โคห์เลอร์ (KOHLER) เป็นแบรนด์สุขภัณฑ์สัญชาติอเมริกัน อายุ 147 ปี 

จากโรงงานเหล็กหล่อเล็กๆ ในเมืองเชบโบยแกน (Sheboygan) รัฐวิสคอนซิน (Wisconsin) ประเทศสหรัฐอเมริกา สู่แบรนด์สุขภัณฑ์สำหรับห้องน้ำและห้องครัวที่โดดเด่นเรื่องการออกแบบและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์

หลังจากประดิษฐ์อ่างอาบน้ำอันแรกของโลกขายให้ชาวนาในราคาวัว 1 ตัว และ ไก่ 14 ตัว โคห์เลอร์ก็ค่อยๆ ต่อยอดสุขภัณฑ์ มีท่อประปา ทำอ่างล้างจาน บุกเบิกท่อน้ำอุ่น และอื่นๆ จากโรงงานที่มีคนเพียงหลักสิบสู่คนงานหลายพันคน นอกจากสินค้าคุณภาพดีแล้ว เราประทับใจวิธีดูแลพนักงานของโคห์เลอร์ ไม่เพียงจ้างงานคนอพยพที่ไม่มีคนต้องการ ยังจัดหาที่พัก ให้สวัสดิการ ดูแลคุณภาพชีวิตอย่างดี เป็นวิธีคิดทำธุรกิจที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน

โคห์เลอร์ไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็นผู้ขายอุปกรณ์ในห้องน้ำ พวกเขาเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์มาตั้งแต่คำนี้ยังไม่มีในตำราการตลาด จะเห็นได้จากโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์และนิตยสารยุค 80 ภาพอ่างอาบน้ำสีสดตัดกับเส้นขอบของอ่างล้างมือไม่ตกยุคเลยสักนิด ยังแอบคิดว่าถ้าเอาสุขภัณฑ์อัจฉริยะที่เป็นสินค้ายุคใหม่ของโคห์เลอร์เข้าไปใส่ก็ยังดูลงตัว

ไม่ใช่แค่ความสวย แต่โคห์เลอร์ยังให้ความสำคัญกับระบบวิศวกรรมในสุขภัณฑ์มากๆ 

มีฝักบัวอาบน้ำที่คิดวิธีอัดอากาศจำลองเหมือนอยู่ใต้สายฝน 

มีสายฉีดชำระที่น้ำไม่แหลม แต่มีพลัง และสัมผัสนุ่มในคราวเดียว จนใครต่อใครต่างยกให้เป็นสายฉีดชำระที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งออกแบบและพัฒนาโดยทีมไทย 

ยิ่งฟังเรื่องราวที่ คุณธนภูมิ มะลิสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โคห์เลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เล่าให้ The Cloud ฟังก็รู้สึกสนุก ใครจะไปคิดว่า เรื่องของสุขภัณฑ์นั้นจะสร้างสรรค์ต่อได้ไม่หยุดขนาดนี้ มาฟังทั้ง 15 เรื่องราวเบื้องหลังของโคห์เลอร์ แบรนด์ที่มีเป้าหมายอยากให้ทุกคนมีสุนทรียภาพในชีวิตที่ดีขึ้น (Gracious Living) พร้อมกัน

1. จุดเริ่มต้นจากการผลิตอ่างอาบน้ำใบแรกของโลก 

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

โคห์เลอร์ คือแบรนด์สุขภัณฑ์สัญชาติอเมริกัน อายุ 147 ปี ก่อตั้งโดย จอห์น ไมเคิล โคห์เลอร์ (John Michael Kohler) ชาวออสเตรียที่มาตั้งรกรากในสหรัฐอเมริกา เริ่มต้นทำโรงงานเหล็กหล่อเล็กๆ ผลิตอุปกรณ์ทำเกษตร ในปี 1873 ต่อมาในปี 1883 เขาดัดแปลงที่ดื่มน้ำม้า เริ่มจากเคลือบเหล็กด้วยอีนาเมลและต่อเติมขา 4 ข้างกลายเป็นอาบอ่างน้ำใบแรกของโลก ขายชาวนาในราคาเท่ากับวัว 1 ตัว และไก่ 14 ตัว

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

2. จิตวิญญาณของโคห์เลอร์อยู่ในเหล็กหล่อ

แม้ว่าวันนี้สัดส่วนของผลิตภัณฑ์จากเหล็กหล่อจะน้อยลงกว่าเมื่อร้อยปีก่อน แต่หลังจากค้นพบอ่างอาบน้ำใบแรกของโลก โรงงานก็เริ่มผลิตเฟอร์นิเจอร์และของใช้ที่ทำจากเหล็กหล่ออื่นๆ นอกจากอุปกรณ์ทำเกษตร เช่น กังหันลม เหยือก เก้าอี้ยาวมีพนัก ป้ายฝังศพ ราวบันได คอก เล้า จากเหล็กหล่อและเหล็กเคลือบกระเบื้อง 

จากนั้นต่อยอดทำอ่างอาบน้ำเวอร์ชันใหม่ที่สะอาดและไร้รอยต่อที่ขาในปี 1911 ซึ่งทำให้บริษัทเป็นที่รู้จักมากขึ้น

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler
15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler
15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

3. ต้นแบบการดูแลพนักงานเมื่อร้อยปีก่อน ทั้งจ้างแรงงานผู้อพยพ ให้ที่พักและคุณภาพชีวิตที่ดี ดูแลเหมือนคนในครอบครัว 

ต่อมาในปี 1914 สินค้าจากโคห์เลอร์เป็นที่ต้องการในตลาดมาก จึงต้องขยายโรงงานและจ้างแรงงานอย่างน้อย 1,000 คนเพื่อผลิตสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ เป็นที่มาของการจ้างแรงงานต่างชาติซึ่งส่วนใหญ่อพยพมาจากภาคกลางและใต้ของยุโรป ไม่เพียงให้งาน แต่ วอลเตอร์ โคห์เลอร์ (Walter Kohler) ผู้บริหารทายาทรุ่นสาม ยังให้คุณภาพชีวิตที่ดี เขาทำหมู่บ้านคนงานชื่อ American Club เปิดในปี 1918 ต้องการสร้างที่พักอาศัยที่ถูกสุขลักษณะและสุขอนามัย ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนเป็นโรงแรมหรูในเครือธุรกิจของโคห์เลอร์

