หากใครติดตามอ่าน The Cloud อยู่เป็นประจำ คงเคยผ่านตาคำว่า ‘ริเน็น’ อยู่บ้าง ริเน็น คือปรัชญาการทำธุรกิจของญี่ปุ่นที่ไม่ได้มุ่งทำธุรกิจเพื่อกำไรอย่างเดียวแต่ขุดลึกลงไปว่า ธุรกิจของเราดำรงอยู่เพื่ออะไร 

ในช่วงที่ธุรกิจทั้งรายเล็กและใหญ่ต่างแย่งชิงกันกระโดดเข้ามาผลิตสบู่และเจลล้างมือขาย หลายเจ้ามาไวไปไว หลายแบรนด์ฉวยโอกาสขายสบู่ล้างมือในราคาสูง

Kirei Kirei (キレイ キレイ) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ล้างมืออันดับหนึ่งจากญี่ปุ่นไม่ได้ตั้งใจขายแค่
โฟมล้างมือที่มีประสิทธิภาพในการลดแบคทีเรีย 99.99 เปอร์เซ็นต์ และเจลล้างมือที่มีแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานเท่านั้น

สิ่งที่แบรนด์ตั้งใจอยากทำ คือการดูแลสุขอนามัยในระยะยาว สร้างคุณค่าของแบรนด์ให้ไปไกลมากกว่าการล้างมือป้องกันตัวในช่วงโรคระบาด ปลูกฝังระเบียบวินัยการล้างมือในชีวิตประจำวันให้เด็ก และสื่อสารเรื่องความสัมพันธ์ที่อบอุ่นในครอบครัว

ในโอกาสที่ทุกคนใส่ใจการล้างมือเยอะเป็นพิเศษในปีนี้และถึงช่วงวันล้างมือโลกในวันที่ 15 ตุลาคมพอดี ขอชวนตามมาฟังเรื่องราวของสบู่ล้างมือจากญี่ปุ่นที่ผ่านช่วงโรคระบาดครั้งใหญ่มาแล้วถึง 3 ครั้ง 

11 เรื่องเล่าของธุรกิจคิเรเนะ Kirei Kirei สบู่ที่ชวนล้างมือสนุกตามวิธีฝึกวินัยเด็กญี่ปุ่น

1. แบรนด์สบู่ล้างมือจากญี่ปุ่นที่มีจุดเริ่มต้นจากโรคระบาด 

คิเรอิคิเรอิ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น

พ.ศ. 2539 เกิดการแพร่ระบาดของโรคอุจจาระร่วงจากเชื้อแบคทีเรียอีโคไลในเด็กนักเรียนญี่ปุ่น โรคนี้เกิดจากพาหะปนเปื้อนในอาหาร มีผู้ป่วยกว่า 9,000 คน และเสียชีวิต 11 คน คนญี่ปุ่นโดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกจึงเริ่มหันมาใส่ใจการล้างมือนับแต่นั้น

จากเหตุการณ์โรคระบาดในครั้งนี้ บริษัท ไลอ้อน คอร์ปอเรชัน ได้เปิดตัวโฟมล้างมือคิเรอิคิเรอิที่ญี่ปุ่นใน พ.ศ. 2540 เพื่อพิทักษ์สุขอนามัยของครอบครัว และนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยใน พ.ศ. 2549 และใน พ.ศ. 2552 ช่วงเกิดโรคระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 (ไข้หวัด A/H1N1) ซึ่งเริ่มเกิดวลีฮิตอย่าง “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” ทำให้คิเรอิคิเรอิเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในสังคม

11 เรื่องเล่าของธุรกิจคิเรเนะ Kirei Kirei สบู่ที่ชวนล้างมือสนุกตามวิธีฝึกวินัยเด็กญี่ปุ่น

2. ฉีกภาพลักษณ์ของตลาดสบู่ล้างมือที่จริงจัง ด้วยการชักชวนให้ครอบครัวล้างมืออย่างมีความสุข

สมัยก่อน ตลาดสบู่ล้างมือมักแข่งขันกันชูความอันตรายของแบคทีเรีย ความน่ากลัวของโรคร้ายเป็นจุดขาย แบรนด์ส่วนใหญ่มีภาพลักษณ์ที่จริงจัง เข้าถึงยาก ผู้ที่ใช้สบู่ล้างมือเป็นประจำมักมีเพียงบุคลากรในวงการแพทย์ อนามัย และสาธารณสุข คนทั่วไปยังไม่คุ้นเคยกับการใช้สบู่ล้างมือโดยเฉพาะสักเท่าไหร่ เพราะมองว่าสบู่สำหรับล้างมือโดยเฉพาะเป็นสินค้าที่ฟุ่มเฟือย จึงเลือกใช้สบู่ก้อน สบู่เหลว และน้ำยาล้างจานสำหรับล้างมือแทน

คิเรอิคิเรอิ เห็นโอกาสนี้ จึงอยากเป็นแบรนด์สบู่ล้างมือที่แตกต่างด้วยนวัตกรรมฟองโฟมที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรค แต่มีภาพลักษณ์อ่อนโยนที่เข้าถึงคนทั่วไปได้มากขึ้น และทำให้ทุกคนในครอบครัวสนุกและเพลิดเพลินกับการล้างมือในชีวิตประจำวันจนติดเป็นนิสัย ไม่ใช่แค่ในช่วงโรคระบาดเท่านั้น 

