ช่วงปีที่ผ่านมา กระแส ‘รักษ์โลก’ ผ่านเข้ามาหน้าฟีดโซเชียลมีเดียของเรานับครั้งไม่ถ้วน หนึ่งในนั้นคือคลิปสั้นๆ ที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลของ ‘ขยะ’ สิ่งที่ใครหลายคนอาจนึกถึงแต่ความสกปรก ไม่น่าอภิรมย์ แต่วันนี้ Konggreengreen จะทำให้ภาพจำเรื่องขยะของคุณกลายเป็นเรื่องที่สนุกมากขึ้น

วันนี้ เราตื่นเต้นที่จะได้พูดคุยกับอินฟลูเอนเซอร์สายเขียวและพิธีกรผู้รอบรู้ ไอดอลของเด็กๆ ยุคทีวีรุ่งเรือง ใครหลายคนคุ้นเคยเขาในชื่อ ‘กบก้อง’ หรือ ก้อง-ชณัฐ วุฒิวิกัยการ อดีตพิธีกรรายการสารคดีน้ำดีอย่าง กบนอกกะลา ที่จะพาทุกคนไปสำรวจสิ่งต่างๆ รอบตัว และนำเสนอชุดความรู้นอกเหนือจากห้องเรียน

ก้องเรียนจบปริญญาตรีจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หลังเรียนจบ เขาได้ทำงานในวงการสื่อหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นครีเอทีฟในสายงานบันเทิง พิธีกรและครีเอทีฟรายการเชิงสารคดี กบนอกกะลา และ หลงเทศกาลโลก พอได้เดินทางผ่านการทำงาน ไปสำรวจอะไรๆ มากขึ้น ก้องจึงได้รับรู้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ปรากฏมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน และในที่สุด เขาก็ได้ก้าวเข้าสู่วงการ ‘แยกขยะ’

Konggreengreen สื่อสนุกโดยอินฟลูเอนเซอร์สายเขียวที่ชวนทุกคนสนใจเรื่องขยะ

กว่าจะมาแยกขยะ

“เรารู้ว่าขยะมันขายได้ เพราะเราเอาขยะที่บ้านไปขายให้คุณป้ากับคุณพ่อ พอที่บ้านอ่านหนังสือพิมพ์กันเสร็จแล้ว ก็จะพากันขับรถไปขายที่วงษ์พาณิชย์ เราเริ่มสังเกตว่า ทำไมขยะพวกนี้มันมีคนซื้อ เราก็เริ่มไปดูต่อว่า ทำไมเราขายได้แค่ไม่กี่บาท แล้วไปดูว่าขยะอะไรขายได้แพง อ๋อ กระดาษขาวขายได้แพงเหรอ กระดาษลังเขาก็รับเหรอ เราเลยได้รู้ว่าขยะพวกนี้มันมีค่า ไม่ได้เป็นแค่ขยะ แต่ถูกเอากลับไปทำประโยชน์ เราก็เลยเริ่มรู้จักแยกขยะตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”

ถึงแม้ว่าในอดีต ก้องจะยังไม่ได้แยกขยะละเอียดอย่างทุกวันนี้ แต่เขายืนยันกับเราว่า ตัวเองเป็นคนที่มีใจอยากแยกขยะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และตั้งคำถามกับถังขยะในไทยมาโดยตลอด

หลายๆ ครั้งเวลาที่เรามีขวดน้ำพลาสติกอยู่ในมือ และมองหาจุดทิ้งขยะในที่สาธารณะ เรามักจะเห็นถังแบ่งแยกสีไว้ ทั้งเหลือง เขียว น้ำเงิน แดง แต่พอเปิดดูแต่ละถัง ไม่ว่าขยะถังนั้นจะเป็นสีอะไร ก็จะเจอกับขยะทุกรูปแบบอยู่ในถังเดียว จนสุดท้ายเราอาจต้องจำใจทิ้งขยะที่รีไซเคิลได้ใส่ลงในถังสีเหลืองที่มีขยะชนิดอื่นอยู่ด้วย ก้องจึงชวนเราตั้งข้อสังเกตถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้เห็นว่าสังคมเรายังไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้มากพอ ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องการให้ความรู้ หรือการออกข้อบังคับเกี่ยวกับขยะอย่างเข้มงวด

หลังจากที่ทำงานสื่อทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังมาสักพักใหญ่ หลังออกจากรายการ กบนอกกะลา ก้องเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ เด็กหนุ่มชาวกรุงผู้หลงรักการเดินทาง ตัดสินใจไปเรียนต่อด้านการทำหนังสารคดีและโฆษณาที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา กว่า 2 ปี ระหว่างที่เขาใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น เขาได้เห็นชีวิตและการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างออกไป

“ตอนไปอยู่อเมริกา เป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งของความสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม ที่นั่นเขาบังคับให้ทุกคนแยกขยะตามบ้านและคอนโดฯ ถ้าไม่แยก คนที่ให้เช่าจะมาดุ มาปรับเรา เราเลยต้องแยกกล่องนม UHT ขวดน้ำ กระดาษลัง หลักๆ คือแยกขยะที่รีไซเคิลได้ออกมา หรือถ้าเรามีขยะชิ้นใหญ่อยู่ เขาจะมีวันนัดทิ้ง ทำให้เรารู้สึกว่า ระบบการจัดการขยะนี่มันดีเนาะ” ก้องเล่าให้ฟังถึงความประทับใจที่มีต่อการจัดการขยะที่เขาได้ไปพบเจอมาในต่างแดน และสิ่งเหล่านี้ทำให้เขาหมั่นแยกขยะโดยไม่รู้ตัว

Konggreengreen สื่อสนุกโดยอินฟลูเอนเซอร์สายเขียวที่ชวนทุกคนสนใจเรื่องขยะ
Konggreengreen สื่อสนุกโดยอินฟลูเอนเซอร์สายเขียวที่ชวนทุกคนสนใจเรื่องขยะ

Konggreengreen สื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม

หลังจากร่ำเรียนจนสำเร็จการศึกษา ก้องมีโอกาสได้รับงานจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดทำรายการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมขึ้น

“เราทำรายการชื่อว่า The Green Diary ขึ้นมา ตอนนั้นไม่รู้จะเอาใครเป็นพิธีกรก็เลยเป็นเอง ทำไปทำมา เราได้ไปสัมผัสกลุ่มที่เขาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมจริงๆ แล้วได้ไปเห็นว่า เฮ้ย สิ่งที่เขาทำมันก็ไม่ได้ยากหรือว่ารบกวนชีวิตอะไรเขามากมายเหมือนที่คิดไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลดขยะ การแยกขยะ การผลิตของออกมา หรือแม้แต่การจัดอีเวนต์ต่างๆ มันก็ลดขยะหรือทำแบบไม่มีขยะได้ เราเลยซึมซับมาเรื่อยๆ ลองเอามาใช้กับทั้งในออฟฟิศเรา ทั้งในชีวิตประจำวันของเรา ใช้กับที่บ้านเรา ว่าจะแยกขยะตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”

หลังเสร็จสิ้นภารกิจการทำรายการ The Green Diary ก้องยังคงสนุกและอยากเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมต่อ Konggreengreen จึงเกิดขึ้นเพื่อเล่าเรื่องขยะ โดยมีจังหวะที่สนุก