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

นอกจากความอบอุ่น อาหาร 3 มื้อราคาประหยัด ห้องนั่งเล่น ห้องอ่านหนังสือ โต๊ะพูล ยังมีห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ มีสวัสดิการเข้าถึงการรักษาและทันตกรรม มีแพทย์พยาบาลประจำการ ดูแลเหมือนครอบครัว มีโรงเรียนสอนภาษา สอนเรื่องความสะอาดพื้นฐาน คอยสื่อสารส่งจดหมายข่าว และต่อสู้ให้คนงานได้สัญชาติ

ช่วงสงครามโลก โรงงานโคห์เลอร์ต้องผลิตท่อประปาให้รัฐบาล ทำให้มีกำไรมาก นำไปจ่ายเงินค่าจ้างที่แพงขึ้นและจ้างคนมากขึ้นถึง 4,000 คน ช่วงนั้นมีเจ้าหน้าที่รัฐจากกระทรวงแรงงานมาคอยสังเกตการณ์ เธอยืนยันว่าจากโรงงานทั้งหมด มีเพียงโรงงานโคห์เลอร์ที่เดียวที่ห่วงใยปัญหาสารพิษและมลภาวะในกระบวนการผลิตและดูแลทีมงานจริง (ข้อมูลจากหนังสือ Chasing Dirt: The American Pursuit of Cleanliness โดย Suellen Hoy สำนักพิมพ์ Oxford University Press) 

และเพื่อส่งต่อจิตวิญญาณของผู้อพยพทุกคนที่ทำงานต่อสู้อย่างหนักจนมีวันนี้ ที่หน้าโรงงานของโคห์เลอร์เกือบทุกแห่งในโลกรวมถึงประเทศไทย มีเหรียญตราสัญลักษณ์ขนาดใหญ่แสดงถึงเรื่องราวนี้ด้วย

4. โคห์เลอร์ไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นแบรนด์ขายอุปกรณ์ในห้องน้ำ แต่เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์

ในยุคที่คนเชื่อว่าอุปกรณ์ของใช้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องโฆษณาขาย โคห์เลอร์ลุกขึ้นมาเป็นเจ้าแรกที่ทำโฆษณาขายสุขภัณฑ์ และเป็นเจ้าแรกที่ใส่สีสันลงไปในห้องน้ำ หากย้อนมาดูวันนี้ก็ยังเป็นโฆษณาที่เท่และไม่ตกยุคเลย ทั้งวิธีคิด คอนเซปต์ ภาพประกอบ ไปจนถึงคำที่ใช้

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

โดยทั่วไปสินค้าไลฟ์สไตล์ จะต้องเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยตลอด สิ่งที่โคห์เลอร์ทำคือออกแบบสินค้าให้ไม่ดูตกยุค อยู่เหนือกาลเวลา ความยากคือการหาสมดุลระหว่างดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวและไร้กาลเวลา

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

A collection of vintage Kohler ads from the 1940s-1970s
ภาพ : midcenturyliving.wordpress.com/2012/05/22/the-bold-look-of-kohler/

5. โคห์เลอร์เป็นแบรนด์ที่มีเป้าหมายอยากให้ทุกคนมีสุนทรียภาพในชีวิตที่ดีขึ้น (Gracious Living)

สุนทรียภาพในชีวิตที่ดีจากการพบความรื่นรมย์ รสนิยม และจิตวิญญาณในการใช้ชีวิต โดยคิดถึงผลลัพธ์หรือประสบการณ์จากการใช้ผลิตภัณฑ์เป็นสำคัญ ซึ่งมาจาก 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ Design Excellence และ Performance

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler
15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

6. งานออกแบบโดดเด่นระดับชิ้นงานศิลปะ (Bold Design)

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

โคห์เลอร์ให้ความสำคัญกับความสวยงามมาก หลักการออกแบบของโคห์เลอร์ คือ Bold Design หรืองานออกแบบที่สวยและกล้าโดดเด่นระดับชิ้นงานศิลปะ ทำให้ห้องน้ำเป็นมากกว่าห้องน้ำ 

เห็นแล้วเกิดความประทับใจ ใช้แล้วเกิดสุนทรียะ ไม่ใช่แค่สวย แต่ยังคิดถึงความรู้สึกหลังใช้งาน เช่น ฝารองนั่ง French Curve ที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ แทนที่จะแบนระนาบอย่างทั่วไปก็มีส่วนที่โค้งรับกับบั้นท้าย ทำให้นั่งสบาย ไม่มีอาการเหน็บชาหรือปวดขาหากต้องนั่งนานๆ

จนถึงวันนี้ เดวิด โคห์เลอร์ (David Kohler) เจ้าของบริษัทและทายาทคนปัจจุบัน ยังเป็นคนอนุมัติงานออกแบบของโคห์เลอร์ด้วยตัวเองทุกชิ้น และดูรายละเอียดงานดีไซน์ร่วมกับทีมอยู่เสมอ

7. โคห์เลอร์เป็นแบรนด์ที่ก๊อกน้ำมีสีให้เลือกเยอะที่สุด 

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

ขณะที่แบรนด์อื่นๆ มีสีทองแบบเดียว โคห์เลอร์มีสีทอง 5 – 6 แบบ เช่น French Gold, Rose Gold, Brushed Bronze, Moderne Polished Gold และ Moderne Brushed Gold และมีสีดำถึง 3 ดำ ได้แก่ Black, Matte Black และ Oil- Rubbed Bronze