3. ประโยคชวนล้างมือจากคุณแม่ Kirei อ่านว่า คิ-เหร่ แปลว่า สะอาด

“Kirei Kirei Shite” แปลว่า ไปทำให้สะอาด เป็นประโยคติดปากที่คุณแม่ชาวญี่ปุ่นใช้บอกลูกให้ทำความสะอาดร่างกาย ทั้งแปรงฟัน ล้างมือ หลังกลับมาจากโรงเรียนหรือเล่นนอกบ้าน

แม้ประเทศไทยจะไม่มีวัฒนธรรมการบอกให้เด็กล้างมือเมื่อกลับบ้านชัดเจนเท่าญี่ปุ่น แต่คิเรอิคิเรอิ ก็ตั้งใจสร้างความเคยชินในการล้างมือเป็นประจำให้เหมือนคนญี่ปุ่นโดยเฉพาะในกลุ่มแม่และเด็ก เพราะการปลูกฝังวินัยการดูแลสุขอนามัยของตัวเองตั้งแต่เด็ก ย่อมยั่งยืนมากกว่าการโฆษณาสรรพคุณการล้างมือให้ผู้ใหญ่ที่อาจไม่เคยชินกับการล้างมือในชีวิตประจำวันมาก่อน

4. แจ้งเกิดจากฟองโฟมสูตรอ่อนโยนที่ทำให้การล้างมือเป็นเรื่องสนุก 

ใครที่ชินกับการล้างมือด้วยสบู่เหลวและสบู่ก้อน จะพบว่าต้องใช้เวลาถูมือนานหน่อยกว่าจะเกิดฟอง เด็กเล็กที่ไม่ชอบการล้างมืออาจบ่ายเบี่ยงได้ง่าย แล้ววิธีไหนที่จะทำให้เด็กชอบล้างมือได้ล่ะ

คำตอบคือ Bubble Foam โฟมเนียนนุ่ม เนื้อละเอียด กลิ่นหอม ที่เป็นการเล่นแสนโปรดระหว่างอาบน้ำในวัยเด็กของหลายคนนั่นเอง

คิเรอิคิเรอิเป็นเจ้าแรกในไทยที่นำฟองโฟมในอ่างอาบน้ำมาอยู่ในอ่างล้างมือของทุกคน น้อยคนจะรู้ว่านอกจากโฟมจะทำให้การชำระล้างสิ่งสกปรกเป็นเรื่องสนุกแล้ว เนื้อนุ่มของโฟมนั้นเป็นอนุภาคขนาดเล็กจำนวนมาก ทำให้มีพื้นที่ผิวในการสัมผัสสิ่งสกปรกได้ทั่วถึง ซอกซอนได้มากกว่าสบู่แบบอื่น ทำให้ลดการสะสมของแบคทีเรียได้ถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์* นอกจากนี้ ยังลดการเสียดสีบนผิว ทำให้สัมผัสอ่อนโยน ผิวยังคงความชุ่มชื่น เด็กๆ ก็ใช้ได้ เพราะทำจากสารสกัดจากธรรมชาติที่อ่อนโยนต่อผิว

11 เรื่องเล่าของธุรกิจคิเรเนะ Kirei Kirei สบู่ที่ชวนล้างมือสนุกตามวิธีฝึกวินัยเด็กญี่ปุ่น

5. สอนประสาทสัมผัสให้เด็กผ่านการล้างมือ

หากนึกถึงตัวเองในวัยเด็ก จะพบว่าช่วงเวลาเหล่านั้นเรามักเรียนรู้เรื่องประสาทสัมผัสไวเป็นพิเศษ เป็นวัยที่จดจำผิวสัมผัสและกลิ่นได้ง่าย

การสอนให้เด็กล้างมือด้วยคิเรอิคิเรอิ จึงเป็นการฝึกฝนพัฒนาประสาทสัมผัสไปด้วย

กดโฟม 1 ปั๊ม เพื่อล้างมือ 1 ครั้ง สัมผัสโฟมหนานุ่ม แล้ว ถู…ถู…ถู

ดมกลิ่นหอมสะอาด หรือกลิ่น Fruity อย่างพีชและองุ่น หรือกลิ่นอโรม่าของลาเวนเดอร์ แล้ว ถู…ถู…ถู 

ความพิเศษของคิเรอิคิเรอิ คือการออกแบบหัวปั๊มกดฟองโฟมที่ถูกพัฒนาโดยเฉพาะ เพื่อให้เด็กใช้งานง่าย

เมื่อกดปุ๊บ จะได้ฟองโฟมที่มีเนื้อโฟมอยู่ตัวปั๊บ ฟองแน่นนุ่มละเอียด พอเหมาะที่จะซอกซอนไปตามนิ้วและล้างมือได้สนุก

11 เรื่องเล่าของธุรกิจคิเรเนะ Kirei Kirei สบู่ที่ชวนล้างมือสนุกตามวิธีฝึกวินัยเด็กญี่ปุ่น
11 เรื่องเล่าของธุรกิจคิเรเนะ Kirei Kirei สบู่ที่ชวนล้างมือสนุกตามวิธีฝึกวินัยเด็กญี่ปุ่น

