หมุดหมายปลายทางของเราวันนี้อยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ ต้องนั่งรถกันต่อ ไกลออกไปประมาณ 70 กิโลเมตร

เราไปสุรินทร์ เพราะที่นั่นมีเรื่องเล่าการพัฒนาชุมชนที่สำเร็จจนต้องบอกต่อ ชื่อว่า ‘โคก หนอง นา โมเดล’ สนับสนุนงบประมาณโดย ‘เซ็นทรัล ทำ’ (Central Tham) มี พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล (Central Group) ลงมือลงแรงผลักดันงานให้เป็นจริงด้วยแพสชันที่อยากสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น ผนวกกับมันสมองของ ไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ที่รู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี โครงการดีๆ แบบนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อพี่น้องเกษตรกรชาวสุรินทร์โดยตรง

โคก หนอง นา โมเดล โมเดลพัฒนาพื้นที่ภาคอีสาน อิงหลักการพื้นที่และสังคมอีสาน เพื่อเกษตรกรชาวอีสานโดยเฉพาะ, เซ็นทรัล ทำ, Central Tham

เกริ่นสั้นๆ ก่อนได้ว่า ‘โคก หนอง นา โมเดล’ คือการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบบูรณาการเชิงพื้นที่ เป็นโปรเจกต์ที่พานักวิชาการ และเกษตรกร มาเจอกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ช่วยกันออกแบบและขุดสระน้ำเพื่อการเพาะปลูก และแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรอันเป็นปัญหาหลักของจังหวัดสุรินทร์

เมื่อมีน้ำ เกษตรกรก็เพาะปลูกได้ทุกฤดูกาล ชุมชนที่เข้มแข็งจึงเริ่มวางแผนการผลิต ปลูกผักและผลไม้ดีๆ หลายชนิดให้ตรงกับปริมาณความต้องการของคนซื้อ ท้ายที่สุด Local Food อย่างพวกผักผลไม้และของกินอร่อยๆ ที่ยังสดจะถูกส่งตรงมาขายตลอดทั้งปีที่จริงใจ Farmers’ Market ในราคาย่อมเยา ผู้ผลิตเองก็ได้เจอกับผู้บริโภคโดยตรง แก้ปัญหาการต้องขนส่งอาหารระยะไกลอีกด้วย 

ต่อไปนี้ คือเรื่องเล่าเส้นทางการทำงานระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและชุมชน ที่ตั้งใจเปลี่ยนแปลงพื้นที่แห้งแล้งในจังหวัดสุรินทร์ให้กลับมาทำการเกษตรได้ และพวกเขาก็ได้เอาแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาบรรจบกับวิถีชาวบ้าน จนเกิดเป็นความยั่งยืนที่เป็นรูปธรรม จับต้องได้ในที่สุด

โคก หนอง นา โมเดล โมเดลพัฒนาพื้นที่ภาคอีสาน อิงหลักการพื้นที่และสังคมอีสาน เพื่อเกษตรกรชาวอีสานโดยเฉพาะ, เซ็นทรัล ทำ, Central Tham

ทำให้ดีขึ้น

เดิมทีจังหวัดสุรินทร์ประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำใช้เพื่อการเกษตรมาอย่างยาวนาน ไม่ใช่ว่าไม่มีน้ำ แต่ไม่มีระบบกักเก็บน้ำให้เพียงพอกับความต้องการตลอดปี เมื่อท่านผู้ว่าไกรสรย้ายมาประจำการที่จังหวัดสุรินทร์ และคลุกคลีกับชาวบ้านจนเล็งเห็นว่าพวกเขาควรพัฒนาแหล่งน้ำ

แหล่งน้ำเป็นสิ่งที่สำคัญกับชาวไร่ชาวนามากที่สุด ท่านผู้ว่าจึงอยากผลักดันโครงการ โคก หนอง นา โมเดลให้เกิดขึ้น โดยจับมือกับคุณพิชัยที่เคยทำงานพัฒนาชุมชนกันมาอยู่ก่อนแล้ว เป็นคู่หูนักพัฒนาชุมชนเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาหลายปี

“ท่านไกรสรเนี่ย เราเจอกันมาหลายจังหวัดแล้ว แต่ละจังหวัดก็จะมีปัญหาเรื่องเกษตรกรและเรื่องน้ำ เราพยายามแก้ปัญหาเรื่องท้องที่แล้วก็ทำไร่ปลอดสารพิษออร์แกนิก และทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวถ้าเป็นไปได้ ท่านผู้ว่าไกรสรก็มีความตั้งใจมากๆ ในเรื่องนี้ พอท่านได้เข้าไปดูแลในแต่ละจังหวัด ท่านก็เกิดไอเดียในการพัฒนา จากนั้นทางกลุ่มเซ็นทรัลก็ไปช่วยซัพพอร์ต” คุณพิชัยเริ่มต้นบทสนทนา เล่าถึงที่มาที่ไปของการทำงาน

การทำงานในช่วงแรกนั้นค่อนข้างทุลักทุเลพอสมควร เป็นช่วงที่ต้องพยายามเรียนรู้และปรับความเข้าใจกับคนในพื้นที่ให้มากที่สุด 

โคก หนอง นา โมเดล โมเดลพัฒนาพื้นที่ภาคอีสาน อิงหลักการพื้นที่และสังคมอีสาน เพื่อเกษตรกรชาวอีสานโดยเฉพาะ, เซ็นทรัล ทำ, Central Tham

“ปัญหาของชาวบ้านคือปีหนึ่งได้เงินอยู่ครั้งเดียว แต่กินทุกวัน วันละสามมื้อ ถามว่าเขาขี้เกียจหรือเปล่า มันก็ไม่ใช่ มันไม่มีน้ำ ให้ตายยังไงเขาก็เดินต่อไม่ได้ เพราะน้ำคือชีวิต น้ำคือคำตอบ เราจะทำยังไงให้ชาวบ้านมีรายได้มากกว่าปีละครั้ง มันก็ต้องตั้งต้นด้วยน้ำ 

“ผมทำกับกลุ่มเซ็นทรัลมาหลายโปรเจกต์ เน้นว่าทำยังไงให้ชาวบ้านมีรายได้มากกว่าปีละครั้ง หรืออย่างน้อยก็ไม่ต้องซื้อของกิน โชคดีที่ว่าสมัยก่อนตอนกลุ่มเซ็นทรัลกำลังออกมาทำ CSR แล้วก็มาเจอผมพอดี เราก็จะเน้นกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง ตั้งใจลดละเลิกการใช้สารเคมีเพื่อตัวเขาเอง เพื่อสิ่งแวดล้อม แล้วก็เพื่อผู้บริโภค” ท่านผู้ว่าไกรสรเล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นการทำงานกับกลุ่มเซ็นทรัล

จากบันทึกสมัยรัชกาลที่ 6 บอกไว้ว่า สมัยก่อนชาวบ้านแถบภาคอีสานจะถูกเกณฑ์แรงงานไปสร้างถนน สร้างสะพานทุกๆ 3 – 6 เดือน ถ้าใครไม่อยากไปต้องจ่ายเงินเป็นจำนวน 4 บาท และการจะได้เงินขนาดนั้นก็ต้องหาบเป็ดไก่หลายร้อยตัวไปขายที่โคราช 

 “จากประวัติศาสตร์สมัยก่อน คนอีสานไม่มีตังค์นะ พอเสร็จหน้านาถ้าอยากมีตังค์ต้องไปทำงานที่อื่น คนสุรินทร์เลยไปเขมร ไปทำงานแล้วเอาตังค์กลับบ้าน ผมอยากให้คนภูมิใจในบ้านเกิด คนอีสานเคยมีความน้อยเนื้อต่ำใจจากประวัติศาสตร์ที่มันกดทับ ถามต่อว่าในสมัยก่อนถ้าไม่มีเงินแล้วอยู่กันได้ไง คำตอบคืออยู่ได้ สมัยก่อนชาวบ้านขอแค่มีข้าวกิน ถ้าอยากกินปลาก็ลงห้วยลงหนอง บริโภคอาหารตามฤดูกาล ต่างกับสมัยนี้ ต่างจากตอนนี้ที่ความสามารถในการพึ่งตนเองมันลดลง” ผู้ว่าไกรสรเล่าเสริมถึงเรื่องราวความลำบากของชาวอีสานให้เราฟัง 

คุณพิชัยกับผู้ว่าไกรสรตั้งใจพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เลยสร้างโครงการพัฒนาชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ชื่อว่า เซ็นทรัล ทำ โดยมีแนวคิด ‘ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ’ ในพื้นที่เป้าหมาย มีแผนขุดสระน้ำจำนวน 15 สระ ปัจจุบันขุดเสร็จไปแล้วจำนวน 4 สระ โดยดึงนักวิชาการเก่งๆ มาร่วมทำงานกับชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรในตำบลหนองสนิท อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์

