เชฟก้อง-ก้องวุฒิ ชัยวงศ์ขจร เป็นทั้งเชฟและนักดนตรี นอกจากมุมของเชฟที่ทำอาหารแบบล้านนาในรูปแบบไฟน์ไดนิ่ง จนมีคนยอมบินไปชิมรสมือและฟังเรื่องเล่าของเขาถึงเชียงรายแล้ว 

อีกมุมหนึ่งที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้ คือเขาเป็นคนที่คลั่งไคล้ดนตรีและเครื่องดนตรี โดยเฉพาะเครื่องดนตรีที่ทำจากไม้ อย่างเช่นกีตาร์ หรือเครื่องดนตรีไทยอย่างขลุ่ยไม้

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

ความพิเศษคือเชฟก้องเป็นคนรักไม้ เข้าใจไม้ เลยอยากเก็บไม้หายากต่างๆ ไว้ในรูปแบบขลุ่ย เรื่องราวการได้ไม้หายากแต่ละชนิดมา บางชิ้นไม่ต้องตามหา แต่ได้มาด้วยความน่าประหลาดใจ บางชิ้นเป็นไม้ที่มีคุณสมบัติพิเศษจนอยากให้มันกลายเป็นขลุ่ย เพราะมีคุณสมบัติของไม้ที่ดี ประกอบกับฝีมือของช่างขลุ่ยระดับครู ที่เป็นคนแปลงไม้หายากให้เป็นขลุ่ยชนิดพิเศษ ทำให้ขลุ่ยแต่ละเลาฝังแน่นไปด้วยเรื่องราวในเนื้อไม้และมีความงดงามเฉพาะตัว 

คนรักไม้

เชฟก้องเล่าว่า เขาชอบไม้ตั้งแต่เด็กอย่างไม่มีเหตุผล ตอนเด็กเขานั่งอ่านหนังสือไม้ประเภทต่างๆ เล่น พอมาเล่นดนตรีสากลเชฟก้องเลือกเล่นเบสและกีตาร์ อุปกรณ์ที่มีส่วนประกอบของไม้ 

“ผมเป็นคนที่เข้าใจว่าถ้าเสียงไม้แบบนี้ บวกไม้แบบนี้ เสียงน่าจะออกมาประมาณนี้นะ ผมซื้อเบส ซื้อกีตาร์จากไม้ 

“เคยมีคนโพสต์ขายกีตาร์ตัวหนึ่ง ผมเห็นลายไม้แล้วผมโทรไปจองเลย ลายไม้ที่ว่าไม่ใช่สวยหรือไม่สวยนะ แต่ผมเห็นแนวของการตัดไม้ของกีตาร์ตัวนั้นว่าเขาตัดทางไหน พอเห็นว่าเขาตัดตามขวางของลายไม้ผมรีบโทรไปเลย มีเงินหรือเปล่ายังไม่รู้ แต่ทำทุกอย่างให้มันมาเป็นของผมให้ได้ (หัวเราะ)”

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

เขาอธิบายให้ฟังง่ายๆ ว่า วัตถุที่มีมวลหนาแน่นจะนำเสียงให้กังวานกว่าชัดเจน เช่นเหล็กย่อมดีกว่าไม้ แต่การตัดไม้ ไม้แข็งย่อมดีกว่าไม้อ่อน แล้วถ้าตัดตามลายไม้ เนื้อไม้จะอ่อนมากและหักง่าย ถ้าตัดตามแนวขวาง ไม้ชิ้นนั้นจะแกร่งและให้ความกังวานได้มากกว่า

“แต่การตัดไม้ตามลายขวาง แปลว่าไม้ชิ้นนั้นต้องชิ้นใหญ่มาก ผมเห็นคอกีตาร์ตัวนั้นแล้วชอบเลย ที่ดูคอเพราะว่าเราเล่นกีตาร์ที่คอ ไม้เนื้อแน่นดีเฉยๆ ก็ดังกว่าแน่ๆ” เชฟก้องเล่าให้เห็นภาพราวกับหั่นเนื้อสัตว์

รักดนตรี

น้อยคนรู้ว่าเชฟก้องเป็นนักดนตรี และน้อยคนที่จะรู้ว่านอกจากดนตรีสากล เชฟก้องยังหลงใหลดนตรีไทยมาตั้งแต่เด็ก

 “ก่อนเล่นดนตรีทั้งหมด ผมเล่นดนตรีไทยมาก่อน ผมตีกลองแขก ฆ้องวงกับซอ ตอนหลังก็เริ่มเล่นขลุ่ย รู้สึกผูกพันกับเครื่องดนตรีไทยมาก ตอนแรกเราก็เริ่มต้นด้วยขลุ่ยพีวีซี พอโตขึ้น ทำงาน มีเงินเราก็ซื้อขลุ่ยให้ตัวเอง” เชฟก้องเล่าว่าเขาชอบสะสมขลุ่ยพอๆ กับกีตาร์ 

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

ที่บ้านของเขามีห้องเก็บกีตาร์โดยเฉพาะและมีหิ้งสำหรับเก็บขลุ่ย

ใช่แล้ว ขลุ่ยเป็นของขึ้นหิ้งสำหรับเขา 

หากใครเคยมีโอกาสไปที่ร้าน Locus ของเขาที่เชียงราย น่าจะเคยสังเกตเห็นหิ้งวางขลุ่ยตั้งอยู่ในร้าน

ขลุ่ย 6 เลาถูกวางเรียงอย่างมีลำดับ 3 ใน 6 เลาเป็นขลุ่ยสีดำขลับ แปะทอง และมีที่มาที่ไม่ธรรมดา

พญาไม้

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“คนสมัยก่อนเวลาปลูกบ้าน เขาต้องปลูกต้นไม้ที่เรียกว่าพญาไม้ไว้หน้าบ้านด้วย พญาไม้หรือขุนไม้เป็นนายของไม้ทั้งหมด เวลาสร้างบ้านไม่รู้ว่าที่มาของไม้มาจากไหนบ้าง ความเชื่อว่าในไม้มีผู้ดูแลยังมีอยู่ เขาเลยเชื่อกันว่าให้ปลูกพญาไม้เพื่อข่มกันไว้

“พญาไม้เป็นไม้ยืนต้น แปลกตรงที่ไม่มีใจไม้ ใบก็แปลก ไม่มีเส้นใบ ในแสนต้นจะมีสักต้นหนึ่งที่มีใจไม้ แล้วถ้าต้นไหนมีใจไม้ก็ขนาดไม่ใหญ่มาก