6. จัดกิจกรรมตามโรงเรียน (School Tour) สอนล้างมือผ่านนิทานและบทเพลง

นอกจากนี้ คิเรอิคิเรอิ ยังเชื่อว่าการสร้างระเบียบวินัยให้เด็กนั้นไม่สามารถสร้างผ่านกฎระเบียบวินัยที่เข้มงวด แต่ต้องทำให้เด็กๆ อยากล้างมือด้วยความสมัครใจและสนุกสนานเพลิดเพลิน จึงจัดกิจกรรม School Tour สอนการล้างมือ 7 ขั้นตอนตามหลักการล้างมือที่ถูกต้องของกรมอนามัย ด้วยท่าล้างมือประกอบบทเพลงที่จำง่าย อย่างท่าปลา เอามือมาถูกัน ท่าปลาดาว ใช้ฝ่ามือถูหลังมือและนิ้วถูซอกนิ้ว ท่าหอยเชลล์ ท่าปลาโลมา ท่าสาหร่าย ท่าแมงกะพรุน ท่าช้าง

เมื่อเด็กร้องเพลงได้ ทำท่าได้ ก็ล้างมืออย่างถูกต้องได้ และยังมีการเล่านิทานที่ไม่ได้สอนแค่การล้างมืออย่างเดียว แต่สอดแทรกข้อคิดในนิทานให้เด็กด้วย โดยกิจกรรม School Tour ของคิเรอิคิเรอิ จัดอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องมา 7 ปีแล้ว เพื่อปลูกฝังให้เด็กเห็นความสำคัญของการล้างมือ

7. สังเกตปัญหา (Pain Point) และเปลี่ยนการล้างมือให้สนุกขึ้นด้วยของแถมพรีเมี่ยม

คิเรอิคิเรอิ ยังสังเกตเห็นว่าเด็กหลายคนเอื้อมมือไม่ถึงก๊อกน้ำ ทำให้ล้างมือไม่สะดวก จึงแถมหัวต่อก๊อกน้ำรูปสัตว์เพื่อให้เด็กๆ ล้างมือได้ง่ายและสนุกเพลิดเพลินกับการล้างมือมากขึ้น

เป็นของแถมที่เป็นมากกว่าของเล่น เพราะจูงใจให้เด็กอยากล้างมือในทุกๆ วันมากขึ้น

8. จดจำความละมุนและอ่อนโยนได้จากตัวการ์ตูนครอบครัวคิเรอิ

สำหรับผู้ใหญ่ ภาพจำของคิเรอิคิเรอิ อาจไม่ใช่บทเพลง แต่เป็นภาพตัวการ์ตูนครอบครัวอันคุ้นหน้าคุ้นตาของคุณแม่และลูกๆ ที่มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสบนขวดสบู่

คุณแม่คิเรอิเป็นคนอ่อนโยน สดใส และใจดี เลี้ยงลูกอย่างผ่อนคลายและสอนให้มีระเบียบวินัย ในขณะเดียวกัน

โยชิโอะ ลูกชายคนโตชั้นประถมต้น เป็นเด็กแข็งแรง ชอบเล่นกีฬาและทำกิจกรรมกลางแจ้ง ส่วนโยชิโกะ ลูกสาวคนเล็กชั้นอนุบาลชอบเล่นกับสัตว์เลี้ยงแสนรักและของเล่น ส่วนคุณพ่อคิเรอิทำงานเป็นวิศวกรไฟฟ้าอยู่ต่างประเทศ คุณแม่จึงดูแลลูกๆ เป็นหลัก 

11 เรื่องเล่าของธุรกิจคิเรเนะ Kirei Kirei สบู่ที่ชวนล้างมือสนุกตามวิธีฝึกวินัยเด็กญี่ปุ่น

ตัวการ์ตูนครอบครัวคิเรอิสะท้อนให้เห็นถึงความอบอุ่นในครอบครัว ความรักของคุณแม่ที่มีต่อลูกๆ รวมไปถึงการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันของสมาชิกในครอบครัวที่เอาใจใส่การล้างมือ โดยเฉพาะในเด็ก หรือการเที่ยวพักร้อนช่วงวันหยุดกับครอบครัว ก็ควรนึกถึงการรักษาความสะอาดด้วยเสมอ ดังเช่นรูปครอบครัวคิเรอิแต่งชุดยูกาตะเที่ยวเทศกาลดอกไม้ไฟบนขวด Special Edition ที่ชวนให้นึกถึงกลิ่นลาเวนเดอร์ของโฟมล้างมือ

หากปลูกฝังจนเคยชิน เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมา ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไรก็จะนึกถึงการล้างมือเป็นประจำ ทั้งก่อนและหลังกินข้าว ก่อนแต่งหน้า หลังหยิบจับข้าวของต่างๆ

11 เรื่องเล่าของธุรกิจคิเรเนะ Kirei Kirei สบู่ที่ชวนล้างมือสนุกตามวิธีฝึกวินัยเด็กญี่ปุ่น

9. กลยุทธ์การตลาดให้คนมีโอกาสใช้ ไปที่ไหนก็เจอ ใช้ที่ไหนก็ได้

เนื่องจากสบู่ล้างมือแบบโฟมมักเหมาะกับการใช้ที่บ้าน แต่ในช่วง พ.ศ. 2552 ที่มีไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ระบาด มีหลายบ้านที่ไม่มีแหล่งน้ำสะอาดเพียงพอและห่างไกลจากสถานพยาบาล คิเรอิคิเรอิจึงเพิ่มผลิตภัณฑ์ล้างมือแบบเจล ซึ่งไม่ต้องล้างน้ำออก เหมาะสำหรับพกพาระหว่างเดินทาง หรือสำหรับคนที่ไม่สะดวกล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด

ในช่วง COVID-19 นอกจากการพัฒนาเจลล้างมือ และสเปรย์ทำความสะอาดมือ ให้เป็นสูตรที่มีแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ ลดการสะสมของแบคทีเรียได้ถึง 99.999%** แล้ว  คิเรอิคิเรอิอยากทำให้ผู้คนเข้าถึงการล้างมือได้สะดวกและทั่วถึงขึ้น จึงได้นำเจลล้างมือคิเรอิคิเรอิไปวางตามจุดให้บริการของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส และทำตู้ขายอัตโนมัติ (Vending Machine) พร้อมกับร่วมมือกับกรมอนามัยในการส่งเสริมการให้ความรู้เรื่องการล้างมืออย่างถูกวิธี 7 ขั้นตอนสำหรับช่วงที่ไม่ได้เกิดโรคระบาด คิเรอิคิเรอิใช้กลยุทธ์ให้คนได้ทดลองใช้ โดยเป็นพาร์ตเนอร์กับโรงพยาบาลต่างๆ และ Kidzania โรงเรียนสำหรับเด็กซึ่งเป็นสถานที่ที่เด็กๆ และผู้ปกครองมักแวะไป

จะเห็นได้ว่าคิเรอิคิเรอิ ไม่ได้เพิ่มประเภทสินค้า ช่องทางการขาย และการโปรโมต เพราะเริ่มต้นคิดจากกำไรเท่านั้นแต่เริ่มคำนึงจากความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าเป็นหลักก่อนเสมอ 

10. องค์กรที่เชื่อมั่นว่าธุรกิจการค้าที่ยั่งยืนต้องขับเคลื่อนด้วยความดี

เห็นแบรนด์ตั้งใจทำทุกอย่างโดยคำนึงถึงคนอื่นแบบนี้แล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยว่า วัฒนธรรมองค์กรของบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) ผู้ผลิตคิเรอิคิเรอิ คือการ ‘ยกย่องคนดี  ส่งเสริมคนเก่ง’ เพราะองค์กรที่จะเติบใหญ่อย่างมั่นคงและยั่งยืน ต้องมี ‘ความดี’ เป็นรากฐาน และมี ‘ความเก่ง’ เป็นยอด 

ความตั้งใจดีเหล่านี้ถูกส่งต่อผ่านสินค้าและการตลาดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการมีอักษรเบรลล์ที่ขวดสำหรับผู้พิการทางสายตา แพ็กเกจแบบถุงสำหรับ Refill เพื่อช่วยรักษ์โลก การทำแคมเปญเพื่อสังคมสำหรับบริจาคเงินให้มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม การมอบผลิตภัณฑ์เพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์ การให้ความสำคัญกับการศึกษา หรือทำกิจกรรมร่วมกับโรงเรียน

11. สร้างความผูกพันกับลูกค้าด้วยการส่งต่อความห่วงใยในระยะยาว

คิเรอิคิเรอิ เชื่อว่าการปลูกฝังการล้างมือตั้งแต่เด็กเป็นการสร้างนิสัยให้รักษาสุขอนามัยและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาวกับแบรนด์ เด็กที่เริ่มฝึกดูแลตัวเองตั้งแต่เล็กจะเติบโตไปพร้อมกับคิเรอิคิเรอิ ในระยะยาว

ไม่ว่าโรคระบาดจะวนกลับมากี่ครั้งหรืออยู่ในช่วงไหนของชีวิต ก็มีภูมิคุ้มกันการดูแลตัวเองที่เผื่อแผ่ไปยังสมาชิกในครอบครัวต่อไป

‘สบู่ล้างมือ’ เป็นจุดเริ่มต้นในการรักษาสุขอนามัยที่ราคาไม่แพงและป้องกันโรคได้อย่างมหาศาล ในอนาคต คิเรอิคิเรอิ มีความตั้งใจที่จะสร้างสุขนิสัยที่ดี และดูแลสุขอนามัยไม่เฉพาะกับเด็ก ๆ เท่านั้น แต่กับทุกคนในสังคม ความตั้งใจดีอย่างยั่งยืนที่ลงลึกถึงพันธกิจของแบรนด์ ไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคาในยามเกิดวิกฤตโรคระบาด

ทำให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่แบรนด์ส่งต่อให้และคิดถึงคิเรอิคิเรอิ เป็นสบู่ล้างมืออันดับหนึ่งทั้งในญี่ปุ่นและไทยตลอดมา

*จากผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการด้วยวิธีมาตรฐาน ASTM E2315 กับเชื้อ Escherichia coli (ATCC25922) และ Pseudomonas aeruginosa (ATCC27853) สำหรับสูตรออริจินัล, รีเฟรชชิ่ง เกรป และมุราซากิ ลาเวนเดอร์

**จากผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการด้วยวิธี ตามมาตรฐานสหภาพยุโรป 1276 (EN 1276:2009 Chemical disinfectants and antiseptics) กับเชื้อ Staphylococcus aureus (ATCC 6538), Escherichia coli (ATCC 10536), Enterococcus hirae (ATCC 10541) และ Pseudomonas aeruginosa (ATCC 15442)

11 เรื่องเล่าของธุรกิจคิเรเนะ Kirei Kirei สบู่ที่ชวนล้างมือสนุกตามวิธีฝึกวินัยเด็กญี่ปุ่น

