โคห์เลอร์ (KOHLER) เป็นแบรนด์สุขภัณฑ์สัญชาติอเมริกัน อายุ 147 ปี 

จากโรงงานเหล็กหล่อเล็กๆ ในเมืองเชบโบยแกน (Sheboygan) รัฐวิสคอนซิน (Wisconsin) ประเทศสหรัฐอเมริกา สู่แบรนด์สุขภัณฑ์สำหรับห้องน้ำและห้องครัวที่โดดเด่นเรื่องการออกแบบและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์

หลังจากประดิษฐ์อ่างอาบน้ำอันแรกของโลกขายให้ชาวนาในราคาวัว 1 ตัว และ ไก่ 14 ตัว โคห์เลอร์ก็ค่อยๆ ต่อยอดสุขภัณฑ์ มีท่อประปา ทำอ่างล้างจาน บุกเบิกท่อน้ำอุ่น และอื่นๆ จากโรงงานที่มีคนเพียงหลักสิบสู่คนงานหลายพันคน นอกจากสินค้าคุณภาพดีแล้ว เราประทับใจวิธีดูแลพนักงานของโคห์เลอร์ ไม่เพียงจ้างงานคนอพยพที่ไม่มีคนต้องการ ยังจัดหาที่พัก ให้สวัสดิการ ดูแลคุณภาพชีวิตอย่างดี เป็นวิธีคิดทำธุรกิจที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน

โคห์เลอร์ไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็นผู้ขายอุปกรณ์ในห้องน้ำ พวกเขาเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์มาตั้งแต่คำนี้ยังไม่มีในตำราการตลาด จะเห็นได้จากโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์และนิตยสารยุค 80 ภาพอ่างอาบน้ำสีสดตัดกับเส้นขอบของอ่างล้างมือไม่ตกยุคเลยสักนิด ยังแอบคิดว่าถ้าเอาสุขภัณฑ์อัจฉริยะที่เป็นสินค้ายุคใหม่ของโคห์เลอร์เข้าไปใส่ก็ยังดูลงตัว

ไม่ใช่แค่ความสวย แต่โคห์เลอร์ยังให้ความสำคัญกับระบบวิศวกรรมในสุขภัณฑ์มากๆ 

มีฝักบัวอาบน้ำที่คิดวิธีอัดอากาศจำลองเหมือนอยู่ใต้สายฝน 

มีสายฉีดชำระที่น้ำไม่แหลม แต่มีพลัง และสัมผัสนุ่มในคราวเดียว จนใครต่อใครต่างยกให้เป็นสายฉีดชำระที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งออกแบบและพัฒนาโดยทีมไทย 

ยิ่งฟังเรื่องราวที่ คุณธนภูมิ มะลิสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โคห์เลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เล่าให้ The Cloud ฟังก็รู้สึกสนุก ใครจะไปคิดว่า เรื่องของสุขภัณฑ์นั้นจะสร้างสรรค์ต่อได้ไม่หยุดขนาดนี้ มาฟังทั้ง 15 เรื่องราวเบื้องหลังของโคห์เลอร์ แบรนด์ที่มีเป้าหมายอยากให้ทุกคนมีสุนทรียภาพในชีวิตที่ดีขึ้น (Gracious Living) พร้อมกัน

1. จุดเริ่มต้นจากการผลิตอ่างอาบน้ำใบแรกของโลก 

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

โคห์เลอร์ คือแบรนด์สุขภัณฑ์สัญชาติอเมริกัน อายุ 147 ปี ก่อตั้งโดย จอห์น ไมเคิล โคห์เลอร์ (John Michael Kohler) ชาวออสเตรียที่มาตั้งรกรากในสหรัฐอเมริกา เริ่มต้นทำโรงงานเหล็กหล่อเล็กๆ ผลิตอุปกรณ์ทำเกษตร ในปี 1873 ต่อมาในปี 1883 เขาดัดแปลงที่ดื่มน้ำม้า เริ่มจากเคลือบเหล็กด้วยอีนาเมลและต่อเติมขา 4 ข้างกลายเป็นอาบอ่างน้ำใบแรกของโลก ขายชาวนาในราคาเท่ากับวัว 1 ตัว และไก่ 14 ตัว

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

2. จิตวิญญาณของโคห์เลอร์อยู่ในเหล็กหล่อ

แม้ว่าวันนี้สัดส่วนของผลิตภัณฑ์จากเหล็กหล่อจะน้อยลงกว่าเมื่อร้อยปีก่อน แต่หลังจากค้นพบอ่างอาบน้ำใบแรกของโลก โรงงานก็เริ่มผลิตเฟอร์นิเจอร์และของใช้ที่ทำจากเหล็กหล่ออื่นๆ นอกจากอุปกรณ์ทำเกษตร เช่น กังหันลม เหยือก เก้าอี้ยาวมีพนัก ป้ายฝังศพ ราวบันได คอก เล้า จากเหล็กหล่อและเหล็กเคลือบกระเบื้อง 

