หากใครติดตามอ่าน The Cloud อยู่เป็นประจำ คงเคยผ่านตาคำว่า ‘ริเน็น’ อยู่บ้าง ริเน็น คือปรัชญาการทำธุรกิจของญี่ปุ่นที่ไม่ได้มุ่งทำธุรกิจเพื่อกำไรอย่างเดียวแต่ขุดลึกลงไปว่า ธุรกิจของเราดำรงอยู่เพื่ออะไร 

ในช่วงที่ธุรกิจทั้งรายเล็กและใหญ่ต่างแย่งชิงกันกระโดดเข้ามาผลิตสบู่และเจลล้างมือขาย หลายเจ้ามาไวไปไว หลายแบรนด์ฉวยโอกาสขายสบู่ล้างมือในราคาสูง

Kirei Kirei (キレイ キレイ) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ล้างมืออันดับหนึ่งจากญี่ปุ่นไม่ได้ตั้งใจขายแค่
โฟมล้างมือที่มีประสิทธิภาพในการลดแบคทีเรีย 99.99 เปอร์เซ็นต์ และเจลล้างมือที่มีแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานเท่านั้น

สิ่งที่แบรนด์ตั้งใจอยากทำ คือการดูแลสุขอนามัยในระยะยาว สร้างคุณค่าของแบรนด์ให้ไปไกลมากกว่าการล้างมือป้องกันตัวในช่วงโรคระบาด ปลูกฝังระเบียบวินัยการล้างมือในชีวิตประจำวันให้เด็ก และสื่อสารเรื่องความสัมพันธ์ที่อบอุ่นในครอบครัว

ในโอกาสที่ทุกคนใส่ใจการล้างมือเยอะเป็นพิเศษในปีนี้และถึงช่วงวันล้างมือโลกในวันที่ 15 ตุลาคมพอดี ขอชวนตามมาฟังเรื่องราวของสบู่ล้างมือจากญี่ปุ่นที่ผ่านช่วงโรคระบาดครั้งใหญ่มาแล้วถึง 3 ครั้ง 

11 เรื่องเล่าของธุรกิจคิเรเนะ Kirei Kirei สบู่ที่ชวนล้างมือสนุกตามวิธีฝึกวินัยเด็กญี่ปุ่น

1. แบรนด์สบู่ล้างมือจากญี่ปุ่นที่มีจุดเริ่มต้นจากโรคระบาด 

คิเรอิคิเรอิ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น

พ.ศ. 2539 เกิดการแพร่ระบาดของโรคอุจจาระร่วงจากเชื้อแบคทีเรียอีโคไลในเด็กนักเรียนญี่ปุ่น โรคนี้เกิดจากพาหะปนเปื้อนในอาหาร มีผู้ป่วยกว่า 9,000 คน และเสียชีวิต 11 คน คนญี่ปุ่นโดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกจึงเริ่มหันมาใส่ใจการล้างมือนับแต่นั้น

จากเหตุการณ์โรคระบาดในครั้งนี้ บริษัท ไลอ้อน คอร์ปอเรชัน ได้เปิดตัวโฟมล้างมือคิเรอิคิเรอิที่ญี่ปุ่นใน พ.ศ. 2540 เพื่อพิทักษ์สุขอนามัยของครอบครัว และนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยใน พ.ศ. 2549 และใน พ.ศ. 2552 ช่วงเกิดโรคระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 (ไข้หวัด A/H1N1) ซึ่งเริ่มเกิดวลีฮิตอย่าง “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” ทำให้คิเรอิคิเรอิเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในสังคม

11 เรื่องเล่าของธุรกิจคิเรเนะ Kirei Kirei สบู่ที่ชวนล้างมือสนุกตามวิธีฝึกวินัยเด็กญี่ปุ่น

2. ฉีกภาพลักษณ์ของตลาดสบู่ล้างมือที่จริงจัง ด้วยการชักชวนให้ครอบครัวล้างมืออย่างมีความสุข

สมัยก่อน ตลาดสบู่ล้างมือมักแข่งขันกันชูความอันตรายของแบคทีเรีย ความน่ากลัวของโรคร้ายเป็นจุดขาย แบรนด์ส่วนใหญ่มีภาพลักษณ์ที่จริงจัง เข้าถึงยาก ผู้ที่ใช้สบู่ล้างมือเป็นประจำมักมีเพียงบุคลากรในวงการแพทย์ อนามัย และสาธารณสุข คนทั่วไปยังไม่คุ้นเคยกับการใช้สบู่ล้างมือโดยเฉพาะสักเท่าไหร่ เพราะมองว่าสบู่สำหรับล้างมือโดยเฉพาะเป็นสินค้าที่ฟุ่มเฟือย จึงเลือกใช้สบู่ก้อน สบู่เหลว และน้ำยาล้างจานสำหรับล้างมือแทน

คิเรอิคิเรอิ เห็นโอกาสนี้ จึงอยากเป็นแบรนด์สบู่ล้างมือที่แตกต่างด้วยนวัตกรรมฟองโฟมที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรค แต่มีภาพลักษณ์อ่อนโยนที่เข้าถึงคนทั่วไปได้มากขึ้น และทำให้ทุกคนในครอบครัวสนุกและเพลิดเพลินกับการล้างมือในชีวิตประจำวันจนติดเป็นนิสัย ไม่ใช่แค่ในช่วงโรคระบาดเท่านั้น 