โคก หนอง นา โมเดล โมเดลพัฒนาพื้นที่ภาคอีสาน อิงหลักการพื้นที่และสังคมอีสาน เพื่อเกษตรกรชาวอีสานโดยเฉพาะ, เซ็นทรัล ทำ, Central Tham

“ก่อนผมมาสุรินทร์ ที่นี่มีปัญหาน้ำแห้งหมดเลย เรามาดูว่ามันแล้งจริงรึเปล่า ถ้ามันแล้งจริงก่อนหน้านั้นที่อุบลฯ มันน้ำท่วม น้ำมาจากไหนล่ะ น้ำก็จากสุรินทร์ จากโคราช เพียงแต่เราไม่เก็บกัน 

“คนสุรินทร์ต้องการน้ำอีกห้าร้อยล้านคิว พูดให้เห็นภาพคือห้วยเสนงยี่สิบสามแห่ง ถามว่าเอาพื้นที่ที่ไหนทำ ถ้าไม่มีพื้นที่ใหญ่ๆ ก็ต้องทำที่มีอยู่ให้มันดี ชาวบ้านเขายินยอมให้ขุดสระน้ำได้ไหม แต่ก่อนขุดสระน้ำไร่นาเป็นเรื่องใหญ่นะ ผืนนาดีๆ จะขุดสระทำไม ผมเข้าใจ เพราะถ้ามันพลาดแล้วต้องถมคืน แต่เดี๋ยวนี้ชาวบ้านเขาเข้าใจนะ เขาดูตามยูทูบเรื่องสระน้ำไร่นา เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสานกสิกรรมธรรมชาติ ชาวบ้านเขาเข้าใจมากขึ้น” ท่านผู้ว่าเจาะประเด็นถึงปัญหาที่เคยเกิดขึ้น

จนถึงตอนนี้ได้ดำเนินการขุดสระเสร็จเรียบร้อยไปแล้วจำนวน 4 สระ บนพื้นที่ของเกษตรกร 4 รายในตำบลหนองสนิท และจะทยอยขุดสระที่เหลือหลังช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งคุณพิชัยบอกว่าตนเองรู้สึกตื่นเต้นมากกับความสำเร็จ เลยอยากพาเรามาดูผลงานให้เห็นกับตาในทริปนี้

ทำให้มีน้ำ

‘โคก หนอง นา โมเดล’ หรือโครงการ ‘สระน้ำไร่นาประชารัฐสามัคคี เกษตรอินทรีย์ วิถีสุรินทร์ 4.0’ เป็นการบริหารการใช้ที่ดินทำกินให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือแบ่งพื้นที่สัดส่วน 30.30.30.10 เป็นแหล่งน้ำ ที่นาปลูกข้าว ปลูกพืชผัก สมุนไพร ไม้ผล ไม้เศรษฐกิจ ส่วน 10 เปอร์เซ็นต์สุดท้ายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและเลี้ยงสัตว์

‘โคก’ ทางภาคอีสานคือป่าเต็งรัง ป่าผสม มีความหลากหลายของพันธุ์ไม้ มีการใช้ประโยชน์จากพืชอาหารป่า เห็ด หน่อไม้ ผลไม้ท้องถิ่น ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของทางอีสานเท่านั้น

‘หนอง’ แปลว่าที่ลุ่ม ที่รับน้ำ

‘นา’ ที่ว่านี้คือไร่นาปลูกข้าว อาชีพเลี้ยงปากท้องของเกษตรกรในพื้นที่

โคก หนอง นา โมเดล โมเดลพัฒนาพื้นที่ภาคอีสาน อิงหลักการพื้นที่และสังคมอีสาน เพื่อเกษตรกรชาวอีสานโดยเฉพาะ, เซ็นทรัล ทำ, Central Tham
โคก หนอง นา โมเดล โมเดลพัฒนาพื้นที่ภาคอีสาน อิงหลักการพื้นที่และสังคมอีสาน เพื่อเกษตรกรชาวอีสานโดยเฉพาะ, เซ็นทรัล ทำ, Central Tham

หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เริ่มต้นสร้างสรรค์โครงการนี้จากการสำรวจความต้องการแหล่งน้ำขนาดใหญ่ในไร่นาของเกษตรกร จากนั้นกลุ่มเซ็นทรัลก็เข้ามาสนับสนุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ได้รับการสนับสนุนเครื่องจักรจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ ส่วนพื้นที่สำหรับขุดสระน้ำก็เป็นของเกษตรกรที่สมัครใจ

สระน้ำหนึ่งบ่อจุน้ำได้ 14,400 ลบ.ม. ขุดลึกลงไปประมาณ 5 เมตรจนเจอสะดือน้ำเพื่อให้น้ำผุดขึ้นมา น้ำในบ่อจึงเป็นน้ำฝนผสมกับน้ำใต้ดิน มีน้ำใช้เพียงพอตลอดฤดูแล้ง มวลดินชั้นบนที่เป็นหน้าดินอินทรีย์จะเอาไว้ปลูกพืชอย่างหลากหลายบนแปลง ส่วนดินชั้นล่างสุดซึ่งเป็นดินอินทรีย์วัตถุต่ำก็เอามาถมเป็นโคก ไว้ปลูกไม้ยืนต้นเป็นป่าใช้สอยต่อไป

เพื่อให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างแก่สังคม เกษตรกรที่ได้รับสระน้ำในไร่นาจะต้องพัฒนาพื้นที่ของตัวเองให้เป็นศูนย์เรียนรู้การทำเกษตรผสมผสานเป็นระยะเวลา 5 ปีด้วย

“สมมติเขามีพื้นที่เจ็ดไร่ ตามหลักการต้องมีพื้นที่น้ำสามสิบเปอร์เซ็นต์ ก็มีอาจารย์มาช่วยดีไซน์ ดีไซน์ตามเจ้าของต้องการ เพราะฉะนั้นสระน้ำแต่ละที่จึงไม่เหมือนกัน เลย์เอาต์พื้นที่ไม่เหมือนกัน โชคดีที่ว่ามีรุ่นลูกรุ่นหลานที่เรียนจบวิศวะกลับมาช่วยที่นี่ด้วย เราเลยมีรุ่นใหม่ที่เขาเก่ง” คุณพิชัยเล่า

โคก หนอง นา โมเดล โมเดลพัฒนาพื้นที่ภาคอีสาน อิงหลักการพื้นที่และสังคมอีสาน เพื่อเกษตรกรชาวอีสานโดยเฉพาะ, เซ็นทรัล ทำ, Central Tham

เราเดินทางกันต่อมาที่สวนเกษตรของ คุณป้าระเบียบ อยู่เย็น บ้านสำโรง ตำบลหนองสนิท อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ เป็นอีกแปลงเกษตรที่ขุดสระน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีโรงเรือนปศุสัตว์ เลี้ยงไก่ไข่และวัวควาย บรรยากาศวันนี้มีฝนตกลงมามาก นั่นทำให้อากาศไม่ร้อนจนเกินไปนัก

เราเดินลอดซุ้มบวบไปตามทางยาว เข้าไปในสวนของคุณป้าระเบียบ ที่แห่งนี้เป็นพื้นที่โครงการพัฒนาจำนวน 6 ไร่ มีพื้นที่เก็บกักน้ำจำนวน 1.8 ไร่ ความจุบ่อรับน้ำอยู่ที่ 14,400 ลบ.ม. เป็นสระน้ำสี่เหลี่ยมที่มีการปลูกพืชไว้รอบๆ สระ เช่น ต้นมะม่วง ต้นมะเขือ มีต้นกล้วยหอมไว้เป็นพืชพี่เลี้ยงอยู่ข้างกัน

หลักของการบริหารสวนแห่งนี้เรียบง่ายมาก คือพยายามทำให้เกษตรกรมีรายได้เป็นแบบรายวัน รายเดือน และรายปี จากการขายผลผลิตอันหลากหลายในแปลง

ปลูกพืชอายุสั้นเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตไปขายได้ก่อน เพราะหากปลูกแค่พืชเชิงเดี่ยวจะกินเวลานานกว่าจะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตไปขาย เกษตรกรจะเก็บไข่ไปไปขายเป็นเงินรายวัน มีวัวควายเลี้ยงไว้ไถนาหรือจะขายเป็นเงินรายปีในอนาคตก็ได้ ส่วนไม้ยืนต้นต่างๆ ก็ปลูกไว้ตัดขายเป็นเงินหลังเกษียณ