จากนั้นต่อยอดทำอ่างอาบน้ำเวอร์ชันใหม่ที่สะอาดและไร้รอยต่อที่ขาในปี 1911 ซึ่งทำให้บริษัทเป็นที่รู้จักมากขึ้น

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler
15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler
15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

3. ต้นแบบการดูแลพนักงานเมื่อร้อยปีก่อน ทั้งจ้างแรงงานผู้อพยพ ให้ที่พักและคุณภาพชีวิตที่ดี ดูแลเหมือนคนในครอบครัว 

ต่อมาในปี 1914 สินค้าจากโคห์เลอร์เป็นที่ต้องการในตลาดมาก จึงต้องขยายโรงงานและจ้างแรงงานอย่างน้อย 1,000 คนเพื่อผลิตสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ เป็นที่มาของการจ้างแรงงานต่างชาติซึ่งส่วนใหญ่อพยพมาจากภาคกลางและใต้ของยุโรป ไม่เพียงให้งาน แต่ วอลเตอร์ โคห์เลอร์ (Walter Kohler) ผู้บริหารทายาทรุ่นสาม ยังให้คุณภาพชีวิตที่ดี เขาทำหมู่บ้านคนงานชื่อ American Club เปิดในปี 1918 ต้องการสร้างที่พักอาศัยที่ถูกสุขลักษณะและสุขอนามัย ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนเป็นโรงแรมหรูในเครือธุรกิจของโคห์เลอร์

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

นอกจากความอบอุ่น อาหาร 3 มื้อราคาประหยัด ห้องนั่งเล่น ห้องอ่านหนังสือ โต๊ะพูล ยังมีห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ มีสวัสดิการเข้าถึงการรักษาและทันตกรรม มีแพทย์พยาบาลประจำการ ดูแลเหมือนครอบครัว มีโรงเรียนสอนภาษา สอนเรื่องความสะอาดพื้นฐาน คอยสื่อสารส่งจดหมายข่าว และต่อสู้ให้คนงานได้สัญชาติ

ช่วงสงครามโลก โรงงานโคห์เลอร์ต้องผลิตท่อประปาให้รัฐบาล ทำให้มีกำไรมาก นำไปจ่ายเงินค่าจ้างที่แพงขึ้นและจ้างคนมากขึ้นถึง 4,000 คน ช่วงนั้นมีเจ้าหน้าที่รัฐจากกระทรวงแรงงานมาคอยสังเกตการณ์ เธอยืนยันว่าจากโรงงานทั้งหมด มีเพียงโรงงานโคห์เลอร์ที่เดียวที่ห่วงใยปัญหาสารพิษและมลภาวะในกระบวนการผลิตและดูแลทีมงานจริง (ข้อมูลจากหนังสือ Chasing Dirt: The American Pursuit of Cleanliness โดย Suellen Hoy สำนักพิมพ์ Oxford University Press) 

และเพื่อส่งต่อจิตวิญญาณของผู้อพยพทุกคนที่ทำงานต่อสู้อย่างหนักจนมีวันนี้ ที่หน้าโรงงานของโคห์เลอร์เกือบทุกแห่งในโลกรวมถึงประเทศไทย มีเหรียญตราสัญลักษณ์ขนาดใหญ่แสดงถึงเรื่องราวนี้ด้วย

4. โคห์เลอร์ไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นแบรนด์ขายอุปกรณ์ในห้องน้ำ แต่เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์

ในยุคที่คนเชื่อว่าอุปกรณ์ของใช้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องโฆษณาขาย โคห์เลอร์ลุกขึ้นมาเป็นเจ้าแรกที่ทำโฆษณาขายสุขภัณฑ์ และเป็นเจ้าแรกที่ใส่สีสันลงไปในห้องน้ำ หากย้อนมาดูวันนี้ก็ยังเป็นโฆษณาที่เท่และไม่ตกยุคเลย ทั้งวิธีคิด คอนเซปต์ ภาพประกอบ ไปจนถึงคำที่ใช้

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

โดยทั่วไปสินค้าไลฟ์สไตล์ จะต้องเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยตลอด สิ่งที่โคห์เลอร์ทำคือออกแบบสินค้าให้ไม่ดูตกยุค อยู่เหนือกาลเวลา ความยากคือการหาสมดุลระหว่างดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวและไร้กาลเวลา

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

A collection of vintage Kohler ads from the 1940s-1970s
ภาพ : midcenturyliving.wordpress.com/2012/05/22/the-bold-look-of-kohler/

5. โคห์เลอร์เป็นแบรนด์ที่มีเป้าหมายอยากให้ทุกคนมีสุนทรียภาพในชีวิตที่ดีขึ้น (Gracious Living)

สุนทรียภาพในชีวิตที่ดีจากการพบความรื่นรมย์ รสนิยม และจิตวิญญาณในการใช้ชีวิต โดยคิดถึงผลลัพธ์หรือประสบการณ์จากการใช้ผลิตภัณฑ์เป็นสำคัญ ซึ่งมาจาก 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ Design Excellence และ Performance