เพราะรู้ดีว่าเราไม่อาจจำกัดสุนทรียะ ความสวยงาม และความเป็นตัวของตัวเองได้ด้วยสีเพียงสีเดียว เช่นเดียวกับคอลเลกชันก๊อกน้ำล่าสุดที่โคห์เลอร์ขายหัวก๊อกและมือบิดแยกชิ้นกันทั้งหมด มีหัวก๊อก 3 แบบ และมือปิด 4 แบบ ซึ่งออกแบบมาให้ผู้บริโภคเลือกออกแบบการใช้งานด้วยตัวเอง

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

8. สุขภัณฑ์อัจริยะ จิตวิญญาณของการออกแบบที่สวยงามซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์

สุขภัณฑ์อัจฉริยะของโคห์เลอร์ เป็นตัวอย่างของ Bold Design ไม่เพียงหน้าตาแตกต่างจากสุขภัณฑ์อัจฉริยะทั่วไปที่หน้าตาคล้ายกันไปหมด แต่ละรุ่นยังมีเอกลักษณ์และคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันชัดเจน เช่น Eir มีลักษณะสวยเด่นที่ขอบทอง ผสานความงามและนวัตกรรมได้อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อประสบการณ์การชำระล้างที่สะอาดหมดจดและสุขอนามัยที่ดียิ่งขึ้น หรือ Veil รูปทรงสวยชดช้อย ก้านชำระทำความสะอาดและฆ่าเชื้อด้วย Electrolyzed Water ที่มีประจุไฟฟ้า บางรุ่นอย่าง Karing มีแสงยูวีฆ่าเชื้อโรคที่ก้านฉีดชำระเพื่อสุขอนามัยที่ดียิ่งขึ้น

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler
15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

9. ใช้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมออกแบบพลังน้ำอัดอากาศ จำลองจากสายฝนจริง

นอกจากความสวยงามด้านการออกแบบ โคห์เลอร์ให้ความสำคัญกับวิศวกรรมที่อยู่ภายใน ทำให้สายน้ำจากฝักบัว ของโคห์เลอร์มีเทคโนโลยี Katalyst ที่เป็นการอัดอากาศเข้าไปในสายน้ำ ทำให้ได้สายน้ำที่นุ่ม สบาย เป็นการจำลองมาจากสายฝน เพราะคิดเผื่อถึงความรู้สึกตอนอาบน้ำที่ทั้งปลดปล่อยและสดชื่น

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

10. น้อยแต่มาก นวัตกรรมใช้น้ำน้อยแต่ชำระได้มาก ต่อยอดจากล่องแก่ง

ในสุขภัณฑ์มีเทคโนโลยีชื่อ CLASS FIVE™ ที่มาจากระดับน้ำเชี่ยวที่แรงที่สุดในล่องแก่ง จากโจทย์ใช้น้ำน้อยแต่มีพลังชำระแรง ชำระล้างได้หมดจดแล้วรวดเร็ว เป็นเรื่องที่คนมักมองข้าม แต่ที่โคห์เลอร์หาคำตอบให้เรื่องนี้อย่างจริงจัง

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

11. เปิดโอกาสให้ทีมไทยออกแบบสายฉีดชำระที่ดีที่สุดในโลก

สายฉีดชำระ คือของที่คนไทย 90 เปอร์เซ็นต์มีติดบ้าน

สายฉีดชำระรุ่น Luxe Hygiene Spray จากโคห์เลอร์ เกิดจากการออกแบบและพัฒนาโดยทีมงานคนไทย จากโจทย์ว่าทำไมสายฉีดชำระต้องหน้าตาเหมือนกันทั้งโลก และทั้งๆ ที่นิ้วโป้งเป็นนิ้วที่แข็งแรงที่สุด ทำไมสายฉีดชำระทั่วไปจึงออกแบบให้กดด้วยนิ้วชี้ และทำไมต้องมีขนาดสั้นทำให้ต้องล้วงมือเข้าไปลึกเวลาใช้งาน พวกเขาจึงเปลี่ยนตำแหน่งบังคับน้ำให้อยู่ที่นิ้วโป้ง ออกแบบสายฉีดชำระที่มีก้านคอยาวกว่าทั่วไปเกือบเท่าหนึ่ง รวมถึงเรื่องการอัดอากาศเข้าไปในสายน้ำ ทำให้น้ำที่ปล่อยจากสายฉีดชำระมีความแรงแต่สัมผัสนุ่ม

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

12. แคมเปญที่ใช้จินตนาการเปลี่ยนภาพจำของสุขภัณฑ์อัจฉริยะที่ทุกคนคุ้นเคย

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

ที่ผ่านมา โคห์เลอร์ทำงานกับสถาปนิกและนักออกแบบเยอะ เป็นอาชีพที่ในชีวิตจริงถูกจำกัดให้ทำงานสร้างสรรค์อยู่ในกรอบของโจทย์ มีทั้งความต้องการ งบประมาณ เวลา สถานที่ โคห์เลอร์อยากให้พวกเขารู้สึกสนุกจึงมอบโจทย์ที่ไม่มีโจทย์ ‘คุณเห็นอะไรในสุขภัณฑ์นี้ อยากออกแบบอะไร ห้องน้ำแบบไหน แล้วแต่คุณ ที่ไหนก็ได้ อะไรก็ได้’ โดยแคมเปญ KOHLER UNBOXED IMAGINATION II…DREAM DESTINATION  นี้ ต่อยอดจาก KOHLER UNBOXED IMAGINAION เมื่อปีก่อน ที่ให้ออกแบบห้องน้ำจากก๊อกน้ำ

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler
15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

ครั้งนี้โคห์เลอร์ประเทศไทยเพิ่มคอนเซปต์สนุกๆ อย่าง Dream Destination เข้าไป ชวนนักออกแบบรุ่นใหม่จาก 6 บริษัทที่กำลังเป็นที่น่าจับตามาร่วมแคมเปญ โดยใช้สุขภัณฑ์อัจฉริยะจากโคห์เลอร์ เป็นจุดเชื่อมต่อ ระหว่างจินตนาการและความฝัน เพื่อสร้างสรรค์และออกแบบห้องน้ำ ให้สถานที่ที่ประทับใจ ภายใต้แนวคิด “ไร้โจทย์ ไร้กรอบ ไร้ขีดจำกัด” เปลี่ยนภาพจำของสุขภัณฑ์อัจฉริยะที่ทุกคนคุ้นเคย 