Konggreengreen สื่อสนุกโดยอินฟลูเอนเซอร์สายเขียวที่ชวนทุกคนสนใจเรื่องขยะ

ลองไหม ลองมาแยกขยะกัน

“คอนเซ็ปต์ของ Konggreengreen มันคือรักษ์โลก แล้วต้องสนุกด้วย เรื่องขยะต้องเป็นจังหวะสนุก ไม่ใช่เรื่องสกปรกอีกต่อไปแล้ว ถ้าเราทำขยะให้สะอาด มันก็คือพลาสติก มันก็คือกระป๋อง มันก็คืออะลูมิเนียม แต่พอสกปรก มันก็คือขยะ ฉะนั้น เราเลยทำให้ขยะเป็นเรื่องใกล้ตัว เรื่องง่าย เรื่องสนุก หลักๆ ก็จะว่าด้วยเรื่องการจัดการขยะและการลดขยะ ทำยังไงให้เกิดขยะน้อยที่สุด ถ้าเกิดแล้วทำยังไง เอาสองเรื่องนี้ก่อน”

โดยปกติแล้วพอพูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม สิ่งที่เรามักจะคิดถึงตามมาติดๆ คือปรากฏการณ์ภาวะโลกร้อน น้ำแข็งที่ขั้วโลกกำลังจะละลาย หมีขั้วโลกจะไม่มีบ้านอยู่ ทำให้บางครั้งเรามองเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใหญ่เกินตัว ไม่รู้จะเริ่มต้นช่วยเหลือโลกอย่างไร Konggreengreen จึงอยากชวนมองอะไรที่เล็กลงมา และอยู่ใกล้ตัวมากขึ้น

“ถ้าเราอยากให้ประเทศเราดีขึ้น หรือเอาง่ายๆ ว่าถ้าอยากให้บ้านเราดีขึ้น เราก็ควรจะทำให้มันสะอาดใช่ไหม เราควรทำให้ถูกสุขอนามัยหรือเป็นระเบียบมากขึ้น ถ้าอยากให้บ้านเราจัดการขยะดีขึ้น แล้วนั่งรอแค่คนที่มีอำนาจ เราไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ถ้าสมมติภาคประชาชนทุกคนช่วยกันทำ มันก็เห็นแรงกระตุ้น ขยะก็จะถูกนำไปจัดการได้ถูกต้องกว่าเดิมเยอะ ตอนนี้ก็เริ่มมีคนช่วยกัน คนเขารู้ว่าจะต้องส่งขยะไปที่ไหน เริ่มมีสื่อออกมาพูดมากขึ้น มีเพจเกี่ยวกับเรื่องขยะ เรื่องสิ่งแวดล้อมออกมามากขึ้น เราลองมองเท่านี้ก่อน ไม่ต้องมองไปถึงปัญหาระดับโลกขนาดนั้น มันจะทำให้เรามีกำลังใจทำมากขึ้น”

Konggreengreen สื่อสนุกโดยอินฟลูเอนเซอร์สายเขียวที่ชวนทุกคนสนใจเรื่องขยะ

จาก YouTuber สู่ TikToker

จากการสังเกตของคนทำงานสื่อ ก้องเห็นว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยูทูบกลายเป็นช่องทางที่มีคนประสบความสำเร็จมากมายจากการสร้างคอนเทนต์ดีๆ เขาจึงทดลองถ่ายทอดเรื่องราวการจัดการขยะในช่องทางนี้ดูเช่นกัน แต่เมื่อเผยแพร่ออกไป คนไม่ได้ให้ความสนใจเท่าที่ควร ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับคลิปวิดีโอสั้นๆ ง่ายๆ อย่างใน TikTok โด่งดังขึ้นมาพอดี

“เราลองเอาคลิปสั้นๆ ในยูทูบมาตัดลง TikTok แล้วมันก็มีคลิปที่ดังแบบฟลุ๊กๆ คือคลิปที่เราไปนั่งสัมภาษณ์แม่ค้าร้านวัสดุก่อสร้าง เขารียูสเอาถุงน้ำยาล้างจาน มาตัดเป็นถุงใช้แทนถุงพลาสติกให้ลูกค้า คนดูคลิปนั้นเป็นล้าน จากนั้นก็ลองทำอีกแบบง่ายๆ เช่น การขึ้นตัวหนังสือว่า ฉันในเมื่อก่อน ทิ้งถุงแกงลงถังขยะทันที แล้วเราก็บอกต่อไปว่า แต่ฉันในตอนนี้ เปลี่ยนการกระทำคือ เอาถุงแกงมาล้าง ปรากฏคนมาดูเป็นแสน คนเริ่มมาตาม เราก็เลยรู้สึกว่า เอ๊ะ หรือมันมีคนสนใจจริงๆ บางคนบอกว่า เฮ้ย เราก็ล้างถุงแกงเหมือนกัน เกิดเป็นคอมมูนิตี้ล้างถุงแกงขึ้นใน TikTok ของเรา

@konggreengreen

ถุงพลาสติกในมือ อย่าพึ่งทิ้ง!!!!! ดูคลิปนี้ให้จบแล้วคุณจะเข้าใจ #plasticbag #tiktokuni #greenery #konggreengreen #recycle #ใช้ซ้ําปังสุด

♬ original sound – Kong GreenGreen – Kong GreenGreen
@konggreengreen

พอรู้ว่าถุงแกงส่งไปรีไซเคิลได้ ก็ล้างถุงใหญ่เลย #konggreengreen #ลดโลกร้อนเริ่มที่เรา #รักษ์โลก #greenery

♬ #เมื่อก่อนvsตอนนี้ – นะ มิ้นต์ 🌻

พอจับทางได้ว่าคนใน TikTok ชอบอะไร ชอบแบบไหน ก้องจึงเริ่มเดินตามเส้นทางนั้น การเล่าเรื่องยากๆ ให้กลายเป็นเรื่องง่าย เป็นสิ่งที่ก้องคำนึงถึงแทนการใช้โปรดักชันใหญ่ๆ แบบที่เคยทำมา

“เราว่า TikTok เป็นพื้นที่ที่น่ารักและง่ายดี เราเล่าอะไรง่ายๆ ผลิตอะไรง่ายๆ จากนั้นก็เริ่มเพิ่มความรู้เข้าไป เริ่มเพิ่มเทคนิคในการแยกขยะที่มากขึ้น แต่เราต้องจำกัดด้วยว่า อย่าให้ข้อมูลอะไรที่ยากมาก เอาที่รู้สึกว่า เฮ้ย เราก็ทำได้นี่หว่า อะไรที่มันใกล้ตัวเขา เช่น ถุงขนมที่เขาเรียกว่าซองวิบวับ อันนี้พี่บอกว่าส่งไปโครงการ Green Road ทำอิฐบล็อกปูถนนหรือทำเป็นม้านั่งสาธารณะได้ คนก็ชอบกัน เพราะว่าคนก็กินขนมกันทุกวัน”

วางความเนี้ยบ เติมความง่าย

ในช่วงแรกของการทำคลิปใน TikTok ก้องบอกกับเราว่ามีขลุกขลักอยู่บ้าง เพราะความเนี้ยบที่ติดมาจากการทำงานโปรดักชันที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโฆษณา วิดีโอเพลง หรือภาพยนตร์ ที่มีความละเอียดของเนื้องานอยู่สูงมาก แต่พอลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ ก็เริ่มปรับตัวได้

