการคัดเลือกและจ้างนักศึกษาจบใหม่พื้นที่เข้าโครงการ Restart Thailand มาอบรมให้ความรู้ในเรื่องนวัตกรรม อุปกรณ์ต่างๆ ที่สามารถนำไปใช้พัฒนาการเกษตรได้ สอนการวิเคราะห์ความคุ้มทุน จากนั้นก็ทำให้เขาลงไปวิเคราะห์พื้นที่จริงและนำเสนอโปรเจกต์ ว่าต้องการลงทุนในอุปกรณ์อะไร เพื่อพัฒนาผลิตผลในด้านไหน คุ้มค่าการลงทุนหรือไม่

“โดยมีพนักงานกลุ่ม ปตท. ในพื้นที่คอยให้คำแนะนำและประสานงานด้วย” คุณดวงพรเล่าถึงงานด้าน Smart Farming ที่ริเริ่มในยี่สิบห้าพื้นที่นำร่องที่กลุ่ม ปตท. ดูแลอย่างใกล้ชิดและขับเคลื่อนงานตามบริบทของชุมชนที่เป็นอยู่

เช่น บางพื้นที่ต้องจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจขึ้นมาใหม่ เพื่อการบริหารจัดการระยะยาว แต่บางพื้นที่มีความพร้อม เริ่มติดตั้งนวัตกรรมใหม่ๆ ของกลุ่ม ปตท. อย่างโรงเรือนอัจฉริยะที่ตั้งเวลารดน้ำอัตโนมัติด้วยระบบ IoT (Internet of Things) ระบบโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ หรือโดรนการเกษตร เพื่อใช้งาน ลองปลูกพืชใหม่ๆ และขยายการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ปตท. ไม่ได้ทำเพียงหน่วยงานเดียว แต่ยังจับมือกับภาคส่วนต่างๆ เช่น กรมพัฒนาที่ดิน สำหรับการตรวจวิเคราะห์สภาพดิน และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA สำหรับงบประมาณสนับสนุนโครงการ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนจริง 

“เราไม่ได้เชี่ยวชาญทุกเรื่อง หลายๆ งานทำคนเดียวอาจจะยาก จึงร่วมมือเป็นพันธมิตรกับพาร์ตเนอร์ที่มีทักษะและองค์ความรู้ที่แตกต่างกัน เปิดรับการทำงานกับพาร์ตเนอร์ที่มีพันธกิจสอดคล้อง เพื่อให้เกิดอิมแพคที่กว้างขึ้น”

ทิศทางการขับเคลื่อนสังคม ธุรกิจที่สร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมดูแล People และ Planet ร่วมกับชุมชน
ทิศทางการขับเคลื่อนสังคม ธุรกิจที่สร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมดูแล People และ Planet ร่วมกับชุมชน

ส่วนทางด้าน Smart Marketing เป็นการเสริมศักยภาพด้านการขายผลิตภัณฑ์ของชุมชน รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยว แม้จะมีสินค้าหรือสถานที่น่าท่องเที่ยวเพียงใด แต่หากขาดกลยุทธ์การขายและประชาสัมพันธ์ในช่องทางที่เหมาะสม ให้คนได้สัมผัสเอกลักษณ์และเสน่ห์ประจำพื้นที่ ก็คงไปไม่ได้ไกล

วิธีการทำงานเรื่องนี้คล้ายกับ Smart Farming คือการให้ความรู้คนในพื้นที่จากโครงการ Restart Thailand ในเรื่องการตลาด จากนั้นให้เขาลงพื้นที่เพื่อสำรวจผลิตภัณฑ์ชุมชน และเสนอผลิตภัณฑ์ที่จะพัฒนา

ทาง ปตท. ยังสร้าง Online Market Platform ‘ชุมชนยิ้มได้’ เพื่อเพิ่มตัวเลือกช่องทางการขายและจัดส่ง สำหรับผลิตภัณฑ์ในโครงการที่ผ่านการคัดสรรมาแล้วโดยเฉพาะ

ปัจจุบัน มีร้านค้าอยู่บนแพลตฟอร์มราว 195 ร้าน รวมกว่า 672 ผลิตภัณฑ์ ทั้งอาหารแปรรูป ผ้าและเครื่องแต่งกาย ของตกแต่งและของใช้ สมุนไพรแปรรูป และเครื่องดื่ม

หากใครเป็นสายช้อป อยากสนับสนุนชุมชน ขอชวนลองแวะเวียนไปอุดหนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนบนเว็บไซต์ www.ชุมชนยิ้มได้.com กันได้เลย

“ต่อไปจะมีผลิตภัณฑ์บนแพลตฟอร์มมากขึ้น และหลายพื้นที่จะใช้เทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่มากขึ้น แม้โควิด-19 จะทำให้เกิดอุปสรรคเรื่องการเดินทางและสื่อสารบ้าง แต่ทางทีมที่ทำงานยังมุ่งมั่นเหมือนเดิม” ผู้บริหารหญิงกล่าวถึงความตั้งใจและทุ่มเทของพนักงาน ที่ช่วยประคับประคอง ดูแลกัน เพื่อผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปให้ได้ด้วยกัน