“ผมมีขลุ่ยอยู่สามเลาที่ทำมาจากใจไม้ของพญาไม้ และเป็นใจไม้ของต้นเดียวกันด้วย

ใจไม้ทั้ง 3 ชิ้นที่มาจากต้นเดียวกันนี้แยกกันอยู่ 3 ที่ 3 จังหวัด กับพระ 3 รูป แต่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบขลุ่ย ไม้ทั้ง 3 ชิ้นใช้เป็นไม้สำหรับเคาะให้พรของพระที่อยู่ทางภาคใต้ทั้ง 3 วัด

“ที่รู้เพราะครูของผมเป็นคนนำไม้ไปถวายเอง เมื่อเวลาผ่านไปพระท่านก็ให้กลับคืนมา บอกให้เอาไปใช้ให้เป็นประโยชน์ เลยกลายเป็นขลุ่ยทั้งสามเลานี้”

ครูขลุ่ย

“ผมเจอครูรุ่งด้วยเหตุการณ์ค่อนข้างประหลาด” เชฟก้องเกริ่นขึ้นมาอย่างน่าสนใจ

“ผมไปเจอขลุ่ยเลาหนึ่งที่คนตาบอดขาย ได้ยินเสียงแล้วเสียงดี เนื้อไม้ก็สวย เลยขอเบอร์เขาไว้ บอกว่าเดี๋ยววันหนึ่งจะขอไปดูขลุ่ยที่บ้าน แล้วผมก็ตามไปที่บ้านเขา ผมก็ถามเขาว่า ใครเป็นคนทำขลุ่ย เลยได้รู้มาว่าชื่อครูรุ่ง

“ผมซื้อมาแล้ววันหนึ่งมันเกิดแตกร้าว แล้วขลุ่ยแตกขลุ่ยร้าวเขาถือกัน ต้องซ่อม ผมโทรถามคนขายว่าอยากติดต่อครูรุ่งเพื่อจะให้ซ่อมขลุ่ยให้ เลยได้รู้จักกับครู แกเป็นคนใต้ แต่มามีครอบครัวอยู่ที่เชียงราย เป็นคนสันโดษ 

“ผมชอบไปที่บ้านครู ไปหา ไปนั่งดูไม้ ดูของ บ้านแกมีขลุ่ยเป็นพันๆ เลาเรียงกันเต็มไปหมด แต่มีอยู่หนึ่งเลาที่ผมหยิบขึ้นมา ถามครูว่าเลานี้คือของใคร

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“ครูถามผมว่า ทำไมถึงเลือกขลุ่ยเลานี้ขึ้นมา ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน แล้วครูก็บอกว่าให้เอาขลุ่ยนี้ไปเลย เพราะครูเป็นคนที่ไม่เก็บ ไม่ถือว่าอะไรเป็นของแก” เชฟก้องเล่าที่มาของขลุ่ยพญาไม้เลาแรกที่ได้มา 

หลังจากนั้นครูรุ่งก็บอกให้เชฟก้องมารับขลุ่ยอีก 2 เลากลับไปด้วยให้อยู่ด้วยกันทั้ง 3 เลา พร้อมกับยังให้ขลุ่ยอีก 3 เลาที่ทำขึ้นจากไม้ต่างชนิดกันมาด้วย

คือไม้พะยูง ไม้ตาเสือ และไม้งิ้วดำตัวเมีย แล้วบอกให้เชิญขึ้นหิ้ง พร้อมเคล็ดการวางบนหิ้งโดยให้ขลุ่ยพญาไม้ 3 เลาวางด้านบน ไม้พะยูงวางลำดับถัดมาเพื่อพยุง ค้ำจุน ตามชื่อ ตาเสือให้ป้องกันเภทภัย ส่วนงิ้วดำตัวเมียเขาจะแบ่งไม้เป็นเพศ ไม้นี้เป็นเพศเมีย เลยจะให้ความงดงาม ความอ่อนช้อย เป็นศิลปะ ครูบอกว่าขลุ่ยเหล่านี้เหมาะเอาไว้บูชา

ไม้เป็นขลุ่ย

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“ผมเป็นคนชอบไม้ แต่ถ้าเก็บไว้เฉยๆ ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร พอมาเก็บไม้เก่าในรูปแบบขลุ่ย เราก็เป็นคนดนตรี ชอบเครื่องดนตรีอยู่แล้ว มันก็เลยเหมือนได้ประโยชน์ทั้งสองอย่าง” เชฟก้องเล่าเหตุผลที่ทำให้เขาเก็บของสะสมที่ได้มาแต่ละชิ้น

ไม้แต่ละชนิดที่เชฟก้องสะสมและเอาไปให้ครูรุ่งทำเป็นขลุ่ยให้ล้วนแต่เป็นไม้เก่า บางท่อนเป็นไม้ที่มันถูกฝังอยู่ในดิน บางท่อนก็เคยเป็นขาเก้าอี้ก็มี ไม้บางชนิดไม่มีอีกแล้ว เชฟก้องสะสมขลุ่ยที่ทำจากไม้หลายชนิดนับไม่ถ้วน 

เขาเลือกบางเลาที่เขามีเรื่องราวผูกพันมาเล่าให้ฟัง

01

ขลุ่ยไม้พะยูงแดง

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

ขลุ่ย 3 เลาแรกเป็นขลุ่ยที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงแล้ว เป็นขลุ่ยที่ครูรุ่งทำถวาย ท่านพระองค์ท่านทรงขลุ่ยแล้วก็ประทานกลับคืนมาให้ครูรุ่ง ครูรุ่งก็เป็นคนไม่เก็บของ เลยส่งต่อมาถึงผม 

ผมไม่เคยได้ยินเสียงของเลานี้เลย เพราะกรมสมเด็จพระเทพฯ ท่านทรงแล้ว ผมเก็บเอาไว้จะไม่เป่า เก็บไว้บูชา 

ผมถือว่าขลุ่ยทุกเลามีครู แล้วเป็นขลุ่ยที่เป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินทรงผมก็เก็บเอาไว้เพื่อความเป็นมงคล

ลวดลายของขลุ่ยเลานี้ถือว่าสุดยอดมาก มีหลายสีมาก เหลือง ม่วง แดง ดำ มันอยู่ในท่อนเดียวกันหมด 

เป็นขลุ่ยเพียงออไทยแท้ เลาใหญ่มาก เมื่อก่อนคนเขาพกขลุ่ยไปนาไปไร่กัน เขาใช้เป็นอาวุธกันได้ด้วยนะ หัวขลุ่ยมันหนักมาก ใช้ตี ใช้ฟาดกันได้เลย