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler
15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

6. งานออกแบบโดดเด่นระดับชิ้นงานศิลปะ (Bold Design)

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

โคห์เลอร์ให้ความสำคัญกับความสวยงามมาก หลักการออกแบบของโคห์เลอร์ คือ Bold Design หรืองานออกแบบที่สวยและกล้าโดดเด่นระดับชิ้นงานศิลปะ ทำให้ห้องน้ำเป็นมากกว่าห้องน้ำ 

เห็นแล้วเกิดความประทับใจ ใช้แล้วเกิดสุนทรียะ ไม่ใช่แค่สวย แต่ยังคิดถึงความรู้สึกหลังใช้งาน เช่น ฝารองนั่ง French Curve ที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ แทนที่จะแบนระนาบอย่างทั่วไปก็มีส่วนที่โค้งรับกับบั้นท้าย ทำให้นั่งสบาย ไม่มีอาการเหน็บชาหรือปวดขาหากต้องนั่งนานๆ

จนถึงวันนี้ เดวิด โคห์เลอร์ (David Kohler) เจ้าของบริษัทและทายาทคนปัจจุบัน ยังเป็นคนอนุมัติงานออกแบบของโคห์เลอร์ด้วยตัวเองทุกชิ้น และดูรายละเอียดงานดีไซน์ร่วมกับทีมอยู่เสมอ

7. โคห์เลอร์เป็นแบรนด์ที่ก๊อกน้ำมีสีให้เลือกเยอะที่สุด 

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

ขณะที่แบรนด์อื่นๆ มีสีทองแบบเดียว โคห์เลอร์มีสีทอง 5 – 6 แบบ เช่น French Gold, Rose Gold, Brushed Bronze, Moderne Polished Gold และ Moderne Brushed Gold และมีสีดำถึง 3 ดำ ได้แก่ Black, Matte Black และ Oil- Rubbed Bronze

เพราะรู้ดีว่าเราไม่อาจจำกัดสุนทรียะ ความสวยงาม และความเป็นตัวของตัวเองได้ด้วยสีเพียงสีเดียว เช่นเดียวกับคอลเลกชันก๊อกน้ำล่าสุดที่โคห์เลอร์ขายหัวก๊อกและมือบิดแยกชิ้นกันทั้งหมด มีหัวก๊อก 3 แบบ และมือปิด 4 แบบ ซึ่งออกแบบมาให้ผู้บริโภคเลือกออกแบบการใช้งานด้วยตัวเอง

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

8. สุขภัณฑ์อัจริยะ จิตวิญญาณของการออกแบบที่สวยงามซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์

สุขภัณฑ์อัจฉริยะของโคห์เลอร์ เป็นตัวอย่างของ Bold Design ไม่เพียงหน้าตาแตกต่างจากสุขภัณฑ์อัจฉริยะทั่วไปที่หน้าตาคล้ายกันไปหมด แต่ละรุ่นยังมีเอกลักษณ์และคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันชัดเจน เช่น Eir มีลักษณะสวยเด่นที่ขอบทอง ผสานความงามและนวัตกรรมได้อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อประสบการณ์การชำระล้างที่สะอาดหมดจดและสุขอนามัยที่ดียิ่งขึ้น หรือ Veil รูปทรงสวยชดช้อย ก้านชำระทำความสะอาดและฆ่าเชื้อด้วย Electrolyzed Water ที่มีประจุไฟฟ้า บางรุ่นอย่าง Karing มีแสงยูวีฆ่าเชื้อโรคที่ก้านฉีดชำระเพื่อสุขอนามัยที่ดียิ่งขึ้น

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler
15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

9. ใช้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมออกแบบพลังน้ำอัดอากาศ จำลองจากสายฝนจริง

นอกจากความสวยงามด้านการออกแบบ โคห์เลอร์ให้ความสำคัญกับวิศวกรรมที่อยู่ภายใน ทำให้สายน้ำจากฝักบัว ของโคห์เลอร์มีเทคโนโลยี Katalyst ที่เป็นการอัดอากาศเข้าไปในสายน้ำ ทำให้ได้สายน้ำที่นุ่ม สบาย เป็นการจำลองมาจากสายฝน เพราะคิดเผื่อถึงความรู้สึกตอนอาบน้ำที่ทั้งปลดปล่อยและสดชื่น

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

10. น้อยแต่มาก นวัตกรรมใช้น้ำน้อยแต่ชำระได้มาก ต่อยอดจากล่องแก่ง

ในสุขภัณฑ์มีเทคโนโลยีชื่อ CLASS FIVE™ ที่มาจากระดับน้ำเชี่ยวที่แรงที่สุดในล่องแก่ง จากโจทย์ใช้น้ำน้อยแต่มีพลังชำระแรง ชำระล้างได้หมดจดแล้วรวดเร็ว เป็นเรื่องที่คนมักมองข้าม แต่ที่โคห์เลอร์หาคำตอบให้เรื่องนี้อย่างจริงจัง