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

จากสุขภัณฑ์อัจฉริยะ 4 รุ่น สู่ห้องน้ำในจินตนาการทั้ง 6 แห่ง บอกเราว่าสิ่งที่เห็น สิ่งที่คิดและทำ ไม่จำเป็นต้องเหมือนเดิมหรือเหมือนใคร แค่มีจิตวิญญาณของความกล้า ทุกอย่างก็ไปได้อีกไกล

13. Water to All

โคห์เลอร์อยากแก้ปัญหาการเข้าถึงสุขอนามัยและน้ำสะอาด เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนที่ขาดแคลนซึ่งอยู่ห่างไกล 

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

ทุกวันที่ 19 พฤศจิกายน เป็นวันห้องน้ำโลก (World Toilet Day) โคห์เลอร์ทำงานร่วมกับองค์กรไม่แสวงผลกำไร สร้างห้องน้ำสะอาด ให้ความรู้เพื่อลดปัญหาที่ตามมากจากการมีสุขอนามัยที่ไม่ดี ไปจนถึงต่อยอดนวัตกรรมเพื่อสังคม Kohler Carity ผลิตเครื่องกรองน้ำให้ประเทศที่ขาดแคลนน้ำสะอาด เป็นเครื่องกรองน้ำที่หน้าตาสวยสมเป็นโคห์เลอร์

14. ที่ต่างประเทศ โคห์เลอร์ทำธุรกิจขายอุปกรณ์กำเนิดพลังงานรายใหญ่ในโลก

นอกจากธุรกิจ Kitchen & Bath แล้ว โคห์เลอร์ยังมีธุรกิจในเครืออีก 3 ธุรกิจ หนึ่ง คือ Decorative Products ธุรกิจขายสุขภัณฑ์ที่ออกแบบโดยนักออกแบบระดับโลก ไปจนถึงกระเบื้องและเฟอร์นิเจอร์ 

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler
15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

สอง คือ Power น้อยคนจะรู้ว่าโคห์เลอร์ขายอุปกรณ์กำเนิดพลังงานเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มีเครื่องปั่นไฟของโคห์เลอร์อยู่ในสนามบินเกือบทุกสนามบินของสหรัฐอเมริกา โดยโคห์เลอร์เห็นว่าการมีไฟฟ้าหรือพลังงานให้ใช้อย่างต่อเนื่องก็เป็นการเพิ่มสุนทรียภาพในชีวิต 

และสาม คือ Golf and Resort Destinations ธุรกิจสนามกอล์ฟและโรงแรมหรู

15. สิ่งที่ทำให้โคห์เลอร์อยู่ยืนยาวมาถึง 147 ปี คือการรักษาคุณภาพของสินค้าและบริการจากโคห์เลอร์ให้อยู่ในระดับสูงเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งโลก

15 เรื่องตลอด 146 ปีของ Kohler แบรนด์สุขภัณฑ์ที่มุ่งสร้างสุนทรียภาพในชีวิตผู้ใช้ให้ดีขึ้น, ประวัติ Kohler

การไม่หยุดพัฒนาของงานออกแบบและเทคโนโลยี และการยึดมั่นในแก่นของแบรนด์ที่อยากมอบสุนทรีภาพในการใช้ชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้น แม้ว่าคำว่าสุนทรียะ เมื่อร้อยปีก่อน วันนี้ และอีกร้อยปีข้างหน้า จะแตกต่างจนเป็นคนละเรื่องกัน แต่สำหรับโคห์เลอร์ สุนทรียะก็คือสุนทรียะ

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

30 พฤศจิกายน 2564
3 K

โทรศัพท์มือถือ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น เตาอบ เครื่องปรับอากาศ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ารอบตัวที่เราเห็นกันเป็นประจำทุกวัน และเมื่อพูดถึงสินค้าเหล่านี้ เชื่อว่าหนึ่งในแบรนด์ที่ทุกคนน่าจะนึกขึ้นมาในหัวเป็นอันดับแรกก็คงหนีไม่พ้น Samsung

Samsung หรือ ซัมซุง เป็นชื่อภาษาเกาหลี 

삼 (sam) แปลว่า สาม และยังหมายถึง ใหญ่ แข็งแรง นับเป็นเลขที่คนเกาหลีชื่นชอบ 

성 (sung) แปลว่า ดวงดาว และยังหมายถึง แสงสว่าง อยู่สูง และระยิบระยับแวววาว

เมื่อสองคำนี้ถูกนำมาประกอบกัน จึงออกมาเป็นคำว่า Samsung แฝงความหมายถึงความหวังในการประสบความสำเร็จ ตามวิสัยทัศน์ของคุณ อี บยอง ชอล (Lee Byung-chull) ที่อยากให้บริษัทของเขากลายมาเป็นบริษัทที่ทรงพลังและยั่งยืนเฉกเช่นดวงดาวในค่ำคืน

เป็นเวลากว่า 80 ปีที่ Samsung ยังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์นั้น พร้อมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ และนวัตกรรมที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเราออกมามากมาย เพื่อเป็นบริษัทที่ดีทั้งสำหรับผู้คนและโลกใบนี้

นิยามความสำเร็จของแบรนด์คือการที่ได้ดูแลคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงาน พาร์ตเนอร์ หรือสังคมอย่างดีที่สุด นั่นคือสิ่งที่ทำให้ Samsung โดดเด่นและก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ระดับแนวหน้าของโลกได้ จนในวันนี้ แม้กระทั่งนิตยสาร Forbes ก็ยังยกให้เป็น ‘นายจ้าง’ ที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2021