3. ประโยคชวนล้างมือจากคุณแม่ Kirei อ่านว่า คิ-เหร่ แปลว่า สะอาด

“Kirei Kirei Shite” แปลว่า ไปทำให้สะอาด เป็นประโยคติดปากที่คุณแม่ชาวญี่ปุ่นใช้บอกลูกให้ทำความสะอาดร่างกาย ทั้งแปรงฟัน ล้างมือ หลังกลับมาจากโรงเรียนหรือเล่นนอกบ้าน

แม้ประเทศไทยจะไม่มีวัฒนธรรมการบอกให้เด็กล้างมือเมื่อกลับบ้านชัดเจนเท่าญี่ปุ่น แต่คิเรอิคิเรอิ ก็ตั้งใจสร้างความเคยชินในการล้างมือเป็นประจำให้เหมือนคนญี่ปุ่นโดยเฉพาะในกลุ่มแม่และเด็ก เพราะการปลูกฝังวินัยการดูแลสุขอนามัยของตัวเองตั้งแต่เด็ก ย่อมยั่งยืนมากกว่าการโฆษณาสรรพคุณการล้างมือให้ผู้ใหญ่ที่อาจไม่เคยชินกับการล้างมือในชีวิตประจำวันมาก่อน

4. แจ้งเกิดจากฟองโฟมสูตรอ่อนโยนที่ทำให้การล้างมือเป็นเรื่องสนุก 

ใครที่ชินกับการล้างมือด้วยสบู่เหลวและสบู่ก้อน จะพบว่าต้องใช้เวลาถูมือนานหน่อยกว่าจะเกิดฟอง เด็กเล็กที่ไม่ชอบการล้างมืออาจบ่ายเบี่ยงได้ง่าย แล้ววิธีไหนที่จะทำให้เด็กชอบล้างมือได้ล่ะ

คำตอบคือ Bubble Foam โฟมเนียนนุ่ม เนื้อละเอียด กลิ่นหอม ที่เป็นการเล่นแสนโปรดระหว่างอาบน้ำในวัยเด็กของหลายคนนั่นเอง

คิเรอิคิเรอิเป็นเจ้าแรกในไทยที่นำฟองโฟมในอ่างอาบน้ำมาอยู่ในอ่างล้างมือของทุกคน น้อยคนจะรู้ว่านอกจากโฟมจะทำให้การชำระล้างสิ่งสกปรกเป็นเรื่องสนุกแล้ว เนื้อนุ่มของโฟมนั้นเป็นอนุภาคขนาดเล็กจำนวนมาก ทำให้มีพื้นที่ผิวในการสัมผัสสิ่งสกปรกได้ทั่วถึง ซอกซอนได้มากกว่าสบู่แบบอื่น ทำให้ลดการสะสมของแบคทีเรียได้ถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์* นอกจากนี้ ยังลดการเสียดสีบนผิว ทำให้สัมผัสอ่อนโยน ผิวยังคงความชุ่มชื่น เด็กๆ ก็ใช้ได้ เพราะทำจากสารสกัดจากธรรมชาติที่อ่อนโยนต่อผิว

11 เรื่องเล่าของธุรกิจคิเรเนะ Kirei Kirei สบู่ที่ชวนล้างมือสนุกตามวิธีฝึกวินัยเด็กญี่ปุ่น

5. สอนประสาทสัมผัสให้เด็กผ่านการล้างมือ

หากนึกถึงตัวเองในวัยเด็ก จะพบว่าช่วงเวลาเหล่านั้นเรามักเรียนรู้เรื่องประสาทสัมผัสไวเป็นพิเศษ เป็นวัยที่จดจำผิวสัมผัสและกลิ่นได้ง่าย

การสอนให้เด็กล้างมือด้วยคิเรอิคิเรอิ จึงเป็นการฝึกฝนพัฒนาประสาทสัมผัสไปด้วย

กดโฟม 1 ปั๊ม เพื่อล้างมือ 1 ครั้ง สัมผัสโฟมหนานุ่ม แล้ว ถู…ถู…ถู

ดมกลิ่นหอมสะอาด หรือกลิ่น Fruity อย่างพีชและองุ่น หรือกลิ่นอโรม่าของลาเวนเดอร์ แล้ว ถู…ถู…ถู 

ความพิเศษของคิเรอิคิเรอิ คือการออกแบบหัวปั๊มกดฟองโฟมที่ถูกพัฒนาโดยเฉพาะ เพื่อให้เด็กใช้งานง่าย

เมื่อกดปุ๊บ จะได้ฟองโฟมที่มีเนื้อโฟมอยู่ตัวปั๊บ ฟองแน่นนุ่มละเอียด พอเหมาะที่จะซอกซอนไปตามนิ้วและล้างมือได้สนุก

11 เรื่องเล่าของธุรกิจคิเรเนะ Kirei Kirei สบู่ที่ชวนล้างมือสนุกตามวิธีฝึกวินัยเด็กญี่ปุ่น
11 เรื่องเล่าของธุรกิจคิเรเนะ Kirei Kirei สบู่ที่ชวนล้างมือสนุกตามวิธีฝึกวินัยเด็กญี่ปุ่น