02

ขลุ่ยไม้พญางิ้วดำรัดเขาควาย

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“เลานี้เป็นเลาแรกที่ผมเก็บเงินซื้อเอง เขาเรียกว่าพญางิ้วดำรัดเขาควาย พญางิ้วดำคือชื่อของไม้ สีดำสนิท ส่วนขาวๆ ที่รัดอยู่เขาเรียกเขาควาย จริงๆ แล้วมันเป็นกระดูก แต่เมื่อก่อนเขาอาจจะใช้เขาควาย หรือไม่ถ้าคนเก็บแบบหรูหราหน่อยก็จะใช้งาช้าง แต่ผมไม่สนับสนุนการใช้งาช้าง”

“เลานี้ทำโดยช่างทำขลุ่ยจากชุมชนบ้านลาว แถวเชิงสะพานพุทธ ต้องขอเล่าด้วยว่า เมื่อก่อนชุมชนบ้านลาวถือว่าเป็นศูนย์กลางของการทำขลุ่ย มีช่างทำขลุ่ยฝีมือดีอยู่ที่นี่ ขลุ่ยเทลายปรอทถือเป็นขลุ่ยที่มีชื่อเสียงของบ้านลาว เขาเอาไม้รวกมาเทปรอทร้อนเป็นลาย อันตรายต่อสุขภาพคนทำมาก ต้องดมปรอทอยู่ตลอด

“ใครที่มีถือขลุ่ยแบบนี้ต้องถือว่าสุดยอดมากแล้ว เพราะตอนนี้น่าจะไม่มีใครทำแล้ว”

03

ขลุ่ยเพียงออ ไม้มะขามโปร่งฟ้า

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“ไม้ที่ทำขลุ่ยนี้คือแก่นของต้นมะขามโปร่งฟ้า เป็นมะขามที่ยืนต้นตายพราย ขลุ่ยเลานี้หนักมืออย่างเห็นได้ชัด เสี้ยนไม้คล้ายๆ กับเสี้ยนต้นปาล์ม ถ้าดูลายจะเห็นว่าเป็นการตัดขวางลาย เนื้อแน่น เสียงกังวาน หัวท้ายก็เลี่ยมด้วยเงินแกะลาย”

04

ขลุ่ยไม้ Vite Licknum

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“ขลุ่ยเลานี้ทำขึ้นจากไม้ที่ชื่อว่า Vite Licknum จากอาร์เจนตินา เป็นไม้ที่มีมวลเนื้อไม้แข็งเป็นอันดับสองของโลกรองจาก Ironwood 

“ผมเอามาให้ครูรุ่งลองทำเป็นขลุ่ย สิ่งที่ครูรุ่งบอกมาคือ ไม้นี้กระดาษทรายยังขัดไม่เข้า และไม้มันจะเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ตอนที่ผมเพิ่งได้ไม้มาใหม่ๆ มันยังเป็นสีเขียว ตอนนี้มันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง

“เสียงมันหนักแน่นและพุ่ง ขลุ่ยเลานี้เป่าเพลงเร็วจะสนุก สู้กับวงได้ แต่ถ้าเล่นเพลงช้าหรือเพลงที่มีอารมณ์เศร้าๆ ก็ต้องเลือกเลาอื่นแทน”

05

ขลุ่ยไม้คชสารประดู่

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“เลานี้ผมเลือกใช้สำหรับเป่าเพลงช้า เสียงมันเบา ลอย เรียกว่าคชสารประดูหรือประดู่ตอช้าง ขลุ่ยเลานี้มาจากตอประดู่ ไม่ใช่ต้นประดู่นะครับ เป็นตอไม้ เวลาเขาผูกช้าง เขาจะผูกไว้กับตอไม้ แล้วเวลาเขาจะทำที่ใหม่เขาก็จะเอารถขุดขุดเอาตอขึ้นมา

“ลักษณะไม้ชิ้นนี้มันจะมีปุ่มไม้ เขามีความเชื่อว่ามันเกิดจากโซ่ช้างที่รั้งไปรั้งมาทำให้เกิดลายไม้เบี้ยวๆ แต่นั่นคือความเชื่อ 

“ที่จริงแล้วไม้ที่เกิดปุ่มคือไม้ที่ติดเชื้อ แทนที่จะโตออกข้างนอก มันดันโตเข้าข้างใน มันก็เลยก็เป็นความขดม้วน สิ่งนี้เป็นความผิดปกติของไม้ แต่คนเห็นว่าเป็นความสวยงาม

“ไม้แบบนี้เขาจะเรียกว่า Burl Wood ผมเป็นคนที่ชอบไม้ลักษณะนี้เป็นพิเศษ แอฟริกาก็มีไม้ลักษณะใกล้เคียงกันชื่อ Curly Bubinga Wood”

06

ขลุ่ยไม้พญางิ้วดำเสี้ยนทอง

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“ไม้ชิ้นนี้เป็นไม้ชิ้นเดียวกันกับขลุ่ยของกรมสมเด็จพระเทพฯ ครูรุ่งเคยถวายขลุ่ยพญางิ้วดำเสี้ยนทองถวายให้กับพระองค์ท่าน ไม้ท่อนที่ทำขลุ่ยชิ้นนี้ก็เป็นไม้จากท่อนเดียวกันที่ครูรุ่งทำขึ้นอีกเลาหนึ่งให้ผมเก็บไว้

“ขลุ่ยเพียงออเลานี้ในทางการเล่นเพลง ผมเรียกว่ามันมีพิษสงเยอะ แต่มันมีบางอย่างในสุ้มเสียงที่ผมอธิบายไม่ได้ ถ้าเป็นคนที่เป่าขลุ่ยถึงจะเข้าใจ ต้องเล่นแล้วถึงจะรู้สึก เสียงมีเสน่ห์ และคนฟังฟังสนุกกว่าคนเป่า

“ผมมีพญางิ้วดำอยู่หลายเลา เลาหนึ่งอยู่บนหิ้งที่ร้าน เป็นพญางิ้วดำตัวเมีย ส่วนที่บ้านก็จะมีพญางิ้วดำเสี้ยนทองเลานี้ แล้วก็พญางิ้วดำตัวเมียอีกเลา ที่ผมให้ลูก เพราะลูกสาวผมเลือกเลานี้เอง แล้วถือไม่ยอมปล่อย อีกเลาเป็นพญางิ้วดำธรรมดา”

