The Cloud x Designer of the Year

เวลาที่เราพูดถึงสินค้าที่ได้รับการออกแบบ หลายคนมักนึกไปถึงข้าวของเครื่องใช้เลิศหรูอลังการที่อยู่ห่างไกลจากการหยิบใช้ในชีวิตประจำวันของเรากัน แต่บางทีมันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เพราะมีนักออกแบบรุ่นใหม่ๆ หลายคนที่เริ่มหยิบจับเอาของรอบตัวในชีวิตประจำวันมาออกแบบใหม่ให้มีการใช้งานและภาพลักษณ์สอดคล้องกับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น

กฤษณ์ พุฒพิมพ์ คือหนึ่งในนักออกแบบกลุ่มนั้น ที่ทุกวันนี้ทำงานทั้งออกแบบผลิตภัณฑ์และเฟอร์นิเจอร์ โดยเนื้องานแล้วเขามีลูกค้ามากมายในหลายธุรกิจ ทำให้กฤษณ์ต้องทำงานออกแบบทั้งบรรดาเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอย่างเตารีด พัดลม โทรทัศน์ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์อย่างเก้าอี้โซฟา ชุดโต๊ะกินข้าว เก้าอี้สนาม ยังไม่นับวัสดุหลากหลาย ตั้งแต่ไม้ดัด ไม้จริง อะลูมิเนียม พลาสติก ไปจนถึงโลหะหลากหลายประเภท

คุยกับ กฤษณ์ พุฒพิมพ์ ผู้เปลี่ยนภาพจำยาดมตลอดกาลเป็น ARMA ยาดมรักษ์โลกดีไซน์ดี

บางงานแม้จะไม่มีลูกค้ามาจ้าง เมื่อเห็นของบางอย่างที่ยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานของคนปัจจุบัน กฤษณ์ก็จะลงมือออกแบบใหม่และผลิตออกมาด้วยตัวเอง แม้บางอย่างจะเป็นของเล็กน้อย อย่างยาดมอาม่าที่ถูกจับแต่งตัวใหม่เสียจนอาม่ามาเห็นก็คงจำไม่ได้ หรือจักรยานไม้ที่เจ้าตัวอยากได้แต่ไม่เคยเห็นในท้องตลาด เลยทำขึ้นมาเอง

ไม่ใช่แค่เราที่ว่าดี รางวัลต่างๆ มากมายที่เขาได้รับล้วนแล้วแต่การันตีฝีไม้ลายมือของกฤษณ์ ทั้ง Designer of the Year 2019 สาขา Furniture Design รางวัล DEmark Design ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ไปจนถึงรางวัล Good Design Awards (G-mark) ของประเทศญี่ปุ่น และรางวัลงานออกแบบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรางวัลหนึ่งของยุโรปอย่าง Red Dot Design Award อีกด้วย

Dots Design Studio
Dots Design Studio
คุยกับ กฤษณ์ พุฒพิมพ์ ผู้เปลี่ยนภาพจำยาดมตลอดกาลเป็น ARMA ยาดมรักษ์โลกดีไซน์ดี

ถ้าจุดแต่ละจุดมาเรียงกันก่อให้เกิดเป็นเส้น และเส้นหลายเส้นประกอบเข้าด้วยกันทำให้เกิดรูปทรงต่างๆ มากมาย คงไม่เกินไปถ้าจะบอกว่าจุดที่ว่าคือจุดเริ่มต้นของงานออกแบบ

และ ‘จุด’ ยังเป็นชื่อของบริษัทที่เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของกฤษณ์ พุฒพิมพ์ นักออกแบบและผู้ก่อตั้ง Dots Design Studio

ถ้าพร้อมแล้ว เราขอเชิญให้ทุกคนมาร่วมกันลากเส้นต่อจุดเพื่อดูความคิดและวิธีทำงานของเขาไปโดยพร้อมเพรียงกัน

จุดเริ่มต้นในการเป็นนักออกแบบ

ความสนใจในการเป็นนักออกแบบของกฤษณ์เริ่มมาจากการทำของเล่นเล่นเองในวัยเด็ก เพราะตอนนั้นร้านของเล่นในจังหวัดร้อยเอ็ดแทบจะไม่มีของเล่นอะไรเลย ชีวิตวัยเด็กของกฤษณ์จึงมีแต่การวาดการ์ตูน แกะจักรยานมาพ่นสีแล้วแต่งใหม่ และเคยแม้แต่หยิบวัสดุใกล้มือมาต่อเป็นหุ่นยนต์กันดั้มกับพี่ชาย

เมื่อโตมา ทางบ้านก็สนับสนุนให้เป็นวิศวกร แต่กฤษณ์ในวัยเด็กกลับเห็นอาชีพอย่างสถาปนิกเป็นอาชีพที่เท่มาก และเกือบเลือกเรียนเป็นสถาปนิกแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเพื่อนคนหนึ่งเลือกเรียนสาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ จนทำให้กฤษณ์ได้รู้จักอาชีพนักออกแบบผลิตภัณฑ์ 