โคก หนอง นา โมเดล โมเดลพัฒนาพื้นที่ภาคอีสาน อิงหลักการพื้นที่และสังคมอีสาน เพื่อเกษตรกรชาวอีสานโดยเฉพาะ, เซ็นทรัล ทำ, Central Tham
โคก หนอง นา โมเดล โมเดลพัฒนาพื้นที่ภาคอีสาน อิงหลักการพื้นที่และสังคมอีสาน เพื่อเกษตรกรชาวอีสานโดยเฉพาะ, เซ็นทรัล ทำ, Central Tham

“เราทำโคก หนอง นา โมเดลหกไร่ ทำนาอีกสิบไร่ตามธรรมดาเกษตรกรอย่างเราทำโคก หนอง นา โมเดลแบบนี้ไม่ได้เพราะว่ามันต้องลงทุนมาก ค่าปรับปรุงสถานที่ ค่าต้นไม้ ทางนี้เขาก็สนับสนุน รถขุดสองคันมาจาก อบจ.แล้วก็ทางหัวหน้าเกษตรก็ช่วยทางพืชผักต่างๆ ทางปศุสัตว์ก็ให้ไก่มาเลี้ยง เราได้รับการสนับสนุนทุกหน่วยงานราชการ ก็ดีใจค่ะ 

“เราทำนามายี่สิบปี ผลประโยชน์ที่เราเก็บเกี่ยวก็อยู่แค่ในนา พอราชการกับเซ็นทรัลเข้ามาเปลี่ยน เราก็อยากวางแผนการผลิตให้ดีขึ้น คนเราความคิดเปลี่ยนมันก็เปลี่ยน ถ้าอยู่ที่เดิมมันก็อยู่ที่เดิม 

“ตอนนี้ใครๆ ก็รู้จักโคก หนอง นา ของนางระเบียบ อยู่เย็น เป็นวิถีนำร่องให้กับชีวิตตนเองและคนอื่น เป็นความภาคภูมิใจ จากเกษตรกรที่ไม่มีอะไร ถือว่าต้องขอบคุณท่านที่ให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกร เรามีความสุขขึ้นมาก” เราคุยกับป้าระเบียบเล็กน้อยระหว่างเดินชมสวนแปลงนี้ โดยมีไร่นาเขียวขจีเป็นฉากหลัง

ต่อจากนี้ ป้าระเบียบจะมีน้ำสำหรับทำการเกษตรทุกฤดูกาล ซึ่งสำหรับป้าแล้วคงเป็นเรื่องที่น่าชื่นใจอยู่ไม่น้อย และอีกไม่นาน ผลผลิตในพื้นที่แห่งนี้ ทั้งผักและผลไม้ดีๆ ก็จะถูกส่งตรงมาขายถึงมือผู้บริโภคให้เราได้ซื้อไปกินต่อตลอดทั้งปีด้วย

โคก หนอง นา โมเดล โมเดลพัฒนาพื้นที่ภาคอีสาน อิงหลักการพื้นที่และสังคมอีสาน เพื่อเกษตรกรชาวอีสานโดยเฉพาะ, เซ็นทรัล ทำ, Central Tham

ทำการค้าอย่างจริงใจ

นอกจากเยี่ยมชมแปลงเกษตรของชาวบ้านแล้ว เราก็มีโอกาสได้มาเยี่ยมชมผลผลิตสดๆ ที่วางขายใน ตลาดจริงใจ Farmers’ Market บริเวณหน้าท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่โรบินสัน สาขาสุรินทร์ และถ้าเกษตรกรมีความพร้อมมากขึ้นและมีผลผลิตเพียงพอต่อความต้องการของตลาด กลุ่มเซ็นทรัลก็จะนำผลผลิตเข้าไปจำหน่ายใน ที่ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต สาขาอื่นๆ และธุรกิจในเครือของกลุ่มเซ็นทรัล 

ตลาดจริงใจเกิดขึ้นเพราะต้องการให้ช่วยเหลือเกษตรกรที่อยู่ในชุมชน ตอบโจทย์การลด Food Mile ไม่ต้องขนย้ายหรือนำเข้าผักในระยะไกล เป็นตลาดของชุมชน สร้างขึ้นมาเพื่อให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ เน้นหนักในส่วนของผักและผลไม้ที่อยู่ในพื้นที่พืชผักปลอดภัย และมีอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของคนในท้องถิ่น อีกทั้งรณรงค์ลดการใช้พลาสติก โดยการนำวัสดุจากธรรมชาติมาทำเป็นหีบห่อ จะบอกว่าเป็นทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำในที่เดียวกันก็ได้ 

โคก หนอง นา โมเดล โมเดลพัฒนาพื้นที่ภาคอีสาน อิงหลักการพื้นที่และสังคมอีสาน เพื่อเกษตรกรชาวอีสานโดยเฉพาะ, เซ็นทรัล ทำ, Central Tham
โคก หนอง นา โมเดล โมเดลพัฒนาพื้นที่ภาคอีสาน อิงหลักการพื้นที่และสังคมอีสาน เพื่อเกษตรกรชาวอีสานโดยเฉพาะ, เซ็นทรัล ทำ, Central Tham

นี่คือการผลักดันศักยภาพของเกษตรกรไทย ชูโรงผลผลิตดีๆ จากโลคอลให้คนรับรู้ในวงกว้าง ไม่ใช่แค่เม็ดเงินที่กระจายสู่ชุมชน แต่มันคือการสร้างความภาคภูมิใจอย่างเต็มเปี่ยมแก่ผู้ผลิต หลักฐานคือรอยยิ้มอันมีความสุขของเกษตรกรพี่น้องชาวสุรินทร์ที่เรามีโอกาสได้พูดคุยในวันนี้

ในบรรดาแผงผักผลไม้ที่ตั้งเรียงรายตรงหน้า เราสังเกตเห็นผลเมล่อนน่ากินวางกองสูงอยู่ในหัวมุมหนึ่ง มีพี่สาวใจดีเจ้าของสวนเกษตรสมบูรณ์ชื่อว่าจิ๊บจ๊อย กำลังยืนพูดเชื้อเชิญให้ลูกค้าชิมผลเมล่อนของตัวเองอยู่

“สำหรับส่วนเกษตรสมบูรณ์เป็นสวนเกษตรผสมผสาน ปลูกผักผลไม้ตามฤดูกาลและทำมีปศุสัตว์ในพื้นที่ทั้งหมดห้าไร่ สำหรับโรงเรือนเราได้รับรองมาตรฐานเรียบร้อยในการปลูกผักผลไม้ ไฮไลต์ของสวนก็จะมีเมล่อน ฟักทองบัตเตอร์นัท มะเขือเทศเชอร์รี่ และผักต่างๆ ที่ปลูกสลับกันไป

“เราเองเป็น Young Smart Farmer เมื่อก่อนทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ แล้วกลับบ้านมาทำเกษตร เพราะเป้าหมายของเราคือกลับมาอยู่บ้าน ทีนี้การกลับมาอยู่บ้านเนี่ยเราก็ต้องคิดว่าเราจะทำอะไรดี ซึ่งอันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราชอบอยู่แล้ว ก็เลยไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ไปหาปราชญ์ชาวบ้านเพื่อไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไปหาแนวความคิด แล้วก็เอามาปรับปรุงในพื้นที่ของเรา ตอนนี้เพิ่งทำได้สามปี กับน้องชายแค่สองคน 

โคก หนอง นา โมเดล โมเดลพัฒนาพื้นที่ภาคอีสาน อิงหลักการพื้นที่และสังคมอีสาน เพื่อเกษตรกรชาวอีสานโดยเฉพาะ, เซ็นทรัล ทำ, Central Tham
โคก หนอง นา โมเดล โมเดลพัฒนาพื้นที่ภาคอีสาน อิงหลักการพื้นที่และสังคมอีสาน เพื่อเกษตรกรชาวอีสานโดยเฉพาะ, เซ็นทรัล ทำ, Central Tham

“เราอยากมาพัฒนาบ้านเกิด เป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านในท้องที่เขาเห็นเพราะว่าทำ เรามีพื้นที่เล็กๆ ไม่ได้ใหญ่ ใช้แรงงานกันแค่สองคนพี่น้อง ตอนนี้ที่เราทำเป็นพื้นที่เกษตรผสมผสานห้าไร่ เริ่มจากเริ่มจากศูนย์เลย เป็นแค่พื้นที่รกร้าง แล้วเราก็ค่อยๆ ปรับพื้นที่มาเรื่อยๆ ค่อยๆ ทำทีละนิดตามกำลังของเรา ตอนนี้กำลังจะเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้แล้วค่ะ” เธอเล่าด้วยเสียงสดใส

จิ๊บจ๊อยให้เราชิมเมล่อนเนื้อหอมหวาน แถมยังแนะนำให้เรารู้จักกับลูกตะกูนาที่วางอยู่ข้างๆ เธอว่าลูกตะกูนาเป็นไม้พื้นถิ่นของจังหวัดสุรินทร์ ปัจจุบันหายากมากแล้ว ออกผลมาให้กินแค่ปีละครั้ง ลักษณะเป็นขนๆ เนื้อจะเป็นสีส้ม รสชาติมีความหวานอมเปรี้ยว เอาไว้ทานจิ้มกับพริกเกลือ