“อาชีพของเราคือการทำสื่อ ทำโปรดักชันเฮาส์ด้วยซ้ำไป เวลาทำงานโฆษณากับงานที่มันต้องคราฟต์มากๆ ต้องนั่งไล่ดูทุกวินาที ต้องมานั่งเลือกฟอนต์กับกราฟิกว่าเอาแบบไหนดี เลือกกันอยู่นั่นแหละ แต่พอมาเป็น TikTok ปุ๊บ ช่วงแรกก็อยากจะทำให้มันเนี้ยบ เพราะรู้สึกว่ามันไม่ได้เว้ย เรามีศักดิ์ศรี เราเป็นผู้กำกับโฆษณา ทำรายการทีวีมาก่อนนะเว้ย เลยทำคลิปจากข้างนอกแอปฯ ถ่ายสวยๆ ทำกราฟิกดีๆ พอโพสต์ไปใน TikTok คนกลับไม่ค่อยยอมรับมันสักเท่าไหร่

“แต่พอเราไม่ได้ทำอะไรกับมันมาก ใช้กราฟิกในตัวแอปฯ เลย เวลาตัดต่อ บางทีคำพูดยังค้างอยู่ เราก็ตัดทิ้งแล้ว ถ่ายมาแบบหน้ามันๆ หัวยุ่งๆ เสื้อย้วยๆ มืดๆ มีเงาแว่นพาดหน้า คนกลับชอบแบบนี้มากกว่า เรื่องของความเนี้ยบอาจจะไม่ต้องมีมากเท่ากับตอนที่ทำโปรดักชัน ซึ่งเป็นอาชีพหลักของเรา เราก็ต้องปล่อยวาง ละวางความเนี้ยบลงไป แล้วใส่ความเป็นธรรมชาติมากขึ้น ปรากฏว่ามันได้รับการตอบรับ คนสนใจการเล่าเรื่องสไตล์นี้ ก็เลยเป็นที่รู้จักมากขึ้นครับ”

การทำคลิปในแต่ละครั้ง ก้องจึงกลายเป็น One Man Show โดยสมบูรณ์ ไม่ว่าจะทั้งเขียนบท พิธีกร ตัดต่อ หาเพลง ลงโพสต์ครบจบที่แอปฯ และคนเดียว

อินฟลูเอนเซอร์ที่ถูกปัดดูมาแล้วกว่า 20 ล้านวิว

ไม่นานมานี้ เราเห็นโพสต์จาก Konggreengreen เกี่ยวกับข่าวดีที่ #Konggreengreen ใน TikTok มียอดคนดูกว่า 20 ล้านวิว เป็นอีกก้าวสำคัญที่ยืนยันว่า มีคนในสังคมสนใจและอยากรู้เกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้นจริงๆ

“รู้สึกดีใจมาก ไม่ได้ดีใจกับตัวเองเลยนะ เราดีใจที่คนอยากฟังเรื่องขยะกันเยอะขนาดนี้ สมมติว่าทำรายการนี้ คลิปแบบนี้เมื่อสิบห้าปีก่อน จะมีคนฟังเยอะขนาดนี้หรอวะ ยุคที่มันเกิดยูทูเบอร์มาแรกๆ ของโลก ถ้าเขาพูดเรื่องขยะ คนไทยจะมีคนฟังเยอะขนาดนี้เลยไหม มันเกิดอะไรขึ้น หรือว่าคนรอไม่ได้แล้ว เรื่องขยะไมใช่เรื่องรองหรือเรื่องที่เอาไว้ก่อนสำหรับคนทั่วไปแล้ว

“ในอินสตาแกรมเรา เมื่อก่อนไม่มีใครสนใจติดตามหรอก เราเป็นแค่พิธีกรสารคดีท่องเที่ยวธรรมดาๆ คนหนึ่ง ตอนแรกเขินมากเลยนะที่จะเอาเรื่องขยะลงไอจี คิดภาพออกมั้ย ไอจีมันต้องคุมโทน ต้องเท่ ไอจีคือการโชว์ไลฟ์สไตล์ เราลังเลใจมากที่จะเอาเรื่องขยะลงไอจี แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจลง ปรากฏว่าเพื่อนกดไลก์มากกว่าไลฟ์สไตล์ปกติอีก จากนั้นเลยเริ่มเอาเรื่องขยะมาลง คนเริ่มมาคุยด้วย คนมากดติดตาม ไม่ได้บ้ายอดฟอลนะ แต่รู้สึกว่าพอเรามีเพื่อนมากขึ้น มีช่องทางในการบอกต่อมากขึ้น เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่คนเขาใส่ใจเรื่องนี้เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเขาอยากดูแต่เรื่องสวยๆ งามๆ เท่ๆ หล่อๆ อย่างเดียว”

20 ล้านวิวที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้บอกว่า ก้องมีไลฟ์สไตล์เกี่ยวกับขยะอย่างโดดเดี่ยว แต่ยอดวิวทั้งหมดนี้ กำลังบอกว่า มีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่กำลังพาขยะให้เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ด้วยเช่นเดียวกันกับเขา

Konggreengreen กับการไปต่อเรื่องขยะ

หลังจากแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมากว่าขวบปี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564 สื่อรักษ์โลกสื่อนี้ได้รับรางวัล Best Green Change Maker Influencer จากงานประกาศรางวัล Thailand Influencer Awards 2021 Presented by Tellscore เราจึงอยากรู้ว่า Konggreengreen จะเล่าอะไรให้ทุกคนฟังอีก

“ก้าวต่อไปของ Konggreengreen เราอยากไปเรียน ไปฝึกงานเรื่องขยะอย่างจริงจัง”

ก้องพูดถึงแผนที่วางไว้อย่างหนักแน่น ถึงแม้ว่าเขาจะทำสื่อเกี่ยวกับเรื่องขยะมาไม่น้อย แต่ก็ยอมรับว่า ยังมีอีกหลายคำถามที่คนถามมาแล้วเขาตอบไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น

‘เครื่องสำอางทิ้งยังไง’

‘ซองกันชื้นทิ้งยังไง’

‘สิ่งที่เราแยกๆ กันอยู่ มันละเอียดเกินไปไหม’

‘ขยะอะไรที่ขายได้ราคา’

“เราอยากเอาคำตอบมาบอกเขา เพื่อให้เขามีแรงจูงใจในการแยกขยะให้ถูกมากขึ้น เราอยากจะไปฝึกงานร้านแยกขยะ แล้วก็อาจจะถ่ายเรียลลิตี้ที่เราไปเรียนรู้เรื่องขยะแต่ละอย่างไว้ด้วย ถ่านไฟฉายมาถึงเป็นยังไง โทรศัพท์มือถือที่เขาทิ้งแล้ว แงะอะไรออกมายังไง อยากให้คนดูเรียนรู้ไปพร้อมกับเรา อยากให้รู้จักขยะมากขึ้น”

ก้องย้ำกับเราว่า อยากไปเรียนรู้เพื่อทำความเข้าใจให้กระจ่างว่า ที่เราแยกกันอยู่มันถูกไหม ถึงปลายทางอย่างปลอดภัยหรือเปล่า พอถึงแล้วถูกจัดการอย่างไรต่อ เรียกได้ว่าการพาไปสำรวจการเดินทางของขยะ เป็นสิ่งที่ก้องอยากพาทุกคนร่วมเดินทางเป็นเพื่อนกันไปตลอดทาง