หลังจากสอบเอนทรานซ์ ปรากฏว่ากฤษณ์สอบติดภาควิชาศิลปอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

คุยกับ กฤษณ์ พุฒพิมพ์ ผู้เปลี่ยนภาพจำยาดมตลอดกาลเป็น ARMA ยาดมรักษ์โลกดีไซน์ดี

“พอได้เข้ามาเรียน ผมก็ชอบมาก มันสนุกเหมือนตอนที่ผมทำของเล่นเล่นเองสมัยเด็กๆ เวลาทำการบ้านคนอื่นๆ มักทำงานเสร็จกันตอนเช้า แต่ผมทำเสร็จก่อนหลายวันเสมอ เพราะสำหรับผม ทุกขั้นตอนมันสนุกไปหมดเลย ทั้งตอนสเกตช์ ทำโมเดล แม้แต่โปรแกรมออกแบบสามมิติ ผมกับเพื่อนก็เป็นกลุ่มแรกๆ ที่เอามาใช้ในทำงานส่งอาจารย์ เพราะอยากทำอะไรใหม่ๆ กับการออกแบบอยู่เสมอ ถ้ามองย้อนกลับไป เวลาผมไปเที่ยวที่ไหนก็ตาม รูปที่ถ่ายมาก็จะมีแต่รูปสถาปัตยกรรมกับงานออกแบบผลิตภัณฑ์ แค่นี้เลย สะท้อนว่าเราชอบสิ่งเหล่านี้มานานแล้วจริงๆ” กฤษณ์เล่าถึงสมัยที่เรียนเป็นนักออกแบบในช่วงแรกๆ

นอกจากความสนุกในการเรียนแล้ว กฤษณ์ยังสนุกจนเริ่มต้นส่งงานประกวดออกแบบในเวทีต่างๆ มากมาย ที่สำคัญคือกฤษณ์ได้รับรางวัลจากการประกวดเหล่านี้อยู่เสมอด้วย

“ตอนเรียนผมส่งงานประกวดบ่อยๆ เพราะได้ทำงานหลากหลายมากกว่าโจทย์ที่อาจารย์ตั้งให้ และอยากได้รางวัล ผมทำงานประกวดส่งไปตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ปีสอง เข้ารอบบ้าง บางอันที่ชนะก็ทำให้ผมได้ไปต่างประเทศครั้งแรกในชีวิตเลย เลยส่งประกวดมาตลอด” กฤษณ์เล่าถึงความสำเร็จที่ได้รับตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษา

จุดหมายในการไปใช้ชีวิตแบบนักออกแบบ

หลังจากเรียนจบ กฤษณ์ทำงานประจำอยู่ 1 ปี ก็เริ่มรู้สึกว่าอยากไปเห็น อยากมีประสบการณ์การใช้ชีวิตอยู่ต่างแดน การไปเรียนต่อจึงเป็นสิ่งที่กฤษณ์สนใจ คำถามถัดมาคือ จะไปเรียนที่ไหนดี

“เรารู้ว่าแถบๆ สแกนดิเนเวียเป็นย่านที่มีการออกแบบที่ดี อย่าง Volvo IKEA Nokia Saab Ericson ผลิตภัณฑ์ที่เราชอบมักอยู่ในโซนนั้นหมดเลย จึงเลือกไปเรียนที่สวีเดน ส่วนหนึ่งคือเรียนฟรี และใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนได้” กฤษณ์เล่าถึงเหตุผลในการเลือกเรียนที่สวีเดน

หลังจากที่เรียนและใช้ชีวิตที่สวีเดน 2 ปี กฤษณ์ก็ได้ฝึกงานด้านการออกแบบทั้งที่บริษัทออกแบบในสวีเดนและในเบลเยียม

บริษัทแรกเป็นออฟฟิศออกแบบและพัฒนาสินค้าเกี่ยวกับกีฬากอล์ฟ ส่วนอีกบริษัทเป็นบริษัทออกแบบยานพาหนะขนส่งมวลชน ทั้งรถไฟ รถบัส รถราง ซึ่งภายหลังกฤษณ์ได้รับข้อเสนอให้ทำงานต่อ แต่กฤษณ์เลือกจะกลับไทยมาทำงานและเปิดสตูดิโอของตัวเองแทน

ผมสงสัยถึงสิ่งที่กฤษณ์ได้เรียนรู้จากการทำงานออกแบบในยุโรป ว่าเหมือนหรือต่างจากระบบการเรียนในไทยอย่างไรบ้าง

คุยกับ กฤษณ์ พุฒพิมพ์ ผู้เปลี่ยนภาพจำยาดมตลอดกาลเป็น ARMA ยาดมรักษ์โลกดีไซน์ดี

“รูปแบบการทำงาน การระดมความคิด การร่างไอเดีย และขั้นตอนการทำงานออกแบบ ไม่ได้ต่างจากสมัยที่เราเรียนอยู่ลาดกระบังเลย สิ่งที่ต่างกันคือเรื่องการวางแผนและบริหารจัดการเวลา เมื่อก่อนเราทำงานโดยไม่มีการวางแผนเท่าไหร่ ภาพในหัวของนักออกแบบคือแค่มีส่งงานลูกค้า เลยทำงานกันจนเลิกเที่ยงคืน ซึ่งมันไม่ใช่ การคิดเงินค่าออกแบบจากลูกค้า คิดมาจากชั่วโมงการทำงานของนักออกแบบในบริษัท ทุกคนต้องทำงานให้ได้ตามแพลนที่วางไว้ ซึ่งจะทำให้ทุกคนเลิกงานตรงเวลา นี่เป็นสิ่งที่เราเอามาใช้กับสตูดิโอของเรา” กฤษณ์ตอบ