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

11. เปิดโอกาสให้ทีมไทยออกแบบสายฉีดชำระที่ดีที่สุดในโลก

สายฉีดชำระ คือของที่คนไทย 90 เปอร์เซ็นต์มีติดบ้าน

สายฉีดชำระรุ่น Luxe Hygiene Spray จากโคห์เลอร์ เกิดจากการออกแบบและพัฒนาโดยทีมงานคนไทย จากโจทย์ว่าทำไมสายฉีดชำระต้องหน้าตาเหมือนกันทั้งโลก และทั้งๆ ที่นิ้วโป้งเป็นนิ้วที่แข็งแรงที่สุด ทำไมสายฉีดชำระทั่วไปจึงออกแบบให้กดด้วยนิ้วชี้ และทำไมต้องมีขนาดสั้นทำให้ต้องล้วงมือเข้าไปลึกเวลาใช้งาน พวกเขาจึงเปลี่ยนตำแหน่งบังคับน้ำให้อยู่ที่นิ้วโป้ง ออกแบบสายฉีดชำระที่มีก้านคอยาวกว่าทั่วไปเกือบเท่าหนึ่ง รวมถึงเรื่องการอัดอากาศเข้าไปในสายน้ำ ทำให้น้ำที่ปล่อยจากสายฉีดชำระมีความแรงแต่สัมผัสนุ่ม

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

12. แคมเปญที่ใช้จินตนาการเปลี่ยนภาพจำของสุขภัณฑ์อัจฉริยะที่ทุกคนคุ้นเคย

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

ที่ผ่านมา โคห์เลอร์ทำงานกับสถาปนิกและนักออกแบบเยอะ เป็นอาชีพที่ในชีวิตจริงถูกจำกัดให้ทำงานสร้างสรรค์อยู่ในกรอบของโจทย์ มีทั้งความต้องการ งบประมาณ เวลา สถานที่ โคห์เลอร์อยากให้พวกเขารู้สึกสนุกจึงมอบโจทย์ที่ไม่มีโจทย์ ‘คุณเห็นอะไรในสุขภัณฑ์นี้ อยากออกแบบอะไร ห้องน้ำแบบไหน แล้วแต่คุณ ที่ไหนก็ได้ อะไรก็ได้’ โดยแคมเปญ KOHLER UNBOXED IMAGINATION II…DREAM DESTINATION  นี้ ต่อยอดจาก KOHLER UNBOXED IMAGINAION เมื่อปีก่อน ที่ให้ออกแบบห้องน้ำจากก๊อกน้ำ

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler
15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

ครั้งนี้โคห์เลอร์ประเทศไทยเพิ่มคอนเซปต์สนุกๆ อย่าง Dream Destination เข้าไป ชวนนักออกแบบรุ่นใหม่จาก 6 บริษัทที่กำลังเป็นที่น่าจับตามาร่วมแคมเปญ โดยใช้สุขภัณฑ์อัจฉริยะจากโคห์เลอร์ เป็นจุดเชื่อมต่อ ระหว่างจินตนาการและความฝัน เพื่อสร้างสรรค์และออกแบบห้องน้ำ ให้สถานที่ที่ประทับใจ ภายใต้แนวคิด “ไร้โจทย์ ไร้กรอบ ไร้ขีดจำกัด” เปลี่ยนภาพจำของสุขภัณฑ์อัจฉริยะที่ทุกคนคุ้นเคย 

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

จากสุขภัณฑ์อัจฉริยะ 4 รุ่น สู่ห้องน้ำในจินตนาการทั้ง 6 แห่ง บอกเราว่าสิ่งที่เห็น สิ่งที่คิดและทำ ไม่จำเป็นต้องเหมือนเดิมหรือเหมือนใคร แค่มีจิตวิญญาณของความกล้า ทุกอย่างก็ไปได้อีกไกล

13. Water to All

โคห์เลอร์อยากแก้ปัญหาการเข้าถึงสุขอนามัยและน้ำสะอาด เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนที่ขาดแคลนซึ่งอยู่ห่างไกล 

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

ทุกวันที่ 19 พฤศจิกายน เป็นวันห้องน้ำโลก (World Toilet Day) โคห์เลอร์ทำงานร่วมกับองค์กรไม่แสวงผลกำไร สร้างห้องน้ำสะอาด ให้ความรู้เพื่อลดปัญหาที่ตามมากจากการมีสุขอนามัยที่ไม่ดี ไปจนถึงต่อยอดนวัตกรรมเพื่อสังคม Kohler Carity ผลิตเครื่องกรองน้ำให้ประเทศที่ขาดแคลนน้ำสะอาด เป็นเครื่องกรองน้ำที่หน้าตาสวยสมเป็นโคห์เลอร์

14. ที่ต่างประเทศ โคห์เลอร์ทำธุรกิจขายอุปกรณ์กำเนิดพลังงานรายใหญ่ในโลก

นอกจากธุรกิจ Kitchen & Bath แล้ว โคห์เลอร์ยังมีธุรกิจในเครืออีก 3 ธุรกิจ หนึ่ง คือ Decorative Products ธุรกิจขายสุขภัณฑ์ที่ออกแบบโดยนักออกแบบระดับโลก ไปจนถึงกระเบื้องและเฟอร์นิเจอร์ 

