เชฟก้อง-ก้องวุฒิ ชัยวงศ์ขจร เป็นทั้งเชฟและนักดนตรี นอกจากมุมของเชฟที่ทำอาหารแบบล้านนาในรูปแบบไฟน์ไดนิ่ง จนมีคนยอมบินไปชิมรสมือและฟังเรื่องเล่าของเขาถึงเชียงรายแล้ว 

อีกมุมหนึ่งที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้ คือเขาเป็นคนที่คลั่งไคล้ดนตรีและเครื่องดนตรี โดยเฉพาะเครื่องดนตรีที่ทำจากไม้ อย่างเช่นกีตาร์ หรือเครื่องดนตรีไทยอย่างขลุ่ยไม้

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

ความพิเศษคือเชฟก้องเป็นคนรักไม้ เข้าใจไม้ เลยอยากเก็บไม้หายากต่างๆ ไว้ในรูปแบบขลุ่ย เรื่องราวการได้ไม้หายากแต่ละชนิดมา บางชิ้นไม่ต้องตามหา แต่ได้มาด้วยความน่าประหลาดใจ บางชิ้นเป็นไม้ที่มีคุณสมบัติพิเศษจนอยากให้มันกลายเป็นขลุ่ย เพราะมีคุณสมบัติของไม้ที่ดี ประกอบกับฝีมือของช่างขลุ่ยระดับครู ที่เป็นคนแปลงไม้หายากให้เป็นขลุ่ยชนิดพิเศษ ทำให้ขลุ่ยแต่ละเลาฝังแน่นไปด้วยเรื่องราวในเนื้อไม้และมีความงดงามเฉพาะตัว 

คนรักไม้

เชฟก้องเล่าว่า เขาชอบไม้ตั้งแต่เด็กอย่างไม่มีเหตุผล ตอนเด็กเขานั่งอ่านหนังสือไม้ประเภทต่างๆ เล่น พอมาเล่นดนตรีสากลเชฟก้องเลือกเล่นเบสและกีตาร์ อุปกรณ์ที่มีส่วนประกอบของไม้ 

“ผมเป็นคนที่เข้าใจว่าถ้าเสียงไม้แบบนี้ บวกไม้แบบนี้ เสียงน่าจะออกมาประมาณนี้นะ ผมซื้อเบส ซื้อกีตาร์จากไม้ 

“เคยมีคนโพสต์ขายกีตาร์ตัวหนึ่ง ผมเห็นลายไม้แล้วผมโทรไปจองเลย ลายไม้ที่ว่าไม่ใช่สวยหรือไม่สวยนะ แต่ผมเห็นแนวของการตัดไม้ของกีตาร์ตัวนั้นว่าเขาตัดทางไหน พอเห็นว่าเขาตัดตามขวางของลายไม้ผมรีบโทรไปเลย มีเงินหรือเปล่ายังไม่รู้ แต่ทำทุกอย่างให้มันมาเป็นของผมให้ได้ (หัวเราะ)”

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

เขาอธิบายให้ฟังง่ายๆ ว่า วัตถุที่มีมวลหนาแน่นจะนำเสียงให้กังวานกว่าชัดเจน เช่นเหล็กย่อมดีกว่าไม้ แต่การตัดไม้ ไม้แข็งย่อมดีกว่าไม้อ่อน แล้วถ้าตัดตามลายไม้ เนื้อไม้จะอ่อนมากและหักง่าย ถ้าตัดตามแนวขวาง ไม้ชิ้นนั้นจะแกร่งและให้ความกังวานได้มากกว่า

“แต่การตัดไม้ตามลายขวาง แปลว่าไม้ชิ้นนั้นต้องชิ้นใหญ่มาก ผมเห็นคอกีตาร์ตัวนั้นแล้วชอบเลย ที่ดูคอเพราะว่าเราเล่นกีตาร์ที่คอ ไม้เนื้อแน่นดีเฉยๆ ก็ดังกว่าแน่ๆ” เชฟก้องเล่าให้เห็นภาพราวกับหั่นเนื้อสัตว์

รักดนตรี

น้อยคนรู้ว่าเชฟก้องเป็นนักดนตรี และน้อยคนที่จะรู้ว่านอกจากดนตรีสากล เชฟก้องยังหลงใหลดนตรีไทยมาตั้งแต่เด็ก

 “ก่อนเล่นดนตรีทั้งหมด ผมเล่นดนตรีไทยมาก่อน ผมตีกลองแขก ฆ้องวงกับซอ ตอนหลังก็เริ่มเล่นขลุ่ย รู้สึกผูกพันกับเครื่องดนตรีไทยมาก ตอนแรกเราก็เริ่มต้นด้วยขลุ่ยพีวีซี พอโตขึ้น ทำงาน มีเงินเราก็ซื้อขลุ่ยให้ตัวเอง” เชฟก้องเล่าว่าเขาชอบสะสมขลุ่ยพอๆ กับกีตาร์ 

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

ที่บ้านของเขามีห้องเก็บกีตาร์โดยเฉพาะและมีหิ้งสำหรับเก็บขลุ่ย

ใช่แล้ว ขลุ่ยเป็นของขึ้นหิ้งสำหรับเขา 

หากใครเคยมีโอกาสไปที่ร้าน Locus ของเขาที่เชียงราย น่าจะเคยสังเกตเห็นหิ้งวางขลุ่ยตั้งอยู่ในร้าน

ขลุ่ย 6 เลาถูกวางเรียงอย่างมีลำดับ 3 ใน 6 เลาเป็นขลุ่ยสีดำขลับ แปะทอง และมีที่มาที่ไม่ธรรมดา

พญาไม้

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“คนสมัยก่อนเวลาปลูกบ้าน เขาต้องปลูกต้นไม้ที่เรียกว่าพญาไม้ไว้หน้าบ้านด้วย พญาไม้หรือขุนไม้เป็นนายของไม้ทั้งหมด เวลาสร้างบ้านไม่รู้ว่าที่มาของไม้มาจากไหนบ้าง ความเชื่อว่าในไม้มีผู้ดูแลยังมีอยู่ เขาเลยเชื่อกันว่าให้ปลูกพญาไม้เพื่อข่มกันไว้

“พญาไม้เป็นไม้ยืนต้น แปลกตรงที่ไม่มีใจไม้ ใบก็แปลก ไม่มีเส้นใบ ในแสนต้นจะมีสักต้นหนึ่งที่มีใจไม้ แล้วถ้าต้นไหนมีใจไม้ก็ขนาดไม่ใหญ่มาก

“ผมมีขลุ่ยอยู่สามเลาที่ทำมาจากใจไม้ของพญาไม้ และเป็นใจไม้ของต้นเดียวกันด้วย

ใจไม้ทั้ง 3 ชิ้นที่มาจากต้นเดียวกันนี้แยกกันอยู่ 3 ที่ 3 จังหวัด กับพระ 3 รูป แต่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบขลุ่ย ไม้ทั้ง 3 ชิ้นใช้เป็นไม้สำหรับเคาะให้พรของพระที่อยู่ทางภาคใต้ทั้ง 3 วัด

“ที่รู้เพราะครูของผมเป็นคนนำไม้ไปถวายเอง เมื่อเวลาผ่านไปพระท่านก็ให้กลับคืนมา บอกให้เอาไปใช้ให้เป็นประโยชน์ เลยกลายเป็นขลุ่ยทั้งสามเลานี้”

ครูขลุ่ย

“ผมเจอครูรุ่งด้วยเหตุการณ์ค่อนข้างประหลาด” เชฟก้องเกริ่นขึ้นมาอย่างน่าสนใจ

“ผมไปเจอขลุ่ยเลาหนึ่งที่คนตาบอดขาย ได้ยินเสียงแล้วเสียงดี เนื้อไม้ก็สวย เลยขอเบอร์เขาไว้ บอกว่าเดี๋ยววันหนึ่งจะขอไปดูขลุ่ยที่บ้าน แล้วผมก็ตามไปที่บ้านเขา ผมก็ถามเขาว่า ใครเป็นคนทำขลุ่ย เลยได้รู้มาว่าชื่อครูรุ่ง

“ผมซื้อมาแล้ววันหนึ่งมันเกิดแตกร้าว แล้วขลุ่ยแตกขลุ่ยร้าวเขาถือกัน ต้องซ่อม ผมโทรถามคนขายว่าอยากติดต่อครูรุ่งเพื่อจะให้ซ่อมขลุ่ยให้ เลยได้รู้จักกับครู แกเป็นคนใต้ แต่มามีครอบครัวอยู่ที่เชียงราย เป็นคนสันโดษ 

“ผมชอบไปที่บ้านครู ไปหา ไปนั่งดูไม้ ดูของ บ้านแกมีขลุ่ยเป็นพันๆ เลาเรียงกันเต็มไปหมด แต่มีอยู่หนึ่งเลาที่ผมหยิบขึ้นมา ถามครูว่าเลานี้คือของใคร

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“ครูถามผมว่า ทำไมถึงเลือกขลุ่ยเลานี้ขึ้นมา ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน แล้วครูก็บอกว่าให้เอาขลุ่ยนี้ไปเลย เพราะครูเป็นคนที่ไม่เก็บ ไม่ถือว่าอะไรเป็นของแก” เชฟก้องเล่าที่มาของขลุ่ยพญาไม้เลาแรกที่ได้มา 

หลังจากนั้นครูรุ่งก็บอกให้เชฟก้องมารับขลุ่ยอีก 2 เลากลับไปด้วยให้อยู่ด้วยกันทั้ง 3 เลา พร้อมกับยังให้ขลุ่ยอีก 3 เลาที่ทำขึ้นจากไม้ต่างชนิดกันมาด้วย

คือไม้พะยูง ไม้ตาเสือ และไม้งิ้วดำตัวเมีย แล้วบอกให้เชิญขึ้นหิ้ง พร้อมเคล็ดการวางบนหิ้งโดยให้ขลุ่ยพญาไม้ 3 เลาวางด้านบน ไม้พะยูงวางลำดับถัดมาเพื่อพยุง ค้ำจุน ตามชื่อ ตาเสือให้ป้องกันเภทภัย ส่วนงิ้วดำตัวเมียเขาจะแบ่งไม้เป็นเพศ ไม้นี้เป็นเพศเมีย เลยจะให้ความงดงาม ความอ่อนช้อย เป็นศิลปะ ครูบอกว่าขลุ่ยเหล่านี้เหมาะเอาไว้บูชา