เล่ามาถึงตรงนี้ The Cloud มีนัดกับ คุณจักรกฤษณ์ ศรีเงินยวง รองประธานบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด (โรงงานศรีราชา) เพื่อค้นหาเบื้องหลังการเติบโตของยักษ์ใหญ่ในวงการเทคโนโลยีที่อยู่คู่คนไทย และกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ชีวิตประจำวันของเราสะดวกสบายขึ้นมาอย่างยาวนาน

เบื้องหลังการเติบโตของ Samsung ที่เชื่อว่าความสำเร็จคือการได้ดูแลคนรอบข้างอย่างดีที่สุด

1. ณ วันแรกที่ไม่ได้เริ่มต้นจากสินค้าเทคโนโลยี

เมื่อพูดถึง Samsung หลายคนคงนึกถึงสินค้าเทคโนโลยีหลากหลายชนิด ทว่าในวันที่บริษัทก่อตั้ง แบรนด์นี้ไม่ได้เริ่มต้นจากเทคโนโลยี 

บริษัทก่อตั้งขึ้นในวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 1938 โดยประธาน อี บยอง ชอล ณ เมืองแทกู ประเทศเกาหลีใต้ ด้วยเงินเพียง 30,000 วอน เริ่มจากการเป็นร้านขายของชำที่เน้นการส่งออกสินค้า เช่น ปลาแห้งเกาหลี ผัก และผลไม้ แต่เส้นทางก็ไม่ได้ราบรื่นเสียทีเดียว เขาล้มลุกคลุกคลานอยู่หลายปีก่อนย้ายมาตั้งบริษัทอีกครั้งในเมืองซูวอนเมื่อ ค.ศ. 1951 โดยดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสิ่งทอ จนได้มาเป็นโรงงานสิ่งทอที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้

เมื่อถึง ค.ศ. 1969 ซึ่งเป็นปีที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมของโลกรุดหน้าอย่างก้าวกระโดด Samsung จึงก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เต็มตัว 

เบื้องหลังการเติบโตของ Samsung ที่เชื่อว่าความสำเร็จคือการได้ดูแลคนรอบข้างอย่างดีที่สุด
เบื้องหลังการเติบโตของ Samsung ที่เชื่อว่าความสำเร็จคือการได้ดูแลคนรอบข้างอย่างดีที่สุด

2. เป้าหมายของ Samsung คือทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้

Samsung ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยผู้คนให้บรรลุในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ หรือเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Do What You Can’t ซึ่งแม้จะผ่านไปนานกว่าครึ่งศตวรรษ ก็ยังคงทุ่มเทคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง

ไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นเทคโนโลยี Code Division Multiple Access (CDMA) ที่ใช้ในโทรศัพท์มือถือมาจนถึงทุกวันนี้ การคิดค้นโทรทัศน์ดิจิทัล นาฬิกาอัจฉริยะ ไปจนถึงโทรศัพท์ MP3 ในช่วง ค.ศ. 1996 – 1999 เป็นบริษัทแรกของโลก ซึ่งทำให้หลายสิ่งที่เคยเป็นไปไม่ได้ กลายมาเป็นสิ่งที่เราใช้กันอย่างคุ้นชินในชีวิตประจำวัน ดังปณิธานของบริษัทเสมอมา 

หัวใจในการสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีของแบรนด์ คือ การสร้างอนาคตโดยมีผู้คนเป็นแรงบันดาลใจ (Inspired by Humans, Creating the Future) ด้วยเหตุนี้ ผลิตภัณฑ์จึงไม่ใช่แค่สินค้า แต่เป็นช่องทางที่บริษัทใช้สื่อสารเรื่องราว ปรัชญา วัฒนธรรม และเทคโนโลยี โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อสร้างคุณค่าและความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับชีวิตของผู้คน

อย่างเช่นในโทรศัพท์ Samsung Galaxy S10 ออกแบบโดยคำนึงตั้งแต่ขอบของโทรศัพท์ให้มีความโค้งมน ผู้ใช้จะได้ถือง่ายและสบายที่สุด ไปจนถึงศึกษาการเคลื่อนไหวของนิ้วมือ เพื่อให้มั่นใจว่าฟังก์ชันต่างๆ ของโทรศัพท์จะถูกใช้งานอย่างสะดวกที่สุด

เบื้องหลังการเติบโตของ Samsung ที่เชื่อว่าความสำเร็จคือการได้ดูแลคนรอบข้างอย่างดีที่สุด

3. คนและเทคโนโลยีคือหัวใจของการทำธุรกิจ

คนและเทคโนโลยี คือ 2 สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นปรัชญาในการทำธุรกิจของ Samsung แบรนด์ให้ความสำคัญกับ 2 สิ่งนี้เป็นหลัก เพื่อที่จะทุ่มเทความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยี สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่เหนือกว่า อีกทั้งสร้างสังคมที่จะทำให้โลกดีขึ้นได้ในที่สุด 

เพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมายนั้น สิ่งที่ Samsung ยึดถือในการดำเนินธุรกิจมีอยู่ 5 อย่างคือ คน ความเป็นเลิศ การเปลี่ยนแปลง ความซื่อสัตย์ และการเติบโตร่วมกัน 

เพราะบริษัทสร้างขึ้นจากคน ดังนั้นจึงทุ่มเทการพัฒนาคน และใช้แพสชันในการสร้างความเป็นเลิศ เพื่อตอบรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นปกติในโลกอุตสาหกรรม และปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของตลาด ในขณะที่ยังคงดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม มีความเคารพและโปร่งใส ตลอดจนรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

เบื้องหลังการเติบโตของ Samsung ที่เชื่อว่าความสำเร็จคือการได้ดูแลคนรอบข้างอย่างดีที่สุด

4. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้บริหารจนถึงพนักงานโรงงาน

การพัฒนาคนคือหัวใจสำหรับ Samsung และเป็นสิ่งที่ทำให้บริษัทเติบโตขึ้นได้ตลอดเวลา

“เราไม่เคยหยุดพัฒนาเรื่องคน เช่น เรื่องการฝึกอบรม เรามองว่าการพัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพของคนคือการแลกเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการฝึกอบรมในประเทศหรือต่างประเทศ การส่งคนไปทำงานในบริษัทแม่ที่เกาหลี หรือการที่บริษัทแม่ส่งคนมาทำงานกับเรานั้น มีการแลกเปลี่ยนอยู่เสมอ เพื่อที่จะเรียนรู้ซึ่งกันและกัน แล้วก็ถ่ายทอดการทำงานในสิ่งที่เราไม่รู้ รวมถึงวัฒนธรรมในการทำงาน วัฒนธรรมองค์กร วัฒนธรรมของประเทศด้วย”

อย่างบริษัทไทยซัมซุง ได้ตั้งงบประมาณกว่า 10 ล้านบาทในแต่ละปีเพื่อพัฒนาบุคลากร โดยสนับสนุนคอร์สเรียน ตั้งแต่คอร์สเฉพาะทางไปจนถึงคอร์สสำหรับการบริหาร ด้วยเหตุนี้ พนักงานจึงมีทักษะและความคล่องตัวสูง สามารถออกแบบและประยุกต์นวัตกรรมได้อย่างรวดเร็ว จึงรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงและวิกฤตต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

และโรงงานผลิตในประเทศไทย ยังมีระบบออโตเมชันที่ออกแบบโดยพนักงานไทย (ตั้งแต่ระดับ ปวส. ถึงระดับวิศวกร) ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ และมีระบบมอนิเตอร์การทำงานของเครื่องจักรและหุ่นยนต์ที่ออกแบบโดยคนไทย

เบื้องหลังการเติบโตของ Samsung ที่เชื่อว่าความสำเร็จคือการได้ดูแลคนรอบข้างอย่างดีที่สุด

5. โรงงานของ Samsung ไม่เคยเหมือนเดิม

ระหว่างบทสนทนา มีสิ่งหนึ่งน่าสนใจที่ผู้บริหารท่านนี้บอกเรา 

“เอาง่ายๆ ถ้าไม่ได้มาโรงงานสักเดือนหนึ่ง ท่านจะเห็นความแตกต่าง” แม้แต่ในโรงงาน Samsung ก็ยังยึดมั่นความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีให้ดีขึ้นอย่างสม่ำเสมอ “เราจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตลอด เพราะเราไม่ได้ถือว่าสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบันดีที่สุด ถ้าน้องๆ ในพื้นที่ทำงานจริง เขาคิดว่าเขาทำอะไรให้เกิดความสะดวกสบาย หรือทำงานได้ดีกว่าเดิม มีประสิทธิภาพดีกว่า มีคุณภาพดีกว่า เขาก็จะเอาไอเดียตรงนี้มาเพื่อปรึกษากับทีมงาน แล้วทุกๆ ส่วนจะเข้าไปร่วมกันแก้ไขปัญหา เพื่อสร้างสรรค์กระบวนการใหม่ๆ วิธีการใหม่ๆ ขึ้นมา ทำให้เกิดการพัฒนาต่อเนื่องอยู่จนถึงปัจจุบัน”

บริษัทมีการจัดการแข่งขันนวัตกรรมระหว่าง 5 โรงงานที่ผลิตสินค้าแต่ละชนิด ได้แก่ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เตาอบ และเครื่องปรับอากาศ ในทุกๆ สัปดาห์ โดยในสายการผลิตของแต่ละโรงงานมีทั้งส่วนที่เหมือนและแตกต่าง ส่วนที่แตกต่างกันก็นำมาเปรียบเทียบกระบวนการกันได้ 

“เพราะฉะนั้น ในกิจกรรมนวัตกรรมประจำสัปดาห์ที่เราทำ เราจะได้เรียนรู้และแบ่งปันข้อมูล มีการพัฒนาต่อยอดไปเรื่อยๆ เหมือนที่ทุกวันนี้เขาพูดว่าขิงกันไปเรื่อยๆ ผมเลยการันตีได้ว่า หนึ่งเดือนที่ไม่ได้เข้ามาดูโรงงาน จะมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน” 

ในกรณีที่สร้างสรรค์นวัตกรรมที่ดีขึ้นมาได้ ก็จะแบ่งปันข้อมูลกับโรงงานในเครืออื่นๆ ในอีก 28 ประเทศทั่วโลก เพื่อที่บริษัทจะได้ไอเดียจากหลากหลายประเทศมาปรับปรุงกระบวนการ ในขณะที่โรงงานอื่นๆ ก็ได้ไอเดียจากบริษัทไทยซัมซุงเช่นเดียวกัน 

การเติบโตและดูแลคนรอบข้างของ Samsung แบรนด์ระดับโลกที่มีเป้าหมายอยากมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับทุกคน

6. ใครๆ ก็สร้างนวัตกรรมได้

ไม่ว่าจะเป็นพนักงานโรงงานหรือผู้บริหาร ทุกคนสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมขึ้นมาได้ทั้งสิ้น ซึ่ง Samsung เริ่มต้นปลูกฝังค่านิยมนี้ให้แก่พนักงานโดยการจัดกิจกรรมขึ้นมา 

“เมื่อก่อนเรามีกิจกรรมเสนอแนะ เพื่อรับข้อเสนอแนะจากพนักงานทุกระดับ โดยโปรโมตว่า หนึ่งข้อเสนอแนะฉันให้ยี่สิบบาท เช่น ถ้าคุณรู้สึกว่าคุณทำงานไม่ปลอดภัย คุณไปเขียนมา แล้วเสนอมาว่าถ้าจะทำงานให้ปลอดภัยมากขึ้น ต้องทำยังไง ปรับปรุงอะไร แล้วทีมต่างๆ ก็จะเข้าไปดูแลในส่วนที่เขารับผิดชอบ ก็เลยเกิดการสร้างนวัตกรรม มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ซึ่งทำให้เกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กร” 

สิ่งเหล่านี้ช่วยปลูกฝังให้พนักงานทุกส่วนกล้าเสนอ เพื่อปรับปรุงทุกสิ่งให้ดีขึ้น และสร้างนวัตกรรมใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง 