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler
15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

สอง คือ Power น้อยคนจะรู้ว่าโคห์เลอร์ขายอุปกรณ์กำเนิดพลังงานเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มีเครื่องปั่นไฟของโคห์เลอร์อยู่ในสนามบินเกือบทุกสนามบินของสหรัฐอเมริกา โดยโคห์เลอร์เห็นว่าการมีไฟฟ้าหรือพลังงานให้ใช้อย่างต่อเนื่องก็เป็นการเพิ่มสุนทรียภาพในชีวิต 

และสาม คือ Golf and Resort Destinations ธุรกิจสนามกอล์ฟและโรงแรมหรู

15. สิ่งที่ทำให้โคห์เลอร์อยู่ยืนยาวมาถึง 147 ปี คือการรักษาคุณภาพของสินค้าและบริการจากโคห์เลอร์ให้อยู่ในระดับสูงเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งโลก

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

การไม่หยุดพัฒนาของงานออกแบบและเทคโนโลยี และการยึดมั่นในแก่นของแบรนด์ที่อยากมอบสุนทรีภาพในการใช้ชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้น แม้ว่าคำว่าสุนทรียะ เมื่อร้อยปีก่อน วันนี้ และอีกร้อยปีข้างหน้า จะแตกต่างจนเป็นคนละเรื่องกัน แต่สำหรับโคห์เลอร์ สุนทรียะก็คือสุนทรียะ

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

ชื่อแบรนด์: Moleskine
สัญชาติ:  อิตาเลียน
ปีที่ก่อตั้ง: 1997

สำหรับคนรักเครื่องเขียนที่คลิกเข้ามาอ่านบทความนี้เพราะชื่อ Moleskine คงไม่ต้องสาธยายว่าความรู้สึกดีๆ เวลาถือสมุดปกแข็งมุมมน มีสายรัดปกเหมาะเจาะ ว่าเป็นอย่างไร หรือหน้ากระดาษสีครีมเรียบลื่น กับช่องเก็บของที่ปกหลังสะดวกน่าใช้แค่ไหน สำหรับคนที่ (ยัง) ไม่รู้จักแบรนด์อิตาเลียนนี้ดีนัก เราขออธิบายว่าสมุดของ Moleskine คือความเท่ที่พกพาได้ จับต้องได้ ใช้งานได้ดีจนติดใจ และขยันออกคอลเลกชันปกใหม่ๆ ให้สาวกทั่วโลกตามไปลูบคลำและจับจ่ายที่ร้านหนังสือและร้านเครื่องเขียน

เราได้โอกาสต่อสายโทรศัพท์ไปอีกฟากหนึ่งของโลก เพื่อพูดคุยกับ Arrigo Berni ผู้บริหารแบรนด์เครื่องเขียนยักษ์ใหญ่ชาวอิตาเลียน วินาทีนี้ความสำเร็จของแบรนด์ไม่ใช่สิ่งที่เรากังขา สิ่งที่เราสงสัยคือ Moleskine ทำอย่างไรจึงทำให้สมุดปกแข็งของแบรนด์เป็นเหมือน iPhone ที่เจิดจ้าในร้านขายโทรศัพท์ ท่ามกลางคู่แข่งหมวดเดียวกันที่อวดโฉมเรียงราย สมุดมุมมนตอบสนองตัวตนของผู้ใช้มากกว่าแค่ใช้จดบันทึก และยังยืนหยัดอย่างสง่างามในยุคที่ผู้คนหันไปตั้งสเตตัสหรือทวีตมากกว่าเขียนไดอารี่ และสเกตช์ภาพลงหน้าจอมากกว่าตวัดดินสอบนหน้ากระดาษ

ปลุกชีพกระดาษ

Paper is dead. ใครๆ เขาว่ากันแบบนั้น แต่ Moleskine ปฏิเสธความตายของสิ่งพิมพ์มาตั้งแต่รุ่นพ่อ สมุดปกแข็งสีดำสุดป๊อปของแบรนด์กำเนิดจากสมุดยอดนิยมที่นักเขียนและศิลปินยุโรปและอเมริกันอย่าง Van Gogh, Picasso, Ernest Hemingway และ Bruce Chatwin ชอบใช้ โดยร้านที่เย็บสมุดแบบนี้คือร้านเครื่องเขียนเล็กๆ ในปารีส Chatwin ชอบสมุดสีดำขนาดพกพานี้มาก เขาเรียกมันว่า Moleskine และกว้านซื้อมันมาใช้เขียนงาน โชคไม่ดีที่สมุดสุดโปรดของเขาเลิกผลิตและหายสาบสูญไปจากท้องตลาดในช่วงปี 1980 จนกระทั่งในปี 1997 (พ.ศ. 2540) บริษัทเล็กๆ ในมิลานได้คืนชีพสมุดแบบนี้ขึ้นมาอีกครั้ง และตั้งชื่อมันตามนามเดิมที่นักเขียนดังเคยเรียก — Moleskine