07

ขลุ่ยไม้มะริดและพะยูงแดง

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“ขลุ่ยเลานี้เป็นขลุ่ยคีย์สากล ทำจากไม้มะริดที่ผมไม่เคยมีมาก่อน หามานานมาก จนสุดท้ายก็ได้มา เสียงโปร่งมาก ขลุ่ยแบบนี้ต้องเป่าหน้าหนาว นั่งข้างทุ่งนาจะสบายสุดๆ เลยครับ 

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“ส่วนอีกเลาคือไม้พะยูงแดง เหมือนพะยูงที่ไว้บนหิ้งที่ร้าน ผมเจอมาพร้อมกับเลาที่เป็นไม้มะริด เลยขอซื้อมาไว้ให้ลูก ผมมีขลุ่ยที่เก็บไว้ให้ลูก มีทุกแบบ ขลุ่ยคีย์สากล ขลุ่ยไทยแท้มีครบ เผื่อสักวันหนึ่งเขาอยากจะลองเริ่มหัดเล่น”

Writer & Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื่องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

หากพูดถึงไพ่ทาโรต์ การดูดวง การทำนายทายทัก คงเป็นอย่างแรกที่หลายคนนึกถึง แต่กับ ภูมิ น้ำวล นักสะสมไพ่ทาโรต์กว่า 70 สำรับ และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ กลับมีมุมมองที่ต่างออกไป เขามองว่าไพ่ทาโรต์คือวรรณกรรมภาษาที่มาในรูปแบบสำรับ เราใช้ภาษาไพ่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้เหมือนภาษาทั่วไป เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หนังสือ และวัฒนธรรม

จุดเริ่มต้นของการสะสมไพ่ทาโรต์จนนำไปสู่การทำความเข้าใจภาษาวรรณกรรม (ไพ่) เริ่มต้นเมื่อคุณภูมิเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาตอนปลาย เขาบังเอิญได้รับไพ่การ์ตูนชุด โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ที่แถมมากับนิตยสาร ความคลั่งไคล้ในไพ่ทาโรต์ของเขาเริ่มต้นอย่างเรียบง่าย และเหนียวแน่นมาตั้งแต่ตอนนั้น

“ผมเป็นเด็กเนิร์ดๆ หน่อยที่สนใจหนังสือวรรณกรรมมาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะตำนาน Mythology และสิ่งลึกลับ ซึ่งไพ่ทาโรต์เป็นศาสตร์หนึ่งที่น่าค้นหา เป็นเหมือนวรรณกรรม เพราะไพ่แต่ละใบ แต่ละสำรับ มีเอกลักษณ์ มีเรื่องราวของตัวเอง ไพ่ทุกใบจึงมีเรื่องเล่า”

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

01

ไพ่ = Something

จากการได้ไพ่แถมฟรีมากับนิตยสาร นำไปสู่การสะสมและทำความเข้าใจไพ่ทาโรต์กว่า 70 สำรับ เพราะไพ่แต่ละชุดมีความงาม มีเอกลักษณ์ มีสิ่งที่ซ่อนมาแตกต่างกันออกไป เขาบอกกับเราว่านี่เป็นความน่าตื่นเต้นอย่างหนึ่งของการสะสมไพ่ทาโรต์

“ตอนนี้มีไพ่เยอะมากครับ ทั้งไพ่ไทยและไพ่นอก ต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้เป็นคนที่สะสมไพ่เยอะที่สุด ไม่ได้เป็นคนที่มีไพ่ราคาแรงที่สุด แต่ผมเลือกเก็บไพ่ที่มันเหมาะกับเรา”

ค.ศ. 2008 คือจุดเริ่มต้นการซื้อไพ่ทาโรต์ครั้งแรกของคุณภูมิ นอกเหนือจากไพ่ที่มักแถมมากับหนังสือคู่มือการอ่าน เขาคิดว่าการได้คลุกคลี จับต้องกับไพ่จริงๆ น่าจะส่งผลให้รู้จักไพ่ได้ดีกว่านี้ 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“ผมมองว่าไพ่ทาโรต์ ไพ่ทำนาย รวมถึงเครื่องมือการทำนายอย่างอื่นเป็นภาษา เหมือนกับภาษาที่มนุษย์ใช้ในการสื่อสารหรือถอดความจากไพ่ บางทีอาจเป็นพลังงานบางอย่างเหนือธรรมชาติซึ่งเราก็ไม่เข้าใจ คนอื่นอาจจะเรียกว่าเทพเจ้าหรือพระเจ้า แต่สำหรับผมแล้ว ผมเรียกมันว่า Something”

คุณภูมิอธิบายเพิ่มเติมว่า การสื่อสารกับอะไรสักอย่างที่เขาเรียกว่า Something เป็นเพียงการสอบถามในสิ่งที่ ‘เรา’ หรือมนุษย์หยั่งรู้ไม่ได้ด้วยตัวเอง เช่น อยากรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น หรือคนที่คุยด้วยตอนนี้คิดอย่างไรกับเรา เพราะมนุษย์อ่านใจคนอื่นไม่ได้

จึงสอดคล้องกับไพ่ทาโรต์ที่บอกเรื่องราวจังหวะชีวิตของมนุษย์ผ่านหน้าไพ่ ยกตัวอย่างไพ่ทาโรต์ชุดคลาสสิก The Rider-Waite Tarot ชุดนี้ออกแบบมา 78 ใบ แบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ 1)​ ไพ่ชุดใหญ่มีจำนวน 22 ใบ (Major Arcana) 2) ไพ่ชุดเล็กมีจำนวน 56 ใบ (Minor Arcana) ซึ่งไพ่แต่ละใบจะบ่งบอกเรื่องราวหรือองค์ประกอบสำคัญของมนุษย์ เช่น การเปลี่ยนแปลง การเกิด การดับสูญ และการหยุดนิ่ง นี่จึงเป็นเสน่ห์ของไพ่ทาโรต์ มันคือความพยายามที่จะทำความเข้าใจหรือหยั่งรู้ถึงอนาคต

ยกตัวอย่างไพ่ชุดเล็ก ไพ่ไม้ (Wands) เป็นตัวแทนความคิดสร้างสรรค์หรือแพสชัน ถ้ามองในแง่พื้นฐานคือการพูดเรื่องการงาน ไพ่ถ้วย (Cups) เป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึก ใช้ดูความสัมพันธ์ของคน ไพ่ดาบ (Swords) เป็นเรื่องความคิดความอ่าน คำพูด บางคนก็จะมองว่าเป็นเรื่องปัญหา ไพ่เหรียญ (Pentacle / Coins) สื่อเรื่องวัตถุ สิ่งที่เป็นรูปธรรม ทรัพย์สมบัติ เงินทอง ความร่ำรวย