ไม้เป็นขลุ่ย

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“ผมเป็นคนชอบไม้ แต่ถ้าเก็บไว้เฉยๆ ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร พอมาเก็บไม้เก่าในรูปแบบขลุ่ย เราก็เป็นคนดนตรี ชอบเครื่องดนตรีอยู่แล้ว มันก็เลยเหมือนได้ประโยชน์ทั้งสองอย่าง” เชฟก้องเล่าเหตุผลที่ทำให้เขาเก็บของสะสมที่ได้มาแต่ละชิ้น

ไม้แต่ละชนิดที่เชฟก้องสะสมและเอาไปให้ครูรุ่งทำเป็นขลุ่ยให้ล้วนแต่เป็นไม้เก่า บางท่อนเป็นไม้ที่มันถูกฝังอยู่ในดิน บางท่อนก็เคยเป็นขาเก้าอี้ก็มี ไม้บางชนิดไม่มีอีกแล้ว เชฟก้องสะสมขลุ่ยที่ทำจากไม้หลายชนิดนับไม่ถ้วน 

เขาเลือกบางเลาที่เขามีเรื่องราวผูกพันมาเล่าให้ฟัง

01

ขลุ่ยไม้พะยูงแดง

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

ขลุ่ย 3 เลาแรกเป็นขลุ่ยที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงแล้ว เป็นขลุ่ยที่ครูรุ่งทำถวาย ท่านพระองค์ท่านทรงขลุ่ยแล้วก็ประทานกลับคืนมาให้ครูรุ่ง ครูรุ่งก็เป็นคนไม่เก็บของ เลยส่งต่อมาถึงผม 

ผมไม่เคยได้ยินเสียงของเลานี้เลย เพราะกรมสมเด็จพระเทพฯ ท่านทรงแล้ว ผมเก็บเอาไว้จะไม่เป่า เก็บไว้บูชา 

ผมถือว่าขลุ่ยทุกเลามีครู แล้วเป็นขลุ่ยที่เป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินทรงผมก็เก็บเอาไว้เพื่อความเป็นมงคล

ลวดลายของขลุ่ยเลานี้ถือว่าสุดยอดมาก มีหลายสีมาก เหลือง ม่วง แดง ดำ มันอยู่ในท่อนเดียวกันหมด 

เป็นขลุ่ยเพียงออไทยแท้ เลาใหญ่มาก เมื่อก่อนคนเขาพกขลุ่ยไปนาไปไร่กัน เขาใช้เป็นอาวุธกันได้ด้วยนะ หัวขลุ่ยมันหนักมาก ใช้ตี ใช้ฟาดกันได้เลย

02

ขลุ่ยไม้พญางิ้วดำรัดเขาควาย

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“เลานี้เป็นเลาแรกที่ผมเก็บเงินซื้อเอง เขาเรียกว่าพญางิ้วดำรัดเขาควาย พญางิ้วดำคือชื่อของไม้ สีดำสนิท ส่วนขาวๆ ที่รัดอยู่เขาเรียกเขาควาย จริงๆ แล้วมันเป็นกระดูก แต่เมื่อก่อนเขาอาจจะใช้เขาควาย หรือไม่ถ้าคนเก็บแบบหรูหราหน่อยก็จะใช้งาช้าง แต่ผมไม่สนับสนุนการใช้งาช้าง”

“เลานี้ทำโดยช่างทำขลุ่ยจากชุมชนบ้านลาว แถวเชิงสะพานพุทธ ต้องขอเล่าด้วยว่า เมื่อก่อนชุมชนบ้านลาวถือว่าเป็นศูนย์กลางของการทำขลุ่ย มีช่างทำขลุ่ยฝีมือดีอยู่ที่นี่ ขลุ่ยเทลายปรอทถือเป็นขลุ่ยที่มีชื่อเสียงของบ้านลาว เขาเอาไม้รวกมาเทปรอทร้อนเป็นลาย อันตรายต่อสุขภาพคนทำมาก ต้องดมปรอทอยู่ตลอด

“ใครที่มีถือขลุ่ยแบบนี้ต้องถือว่าสุดยอดมากแล้ว เพราะตอนนี้น่าจะไม่มีใครทำแล้ว”

03

ขลุ่ยเพียงออ ไม้มะขามโปร่งฟ้า

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“ไม้ที่ทำขลุ่ยนี้คือแก่นของต้นมะขามโปร่งฟ้า เป็นมะขามที่ยืนต้นตายพราย ขลุ่ยเลานี้หนักมืออย่างเห็นได้ชัด เสี้ยนไม้คล้ายๆ กับเสี้ยนต้นปาล์ม ถ้าดูลายจะเห็นว่าเป็นการตัดขวางลาย เนื้อแน่น เสียงกังวาน หัวท้ายก็เลี่ยมด้วยเงินแกะลาย”

04

ขลุ่ยไม้ Vite Licknum

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“ขลุ่ยเลานี้ทำขึ้นจากไม้ที่ชื่อว่า Vite Licknum จากอาร์เจนตินา เป็นไม้ที่มีมวลเนื้อไม้แข็งเป็นอันดับสองของโลกรองจาก Ironwood 

“ผมเอามาให้ครูรุ่งลองทำเป็นขลุ่ย สิ่งที่ครูรุ่งบอกมาคือ ไม้นี้กระดาษทรายยังขัดไม่เข้า และไม้มันจะเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ตอนที่ผมเพิ่งได้ไม้มาใหม่ๆ มันยังเป็นสีเขียว ตอนนี้มันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง

“เสียงมันหนักแน่นและพุ่ง ขลุ่ยเลานี้เป่าเพลงเร็วจะสนุก สู้กับวงได้ แต่ถ้าเล่นเพลงช้าหรือเพลงที่มีอารมณ์เศร้าๆ ก็ต้องเลือกเลาอื่นแทน”

05

ขลุ่ยไม้คชสารประดู่

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“เลานี้ผมเลือกใช้สำหรับเป่าเพลงช้า เสียงมันเบา ลอย เรียกว่าคชสารประดูหรือประดู่ตอช้าง ขลุ่ยเลานี้มาจากตอประดู่ ไม่ใช่ต้นประดู่นะครับ เป็นตอไม้ เวลาเขาผูกช้าง เขาจะผูกไว้กับตอไม้ แล้วเวลาเขาจะทำที่ใหม่เขาก็จะเอารถขุดขุดเอาตอขึ้นมา

“ลักษณะไม้ชิ้นนี้มันจะมีปุ่มไม้ เขามีความเชื่อว่ามันเกิดจากโซ่ช้างที่รั้งไปรั้งมาทำให้เกิดลายไม้เบี้ยวๆ แต่นั่นคือความเชื่อ 

“ที่จริงแล้วไม้ที่เกิดปุ่มคือไม้ที่ติดเชื้อ แทนที่จะโตออกข้างนอก มันดันโตเข้าข้างใน มันก็เลยก็เป็นความขดม้วน สิ่งนี้เป็นความผิดปกติของไม้ แต่คนเห็นว่าเป็นความสวยงาม

“ไม้แบบนี้เขาจะเรียกว่า Burl Wood ผมเป็นคนที่ชอบไม้ลักษณะนี้เป็นพิเศษ แอฟริกาก็มีไม้ลักษณะใกล้เคียงกันชื่อ Curly Bubinga Wood”

06

ขลุ่ยไม้พญางิ้วดำเสี้ยนทอง

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“ไม้ชิ้นนี้เป็นไม้ชิ้นเดียวกันกับขลุ่ยของกรมสมเด็จพระเทพฯ ครูรุ่งเคยถวายขลุ่ยพญางิ้วดำเสี้ยนทองถวายให้กับพระองค์ท่าน ไม้ท่อนที่ทำขลุ่ยชิ้นนี้ก็เป็นไม้จากท่อนเดียวกันที่ครูรุ่งทำขึ้นอีกเลาหนึ่งให้ผมเก็บไว้

“ขลุ่ยเพียงออเลานี้ในทางการเล่นเพลง ผมเรียกว่ามันมีพิษสงเยอะ แต่มันมีบางอย่างในสุ้มเสียงที่ผมอธิบายไม่ได้ ถ้าเป็นคนที่เป่าขลุ่ยถึงจะเข้าใจ ต้องเล่นแล้วถึงจะรู้สึก เสียงมีเสน่ห์ และคนฟังฟังสนุกกว่าคนเป่า

“ผมมีพญางิ้วดำอยู่หลายเลา เลาหนึ่งอยู่บนหิ้งที่ร้าน เป็นพญางิ้วดำตัวเมีย ส่วนที่บ้านก็จะมีพญางิ้วดำเสี้ยนทองเลานี้ แล้วก็พญางิ้วดำตัวเมียอีกเลา ที่ผมให้ลูก เพราะลูกสาวผมเลือกเลานี้เอง แล้วถือไม่ยอมปล่อย อีกเลาเป็นพญางิ้วดำธรรมดา”

07

ขลุ่ยไม้มะริดและพะยูงแดง

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“ขลุ่ยเลานี้เป็นขลุ่ยคีย์สากล ทำจากไม้มะริดที่ผมไม่เคยมีมาก่อน หามานานมาก จนสุดท้ายก็ได้มา เสียงโปร่งมาก ขลุ่ยแบบนี้ต้องเป่าหน้าหนาว นั่งข้างทุ่งนาจะสบายสุดๆ เลยครับ 

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“ส่วนอีกเลาคือไม้พะยูงแดง เหมือนพะยูงที่ไว้บนหิ้งที่ร้าน ผมเจอมาพร้อมกับเลาที่เป็นไม้มะริด เลยขอซื้อมาไว้ให้ลูก ผมมีขลุ่ยที่เก็บไว้ให้ลูก มีทุกแบบ ขลุ่ยคีย์สากล ขลุ่ยไทยแท้มีครบ เผื่อสักวันหนึ่งเขาอยากจะลองเริ่มหัดเล่น”

เชฟก้อง-ก้องวุฒิ ชัยวงศ์ขจร เป็นทั้งเชฟและนักดนตรี นอกจากมุมของเชฟที่ทำอาหารแบบล้านนาในรูปแบบไฟน์ไดนิ่ง จนมีคนยอมบินไปชิมรสมือและฟังเรื่องเล่าของเขาถึงเชียงรายแล้ว 