Facebook: Konggreengreen

YouTube: Konggreengreen

TikTok : Konggreengreen

Instagram : Konggreengreen

Writer

ชลณิชา ทะภูมินทร์

นักเล่าเรื่องฝึกหัดกำลังตามหาความฝันที่หล่นหาย คนน่าน-เชียงใหม่ที่รักบ้านเกิดแต่ก็หลงรักการเดินทาง

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

“เสียดายจังครับ ปู่หลับแล้ว” 

ตั๊ก-ปิยะพงษ์ ชิณเดช หนึ่งในแอดมินเพจ ZOO 101 หันมาบอกกับเราขณะที่เข็มนาฬิกาบนข้อมือชี้เลข 12

“อีกนานไหมคะถึงจะตื่น” – เราถามอย่างมีความหวัง

“ไม่แน่ใจครับ ทั้งวันนอนประมาณ 20 ชั่วโมง ตื่นแค่ 4 ชั่วโมงต่อวัน” – โอเค แปลว่าความหวังริบหรี่มาก

เรายืนอยู่หน้าอาศรมของ ปู่แฟลช สลอธ 2 นิ้ว เจ้าของรางวัลชนะเลิศ ‘ขวัญใจมหาชน Zoo Influencer Awards 2022’ จัดสำรวจโดย ZOO 101 เพจสาระอารมณ์ดีที่มุ่งมั่นสร้างชุมชนคนเข้าใจสัตว์และเป็นสื่อกลางในการให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและสวนสัตว์อย่างถูกต้อง

อินฟลูเอนเซอร์ของเพจไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเหล่าเซเลบหลากหลายสายพันธุ์สังกัดสวนสัตว์ทั่วไทยตั้งแต่เหนือยันใต้ 7 แห่ง ได้แก่ สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์สงขลา สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์ขอนแก่น สวนสัตว์อุบลราชธานี โครงการคชอาณาจักร จังหวัดสุรินทร์ รวมถึง สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ฐานที่มั่นหลักที่แทบจะต้องปูพรมแดงให้ทั่ว 5,000 ไร่ เพราะทุกส่วนจัดแสดงมีแฟนคลับของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง

ท่ามกลางอากาศร้อนแต่ฝนโปรย ใครคิดว่า The Cloud จะหนีกลับบ้าน ขอบอกเลยว่าไม่! 

เพราะวันนี้เรามีภารกิจเยือนบ้านเหล่าดาราแห่งพงไพรพร้อมทีมแอดมินที่ตั้งใจมาแบ่งปันประสบการณ์แสนสนุก เบื้องหลังการปลุกปั้นเพจสาระน่ารู้ และเรื่องราวอบอุ่นหัวใจระหว่าง ‘คน’ กับ ‘สัตว์’ ให้ฟัง

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

บทที่ 1

นกกระเรียนเปลี่ยนชีวิต

ตั๊กพาเดินไปยังคาเฟ่โล่งแจ้งข้างบ้าน ‘หมีขอ’ ที่กำลังกินอาหารและนอนหลับห่างไปไม่ถึง 3 เมตร ไม่มีกรง ไม่มีกระจกคั่นกลาง เห็นตั้งแต่เขี้ยวในปากยันขนแต่ละเส้นบนตัว

เราออกอาการตื่นเต้น 

แต่นั่นเป็นเรื่องปกติของคนที่ตื่นด้วยเสียง ‘ชะนี’ ปลุกในยามเช้า และวิ่งออกกำลังกายท่ามกลางเพื่อนต่างสายพันธุ์ รวมถึงฝูงลิงป่าที่ไม่ได้เป็นมิตรเท่าไหร่ แต่ยังไหวอยู่

“ผมเป็นนักสื่อสารวิทยาศาสตร์สังกัดสถาบันอนุรักษ์และวิจัยสัตว์ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางที่คอยช่วยสวนสัตว์ทำโครงการอนุรักษ์และวิจัย” เขาเริ่มเล่า

“หน้าที่ของหน่วยงานมีหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการเพาะขยายพันธุ์สัตว์หายาก ซึ่งบางชนิดสูญพันธุ์จากธรรมชาติไปแล้ว แต่ยังมีในสวนสัตว์ เราก็ต้องขยายพันธุ์เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เช่น นกเงือก นกกระสาคอขาว นกตะกรุม นกกระเรียน และอีกหนึ่งหน้าที่สำคัญคือการสื่อสารเรื่องยากให้เข้าใจง่าย เพราะถ้าอนุรักษ์แค่ตัวสิ่งมีชีวิต แต่ชาวบ้านไม่เข้าใจ คนที่มีส่วนร่วมไม่เข้าใจก็จะไม่เกิดการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน”

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'
ภาพ : ปิยะพงษ์ ชิณเดช

เพื่อให้ทุกคนไปถึงเป้าหมายนั้น ZOO 101 จึงถือกำเนิดขึ้นในแพลตฟอร์ม Clubhouse เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องสัตว์ ๆ ในช่วงโควิด-19 โดยมี อรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย (อดีตผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว) เป็นผู้ริเริ่มตามนโยบายของคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ตั้งชื่อ และชักชวนคนรอบตัวมาทำ แต่หลังจากความนิยม Clubhouse ลดลง แฟนเพจเฟซบุ๊กกลับงอกเงยขึ้นมาแทน

“แล้วทำไมต้อง 101” เราถามให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับจังหวัดร้อยเอ็ด

“ท่านอยากให้เป็นเหมือนแหล่งความรู้ขั้นพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้นรู้จักสวนสัตว์ (101 เป็นคำสแลงในภาษาอังกฤษ หมายถึง พื้นฐาน) เพราะในเพจเราไม่ได้มีแค่มุกเอาฮา แต่ยังมีสาระย่อยง่ายที่ได้จากงานวิชาการ ซึ่ง มิ้น-สุดารัตน์ บ่ายเจริญ เป็นเสาหลักด้านสาระของเรา มิ้ว-ศุภรัตน์ สวัสดิ์คุ้ม รับหน้าที่เบื้องหลังช่วยตรวจสอบบทความ ล่อน-ณัฐวุธ เดือนแจ่ม และผมช่วยกันถ่ายภาพ คิดมุก ดูแลโพสต์โดยรวม”

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

แต่กว่าตั๊กจะก้าวมาถึงจุดนี้ กราฟชีวิตของเขาสวิงพอสมควร 

จากเด็กรัฐศาสตร์จบใหม่ที่ไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อ เขายื่นใบสมัครตำแหน่ง ‘คนขับรถ’ แต่ก็ถูกผู้อำนวยการคนก่อนเบรกไว้แล้วย้ายเขาไปเป็นผู้ช่วยนักวิจัยโครงการอนุรักษ์และวิจัยนกกระเรียนพันธุ์ไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญตั้งแต่การปล่อยคืนธรรมชาติ ติดตามความเป็นอยู่ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายครั้งสังคมยังคงตั้งคำถามถึงการแสวงหาผลประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตในป่า แต่ถึงอย่างนั้นการพัฒนาไม่ได้ย่ำอยู่กับที่ สวนสัตว์หลายแห่งเปลี่ยนบทบาทจาก ‘ผู้บริโภคสัตว์’ สู่การเป็นผู้ผลิตสัตว์เพื่อส่งคืนธรรมชาติ ซึ่งประเด็นหลังเป็นเรื่องที่สมควรบอกต่อ