ส่วนข้างๆ ลูกตะกูนาคือฟักทองฟักทองบัตเตอร์นัท เอาไปทำเมนูได้หลากหลาย เนื้อมีความละเอียด มีความหวานในตัว แค่เอาไปนึ่งหรืออบก็อร่อยแล้ว โดยปกติจะนิยมเอามาทำเป็นซุปหรือไม่ก็อบชีส

“เรารู้สึกดีใจว่าได้เอาผลผลิตที่ปลูกเองกับมือมาส่งมอบให้กับลูกค้าโดยตรง ซึ่งเราก็จะได้บอกลูกค้าได้เต็มปากเลยว่า สิ่งที่เราเอามาเนี่ยเราใส่ใจนะ เราให้ด้วยใจ เรากินยังไงเราอยากให้ลูกค้ากินอย่างนั้น เป็นของดีจริงๆ ที่เราคัดเลือกมาแล้ว

“เมล่อนวันนี้จะอยู่ที่หนึ่งกิโลกรัมครึ่งถึงสองกิโลกรัมกว่าๆ เกือบสามกิโลกรัม เราดูแลเป็นพิเศษ ใส่ใจทุกขั้นตอนของการผลิต เราให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับเตรียมดินก่อนปลูกเพื่อความพร้อมเบื้องต้น ใส่ปุ๋ยหมัก น้ำหมัก แล้วก็ในการปลูก ทุกขั้นตอนของการเจริญเติบโตของเขาจนถึงเก็บเกี่ยว ใส่ใจหมดทุกขั้นตอน สวนเราเองก็ผ่านการรับรองมาตรฐานเรียบร้อยนะคะ” จิ๊บจ๊อยว่า

โคก หนอง นา โมเดล โมเดลพัฒนาพื้นที่ภาคอีสาน อิงหลักการพื้นที่และสังคมอีสาน เพื่อเกษตรกรชาวอีสานโดยเฉพาะ, เซ็นทรัล ทำ, Central Tham
โคก หนอง นา โมเดล โมเดลพัฒนาพื้นที่ภาคอีสาน อิงหลักการพื้นที่และสังคมอีสาน เพื่อเกษตรกรชาวอีสานโดยเฉพาะ, เซ็นทรัล ทำ, Central Tham

ปัจจุบันจิ๊บจ๊อยและน้องชายส่งเมล่อนขายทั่วประเทศ และเปิดเพจ สวนเกษตรสมบูรณ์ ไว้พบปะกับลูกค้าออนไลน์ สามารถอินบ็อกซ์มาสอบถาม สั่งซื้อสินค้า หรือพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กันได้ 

ร้านถัดมาที่เราไปเยี่ยมชม คือร้านขายผักปลอดภัยจากสารพิษบ้านแบกจาน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนจำนวน 50 รายแห่งตำบลสังขะ รวมตัวกันปลูกผักปลอดสารพิษส่งขายให้กับท้องตลาด พวกเขาปลูกผักกันหลายชนิด เช่น ผัดกาด ผักกะหล่ำ ขึ้นฉ่าย ชะอม โหระพา กะเพรา รวมถึงผักหากินยากที่เติบโตในป่าชุมชน ซึ่งพวกเขาขายผักดีๆ ในราคาเริ่มต้นเพียงกำละ 10 บาทเท่านั้น

ผักสดตั้งเรียงรายตรงหน้า เป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ด้านอาหารของท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี เช่น ผักติ้วหรือผักแต้ว รสชาติออกเปรี้ยว นิยมกินสดๆ เอามาจิ้มกินกับลาบ ผักไชยารสชาติอร่อย ผัดกินกับน้ำมันหอยมัน รสชาติจะออกหวาน เป็นผักเพื่อสุขภาพช่วยเรื่องของความดันโลหิต

ส่วนอีกผักที่คนชื่นชอบที่สุดคือผักปลัง กำละ 10 บาทเท่านั้น ผักปลังมีรสชาติหวาน นิยมเอาไปลวกจิ้มกินกับน้ำพริกหรือเอาไปผัดน้ำมันหอยก็ได้ เป็นผักเพื่อสุขภาพ ช่วยเรื่องการขับถ่าย ผู้สูงอายุกินดี 

นอกจากผักและผลไม้สดๆ แล้ว ตลาดแห่งนี้ยังมีอาหารพร้อมรับประทานขายอีกด้วย เมนูของแต่ละร้านคือภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถูกยกระดับและต่อยอดด้วยรุ่นลูกหลานชาวสุรินทร์ เช่น น้ำพริกแม่การุณ น้ำพริกปลาย่างสูตรดั้งเดิมที่ดังไกลไปจนถึงหลายประเทศในแถบยุโรป บะหมี่เห็ดฮักธม บะหมี่เส้นเห็ดอบแห้งที่ทำมาจากเห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม และเห็ดนางนวล และอีกเมนูหนึ่งที่แสนอร่อย คือไก่บ้านย่างอบสมุนไพร Praorak’s Grill จากโครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่พื้นบ้านครบวงจรจังหวัดสุรินทร์

“เดี๋ยวนี้อยู่บ้านนอกก็มีตังค์ คนสุรินทร์ภูมิใจในตัวเองมากขึ้น เขารู้สึกว่าห้างเซ็นทรัลระดับนี้ยังยอมรับผลผลิตเขาเลย เขาไม่เคยคิดว่าจะได้ไปคุยกับ Modern Trade ไม่เคยคิดว่าของเขาจะได้ขึ้นห้าง มันก็เป็นความภาคภูมิใจหนึ่งนะ ตอนนี้ลูกหลานที่อยู่กรุงเทพฯ พอกลับมาบ้านก็จะซื้อผักสมุนไพรกลับไปฝากเพื่อนกันแล้ว

โคก หนอง นา โมเดล โมเดลพัฒนาพื้นที่ภาคอีสาน อิงหลักการพื้นที่และสังคมอีสาน เพื่อเกษตรกรชาวอีสานโดยเฉพาะ, เซ็นทรัล ทำ, Central Tham
โคก หนอง นา โมเดล โมเดลพัฒนาพื้นที่ภาคอีสาน อิงหลักการพื้นที่และสังคมอีสาน เพื่อเกษตรกรชาวอีสานโดยเฉพาะ, เซ็นทรัล ทำ, Central Tham

“เราก็เห็นความจริงใจของท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่จะดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม กลุ่มเซ็นทรัลมีเงื่อนไขว่าต้องทำงานกับที่ยึดมั่นในเรื่องหลักธรรมชาติ ลดการใช้สารเคมีให้มากที่สุด พอผมมาเป็นผู้ว่าก็พบว่าเกษตรกรไม่เคยรวมกลุ่มเลย อำนาจการต่อรองก็ไม่มี ชาวบ้านตัวเล็ก เสียงเบา จะสร้างอำนาจการต่อรองต้องเอาของที่ผลิตได้มารวมกันเพื่อสร้างความต่อเนื่อง มันจึงเกิดอาคารโรงคัดและบรรจุสินค้าของเซ็นทรัล ผมชื่นชมเซ็นทรัลนะที่ทำโรงคัดและบรรจุ แล้วไม่ได้ขายให้ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต อย่างเดียวนะ ขายให้ใครก็ได้ที่จะมาซื้อ ถือว่าใจกว้างมาก” ท่านผู้ว่าไกรสรบอกกับเราด้วยความภูมิใจในแววตา

ทำให้ชุมชนยั่งยืน

คุณพิชัยบอกกับเราว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมดนี้ มีเป้าหมายคือลดความเหลื่อมล้ำ

เกษตรกรรายบุคคลมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีตลาดรองรับผลผลิตทางการเกษตร ชุมชนท้องถิ่นก็ลืมตาอ้าปาก มีสินค้าชุมชนดีๆ มาขาย และกลุ่มสหกรณ์ผู้ผลิตผักบ้านหนองสนิท คือตัวอย่างความสำเร็จที่เกิดขึ้น

ฝรั่งหวานพิรุณ ฝรั่งกิมจูเนื้อแน่น แก้วมังกรสีม่วง มะพร้าวน้ำหอม ผักสดนานาชนิด รวมถึงข้าวต้มมัด และน้ำสมุนไพร 4 เกลอ คือสิ่งที่ชาวบ้านยกมาต้อนรับเราจนอิ่มท้องและอิ่มใจ