เนื่องในวันที่ 15 ตุลาคมซึ่งเป็นวันล้างมือโลกในปีนี้ คิเรอิคิเรอิ ขอชวนทุกคนร่วมส่งต่อมือสะอาดและร่วมสมทบทุนให้กับน้องๆ มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม เพียงเปิด Kirei Kirei IG Filter กดถ่ายภาพนิ่งหรือวิดีโอ แชร์ลงใน IG Story ทุกๆ การถ่าย จะเปลี่ยนเป็นเงินบริจาคมูลค่า 10 บาทให้มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม (รวมมูลค่าทั้งหมด 200,000 บาท)

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

17 พฤศจิกายน 2564
2 K

ไม่มีใครไม่รู้จัก ‘โฟร์โมสต์’ แบรนด์นมที่คนไทยคุ้นเคยมากว่า 65 ปี และเป็นส่วนหนึ่งของ ฟรีสแลนด์คัมพิน่า  องค์กรระดับโลกที่มีแบรนด์ผลิตภัณฑ์โคนมหลากหลายแบรนด์ทั่วโลก โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากสหกรณ์โคนมเล็กๆ ที่ก่อตั้งโดยเกษตรกรเมื่อ 150 ปีก่อน

ธุรกิจส่วนใหญ่มักเริ่มสร้างแบรนด์จากโจทย์การตลาด แต่โฟร์โมสต์ตั้งใจส่งต่อคุณค่าทางสารอาหาร ด้วยการตั้งต้นคิดค้นสินค้าจากดีเอ็นเอขององค์กรอย่างแท้จริง ไม่ได้เริ่มคิดแค่การผลิตนม แต่ดูแลตั้งแต่ยอดหญ้า เกษตรกร สิ่งแวดล้อม เพื่อให้ได้น้ำนมโคคุณภาพ ใส่ใจทุกสิ่งรอบตัวด้วยการใส่ใจปัญหาสังคม อย่างการขาดแคลนโภชนาการ และส่งต่อน้ำใจให้เด็กรุ่นใหม่ ผ่านสารอาหารที่คัดสรรมาอย่างดีในนมทุกกล่อง

The Cloud ชวนมาจิบนมรสชาติคุ้นเคย คุยกับ คุณวิภาส ปวโรจน์กิจ กรรมการผู้จัดการ คุณโอฬาร โชว์วิวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ และ คุณราชเทพ นฤหล้า ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของบริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คลี่กล่องนม เผยให้เห็นเรื่องราวกว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์นมโคคุณภาพทุกกล่องในทุกวันนี้

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์

1. บริหารงานโดยฟรีสแลนด์คัมพิน่า บริษัทระดับโลกที่เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรโคนม  

ใน ค.ศ.1871 เหล่าเกษตรกรโคนมในเนเธอแลนด์ รวมตัวกันก่อตั้งสมาคมเพื่อการพัฒนาเกษตรในฮอลแลนด์ทางตอนเหนือ หรือสหกรณ์โคนมฟรีสแลนด์คัมพิน่า ยู.เอ. 

ด้วยจุดเริ่มต้นจากถังบ่มชีส 2 ถัง ตาชั่ง และอาคารสำนักงาน เกษตรกรโคนมจากทั้งในหมู่บ้าน Wieringerwaard และ Warga ต่างก่อตั้งบริษัทขึ้นในเวลาต่อมา เติบโตจากรากฐานการเป็นธุรกิจครอบครัว ส่งต่อความรู้ผลิตภัณฑ์โคนมจากรุ่นสู่รุ่น ร่วมมือกันจนขยายกิจการไปยังเมืองต่างๆ และชายแดนประเทศใกล้เคียง 

ในช่วงแรกบริษัทใช้ชื่อว่าฟรีสแลนด์ฟู้ด เน้นขายตลาดในเอเชียและตะวันออกกลาง ได้มาลงทุนและซื้อกิจการ โฟร์โมสต์อาหารนม ประเทศไทย ก่อนบริษัทแม่ฯ ฟรีสแลนด์ฟู้ด จะควบรวมกับบริษัทคัมพิน่า บริษัทรูปแบบเดียวกันแต่ถนัดตลาดยุโรป ในปี ค.ศ. 2007

และเติบโตเป็นบริษัทระดับโลกชื่อ ฟรีสแลนด์คัมพิน่า หนึ่งในสหกรณ์ผลิตสินค้าจากโคนมที่ผลิตได้เยอะที่สุดในโลก มีสมาชิกเกษตรกรกว่า 17,000 ราย และมีพนักงานมากกว่า 23,000 คนทั่วโลก ที่ได้เข้าถือหุ้นโฟร์โมสต์ เป็นโมเดลบริษัทที่พิสูจน์ว่า สหกรณ์สามารถเติบใหญ่ได้อย่างยั่งยืน จนตอนนี้มีอายุยาวนานถึง 150 ปี   

2. เคยชื่อพระนครมิลค์อินดัสทรีย์ และใช้ชื่อศาลาโฟร์โมสต์ขายไอศกรีม 

บริษัทโฟร์โมสต์อาหารนมก่อตั้งขึ้นในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2499 โดยนักธุรกิจชาวไทยและอเมริกันซึ่งอิมพอร์ตแบรนด์เข้ามา ก่อนจะถูกเปลี่ยนมือและกลายเป็นฟรีสแลนด์คัมพิน่าในทุกวันนี้ โฟร์โมสต์เคยอยู่ภายใต้บริษัทที่ใช้ชื่อสุดคลาสสิกอย่าง บริษัท พระนครมิลค์อินดัสทรีย์ และ บริษัท อุตสาหกรรมนมพระนคร นอกจากผลิตนมในไทยแล้ว ยังเริ่มผลิตส่งออกไปยังสิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน สปป.ลาว ศรีลังกา ปากีสถาน ตั้งแต่ พ.ศ. 2521 อีกด้วย