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

เมื่อดูแบบนี้แล้ว ไพ่ทั้งหมดมีความหมายแทนตัวเองอยู่ การที่เราเปิดไพ่จึงเหมือนกับการอ่าน ราวกับว่าไพ่แต่ละใบเป็นองค์ประกอบของภาษา มีพยัญชนะ มีเสียงอ่าน มีรูป มีสัญญะ มีไวยากรณ์ ซึ่งไวยากรณ์ในที่นี้หมายถึงจังหวะและรูปแบบการวางไพ่ 

ยกตัวอย่างการวางไพ่ 5 ใบเพื่อเผาตัวเองในตอนแรก เป็นรูปแบบหนึ่งของไวยากรณ์และยังมีอีกหลายรูปแบบมาก บางคนนำไพ่มาวาง 10 ใบ (Celtic Cross) หรือไพ่บางสำรับคนสร้างก็ได้คิดไวยากรณ์เฉพาะของแต่ละไพ่ขึ้นมา ตั้งแต่คิดคอนเซ็ปต์หรือการวางไพ่ประจำตำแหน่งแต่ละชุด (Spade) ดังนั้น การเปิดไพ่ในแต่ละครั้ง จึงเหมือนกับเรากำลังอ่านภาษาที่บรรจุมากับไพ่แต่ละใบ 

02

ไพ่ = ภาษา

แปลว่าไพ่แต่ละสำรับมีภาษาเป็นของตัวเองหรือเปล่า

“ใช่ แต่บางอันก็เป็นภาษาที่ใกล้เคียงกับภาษาที่มีมาก่อนหน้า ยกตัวอย่างภาษาฝรั่งเศส ภาษาอิตาลี สังเกตไหมว่าคำบางคำคล้ายกัน เพราะมีรากศัพท์มาจากภาษาละตินเหมือนกัน ไพ่ทาโรต์ก็มีรากฐานภาษามาจากไพ่ชุดคลาสสิก ซึ่งหลักๆ มีสามชุด ได้แก่ Rider-Waite’s, Tarot de Marseille และ Thoth สามชุดนี้เรียกได้ว่าเป็นสามเสาหลักแห่งไพ่ทาโรต์ได้เลย”

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

เราอดสงสัยไม่ได้ว่าการทำความเข้าใจภาษาถิ่นของไพ่แต่ละสำรับยากไหม เมื่อเหลือบไปเห็นภูเขาไพ่ทาโรต์ที่กองอยู่ข้างๆ คุณภูมิ นี่คือภาษาถิ่นที่นักดูไพ่ทาโรต์ต้องทำความเข้าใจ และจดจำองค์ประกอบของภาษาซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ด้วย เช่น Shuffle Tarot ไพ่สัญชาติไทยสังกัดสำนักพิมพ์ Destiny ก็มีวิธีการอ่านที่สลับซับซ้อนตรงข้ามความหมายไปมา หรือไพ่ Housing Tarot ของ California Rail Map ก็ต้องทำความเข้าใจเรื่องสถานที่ด้วย 

 “แล้วแต่ไพ่แต่ละสำรับเลยครับ” คุณภูมิตอบพร้อมอธิบายต่อว่า เพราะไพ่แต่ละสำรับโฟกัสภาษาที่ต่างกัน หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ เช่น ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีหลายระดับชั้น สังเกตได้จากสรรพนามหรือคำราชาศัพท์ที่ใช้ต่างกันไป ส่วนของพวกอินูอิต (Inuit) ก็มีคำเรียกหิมะหลายรูปแบบ เช่นเดียวกับไพ่ที่มีจุดโฟกัสแตกต่างกัน หรือไพ่บางชุดจะให้ความสำคัญในเรื่องของเพศหญิงมากกว่าเพศชาย เป็นต้น 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“นอกจากการอ่านไพ่ที่เหมือนการแปลภาษาแล้ว ผมยังคิดว่าการอ่านไพ่ก็เหมือนกับการอ่านวรรณกรรม” นอกจากศาสตร์ในการตีความแล้ว คุณภูมิยังดึงวิธีคิดแบบอักษรศาสตร์มาใช้ร่วมกับการตีความอีกด้วย เพราะเขามีพื้นฐานมุมมองมาจากการเรียนคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ

เขากล่าวต่อว่า ทฤษฎีการอ่านหรือการวิจารณ์วรรณคดีมีหลายรูปแบบ ซึ่งไม่ใช่ทุกรูปแบบที่จะนำมาใช้กับหนังสือทุกเล่มได้ เฉกเช่นเดียวกับไพ่ที่วิธีการอ่านทุกรูปแบบใช้กับไพ่ทุกสำรับไม่ได้ บางชุดอาจตีความได้เลยตั้งแต่เห็นหน้าไพ่ การสัมผัสเห็นหน้าตัวละคร รับรู้ถึงความรู้สึก และตีความจากภาพได้ บางภาพอาจจะแทรกสัญลักษณ์ในเชิงโหราศาสตร์ สัญลักษณ์การเล่นแร่แปรธาตุเข้ามาด้วย เมื่อคิดอย่างนี้แล้วการสะสมไพ่ทาโรต์จึงสนุกขึ้นมากๆ เพราะต้องคอยทำความเข้าใจ และนี่คือสิ่งที่เขาได้มาจากการสะสมไพ่ทาโรต์นอกจากศาสตร์แห่งการทำนาย

03

Possible Future 

ทั้งสะสมไพ่ เรียนรู้ภาษาของไพ่แต่ละสำรับ แล้วส่วนตัวเขาเชื่อเรื่องการทำนายทายทักหรือเปล่า คำตอบของเขาทำให้เราเลิกคิ้วสงสัยนิดหน่อย

“ผมอยากเชื่อ” คุณภูมิขยายความว่า เขาอยากเชื่อว่ามีอะไรบางอย่างนอกเหนือไปจากสิ่งที่มนุษย์กำหนด และเชื่อสิ่งที่ไพ่สื่อสาร

“ส่วนตัวผมไม่เชื่อว่าบางสิ่งมันถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนจนเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เพราะยังเชื่อในเจตจำนงอิสระหรือ Free Will อยู่” เขาอ้างอิงวรรณกรรมเรื่อง ขุมทรัพย์สุดปลายฝัน :The Alchemist เพื่อมาอธิบายให้เราเห็นภาพชัดเจน