ทิศทางการขับเคลื่อนสังคม ธุรกิจที่สร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมดูแล People และ Planet ร่วมกับชุมชน

ดูแลทั้งภายนอกและภายใน

แม้ ปตท. จะมีผู้บริหารและทีมที่ดูแลงานด้านกิจการสังคมโดยเฉพาะ แต่หากอยากขับเคลื่อนให้เกิดผลในวงกว้างจริง ความร่วมมือกันของคนทั้งองค์กรเป็นเรื่องสำคัญ

โชคดีที่พนักงานปัจจุบันของ ปตท. มีความสนใจและพร้อมช่วยเหลือเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ภารกิจนี้จึงไม่ยากเกินเอื้อมไปนัก 

“เราสังเกตเห็นว่าคนในองค์กรมีใจช่วยเหลือสังคมและจิตสาธารณะอยู่แล้ว จากการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่ผ่านมา แต่อาจมีข้อจำกัดบ้าง เช่น งานเยอะ ไม่มีเวลา แต่ถ้าว่างเมื่อไรก็สนใจที่จะทำ สิ่งที่ทีมเราทำได้ คือการออกแบบและอำนวยความสะดวกให้เขามีโอกาสเข้าถึงกิจกรรมเหล่านี้มากขึ้น” คุณดวงพรกล่าว การสร้างพื้นที่ให้เข้าถึงง่ายและหลากหลาย จะช่วยให้คนในองค์กรได้ช่วยเหลือตามความถนัดและเหมาะสม

นอกจากผลักดันการทำงานเพื่อสังคมรอบข้างแล้ว สิ่งสำคัญไม่แพ้กันที่ต้องทำในการบริหารองค์กรที่ดี คือการกำกับดูแลธรรมาภิบาลขององค์กร ให้ปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างถูกต้องเหมาะสม ซึ่งเป็นหนึ่งในหน้าที่สำคัญที่คุณดวงพรต้องดูแลด้วยเช่นกัน

ถ้าภายนอกดูดี แต่ภายในมีข้อขัดข้อง ก็คงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไรนัก

“เราต้องดูให้กระบวนการทำงานตั้งแต่หน้างานจนถึงระดับผู้บริหารมีประสิทธิภาพ และไม่เกิดช่องว่างให้คนทุจริต ต้องมีการตรวจสอบกันและกันในกระบวนการตัดสินใจทั้งหมด เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด” คุณดวงพรเล่าถึงหน้าที่อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้ ปตท. เป็นบริษัทที่รับผิดชอบต่อสังคม

ความท้าทายคือ ปตท. เป็นรัฐวิสาหกิจซึ่งยังอยู่ภายใต้ระเบียบราชการบางส่วน เดิมมีวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ค่อยกล้าทำในสิ่งที่แตกต่าง แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว มีการแข่งขันสูง ปตท. ต้องหาวิธีปรับปรุงกระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยยังรักษาธรรมาภิบาลไว้ครบถ้วน เปิดพื้นที่ให้คนได้ทดลองเสี่ยงหรือทำอะไรที่นอกกรอบเดิมมากขึ้น บนกระบวนการทำงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน

ถือเป็นโจทย์สำคัญที่ผู้บริหารหญิงคนนี้ต้องทำงาน เพื่อขับเคลื่อนให้ ปตท. ดูแลผู้คนรอบข้างทั้งภายนอกและภายในองค์กรได้อย่างสมบูรณ์

แต่อย่างน้อย เราพอจะวางใจได้ว่า ปตท. จะคำนึงถึงสิ่งนี้อยู่ในกระบวนการของธุรกิจตลอดเวลา

Future and Beyond

ในอนาคต ปตท. ตั้งเป้าไว้ว่า จะไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจพลังงานอย่างที่หลายคนคุ้นเคย แต่ครอบคลุมไปถึงธุรกิจด้านไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงผู้บริโภคหลากหลายมากขึ้น ทำให้หน่วยงานที่ดูแลกำกับดูแลองค์กรและกิจการสัมพันธ์ต้องพร้อมปรับตัวให้สอดคล้องกับธุรกิจ โดยไม่หลงลืมที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสังคมอย่างรอบด้านมากกว่าเดิมด้วย

ประเทศไทยยังมีปัญหาอีกหลายมิติที่ต้องได้รับการพัฒนา องค์กรขนาดใหญ่ที่มีทรัพยากรถือเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญที่สามารถช่วยเหลือและรับผิดชอบต่อสังคม น่าติดตามว่าก้าวเดินต่อไปของ ปตท. และองค์กรขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง จะมีทิศทางการดูแลส่วนรวมร่วมกันอย่างไร

ถ้าทุกคนทำงานอย่างมีธรรมาภิบาลและช่วยเหลือกัน เราจะรีสตาร์ทกลับคืนสู่สภาวะปกติได้ในเร็ววันนี้ และสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตได้ร่วมกัน

ทิศทางการขับเคลื่อนสังคมของ ปตท. ธุรกิจพลังงานที่สร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมดูแล People และ Planet ร่วมกับชุมชน

ขอบคุณภาพบางส่วนจาก ปตท.

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load