ในยุคก่อนมีธุรกิจขายไอศกรีมที่คนจดจำกันได้มากในชื่อ ศาลาโฟร์โมสต์ ไอศกรีมในถ้วยชามสีส้มสะดุดตา เปิดสาขาอยู่กับโรงภาพยนตร์อย่างศาลาเฉลิมไทย โรงภาพยนตร์สยาม ภายหลังยุติไป และหันมาเน้นธุรกิจผลิตภัณฑ์จากนมเป็นหลัก 

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์
9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์

3. From Grass to Glass ส่งต่อคุณค่าจากยอดหญ้าสู่น้ำนมโคคุณภาพทุกกล่อง

เมื่อพูดถึงความยั่งยืน หลายคนมักนึกถึงแพ็กเกจรักษ์โลกเท่านั้น แต่หนึ่งประเด็นสำคัญในหมวดความยั่งยืนด้านอาหารที่มักมองข้ามไป คือ สารอาหาร

ความตั้งใจของโฟร์โมสต์ตามแนวทางบริษัทแม่ คือ Nourishing by Nature ส่งต่อสารอาหารที่ดีจากธรรมชาติที่ดี จากยอดหญ้าสู่น้ำนมโคคุณภาพ หญ้าที่อุดมสมบูรณ์เป็นอาหารที่ดีให้วัวพันธ์ุดี เมื่อโคนมทานหญ้าดี ทำให้เกิดน้ำนมดีเปี่ยมคุณค่าทางอาหาร ส่งต่อเป็นสารอาหารที่ดีมาถึงผู้บริโภคอีกต่อหนึ่ง 

การมุ่งมั่นส่งต่อคุณค่าเหล่านี้ ทำให้โฟร์โมสต์ดูแลโคนมอย่างพิถีพิถัน ใส่ใจว่าทาน

อาหารอะไร อยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบไหน เพื่อให้นมมีแบคทีเรียต่ำตามมาตรฐาน มีโปรตีน ไขมัน และสารอาหารตามที่อยากได้ ที่ฮอลแลนด์ยกระดับความยั่งยืนในการดูแลโคนมไปอีกขั้นหนึ่ง ถึงขนาดมีมาตรฐานว่า วัวควรได้อยู่กลางแจ้งกี่ชั่วโมงต่อปี ควรมีความหลากหลายของชนิดสัตว์ในฟาร์มอย่างไรบ้าง พร้อมคัดมาตรฐานวัตถุดิบอย่างตั้งใจ ทั้งคุณภาพน้ำมันปาล์มจากป่าที่ปลูกเอง และยังมีตัวชี้วัดคุณภาพน้ำตาลในนมอย่างละเอียด

จากการดูแลตั้งแต่ยอดหญ้าสู่สัญญาที่ให้ไว้กับผู้บริโภคเป็นมั่นเหมาะบนฉลากนม ที่โฟร์โมสต์ภูมิใจว่าสามารถส่งต่อสารอาหารตามฉลากทุกกล่องอย่างไม่มีผิดเพี้ยน 

ด้วยความตั้งใจที่อยากส่งมอบสารอาหารให้เข้าถึงทั่วโลก ราคาของนมโฟร์โมสต์ยังเข้าถึงง่าย  และสามารถหาซื้อได้ทั่วไป แถมยังใช้กล่องกระดาษจากป่าอนุรักษ์ ตั้งใจลดการใช้อะลูมิเนียมเลเยอร์ในกล่องกระดาษ เพื่อให้เป็นกล่องนมรักษ์โลกอย่างเต็มตัวมากขึ้นในอนาคต

ฟรีสแลนด์คัมพิน่าได้รับการจัดอันดับเป็นบริษัทอันดับ 3 ของโลกใน Global Access to Nutrition Index 2021 เป็นสิ่งพิสูจน์ว่า สิ่งที่ตั้งใจทำส่งผ่านจากยอดหญ้าสู่กล่องนมได้จริง

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์
9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์
9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์

4. Farmers to Farmers สนับสนุนการส่งต่อความรู้โคนมจากเกษตรกรรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง

เพราะเป็นแบรนด์ที่อยู่ภายใต้องค์กรที่มีจุดเริ่มต้นจากสหกรณ์โคนม โฟร์โมสต์มีความตั้งใจดีที่จะอยากสร้าง Good Living For Our Farmers สนับสนุนการส่งต่อความรู้และพัฒนาฟาร์มของเกษตรกร

มีโครงการ Farmers to Farmers ถ่ายทอดความรู้จากเกษตรกรเนเธอร์แลนด์สู่ฟาร์มเกษตรกร 4,000 กว่าครอบครัวในไทย รวมทั้งส่งเสริมพัฒนาอาชีพให้เกษตรกรมากว่าสิบปี ทั้งเริ่มพัฒนาฟาร์มการเลี้ยงโคนมในไทย ร่วมมือกับองค์การส่งเสริมโคนมในไทย สนับสนุนให้ผลิตนมคุณภาพระดับโลกอย่างสำเร็จ

หัวใจของการสร้างแบรนด์โฟร์โมสต์คือการเติบโตอย่างยั่งยืน ได้สนับสนุน Next Generations เหมือนที่สหกรณ์เกษตรโคนมรุ่นแล้วรุ่นเล่า ส่งต่อความรู้กันมายาวนานกว่าร้อยปี และสมาชิกในครอบครัวรุ่นแล้วรุ่นแล้วเติบโตจากการดื่มนมอย่างแข็งแรง