คุยกับ Moleskine แบรนด์สมุดสร้างสรรค์ที่เชื่อในพลังของกระดาษ

ตำนานสากล

“ไอเดียเบื้องหลังการผลิตสมุดนี้คือการสร้างสมุดให้คนที่ทำงานสร้างสรรค์ทั้งโลก ใช้เขียน สเกตช์งาน และเชื่อมต่อกับความคิดสร้างสรรค์ แนวคิดเบื้องหลัง Moleskine ไม่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์แบบอิตาเลียน เราไม่ได้มองตัวเองว่าเป็นแบรนด์อิตาเลียน แต่เป็นแบรนด์สากล”

Arrigo Berni อธิบายที่มาของการคืนชีวิตให้สมุดสุดคลาสสิก ตำนานเรื่องนักคิดนักเขียนชื่อกระฉ่อนชอบใช้สมุดแบบนี้ ผูกโยงภาพลักษณ์สมุดเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ และเพิ่มมูลค่าให้สินค้าได้เป็นอย่างดี โดยสมุดของ Moleskine มีคำอธิบายภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสกำกับอยู่เสมอ แม้แบรนด์จะไม่ได้เกิดจากเมืองน้ำหอม ผู้บริหารใหญ่เฉลยเหตุผลง่ายๆ ที่ไม่ใช่ภาษาอิตาเลียนบนสินค้าว่า

“เป้าหมายของเราคือคนทั่วโลกตั้งแต่แรก เราเลยเลือกใช้ภาษาสากลอย่างภาษาอังกฤษ แล้วก็ภาษาฝรั่งเศส เพราะคนฝรั่งเศสจะไม่ซื้อของแบบนี้เลยถ้าไม่มีคำอธิบายเป็นภาษาฝรั่งเศส”

ดีไซน์ไร้กาลเวลา

แม้จะเกิดจากเมืองแห่งแฟชั่นอย่างมิลาน แต่ Moleskine ยึดหลักการออกแบบที่แตกต่างออกไป สินค้าของแบรนด์ล้วนหน้าตาเรียบง่าย Berni อธิบายว่าวัฒนธรรมการออกแบบของอิตาลีเป็นสิ่งแวดล้อมที่ดีในการพัฒนาดีไซเนอร์หรือโปรเจกต์ต่างๆ แต่สไตล์ผลิตภัณฑ์ไม่เกี่ยวข้องกับชาติกำเนิด ฟังแนวคิดแล้วเรารู้สึกว่าดีไซน์ของ Moleskine สอดคล้องกับปรัชญาการออกแบบแถบประเทศแถบสแกนดิเนเวียเสียมากกว่าด้วยซ้ำ

“แฟชั่นกับดีไซน์แตกต่างกัน แฟชั่นดีไซเนอร์ออกแบบเพื่อฤดูกาลถัดไป ต้องมีของใหม่ๆ ที่สวยดึงดูดผู้ใช้ แต่ดีไซเนอร์อื่นๆ มีเป้าหมายว่าจะสร้าง shape และ form ที่จะคงอยู่ตลอดไป ตัวอย่างเช่นการออกแบบรถ ลองคิดถึงรถ Porsche 911 สิครับ นั่นคือการออกแบบคลาสสิกที่ยังคงอยู่ในปัจจุบัน นี่เป็นเป้าหมายที่ดีไซเนอร์โดยทั่วไปอยากทำให้ได้ แต่ธรรมชาติของแฟชั่นสั้นกว่านั้นมาก

“Moleskine เป็นแบรนด์สินค้าพรีเมียม เราพยายามสร้างคุณภาพทั้งด้านวัตถุดิบและด้านสุนทรียะ ดีไซน์แบบสะอาดสะอ้าน เน้นฟอร์มสำคัญ ดูคลาสสิกมากกว่าตามแฟชั่น เป็นของใช้ที่ทนทานและน่าใช้”

อย่าเพิ่งคิดว่า Moleskine จะดูเรียบร้อยตามกรอบไปซะหมด CEO เล่าต่อว่าหลายปีมานี้ Moleskine พยายามดึงดูดกลุ่มผู้ใช้เพศหญิงให้มากขึ้น จากสมุดปกดำเรียบๆ ก็ทำสมุดที่มีสีสันลูกเล่นมากขึ้น และแตกไลน์สินค้าที่มีสีสันดึงดูดใจผู้หญิง ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมปากกา เคสโทรศัพท์ และกระเป๋าสตางค์ของแบรนด์นี้ถึงดูน่ารัก เป็นมิตร และยั่วยวนใจเรามาตลอด

คุยกับ Moleskine แบรนด์สมุดสร้างสรรค์ที่เชื่อในพลังของกระดาษ

คุยกับ Moleskine แบรนด์สมุดสร้างสรรค์ที่เชื่อในพลังของกระดาษ

Talent, Exploration, Authenticity

แม้จะเป็นองค์กรระดับโลก แต่หัวใจของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรขนาดเล็กอบอุ่นและมีประสิทธิภาพ มาจากคำสำคัญ 3 คำที่นิยามตัวตนของ Moleskine