อีกมุมหนึ่งที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้ คือเขาเป็นคนที่คลั่งไคล้ดนตรีและเครื่องดนตรี โดยเฉพาะเครื่องดนตรีที่ทำจากไม้ อย่างเช่นกีตาร์ หรือเครื่องดนตรีไทยอย่างขลุ่ยไม้

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

ความพิเศษคือเชฟก้องเป็นคนรักไม้ เข้าใจไม้ เลยอยากเก็บไม้หายากต่างๆ ไว้ในรูปแบบขลุ่ย เรื่องราวการได้ไม้หายากแต่ละชนิดมา บางชิ้นไม่ต้องตามหา แต่ได้มาด้วยความน่าประหลาดใจ บางชิ้นเป็นไม้ที่มีคุณสมบัติพิเศษจนอยากให้มันกลายเป็นขลุ่ย เพราะมีคุณสมบัติของไม้ที่ดี ประกอบกับฝีมือของช่างขลุ่ยระดับครู ที่เป็นคนแปลงไม้หายากให้เป็นขลุ่ยชนิดพิเศษ ทำให้ขลุ่ยแต่ละเลาฝังแน่นไปด้วยเรื่องราวในเนื้อไม้และมีความงดงามเฉพาะตัว 

คนรักไม้

เชฟก้องเล่าว่า เขาชอบไม้ตั้งแต่เด็กอย่างไม่มีเหตุผล ตอนเด็กเขานั่งอ่านหนังสือไม้ประเภทต่างๆ เล่น พอมาเล่นดนตรีสากลเชฟก้องเลือกเล่นเบสและกีตาร์ อุปกรณ์ที่มีส่วนประกอบของไม้ 

“ผมเป็นคนที่เข้าใจว่าถ้าเสียงไม้แบบนี้ บวกไม้แบบนี้ เสียงน่าจะออกมาประมาณนี้นะ ผมซื้อเบส ซื้อกีตาร์จากไม้ 

“เคยมีคนโพสต์ขายกีตาร์ตัวหนึ่ง ผมเห็นลายไม้แล้วผมโทรไปจองเลย ลายไม้ที่ว่าไม่ใช่สวยหรือไม่สวยนะ แต่ผมเห็นแนวของการตัดไม้ของกีตาร์ตัวนั้นว่าเขาตัดทางไหน พอเห็นว่าเขาตัดตามขวางของลายไม้ผมรีบโทรไปเลย มีเงินหรือเปล่ายังไม่รู้ แต่ทำทุกอย่างให้มันมาเป็นของผมให้ได้ (หัวเราะ)”

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

เขาอธิบายให้ฟังง่ายๆ ว่า วัตถุที่มีมวลหนาแน่นจะนำเสียงให้กังวานกว่าชัดเจน เช่นเหล็กย่อมดีกว่าไม้ แต่การตัดไม้ ไม้แข็งย่อมดีกว่าไม้อ่อน แล้วถ้าตัดตามลายไม้ เนื้อไม้จะอ่อนมากและหักง่าย ถ้าตัดตามแนวขวาง ไม้ชิ้นนั้นจะแกร่งและให้ความกังวานได้มากกว่า

“แต่การตัดไม้ตามลายขวาง แปลว่าไม้ชิ้นนั้นต้องชิ้นใหญ่มาก ผมเห็นคอกีตาร์ตัวนั้นแล้วชอบเลย ที่ดูคอเพราะว่าเราเล่นกีตาร์ที่คอ ไม้เนื้อแน่นดีเฉยๆ ก็ดังกว่าแน่ๆ” เชฟก้องเล่าให้เห็นภาพราวกับหั่นเนื้อสัตว์

รักดนตรี

น้อยคนรู้ว่าเชฟก้องเป็นนักดนตรี และน้อยคนที่จะรู้ว่านอกจากดนตรีสากล เชฟก้องยังหลงใหลดนตรีไทยมาตั้งแต่เด็ก

 “ก่อนเล่นดนตรีทั้งหมด ผมเล่นดนตรีไทยมาก่อน ผมตีกลองแขก ฆ้องวงกับซอ ตอนหลังก็เริ่มเล่นขลุ่ย รู้สึกผูกพันกับเครื่องดนตรีไทยมาก ตอนแรกเราก็เริ่มต้นด้วยขลุ่ยพีวีซี พอโตขึ้น ทำงาน มีเงินเราก็ซื้อขลุ่ยให้ตัวเอง” เชฟก้องเล่าว่าเขาชอบสะสมขลุ่ยพอๆ กับกีตาร์ 

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

ที่บ้านของเขามีห้องเก็บกีตาร์โดยเฉพาะและมีหิ้งสำหรับเก็บขลุ่ย

ใช่แล้ว ขลุ่ยเป็นของขึ้นหิ้งสำหรับเขา 

หากใครเคยมีโอกาสไปที่ร้าน Locus ของเขาที่เชียงราย น่าจะเคยสังเกตเห็นหิ้งวางขลุ่ยตั้งอยู่ในร้าน

ขลุ่ย 6 เลาถูกวางเรียงอย่างมีลำดับ 3 ใน 6 เลาเป็นขลุ่ยสีดำขลับ แปะทอง และมีที่มาที่ไม่ธรรมดา

พญาไม้

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“คนสมัยก่อนเวลาปลูกบ้าน เขาต้องปลูกต้นไม้ที่เรียกว่าพญาไม้ไว้หน้าบ้านด้วย พญาไม้หรือขุนไม้เป็นนายของไม้ทั้งหมด เวลาสร้างบ้านไม่รู้ว่าที่มาของไม้มาจากไหนบ้าง ความเชื่อว่าในไม้มีผู้ดูแลยังมีอยู่ เขาเลยเชื่อกันว่าให้ปลูกพญาไม้เพื่อข่มกันไว้

“พญาไม้เป็นไม้ยืนต้น แปลกตรงที่ไม่มีใจไม้ ใบก็แปลก ไม่มีเส้นใบ ในแสนต้นจะมีสักต้นหนึ่งที่มีใจไม้ แล้วถ้าต้นไหนมีใจไม้ก็ขนาดไม่ใหญ่มาก

“ผมมีขลุ่ยอยู่สามเลาที่ทำมาจากใจไม้ของพญาไม้ และเป็นใจไม้ของต้นเดียวกันด้วย

ใจไม้ทั้ง 3 ชิ้นที่มาจากต้นเดียวกันนี้แยกกันอยู่ 3 ที่ 3 จังหวัด กับพระ 3 รูป แต่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบขลุ่ย ไม้ทั้ง 3 ชิ้นใช้เป็นไม้สำหรับเคาะให้พรของพระที่อยู่ทางภาคใต้ทั้ง 3 วัด

“ที่รู้เพราะครูของผมเป็นคนนำไม้ไปถวายเอง เมื่อเวลาผ่านไปพระท่านก็ให้กลับคืนมา บอกให้เอาไปใช้ให้เป็นประโยชน์ เลยกลายเป็นขลุ่ยทั้งสามเลานี้”

ครูขลุ่ย

“ผมเจอครูรุ่งด้วยเหตุการณ์ค่อนข้างประหลาด” เชฟก้องเกริ่นขึ้นมาอย่างน่าสนใจ

“ผมไปเจอขลุ่ยเลาหนึ่งที่คนตาบอดขาย ได้ยินเสียงแล้วเสียงดี เนื้อไม้ก็สวย เลยขอเบอร์เขาไว้ บอกว่าเดี๋ยววันหนึ่งจะขอไปดูขลุ่ยที่บ้าน แล้วผมก็ตามไปที่บ้านเขา ผมก็ถามเขาว่า ใครเป็นคนทำขลุ่ย เลยได้รู้มาว่าชื่อครูรุ่ง

“ผมซื้อมาแล้ววันหนึ่งมันเกิดแตกร้าว แล้วขลุ่ยแตกขลุ่ยร้าวเขาถือกัน ต้องซ่อม ผมโทรถามคนขายว่าอยากติดต่อครูรุ่งเพื่อจะให้ซ่อมขลุ่ยให้ เลยได้รู้จักกับครู แกเป็นคนใต้ แต่มามีครอบครัวอยู่ที่เชียงราย เป็นคนสันโดษ 

“ผมชอบไปที่บ้านครู ไปหา ไปนั่งดูไม้ ดูของ บ้านแกมีขลุ่ยเป็นพันๆ เลาเรียงกันเต็มไปหมด แต่มีอยู่หนึ่งเลาที่ผมหยิบขึ้นมา ถามครูว่าเลานี้คือของใคร

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“ครูถามผมว่า ทำไมถึงเลือกขลุ่ยเลานี้ขึ้นมา ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน แล้วครูก็บอกว่าให้เอาขลุ่ยนี้ไปเลย เพราะครูเป็นคนที่ไม่เก็บ ไม่ถือว่าอะไรเป็นของแก” เชฟก้องเล่าที่มาของขลุ่ยพญาไม้เลาแรกที่ได้มา 

หลังจากนั้นครูรุ่งก็บอกให้เชฟก้องมารับขลุ่ยอีก 2 เลากลับไปด้วยให้อยู่ด้วยกันทั้ง 3 เลา พร้อมกับยังให้ขลุ่ยอีก 3 เลาที่ทำขึ้นจากไม้ต่างชนิดกันมาด้วย

คือไม้พะยูง ไม้ตาเสือ และไม้งิ้วดำตัวเมีย แล้วบอกให้เชิญขึ้นหิ้ง พร้อมเคล็ดการวางบนหิ้งโดยให้ขลุ่ยพญาไม้ 3 เลาวางด้านบน ไม้พะยูงวางลำดับถัดมาเพื่อพยุง ค้ำจุน ตามชื่อ ตาเสือให้ป้องกันเภทภัย ส่วนงิ้วดำตัวเมียเขาจะแบ่งไม้เป็นเพศ ไม้นี้เป็นเพศเมีย เลยจะให้ความงดงาม ความอ่อนช้อย เป็นศิลปะ ครูบอกว่าขลุ่ยเหล่านี้เหมาะเอาไว้บูชา

ไม้เป็นขลุ่ย

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“ผมเป็นคนชอบไม้ แต่ถ้าเก็บไว้เฉยๆ ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร พอมาเก็บไม้เก่าในรูปแบบขลุ่ย เราก็เป็นคนดนตรี ชอบเครื่องดนตรีอยู่แล้ว มันก็เลยเหมือนได้ประโยชน์ทั้งสองอย่าง” เชฟก้องเล่าเหตุผลที่ทำให้เขาเก็บของสะสมที่ได้มาแต่ละชิ้น