5. โฟร์โมสต์ มีแบรนด์พี่น้อง เพื่อตอบทุกโจทย์ของความต้องการที่แตกต่างของคนทุกกลุ่ม

ฟรีสแลนด์คัมพิน่าประกอบด้วยหลากหลายแบรนด์ รวมทั่วโลกมีแบรนด์ย่อยมากมายที่จำชื่อได้ไม่หมด โดยมีจุดร่วมของทุกแบรนด์คือ การส่งต่อคุณค่าสารอาหารจากนม ในไทยมีลูกค้า 2 กลุ่มหลัก

หนึ่ง คือ แม่และเด็กที่มองหาสารอาหารจากนม โฟร์โมสต์ก็เป็นแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์นมโคให้เลือกหลากหลายตามความต้องการเฉพาะของคนทุกกลุ่มและทุกวัย จึงแตกต่างจากแบรนด์อื่น

สอง กลุ่มผู้ประกอบการร้านชากาแฟ ร้านเบเกอรี่ ร้านอาหาร และโรงแรมต่างๆ ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นส่วนประกอบในการปรุงเครื่องดื่มและอาหาร ให้รสชาติที่ดี เสถียร และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไปตามเทรนด์ นกเหยี่ยวฟอลคอน ก็มาตอบโจทย์นี้ โดยการมีผลิตภัณฑ์ ในกลุ่มนมข้นหวาน นมข้นจืด นมตีฟอง ที่หลากหลาย ขณะที่เชฟขนมหวาน (Pastry Chef) ที่มองหาวิปปิ้งครีม เนื้อแน่น ก็มี เดบิค แบรนด์น้องใหม่สำหรับสายพรีเมียมรองรับ ซึ่งแม้จะเพิ่งเข้าไทยในปีนี้ แต่เป็นแบรนด์ชั้นนำเก่าแก่ร้อยปีในยุโรป นำเสนอนวัตกรรมครีมที่สำหรับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญอาหารอย่างเชฟและบาริสต้าโดยเฉพาะ 

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์

6. เป็นผู้นำตลาดนม UHT ที่เชื่อว่า นมที่มีประโยชน์ไม่ได้แปลว่าต้องไม่อร่อย

นมโฟร์โมสต์เป็นแบรนด์ที่มีครัวเรือนไทยนิยมดื่มมากที่สุด หลายคนมักจดจำโฟร์โมสต์ในฐานะแบรนด์นมแบรนด์แรกที่ดื่มสมัยเด็ก และดื่มประจำจนคุ้นเคยรสชาติ เบื้องหลังความคุ้นเคยของผู้บริโภคนี้ คือคุณภาพที่มั่นใจได้ สร้างความรู้สึกไว้วางใจว่าปลอดภัยและมีประโยชน์ เน้นส่งมอบคุณค่าสารอาหารทั้งสำหรับเด็กวัยเล็ก วัยกำลังเติบโต วัยรุ่น และบุคคลทั่วไปในวัยผู้ใหญ่ ด้วยความเชื่อว่าการมอบสารอาหารที่ดี ไม่จำเป็นต้องมาพร้อมรสชาติที่ไม่โอเค จึงมีการพัฒนารสชาติที่หลากหลาย เพราะอยากให้ทุกคนดื่มนมได้อย่างอร่อย เพื่อให้สามารถรับคุณค่าสารอาหารที่จำเป็นได้ทุกวัน

7. คัดสรรสารอาหาร เพื่อสร้างนมที่สนับสนุนการพัฒนา IQ และ EQ เพราะเข้าใจความต้องการของพ่อแม่ยุคใหม่ที่อยากให้ลูกฉลาดและมีน้ำใจ 

การสร้างแบรนด์โฟร์โมสต์เริ่มจากทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความต้องการของผู้บริโภค ตั้งแต่สารอาหารและสิ่งแวดล้อมที่ครอบครัวอยากมอบให้ลูก 

เนื่องจากสังคมยุคนี้มีการแข่งขันสูง ครอบครัวจึงอยากให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแรง ฉลาด มีไหวพริบ พร้อมทั้งเป็นเด็กมีน้ำใจที่คนรอบข้างรักและมีเพื่อนฝูงเยอะ เพื่อเติบโตและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

เมื่อเข้าใจความต้องการเหล่านี้ จึงคิดต่อไปว่าสารอาหารอะไรบ้างที่สามารถพัฒนา IQ และ EQ ของเด็กได้ดี ส่งเสริมให้เด็กฉลาดและมีน้ำใจอย่างที่พ่อแม่ต้องการ 

นมของโฟร์โมสต์จึงเน้นสารอาหารเป็นหลัก ตัวอย่างเช่น ไลน์ผลิตภัณฑ์โฟร์โมสต์ โอเมก้า 3, 6, 9 ที่มี DHA ซึ่งมีบทบาทต่อการพัฒนา IQ และ EQ ส่งเสริมการพัฒนาสมอง รวมถึงความมั่นคงทางอารมณ์ นมโฟร์โมสต์มี DHA สูง ในราคาที่ไม่สูงเกินไป ทำให้ผู้บริโภคทั่วไปสามารถเข้าถึงสารอาหารสำคัญได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นโอเมก้า 3, 6 และ 9 วิตามิน B12 ไปจนถึงแคลเซียมและโปรตีนที่ส่งเสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน รวมถึงการเจริญเติบโตของร่างกายโดยรวม