จุดเริ่มต้นของ Dots

หลังจากกฤษณ์กลับมา เขาชวนเพื่อนๆ ที่ทำงานด้วยกันตั้งแต่สมัยเรียนมาทำสตูดิโอออกแบบอีกครั้ง โดยใช้ชื่อ Dots ซึ่งเป็นชื่อเดิมของบริษัทที่กฤษณ์กับเพื่อนๆ เปิดไว้ตั้งแต่ตอนเรียน

ผมถามกฤษณ์ว่า ถ้าให้มองย้อนไป การเปิดสตูดิโอออกแบบผลิตภัณฑ์และเฟอร์นิเจอร์ในประเทศไทยที่ไม่ได้มีงานด้านนี้มารองรับมากมาย ถือเป็นเรื่องที่เสี่ยงหรือเปล่า

“ไม่ได้คิดไง เลยเปิดได้ (หัวเราะ) ถ้ามีหุ้นส่วนที่เป็นนักธุรกิจหรือการตลาด ไม่ได้เปิดหรอก เรามีงานก็เลยชวนเพื่อนๆ มาทำ ไม่ได้คิดเรื่องการตลาดหรือแผนธุรกิจอะไรเลย ซึ่งก็ดีที่เราเปิดสตูดิโอขึ้นมา เพราะเราไม่ใช่คนที่จะไปทำงานในบริษัทใหญ่ๆ ได้แน่ๆ” กฤษณ์อธิบายพร้อมเสียงหัวเราะ

ผมถามกฤษณ์ว่า สำหรับเขาแล้วงานออกแบบที่ดีเป็นยังไง

Dots Design Studio

“งานออกแบบที่ดีสำหรับเราคล้ายกฎการออกแบบของ Dieter Rams (นักออกแบบผลิตภัณฑ์รุ่นใหญ่ของเยอรมนี ผู้ริเริ่มผลักดันการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่แพร่หลาย และเป็นแรงบันดาลใจให้ Jonathan Ive ออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Apple ในยุคถัดมา-ผู้เขียน) เช่น การคิดงานให้เป็นนวัตกรรม คิดเรื่องความง่ายของการใช้งาน ความสวยงาม อะไรพวกนี้ ซึ่งก็มีหลักการอยู่เยอะมาก แต่งานออกแบบที่ดีในอุดมคติของผมคือ ตัวผลิตภัณฑ์อยู่ได้ยาวนาน ไม่มีใครมาออกแบบใหม่ อย่างเช่นคลิปหนีบกระดาษ ไม่มีใครมาออกแบบรูปทรงใหม่นะ แค่เปลี่ยนสีใหม่ วัสดุใหม่ แต่หน้าตาเหมือนเดิมหรือแทบไม่เปลี่ยนเลย และงานออกแบบที่ดีสำหรับผมก็น่าจะสร้างแรงบันดาลใจส่งต่อให้คนอื่นได้ด้วย เหมือนเป็นครูหรือต้นแบบ” กฤษณ์เล่าถึงงานออกแบบที่ดี

แล้วงานออกแบบของกฤษณ์เป็นแบบไหน ผมถามต่อ

“การออกแบบอยู่ที่ประสบการณ์ของคนที่ออกแบบเป็นหลักเลย นักออกแบบใช้ชีวิตแบบไหน ไปเจออะไรมา ก็เอาสิ่งนั้นมาเป็นต้นทุนในการออกแบบ ซึ่งงานออกแบบของผมมักจะใส่ Styling เข้าไปในงานด้วยเสมอ เพราะส่วนตัวชอบใช้ของที่มีคาแรกเตอร์โดดเด่น หลายคนบอกว่าการออกแบบคือการแก้ปัญหา แต่ปัญหาที่เราแก้อาจจะไม่ได้มีแค่เรื่องการใช้งานอย่างเดียว ความรู้สึก ความชอบ ไลฟ์สไตล์ ก็ถือเป็นปัญหาเหมือนกัน แต่เราไม่ได้ทิ้งเรื่องการใช้งานนะ เราแค่พยายามบาลานซ์ทั้งสองฝั่ง” กฤษณ์อธิบาย

Dots Design Studio

งานหลายชิ้นของกฤษณ์เอาไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ใส่ลงไป ยกตัวอย่างเช่นยาดมอาม่า ซึ่งนอกจากจะเป็นการปรับลุคยาดมใหม่แล้ว อีกเรื่องที่ทำให้ผมตกใจไม่ต่างกันคือ หลายๆ งานที่กฤษณ์ออกแบบเป็นงานที่ไม่ได้มีลูกค้าว่าจ้างแต่อย่างใด อีกทั้งกฤษณ์ยังเป็นคนออกทุนการผลิตด้วยตัวเอง