ครั้งนั้น ตั๊กกลายเป็นทีมย้ายนกกระเรียนจำเป็น ต้องเรียนหลักสูตรเร่งรัด ‘จับปากแล้วปิดตา’ แป๊บเดียว นกกระเรียนที่เคยสูญพันธุ์ก็กลับสู่ถิ่นฐานดั้งเดิมอีกครั้ง

“นกกระเรียนเปลี่ยนชีวิตผม” 

เขาไม่ได้พูดเกินจริง เพราะหน้าที่ต่อมาคือการขยับขึ้นเป็นนักวิจัยเต็มตัว ตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโท คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับนกกระเรียน แล้วหลังจากนั้นก็ไม่อาจถอนตัวจากวงการได้อีกเลย

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'
ภาพ : ปิยะพงษ์ ชิณเดช

บทที่ 2

แอดมินที่ป่วนสัตว์ทุก ‘คน’

ความประทับใจที่มีวันนี้ยังไม่จบ เราไปพบแอดมินเพจวันที่ 4 ตุลาคม ซึ่งถือเป็นทั้ง International Zookeeper Day และ World Animal Day พอดี ส่วนข้อต่อมาที่ต้องเอามือทาบอกด้วยความชื่นชอบคือ ที่นี่ใช้สรรพนามเรียกสัตว์เป็น ‘คน’ ไม่ใช่ตัว

“บางคนอาจมองสวนสัตว์เป็นเหมือนงานจัดแสดง แต่เราทุกคนอยู่ด้วยกันอย่างผูกพัน โดยเฉพาะซูคีปเปอร์ที่รักไม่ต่างจากคนในครอบครัว ผมเคยเห็นเขานำนกป่วยไปโรงพยาบาล เขาร้องไห้มาขอให้หมอช่วยรักษา ยิ่งตอนสัตว์มีลูก หมอกับซูคีปเปอร์เฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ห่าง

“ยกตัวอย่าง องุ่น กับ เมลอน เขาเป็นเสือที่โตมาแบบเลี้ยงมือ เพราะในธรรมชาติพ่อแม่จะเลี้ยงแค่ลูกที่แข็งแรง ลูกที่อ่อนแอมีโอกาสตายสูง แต่ที่นี่ ถ้าเห็นว่าพ่อแม่เริ่มไม่เลี้ยง เราทนดูไม่ได้ ซูคีปเปอร์และหมอจะช่วยกันเลี้ยงต่อ ลุกขึ้นมาป้อนนมตอนตี 1 ตี 2 มันเลยเกิดเป็นความผูกพัน สัตว์ที่นี่จึงไม่ใช่ตัว แต่เป็นคน”

เราจินตนาการอย่างเข้าใจ เพราะเวลาที่ใช้ไปทั้งหมดคงไม่ต่างจากการเห็นลูกหลานของตนเติบโต และเมื่ออายุขัยของพวกเขาหมดลง ทั้งบ้านก็ท่วมไปด้วยน้ำตา

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

“การตั้งชื่อแสดงถึงความผูกพันเช่นกัน ตั้งชื่อปุ๊บเหมือนรับเขาเข้ามาในครอบครัว แล้วการตั้งชื่อจะเป็นกิมมิกของแต่ละส่วนจัดแสดง เช่น สมเสร็จที่นี่ตั้งตามเดือน สิงหา กันยา ตุลญา ส่วนโซนวัวแดงจะเป็นวันสำคัญ ปีใหม่ สงกรานต์ ส่วนฮิปโปโปเตมัสจะเป็นตระกูลของกิน (หัวเราะ) พะโล้ ขาหมู หมูตุ๋น หมูหวาน หรือที่เชียงใหม่ ซูคีปเปอร์ผู้ชาย 3 คนต้องดูแลสิงโตขาวเพศเมีย 3 ตัว ก็เลยตั้งชื่อตามภรรยาของตัวเอง”

ตั๊กเล่าอย่างผู้รู้ที่ทำงานทั้งในออฟฟิศและเดินป่วนไปทั่ว ทักทายทั้งหมอ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ซูคีปเปอร์ ไปจนถึงนักท่องเที่ยว

“ลูกเพจแซวว่าเราป่วนทุกคน (หัวเราะ) เขาไม่ยุ่งกับเรา แต่เราเป็นฝ่ายเข้าไปหาเอง เวลาจะถ่ายภาพต้องมานั่งรอประจำ ไม่ใช่มาปุ๊บถ่ายได้ทันที เว้นแต่แต้มบุญสูง รอทั้งวันไม่ได้อะไรเลยก็มี ซึ่งคนที่รู้เวลาตื่นดีที่สุดก็คือเหล่าซูคีปเปอร์ เราเลยต้องไปศึกษาหลายอย่างจากเขา”

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

บทที่ 3

ศึกษาหลังบ้านและสื่อสารออกไป

นักเรียนประถมตัวน้อยเดินเรียงแถวส่งเสียงคุยกันด้วยความตื่นเต้นทุกครั้งที่มาถึงโซนใหม่ ระหว่างทางตั๊กแวะทักทาย น้าเขียด ซูคีปเปอร์ของ แม่มะลิ ที่ติดตามมาตั้งแต่ครั้ง ‘สวนสัตว์ดุสิต’ หรือ ‘เขาดินวนา’ ยังเปิดทำการ และบุคคลต่อมาที่นั่งเฝ้าส่วนจัดแสดงฮิปโปโปเตมัสคือ พี่ตี๋ เขายื่นกล้วยให้ตั๊กหนึ่งหวี เพื่อให้ช่างภาพของเราเก็บภาพสวย ๆ ตอนขาหมูอ้าปาก

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

“แอดมินเพจขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง คือซูคีปเปอร์ของขาหมู ที่เห็นว่าเขามีการ Live เพราะเวลาให้อาหารต้องนั่งเฝ้าเสมอ เนื่องจากลิงธรรมชาติจากภูเขาจะลงมาแย่งอาหารจนเด็ก ๆ ของเราไม่ได้กิน แล้วแต่ละวันมันจะเปลี่ยนที่ลงไม่ซ้ำเลยต้องเฝ้ากันตามเส้นทาง”

ยังไม่ทันที่ตั๊กจะให้อาหารฮิปโปโปเตมัส เราเห็นว่าขาหมูอ้าปากรออยู่นานจนต้องหุบไปเพราะเมื่อยกราม เป็นภาพที่น่ารักเสียจริง แต่ตรงนี้ตั๊กย้ำว่า ฮิปโปโปเตมัสนิสัยดุร้าย คนที่เข้าไปในกรงได้จะต้องเป็นซูคีปเปอร์ที่คุ้นเคย มิเช่นนั้นอาจโดนงาบ

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

“วันนี้ไม่ได้เจอกับแอดมินเพจขาหมู จริง ๆ ZOO 101 เริ่มเป็นที่รู้จักเพราะไปแซวเพจอื่น แล้วเขาช่วยแชร์ต่อ เพจขาหมูเกิดก่อนเราหลายปี ส่วน ZOO 101 กำลังจะครบ 1 ปี ในวันเกิดหมูตุ๋นวันที่ 27 ตุลาคมนี้ ไปสุขสันต์วันเกิดได้”

บ้านหลังถัดไปห่างกันเพียงไม่กี่เมตร ฮิปโปโปเตมัสแคระที่เพิ่งพูดถึงกำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ข้าง แม่โจวน่า ขอบอกว่าขนาดหมูตุ๋นกำลังหลับก็ยังไม่ทิ้งคาแรกเตอร์แสนซนที่เราเคยเห็นกัน