ไม้แต่ละชนิดที่เชฟก้องสะสมและเอาไปให้ครูรุ่งทำเป็นขลุ่ยให้ล้วนแต่เป็นไม้เก่า บางท่อนเป็นไม้ที่มันถูกฝังอยู่ในดิน บางท่อนก็เคยเป็นขาเก้าอี้ก็มี ไม้บางชนิดไม่มีอีกแล้ว เชฟก้องสะสมขลุ่ยที่ทำจากไม้หลายชนิดนับไม่ถ้วน 

เขาเลือกบางเลาที่เขามีเรื่องราวผูกพันมาเล่าให้ฟัง

01

ขลุ่ยไม้พะยูงแดง

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

ขลุ่ย 3 เลาแรกเป็นขลุ่ยที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงแล้ว เป็นขลุ่ยที่ครูรุ่งทำถวาย ท่านพระองค์ท่านทรงขลุ่ยแล้วก็ประทานกลับคืนมาให้ครูรุ่ง ครูรุ่งก็เป็นคนไม่เก็บของ เลยส่งต่อมาถึงผม 

ผมไม่เคยได้ยินเสียงของเลานี้เลย เพราะกรมสมเด็จพระเทพฯ ท่านทรงแล้ว ผมเก็บเอาไว้จะไม่เป่า เก็บไว้บูชา 

ผมถือว่าขลุ่ยทุกเลามีครู แล้วเป็นขลุ่ยที่เป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินทรงผมก็เก็บเอาไว้เพื่อความเป็นมงคล

ลวดลายของขลุ่ยเลานี้ถือว่าสุดยอดมาก มีหลายสีมาก เหลือง ม่วง แดง ดำ มันอยู่ในท่อนเดียวกันหมด 

เป็นขลุ่ยเพียงออไทยแท้ เลาใหญ่มาก เมื่อก่อนคนเขาพกขลุ่ยไปนาไปไร่กัน เขาใช้เป็นอาวุธกันได้ด้วยนะ หัวขลุ่ยมันหนักมาก ใช้ตี ใช้ฟาดกันได้เลย

02

ขลุ่ยไม้พญางิ้วดำรัดเขาควาย

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“เลานี้เป็นเลาแรกที่ผมเก็บเงินซื้อเอง เขาเรียกว่าพญางิ้วดำรัดเขาควาย พญางิ้วดำคือชื่อของไม้ สีดำสนิท ส่วนขาวๆ ที่รัดอยู่เขาเรียกเขาควาย จริงๆ แล้วมันเป็นกระดูก แต่เมื่อก่อนเขาอาจจะใช้เขาควาย หรือไม่ถ้าคนเก็บแบบหรูหราหน่อยก็จะใช้งาช้าง แต่ผมไม่สนับสนุนการใช้งาช้าง”

“เลานี้ทำโดยช่างทำขลุ่ยจากชุมชนบ้านลาว แถวเชิงสะพานพุทธ ต้องขอเล่าด้วยว่า เมื่อก่อนชุมชนบ้านลาวถือว่าเป็นศูนย์กลางของการทำขลุ่ย มีช่างทำขลุ่ยฝีมือดีอยู่ที่นี่ ขลุ่ยเทลายปรอทถือเป็นขลุ่ยที่มีชื่อเสียงของบ้านลาว เขาเอาไม้รวกมาเทปรอทร้อนเป็นลาย อันตรายต่อสุขภาพคนทำมาก ต้องดมปรอทอยู่ตลอด

“ใครที่มีถือขลุ่ยแบบนี้ต้องถือว่าสุดยอดมากแล้ว เพราะตอนนี้น่าจะไม่มีใครทำแล้ว”

03

ขลุ่ยเพียงออ ไม้มะขามโปร่งฟ้า

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“ไม้ที่ทำขลุ่ยนี้คือแก่นของต้นมะขามโปร่งฟ้า เป็นมะขามที่ยืนต้นตายพราย ขลุ่ยเลานี้หนักมืออย่างเห็นได้ชัด เสี้ยนไม้คล้ายๆ กับเสี้ยนต้นปาล์ม ถ้าดูลายจะเห็นว่าเป็นการตัดขวางลาย เนื้อแน่น เสียงกังวาน หัวท้ายก็เลี่ยมด้วยเงินแกะลาย”

04

ขลุ่ยไม้ Vite Licknum

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“ขลุ่ยเลานี้ทำขึ้นจากไม้ที่ชื่อว่า Vite Licknum จากอาร์เจนตินา เป็นไม้ที่มีมวลเนื้อไม้แข็งเป็นอันดับสองของโลกรองจาก Ironwood 

“ผมเอามาให้ครูรุ่งลองทำเป็นขลุ่ย สิ่งที่ครูรุ่งบอกมาคือ ไม้นี้กระดาษทรายยังขัดไม่เข้า และไม้มันจะเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ตอนที่ผมเพิ่งได้ไม้มาใหม่ๆ มันยังเป็นสีเขียว ตอนนี้มันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง

“เสียงมันหนักแน่นและพุ่ง ขลุ่ยเลานี้เป่าเพลงเร็วจะสนุก สู้กับวงได้ แต่ถ้าเล่นเพลงช้าหรือเพลงที่มีอารมณ์เศร้าๆ ก็ต้องเลือกเลาอื่นแทน”

05

ขลุ่ยไม้คชสารประดู่

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“เลานี้ผมเลือกใช้สำหรับเป่าเพลงช้า เสียงมันเบา ลอย เรียกว่าคชสารประดูหรือประดู่ตอช้าง ขลุ่ยเลานี้มาจากตอประดู่ ไม่ใช่ต้นประดู่นะครับ เป็นตอไม้ เวลาเขาผูกช้าง เขาจะผูกไว้กับตอไม้ แล้วเวลาเขาจะทำที่ใหม่เขาก็จะเอารถขุดขุดเอาตอขึ้นมา

“ลักษณะไม้ชิ้นนี้มันจะมีปุ่มไม้ เขามีความเชื่อว่ามันเกิดจากโซ่ช้างที่รั้งไปรั้งมาทำให้เกิดลายไม้เบี้ยวๆ แต่นั่นคือความเชื่อ 

“ที่จริงแล้วไม้ที่เกิดปุ่มคือไม้ที่ติดเชื้อ แทนที่จะโตออกข้างนอก มันดันโตเข้าข้างใน มันก็เลยก็เป็นความขดม้วน สิ่งนี้เป็นความผิดปกติของไม้ แต่คนเห็นว่าเป็นความสวยงาม

“ไม้แบบนี้เขาจะเรียกว่า Burl Wood ผมเป็นคนที่ชอบไม้ลักษณะนี้เป็นพิเศษ แอฟริกาก็มีไม้ลักษณะใกล้เคียงกันชื่อ Curly Bubinga Wood”

06

ขลุ่ยไม้พญางิ้วดำเสี้ยนทอง

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“ไม้ชิ้นนี้เป็นไม้ชิ้นเดียวกันกับขลุ่ยของกรมสมเด็จพระเทพฯ ครูรุ่งเคยถวายขลุ่ยพญางิ้วดำเสี้ยนทองถวายให้กับพระองค์ท่าน ไม้ท่อนที่ทำขลุ่ยชิ้นนี้ก็เป็นไม้จากท่อนเดียวกันที่ครูรุ่งทำขึ้นอีกเลาหนึ่งให้ผมเก็บไว้

“ขลุ่ยเพียงออเลานี้ในทางการเล่นเพลง ผมเรียกว่ามันมีพิษสงเยอะ แต่มันมีบางอย่างในสุ้มเสียงที่ผมอธิบายไม่ได้ ถ้าเป็นคนที่เป่าขลุ่ยถึงจะเข้าใจ ต้องเล่นแล้วถึงจะรู้สึก เสียงมีเสน่ห์ และคนฟังฟังสนุกกว่าคนเป่า

“ผมมีพญางิ้วดำอยู่หลายเลา เลาหนึ่งอยู่บนหิ้งที่ร้าน เป็นพญางิ้วดำตัวเมีย ส่วนที่บ้านก็จะมีพญางิ้วดำเสี้ยนทองเลานี้ แล้วก็พญางิ้วดำตัวเมียอีกเลา ที่ผมให้ลูก เพราะลูกสาวผมเลือกเลานี้เอง แล้วถือไม่ยอมปล่อย อีกเลาเป็นพญางิ้วดำธรรมดา”

07

ขลุ่ยไม้มะริดและพะยูงแดง

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“ขลุ่ยเลานี้เป็นขลุ่ยคีย์สากล ทำจากไม้มะริดที่ผมไม่เคยมีมาก่อน หามานานมาก จนสุดท้ายก็ได้มา เสียงโปร่งมาก ขลุ่ยแบบนี้ต้องเป่าหน้าหนาว นั่งข้างทุ่งนาจะสบายสุดๆ เลยครับ 

เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง
เชฟก้อง นักสะสมขลุ่ยไม้ที่มีตั้งแต่ขลุ่ยจากไม้ประจำตัวพระ ไปจนถึงตอไม้ล่ามโซ่ช้าง

“ส่วนอีกเลาคือไม้พะยูงแดง เหมือนพะยูงที่ไว้บนหิ้งที่ร้าน ผมเจอมาพร้อมกับเลาที่เป็นไม้มะริด เลยขอซื้อมาไว้ให้ลูก ผมมีขลุ่ยที่เก็บไว้ให้ลูก มีทุกแบบ ขลุ่ยคีย์สากล ขลุ่ยไทยแท้มีครบ เผื่อสักวันหนึ่งเขาอยากจะลองเริ่มหัดเล่น”

Writer & Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื่องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

ผี [น.] สิ่งที่มนุษย์เชื่อว่าเป็นสภาพลึกลับ มองไม่เห็น แต่สามารถปรากฏเหมือนมีตัวตนได้ หรือหมายถึงคนที่ตายไปแล้ว 

คุณมีความทรงจำกับผีแบบไหน 

ผีเป็นตัวแทนความมืดที่น่ากลัว เป็นสิ่งลี้ลับที่น่าค้นหา หรือคุณจดจำ ‘ผี’ เป็นความทรงจำวัยเด็กเหมือนกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนมากกว่า 50,000 เล่ม และการ์ตูนที่เขาสนใจมากที่สุด คือ ‘การ์ตูนผีเล่มละบาท’