มันคือเรื่องแพสชันน่ะ นักออกแบบทุกคนน่าจะอยากออกแบบของของตัวเองน่ะ ส่วนโอกาสและช่องทางในการตลาดเป็นเรื่องหลังจากที่ทำการบ้านหาข้อมูลแล้ว อย่างยาดม เราสงสัยว่ายาดมแบบที่เราจะใช้เป็นยังไง จักรยานก็ชอบปั่นอยู่แล้ว จึงอยากทำของตัวเอง นาฬิกาก็ชอบใส่อยู่แล้ว คิดว่าในชีวิตหนึ่งถ้าได้ทำนาฬิกายี่ห้อของตัวเองมันก็ดีนะ เลยลองทำเอง ลงทุนเองดู ซึ่งโปรเจกต์ทำนองนี้ที่ขาดทุนก็มีเยอะนะ ผมมองว่าเหมือนการไปเที่ยวแหละ เราไปเที่ยวเพราะอยากเปิดโลกใช่ไหม การทำจักรยานหรือกระโดดมาทำยาดมก็แบบเดียวกัน มันเปิดโลกให้ผมมาก เหมือนพาเราไปสู่อีกวงการหนึ่ง อย่างยาดมก็พาเราไปเจอคนในวงการสมุนไพรหรือวงการอื่นๆ ที่เราไม่เคยรู้มาก่อนว่ามี” กฤษณ์เล่าให้ฟังถึงที่มาของงานออกแบบที่ไม่มีลูกค้า

จุดเริ่มต้นของงานแต่ละงาน

หลังจากเราได้ฟังขั้นตอนการทำงานของนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์อย่างกฤษณ์ ทำให้รู้สึกว่าเขาไม่เหมือนนักออกแบบที่เราคิดไว้สักเท่าไหร่ เพราะเรามีความคิดว่านักออกแบบจะต้องสเกตซ์หรือเขียนแบบเป็นหลัก แต่การสเกตช์งานดูเป็นขั้นตอนท้ายๆ ที่สั้นมากๆ ในกระบวนการด้วยซ้ำ

“สำหรับผม เวลาจะออกแบบอะไรสักอย่าง เราควรจะรู้กระบวนการทั้งหมดก่อน ถ้ามีลูกค้าติดต่อให้ออกแบบเก้าอี้หนึ่งตัว อย่างแรกเลยคือ เราต้องรู้ก่อนว่าลูกค้าที่มาจ้างเรา โรงงานเขาทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้ ผมจะเข้าไปศึกษาที่โรงงานเขาก่อน เพื่อเอาข้อจำกัดของโรงงานมาใช้ในการออกแบบ หลังจากที่ดูโรงงานเสร็จ ก็ถามหา Requirement จากลูกค้าต่อว่าเก้าอี้อะไร ให้ใครใช้ ใช้ที่ไหน วางตรงไหน ราคาเท่าไหร่ คือถ้าข้อมูลมีมากพอ ทั้งผู้ผลิต ราคา ตลาด ผู้ใช้ จะทำให้การออกแบบง่ายขึ้น แต่ถ้าเป็นดีไซเนอร์ที่ฉาบฉวยก็อาจจะหยิบจับเอาแรงบันดาลใจจากสิ่งนั้นสิ่งนี้มาวาดเป็นแบบในกระดาษ แล้วเสนอลูกค้า ซึ่งทำได้นะ แต่ผมมองว่ามันเป็นแค่กิมมิกในการเล่าเรื่องมากกว่า

Dots Design Studio

“จากนั้น เราจะศึกษาขั้นตอนการผลิตจากการเข้าไปดูในโรงงาน แล้ววางคอนเซปต์การออกแบบ เช่นลูกค้าอาจจะมีเครื่องจักรประเภทนี้อยู่คนเดียวในวงการ ถ้าเราเอามาปรับใช้ในการออกแบบก็จะทำให้เขามีสินค้าที่แตกต่างจากคนอื่นๆ ในท้องตลาดและไม่มีใครทำได้เหมือนด้วย ดังนั้น คอนเซปต์อาจจะมาจากขั้นตอนการผลิตก็ได้ หรือมีเก้าอี้ตัวหนึ่งที่ได้รับโจทย์มาว่าจะเน้นขายให้ร้านขนม ร้านกาแฟ เราก็วางคอนเซปต์ให้เป็นขนม ออกแบบเป็นเก้าอี้มาการองที่ทำจากไม้ ซึ่งได้รับการตอบรับดีมากในตลาด” กฤษณ์อธิบายขั้นตอนการทำงานออกแบบของตัวเขาเอง