กว่าคาแรกเตอร์ของเหล่าเซเลบจะออกมาจัดจ้านและเป็นตัวเองขนาดนี้ ตั๊กต้องใช้เวลาในการพูดคุยกับซูคีปเปอร์เพื่อเก็บข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิสัยและพฤติกรรมของพวกเขา

“เวลาทำงานเครียด ผมชอบชวนน้องมาเดินถ่ายภาพ เดินคุยกับซูคีปเปอร์ ทุกคนน่ารัก แม้บางคนจะคุยกับคนไม่เก่งก็ตาม เขาจะเป็นคนบอกว่าต้องมากี่โมง ใครเริ่มกินอาหารอะไรก่อน แล้วจะกลับไปนอนเมื่อไหร่ บางทีเขาก็บอกผมว่า วันนี้เซเลบอารมณ์ไม่ดีนะ คงถ่ายภาพไม่ได้ ผมก็เรียนรู้และทำความรู้จักไปเรื่อย ๆ”

นอกจากรางวัลขวัญใจมหาชนในกิจกรรม Zoo Influencer Awards 2022 by ZOO 101 ตั๊กเองก็มีเซเลบที่เขาชื่นชอบเป็นพิเศษ แถมยังมาพร้อมเรื่องอินไซต์ที่ใครหลายคนยังไม่เคยรู้ เราเลยลองจัดแบบทดสอบมาสักหน่อย

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

บทที่ 4

แบบประเมินความรู้เรื่อง อินฟลูเอนเซอร์เขาเขียว

คำชี้แจง

1. ข้อสอบมีทั้งหมด 5 ข้อ ข้อละ 20 คะแนน รวม 100 คะแนน

2. ให้ผู้อ่านเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. คุณคิดว่า ‘ปู่แฟลช’ (สลอธ) นอนวันละกี่ชั่วโมง

หมายเหตุ ทดสอบความจำ อย่าแอบย้อนดูคำตอบนะ

ก. 8 – 10 ชั่วโมง เหมือนคนที่นอนเต็มอิ่ม

ข. 10 – 15 ชั่วโมง อากาศร้อนเลยนอนบ่อย

ค. 15 – 20 ชั่วโมง ไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว

ง. ไม่มีข้อถูก

“ปู่แฟลชขึ้นแท่นอันดับหนึ่งจากผลสำรวจทั่วไทย พวกเราเลยทำป้ายประจำตำแหน่งสไตล์ญี่ปุ่นติดให้อยู่หน้าส่วนจัดแสดง (แต่ลูกเพจเรียกว่า อาศรม) แต่อีกอย่างที่เรายังไม่ได้มอบให้คือ น้ำพุ เพราะตามธรรมชาติ สลอธเคลื่อนไหวช้าก็จริง แต่พอฝนตกจะตื่นตัวมาก พอดีช่วงนี้หน้าฝนเลยไม่ได้เอาออกมา เดี๋ยวเตรียมเอาไว้ช่วงหน้าร้อนแทน”

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'
ภาพ : ณัฐวุธ เดือนแจ่ม

เฉลย ค. คลิกที่นี่เพื่อรู้จักนิสัยปู่แฟลชเพิ่มเติม

2. ใครคือเจ้าของ ‘เดอะ แก๊ง’ ที่แท้จริง

ก. หมูตุ๋น

ข. หมูหวาน

ค. พะโล้

ง. ขาหมู

“หมูตุ๋นคือฮิปโปโปเตมัสแคระที่ขนาดตัวเล็กกว่าฮิปโปโปเตมัสธรรมดา เป็นลูกของ พ่อเนลสัน และแม่โจวน่า มีน้องสาวชื่อ หมูหวาน ฮิปโปโปเตมัสแคระพบเฉพาะทางแถบแอฟริกาตะวันตก เห็นตัวเล็กแบบนี้แต่ความอันตรายไม่แพ้กัน ต้องเป็นซูคีปเปอร์เท่านั้นที่เข้าใกล้ได้

“ส่วนขาหมู หลายคนอาจไม่รู้ แต่เธอเป็นหลานของ แม่มะลิ ลูกสาวของ พ่อกรุณา (ลูกชายแม่มะลิ) กับ แม่ศรีพิงค์ ตอนนี้อายุ 4 ขวบ”

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'
ขาหมู
ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'
หมูตุ๋น 
ภาพ : ณัฐวุธ เดือนแจ่ม

เฉลย ง. คลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฮิปโปโปเตมัสแคระ และคลิกที่นี่เพื่อรู้จักฮิปโปโปเตมัสทั่วไป

3. ข้อใดคือเรื่องจริงของ ‘ป้าไอซ่า’ (วอมแบต) 

ก. ญาติของป้าที่ออสเตรเลียเปิดโพรงให้สัตว์ป่าหลบอัคคีภัยจนรอดตาย

ข. ป้าได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตสันถวไมตรีระหว่างประเทศไทยกับออสเตรเลียตั้งแต่ พ.ศ. 2550

ค. ป้าไอซ่าอายุ 18 ปี ซึ่งเกินอายุเฉลี่ยทั่วไปของวอมแบตที่ 12 – 15 ปี

ง. ถูกทุกข้อ

“ป้าไอซ่าเป็นสัตว์ประจำชาติของออสเตรเลีย ถือเป็นวอมแบตตัวเดียวในประเทศไทย ส่วนจัดแสดงของป้าอยู่ในโซนออสเตรเลีย ชอบนอน 22 – 23 ชั่วโมงต่อวัน เป็นไปได้ยากที่จะมาเจอป้าตื่น แต่ผมเคยโชคดีเจอป้าออกมายืดเส้นยืดสายพอดี 

“ป้าเคยอยู่ที่เขาดินมาก่อน แกเคยมีสามี แต่สามีเสียไปแล้ว ตอนนี้อยู่กับซูคีปเปอร์แทน (หัวเราะ) แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะวอมแบตชอบอยู่ตัวเดียว จะอยู่กับแฟนเฉพาะช่วงผสมพันธุ์ ป้าเขาเป็นอินโทรเวิร์ตครับ แต่ในช่วงที่ออสเตรเลียมีไฟไหม้ป่า ญาติของป้าเปิดโพรงใต้ดินให้วัลลาบี กระต่าย กระรอก และอื่น ๆ มาหลบภัย ปรากฏว่าทุกตัวในโพรงรอดตาย เพราะอุณหภูมิใต้ดินยังเย็นและอยู่ได้ แถมบ้านญาติป้ายังกว้างด้วย”

ZOO 101 คู่มือสวนสัตว์โดยอินฟลูเอนเซอร์เขาเขียวที่มีตั้งแต่ 'ขาหมู' ถึง 'แก๊งหน้านิ่ง'

เฉลย ง. คลิกที่นี่เพื่อรู้จักป้าไอซ่า หญิงชราตัวโตผู้น่ารัก (อันดับหนึ่งในใจผู้เขียน)

4. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ ‘แก๊งหน้านิ่ง’ (คาปิบาร่า) 

ก. แก๊งหน้านิ่งเป็นหนูยักษ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ข. แก๊งหน้านิ่งเป็นหนูที่หางยาวที่สุดในโลก

ค. แก๊งหน้านิ่งเป็นสัตว์ฟันแทะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (มากกว่าบีเวอร์)