พวกเขาเริ่มต้นจากเกษตรกร 40 คนร่วมทำโครงการอาหารปลอดภัยในโรงเรียน จนมีคนในชุมชนมาสนใจมากขึ้นเลยจัดตั้งเป็นสหกรณ์อย่างเป็นทางการ

จากนั้นพวกเขาก็ปรับเปลี่ยนการบริหารที่ดิน จากเดิมทีที่ทำนาอย่างเดียว มาทำตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ คือมีแหล่งน้ำ มีที่นา ไร่นาสวนผสม ปศุสัตว์ และที่อยู่อาศัย ผสมผสานกับแนวคิดภูมิสังคม คือการพัฒนาต้องเป็นไปตามภูมิประเทศและนิสัยใจคอของคน

กลุ่มสหกรณ์จะแบ่งสมาชิกออกเป็น 6 กลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีหัวหน้าทีมกำกับดูแล เพื่อให้การผลิตผักผลไม้เป็นตามแผน เริ่มตั้งแต่การเพาะ การปลูก การเก็บ และการขายในตลาด โดยมีอาจารย์จากทางมหาวิทยาลัยในพื้นที่มาช่วยออกแบบร่วมกับชาวบ้านว่าจะแบ่งปลูกพืชพันธุ์อะไรกันบ้างเพื่อให้ผลผลิตออกมาไม่ชนกัน ได้แก่ ผักกินใบ ผักกินผล อย่างคะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง ต้นหอม ผักชี ขึ้นฉ่าย และผักแห้ง เช่น หอมกับกระเทียมที่เก็บไว้ได้นาน

พื้นที่หนองสนิทมีแหล่งน้ำดั้งเดิมค่อนข้างเยอะ ช่วงหน้าฝนจะมีน้ำหลากมาจากทางทิศตะวันออกลงมายังพื้นที่ของชุมชน พอได้แนวคิด ‘โคก หนอง นา โมเดล’ ชาวบ้านเลยอยากขุดแหล่งน้ำต่อ ขุดให้ลึกเพื่อมีปริมาณน้ำเพียงพอใช้ในฤดูแล้ง

เมื่อมีแหล่งน้ำ ขั้นต่อไปคือการมองงานในภาพรวมเป็นทั้งหมด 6 มิติ คือให้ความสำคัญกับดิน น้ำ ป่า พลังงาน เกษตร และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะใช้น้ำเป็นตัวจัดการพื้นที่ โดยมีหน่วยงานราชการเป็นองค์กรพี่เลี้ยง ดูแลชาวบ้านอีกแรง ชุมชนหนองสนิทจึงประสบความสำเร็จในการทำเกษตรยั่งยืน

“เรามีรายได้เฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่อันดับเจ็ดสิบกว่าของประเทศ ดัชนีชี้วัดการพัฒนาก็เจ็ดสิบกว่า ความเปราะบางทางสาธารณสุข หรือทางเศรษฐกิจก็อันดับเจ็ดสิบกว่า เพราะมันเป็นสังคมชายขอบ สุรินทร์มีสิ่งดีๆ เยอะมาก เรามีจำนวนปราสาทเก่าแก่เยอะที่สุด มีผ้าไหมเยอะที่สุดจำนวนกว่าหนึ่งพันสี่ร้อยกว่าหมู่บ้าน ข้าวหอมมะลิก็ขึ้นชื่อ ผมเชื่อว่าถ้าทำได้อย่างนี้ได้ในวงกว้าง การพัฒนาของจังหวัดเพิ่มขึ้นแน่นอน” ภาพจุดหมายการพัฒนาของท่านผู้ว่าไกรสรเป็นแบบนี้

โคก หนอง นา โมเดล โมเดลพัฒนาพื้นที่ภาคอีสาน อิงหลักการพื้นที่และสังคมอีสาน เพื่อเกษตรกรชาวอีสานโดยเฉพาะ, เซ็นทรัล ทำ, Central Tham

Writer

นิภัทรา นาคสิงห์

ตื่นเช้า ดื่มอเมริกาโน เลี้ยงปลากัด นัดเจอเพื่อนบ่อย แถมยังชอบวง ADOY กับ Catfish and the bottlemen สนุกดี

Photographer

อิสรีย์ อรุณประเสริฐ

จบ Film Production ด้าน Producing & Production Design แต่ชอบถ่ายภาพและออกแบบงานกราฟิกเป็นงานอดิเรก มีครัว การเดินทาง และ Ambient Music เป็นตัวช่วยประโลมจิตใจจากวันที่เหนื่อยล้า

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

แต่ก่อน ใครจะซื้อเฟอร์นิเจอร์ไม้คุณภาพดีก็ต้องไปซื้อที่เมืองแพร่ เพราะไม้ทั้งสวย ดีไซน์ก็ดี ขึ้นชื่อว่าเป็นอันดับหนึ่งเรื่องไม้ของภาคเหนือ และไหน ๆ ก็ไปเยือนแล้ว ต้องไม่ลืมแวะไหว้พระธาตุช่อแฮเป็นสิริมงคลก่อนกลับบ้าน ไม่อย่างนั้นจะถือว่าไปไม่ถึง 

เส้นทางท่องเที่ยวฉบับคนต่างถิ่นที่กล่าวมาคงเป็นจังหวัดแพร่ในความทรงจำของนักท่องเที่ยวหลายคนที่เคยไปเยือน แต่กลับแตกต่างจากผู้คนที่เติบโตที่นี่อย่างสิ้นเชิง เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว แพร่ไม่ใช่แค่เมืองที่ขับรถผ่าน แต่เป็นบ้านที่มีเรื่องราวมากมาย

กิ๊ก-กานต์ศิริ พิทยะปรีชากุล สไตลิสต์และแฟชั่นดีไซเนอร์ เจ้าของ Homelynestphrae โฮมสเตย์ดีไซน์สวยบอกอย่างนั้น จากมุมของคนจากบ้านไปแล้วกลับมาอีกครั้ง ทำให้เธอมองเห็นแพร่ในความทรงจำชัดขึ้น ทั้งย่านที่เติบโต ร้านประจำในวัยเด็ก อาหารรสมือคุณยาย และของอร่อยบนถนนเจริญเมือง ที่เป็นแรงบันดาลใจอยากให้เธอเล่าเรื่องเมืองแพร่แบบที่เธอเคยได้สัมผัสให้ทุกคนฟังอีกครั้ง

‘Made in Charoenmuang’ เป็นโครงการที่ชักชวน 5 ร้านดั้งเดิมบนถนนเจริญเมืองและเหล่านักสร้างสรรค์ในเมืองแพร่มากฝีมือ มาร่วมมือกันออกแบบงานดี ๆ และพัฒนาร้านเจ้าเก่าของวัยเก๋าด้วยดีไซน์ใหม่ ๆ โดยยังรักษาเอกลักษณ์และกลิ่นอายของอดีตที่หอมหวานเอาไว้แต่อย่างเดิม

โครงการนี้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ CEA (Creative Economy Agency) ได้ชักชวน กิ๊ก และ ต้า-ศักดิ์สิทธิ์ ภัทรประกฤต จาก Wisdomative กลุ่มนักออกแบบที่ค้าผ้าและงานคราฟต์ มาออกแบบโปรเจกต์สนุก ๆ นี้ด้วยกัน ภายใต้ธีมอบอุ่นอย่าง ‘ฮ่อมคัมโฮม’

ฮ่อม มาจาก ใบห้อมซึ่งใช้ทำสีย้อมผ้าม่อฮ่อมขึ้นชื่อของคนแพร่ 

“คัมโฮม คือการกลับบ้าน” กิ๊กบอกกับเรา

 “เราจะได้เจอเพื่อน ๆ ช่วงเทศกาลปีใหม่หรือสงกรานต์เท่านั้น เราอยู่บ้านตลอด ใช้ชีวิตแบบเดิมอยู่แล้ว เราเลยถามเพื่อน ๆ ว่าถ้ากลับบ้านมา อย่างแรกที่อยากทำคืออะไร ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากกลับมากินของอร่อยที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารรสมือแม่ หรือของดี ของเด็ดในเมืองแพร่ ร้านสตรีทฟู้ด โลคอลฟู้ด หรือแม้แต่ของฝาก อย่างน้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกแดง น้ำพริกน้ำย้อย ที่สร้างเศรษฐกิจให้แพร่มานาน

“โครงการนี้จึงอยากให้คนที่มาเยือนหวนคิดถึงเมืองแพร่ ว่ากลับบ้านมาแล้วทำอะไร ถ้ามากิน เรานึกถึงย่านเจริญเมืองเป็นอันดับแรก เพราะย่านนี้อาหารอร่อย” 