“ผมมองว่าการออกแบบคือการบาลานซ์ความต้องการของคนสองคน คือคนที่มาจ้างเรา กับคนที่มาซื้องานที่เราออกแบบ ถ้าโชคดีที่ทั้งสองคนนี้เป็นคนเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ดีไซเนอร์ก็ทำงานได้ง่าย ถ้าสองคนนี้มีความต้องการแตกต่างกันมาก อาจจะทำให้หลายๆ งานต้องล้มเลิก นักออกแบบจึงต้องเข้าใจบริบทของลูกค้าก่อน เช่นเรื่องการผลิตที่ผลิตสินค้าได้ง่ายมาก ไม่มีการเสียเศษวัสดุหรือโดนตีกลับ แล้วยังแพ็กลงกล่องแบนๆ ได้ด้วย จะยิ่งประหยัดค่าขนส่ง ซึ่งแนวความคิดที่ว่ามาทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยให้งานออกสู่ตลาดได้ และทั้งหมดนี้ผู้ใช้อาจไม่ต้องรู้เลยก็ได้” กฤษณ์เล่าเพิ่มถึงการทำงานอีกส่วนของนักออกแบบ

Dots Design Studio
Dots Design Studio

จากการสังเกตของเรา กฤษณ์เป็นดีไซเนอร์ที่ทำงานกับหลากวัสดุและหลายกระบวนการผลิต ทั้งไม้ดัด อะลูมิเนียมหล่อ งานเหล็ก ไปจนถึงพลาสติก ซึ่งวัสดุแต่ละอย่างก็มีกระบวนการและข้อจำกัดในการออกแบบที่แตกต่างกัน มองในแง่หนึ่งมันก็น่าจะสร้างความสนุกให้กับการทำงาน แต่ในอีกแง่หนึ่งมันก็สร้างภาระในการเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ อยู่ตลอด

“เราเลือกที่จะทำงานหลากหลายเอง บางคนเขาอาจเลือกทำงานจนเป็นผู้เชี่ยวชาญในวัสดุนั้นๆ ไปเลยก็ได้ แต่เราชอบที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นอยู่ตลอด ได้รู้จักคนมากขึ้น ได้เห็นโลกกว้างกว่า” กฤษณ์ตอบ

จุดหมายของการออกแบบ

ในวันที่ได้รับรางวัลการออกแบบมามากมายจากหลายสำนักจนเหมือนเป็นหมุดหมายสำคัญในชีวิต ผมถามกฤษณ์ถึงจุดหมายในการออกแบบหลังจากนี้ว่าคืออะไร

“จุดหมายของการออกแบบในตอนนี้คืออยากเห็นของที่ตัวเองออกแบบอยู่บนชั้นวาง อยู่ในร้านขาย อยากให้คนใช้ พอเราโตขึ้นเราก็อยากออกแบบและทำของที่ดีให้อยู่ต่อไปบนโลก ถึงวันที่เราไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว ก็จะยังมีคนเห็นของที่เราออกแบบว่ามันสวย ยังใช้งานได้ดีอยู่ อยากให้คนจำเราได้จากงานของเรา ซึ่งเรายังอยากออกแบบของอีกหลายอย่างมากเลย ในอนาคตถ้ามีโอกาสก็อยากกระโดดเข้าไปทำ” กฤษณ์ตอบพร้อมรอยยิ้ม

คุยกับ กฤษณ์ พุฒพิมพ์ ผู้เปลี่ยนภาพจำยาดมตลอดกาลเป็น ARMA ยาดมรักษ์โลกดีไซน์ดี

Writer & Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Designer of the Year

วิธีคิดเฉียบคมเบื้องหลังงานเด็ดของนักออกแบบแห่งปี

The Cloud X  Designer of the Year

สุรชัย พุฒิกุลางกูร เป็นคนไทยอีกคนที่เป็นอันดับหนึ่งของโลก

เขาเป็น illustrator หรือผู้สร้างภาพประกอบงานโฆษณา ผู้เป็นอันดับหนึ่งของโลกจากการจัดอันดับของนิตยสาร ARCHIVE 4 ปีติด

ถ้ามองในแง่การประกวด การได้รางวัลระดับ Gold เปรียบคล้ายๆ การสอบได้เกรด A ส่วนรางวัลกรังด์ปรีซ์คือการได้คะแนนท็อปในวิชานั้นๆ เขากวาดรางวัลกรังด์ปรีซ์ในเวทีใหญ่ของโลกมาแล้วเกือบครบ ขาดไปแค่เวทีเดียว เพราะเขาทำงานให้กับเอเจนซี่จากทุกทวีปทั่วโลก บนโลกใบนี้ไม่น่ามีใครได้รางวัลกรังด์ปรีซ์มากเท่านี้อีกแล้ว

สุรชัย พุฒิกุลางกูร
สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก

คำว่า illustrator ในวงการโฆษณาส่วนใหญ่หมายถึง นักวาดภาพ หรือนักรีทัช แต่สุรชัยเป็น illustrator ในความหมายล่าสุด คือผู้สร้างภาพทั้งหมดขึ้นจากคอมพิวเตอร์ หรือ Computer-generated imagery (CGI) ซึ่งเป็นการทำลายทุกข้อจำกัดในการรีทัชภาพ เพราะเขาสามารถสร้างภาพอะไรขึ้นก็ได้ และมันเหมือนจริงเสียจนเราคิดว่า มันคือภาพถ่าย