จนในทุกวันนี้กิจกรรมนั้นไม่จำเป็นอีกต่อไป เพราะการสร้างนวัตกรรมได้ซึมซาบเข้าไปสู่สายเลือดของพนักงานเป็นที่เรียบร้อย 

การเติบโตและดูแลคนรอบข้างของ Samsung แบรนด์ระดับโลกที่มีเป้าหมายอยากมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับทุกคน

7. Samsung มีโอลิมปิกเป็นของตัวเอง

หากคุณกางรายการเทรนนิ่งของไทยซัมซุงทุกรายการออกมาบนกระดาษ คุณจะพบกับรายการมากกว่า 200 รายการ ยาวรวมกันกว่า 4 เมตร โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะให้กับบุคลากร และเมื่อพัฒนาทักษะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว Samsung ก็มีการจัดงานโอลิมปิกวิชาการของบริษัทเองในทุกๆ ไตรมาส โดยแบ่งเป็น 2 สายคือ หนึ่ง สำหรับพนักงานระดับปฏิบัติงานในสายการผลิต มีการแข่งขันทักษะ เช่น การยิงสกรู และสอง สำหรับพนักงานซัพพอร์ต เช่นการแข่งขันลงโปรแกรม ซ่อมเครื่องจักร

“เรามีการแข่งขันในทุกๆ เดือน เพื่อหาคนเก่งในเดือนนั้น แล้วมาทำเป็นไตรมาสว่าใครเจ๋งที่สุด หลังจากนั้นเราก็ส่งไปแข่งโอลิมปิกเรื่องทักษะในต่างประเทศ เราเป็นเจ้าภาพบ้าง จีนเป็นเจ้าภาพบ้าง แล้วแต่ว่าปีไหนใครจะเป็นเจ้าภาพ แวะเวียนส่งน้องๆ ที่มีทักษะเพื่อไปเพิ่มความภาคภูมิใจของเขา และบุคคลเหล่านี้ก็จะกลายเป็นไอดอลในโรงงาน”

8. สำหรับ Samsung การดูแลพาร์ตเนอร์ก็คือส่วนหนึ่งของความสำเร็จ

สำหรับ Samsung พาร์ตเนอร์หรือคู่ค้านั้น เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งซึ่งขาดไม่ได้ ที่ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จ เพราะถ้าหากขาดคู่ค้าไป บริษัทก็จะไม่สามารถผลิตสินค้าเพราะขาดวัตถุดิบ แต่สิ่งที่มากไปกว่านั้นคือ คู่ค้าไม่ใช่แค่คู่ค้า แต่เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท 

พวกเขาดูแลพาร์ตเนอร์และพนักงานของพาร์ตเนอร์ด้วยมาตรฐานเดียวกันกับพนักงานของตัวเอง เริ่มตั้งแต่การแนะนำแนวปฏิบัติ จัดการอบรม สนับสนุนทรัพยากร ไปจนถึงวางระบบปฏิบัติให้ 

“เรื่องของจริยธรรมในการทำงานร่วมกับคู่ค้า เราต้องไปด้วยกัน ถ้าเรามีเทคโนโลยีสูงกว่าเยอะๆ แน่นอนว่าเขาตามเราไม่ทัน เพราะฉะนั้น สิ่งที่ต้องทำคือ ต้องไปพยายามทำยังไงก็ได้ให้เขาอยู่ในระดับเดียวกับเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคน เทคโนโลยี การผลิต ความปลอดภัย หรือสิ่งแวดล้อม สิ่งต่างๆ เหล่านี้ที่พูดไปไม่ได้แค่ว่าเราพูดเฉยๆ แต่เรามีขบวนการ วิธีการ กลุ่มคน แล้วก็ระบบในการจัดการเรื่องนี้ทั้งหมด”

9. ดูแลคนแบบครอบครัว แต่ทำงานแบบมืออาชีพ

ความปลอดภัยในการทำงาน คือจุดเริ่มต้นของการดูแลพนักงานแบบครอบครัว Samsung ในขณะที่ยังคงวิธีการทำงานแบบมืออาชีพเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 

การดูแลแบบครอบครัวนี้เริ่มตั้งแต่ปัจจัย 4 ของมนุษย์ เพื่อให้พนักงานโรงงานทุกคนได้กินอาหารที่ดีมีประโยชน์ บริษัทสนับสนุนข้าวเช้าในราคาเพียง 10 บาท และให้ข้าวกลางวันฟรี โดยมีทั้งเครื่องปรับอากาศและโทรทัศน์ในโรงอาหาร เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้แก่พนักงาน มีการเอาใจใส่สภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยการวัดค่าแสง การสั่นสะเทือน ฝุ่น เสียง ความร้อน และกลิ่น เพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานเสียสุขภาพอยู่ตลอด รวมถึงพนักงานที่ตั้งครรภ์ ก็มีการเตรียมพื้นที่ให้นั่งทำงานได้ตลอดอายุครรภ์ โดยโต๊ะทำงานถูกออกแบบมาพิเศษเป็นดีไซน์โค้งหลบท้อง เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานและลูกน้อย

“ถ้าอยู่เป็นครอบครัว เราก็ต้องการให้เขามีความปลอดภัยทั้งสุขภาพร่างกายจิตใจ เข้ามาในรั้วบริษัท ในโรงงาน คุณมีความปลอดภัยสูงเฉกเช่นเดียวกับอยู่ในบ้านของคุณเอง และเราไม่แบ่งชั้นในเรื่องของความสนิท อย่างผมก็จะเรียกตัวเองว่าพี่อย่างนี้ตลอด และพนักงานก็จะไม่บอกว่า ไปพบรองประธานฯ เขาก็จะบอกว่าไปพบพี่กฤษณ์หน่อย แต่ว่าในเรื่องประสิทธิภาพทำงาน ไม่ใช่หยวนๆ กันไป ลักษณะครอบครัวที่เราว่าคือการดูแลสารทุกข์สุขดิบ เพื่อให้เขาทำงานออกมาได้ดีอย่างมืออาชีพ”