“talent (ความสามารถ), exploration (การค้นหา), authenticity (ความจริงแท้) talent หมายความว่าเราชื่นชมความสามารถ ทุกคนไม่ต้องดีที่สุดหรือเก่งที่สุด แต่เราเชื่อในความสามารถของทุกคนที่แตกต่างกัน exploration เพราะการทำงานสร้างสรรค์ต้องค้นหาและอาศัยความอยากรู้อยากเห็น ต้องพยายามเก็บเกี่ยว พัฒนาโปรเจกต์ มองหาโอกาสใหม่ๆ และทดลอง สุดท้ายคือ authencity เราไม่เสแสร้งเป็นอื่น เป็นตัวเอง เลือกทำงานกับคนที่ตื่นเต้นในสิ่งที่เรากำลังพูด”

เช่นเดียวกับการเลือกร่วมโปรเจคต์หรือร่วมมือกับบริษัทต่างๆ ขณะที่ Moleskine ค้นหาความสร้างสรรค์ อีกฝ่ายต้องมีความน่าสนใจที่แตกต่างออกไปจึงจับมือสร้างสิ่งใหม่ๆ ร่วมกัน

 

ชมรมนัก ‘จด’ จำ

กลุ่มคนทำงานสร้างสรรค์ เช่น นักเขียน ศิลปิน สถาปนิก ดีไซเนอร์ เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของ Moleskine ที่มีจำนวนราว 10 ล้านคนทั่วโลก แม้ต้นฉบับนี้จะเขียนในคอมพิวเตอร์ ผู้อ่านส่วนใหญ่กำลังอ่านข้อความนี้บนมือถือ และประชากรโลกใช้ชีวิตในโลกดิจิตัลมากขึ้นทุกที แต่การจดบันทึกหรือสเกตช์ภาพลงกระดาษยังให้ความรู้สึกพิเศษที่หน้าจอมอบให้ไม่ได้

“จากการสำรวจผู้ใช้ของเรา โลกแอนะล็อกกับโลกดิจิทัลมีความสัมพันธ์กัน อาจจะน่าประหลาดใจนะครับ แม้กลุ่มผู้ใช้ของเราใช้เทคโนโลยีมากขึ้น แต่ยังเห็นคุณค่าของ Moleskine พวกเขาทำงานด้านสร้างสรรค์ จำเป็นต้องใช้ความคิดและสื่อสาร และมีการศึกษาสูงเมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากรโดยเฉลี่ย พวกเขาจะเลือกใช้เครื่องมือตามเป้าหมายการใช้งาน ใช้เทคโนโลยีเพื่อแชร์สิ่งต่างๆ ที่การเขียนด้วยมือทำไม่ได้ แต่ในอีกแง่ การเขียนหนังสือด้วยมือมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความแม่นยำ และส่งผลต่อการสร้างตัวตนบุคคล

“ตัวอย่างเช่น นักข่าวคนหนึ่งที่ลอนดอนสัมภาษณ์ผมด้วยไอแพด เขาขอโทษที่ใช้ไอแพดแทนสมุด ผมบอกว่าไม่เป็นไร คุณต้องใช้มันทำงานนี่ แล้วเราก็คุยกันเรื่อง Moleskine เป็นแบรนด์ที่สื่อถึงตัวตนสำหรับคนบางกลุ่ม แล้วเขาก็หยุดสัมภาษณ์ เปิดกระเป๋า ควักสมุด Moleskine ขึ้นมาแล้วบอกผมว่าเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนนี้ถึงใช้ไอแพดในการสัมภาษณ์ เขากำลังเขียนหนังสือของตัวเอง และเขาเขียนมันลงในสมุดของ Moleskine

“ตอนเขากำลังทำงานสัมภาษณ์ เขาต้องใช้เครื่องมือที่ตอบสนองรวดเร็ว แต่หนังสือเป็นเรื่องส่วนตัวกว่ามาก กระดาษทำให้คุณคิดมากขึ้น จดจ่อมากกว่าพิมพ์บนคีย์บอร์ดหรือพิมพ์ลงหน้าจอ มีการวิจัยแล้วว่าคนทั่วโลกที่มีการศึกษาสูงหรือทำงานสร้างสรรค์ยังใช้กระดาษเขียนหนังสือและจดโน้ต และยังใช้มากขึ้นเรื่อยๆ 3 – 4% ทุกปี ตลาดของเราโตเร็วกว่านั้นมาก เพราะความน่าสนใจของแบรนด์อยู่ที่มันสื่อสารกับคุณ”