ล่าสุด สุรชัยเป็นเจ้าของรางวัล Honor Awards 2017 สาขา Illustration Design จากงาน Designer of the Year นั่นทำให้เรานัดพบเขาในวันนี้ที่สำนักงานของเขาซึ่งอยู่บนชั้นเพนต์เฮาส์ของตึกสูงกลางเมือง

ออฟฟิศที่น่าจะมีถ้วยรางวัลกรังด์ปรีซ์มากที่สุดในโลก

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก

สุรชัยเรียนจบจากสาขาจิตรกรรม คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาชอบและถนัดการวาดภาพแบบ Superrealistic หรือภาพที่เหมือนจริงจนดูไม่รู้ว่าเป็นภาพวาด เขาทำสิ่งนี้ได้ดีมาก แต่เขาไม่อยากเป็นศิลปิน

“ผมถามตัวเองตอนเรียนว่า เราชอบวาดรูป แต่ถ้าไม่อยากเป็นศิลปิน เราจะมีชีวิตอยู่ยังไง เราก็ต้องไปหาร่างทรงซึ่งมีสิ่งที่เราต้องการครบ ก็คืองานโฆษณา ผมชอบความคิดสร้างสรรค์ ชอบการแข่งขัน การทำงานในวงการโฆษณาทำให้เราพัฒนาตัวเองได้ด้วยความกดดันจากลูกค้า ผมว่ามันสนุกกว่าการกดดันจากตัวเอง ผมอาจจะไม่ใช่ศิลปิน คุณจะเรียกผมว่าอะไรผมไม่สน แต่ผมมีความสุข ผมรักในสิ่งที่ผมทำอยู่ตอนนี้ แค่นี้ก็พอแล้ว” สุรชัยย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่วงการโฆษณา

งานโฆษณาของเขาอาจไม่ได้รับการยอมรับเท่างานไฟน์อาร์ต แต่ก็มีบางสิ่งที่สำคัญกว่านั้น

“คนส่วนใหญ่มักมองงานต่างๆ ว่ามีลำดับชั้น ผมเชื่อว่าทุกพีระมิดมียอดของมัน ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็แล้วแต่ คุณต้องไปอยู่บนยอดพีระมิดของคุณให้ได้ ถึงแม้ว่าพีระมิดของผมอาจจะเล็กกว่าคนอื่น ต่ำชั้นกว่าคนอื่น ผมก็ไม่สนใจ” ชายผู้ยืนอยู่บนยอดพีระมิดกล่าว

บางคนอาจคิดว่าเขาโชคดีที่วางมือจากการสร้างภาพแบบ Superrealistic ด้วยพู่กัน มาใช้เมาส์ก่อนคนอื่น แต่นั่นอาจจะไม่ใช่โชค

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก

“ผมสนใจวิวัฒนาการของเครื่องมือที่ศิลปินใช้ มันเริ่มจากฝุ่น สีน้ำมัน สีอะคริลิก พู่กันลม จนมาถึงเครื่องมือใหม่อย่างคอมพิวเตอร์ ถ้าเครื่องมือเปลี่ยน เราก็ต้องตามโลกให้ทัน ผมยังสนใจสิ่งเดิมนะ คือ Superrealistic เพียงแต่เปลี่ยนเครื่องมือเท่านั้นเอง ถ้าใช้เครื่องมือถูกต้อง ย่อมทำให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น” สุรชัยเล่าถึงช่วงเวลาที่เขาหัดใช้คอมพิวเตอร์เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนตอนเรียนที่ญี่ปุ่น

สุรชัยเปิดบริษัท Illusion เมื่อปี 2001 ด้วยความตั้งใจจะทำงาน CGI แต่ช่วงแรกต้องเริ่มจากงานรีทัชก่อน กว่าทุกอย่างจะเป็นใจให้เขาได้ทำงาน CGI เต็มตัวก็ปี 2011 กับงาน Heaven and Hell ของกระเป๋า Samsonite ถือเป็นการแจ้งเกิดการเป็นคนทำ CGI ได้งดงาม เพราะเป็นงานนี้ได้รับรางวัลมากที่สุดชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์โฆษณาโลก

“งานโฆษณาเป็นงานประกวดไอเดีย ภาพที่ใช้เล่าไอเดียมักเป็นภาพที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ถ้าเราทำภาพที่ไม่เคยมีอยู่จริงมาก่อนให้เหมือนจริงได้ งานจะมีพลังมาก” ผู้ก่อตั้งบริษัท Illusion เล่าความพิเศษของงาน CGI สำหรับโฆษณา

“ถ้าคุณเป็นศิลปิน คุณวาดภาพสิ่งที่อยู่ในหัวคุณออกมา แต่งานของผมคือการวาดภาพที่อยู่ในหัวของครีเอทีฟ คนที่มาจ้างเราเขามีภาพอยู่ในหัวของเขาอยู่แล้ว เราต้องมองเข้าไปในหัวเขาว่า ภาพนั้นคืออะไร แล้วทำออกมาให้ตรง เหมือนซื้อหวย แต่ต้องถูกทุกงวด” สุรชัยหัวเราะเสียงดัง