‘ฮ่อมคัมโฮม’ โปรเจกต์ชวนคนแพร่กลับบ้าน กินของอร่อยจากร้านเจ้าเก่าบนถนนเจริญเมือง

‘เจริญเมือง’ เรียกได้ว่าเป็นถนนเส้นวัฒนธรรมของจังหวัดแพร่ ถนนแห่งนี้ดูดซับประวัติศาสตร์ของเมืองแพร่เอาไว้มากมาย เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางการค้าของผู้คนในอดีต จะสัญจรไปไหนก็ต้องมาขึ้นรถบนถนนเส้นนี้ ทำให้สองข้างถนนตลอดทั้งสายเต็มไปด้วยร้านรวงมากมาย ทั้งร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม ไปจนถึงโรงมหรสพ ที่ตั้งอยู่ในอาคารทั้งแบบล้านนา ยุโรป และจีน

เมื่อเมืองขยายอาณาเขต ผู้คนบนถนนเส้นนั้นก็เริ่มย้ายออกไปอยู่ข้างนอก แม้แต่ครอบครัวของกิ๊กเองก็ย้ายออกไปห่างจากถนนเส้นเดิมอีก 2 คูหา มีย่านการค้าเกิดขึ้นมากมายเกิดขึ้นทั่วเมือง ‘เจริญเมือง’ ที่เคยเจริญรุ่งเรืองจึงกลายเป็นเพียงเรื่องราวในความทรงจำของผู้คนในยุคสมัยเท่านั้น มีเพียงโอกาสพิเศษอย่างวันสงกรานต์ที่ถนนเส้นนี้จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง

ในฐานะที่เกิดและเติบโตที่นี่ กิ๊กและต้า จึงนำ ‘อาหาร’ จากร้านดั้งเดิมบนถนนเส้นนี้เป็นประตูเปิดต้อนรับให้คนรุ่นใหม่ที่อยากกลับบ้านและผู้มาเยือน รู้จักกับเจริญเมือง และเข้ามาดู มากิน มาชม ชุบชีวิตเจริญเมืองให้มีชีวาอีกครั้ง

เปี๊ยกกาแฟโบราณ x Kummee Studio

สภากาแฟแห่งแรก ๆ ของเมืองแพร่

เปี๊ยกกาแฟโบราณเป็นร้านกาแฟเก่าแก่ของเมืองแพร่ มีบาริสต้าวัยเก๋าที่คนแพร่รู้จักกันในนาม ‘ป้าเปี๊ยก’ เป็นคนชงอยู่ที่บาร์เล็ก ๆ หน้าร้าน ด้วยความรักในกาแฟ ป้าเปี๊ยกจึงรับไม้ต่อร้านกาแฟจากรุ่นคุณแม่และสานต่อมาถึงปัจจุบัน จนกลายเป็นร้านกาแฟโบราณเจ้าเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่บนถนนเจริญเมือง

‘ฮ่อมคัมโฮม’ โปรเจกต์ชวนคนแพร่กลับบ้าน กินของอร่อยจากร้านเจ้าเก่าบนถนนเจริญเมือง

เดิมร้านตั้งอยู่หน้าตลาดเทศบาล ศูนย์กลางความคึกคัก มีรถโดยสารเข้า-ออกทั้งวัน เพราะสมัยนั้นใครจะไปต่อรถไฟ ก็ต้องมารอรถเมล์ที่นี่ ร้านของป้าเปี๊ยกจึงกลายเป็นสภากาแฟให้ผู้คนแวะเวียนมาสร้างบทสนทนาไปโดยปริยาย

ปัจจุบันร้านย้ายมาอยู่ในคูหาหนึ่งของอาคารบนถนนเจริญเมือง ด้านในประดับประดาด้วยของสะสมเก่าแก่ที่ป้าเปี๊ยกชอบ เมนูเด็ดที่พลาดไม่ได้คือไข่ลวกกับปลาท่องโก๋ร้อน ๆ แต่ที่อร่อยกว่าอาหาร คือบทสนทนาที่เคล้าไปกับบรรยากาศเก่า ๆ ชวนคิดถึง แขกไปใครมาก็ต้องแวะกลับมาทักทายป้าเปี๊ยกคนเดิมเสมอ ป้าเปี๊ยกจึงไม่ใช่แค่คนธรรมดา แต่ยังถือเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจของย่านนี้เลยก็ว่าได้

เพราะป้าเปี๊ยกมีเรื่องราว จึงทำให้ Kummee Studio หยิบเอาความทรงจำเกี่ยวกับป้าเปี๊ยกมาออกแบบเป็นข้าวของ เครื่องใช้ ที่ทำให้นึกถึงป้าเวลาจิบกาแฟ 

โก้-ธัชพงศ์ พัฒนสารินทร์ ผู้มีไอเดียรักการปั้นตุ๊กตา ปัจจุบันเป็นช่างปั้นเซรามิกที่ใช้เทคนิคเขียนลายและเคลือบเผาเอง เมื่อได้ลงพื้นที่และทำความรู้จักกับป้าเปี๊ยก ก็เลยหยิบเอาคาแรกเตอร์อันชัดเจนมาสร้างสรรค์ผลงาน ออกแบบเป็นจาน ชาม แก้วกาแฟลายสวย รวมถึงแผ่นเมนูอาหารที่มีเรื่องเล่าของป้าอวลไปกับไอจากแก้วกาแฟ

‘ฮ่อมคัมโฮม’ โปรเจกต์ชวนคนแพร่กลับบ้าน กินของอร่อยจากร้านเจ้าเก่าบนถนนเจริญเมือง

เปี๊ยกกาแฟโบราณ

ที่อยู่ : 47/9 ต.ในเวียง อำ.เมืองแพร่ จ.แพร่ 

โทรศัพท์ : 0 5451 1819

แต๋วรวมมิตร x Warpzz Labs Creative Studiooh

ร้านขนมหวาน 50 ปีที่ยังมีรสมือเดิมตั้งแต่รุ่นคุณแม่

ปีนี้เป็นปีที่ 50 ของร้านขนมหวาน ‘แต๋วรวมมิตร’ ชื่อร้านอย่างไม่เป็นทางการที่คนเรียกติดปากจนกลายมาเป็นชื่อร้านจริง ๆ หลังจากป้าแต๋วจากไป ทายาทรุ่นสองก็เข้ามารับช่วงต่อ โดยคงรสมือของยุคป้าแต๋วเอาไว้ด้วยการใช้ทีมงานดั้งเดิมตั้งแต่รุ่นคุณแม่

‘ฮ่อมคัมโฮม’ โปรเจกต์ชวนคนแพร่กลับบ้าน กินของอร่อยจากร้านเจ้าเก่าบนถนนเจริญเมือง

ในยุคของป้าแต๋วร้านเป็นเพิงเล็ก ๆ ตั้งอยู่ในตลาดอรทัย ทำกันเอง ขายกันเองในครอบครัว มีเมนูเด็ดเป็นซ่าหริ่ม ทับทิมกรอบ และไอศกรีมวานิลลาโฮมเมดที่มีให้เลือกทั้งแบบแห้งและน้ำ แบบแห้งคือไอศกรีมทรงเครื่องทั่วไป แต่ถ้าเป็นแบบน้ำจะพิเศษกว่าตรงที่ราดน้ำกะทิลงไปด้วย ในช่วงหน้าหนาวก็มีเมนูของหวานร้อน อย่างบัวลอย ถั่วดำ เต้าส่วน ท้าทายอุณภูมิหลักสิบปลาย ๆ ของเมืองแพร่ โดยปัจจุบันมีถึง 4 สาขา และยังมีเย็นตาโฟ เต้าหู้ยี้ สูตรคุณพ่ออยู่ในร้านเดียวกันด้วย

ด้วยความที่ทายาทรุ่นนี้เปิดใจเต็มที่รับความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย จึงตั้งใจมาเสมออยากรีแบรนด์แต๋วรวมมิตรให้เป็นร้านของหวานสมัยใหม่ เปลี่ยนชื่อให้ใหม่เข้าถึงรุ่นใหม่ได้ง่ายมาตั้งนานแล้ว เมื่อทั้งผู้ประกอบการและนักออกแบบได้มาพบกัน ทั้งคู่กลับพบแนวทางที่ต่างออกไป 

Warpzz Labs Creative Studiooh เป็นสตูดิโอทำงานออกแบบ สอนศิลปะและการแสดง โดย อิช์ค-กัลยทรรศน์ ชูวงษ์ หรือ อิช์ค AF6 ชาวเมืองแพร่โดยกำเนิดที่กลับบ้านมาสตูดิโอสอนร้อง เต้น เล่นละครในพื้นที่ของตัวเอง อิช์คเป็นแฟนตัวยงของแต๋วรวมมิตรมาตั้งแต่จำความได้ สิ่งที่เธอออกแบบจึงเป็นการเล่าเรื่องป้าแต๋วในความทรงจำให้คนอื่น ๆ ได้รู้จัก