“เรื่องนี้ตัวละครพูดถึงการทำนายของพระอัลเลาะห์ ว่าพระองค์ไม่ได้ต่อต้าน ปฏิเสธการทำนาย หรือการดูดวงอนาคต แต่การที่พระองค์ยอมให้ทำนาย เพราะมองว่ามนุษย์เปลี่ยนแปลงได้ หากเป็นอนาคตหรือสิ่งที่เป็นมติจากสวรรค์ชัดเจน สิ่งเหล่านี้อ่านไม่ได้ผ่านการเปิดไพ่หรือดูดวง การดูดวงในตอนนี้จึงเป็นการ Possible Future ดูแนวโน้มว่าเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง เพราะการพยากรณ์มีสิ่งที่เรียกว่าการทำงานเชิงสถิติอยู่ จะพูดว่านี่คือสิ่งเร้นลับของไพ่ทาโรต์ ซึ่่งพยายามเอาชนะสิ่งที่เราไม่รู้ก็ได้” 

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

คุณภูมิเล่าต่อว่า เมื่อเรามองไพ่ทาโรต์เป็นหนึ่งในภาษา สิ่งที่ได้ตามมาจึงเป็นมากกว่าการทำนายดวงชะตา เพราะเราหยิบจับภาษาเหล่านี้มาเล่าเรื่องต่างๆ และทำให้ไพ่ทาโรต์มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ไพ่ทาโรต์จึงเป็นมากกว่าของสะสมทั่วไป เพราะไพ่ช่วยส่งสารและดึงมุมมอง สติ แง่การใช้ชีวิตต่างๆ ของเขาได้ การทำนายจากไพ่ทาโรต์เหมือนการสะท้อนภาพปัจจุบัน และคาดเดาถึงอนาคตอันใกล้ที่เจ้าตัวเปลี่ยนแปลงได้

 “มีช่วงหนึ่งที่ผมพยายามทำความเข้าใจไพ่ ก็จะหยิบไพ่ประจำวันขึ้นมาทำนายว่าวันนี้เราจะเป็นอย่างไร ให้ความหมายอะไรบ้าง แล้วตอนเย็นก็กลับมาเทียบว่ามันเป็นอย่างที่ไพ่เขาทำนายหรือเปล่า เหมือนเป็นการพูดคุยกับตัวเอง”

04

ไพ่เราเผาเรื่อง

ไพ่เราเผาเรื่อง เป็นเพจที่นำไพ่ทาโรต์มาเล่าเรื่องต่างๆ ทั้งหนังสือ เกม เขียนรีวิว หรือวิจารณ์ จุดเริ่มต้นมาจากคุณภูมิสนใจอยากทำเพจคอนเทนต์รีวิว และอยากทำเพจที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับไพ่ทาโรต์ การรวมกันของ Passion ทั้งคู่กลายเป็นเพจที่พูดเรื่องการสะสมไพ่ทาโรต์ การเสพสื่อ การรีวิวผ่านภาษาของไพ่ ว่าไพ่แต่ละชุดจะเล่าหรือวิจารณ์สื่อเหล่านี้ออกมาในรูปแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นเผาบอกเล่าเกี่ยวกับ MV เพลง Lalisa, เผาเกม Popcat และภาพยนตร์เอนิเมชัน Raya and the Last Dragon

แล้วไพ่ให้มุมมองการเผาเรื่อง ต่างจากมุมมองทั่วไปที่เราประจักษ์หรือเปล่า

 “ไพ่ให้มุมมองความเป็นกลาง” เขายกตัวอย่างว่าตัวเองชอบเพลงของวงลาบานูนเพลงหนึ่งมาก แต่ไม่ชอบมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ จึงนำไพ่ทาโรต์มาเผาเล่าเรื่องว่ามองอย่างไร มีความเห็นอย่างไร เลยทำให้เห็นมุมมองที่กลางกว่า ถ้าพูดอีกทางก็คล้ายกับว่าการสะสมไพ่ทาโรต์ช่วยให้มองภาพในอีกมิติหนึ่ง นอกเหนือมุมมองเดิมที่อาจมีอคติ หรือมีส่วนไหนที่เราพลาดไป

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

ในสภาพสังคมที่รายล้อมไปด้วยความตึงเครียด และจำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าพุ่งสูงขึ้นในทุกปี คุณภูมิบอกกับเราว่าไพ่ทาโรต์ก็เป็นเหมือนการพักผ่อนทางจิตใจ หลีกหนีความตึงเครียด ความกังวล หรือโรคซึมเศร้าได้ นอกจากนี้ การศึกษาภาษาของไพ่ ยังทำให้เห็นความพยายามของมนุษย์ที่อยากเอาชนะธรรมชาติ เพราะมนุษย์ควบคุมธรรมชาติไม่ได้ การดูดวงอาจเป็นหนึ่งในวิธีการเอาตัวรอด เพื่อพิชิตสิ่งที่มวลมนุษยชนไม่อาจเข้าใจ ‘อนาคต’ ได้

“ส่วนตัวผมมองว่าการสะสมก็เหมือนงานอดิเรกอย่างหนึ่ง เป็นการใช้เวลาในช่วงที่เราได้เป็นตัวของตัวเอง เป็นช่วงที่ไม่ได้ทำงานหรือใช้ชีวิตท่ามกลางคนอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากๆ”

06

สำรับสำคัญ

นี่คือไพ่ชุดพิเศษที่มีความหมายต่อนักสะสมไพ่มากที่สุด ขณะบอกเล่าเรื่องราวความพิเศษที่ซ่อนอยู่ในไพ่แต่ละชุด เขาทิ้งท้ายกับเราว่า อนาคตก็อยากจะมีไพ่ทาโรต์ของตัวเองเหมือนกัน

01 Manga Tarot (2006)

ผู้ผลิต : Lo Scarabeo

ออกแบบโดย : Riccardo Minetti

วาดโดย : Anna Lazzarini

‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์ที่เขียนวรรณกรรมผ่านภาษาไพ่

“เหตุผลที่เลือกไพ่สำรับนี้เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมและศึกษาไพ่ทาโร่อย่างจริงจัง เป็นการซื้อไพ่ที่นอกเหนือจากไพ่แถมมากับหนังสือคู่มือตำราสอน ความพิเศษของไพ่ชุดนี้คือการสลับเพศตัวละครของไพ่ ยกตัวอย่างหากตัวละครในไพ่จากชุดคลาสสิกเป็นผู้ชาย ไพ่สำรับนี้ก็จะเป็นผู้หญิง มีความเป็นเฟมินิสต์ เพราะตัวละครผู้หญิง Active มากกว่าตัวละครผู้ชาย 

“อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในไพ่ชุดนี้คือทุกใบมีสัญลักษณ์บ่งบอกถึงฤดูกาล 4 ฤดู คือ ฤดูหนาว ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งฤดูเหล่านี้นำมาประกอบการตีความ การทำนายได้ ซึ่งคนวาดไพ่ชุดนี้มีความละเอียดมาก สื่ออารมณ์ผ่านโทนสีของภาพได้อย่างชัดเจน”

“ที่เห็นไพ่ทาโร่ชุดนี้ จริงๆ ไม่ได้หน้าตาเป็นแบบนี้นะ ตอนซื้อมามันมีกรอบสีดำล้อมรอบรูป และมีชื่อไพ่เป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศสอยู่ด้วย แต่อันนี้ผ่านการ Deck Modification หรือว่าการโมไพ่ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ฝรั่งมาก แต่คนไทยไม่นิยมทำกัน เรารู้สึกว่าภาพชุดนี้สวย แต่มันน่าเสียดายที่มันมีกรอบที่กักขังความงามของไพ่อยู่ ก็เลยตัดสินใจโมไพ่เองด้วยคัตเตอร์ และเอาปากกาเจลมาทาขอบสีดำ”

02 The Dark Mansion Tarot (2019)

ผู้ผลิต : Taroteca Studio

วาดโดย : Magdalena Kaczan

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“เป็นชุดที่เรียกแพสชันการสะสมของเรากลับมา เพราะมีช่วงหนึ่งที่ความสนใจของเราไปอยู่กับสิ่งอื่นมากกว่า แต่พอเห็นไพ่ชุดนี้ในอินเทอร์เน็ตก็รู้สึกว่าไม่ได้แล้ว เราต้องมี เพราะชอบสไตล์ลายเส้นมาก มีบางคนบอกว่าไพ่ชุดนี้คล้ายงานของ ทิม เบอร์ตัน (Tim Burton) ซึ่งส่วนตัวชอบงานของเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเลยสั่งไพ่ชุดนี้มา นี่จึงเป็นการซื้อของจากต่างประเทศครั้งแรกผ่าน Paypal”

03 Shuffle Tarot (2020)

ผู้ผลิต : Deckstiny

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ชุดนี้เป็นของ คุณเมท ทศวิวัศน์ เขาผันตัวเองมาเป็นผู้ผลิตพิมพ์ไพ่เมื่อไม่นานมานี้ สาเหตุที่เลือกชุดนี้มีสามเหตุผลคือ หนึ่ง เป็นชุดแรกที่เปิดตัว เป็นการประกาศว่ามีแบรนด์ไทยนะ แม้ว่าจะเป็นไพ่อินดี้ ไม่ได้จำหน่ายในร้านหนังสือ แต่ก็เป็นที่รู้จักในออนไลน์อย่างมาก และต่างชาติก็สั่งเยอะ สอง มันชื่อว่าไพ่ Shuffle Tarot หมายถึงการสับเปลี่ยนไปมา อย่างภาพหน้ากล่องเป็นไพ่ The Fool แต่มันกลับมานั่งที่ของจักรพรรดิ หากเคยดูซีรีย์ What if…? ของดิสนีย์ก็จะอารมณ์คล้ายๆ กัน เป็นสถานการณ์โลกคู่ขนานแปลกๆ ที่ตัวละครกลับกันหมด เช่นไพ่ The Lover ก็เอา The Devil ขึ้นมาแทน และสาม ไพ่ชุดนี้แฟนให้เป็นของขวัญวันเกิด

“การสลับกันส่งผลต่อการอ่าน การที่ไพ่ The Lover ถูกแทนด้วย The Devil หมายความว่า เราแน่ใจจริงๆ หรือว่าสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้คือความรัก หรือมันเป็นแค่ความหลงใหล”

04 Housing Tarot

ผู้ผลิต : California Rail Map

วาดโดย : Alfred Twu

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ไพ่ชุดนี้เป็นชุดที่เล็งมานาน แต่ไม่มีโอกาสซื้อสักที เพราะเป็นไพ่ที่ขายเมืองนอกและไม่มีคนนำเข้า จนสุดท้ายเราสั่งซื้อเข้ามาเอง จุดเด่นของไพ่นี้คือสถานที่ แม้ว่าไพ่ทาโรต์จะมีพื้นฐานอ่านได้ว่าหมายถึงสถานที่แบบไหน แต่ไพ่ชุดนี้กลับทำให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ยกตัวอย่างไพ่ The Tower ที่หมายถึงการทลายโครงสร้างดั้งเดิม การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน คนวาดก็สื่อความหมายผ่านภาพการประท้วง ไพ่ชุดนี้จึงสนุก เพราะได้แสดงศักยภาพการตีความของมนุษย์อีกด้วย” 

05 The Mystery Tarot (2021)

ผู้ผลิต : Quarter Press

ออกแบบและวาดโดย : Chris Smith

ไพ่ที่สร้างจากการ์ตูน Disney เรื่อง Gravity Falls (2012 – 2014)

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“เป็นไพ่ที่วาดและสร้างมาจากการ์ตูนเรื่อง Gravity Falls ของดิสนีย์ ข้อดีของไพ่ชุดนี้คือ แม้ว่าเราไม่เคยดูการ์ตูนเรื่องนี้ก็สามารถตีความได้ เพราะตัวละครทำท่าทางเหมือนไพ่ชุดคลาสสิก แต่หากเรารู้พื้นฐานของการ์ตูนไปด้วย จะทำให้ตีความไพ่ได้ดียิ่งขึ้น ที่เลือกสำรับนี้มาเพราะอยากบอกคนอื่นว่า เวลาจะใช้ไพ่ที่มีพื้นฐานมาจากการ์ตูนหรือมีเนื้อเรื่องมาแล้ว ควรศึกษาต้นฉบับและศึกษาตัวละครก่อน มันจะทำให้คุณตีความหมายของไพ่ได้ดีขึ้น” 

06 Decameron Tarot (2003)

ผู้ผลิต : Lo Scarabeo

ออกแบบและวาดโดย : Giacinto Gaudenzi

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“อันนี้ใครมาเห็นอาจจะมองว่าไม่แปลกเท่าไหร่ แต่เรามองว่าแปลกมาก ตอนเห็นไพ่ชุดนี้ครั้งแรกตกใจเล็กน้อย (หัวเราะ) เพราะมันมีความ 18+ อย่างชัดเจน โจ่งครึ้ม ที่สร้างมาจากหนังสือรวมเรื่องสั้นท้าทายศีลธรรมเรื่อง The Decameron โดย Giovanni Boccaccio นักเขียนชาวอิตาเลียนสมัยศตวรรษที่ 14 งานเขียนนี้ก็จะพูดถึงเรื่องของคนที่ใช้ชีวิตทั่วไป ไม่สนใจกรอบขนบของศีลธรรมใดๆ รวมถึงเรื่องเพศที่ถูกโยนออกนอกประตูไปเลย ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้ตามใจชอบ ได้แบบเต็มที่ ไพ่ที่ออกมาเลยไม่มีการเซ็นเซอร์ใดๆ