“แล้วก็ต้องทำให้เกินกว่าสิ่งที่เขาคาดหวัง นี่คือความสนุกของงานของผม”

เขาเล่าต่อว่า งานสร้างภาพของเขาไม่ใช่แค่ทำให้เหมือน แต่ต้องออกแบบทุกอย่าง ต้องลดทอนความเหมือนจริงบางอย่างลง ต้องเพิ่มความเหมือนจริงบางอย่างขึ้น เพื่อทำให้ไอเดียโดดเด่น และยังมีความงาม

จุดเด่นข้อหนึ่งที่ครีเอทีฟชั้นยอดของโลกชื่นชมงานของสุรชัยมากก็คือ งานของเขาละเอียดมาก อย่างที่ไม่มีใครเขาทำขนาดนี้

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก

“ผมเรียกว่า ทฤษฎีความสุขระดับตารางนิ้ว เป็นการทำงานในระดับ super close-up ที่ซูมเข้าไป 4 เท่า ก็ยังเห็นรายละเอียด ผมเชื่อว่าถ้าซูมเข้าไปขนาดนั้นแล้วยังเหมือนจริง เวลาที่เราถอยออกมามองมันก็จะยิ่งเหมือนจริง ถ้าอยากให้งานมีพลัง ก็ต้องใส่ความสุขในการทำงานลงไป สิ่งที่คนเห็นจะไม่ใช่แค่ความเหมือนจริง แต่เป็นความตะลึงในรายละเอียด” สุรชัยเว้นจังหวะลับมีดโกน

“สิ่งที่เราใส่ลงไปในงานไม่ใช่รายละเอียด แต่มันคือความรักในสิ่งที่ทำ นี่แหละ คุณค่าของงานออกแบบ”

ในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนตลอดเวลา ผู้ชายวัย 50 คนนี้ต้องตามเทคโนโลยีตลอดเวลาเช่นนั้น

“มันเป็นลักษณะเฉพาะของผมอยู่แล้ว ผมชอบการแข่งขัน ชอบการค้นคว้า คนอาจจะมองว่าคนอายุห้าสิบกว่าคงเรียนรู้อะไรใหม่ยาก แต่ผมไม่ได้มองว่ายาก ผมแค่เรียนรู้เครื่องมือใหม่เท่านั้นเอง เรื่องที่ผมทำเป็นเรื่องเดิม ถ้าเราสนุกกับมัน มันจะไม่ยากเลย”

สิ่งที่สุรชัยกำลังสนุกในตอนนี้ไม่ได้มีแค่การทำภาพนิ่งให้เหมือนจริงเท่านั้น แต่เขากำลังสนใจการออกแบบโลกเสมือนจริง หรือ Virtual Reality (VR)

“สิ่งที่ผมสนใจคือ Superrealistic ผมเชื่อว่าศิลปินทุกยุคทุกสมัยพยายามถ่ายทอดสิ่งที่เหมือนจริงมากๆ เพื่อทำให้คนเชื่อว่าเป็นของจริง เพียงแต่จะเกิดกับคอนเทนต์แบบไหนเท่านั้นเอง ต่อไป VR จะเป็นศูนย์รวมความรู้ด้านเหมือนจริงทั้งหมด จะทำให้คนเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เราไม่รู้ว่ามันคือความจริงหรือความฝัน สภาวะแบบนี้แหละที่ผมสนใจ”

สุรชัยยอมรับว่าเขาคงไม่ได้เริ่มทำงาน VR ในเร็วๆ นี้ แต่เขาจะไปถึงสิ่งนั้นแน่นอน ไม่ช้าก็เร็ว

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก

Rules of Design

1. Study

เมื่อได้โจทย์มาเราต้องทำความเข้าใจโจทย์ ทำความเข้าใจรายละเอียดทั้งหมดที่เราจะสร้าง เราต้องศึกษาทำความรู้จัก ทำความเข้าใจให้เยอะ

2. Beauty

ภาพประกอบงานโฆษณาต้องมีความงาม มันคือเสน่ห์ที่จะดึงดูดคน เราไม่ได้ทำสารคดี เราต้องใช้ความรู้ทางศิลปะมาทำให้ภาพงาม ไม่ใช่มีแต่ความถูกต้อง ถึงจะเป็น Superrealistic ก็มีความงามแบบของมัน

3. Idea

หน้าที่หลักของเราคือ ทำไอเดียหลักให้โดดเด่น เข้าใจได้ชัดเจน ภาพต้องไม่สวยเกินไอเดีย เราต้องรักษาสมดุลระหว่างความถูกต้อง ความงาม และไอเดีย

4. Masterpiece

งานชิ้นนั้นต้องมีชีวิตอยู่ยาวนาน ถึงพรินต์แอดจะมีอายุใช้งานอยู่แค่ช่วงเวลาหนึ่ง แต่สำหรับผมมันต้องคงอยู่ เป็นต้นแบบ เป็นแรงบันดาลใจ ให้คนรุ่นต่อไปที่อยากทำงานแนวนี้ สิ่งที่จะต่อชีวิตมันได้ก็คือ เราต้องใส่ใจลงไปในงาน