6. จัดกิจกรรมตามโรงเรียน (School Tour) สอนล้างมือผ่านนิทานและบทเพลง

นอกจากนี้ คิเรอิคิเรอิ ยังเชื่อว่าการสร้างระเบียบวินัยให้เด็กนั้นไม่สามารถสร้างผ่านกฎระเบียบวินัยที่เข้มงวด แต่ต้องทำให้เด็กๆ อยากล้างมือด้วยความสมัครใจและสนุกสนานเพลิดเพลิน จึงจัดกิจกรรม School Tour สอนการล้างมือ 7 ขั้นตอนตามหลักการล้างมือที่ถูกต้องของกรมอนามัย ด้วยท่าล้างมือประกอบบทเพลงที่จำง่าย อย่างท่าปลา เอามือมาถูกัน ท่าปลาดาว ใช้ฝ่ามือถูหลังมือและนิ้วถูซอกนิ้ว ท่าหอยเชลล์ ท่าปลาโลมา ท่าสาหร่าย ท่าแมงกะพรุน ท่าช้าง

เมื่อเด็กร้องเพลงได้ ทำท่าได้ ก็ล้างมืออย่างถูกต้องได้ และยังมีการเล่านิทานที่ไม่ได้สอนแค่การล้างมืออย่างเดียว แต่สอดแทรกข้อคิดในนิทานให้เด็กด้วย โดยกิจกรรม School Tour ของคิเรอิคิเรอิ จัดอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องมา 7 ปีแล้ว เพื่อปลูกฝังให้เด็กเห็นความสำคัญของการล้างมือ

7. สังเกตปัญหา (Pain Point) และเปลี่ยนการล้างมือให้สนุกขึ้นด้วยของแถมพรีเมี่ยม

คิเรอิคิเรอิ ยังสังเกตเห็นว่าเด็กหลายคนเอื้อมมือไม่ถึงก๊อกน้ำ ทำให้ล้างมือไม่สะดวก จึงแถมหัวต่อก๊อกน้ำรูปสัตว์เพื่อให้เด็กๆ ล้างมือได้ง่ายและสนุกเพลิดเพลินกับการล้างมือมากขึ้น

เป็นของแถมที่เป็นมากกว่าของเล่น เพราะจูงใจให้เด็กอยากล้างมือในทุกๆ วันมากขึ้น

8. จดจำความละมุนและอ่อนโยนได้จากตัวการ์ตูนครอบครัวคิเรอิ

สำหรับผู้ใหญ่ ภาพจำของคิเรอิคิเรอิ อาจไม่ใช่บทเพลง แต่เป็นภาพตัวการ์ตูนครอบครัวอันคุ้นหน้าคุ้นตาของคุณแม่และลูกๆ ที่มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสบนขวดสบู่

คุณแม่คิเรอิเป็นคนอ่อนโยน สดใส และใจดี เลี้ยงลูกอย่างผ่อนคลายและสอนให้มีระเบียบวินัย ในขณะเดียวกัน

โยชิโอะ ลูกชายคนโตชั้นประถมต้น เป็นเด็กแข็งแรง ชอบเล่นกีฬาและทำกิจกรรมกลางแจ้ง ส่วนโยชิโกะ ลูกสาวคนเล็กชั้นอนุบาลชอบเล่นกับสัตว์เลี้ยงแสนรักและของเล่น ส่วนคุณพ่อคิเรอิทำงานเป็นวิศวกรไฟฟ้าอยู่ต่างประเทศ คุณแม่จึงดูแลลูกๆ เป็นหลัก 

11 เรื่องเล่าของธุรกิจคิเรเนะ Kirei Kirei สบู่ที่ชวนล้างมือสนุกตามวิธีฝึกวินัยเด็กญี่ปุ่น

ตัวการ์ตูนครอบครัวคิเรอิสะท้อนให้เห็นถึงความอบอุ่นในครอบครัว ความรักของคุณแม่ที่มีต่อลูกๆ รวมไปถึงการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันของสมาชิกในครอบครัวที่เอาใจใส่การล้างมือ โดยเฉพาะในเด็ก หรือการเที่ยวพักร้อนช่วงวันหยุดกับครอบครัว ก็ควรนึกถึงการรักษาความสะอาดด้วยเสมอ ดังเช่นรูปครอบครัวคิเรอิแต่งชุดยูกาตะเที่ยวเทศกาลดอกไม้ไฟบนขวด Special Edition ที่ชวนให้นึกถึงกลิ่นลาเวนเดอร์ของโฟมล้างมือ

หากปลูกฝังจนเคยชิน เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมา ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไรก็จะนึกถึงการล้างมือเป็นประจำ ทั้งก่อนและหลังกินข้าว ก่อนแต่งหน้า หลังหยิบจับข้าวของต่างๆ

11 เรื่องเล่าของธุรกิจคิเรเนะ Kirei Kirei สบู่ที่ชวนล้างมือสนุกตามวิธีฝึกวินัยเด็กญี่ปุ่น

9. กลยุทธ์การตลาดให้คนมีโอกาสใช้ ไปที่ไหนก็เจอ ใช้ที่ไหนก็ได้

เนื่องจากสบู่ล้างมือแบบโฟมมักเหมาะกับการใช้ที่บ้าน แต่ในช่วง พ.ศ. 2552 ที่มีไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ระบาด มีหลายบ้านที่ไม่มีแหล่งน้ำสะอาดเพียงพอและห่างไกลจากสถานพยาบาล คิเรอิคิเรอิจึงเพิ่มผลิตภัณฑ์ล้างมือแบบเจล ซึ่งไม่ต้องล้างน้ำออก เหมาะสำหรับพกพาระหว่างเดินทาง หรือสำหรับคนที่ไม่สะดวกล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด

ในช่วง COVID-19 นอกจากการพัฒนาเจลล้างมือ และสเปรย์ทำความสะอาดมือ ให้เป็นสูตรที่มีแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ ลดการสะสมของแบคทีเรียได้ถึง 99.999%** แล้ว  คิเรอิคิเรอิอยากทำให้ผู้คนเข้าถึงการล้างมือได้สะดวกและทั่วถึงขึ้น จึงได้นำเจลล้างมือคิเรอิคิเรอิไปวางตามจุดให้บริการของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส และทำตู้ขายอัตโนมัติ (Vending Machine) พร้อมกับร่วมมือกับกรมอนามัยในการส่งเสริมการให้ความรู้เรื่องการล้างมืออย่างถูกวิธี 7 ขั้นตอนสำหรับช่วงที่ไม่ได้เกิดโรคระบาด คิเรอิคิเรอิใช้กลยุทธ์ให้คนได้ทดลองใช้ โดยเป็นพาร์ตเนอร์กับโรงพยาบาลต่างๆ และ Kidzania โรงเรียนสำหรับเด็กซึ่งเป็นสถานที่ที่เด็กๆ และผู้ปกครองมักแวะไป

จะเห็นได้ว่าคิเรอิคิเรอิ ไม่ได้เพิ่มประเภทสินค้า ช่องทางการขาย และการโปรโมต เพราะเริ่มต้นคิดจากกำไรเท่านั้นแต่เริ่มคำนึงจากความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าเป็นหลักก่อนเสมอ 

10. องค์กรที่เชื่อมั่นว่าธุรกิจการค้าที่ยั่งยืนต้องขับเคลื่อนด้วยความดี

เห็นแบรนด์ตั้งใจทำทุกอย่างโดยคำนึงถึงคนอื่นแบบนี้แล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยว่า วัฒนธรรมองค์กรของบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) ผู้ผลิตคิเรอิคิเรอิ คือการ ‘ยกย่องคนดี  ส่งเสริมคนเก่ง’ เพราะองค์กรที่จะเติบใหญ่อย่างมั่นคงและยั่งยืน ต้องมี ‘ความดี’ เป็นรากฐาน และมี ‘ความเก่ง’ เป็นยอด 

ความตั้งใจดีเหล่านี้ถูกส่งต่อผ่านสินค้าและการตลาดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการมีอักษรเบรลล์ที่ขวดสำหรับผู้พิการทางสายตา แพ็กเกจแบบถุงสำหรับ Refill เพื่อช่วยรักษ์โลก การทำแคมเปญเพื่อสังคมสำหรับบริจาคเงินให้มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม การมอบผลิตภัณฑ์เพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์ การให้ความสำคัญกับการศึกษา หรือทำกิจกรรมร่วมกับโรงเรียน

11. สร้างความผูกพันกับลูกค้าด้วยการส่งต่อความห่วงใยในระยะยาว

คิเรอิคิเรอิ เชื่อว่าการปลูกฝังการล้างมือตั้งแต่เด็กเป็นการสร้างนิสัยให้รักษาสุขอนามัยและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาวกับแบรนด์ เด็กที่เริ่มฝึกดูแลตัวเองตั้งแต่เล็กจะเติบโตไปพร้อมกับคิเรอิคิเรอิ ในระยะยาว

ไม่ว่าโรคระบาดจะวนกลับมากี่ครั้งหรืออยู่ในช่วงไหนของชีวิต ก็มีภูมิคุ้มกันการดูแลตัวเองที่เผื่อแผ่ไปยังสมาชิกในครอบครัวต่อไป

‘สบู่ล้างมือ’ เป็นจุดเริ่มต้นในการรักษาสุขอนามัยที่ราคาไม่แพงและป้องกันโรคได้อย่างมหาศาล ในอนาคต คิเรอิคิเรอิ มีความตั้งใจที่จะสร้างสุขนิสัยที่ดี และดูแลสุขอนามัยไม่เฉพาะกับเด็ก ๆ เท่านั้น แต่กับทุกคนในสังคม ความตั้งใจดีอย่างยั่งยืนที่ลงลึกถึงพันธกิจของแบรนด์ ไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคาในยามเกิดวิกฤตโรคระบาด

ทำให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่แบรนด์ส่งต่อให้และคิดถึงคิเรอิคิเรอิ เป็นสบู่ล้างมืออันดับหนึ่งทั้งในญี่ปุ่นและไทยตลอดมา

*จากผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการด้วยวิธีมาตรฐาน ASTM E2315 กับเชื้อ Escherichia coli (ATCC25922) และ Pseudomonas aeruginosa (ATCC27853) สำหรับสูตรออริจินัล, รีเฟรชชิ่ง เกรป และมุราซากิ ลาเวนเดอร์

**จากผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการด้วยวิธี ตามมาตรฐานสหภาพยุโรป 1276 (EN 1276:2009 Chemical disinfectants and antiseptics) กับเชื้อ Staphylococcus aureus (ATCC 6538), Escherichia coli (ATCC 10536), Enterococcus hirae (ATCC 10541) และ Pseudomonas aeruginosa (ATCC 15442)

11 เรื่องเล่าของธุรกิจคิเรเนะ Kirei Kirei สบู่ที่ชวนล้างมือสนุกตามวิธีฝึกวินัยเด็กญี่ปุ่น