ประชาชนคนรัก Moleskine มีมากมายและชุมนุมกันในโลกออนไลน์ ไอเดียการสร้างสมุด Moleskine City Notebooks สมุดที่ใส่เอกลักษณ์เมืองหลวงต่างๆ ของโลกสำหรับการใช้งานในเมืองนั้นโดยเฉพาะก็มาจากชุมชนที่ว่า Berni ยืนยันว่าบริษัทไม่ได้เป็นผู้สร้างพลังเข้มแข็งของชุมชนคนรักสมุด กระแสความรักนี้เกิดขึ้นเองต่างหาก

“เราสร้าง community ไม่ได้ ผมเชื่อว่ายิ่งพยายามสร้าง ก็ยิ่งไม่ประสบความสำเร็จ คอมมิวนิตี้สร้างตัวเองขึ้นมา เป็นผลลัพธ์ของกลุ่มคนที่ตอบสนองต่อสิ่งที่พวกเขาหลงใหล สิ่งเหล่านี้เราสร้างหรือบังคับไม่ได้นะครับ สิ่งที่แบรนด์ควรทำและทำได้คือมีประสิทธิภาพ ทุ่มเทให้ความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะ การสื่อสาร การค้นหา และความจริงใจต่อสิ่งที่หลงใหล สิ่งเหล่านี้จะดึงดูดคนสนใจหรือหลงใหลเรื่องเดียวกันเข้ามาเอง ถ้าคุณต้องพยายามสร้าง แสดงว่าคุณมีเป้าหมายอื่นนอกจากการเป็นตัวของตัวเอง”
คุยกับ Moleskine แบรนด์สมุดสร้างสรรค์ที่เชื่อในพลังของกระดาษ

เชื่อมต่อกับโลกออนไลน์

ความวินเทจอาจน่าถวิลหา แต่ Moleskine ไม่ยึดติดกับโลกใบเก่า บริษัทเครื่องเขียนปรับตัวสู่ยุคเทคโนโลยีในฐานะสะพานที่เชื่อมต่อโลกแอนะล็อกและดิจิทัลเข้าด้วยกัน แบรนด์อิตาเลียนเริ่มต้นสร้างสินค้าเทคโนโลยีเมื่อ 5 ปีที่แล้ว และแตกไลน์สินค้าออกมามากมาย Moleskine จับมือกับพาร์ตเนอร์ฝั่งเทคโนโลยีออกสินค้าสมุดหลายตัวที่ใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชันมือถือ แค่จดหรือสเกตช์บนกระดาษ ข้อมูลคุณภาพคมชัดจะถ่ายโอนไปอยู่ในแอพ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมและแชร์ต่อไป ทั้งยังมีแอพพลิเคชันปฏิทิน Timepage สำหรับการจัดการนัดหมายใน App Store ผู้บริหารบริษัทระดับโลกมองว่าการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยคือโอกาสพัฒนาและขยายประเภทสินค้า เขายืนยันชัดเจนว่า Moleskine จะเติบโตด้านเทคโนโลยีมากขึ้นในอนาคต

คุยกับ Moleskine แบรนด์สมุดสร้างสรรค์ที่เชื่อในพลังของกระดาษ คุยกับ Moleskine แบรนด์สมุดสร้างสรรค์ที่เชื่อในพลังของกระดาษ

คุยกับ Moleskine แบรนด์สมุดสร้างสรรค์ที่เชื่อในพลังของกระดาษ

เป็นมากกว่าบริษัทเครื่องเขียน

จากสมุดเรียบๆ ดูธรรมดา วันนี้ Moleskine ไม่ได้หยุดอยู่ที่การผลิตเครื่องเขียน Moleskine cafe ที่มิลานและสนามบินเจนีวาเสิร์ฟดีไซน์อบอุ่นน่ามองควบคู่กับกาแฟ มอบพื้นที่ที่เหมาะกับการอ่านและการสร้างสรรค์ให้ผู้ใช้ แบรนด์อิตาเลียนนี้ยังโดดเด่นเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งการใช้กระดาษไร้กรดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนมูลนิธิ Lettera27 ที่ทำงานด้านมอบความรู้ด้านการอ่านเขียนให้กับเด็กในพื้นที่ขาดแคลนทั่วโลก โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา สนับสนุนศิลปินรุ่นเยาว์ตามโรงเรียนต่างๆ และยื่นมือช่วยเหลือองค์กรเพื่อสังคมอีกหลายประเภท

ฟังดูไม่น่าแปลกใจว่าบริษัทใหญ่ทำสิ่งต่างๆ มากมาย แต่เมื่อมองย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นเล็กๆ ในมิลาน Moleskine มาไกลจากการชุบชีวิตสมุดเล่มหนึ่งขึ้นมารองรับความคิดสร้างสรรค์และลายมือของคนทั้งโลก การสร้างสิ่งใหม่ๆ นอกเหนือจากขอบเขตของใช้ทำงาน ทำให้ Moleskine มีตัวตนชัดเจนและน่าจดจำในฐานะวัฒนธรรมสร้างสรรค์มากกว่าบริษัทสินค้าเครื่องเขียน

คุยกับ Moleskine แบรนด์สมุดสร้างสรรค์ที่เชื่อในพลังของกระดาษ

Facebook | Moleskine

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load