My Favorite Works

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
งาน: Heaven and Hell
สินค้า / บริการ: Samsonite
เอเจนซี่: JWT China
ปี: 2011

“ผมไม่ได้เลือกงานชิ้นนี้เพราะแค่ประสบความสำเร็จ แต่มันยังบอกว่าเราเป็น CGI 100 เปอร์เซนต์ ตอนแรกครีเอทีฟบรีฟว่าอยากให้ผู้ชายในรูปเป็นคนจริง แต่ผมบอกว่าถ้ามีคนผมไม่ทำ ผมจะทำ CGI ทั้งหมด นี่เป็นงานที่ผมมั่นใจว่าจะทำให้เห็นว่าเราสามารถมาทางนี้ได้”

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
งาน: Pig  and Lamb
สินค้า / บริการ: Sunlight
เอเจนซี่: Lowe Thailand
ปี: 2013

“งานชิ้นนี้ทำให้เรามั่นใจในทางที่เราเดินมากขึ้น การทำ CGI ยากที่สุดตรงการทำสิ่งมีชีวิต โจทย์นี้มันท้าทายเรา มันเป็นโอกาสที่ทำให้เราพัฒนาขึ้นกว่าเดิม และพาเราไปไกลกว่าเดิม งานนี้ประสบความสำเร็จมากในแง่รางวัล”

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
งาน: Tiger / Shark / Rhino
สินค้า / บริการ: WWF
เอเจนซี่: Leo Burnett, Australia
ปี: 2014

“สิ่งที่อยู่ในใจผมก็คือ กลัวว่าวันหนึ่งจะมีคนจ้างให้เราทำสิ่งที่เราทำไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมพยายามศึกษาและพัฒนาทีมให้ทำได้มากกว่าสิ่งที่เราทำได้ พอเราทำสัตว์ได้ ก็มีคนจ้างให้เราทำภาพคน ครีเอทีฟจากออสเตรเลียบอกว่ามีไอเดียแบบนี้ ให้ผมทำคนเป็นเหมือนซอมบี้ก็ได้จะได้ง่ายหน่อย พอทำไปเร่ิมเหมือนคน เขาก็พยายามผลักเราให้งานไปไกลกว่านั้น นี่คือข้อดีของวงการโฆษณา ถ้าเราชอบแล้วแต่เขายังไม่ชอบ แปลว่าเขาเห็นในสิ่งที่เราไม่เห็น เราต้องเรียนรู้มากขึ้น งานนี้คือมาสเตอร์พีซในมุมของผม เพราะเราได้พัฒนาทักษะไปถึงจุดที่เราไม่เคยไปถึง แล้วก็เติมเต็มความคาดหวังของลูกค้าด้วย”

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
งาน: UK / Germany / Holland / Italy / Scotland / Sweden
สินค้า / บริการ: 28 Too Many
เอเจนซี่: Ogilvy & Mather UK
ปี: 2015

“โอกิลวี่บรีฟว่า เขาต้องการให้เราทำงานระดับโกลด์คานส์ เขาคาดหวังงานขนาดนั้น เขาส่งเลย์เอาต์มาให้ดู เป็นภาพที่เขาถ่ายธงที่เย็บมาแล้วรีทัช เลย์เอาต์ใกล้เคียงกันกับตอนเสร็จแล้วมาก สิ่งที่ต่างไปคือ เขาไม่สามารถทำภาพให้ดูแล้วรู้สึกได้ พอโคลสอัพเข้าไปดูธง จะเห็นว่ารีทัชแล้วลายผ้าไม่ไปด้วยกัน รอยยับย่นก็ควบคุมไม่ได้ แต่พอเราปั้นขึ้นมาจะให้ย่นตรงไหนก็ได้ รอยขาด รอยเก่า คราบเลือด ใส่ในจุดที่ต้องการได้หมด โจทย์นี้ไม่ยากในแง่ทักษะ แต่ยากตรงการตีความว่า ทำยังไงถึงน่ากลัว แต่ไม่มากไป และมีความงามน่าดึงดูด”

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
งาน: Into HBO
สินค้า / บริการ: HBO
เอเจนซี่: Droga5, New York, USA
ปี: 2016

“งานนี้ไม่มีอะไรมาก แต่บอกถึงความสุขระดับตารางนิ้วได้ชัดเจนที่สุด โจทย์คือทำบิลบอร์ดที่มองไกลๆ เหมือนภาพซ่าๆ ในช่วงอินโทรของ HBO แต่ซูมเข้าไปดูจะเห็นรายละเอียดที่เป็นตัว White Walker จากเรื่อง Game of Thrones เราแบ่งภาพออกเป็น 49 ช่อง แล้วทำทีละช่อง แต่ละช่องแตกต่างกันหมด ตัวละครในภาพมีไม่กี่ตัว แต่เราก็ทำให้มันมีท่าและมุมที่ต่างกันเล็กน้อย ค่อยๆ วางใส่เข้าไป เป็นงานที่ละเอียดมาก”

Save

Save

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load