เนื่องในวันที่ 15 ตุลาคมซึ่งเป็นวันล้างมือโลกในปีนี้ คิเรอิคิเรอิ ขอชวนทุกคนร่วมส่งต่อมือสะอาดและร่วมสมทบทุนให้กับน้องๆ มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม เพียงเปิด Kirei Kirei IG Filter กดถ่ายภาพนิ่งหรือวิดีโอ แชร์ลงใน IG Story ทุกๆ การถ่าย จะเปลี่ยนเป็นเงินบริจาคมูลค่า 10 บาทให้มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม (รวมมูลค่าทั้งหมด 200,000 บาท)

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

ชื่อแบรนด์: แป้งเย็นตรางู
สัญชาติ: ไทย
ปีที่ก่อตั้ง: 1947

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดของปี

บางทีเราก็อยากให้กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศเย็นแม่นยำเหมือนที่ทำกับอากาศร้อนบ้าง

ตัวเลขอุณหภูมิ 2 หลักที่คุ้นเคยมาตลอดชีวิต เรียกร้องให้เรารู้จักรักษาตัวรอดในองศาร้อนแบบนี้ น้ำหวานเย็น อุปกรณ์คลายร้อนต่างๆ พร้อมสรรพกันมาร่วมบรรเทาใจให้เย็นก่อนใครเพื่อน

จนกระทั่งเราพบภาพซองทิชชู่เย็นหน้าตาคุ้นกระจายอยู่ตามโซเชียล

และไม่ว่าใครก็คงคิดเหมือนกันว่า แค่เห็นตราสัญลักษณ์ในบรรจุภัณฑ์ล้อกันไปกับกระป๋องแป้งเย็นตรางูที่เราคิดถึง เราก็รับรู้ถึงความหนาวเย็น

เดิมเราตั้งใจไปคุยกับแบรนด์แป้งเย็นตรางู แค่เรื่องทิชชู่เย็นหน้าตาเก๋ไก๋นี้

แต่ทันทีที่เห็นบรรดาสเปรย์เย็นตรางู สบู่เย็นตรางู แป้งน้ำเย็นตรางู น้ำมันหอมระเหยเย็นตรางู และบาล์มเจลเย็นตรางู เรียงรายพร้อมกันตรงหน้า เราก็ไม่รอช้าชวน มุทิตา หลักชัยวิบูลย์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาด และ มาศบดี มณีสะอาด ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท บริทิช ดิสเพนซารี่ คอนซูมเมอร์ จำกัด (มหาชน) ทีมงานผู้ดูแลการสื่อสารผลิตภัณฑ์เย็นตรางูใหม่ฉบับพกพา คุยเรื่องความเย็นต้นตำรับที่เราคิดถึง และการตีโจทย์ออกมาเป็นอีกหลากหลายความเย็นที่เราปฏิเสธไม่ลง

พร้อมแล้วฉีกซองทิชชู่เย็นแล้วเดินตามเรามาเลย

แป้งเย็นตรางู

แป้งเย็นตรางู

Original

ย้อนกลับไปเมื่อร้อยกว่าปีก่อน สมัยนั้นคนไทยยังไม่ค่อยมีแหล่งช้อปปิ้งมากมายนัก จะมีก็แต่เพียงห้างขายยาที่ประหนึ่งเป็นซูเปอร์สโตร์แห่งยุค และหนึ่งในนั้นได้แก่ ห้างขายยาอังกฤษ (ตรางู) ซึ่งก่อตั้งใน พ.ศ. 2435 โดยนายแพทย์โทมัส เฮย์วาร์ด เฮย์ และ ดร. ปีเตอร์ กาแวน ก่อนจะเปลี่ยนมือมาเป็นของนายห้างคนล่าสุดซึ่งตัดสินใจย้ายถิ่นฐานกลับภูมิลำเนา จึงส่งต่อกิจการให้หมอล้วน ว่องวานิช ที่ทำงานอยู่ที่ร้าน เพราะเห็นว่าเป็นคนซื่อสัตย์ และจะสามารถดำเนินกิจการให้อยู่รอดและเติบโตได้

หากสังเกตเราจะพบว่า แบรนด์สมัยก่อนนิยมใช้สัตว์เป็นสัญลักษณ์เพื่อง่ายแก่การจดจำชื่อ เช่น ถ่านไฟฉายตรากบ ยาหม่องตราเสือ แผ่นเสียงตรากระต่าย สบู่ตรานกแก้ว แต่มากไปกว่าการจดจำได้ งูของแป้งเย็นตรางูมีความหมายที่มากมายกว่านั้นซ่อนอยู่

งูอสรพิษหางยาวแทนโรคภัยไข้เจ็บซึ่งมาพร้อมศรปักที่หัว ใช้สื่อแทนความหมายของการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ และยังเป็นตรารับประกันคุณภาพสินค้าที่มีอายุยาวนานกว่าร้อยปี

แป้งเย็นตรางู

ลด – โรค – ร้อน

ก่อนจะมาเป็นแป้งเย็นตรางูต้นตำรับแป้งเย็นเจ้าแรกของโลกอย่างทุกวันนี้

หมอล้วน ว่องวานิช เริ่มต้นจากการผลิตแป้งน้ำมโนราซึ่งเป็นเครื่องสำอางประจำยุคที่ให้ทั้งความหอมและความเย็น ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นแป้งน้ำควินนา และพัฒนาต่อเป็นแป้งเด็กเซนลุกส์ บุกเบิกตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก

จนกระทั่งวันหนึ่งใน พ.ศ. 2490 มีทนายความจากอังกฤษมาหาหมอเนื่องจากอาการผดผื่นคัน เพราะผิวหนังและร่างกายปรับรับกับสภาพอากาศเมืองไทยไม่ได้ หมอล้วนจึงคิดค้นแป้งสูตรเย็น ที่ไม่เพียงลดผดผื่นคันแต่ยังช่วยให้สบายตัว เกิดเป็นกระแสนิยมแป้งยาหรือแป้งเย็นตรางูไปทั่ว สืบมาจนปัจจุบัน

“เมื่อก่อนเวลาคนพูดถึงแป้งเย็น มันคือตรางูแบรนด์เดียวเลย” ทีมการตลาดของแป้งเย็นตรางูเล่าย้อนตำนานหอมเย็นชื่นใจ แม้ตลาดแป้งเย็นในประเทศเขตร้อนจะหอมหวานจนดึงดูดคู่แข่งจากต่างประเทศเข้ามาในสนาม แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่แป้งเย็นต้นตำรับต้องเกรงกลัว เพราะตราบใดที่องศาร้อนโดยเฉลี่ยทั้งพื้นที่เพิ่มขึ้นทุกๆ ปี คนไทยก็ยังคงอาบน้ำ โรยแป้งเย็นที่มาพร้อมกระป๋องเหล็กรักษาความเย็น และเป่าตัวอยู่หน้าพัดลมอย่างนั้น

จนกระทั่งการมาของเครื่องปรับอากาศและความไม่ต่อเนื่องในการสื่อสาร ทำให้แป้งเย็นตรางูเป็นเหมือนที่เพื่อนหายหน้าหายตาไปจากเรา

แป้งเย็นตรางู

พี่ชายฉันหนาว

เคยมีคนบอกว่า ประเทศไทยเรามี 3 ฤดู ได้แก่ ร้อน ร้อนมาก และร้อนมากๆ แต่น้อยคนจะรู้ว่าองศาร้อนเติบโตสวนทางกับผลประกอบการโดยรวม

“เป็นเรื่องที่ทีมงานถกเถียงมานานหลาย 10 ปีแล้วเรื่องปัญหาฤดูกาลที่ต้องยอมรับว่าปีไหนร้อนมากยอดขายก็พุ่ง ขณะที่ปีไหนไม่ค่อยร้อนยอดขายก็ตก และเวลาที่ยอดตก เราจะตกหนักกว่าเพื่อน เพราะคนรู้สึกว่าเราเย็นมากๆ” มุทิตาเล่า

โดยปกติของสินค้าประเภทแป้งเย็นจะขายดีในช่วงครึ่งปีแรก ก่อนที่แบรนด์ต่างๆ จะเปลี่ยนกลยุทธ์ไปขายครีมอาบน้ำหรือครีมบำรุงผิวในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อให้เกิดยอดขายตลอดทั้งปี

แต่แป้งเย็นตรางู เป็นสินค้าเพียงชนิดเดียวของแบรนด์

แป้งเย็นตรางู

แป้งเย็นตรางู

แทนที่จะลดทอนความเย็นเพื่อให้เป็นสินค้าที่ขายได้ตลอดทั้งปี แป้งเย็นตรางูเลือกที่จะกลับมาหาแก่นของแบรนด์

“ด้วยความที่แบรนด์แข็งแรงมากเรื่องความเย็น เพราะฉะนั้น ต่อให้เราออกสินค้าใหม่ๆ ที่ลดทอนความเย็นลง แล้วเขียนว่าเย็นสดชื่นแบบ Natural Cool คนก็ไม่เชื่ออยู่ดี คนจะรู้สึกมันเย็นเกินไป พอไม่ใช่หน้าร้อนก็ไม่ใช้” มุทิตาเล่า

เมื่อเห็นว่าจุดแข็งแรงของแบรนด์เองก็เป็นข้อเสีย สิ่งที่ตรางูทำก็คือเตรียมแผนบุกตลาดต่างประเทศในช่วงฤดูร้อนของพื้นที่นั้นๆ อย่างจริงจัง

ชาวต่างชาติเข้าใจความเย็นของแป้งเย็นตรางูอย่างไร เราถาม

มุทิตาเล่าให้ฟังว่า แม้ใครก็ตามที่ไม่เคยสัมผัสความเย็นจากแป้งเย็นมาก่อน แต่เมื่อได้ลองเขาก็มักจะติดใจแป้งคลายร้อน และเห็นดีเห็นงามตรงกันว่าเป็นของดีขึ้นชื่อที่ห้ามพลาดเมื่อมาท่องเที่ยวประเทศไทย

Make Snake Brand Great Again

จนถึงตอนนี้ ถ้าพูดถึงตรางู ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นแบรนด์ที่เคยยิ่งใหญ่มาก่อน

“เวลาพูดถึงแบรนด์ตรางู ในด้านการสื่อสารเราแทบไม่ต้องใส่รูปน้ำแข็งลงบนแพกเกจจิ้งหรือสื่อประชาสัมพันธ์ใดๆ เลยนะ แค่มีงู มีดอกกุหลาบบนล่าง เท่านี้เย็นเลย เย็นมากๆ ด้วย” มุทิตาเล่าถึงผลรายงานความรู้สึกของผู้บริโภค ซึ่งความเย็นที่แท้แบบต้นตำรับนั้นมาจากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติสูตรลับเฉพาะของตรางู ผสมกับสารสกัดจากมินต์หรือ Menthol ที่ให้ความเย็นสดชื่น