ง. แก๊งหน้านิ่งกินอุจจาระของตัวเองในตอนเช้า

“ผมเคยคุยกับแอดมินเพจขาหมู เขาบอกว่าคิดอะไรไม่ออกให้มาหาแก๊งหน้านิ่ง เพราะพวกเขาเป็นเจ้าของยอดไลก์และยอดแชร์สูงสุด มีงานวิจัยบอกว่า คนเราชอบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมากกว่าสัตว์เลื้อยคลาน ลงรูปคาปิบาร่ายังไงคนก็ชอบ แถมนิสัยโดยธรรมชาติยังเป็นมิตรกับทุกคน ถึงหน้าจะไม่ออกก็เถอะ”

สนทนาหลังกรงกับทีมแอดมิน ZOO 101 เยี่ยมบ้านอินฟลูอินเซอร์สวนสัตว์เขาเขียว ขาหมู หมูตุ๋น ป้าไอซ่า แก๊งหน้านิ่ง ฯลฯ

เฉลย ข. คาปิบาร่าไม่มีหาง คลิกที่นี่เพื่อรู้จักแก๊งหน้านิ่งและผองเพื่อนในรูปแบบหนังสือ

5. ใครคือสมเสร็จตัวจริง

ก. สิงหา

ข. กุ๊งกิ๊ง

ค. กอไผ่

ง. นับตังค์

“สมเสร็จเป็นสัตว์ป่าสงวนของไทย ไม่ใช่ตัวกินมด คนมักเข้าใจผิด สมเสร็จจะแยกบ้านกันอยู่ ครอบครัวใครก็ของคนนั้น ตามธรรมชาติจะไม่อยู่รวมกัน สิงหามีแม่ชื่อกันยา พ่อชื่อ ไต้ฝุ่น ส่วนตุลญามาจากอีกบ้าน เป็นคุณแม่แล้ว ความน่ารักของตุลญาคือเวลาเรียก เขาจะเดินมาดมกลิ่นฟุดฟิด ๆ เพราะสมเสร็จเป็นสัตว์ที่สายตาไม่ดี ส่วนสิงหาจะทะเล้น นิสัยกวนกว่า”

สนทนาหลังกรงกับทีมแอดมิน ZOO 101 เยี่ยมบ้านอินฟลูอินเซอร์สวนสัตว์เขาเขียว ขาหมู หมูตุ๋น ป้าไอซ่า แก๊งหน้านิ่ง ฯลฯ
ภาพ : ณัฐวุธ เดือนแจ่ม

เฉลย ก. คลิกที่นี่เพื่อรู้จักเหล่าสมเสร็จเพิ่มเติม 

ป.ล. กุ๊งกิ๊งคือลิงอุรังอุตัง กอไผ่คือสิงโต และนับตังค์คือนางอาย

6. (คำถามพิเศษ) ใครเป็นเซเลบมาจากเขาดินวนา

ก. บ่ายสอง (สมเสร็จ)

ข. แม่มะลิ (ฮิปโปโปเตมัส)

ค. ศรีนวล (เสือโคร่งขาว)

ง. แสนรัก (ช้าง)

“ใครมาถามหาแม่มะลิ แปลว่าไม่เด็กแล้วนะ (หัวเราะ) แม่มะลิเป็นขวัญใจวัยรุ่นสูงวัย ใจดี ถือเป็นฮิปโปโปเตมัสที่อายุยืนที่สุดในประเทศไทย”

แม่มะลิเป็นสาวเยอรมัน เกิดเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2508 ย้ายมาเนเธอร์แลนด์ตอนอายุ 1 ขวบ กระทั่ง พ.ศ. 2510 แม่มะลิรับหน้าที่นักเดินทางย้ายบ้านมาอยู่เขาดินวนา ก่อนจะมาเขาเขียวใน พ.ศ. 2562 

ปัจจุบันเธออายุ 57 ปี อยู่มาตั้งแต่สมัยจอมพลถนอม การย้ายมาที่เขาเขียวถือเป็นโอกาสดีในการพบครอบครัวอีกครั้งทั้งลูกและหลาน ซึ่งแม่มะลิมีลูก 14 ตัว กระจายอยู่ทั้งในไทยและต่างประเทศ

สนทนาหลังกรงกับทีมแอดมิน ZOO 101 เยี่ยมบ้านอินฟลูอินเซอร์สวนสัตว์เขาเขียว ขาหมู หมูตุ๋น ป้าไอซ่า แก๊งหน้านิ่ง ฯลฯ
ภาพ : ณัฐวุธ เดือนแจ่ม

เฉลย ข. คลิกที่นี่เพื่อรู้จักแม่มะลิและน้าเขียด ซูคีปเปอร์ดั้งเดิมตั้งแต่ที่เขาดิน

บทที่ 5

จงเป็นผู้สร้างอย่างต่อเนื่อง

สวนสัตว์แห่งแรกที่ผู้เขียนเคยไปคือเขาดินวนา จำได้ว่าตนเองในวัยเด็กเดินดูเพื่อนต่างสายพันธุ์ด้วยความสนุกสนานตามประสา และกลับบ้านอย่างสุขใจ หลังผ่านพ้นระดับมัธยม เราเริ่มเหินห่างกันกว่าเก่า เพราะไม่รู้สึกครื้นเครงกับสถานที่แห่งนั้นแล้ว

กระทั่งวันนี้ ความสนุกกลับมาอีกครั้งพร้อมการเติบโตทางความคิด เราเดินตากแดดท่ามกลางฝนปรอยด้วยรอยยิ้มที่ไม่ใช่เพื่องาน แต่เพราะรู้สึกสนุกที่ได้รู้จัก ‘เพื่อนเก่า’ อย่างแท้จริง และได้เข้าใจในสิ่งที่ทีมแอดมินพยายามสื่อสารกับสังคม

ประสบการณ์ 10 ปีของตั๊กสอนว่า หากอยากเป็นผู้สร้างต้องรู้จักสร้างอย่างต่อเนื่อง เขาอยากก่อตั้งชุมชนออนไลน์ให้คนมีส่วนร่วมในการทำความเข้าใจบทบาทของสวนสัตว์ และเข้าใจสัตว์อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการครอบครองสัตว์ป่าผิดกฎหมาย

“รักก็ต้องรักให้ถูกวิธี เราไม่ส่งเสริมให้คนเลี้ยงสัตว์ป่า ยกตัวอย่างนากเป็นสัตว์คุ้มครอง เลี้ยงไม่ได้ หรือเมื่อก่อนคนฮิตเลี้ยงนางอาย พอถึงระยะหนึ่งคนไม่เลี้ยงก็เอามาบริจาค บางคนบริจาคอย่างถูกต้อง แต่บางคนเอาใส่กล่องมาวางเฉย ๆ

“ตอนนี้เรามีอนุสัญญาไซเตส (CITES) หรืออนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ใช้ระบุได้ว่า อะไรเลี้ยงได้หรือไม่ หากลูกเพจมีข้อสงสัยทักมาถาม เรายินดีตอบเป็นอย่างยิ่ง”

ปัจจุบัน สวนสัตว์เป็นทั้งศูนย์การเรียนรู้และศูนย์อนุรักษ์ พวกเขามีบทบาทสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้เงื่อนไขเพื่อความยั่งยืน

สนทนาหลังกรงกับทีมแอดมิน ZOO 101 เยี่ยมบ้านอินฟลูอินเซอร์สวนสัตว์เขาเขียว ขาหมู หมูตุ๋น ป้าไอซ่า แก๊งหน้านิ่ง ฯลฯ