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“อะไรที่เป็นของเก่า ที่พาเรานึกย้อนไปในอดีตได้ เราก็สนใจอย่าง การ์ตูนผีเล่มละบาท เราเคยอ่านในวัยเด็กเพราะมันราคาถูก” ป๋าเอ็กซ์เล่าถึงจุดเริ่มต้นการสะสมของเล่นในวัยเด็ก เช่น ตุ๊กตุ่นและตุ๊กตาทอยเส้น

 หมุดหมายของการถวิลหาอดีตในรูปแบบของ การ์ตูนผีเล่มละบาท ของป๋าเอ็กซ์ เริ่มต้นขึ้นเมื่อไทม์แมชชีนแห่งเวลาพาเขาเดินทางจากมีนบุรี มุ่งสู่บ้านเกิดที่จังหวัดนครสวรรค์ นั่นทำให้เขาได้เจอกับ การ์ตูนผีเล่มละบาท อีกครั้ง

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก
01

“เขาเรียกหนังสืออ่านฆ่าเวลานะ” ป๋าเอ็กซ์เปรยพร้อมกับเล่าความหลังระหว่างตัวเขาและ หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท ระยะทางบนท้องถนนได้เชื่อมเขากับการ์ตูนผีเล่มละบาทเข้าด้วยกัน เพราะการเดินทางไปต่างจังหวัดในวัยเด็ก ไม่มีมือถือ ไม่มีแท็บเล็ต สิ่งที่อยู่กับเขาตลอดการเดินทาง คือการ์ตูนผีเล่มละบาท 

“หนังสือเหล่านี้มันเลยมีความทรงจำวัยเด็ก มักผุดเรื่องในอดีตของเราขึ้นมาเสมอ อดีตที่มีแต่ความสนุก และเมื่อถูกวาดเป็นการ์ตูน ก็ยิ่งทำให้เราจินตนาการว่าจะเจอเนื้อเรื่องแบบไหน จะเห็นบรรยากาศแบบใด มันทำให้เราเห็นว่า เฮ้ย เมื่อก่อนบ้านเป็นแบบนี้นะ ก่อนจะขึ้นบ้านต้องล้างเท้าก่อน นี่คือกลิ่นอายของอดีตที่หนังสือมอบให้กับเรา

ตอนเด็กไม่กลัวผีเหรอคะ-เราถามด้วยความสงสัย

“ตอนเด็กกลัว แต่เราก็อยากอ่าน เหมือนเวลาเราดูหนังผี บางทีก็ไปนั่งดูกับแม่หรือคลุมโปงดู มันมีความอยากรู้อยากเห็นว่าผีมีจริงไหม วันไหนอ่านหนังสือการ์ตูนผีแล้วเจอฉากน่ากลัว เราก็ค่อยกลับมาอ่านตอนกลางวันต่อ อ่านตอนไม่มืด เลยกลายเป็นความสนุกความเร้าใจ

“สมัยก่อนคนอ่านการ์ตูนเล่มละบาทเป็นพวกพ่อค้า แม่ค้า เอาไว้อ่านระหว่างขายของ เมื่อไม่มีลูกค้าก็เปิดอ่าน แต่พอลูกค้ามาก็เก็บไว้ใต้หาบ เพราะมันเป็นการ์ตูนราคาถูก เมื่อก่อนการ์ตูนญี่ปุ่นราคาแพงมากหากเทียบกับการ์ตูนเล่มละบาท แต่เป็นเรื่องที่สนุกนะ บางเรื่องเกี่ยวกับจักรๆ วงศ์ๆ บางเรื่องเป็นปาฏิหาริย์ ที่มาฮิตสุดๆ ช่วงหลังก็เป็นเรื่องผี จนตอนหลังเราเรียกกันว่าการ์ตูนผีแทน เพราะเป็นประเภทการ์ตูนที่ขายดีที่สุดในบรรดาการ์ตูนเล่มละบาท”

ด้วยความที่หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาทส่วนมากมีความยาวเพียง 16 หน้า จึงแตกต่างจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น ที่นักวาด นักเขียน จะค่อยๆ จินตนาการและคอยเก็บรายละเอียดการ์ตูนไปทีละเล่ม การ์ตูนผีเล่มละบาทพิเศษตรงที่ไม่ว่าเนื้อเรื่องคุณจะดำเนินมาอย่างไร แต่เมื่อถึงหน้า 16 ก็ต้องจบเรื่องผีนี้ให้ได้

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“บางทีนะ เนื้อเรื่องปูมาสนุกมาก เขียนมาอย่างดี แต่พอนักวาดหันมาดู อ้าวสิบห้าหน้าแล้ว ก็จบเลย จบแบบห้วนๆ จบแบบง่ายๆ (หัวเราะ) บางคนงงว่าจบแล้วหรือ นี่เป็นอีกเสน่ห์ของหนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท” 

ป๋าเอ็กซ์เล่าต่อว่า ภายหลังเริ่มมีการเขียนการ์ตูนแบบภาคต่อหลายเล่ม แต่คนไม่นิยมมากนัก เพราะต้องรอเล่มต่อไปและต้องตามเก็บ บางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนหน้าเป็น 24 หน้า หรือ 32 หน้าแทน แต่มาตรฐานของหนังสือผีเล่มละบาทก็ยังคงเป็น 16 หน้า 

“แต่ผมชอบแบบหลายเล่มจบ เพราะมันต่อเนื่อง อ่านเพลิน และที่สำคัญคือ การตามหาให้ครบชุด บางทีเราเจอเล่ม 1 และเล่ม 3 เหมือนการเดินทางหาขุมทรัพย์ ต้องตามหาเล่มที่ 2 ให้เจอ มันเลยตื่นเต้นมากๆ ต้องคอยสอบถามแลกเปลี่ยนใครมีเล่มนี้บ้าง ฉันขาดเล่มนี้”

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก
02

แรกเริ่มหนังสือการ์ตูนเล่มละบาทเกิดจากการพยายามใช้ประโยชน์จากเศษกระดาษที่เหลือในโรงพิมพ์ และนำไปขายด้วยราคา 1 บาท ทำให้หลายโรงพิมพ์ต้องหาวิธีลดต้นทุนการผลิตลง โดยหันไปจ้างนัดวาดหน้าใหม่แทนนักวาดมืออาชีพ เช่น นักเรียน นักศิลปะ หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท จึงสร้างชื่อให้นักเขียนหน้าใหม่มากมาย บางเล่มใช้นักวาดมืออาชีพมาวาดแค่หน้าปก แต่ในเรื่องเป็นอีกคน เช่น หน้าปกโดย จุก เบี้ยวสกุล, เทพบุตร เขียนเรื่อง 

ป๋าเอ็กซ์อธิบายต่อว่า วิธีที่หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาทจะดึงดูดคนซื้อผ่านหน้าปกได้มี 2 ทาง คือ หนึ่ง ต้องมีผี สอง ต้องมีผู้หญิงสวยและเซ็กซี่ เพื่อดึงดูดคนอ่านเพราะเปิดดูเนื้อหาก่อนซื้อหนังสือไม่ได้ 

แล้วป๋าเอ็กซ์มีเงื่อนไขในการเลือกสะสมหนังสือการ์ตูนหรือเปล่า 

“ผมเลือกเก็บหนังสือการ์ตูนตามนักเขียนคนโปรดก่อน แล้วก็หน้าปก 

“ถ้าสังเกตดีๆ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์ จะวาดแนวตากลมๆ ตาสวยคิ้วหนา ผู้หญิงสวยมาก นี่คือแนวผีสไตล์เขา เวลาเห็นแค่หน้าปกก็จะรู้ทันทีว่านี่เป็นเรื่องของแก แต่ต้องสังเกตนะ บางทีอีกคนวาดรูปข้างใน แต่ปกเป็นของอาจารย์ชาตรี อีกคนที่ชอบคือ อาจารย์โต้ด โกสุมพิสัย คนนี้เขาจะชอบวาดแนวอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ก็วาดได้ ผมมีประมาณสี่ถึงห้าร้อยเล่ม” 

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

อ่านทุกเล่มไหมคะ-เราถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะหนังสือการ์ตูนราว 50,000 เล่ม ถูกเก็บและบรรจุ แยกประเภทนักวาดไว้อย่างดี 

“แรกๆ อ่านทุกเล่ม เพราะเมื่อก่อนได้มาทีห้าเล่ม สิบเล่ม ก็เปิดอ่านได้ แต่ตอนนี้มันเรียกพวกมาเรื่อยๆ ไม่มีเวลาอ่านแล้ว เลยหันมาดูลายเส้นเป็นหลัก คือเราหลงรักปกมัน แค่เห็นก็รู้แล้วว่าราคาเกินคำว่าหนึ่งบาทมาก มันเป็นงานฝีมือ เป็นงานศิลปะ”

แม้การ์ตูนผีจะมีบทบาทตัวละครผีหน้าเดิมๆ เช่น ผีกระสือ ผีกระหัง ผีตานี ผีเปรต และผีหัวขาด แต่รายละเอียดเนื้อเรื่อง เกร็ด การวาดของแต่ละเล่มต่างกันแน่นอน ป๋าเอ็กซ์ยกตัวอย่างให้เราฟังว่า บางเรื่องแต่งให้ผีกระสือกินไส้คน บางเรื่องกินวัว จนไปถึงกินขี้ก็มี ซึ่งสิ่งนี้เป็นจินตนาการของผู้เขียนที่ผู้อ่านไม่สามารถคาดเดาได้ 

จากที่อ่านมา เคยเจอผีแปลกๆ บ้างไหม

“มี (หัวเราะ) มันจะมีชื่อผีแบบแปลกๆ แบบคำผวน เช่น ผีจับหัว ผีกระชากหัว ชื่อที่เห็นแล้วทะลึ่ง จะช่วยเรียกลูกค้านะ”

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
03

จากการเริ่มสะสมตามหาอดีตส่วนตัว กลายเป็นคอมมูนิตี้ขนาดกว้างแบ่งปันความคิดถึงวัยเด็ก สู่การเปิดร้าน ATAKITO’S SHOP ขายของสะสม รวมไปถึงการจัดกิจกรรมแสดงผลงานตามห้างสรรพสินค้า ทำให้ป๋าเอ็กซ์ได้มีโอกาสพบเจอนักวาดที่ชื่นชอบ ผ่านการสัมภาษณ์มุมมองนักเก็บและนักวาด โดยคนแรกที่เจอคือ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์ 