ใครว่าเป็นร้านเชื้อสายจีนต้องสีดำ ขาว แดง เพราะแต๋วรวมมิตรไม่ใช่อย่างนั้น อิช์คจึงออกแบบใหม่ นำเอาสีสันสดใสของซ่าหริ่ม ทับทิมกรอบ และไอศกรีมวานิลลา มาเล่าเรื่องของแต๋วรวมมิตรให้คนรู้จัก เปลี่ยนธีมร้านให้สมัยใหม่ แต่ยังคงไว้ซึ่งตัวตนของป้าแต๋ว 

เมื่อร้านอร่อยเจ้าเก่าและนักสร้างสรรค์ใน จ.แพร่ มารวมตัว ชวนกลับบ้านมาเยือนถนนเจริญเมืองให้คึกคักอีกครั้ง

แต๋วรวมมิตร (สาขาประตูชัย)

ที่อยู่ : ประตูชัย ถ.เจริญเมือง ต.ในเวียง อำ.เมืองแพร่ จ.แพร่

โทรศัพท์ : 08 1939 2456

อ้วนลูกชิ้น x Bowornwong Yodmuang

ลูกชิ้นจิ๋วปิ้งกับโฉมหน้า ‘ลุงอ้วน’ ที่อยากให้คนรู้จัก

อ้วนลูกชิ้นเป็นร้านลูกชิ้นปิ้งเก่าแก่ในแพร่ เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2525 ปัจจุบันรับช่วงต่อโดยทายาทรุ่นสอง

คนที่บุกเบิกทำลูกชิ้นคือลุงอ้วน ผู้เคยเป็นลูกจ้างในร้านก๋วยเตี๋ยว เขาได้ครูพักลักจำวิชาทำลูกชิ้นจากร้าน ก่อนมาหัดทำลูกชิ้นของตัวเองขาย ช่วงแรก ๆ ทำลูกชิ้นเนื้อ แต่หลังจากเกิดโรคระบาดในวัวเลยเปลี่ยนมาเป็นลูกชิ้นหมู ลูกจิ๋ว ทานง่ายอย่างทุกวันนี้ 

‘ฮ่อมคัมโฮม’ โปรเจกต์ชวนคนแพร่กลับบ้าน กินของอร่อยจากร้านเจ้าเก่าบนถนนเจริญเมือง

 ทุก ๆ เย็นลุงอ้วนจะหอบลูกชิ้นใส่รถเข็นพร้อมเตาถ่าน เดินขายไปเรื่อย ๆ ลูกชิ้นปิ้งจนหอม ราดน้ำจิ้มสูตรเด็ดที่เคี่ยวเอง ลูกเล็ก ๆ ทานง่าย กลายเป็นที่จดจำของคนเมืองแพร่มาจนวันนี้

ปัจจุบันอ้วนลูกชิ้นมีทั้งแบบขายปลีกและขายส่ง แต่ยังคงเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน เพื่อควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน แม้จะเป็นที่รู้กันของคนแพร่ว่านี่คืออ้วนลูกชิ้น แต่สิ่งที่ยังขาดไปคือตัวตนของลุงอ้วน ที่ไม่มีสิ่งไหน สัญลักษณ์ใดบอกเลยว่าใครคือลุงอ้วน มีใบหน้าค่าตาเป็นแบบไหน นั่นคือสิ่งที่นักออกแบบมองเห็น เป็นโจทย์ใหม่ที่เขาต้องแก้ให้กับอ้วนลูกชิ้น

บวรวงศ์ ยอดเมือง คือนักออกแบบที่เข้ามาจับมือกับลุงอ้วนสร้างประสบการณ์ใหม่ให้อ้วนลูกชิ้นเป็นที่จดจำมากขึ้น เขาเรียนจบทางด้านสิ่งทอ ปัจจุบันเป็นทั้งนักออกแบบและผู้ร่วมก่อตั้ง Ho: BAKE & CRAFT CAFE คาเฟ่ในเมืองแพร่ที่ดีไซน์สวย ออกแบบทั้งพื้นที่และประสบการณ์สำหรับผู้มาเยือนได้อย่างลงตัว

แบรนด์ของอ้วนลูกชิ้นเริ่มเล่าเรื่องตัวเองใหม่ทั้งหมดผ่านส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ที่เปลี่ยนไป มีกระดาษใบเล็ก ๆ อยู่ในซองลูกชิ้นแบบขายส่ง แนะนำว่าอ้วนลูกชิ้นเป็นใคร เป็นลูกชิ้นแบบไหน แนะนำการเก็บรักษา รวมถึงสูตรอาหารง่าย ๆ สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าจะเอาลูกชิ้นไปทำอะไรกิน นับว่ามีความในใจของลุงอ้วนส่งผ่านไปยังคนกินทุกคน

‘ฮ่อมคัมโฮม’ โปรเจกต์ชวนคนแพร่กลับบ้าน กินของอร่อยจากร้านเจ้าเก่าบนถนนเจริญเมือง

อ้วนลูกชิ้น

ที่อยู่ : ประตูชัย ถ.เจริญเมือง ต.ในเวียง อำ.เมืองแพร่ จ.แพร่ 

โทรศัพท์ : 08 1366 4886

เมืองแพร่พานิช x Kamon Indigo x Woodable Thailand

ร้านขนมของคน 3 รุ่น ที่ทำขนมเปี๊ยะทรงใหม่ด้วยสูตรดั้งเดิม

ร้านขายของฝากดั้งเดิมบนถนนเจริญเมืองที่เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2511 สมัยอาม่าพิสซงยังสาว ยุคนั้นขายขนมไทย ขนมไข่ถ้วยจีบชิ้นละบาท กระทั่งมาถึงรุ่นของลูกชาย เริ่มมีโดนัทโบราณทอดเป็นตัวชูโรง เริ่มอบขนมปังและเบเกอรี่หลากหลายมากขึ้น ก่อนที่จะเข้าถึงรุ่นที่ 3 ซึ่งทำเบเกอรี่สมัยใหม่แทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเค้กเนยสดหรือขนมไหว้เจ้าในเทศกาลต่าง ๆ ของคนจีน แม้จะผ่านไปกี่ยุค หน้าร้านก็ยังคงมีขนมสูตรดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นขนมผิงหรือขนมเปี๊ยะ ซึ่งยังเป็นที่จดจำของคนในละแวกนั้น

‘ฮ่อมคัมโฮม’ โปรเจกต์ชวนคนแพร่กลับบ้าน กินของอร่อยจากร้านเจ้าเก่าบนถนนเจริญเมือง

ในบรรดาขนมจากทุกยุค ขนมเปี๊ยะโบราณขายดีที่สุด ที่เรียกว่าโบราณเพราะเป็นขนมเปี๊ยะลูกใหญ่ แป้งหนึบ ไส้แน่น หวานพอดี มีทั้งไส้ถั่วและไส้ฟัก ซึ่งปัจจุบันไส้ฟักนั้นหากินไม่ง่ายสักเท่าไหร่แล้วในร้านทั่วไป ขนมเปี๊ยะยังขายดีมาตลอด ยิ่งในช่วงเทศกาลไหว้เจ้าของคนไทยเชื้อสายจีน เรียกได้ว่าทำกันแทบไม่ทัน ถึงจะยังขายได้ตลอด แต่นอกเทศกาลก็นับว่ามีคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้นที่จะซื้อกลับไป เพราะขนาดที่กลมใหญ่ อาจเหมาะเป็นของฝากให้ญาติผู้ใหญ่มากกว่าที่จะแวะมาเจอแล้วซื้อกินเล่น อีกทั้งหน้าร้านที่มีแค่ป้าย ‘เมืองแพร่พาณิชย์’ แบบวินเทจ ก็ไม่ได้เรียกให้คนแวะเวียนเข้ามาทำความรู้จักร้านขนมสูตรเด็ดร้านนี้สักเท่าไหร่นัก ถ้าเดิมทีไม่ใช่คนพื้นที่

กุ๊กกิ๊ก-กมลชนก แสนโสภา และ สตางค์-จินตพงศ์ สีพาไชย สองดีไซเนอร์จากจาก Kamon Indigo ผู้ทำงานผ้าซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากแมลงและธรรมชาติ จึงปิ๊งไอเดียหยิบเอา ‘เสือ’ มาเป็นสื่อกลางที่จะชวนให้ทุกคนมาเยือนร้านเบเกอรี่เจ้าเก่าแห่งนี้

พระธาตุช่อแฮชื่อดังของแพร่เป็นพระธาตุปีเสือ ทำให้เราพบเห็นรูปปั้นเสือหรือสัญลักษณ์ของเสือได้ทั่วไปในเมืองแพร่ ไม่ว่าจะเป็นตามถนนหนทาง ศาลหลักเมือง วัด หรือสถานที่ราชการ ก็ล้วนแล้วเต็มไปด้วยเสือทั้งสิ้น