โดยที่มาของดอกกุหลาบบนล่างมาจากความต้องการของผู้บริหารยุคแรกที่อยากออกแบบให้บรรจุภัณฑ์ดูง่าย และให้ดอกไม้แทนความรู้สึกหอมสดชื่น แม้ต่อมาจะพยายามออกแบบให้ดอกไม้มีความหรูหราสไตล์ฝรั่งเศสมากขึ้น หรือเปลี่ยนจากกระป๋องเหล็กเป็นพลาสติก แต่ในที่สุดคนก็ยอมรับตัวตนเดิมที่แสนคลาสสิกของแป้งเย็นตรางูมากกว่า

“ครั้งหนึ่งแป้งเย็นตรางูเคยเปลี่ยนกระป๋องเป็นพลาสติกเพื่อให้ง่ายต่อการพกพา ผลก็คือ ตอนที่เปิดตัวใหม่ๆ ขายไม่ได้เลย เพราะคนเข้าใจว่าเป็นของปลอม” มุทิตาเล่า ก่อนเสริมว่าก่อนหน้านี้เข้าใจว่าคนมองแป้งเย็นตรางูว่าเชย จึงเลือกวิธีแต่งตัวใหม่ให้ทันสมัยน่าใช้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป เขาไม่ใช้แป้งแล้ว ดังนั้น ต่อให้บรรจุภัณฑ์แต่งตัวสวยแค่ไหน เขาก็จะแค่โอเคดีนะ แต่เขาไม่ได้ใช้แป้งแล้ว

ทีมการตลาดยอมรับกับเราว่าส่วนหนึ่งที่ยอดขายลดลงเป็นเพราะไม่มีกลุ่มผู้บริโภคหน้าใหม่ ซึ่งไม่นิยมหรือไม่ชินกับการใช้แป้งทาตัว หรือไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมต้องใช้แป้ง แป้งเย็นตรางูในยุคนี้จึงกลับมาพร้อมการนำเสนอความเย็นในรูปแบบอื่นๆ ตามไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปและความต้องการของคนที่หลากหลาย เกิดเป็นแคมเปญที่ชื่อว่า Make Snake Brand Great Again

แป้งเย็นตรางู

e-เย็น (ความเย็นในยุคใหม่)

แม้ปัจจุบันทุกบ้านจะมีเครื่องปรับอากาศ แต่เมื่อออกไปข้างนอกบ้าน เราก็ยังคงต้องเผชิญกับความร้อนอยู่ โจทย์ใหม่ของแป้งเย็นตรางูก็คือ ความเย็นที่พกพาได้ เกิดเป็นทิชชู่เย็นตรางู สเปรย์เย็นตรางู สบู่เย็นตรางู แป้งน้ำเย็นตรางู น้ำมันหอมระเหยเย็นตรางู และบาล์มเจลเย็นตรางู

แม้จะเป็นที่ฮือฮาในโลกโซเชียลก่อนใครเพื่อนเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ถ้าใครเป็นแฟนแบรนด์แป้งเย็นตรางู จะรู้ว่านี่ไม่ใช่การเดบิวต์เข้าวงการความเย็นครั้งแรกของทิชชู่เย็นตรางู

หลังจากลองผิดลองถูกมาเมื่อ 2 – 3 ปีก่อน ด้วยนวัตกรรมทิชชู่สูตรเย็นซึ่งยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ทิชชู่เย็นในวันนั้นมาในแพกเกจจิ้งสีม่วงและสีฟ้าอ่อน แต่เมื่อไม่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากนัก ตรางูจึงแก้เกมด้วยการออกทิชชู่เย็นสูตร Active จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รักการออกกำลังกายด้วยความเย็น สะอาด สดชื่น แนวสปอร์ต

“เราชอบกลิ่นของคลาสสิกมากกว่า” ช่างภาพหนุ่มของเราร้องบอก หลังขออาสาพิสูจน์กลิ่นทิชชู่เย็น 2 ซองตรงหน้า

ทิชชู่เย็นตรางู

เราถามทีมงานว่าคิดอย่างไรกับเรื่องตลกที่ในโซเชียลหยอกล้อกันว่าให้ระวังอย่าใช้ทิชชู่เย็นในห้องน้ำ

ทีมงานยิ้มอย่างมีเลศนัย แล้วตอบติดตลกว่า “จริงๆ เป็นเรื่องตลกที่เรารู้กันดีว่าคนใช้แป้งตรางูทำอะไรกันบ้าง อย่างเช่นที่ผู้ชายชอบใช้ทาเฉพาะส่วน เป็นเรื่องน่าดีใจที่คนจะนึกถึงเราในทุกหน้าร้อน เรื่องใช้ทิชชู่เปียกในห้องน้ำ หลายคนก็มาเสนอขำๆ ให้เราต่อยอดผลิตภัณฑ์เป็นผ้าอนามัยหรืออื่นๆ ซึ่งในอนาคตเราก็อาจจะหยิบความคิดเห็นที่ผู้บริโภคเสนอมามาต่อยอดจริงจังก็ได้”

และจากบทเรียนที่ผ่านมา ทำให้ในตอนแรกทีมงานเกิดความไม่มั่นใจในทิชชู่เย็นหน้าตาใหม่นี้มากนัก