“ตอนครั้งแรกที่เจอกันดีใจมาก เราได้เจอนักเขียนคนโปรด ในขณะที่เขาก็ดีใจที่มีคนชื่นชอบผลงาน มีคนเก็บผลงานเขามากมาย ขนาดเขาเองยังเก็บผลงานตัวเองไม่กี่เล่ม แต่เราดันมีหลายพันเล่ม” 

ป๋าเอ็กซ์เล่าต่อด้วยความตื่นเต้นว่า นักวาดคนโปรดที่เขาเจอคนต่อมาคือ อาจารย์โต้ด โกสุมพิสัย เมื่อถ่ายรายการเสร็จจึงพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน และพบว่าขณะนี้โรงพิมพ์ไม่รับพิมพ์การ์ตูนแบบเดิมแล้ว ส่งผลให้นักวาดการ์ตูนคนโปรดต้องหยุดการวาดไปโดยปริยาย เพราะถนัดการวาดมือมากกว่าใช้คอมพิวเตอร์

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย

 “วาดการ์ตูนให้หน่อย” สั้นและเรียบง่าย นี่คือคำพูดของป๋าเอ็กซ์หลังเดินทางไปบ้านนักเขียนที่เขาชื่นชอบ โดยให้อาจารย์โต้ดเริ่มวาดการ์ตูนในแบบที่เขาชอบและใฝ่ฝันอยากจะมี ต้นฉบับเรื่อง จอมคาถาธุดงค์ จึงเกิดขึ้น 

“ผมบอกให้อาจารย์วาดมาก่อนตอนหนึ่ง เรื่องไสยศาสตร์ เรื่องภูติผี พอวาดเสร็จหนึ่งตอน แกบอกว่า ‘พี่อยากวาดต่อ’ ผมเลยให้แกวาดต่อ พอถึงภาคที่สาม ดันมีหน้า มีชื่อผมเข้าไปเป็นตัวประกอบด้วย เฮ้ย เราชอบการ์ตูน เราสะสมการ์ตูน แต่นี่มีตัวเองเข้ามาเล่นด้วย และที่สำคัญ นักเขียนที่เราชื่นชอบวาดให้เรา มันเจ๋งมาก เราเลยนำตอนเหล่านั้นมารวมเล่ม” 

จากต้นฉบับวาดมือสู่การรวมเล่มด้วยตัวเอง ป๋าเอ็กซ์เริ่มต้นจากการนำต้นฉบับเหล่านี้มาถ่ายเอกสาร ตัดขอบกระดาษ และเย็บเล่มเอง ภายหลังการลองลงมือทำ พบว่าค่าถ่ายเอกสารแบบสีแพงกว่าการส่งโรงพิมพ์ จึงตัดสินใจส่งโรงพิมพ์เพื่อแจกเป็นเล่มสูจิบัตร

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย

“ลองเอามือลูบดูสิ นี่เรียกว่าการแปะสกรีนโทน คือวิธีการตัดและนำกาวแปะ หลังจากนั้นนำสีมาระบายทับ ซึ่งต้นฉบับจะวาดในกระดาษขนาดเอสี่ แล้วโรงพิมพ์จะนำไปย่อให้มีขนาดเท่ากับหนังสือการ์ตูนที่เราเห็น เลยส่งผลให้ภาพมีความคมชัด มีมิตินูนๆ ขึ้นมา” ป๋าเอ็กซ์พูดพร้อมกับยื่นต้นฉบับหนังสือการ์ตูนให้เราสัมผัส

ภายหลังการรวมเล่มงานอาจารย์โต้ด ป๋าเอ็กซ์ได้ผันตัวมาเป็นนักเขียนการ์ตูน หนังสือการ์ตูน หุ่นพลังเวทย์ จึงเกิดขึ้น ที่เขียนเรื่องโดยป๋าเอ็กซ์ และวาดภาพโดยโต้ด โกสุมพิสัย

“หลังๆ เพื่อนมาเห็นหน้าเราในหนังสือการ์ตูน ก็บอกว่าอยากอยู่ในหนังสือบ้าง เราเลยจับเพื่อน จับคนรู้จัก เข้ามาเล่นด้วย แต่เราเป็นพระเอกนะ (หัวเราะ) อย่างเช่นพล่ากุ้งก็มาโผล่ในเรื่องนี้”

04

ถ้าให้เลือกหนังสือการ์ตูนที่เราชอบมากที่สุดมา 5 เรื่องจะมีเรื่องอะไรบ้าง

ป๋าเอ็กซ์เดินนำเราไปยังกรุสมบัติ ที่ระหว่างทางเต็มไปด้วยของสะสม ทั้งตุ๊กตุ่น ตุ๊กตาทอยเส้น จัดเรียงรายเต็มผนัง เขาย้ำกับเราว่า “ที่เห็นเรียงรายอยู่ตรงนี้ไม่ได้มีไว้ขายนะ มีไว้เก็บอย่างเดียว”

เพียงชั่วครู่เท่านั้น ป๋าเอ็กซ์เลือกหนังสือที่ติดตรึงในความทรงจำและมีค่ากับเขามากที่สุดจำนวน 5 เล่มจากชั้นที่มีหนังสือการ์ตูนวางอัดแน่นซ้อนทับกันอยู่หลายหมื่นเล่ม

01 ประตูผี

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“หากถามว่าทำไมถึงเลือกเล่มนี้ มันเป็นเรื่องผีที่หายากมาก เพราะมีถึงสิบเล่ม ที่พิเศษคือ ราชันย์เป็นคนวาดหน้าปก สังเกตดูนะ เขาวาดสวยมาก เป็นแนวผีแบบแปลกๆ คนส่วนมากสะสมไม่ครบกัน ผมใช้เวลาเกือบสองปีกว่าจะตามหาจนครบสิบเล่ม บางทีเจอหนึ่งเล่มแต่ปนกับที่เขาขายยกชุด เราก็ต้องเหมามาทั้งหมด”

02 ฉลากแผงการ์ตูน

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“อันนี้ที่ชอบเพราะสมัยก่อนเราไปร้านขายของเล่น มันจะมีฉลากของเล่น ฉลากเหล้าเบียร์ ฉลากบุหรี่ เต็มไปหมด แต่นี่เป็นฉลากหนังสือการ์ตูน แล้วมันเรียงเลขครบนะ 1 2 3 4 5 6 7 เป็นแนวและฉลากมีสภาพดีมาก ยังไม่ได้ใช้แผงหนึ่งราคาเกือบสองพัน แต่ผมก็ต้องซื้อเพราะมาสภาพเดิม ของที่หายากคือของที่เก็บและมีสภาพดี เลยชื่นชอบมากๆ”

03 เมียงู

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“นี่เป็นหนังสือการ์ตูนผีที่ชอบในวัยเด็ก ชาตรี สังวรศิลป์ นักวาดที่ผมชื่นชอบเป็นคนวาด เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงที่หนีมาอยู่กับผู้ชาย แต่ปรากฏว่าผู้หญิงเป็นงู พอตกกลางคืนก็ออกหากิน สุดท้ายโดนตีตาย การ์ตูนผีเล่มละบาทมันก็จบสั้นๆ แบบนี้แหละ แต่อีกเหตุผลที่ชื่นชอบคือ เราบังเอิญไปเจอคนขายต้นฉบับหน้าปกนี้ในเว็บซึ่งเป็นของหายาก เราจึงมีทั้งหนังสือและต้นฉบับ”

04 ต้นฉบับการ์ตูนของ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“ผมไปงานนิทรรศการที่อาจารย์จัด แล้วอาจารย์ก็ถามผมว่ามีต้นฉบับเก็บไว้ สนใจไหม ผมรีบตอบเลยว่าสนใจ ทำไมจะไม่สนใจ มีหนังสือไม่พอยังมีต้นฉบับอีก เพราะต้นฉบับเป็นสิ่งที่หายากมากๆ และสวยมาก สังเกตดูนะว่าแกจะวาดผู้หญิงอึ๋มๆ หน่อย”

05 หุ่นพลังเวทย์ เรื่องโดย ป๋าเอ็กซ์ ภาพโดย โต้ด โกสุมพิสัย

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“เล่มนี้ผมชอบมาก เพราะนักเขียนในดวงใจที่เราชื่นชอบเป็นคนวาดและมีเราไปร่วมแสดง ร่วมแต่งด้วย เป็นเรื่องราวการออกผจญภัยไปเจอภูตผีปีศาจ นอกจากนี้ ผมยังให้อาจารย์ปั้นเปเปอร์มาเช่ตัวละครในหนังสือการ์ตูน เพื่อเอามาจัดบูทนำเอาหนังสือไปวางขายด้วย ตอนนี้เลยเหมือนเป็นการต่อยอดจากความชอบเรา 

“จากที่เราสนุกๆ ชอบสะสม และช่วยให้นักเขียนคนโปรดมีงานทำ ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันสร้างรายได้จนเป็นธุรกิจ เพราะผมนำผลงานของอาจารย์ไปจัดแสดงในร้าน ไปออกรายการบ้าง ตอนนี้มีทั้งคนไทยและต่างชาติสนใจซื้อผลงาน หรือให้อาจารย์ออกแบบวาดรูปผีให้ นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดนำภาพวาดมาทำเสื้อ ทำกระเป๋าลายรวมผี หรือใครอยากมีหนังสือการ์ตูนที่มีตัวเองเป็นนักแสดงก็ติดต่อผมได้ ตอนนี้ก็เหมือนผมเป็นบรรณาธิการ อาจารย์เป็นคนวาด 

“ใครจะไปเชื่อว่าจากการสะสมด้วยใจรัก สุดท้ายมันสามารถต่อลมหายใจการ์ตูนผีได้มากขนาดนี้”

ผี [น.] สิ่งที่มนุษย์เชื่อว่าเป็นสภาพลึกลับ มองไม่เห็น แต่สามารถปรากฏเหมือนมีตัวตนได้ หรือหมายถึงคนที่ตายไปแล้ว 

คุณมีความทรงจำกับผีแบบไหน 

ผีเป็นตัวแทนความมืดที่น่ากลัว เป็นสิ่งลี้ลับที่น่าค้นหา หรือคุณจดจำ ‘ผี’ เป็นความทรงจำวัยเด็กเหมือนกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนมากกว่า 50,000 เล่ม และการ์ตูนที่เขาสนใจมากที่สุด คือ ‘การ์ตูนผีเล่มละบาท’