แบรนด์เชื่อว่าการชนะความท้าทายคือห้ามหยุดอยู่กับที่ ต้องปรับเปลี่ยนและนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา สินค้าล่าสุดของโฟร์โมสต์เกิดจากความเข้าใจในแม่และเด็กรุ่นใหม่ ทุกเช้าคือมื้อสำคัญที่แม่อยากให้ลูกได้สารอาหารครบหมู่มากที่สุด มีพลังพร้อมสำหรับการเรียนรู้ไปตลอดทั้งวัน แต่ในความเป็นจริง มื้อเช้ากลับเป็นช่วงเวลาที่มักรีบเร่งที่สุด จึงนำมาสู่การพัฒนา โฟร์โมสต์ มัลติเกรน รสช็อกโกแลต ที่ทานง่าย พร้อมสารอาหารจากธัญพืชรวม 3 ชนิดจากข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ทั้งอิ่มง่ายและอุดมด้วยสารอาหาร

9 เรื่องของโฟร์โมสต์แบรนด์ที่เชื่อมั่นในน้ำใจคนไทย พร้อมส่งผ่านความตั้งจากเกษตรกรโคนมและรักษ์ทุกสิ่งรอบตัวตามแนวทางบริษัทในเนเธอร์แลนด์
9 เรื่องที่ทำให้ 'โฟร์โมสต์' เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมาทุกยุค

8. ก่อตั้ง SEANUTS วิจัยภาวะโภชนาการในเด็กอย่างจริงจังนานนับสิบปี

จากการศึกษาข้อมูลทางโภชนาการของประเทศ พบว่าไทยมีปัญหาด้านโภชนาการเด็ก 2 ด้าน คือ หนึ่ง การขาดสารอาหารที่จำเป็น (ภาวะทุพโภชนาการ) และ สอง การได้สารอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพมากเกินไป (โรคอ้วน) เป็นสองเรื่องที่ตรงข้ามกัน แต่มีพื้นฐานมาจากปัญหาการไม่สามารถเข้าถึงสารอาหารที่ดี มีคุณภาพได้เหมือนกัน

เพราะเชื่อว่าหากจะแก้ปัญหาได้ตรงจุด ควรรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงก่อน ฟรีสแลนด์คัมพิน่าจึงก่อตั้งสถาบันวิจัย SEANUTS (South East Asian Nutrition Surveys) ซึ่งทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญด้านโภชนาการอย่างจริงจัง เพื่อมุ่งเก็บข้อมูลเรื่องภาวะโภชนาการเด็กในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำมาอย่างยาวนานและวิจัยอย่างเข้มข้น โดยวิจัยหนึ่งครั้งยาวนาน 8 – 10 ปี ให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แม่นยำ และสามารถนำมาพัฒนาต่อยอดได้

ใช้โอกาสที่อยู่ในอุตสาหกรรมนม สนับสนุนโภชนาการในไทยให้ดีขึ้น แก้ปัญหาการบริโภคนมของคนไทยที่ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีรสชาติที่หลากหลาย ขณะที่ยังคงสารอาหารที่จำเป็นไว้ ส่งเสริมให้เยาวชนไทยรุ่นใหม่เติบโต แข็งแรง

9 เรื่องที่ทำให้ 'โฟร์โมสต์' เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมาทุกยุค

9. ส่งต่อรอยยิ้มด้วยการแบ่งปันน้ำใจ มอบนมเสริมความแข็งแรงและพัฒนาการให้แก่เด็กไทย

ตลอด 65 ปีของโฟร์โมสต์ในประเทศไทยที่อยู่มายาวนาน มีสิ่งที่แบรนด์เชื่อมั่นและยึดถือมาโดยตลอดคือความมีน้ำใจ ซึ่งเป็นคุณค่าที่สังคมไทยก็ให้ความสำคัญ ด้วยเป็นคุณค่าที่สามารถส่งต่อประโยชน์และสร้างสรรค์สิ่งที่ดีได้

ในปีนี้ผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 เป็นภาวะจำเป็นเร่งด่วนสำหรับแม่และเด็ก หลายครอบครัวที่มีเด็กเล็กประสบปัญหาด้านรายได้ กระทบการดำเนินชีวิตและโภชนาการของเด็กที่อาจส่งผลพัฒนาการในระยะยาว โครงการโฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทยสู้ภัยโควิด-19 จึงชวนคนมาแบ่งปันน้ำใจ ซื้อนมบริโภคในช่วงเวลาจัดกิจกรรมของโครงการฯ ในแต่ละปี เพื่อแสดงเจตจำนงในการร่วมบริจาคนมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ บรรเทาปัญหาการขาดแคลนสารอาหารและโภชนาการที่เหมาะสมในสภาวะวิกฤต

นมของโฟร์โมสต์เป็นทั้งอาหารอิ่มท้อง เป็นเครื่องดื่มที่ส่งต่อโภชนาการที่ดี ทำให้ร่างกายแข็งแรง ขณะเดียวกันก็สร้างความรู้สึกที่ดีของการได้ร่วมส่งต่อ ให้โลกหมุนไปข้างหน้าด้วยน้ำนมโคคุณภาพและความคิดคำนึงถึงสังคมและชุมชน

9 เรื่องที่ทำให้ 'โฟร์โมสต์' เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมาทุกยุค

ภาพ : ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load