วันนี้เสือตัวหนึ่งได้กระโดดมาเยือนบนโลโก้โฉมใหม่ของแพร่พาณิชย์ เพิ่มโคมจีนเข้าไปเพื่อบอกให้ทุกคนรู้ถึงเรื่องราวของคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งมีประวัติศาสตร์อย่างยาวนานบนถนนเจริญเมือง นอกจากป้ายร้านเรียกแขกแล้ว ขนมเปี๊ยะทรงใหม่ยังชวนคนมามุง เพราะได้กลายร่างจากลูกกลมอวบ มาเป็นรูปเท้าเสือขนาดพอดีคำ ที่ได้ Woodable Thailand สตูดิโอทำงานไม้คุณภาพในเมืองแพร่ มาออกแบบแม่พิมพ์ขนมรูปเท้าเสืออันละเอียดลออให้ พร้อมขายเป็นครั้งแรกในงานนี้ ที่สำคัญ ยังมากับแพ็กเกจใหม่ ซื้อกินก็ได้ ซื้อไปไหว้ก็เท่ไม่หยอกเลยทีเดียว

‘ฮ่อมคัมโฮม’ โปรเจกต์ชวนคนแพร่กลับบ้าน กินของอร่อยจากร้านเจ้าเก่าบนถนนเจริญเมือง

เมืองแพร่พานิช

ที่อยู่ : 47, 17 ถนนรอบเมือง ต.ในเวียง อ.เมือง, แพร่ 54000

โทรศัพท์ : 0824153992

กะหรี่พัฟ (เจ้แอ้ว) x Chatchaiwat Pottery Studio

กะหรี่ปั๊บของสามพี่น้องที่เปิดมานานกว่า 25 ปี

กะกรี่ปั๊บเจ้แอ้ว (โรจน์ไพบูลย์) เดิมทีเป็นร้านขายข้าวสารเก่าแก่แห่งหนึ่งของเมืองแพร่ เมื่อผู้บุกเบิกซึ่งเป็นคุณพ่อและคุณแม่เริ่มแก่ตัวลง แบกข้าวสารไม่ไหวเหมือนแต่ก่อน เลยตัดสินใจปิดกิจการไป ลูกสาว 3 คนซึ่งเป็นทายาทรุ่นสองจึงออกไอเดียหาของมาขายที่หน้าบ้าน ท้ายที่สุดจึงไปเรียนทำกะหรี่ปั๊บจนมีฝีมือแล้วกลับมาทำขายที่หน้าบ้าน บนรถเข็นโบราณที่มีอายุกว่า 100 ปี 

เมื่อร้านอร่อยเจ้าเก่าและนักสร้างสรรค์ใน จ.แพร่ มารวมตัว ชวนกลับบ้านมาเยือนถนนเจริญเมืองให้คึกคักอีกครั้ง

ทุก ๆ วันภาพชินตาทุกคนเห็นคือคุณป้าทั้งสามคน ช่วยกันปั้นแป้ง กลิ้งแป้ง ผัดไส้ ห่อขนมกันให้เห็นที่หน้าร้าน เรียกได้ว่าแค่ไปนั่งดูก็เพลินแล้ว 

ร้านนี้ได้ ชชัยวัชร ชังชู ศิลปินนักปั้นเซรามิกมือฉมังจาก Chatchaiwat Pottery Studio มาร่วมทำงานด้วย เขาเพิ่งย้ายจากเชียงใหม่มาอยู่เมืองแพร่ และรู้จักร้านกะหรี่ปั๊บในมุมของแขกผู้มาเยือน นั่นทำให้เขาเห็นว่าจริง ๆ แล้วร้านนี้แทบไม่ต้องเปลี่ยนอะไร เพราะหน้าร้านที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทำให้มีชีวิตชีวาและดึงดูดให้คนแวะเข้ามาลองชิมอยู่แล้ว

เขาจึงมีไอเดียอยากทำข้าวของเครื่องใช้ในครัวที่จะตอบโจทย์การปั้นกะหรี่ปั๊บของคุณป้าเสียมากกว่า ทั้งตะแกรงวางขนม รวมถึงถาดรองใบใหญ่ โดยของแต่ละชิ้นนั้นไม่ได้แค่สวยงามและชวนให้นึกถึงเจริญเมืองเพียงเท่านั้น แต่ยังชชัยวัชรยังให้ความสำคัญกับกระบวนการคิดค้น เพื่อทำให้แต่ละชิ้นตอบโจทย์การใช้งานของคนทำขนมอีกด้วย

เมื่อร้านอร่อยเจ้าเก่าและนักสร้างสรรค์ใน จ.แพร่ มารวมตัว ชวนกลับบ้านมาเยือนถนนเจริญเมืองให้คึกคักอีกครั้ง

กะหรี่พัฟ (เจ้แอ้ว)

ที่อยู่ : ถ.รอบเมือง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ แพร่ 

เรื่องราว แรงบันดาลใจ แนวคิด และกระบวนการออกแบบของนักสร้างสรรค์แต่ละคนที่ทำงานร่วมกับร้านเก่าแก่ ตั้งแต่ตอนเริ่มแรกจนออกมาเป็นผลงานที่ประจักษ์สู่สายตาผู้ชม จะถูกจัดแสดงอยู่ในนิทรรศการ ‘Made in Charoenmuang’ ตั้งแต่วันที่ 20 – 22 พฤษภาคม 2566 ที่ร้านเทียนจี่ตึ๊ง (เดิม) อาคารไม้เก่าแก่ซึ่งเคยเป็นร้ายขายยาแห่งเดียวบนถนนเส้นนั้นใน พ.ศ. 2479

นอกจากนิทรรศการแล้ว ยังมี ‘Little Market’ ตลาดรวมของดีจากร้านเด็ดและงานคราฟต์ของพ่อค้าแม่ค้าเมืองแพร่ หลาย ๆ เจ้าเป็นคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งกลับบ้านมาเปิดร้าน ตั้งใจทำอะไรสนุก ๆ เป็นตลาดที่กิ๊กอยากให้คนมาเยือนเห็นว่าเมืองแพร่ไม่ได้มีแค่อาหารเจ้าดังดั้งเดิม แต่ยังเต็มไปด้วยร้านเล็กร้านน้อย มีวิถีการกินหลายแบบที่น่าสนใจ

อีกหนึ่งดาวเด่นของงานนี้คือ Local Eat & Creative Table ซึ่งมาในธีม ‘กิ๋นข้าวหลังบ้าน x Made in Charoen Muang’ ซึ่งกิ๊กได้นำเอาโปรเจกต์กิ๋นข้าวหลังบ้านที่แต่เดิมจัดขึ้นที่ Homelynestphrae มาไว้ที่นี่

แรกเริ่มเดิมทีกิ๊กได้แรงบันดาลใจมาจากคุณยาย เนื่องจากคุณยายทำอาหารเก่ง ก็เลยชวนคุณยาย คุณแม่ และน้องสาวมาช่วยกันทำอาหารด้วยกัน เปิดครัวให้คนจากข้างนอกมานั่งกินข้าวหลังบ้าน โดยตั้งใจว่าไม่เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน รสมือของคุณยายก็ยังอยู่ในความทรงจำของคนที่มาเยือนเสมอ

ความพิเศษของการยกโต๊ะกินข้าวหลังบ้านกิ๊กมาไว้ที่งานนี้คือ เธอได้นำเมนูเด็ดจากร้านเก่าเจ้าดัง 5 ร้าน ซึ่งเป็นพระเอกของงานมารังสรรค์ใหม่ด้วยรสมือของคุณยาย ไม่ว่าจะเป็นห้อมหวานจากแต๋วรวมมิตร ฟักทองแกงบวชล้านนาสูตรคุณยาย กะหรี่ปั๊บเจ๊แอ้วที่เสิร์ฟพร้อมกับแกงฮังเล ซึ่งไม่ว่าภาพจำถนนเส้นนี้ของทุกคนจะเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าทุกคนที่มาที่นี่จะจำได้แน่ ๆ ว่าวันนั้นได้กินอะไร 

เปิดให้เข้าชมนิทรรศการตั้งแต่ 20 – 22 พฤษภาคม 2565 เวลา 10.00 – 19.00 น.

Local Eat & Creative Table 21-22 พฤษภาคม 2565 เวลา 17.00 – 18.30 น. และ 19.00 – 20.30 น. โปรดสำรองที่นั่งล่วงหน้า โทร. 09 2191 4462

ภาพ : Made in Charoenmuang

Writer

ซูริ คานาเอะ

ชอบฟังมากกว่าพูด บูชาของอร่อย เสพติดเรื่องตลก และเชื่อว่าชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะอ่านหนังสือดีๆ ให้ครบทุกเล่ม

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load