“เราจะเห็นเลยว่ามันโจ๋งครึ่มมาก ไม่มีการเซ็นเซอร์ มันเลยทำให้เรารู้สึกว่า ไพ่มันมาทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ แม้ว่าไพ่สำรับนี้ไม่ใช่ชุดแรกที่พูดถึงเรื่อง 18+ แต่ชุดอื่นที่เราเคยเห็นมันไม่ได้เห็นอวัยะ หรือฉากร่วมรักแบบอล่างฉ่างแบบนี้ จะออกแนวศิลปะนู้ดๆ มากกว่า ไม่ก็ปิดนั่นปิดนี่ แต่ไพ่นี้ไม่สน เปิดเลย (หัวเราะ) “

07 Food Fortunes (2016)

ผู้ผลิต : Chronicle Books

ออกแบบและวาดโดย : Josh LaFayette

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“อันนี้ผมมองว่าเป็นไพ่ที่แปลกมาก เขามีชื่อ ว่า Food Fortunes หลักๆ เป็นไพ่ธีมอาหารจากทั่วโลก เช่น อาหารญี่ปุ่น อาหารจีน อาหารอินเดีย และอาหารกรีก ภาพหน้าไพ่เป็นแนว Parody RWS ไพ่ชุดใหญ่มียี่สิบสองใบ เป็นอาหารจำพวกของกินที่ขาดไม่ได้ ส่วนไพ่ชุดเล็กมีห้าสิบหกใบ จะแบ่งเป็นสี่กลุ่ม กลุ่มละสิบสี่ใบ แบ่งเป็นอาหารจานหลัก (Mains) เครื่องเคียง (Slides) ของหวาน (Sweet) และเครื่องดื่ม (Drinks)

“มีสินค้าของไทยอยู่ด้วยนะครับไพ่ชุดนี้” คุณภูมิพูดพร้อมกับหยิบไพ่รูปวาดซอสพริกศรีราชาออกมา และบอกกับเราว่าอยากนำเสนอใบนี้มากๆ ส่วนไพ่ที่เราเห็นอยู่ผ่านการโมตัดขอบเรียบร้อยแล้ว

 “มีคนเคยถามผมเหมือนกันว่าไพ่ชุดนี้มีไว้สำหรับอะไร เพราะมันนำไปเทียบกับไพ่ทาโรต์ตัวหลักไม่ได้ คนที่นำไปใช้นอกจากสะสมแบบผมแล้ว เขาก็นำไปปรับใช้ เช่น เวลาออกไปกินข้าวกับลูกค้า กับหัวหน้า วันนี้ต้องกินอาหารประเทศไหน ถึงจะทำให้การเจรจาธุรกิจราบรื่น หรือเดทแรกควรไปกินอะไร”

08 จาตุมหาราชทาโรต์ (4 Heavenly Kings Tarot) (2011)

ผู้ผลิต : Line Art Planning

ออกแบบโดย : วิโรจน์ ตั้งฑัตสวัสดิ์ และ ดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

 “ไพ่ชุดนี้ที่เลือกมาเพราะไพ่อ้างอิงกับพระจตุมหาราชหรือจตุโลกบาล ตามความเชื่อของ ไตรภูมิพระร่วง ที่นำโครงสร้างจากไพ่ชุดพื้นฐานมาเชื่อมโยงกับจตุโลกบาลทั้งสี่แบบ จุดที่ทำให้สนใจจริงๆ คือหน้าไพ่ที่ออกแบบมาเหมือนกับจิตรกกรรมฝาผนัง ตรงโครงสร้างของไพ่อ้างอิงมาจากไพ่ชุดคลาสสิก แต่สำรับนี้เขาเปลี่ยนตัวละคร เปลี่ยนสิ่งของต่างๆ ให้กลายเป็นภาพจิตรกรรมผนังแบบไทยๆ

“แล้วก็เช่นเคย ไพ่สำรับนี้แต่เดิมมันมีขอบอยู่ แต่ผ่านการโมเรียบร้อยแล้ว บางคนอาจจะรู้สึกไม่ชอบที่เราโมตัดขอบออก เพราะจะส่งผลต่อราคาไพ่ได้ และบอกไม่ได้ว่าเป็นไพ่รุ่นไหน เนื่องจากมีหลายเวอร์ชัน แต่ละเวอร์ชันมีราคาแตกต่างกันไป เช่น เวอร์ชันที่ขอบเป็นทองแท้และขอบเงิน แต่ส่วนตัวเราไม่ชอบเลยตัดออก เพราะเป็นของสะสม ไม่คิดจะปล่อยต่ออยู่แล้ว เลยเลือกทำไพ่ในแบบที่เราชอบดีกว่า”

09 The Tarot of Loka (2014)

ผู้ผลิต : River Horse

ออกแบบโดย : Alessio Cavatore

วาดโดย : Pete Borlace

แลกเปลี่ยนมุมมองงานเขียนผ่านภาษาไพ่กับ ‘ภูมิ น้ำวล’ นักสะสมไพ่ทาโรต์และเจ้าของเพจ ‘ไพ่เราเผาเรื่อง’ เพจที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาษาของไพ่

“ความแปลกของไพ่สำรับนี้คือ ปกติแล้วไพ่ทาโรต์เคยมีที่มาจากไพ่ป๊อก แต่ไพ่ชุดนี้กลับนำตัวเอกของไพ่ป๊อก เช่น แจ็ก แหม่ม คิง มาเป็นหน้าไพ่ และมีดอกต่างๆ ร่วมด้วย ที่สำคัญคือ ไพ่สำรับนี้ออกแบบมาให้มองกลับด้านได้

“ที่สำคัญคือ ไพ่ชุดนี้มีกติการของตัวเอง ใช้ทำนายได้ และนำไปเล่นเกมได้ ผู้ออกแบบไพ่ชุดนี้คือ Alessio Cavatore เป็นนักออกแบบคิดค้นบอร์ดเกมชื่อดังต่างๆ เช่น Warhammer และ King of War”

Writer

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load