“เราสำรวจชุมชนที่อยู่กับสัตว์ก่อนปล่อยพวกเขา ทั้งธรรมชาติ ผู้ล่า แหล่งอาหาร โดยเฉพาะชาวบ้าน เพราะนักวิจัยติดตามดูงานแล้วกลับมา แต่ชาวบ้านคือผู้รับผลกระทบโดยตรง” ตั๊กเล่ากระบวนการทำงาน ก่อนสลับไปพูดถึงเรื่องสวนสัตว์ยุคใหม่ให้ฟังต่อ

“ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์สากล จะไม่นิยมให้จับตัว เพราะอาจส่งต่อเชื้อโรค โดยเฉพาะตัวที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน แม้เมื่อก่อนไม่เคร่ง แต่ปัจจุบัน กิจกรรมที่ให้ถ่ายภาพคู่กับสัตว์ ให้ลูบขน ให้อาหาร จะไม่มีให้เห็นแล้วภายใต้สังกัดองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย” เขายืนยัน เพราะแม้แต่ตัวเขาที่ทำงานในกระบวนการก็เกรงใจที่จะทักทายอย่างใกล้ชิด

“แต่เราก็ไม่ได้ปล่อยสัตว์อยู่เฉย ๆ โดยไม่มีการพัฒนา เรามีทีมส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์คอยทำให้พฤติกรรมไม่จำเจ ช่วยย้ายของในส่วนจัดแสดง ทั้งเปลี่ยนสูตรอาหารและของเล่น โดยทีมจะมีข้อมูลในธรรมชาติว่าแต่ละฤดูกาลใครกินอะไร หรือทำอะไรบ้าง ก็ทำของเล่นไปเปลี่ยนให้เรื่อย ๆ”

สนทนาหลังกรงกับทีมแอดมิน ZOO 101 เยี่ยมบ้านอินฟลูอินเซอร์สวนสัตว์เขาเขียว ขาหมู หมูตุ๋น ป้าไอซ่า แก๊งหน้านิ่ง ฯลฯ

นอกจากหน้าที่รับผิดชอบต่อธรรมชาติ ZOO 101 ยังรับบทเป็นเพื่อนให้กับ Zoo Lover ทั่วไทย โดยเฉพาะลูกเพจที่คิดถึงเหล่าเซเลบจากเขาดิน ซึ่งตั๊กและทีมก็เดินถือกล้องไปแชะภาพมาส่งตามคำขออย่างไม่บ่ายเบี่ยง

ตลอดการสนทนา เราไม่ได้ยินคำว่า ‘รักสัตว์’ ออกจากปากเขาสักครั้ง

ตั๊กไม่ได้นิยามตัวเองเป็นเช่นนั้น เราจึงถามเขากลับว่า หากวันหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าที่แห่งนี้ไม่มีอะไรอยู่เลย เขาจะเป็นอย่างไร

“ผมจะคิดถึง” เขาตอบแค่นั้น แต่เราก็มองเห็นจากสิ่งที่เขาทำว่า ‘รักแค่ไหน’

“เราเข้าใจว่าถ้าสัตว์ชนิดหนึ่งหายไปอาจไม่ได้กระทบกับคนเมืองหรือคนที่อยู่ห่างไกล เหมือนสมันที่เป็นโลโก้ขององค์กรก็สูญพันธุ์จากโลกไปหมด มันไม่กระทบชีวิต แต่ผมตั้งคำถามว่า หากยังมีมันอยู่จะไม่ดีกว่าหรอ

“เราเป็นมนุษย์ที่เลือกได้ว่าจะสร้างหรือทำลาย ทำไมเราต้องเป็นผู้ทำลาย นกกระเรียนหายไปไม่ได้กระทบชาวนา แต่พอมันกลับมา คุณภาพชีวิตชาวนาก็ดีขึ้น

“หรือนกเงือกเป็นนักกระจายพันธุ์ไม้ การไม่มีนกเงือกในระยะสั้น ป่ายังคงเป็นป่า แต่ระยะยาวอาจเป็นป่าที่มีพืชเพียงไม่กี่ชนิด สุดท้ายความหลากหลายจะหายไป 

“เราต้องการความสมดุล ผมเชื่อว่าทุกอย่างมีบทบาทตามธรรมชาติและเหตุผลที่เขาเกิดมา ในระยะสั้นเรามองไม่เห็นผลกระทบ แต่ในระยะยาวมีแน่นอน”

สนทนาหลังกรงกับทีมแอดมิน ZOO 101 เยี่ยมบ้านอินฟลูอินเซอร์สวนสัตว์เขาเขียว ขาหมู หมูตุ๋น ป้าไอซ่า แก๊งหน้านิ่ง ฯลฯ

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ตั๊กคนเดียวทำไม่ได้ องค์กรแห่งเดียวก็ทำไม่ได้ แต่หากทุกคนพยายามเข้าใจและร่วมมือกันย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า อย่างน้อยคือการรับผิดชอบในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของโลก

“ตั้งแต่จบปริญญาตรี ผมคิดว่าอยากทำอะไรก็ได้ที่มีประโยชน์ต่อสังคมและโลกใบนี้ งานสื่อสารต้องทำต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่นถึงจะเห็นผล เช่นเดียวกับงานอนุรักษ์นกกระเรียนที่เขาทำกันมา 30 – 40 ปี ผมเข้าไปหลังจากที่เพาะพันธุ์มาแล้ว 20 ปี นานนะครับกว่าจะปล่อยได้ เราเริ่มปล่อย พ.ศ. 2554 เพราะต้องรอให้นกมีปริมาณมากพอที่จะตั้งประชากรได้ แล้วรุ่นถัดจากผมก็ให้ไปโฟกัสเรื่องความยั่งยืนต่อ” เขาฝากอนาคตไว้กับคนรุ่นใหม่ เช่นเดียวกับที่เคยรับฝากความหวังของรุ่นพี่

“เราเป็นแค่ฟันเฟืองเล็ก ๆ ในกระบวนการแสนยาวนาน แต่เราทุกคนคือฟันเฟืองสำคัญ”

จบการสนทนาที่เขาเขียวประมาณ 14.00 น. เราขึ้นรถตู้กลับกรุงเทพฯ ด้วยความล้า แต่ก็ไม่อาจหลับลง ในสมองยังคงคิดถึงพวกเขาที่นั่น และคิดจนถึงตอนนี้ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนคุณภาพชีวิตของพวกเขาได้อย่างไร

งานง่าย ๆ คงเริ่มที่การเปิดรับและทำความเข้าใจ ลองสำรวจเพจ ZOO 101 เพื่อรู้จักกับโลกที่คนและสัตว์เป็นส่วนหนึ่งของกันและกันอย่างอ่อนโยน เพราะเราเชื่อว่าทัศนคติของคนคือสิ่งที่ยั่งยืนกว่าเงินบริจาค เปรียบเหมือนน้ำมันที่ทำให้กระบวนการอันยิ่งใหญ่เดินหน้าต่อไปอย่างไม่ติดขัด 

สนทนาหลังกรงกับทีมแอดมิน ZOO 101 เยี่ยมบ้านอินฟลูอินเซอร์สวนสัตว์เขาเขียว ขาหมู หมูตุ๋น ป้าไอซ่า แก๊งหน้านิ่ง ฯลฯ

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load