การเติบโตและดูแลคนรอบข้างของ Samsung แบรนด์ระดับโลกที่มีเป้าหมายอยากมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับทุกคน

10. คนของชุมชน คือคนของ Samsung 

บริษัทเชื่อว่าชุมชนและอุตสาหกรรมต้องดูแลซึ่งกันและกัน เพราะเมื่อคนในชุมชนเข้ามาทำงานกับบริษัทแล้ว การดูแลคนของบริษัทก็เหมือนดูแลคนในชุมชน 

“เราจะต้องทำให้สภาพแวดล้อมหรือสิ่งแวดล้อมในชุมชนดีขึ้นด้วย ถ้าสังคมข้างๆ ไม่แข็งแรง แล้วเราไม่ดูแลเขา ก็จะมีผลกระทบกับเรา เพราะ ณ ปัจจุบัน คนในชุมชนเขามาพึ่งพิงอยู่กับเรา เราก็พึ่งพิงเขาเหมือนกัน ถ้าเราไม่บอกชุมชนข้างๆ ให้ดี ไม่ให้ข้อมูลกับเขาว่าเราทำอะไรอยู่ เรามีสภาพแวดล้อมในโรงงานเป็นยังไง มีการจัดการระบบการทำงานยังไงที่จะไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม และไม่กระทบกับสุขภาพของคนในชุมชน เราก็ไม่สามารถอยู่ได้ อันนี้เป็นเป็นแกนหลักเลย ว่าทำไมเราต้องช่วยดูแล หรือแม้กระทั่งพัฒนาชุมชน”

บริษัทมีการจัด Open House ปีละครั้งสำหรับคนในชุมชนใกล้เคียง ให้เข้ามาเห็นกระบวนการทำงานในโรงงานและการจัดการของเสีย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้แก่คนในชุมชน รวมทั้งยังมีการนำพนักงานของโรงงานไปให้ความรู้แก่ผู้คนในชุมชนอีกด้วย 

นอกจากนี้ ในวันครบรอบของบริษัทที่ผ่านมา บริษัทได้ส่งของและจดหมายขอบคุณ พร้อมลายเซ็นจากประธานบริษัทฯ ไปยังครอบครัวของพนักงานทุกคน เพื่อขอบคุณที่พวกเขามอบคนในครอบครัวให้มาเป็นส่วนหนึ่งของ Samsung อีกด้วย

11. การดูแลสิ่งแวดล้อมสำหรับ Samsung ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำและต้องดีขึ้นเสมอ

“สิ่งที่ทำให้สิ่งแวดล้อมเสีย ไม่ได้อยู่ในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง มันอยู่ในทุกๆ อย่างเลย ตั้งแต่ต้นน้ำ พูดง่ายๆ คือตั้งแต่วัตถุดิบ”

นี่คือสาเหตุที่ทำให้ไทยซัมซุงให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การดีไซน์และการเลือกใช้วัตถุดิบ 

“เรามองเห็นว่า สินค้าไม่ว่าจะเป็นทีวี โทรศัพท์มือถือ ตู้เย็น หรือสิ่งของในชีวิตประจำวันของผู้คน ส่งผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในอนาคตได้ หลังจากที่ผลิตภัณฑ์ของเราหมดอายุไปแล้ว เราคำนึงเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนนั้น ผลิตภัณฑ์ของเราจึงต้องไม่มีสารต้องห้ามที่เป็นอันตรายกับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นสารปรอท สารตะกั่ว สารแมงกานีส หรือสารที่ก่อมะเร็ง เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ ค.ศ. 2004”

การเติบโตและดูแลคนรอบข้างของ Samsung แบรนด์ระดับโลกที่มีเป้าหมายอยากมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับทุกคน

แม้แต่ในขั้นตอนการผลิต ก็มีการลด ละ เลิก ในส่วนการใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย รวมไปถึงการใช้พลังงาน หรือแม้แต่เสียง แสง ฝุ่น และความร้อนในโรงงาน

อย่างไรก็ตาม การผลิตย่อมต้องมีของเสียเกิดขึ้น และ Samsung ก็ตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะอยู่ในเขตอุตสาหกรรมของเครือสหพัฒน์ ซึ่งมีโรงบำบัดน้ำเสียของส่วนกลางอยู่แล้ว แต่เพราะให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม บริษัทจึงตัดสินใจสร้างโรงบำบัดน้ำเสียของตนเองเพิ่มขึ้นอีกโรงหนึ่ง เพื่อบำบัดของเสียก่อนจะส่งไปบำบัดอีกรอบ จึงมั่นใจได้ว่าจะมีของเสียออกจากโรงงานน้อยที่สุด 

คำว่าหยุดพัฒนาไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรมของ Samsung บริษัทตั้งเป้าว่าภายใน ค.ศ. 2025 บรรจุภัณฑ์สมาร์ทโฟนจะไม่มีการใช้พลาสติกเลย และจะลดการจัดการกากของเสียด้วยวิธีฝังกลบให้เป็นศูนย์อีกด้วย

“ถ้าเราหยุด เราก็ไม่ใช่บริษัทแนวหน้าในการสร้างเทคโนโลยีใหม่ เราต้องก้าวต่อไป ทำยังไงที่จะพัฒนาตัวเองไปในทางที่เอาลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลาง เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าให้มากที่สุด เราเปรียบตัวเองเหมือนร้านสะดวกซื้อ อยากได้อะไรก็แวะมา ถ้าเป็นเรา คุณอยากได้เทคโนโลยีอะไร พอท่านพูด เราก็คิด เราก็ทำ”

ภาพ :  Samsung Thailand

Writer

วุฒิเมศร์ ฉัตรอิสราวิชญ์

นักเรียนรู้ผู้ชื่นชอบการได้สนทนากับผู้คนและพบเจอสิ่งใหม่ๆ หลงใหลในการจิบชา และเชื่อว่าทุกสิ่งล้วนมีเรื่องราวให้ค้นหา

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load