“ตลาดมันเฉพาะทางมากๆ ลำพังคนใช้ทิชชู่เปียกก็เป็นคนกลุ่มเล็กๆ อยู่แล้ว กลุ่มคนที่ใช้ทิชชู่เปียกสูตรเย็นยิ่งเล็กลงไปอีก บทเรียนจากเรื่องนี้จึงบอกเราว่าแบรนด์ตรางูยังมีบารมีในตัวเองอยู่มาก คนเห็นแล้วรู้เลยว่าเย็นแน่นอน และจากที่เราเคยคิดว่าคนรุ่นใหม่คงหลงลืมแป้งเย็นตรางูไปแล้ว กลายเป็นว่าทุกคนให้ความสนใจ” ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของแบรนด์ยิ้มตอบ

เจลเย็นตรางู น้ำมันตรางู

เย็นตอแย

เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่แป้งเย็นตรางูปล่อยคลิปโปรโมตแบรนด์ครั้งแรกในรอบ 5 ปี ในแฟนเพจ เพื่อบอกทุกคนว่า แป้งเย็นตรางูกำลังกลับมาอีกครั้งพร้อมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ภายใต้ตรางูคลาสสิก เผยให้เห็นสมาชิกใหม่อย่างสเปรย์เย็นและทิชชู่เย็น ซึ่งแม้จะปรากฏตัวเพียง 1 – 2 วินาที ทุกคนที่ได้รับชมก็จบภาพนิ่งส่งมาถามหาสเปรย์กันมากมาย

“ลดอุณหภูมิ 8 องศาฯ จากอุณหภูมิโดยรอบ ภายใน 60 วินาที” ผลทดสอบจากห้องทดลองระบุไว้ข้างกระป๋องสเปรย์ต้นแบบ ก่อนพร้อมวางจำหน่ายช่วงกลางเดือนเมษายน

“ตอนที่ทำการทดสอบ มีคนนิยามความเย็นของสเปรย์เย็นว่า เป็นความเย็นตอแย นั่นคือ ไม่เพียงทำให้คลายร้อนยังสร้างความเย็นเยือกทิ้งไว้ยาวนาน จนต้องใส่อารมณ์กับกระป๋องสเปรย์ว่า พอได้แล้ว หายร้อนแล้ว เลิกเย็นได้แล้ว” ทันทีที่ได้รับคำอธิบายจากมุทิตา ช่างภาพหนุ่มของเราก็ไม่พลาดที่จะขอทดลอง

แป้งเย็นตรางู สบู่ตรางู

“เย็นเท่าแป้งเย็นมั้ยคะ” เราถาม

“เย็นกว่าแป้งอีกนะ เพราะจริงๆ แล้วแป้งเย็นเองก็มีเคล็ดลับการใช้ ถ้าใช้ตอนผิวแห้งจะไม่ค่อยเย็น ต้องใช้ตอนตัวหมาดๆ ซึ่งในสเปรย์เย็นและทิชชู่เย็นมีความชื้นในตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้น จะเย็นทันทีที่ใช้งาน” มุทิตาเล่า ก่อนจะทิ้งท้ายว่าสิ่งที่แบรนด์แป้งเย็นตรางูตั้งใจจะสื่อในยุคนี้คือการเป็น Cool Solution ที่ไม่ว่าคุณจะต้องการความเย็นรูปแบบไหน ซึ่งในอนาคตแบรนด์ก็อาจจะนำผลิตภัณฑ์สูตรเย็นอื่นๆ ตรางูที่เคยทำในอดีตกลับมาให้หายคิดถึงอีกครั้ง

และในที่สุดแล้ว แบรนด์แป้งเย็นตรางูก็พบว่าเบื้องหลังกระแสตอบรับที่ดีนั้น คนมองข้ามเรื่องภาพลักษณ์ดีไซน์ที่ว่าเป็นกราฟิกคลาสสิกเดียวกัน แต่มองภาพรวมว่านี่คือตรางู และนี่คือความเย็น

มุทิตา หลักชัยวิบูลย์ มาศบดี มณีสะอาด

วิธีเอาชีวิตรอดสไตล์แป้งเย็นตรางู

  1. ใช้ทิชชู่เย็นตรางูเช็ดหน้าได้ แต่ให้ระวังและเว้นรอบตวงตา เพราะจะเย็นมากจนลืมตาไม่ขึ้น
  2. ลองพกทิชชู่เย็นตรางูติดไว้ในรถเวลาขับรถทางไกลแล้วรู้สึกง่วงนอน ให้นำมาปาดหน้าเลย สร่างแน่นอน
  3. สเปรย์เย็นตรางูใช้ฉีดผ่านเสื้อผ้าได้ รับรองว่าเย็นเหมือนฉีดที่ผิวโดยตรง
  4. เห็นแบบนี้ทหารหรือนักเรียน รด. ชอบใช้แป้งตรางูมาก มีคนสิงคโปร์และคนมาเลเซียมารีวิวให้ หรือบางทีเป็นทหารอเมริกันซึ่งเขาใช้แป้งเย็นตรางูแทนการอาบน้ำ
  5. ล่าสุดมีคนอินเดียส่งข้อความมาถามในเฟซบุ๊กว่าใช้แป้งเย็นตรางูแล้วทำไมไม่เย็น ซึ่งถ้าเป็นแป้งเย็นให้ใช้ตอนผิวหมาดนิดๆ แต่ถ้าเป็นทิชชู่เย็นหรือสเปรย์เย็นจะเย็นทันทีหลังใช้

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load