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“อะไรที่เป็นของเก่า ที่พาเรานึกย้อนไปในอดีตได้ เราก็สนใจอย่าง การ์ตูนผีเล่มละบาท เราเคยอ่านในวัยเด็กเพราะมันราคาถูก” ป๋าเอ็กซ์เล่าถึงจุดเริ่มต้นการสะสมของเล่นในวัยเด็ก เช่น ตุ๊กตุ่นและตุ๊กตาทอยเส้น

 หมุดหมายของการถวิลหาอดีตในรูปแบบของ การ์ตูนผีเล่มละบาท ของป๋าเอ็กซ์ เริ่มต้นขึ้นเมื่อไทม์แมชชีนแห่งเวลาพาเขาเดินทางจากมีนบุรี มุ่งสู่บ้านเกิดที่จังหวัดนครสวรรค์ นั่นทำให้เขาได้เจอกับ การ์ตูนผีเล่มละบาท อีกครั้ง

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก
01

“เขาเรียกหนังสืออ่านฆ่าเวลานะ” ป๋าเอ็กซ์เปรยพร้อมกับเล่าความหลังระหว่างตัวเขาและ หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท ระยะทางบนท้องถนนได้เชื่อมเขากับการ์ตูนผีเล่มละบาทเข้าด้วยกัน เพราะการเดินทางไปต่างจังหวัดในวัยเด็ก ไม่มีมือถือ ไม่มีแท็บเล็ต สิ่งที่อยู่กับเขาตลอดการเดินทาง คือการ์ตูนผีเล่มละบาท 

“หนังสือเหล่านี้มันเลยมีความทรงจำวัยเด็ก มักผุดเรื่องในอดีตของเราขึ้นมาเสมอ อดีตที่มีแต่ความสนุก และเมื่อถูกวาดเป็นการ์ตูน ก็ยิ่งทำให้เราจินตนาการว่าจะเจอเนื้อเรื่องแบบไหน จะเห็นบรรยากาศแบบใด มันทำให้เราเห็นว่า เฮ้ย เมื่อก่อนบ้านเป็นแบบนี้นะ ก่อนจะขึ้นบ้านต้องล้างเท้าก่อน นี่คือกลิ่นอายของอดีตที่หนังสือมอบให้กับเรา

ตอนเด็กไม่กลัวผีเหรอคะ-เราถามด้วยความสงสัย

“ตอนเด็กกลัว แต่เราก็อยากอ่าน เหมือนเวลาเราดูหนังผี บางทีก็ไปนั่งดูกับแม่หรือคลุมโปงดู มันมีความอยากรู้อยากเห็นว่าผีมีจริงไหม วันไหนอ่านหนังสือการ์ตูนผีแล้วเจอฉากน่ากลัว เราก็ค่อยกลับมาอ่านตอนกลางวันต่อ อ่านตอนไม่มืด เลยกลายเป็นความสนุกความเร้าใจ

“สมัยก่อนคนอ่านการ์ตูนเล่มละบาทเป็นพวกพ่อค้า แม่ค้า เอาไว้อ่านระหว่างขายของ เมื่อไม่มีลูกค้าก็เปิดอ่าน แต่พอลูกค้ามาก็เก็บไว้ใต้หาบ เพราะมันเป็นการ์ตูนราคาถูก เมื่อก่อนการ์ตูนญี่ปุ่นราคาแพงมากหากเทียบกับการ์ตูนเล่มละบาท แต่เป็นเรื่องที่สนุกนะ บางเรื่องเกี่ยวกับจักรๆ วงศ์ๆ บางเรื่องเป็นปาฏิหาริย์ ที่มาฮิตสุดๆ ช่วงหลังก็เป็นเรื่องผี จนตอนหลังเราเรียกกันว่าการ์ตูนผีแทน เพราะเป็นประเภทการ์ตูนที่ขายดีที่สุดในบรรดาการ์ตูนเล่มละบาท”

ด้วยความที่หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาทส่วนมากมีความยาวเพียง 16 หน้า จึงแตกต่างจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น ที่นักวาด นักเขียน จะค่อยๆ จินตนาการและคอยเก็บรายละเอียดการ์ตูนไปทีละเล่ม การ์ตูนผีเล่มละบาทพิเศษตรงที่ไม่ว่าเนื้อเรื่องคุณจะดำเนินมาอย่างไร แต่เมื่อถึงหน้า 16 ก็ต้องจบเรื่องผีนี้ให้ได้

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“บางทีนะ เนื้อเรื่องปูมาสนุกมาก เขียนมาอย่างดี แต่พอนักวาดหันมาดู อ้าวสิบห้าหน้าแล้ว ก็จบเลย จบแบบห้วนๆ จบแบบง่ายๆ (หัวเราะ) บางคนงงว่าจบแล้วหรือ นี่เป็นอีกเสน่ห์ของหนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท” 

ป๋าเอ็กซ์เล่าต่อว่า ภายหลังเริ่มมีการเขียนการ์ตูนแบบภาคต่อหลายเล่ม แต่คนไม่นิยมมากนัก เพราะต้องรอเล่มต่อไปและต้องตามเก็บ บางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนหน้าเป็น 24 หน้า หรือ 32 หน้าแทน แต่มาตรฐานของหนังสือผีเล่มละบาทก็ยังคงเป็น 16 หน้า 

“แต่ผมชอบแบบหลายเล่มจบ เพราะมันต่อเนื่อง อ่านเพลิน และที่สำคัญคือ การตามหาให้ครบชุด บางทีเราเจอเล่ม 1 และเล่ม 3 เหมือนการเดินทางหาขุมทรัพย์ ต้องตามหาเล่มที่ 2 ให้เจอ มันเลยตื่นเต้นมากๆ ต้องคอยสอบถามแลกเปลี่ยนใครมีเล่มนี้บ้าง ฉันขาดเล่มนี้”

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก
02

แรกเริ่มหนังสือการ์ตูนเล่มละบาทเกิดจากการพยายามใช้ประโยชน์จากเศษกระดาษที่เหลือในโรงพิมพ์ และนำไปขายด้วยราคา 1 บาท ทำให้หลายโรงพิมพ์ต้องหาวิธีลดต้นทุนการผลิตลง โดยหันไปจ้างนัดวาดหน้าใหม่แทนนักวาดมืออาชีพ เช่น นักเรียน นักศิลปะ หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาท จึงสร้างชื่อให้นักเขียนหน้าใหม่มากมาย บางเล่มใช้นักวาดมืออาชีพมาวาดแค่หน้าปก แต่ในเรื่องเป็นอีกคน เช่น หน้าปกโดย จุก เบี้ยวสกุล, เทพบุตร เขียนเรื่อง 

ป๋าเอ็กซ์อธิบายต่อว่า วิธีที่หนังสือการ์ตูนผีเล่มละบาทจะดึงดูดคนซื้อผ่านหน้าปกได้มี 2 ทาง คือ หนึ่ง ต้องมีผี สอง ต้องมีผู้หญิงสวยและเซ็กซี่ เพื่อดึงดูดคนอ่านเพราะเปิดดูเนื้อหาก่อนซื้อหนังสือไม่ได้ 

แล้วป๋าเอ็กซ์มีเงื่อนไขในการเลือกสะสมหนังสือการ์ตูนหรือเปล่า 

“ผมเลือกเก็บหนังสือการ์ตูนตามนักเขียนคนโปรดก่อน แล้วก็หน้าปก 

“ถ้าสังเกตดีๆ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์ จะวาดแนวตากลมๆ ตาสวยคิ้วหนา ผู้หญิงสวยมาก นี่คือแนวผีสไตล์เขา เวลาเห็นแค่หน้าปกก็จะรู้ทันทีว่านี่เป็นเรื่องของแก แต่ต้องสังเกตนะ บางทีอีกคนวาดรูปข้างใน แต่ปกเป็นของอาจารย์ชาตรี อีกคนที่ชอบคือ อาจารย์โต้ด โกสุมพิสัย คนนี้เขาจะชอบวาดแนวอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ก็วาดได้ ผมมีประมาณสี่ถึงห้าร้อยเล่ม” 

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสมการ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

อ่านทุกเล่มไหมคะ-เราถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะหนังสือการ์ตูนราว 50,000 เล่ม ถูกเก็บและบรรจุ แยกประเภทนักวาดไว้อย่างดี 

“แรกๆ อ่านทุกเล่ม เพราะเมื่อก่อนได้มาทีห้าเล่ม สิบเล่ม ก็เปิดอ่านได้ แต่ตอนนี้มันเรียกพวกมาเรื่อยๆ ไม่มีเวลาอ่านแล้ว เลยหันมาดูลายเส้นเป็นหลัก คือเราหลงรักปกมัน แค่เห็นก็รู้แล้วว่าราคาเกินคำว่าหนึ่งบาทมาก มันเป็นงานฝีมือ เป็นงานศิลปะ”

แม้การ์ตูนผีจะมีบทบาทตัวละครผีหน้าเดิมๆ เช่น ผีกระสือ ผีกระหัง ผีตานี ผีเปรต และผีหัวขาด แต่รายละเอียดเนื้อเรื่อง เกร็ด การวาดของแต่ละเล่มต่างกันแน่นอน ป๋าเอ็กซ์ยกตัวอย่างให้เราฟังว่า บางเรื่องแต่งให้ผีกระสือกินไส้คน บางเรื่องกินวัว จนไปถึงกินขี้ก็มี ซึ่งสิ่งนี้เป็นจินตนาการของผู้เขียนที่ผู้อ่านไม่สามารถคาดเดาได้ 

จากที่อ่านมา เคยเจอผีแปลกๆ บ้างไหม

“มี (หัวเราะ) มันจะมีชื่อผีแบบแปลกๆ แบบคำผวน เช่น ผีจับหัว ผีกระชากหัว ชื่อที่เห็นแล้วทะลึ่ง จะช่วยเรียกลูกค้านะ”

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
03

จากการเริ่มสะสมตามหาอดีตส่วนตัว กลายเป็นคอมมูนิตี้ขนาดกว้างแบ่งปันความคิดถึงวัยเด็ก สู่การเปิดร้าน ATAKITO’S SHOP ขายของสะสม รวมไปถึงการจัดกิจกรรมแสดงผลงานตามห้างสรรพสินค้า ทำให้ป๋าเอ็กซ์ได้มีโอกาสพบเจอนักวาดที่ชื่นชอบ ผ่านการสัมภาษณ์มุมมองนักเก็บและนักวาด โดยคนแรกที่เจอคือ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์ 

“ตอนครั้งแรกที่เจอกันดีใจมาก เราได้เจอนักเขียนคนโปรด ในขณะที่เขาก็ดีใจที่มีคนชื่นชอบผลงาน มีคนเก็บผลงานเขามากมาย ขนาดเขาเองยังเก็บผลงานตัวเองไม่กี่เล่ม แต่เราดันมีหลายพันเล่ม” 

ป๋าเอ็กซ์เล่าต่อด้วยความตื่นเต้นว่า นักวาดคนโปรดที่เขาเจอคนต่อมาคือ อาจารย์โต้ด โกสุมพิสัย เมื่อถ่ายรายการเสร็จจึงพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน และพบว่าขณะนี้โรงพิมพ์ไม่รับพิมพ์การ์ตูนแบบเดิมแล้ว ส่งผลให้นักวาดการ์ตูนคนโปรดต้องหยุดการวาดไปโดยปริยาย เพราะถนัดการวาดมือมากกว่าใช้คอมพิวเตอร์

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย

 “วาดการ์ตูนให้หน่อย” สั้นและเรียบง่าย นี่คือคำพูดของป๋าเอ็กซ์หลังเดินทางไปบ้านนักเขียนที่เขาชื่นชอบ โดยให้อาจารย์โต้ดเริ่มวาดการ์ตูนในแบบที่เขาชอบและใฝ่ฝันอยากจะมี ต้นฉบับเรื่อง จอมคาถาธุดงค์ จึงเกิดขึ้น 

“ผมบอกให้อาจารย์วาดมาก่อนตอนหนึ่ง เรื่องไสยศาสตร์ เรื่องภูติผี พอวาดเสร็จหนึ่งตอน แกบอกว่า ‘พี่อยากวาดต่อ’ ผมเลยให้แกวาดต่อ พอถึงภาคที่สาม ดันมีหน้า มีชื่อผมเข้าไปเป็นตัวประกอบด้วย เฮ้ย เราชอบการ์ตูน เราสะสมการ์ตูน แต่นี่มีตัวเองเข้ามาเล่นด้วย และที่สำคัญ นักเขียนที่เราชื่นชอบวาดให้เรา มันเจ๋งมาก เราเลยนำตอนเหล่านั้นมารวมเล่ม” 

จากต้นฉบับวาดมือสู่การรวมเล่มด้วยตัวเอง ป๋าเอ็กซ์เริ่มต้นจากการนำต้นฉบับเหล่านี้มาถ่ายเอกสาร ตัดขอบกระดาษ และเย็บเล่มเอง ภายหลังการลองลงมือทำ พบว่าค่าถ่ายเอกสารแบบสีแพงกว่าการส่งโรงพิมพ์ จึงตัดสินใจส่งโรงพิมพ์เพื่อแจกเป็นเล่มสูจิบัตร

ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย
ย้อนวันวานกับ ป๋าเอ็กซ์-อรรถกฤตย์ จีนมหันต์ นักสะสมการ์ตูนกว่า 5 หมื่นเล่ม ผู้ต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมการ์ตูนไทย

“ลองเอามือลูบดูสิ นี่เรียกว่าการแปะสกรีนโทน คือวิธีการตัดและนำกาวแปะ หลังจากนั้นนำสีมาระบายทับ ซึ่งต้นฉบับจะวาดในกระดาษขนาดเอสี่ แล้วโรงพิมพ์จะนำไปย่อให้มีขนาดเท่ากับหนังสือการ์ตูนที่เราเห็น เลยส่งผลให้ภาพมีความคมชัด มีมิตินูนๆ ขึ้นมา” ป๋าเอ็กซ์พูดพร้อมกับยื่นต้นฉบับหนังสือการ์ตูนให้เราสัมผัส

ภายหลังการรวมเล่มงานอาจารย์โต้ด ป๋าเอ็กซ์ได้ผันตัวมาเป็นนักเขียนการ์ตูน หนังสือการ์ตูน หุ่นพลังเวทย์ จึงเกิดขึ้น ที่เขียนเรื่องโดยป๋าเอ็กซ์ และวาดภาพโดยโต้ด โกสุมพิสัย

“หลังๆ เพื่อนมาเห็นหน้าเราในหนังสือการ์ตูน ก็บอกว่าอยากอยู่ในหนังสือบ้าง เราเลยจับเพื่อน จับคนรู้จัก เข้ามาเล่นด้วย แต่เราเป็นพระเอกนะ (หัวเราะ) อย่างเช่นพล่ากุ้งก็มาโผล่ในเรื่องนี้”

04

ถ้าให้เลือกหนังสือการ์ตูนที่เราชอบมากที่สุดมา 5 เรื่องจะมีเรื่องอะไรบ้าง

ป๋าเอ็กซ์เดินนำเราไปยังกรุสมบัติ ที่ระหว่างทางเต็มไปด้วยของสะสม ทั้งตุ๊กตุ่น ตุ๊กตาทอยเส้น จัดเรียงรายเต็มผนัง เขาย้ำกับเราว่า “ที่เห็นเรียงรายอยู่ตรงนี้ไม่ได้มีไว้ขายนะ มีไว้เก็บอย่างเดียว”

เพียงชั่วครู่เท่านั้น ป๋าเอ็กซ์เลือกหนังสือที่ติดตรึงในความทรงจำและมีค่ากับเขามากที่สุดจำนวน 5 เล่มจากชั้นที่มีหนังสือการ์ตูนวางอัดแน่นซ้อนทับกันอยู่หลายหมื่นเล่ม

01 ประตูผี

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“หากถามว่าทำไมถึงเลือกเล่มนี้ มันเป็นเรื่องผีที่หายากมาก เพราะมีถึงสิบเล่ม ที่พิเศษคือ ราชันย์เป็นคนวาดหน้าปก สังเกตดูนะ เขาวาดสวยมาก เป็นแนวผีแบบแปลกๆ คนส่วนมากสะสมไม่ครบกัน ผมใช้เวลาเกือบสองปีกว่าจะตามหาจนครบสิบเล่ม บางทีเจอหนึ่งเล่มแต่ปนกับที่เขาขายยกชุด เราก็ต้องเหมามาทั้งหมด”

02 ฉลากแผงการ์ตูน

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“อันนี้ที่ชอบเพราะสมัยก่อนเราไปร้านขายของเล่น มันจะมีฉลากของเล่น ฉลากเหล้าเบียร์ ฉลากบุหรี่ เต็มไปหมด แต่นี่เป็นฉลากหนังสือการ์ตูน แล้วมันเรียงเลขครบนะ 1 2 3 4 5 6 7 เป็นแนวและฉลากมีสภาพดีมาก ยังไม่ได้ใช้แผงหนึ่งราคาเกือบสองพัน แต่ผมก็ต้องซื้อเพราะมาสภาพเดิม ของที่หายากคือของที่เก็บและมีสภาพดี เลยชื่นชอบมากๆ”

03 เมียงู

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“นี่เป็นหนังสือการ์ตูนผีที่ชอบในวัยเด็ก ชาตรี สังวรศิลป์ นักวาดที่ผมชื่นชอบเป็นคนวาด เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงที่หนีมาอยู่กับผู้ชาย แต่ปรากฏว่าผู้หญิงเป็นงู พอตกกลางคืนก็ออกหากิน สุดท้ายโดนตีตาย การ์ตูนผีเล่มละบาทมันก็จบสั้นๆ แบบนี้แหละ แต่อีกเหตุผลที่ชื่นชอบคือ เราบังเอิญไปเจอคนขายต้นฉบับหน้าปกนี้ในเว็บซึ่งเป็นของหายาก เราจึงมีทั้งหนังสือและต้นฉบับ”

04 ต้นฉบับการ์ตูนของ อาจารย์ชาตรี สังวรศิลป์

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“ผมไปงานนิทรรศการที่อาจารย์จัด แล้วอาจารย์ก็ถามผมว่ามีต้นฉบับเก็บไว้ สนใจไหม ผมรีบตอบเลยว่าสนใจ ทำไมจะไม่สนใจ มีหนังสือไม่พอยังมีต้นฉบับอีก เพราะต้นฉบับเป็นสิ่งที่หายากมากๆ และสวยมาก สังเกตดูนะว่าแกจะวาดผู้หญิงอึ๋มๆ หน่อย”

05 หุ่นพลังเวทย์ เรื่องโดย ป๋าเอ็กซ์ ภาพโดย โต้ด โกสุมพิสัย

‘ป๋าเอ็กซ์’ นักสะสม การ์ตูนผีเล่มละบาท สู่การขับเคลื่อนวงการผีไทยไปทั่วโลก

“เล่มนี้ผมชอบมาก เพราะนักเขียนในดวงใจที่เราชื่นชอบเป็นคนวาดและมีเราไปร่วมแสดง ร่วมแต่งด้วย เป็นเรื่องราวการออกผจญภัยไปเจอภูตผีปีศาจ นอกจากนี้ ผมยังให้อาจารย์ปั้นเปเปอร์มาเช่ตัวละครในหนังสือการ์ตูน เพื่อเอามาจัดบูทนำเอาหนังสือไปวางขายด้วย ตอนนี้เลยเหมือนเป็นการต่อยอดจากความชอบเรา 

“จากที่เราสนุกๆ ชอบสะสม และช่วยให้นักเขียนคนโปรดมีงานทำ ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันสร้างรายได้จนเป็นธุรกิจ เพราะผมนำผลงานของอาจารย์ไปจัดแสดงในร้าน ไปออกรายการบ้าง ตอนนี้มีทั้งคนไทยและต่างชาติสนใจซื้อผลงาน หรือให้อาจารย์ออกแบบวาดรูปผีให้ นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดนำภาพวาดมาทำเสื้อ ทำกระเป๋าลายรวมผี หรือใครอยากมีหนังสือการ์ตูนที่มีตัวเองเป็นนักแสดงก็ติดต่อผมได้ ตอนนี้ก็เหมือนผมเป็นบรรณาธิการ อาจารย์เป็นคนวาด 

“ใครจะไปเชื่อว่าจากการสะสมด้วยใจรัก สุดท้ายมันสามารถต่อลมหายใจการ์ตูนผีได้มากขนาดนี้”

Writer

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load