30 Oct 2018
2 PAGES
5 K

ความกลัดกลุ้มใจเล็กๆ น้อยๆ ของดิฉันในตอนนี้คือการหาชุดไทยมาใส่ทุกวันศุกร์

ที่ทำงานขอความร่วมมือในการใส่ผ้าไทย ซึ่งดิฉันก็อยากให้ความร่วมมือบ้าง แต่ดิฉันยังไม่เจอชุดไทยในฝัน คือ ชุดไทยที่ใส่ง่าย ลายทันสมัย และดู​ ‘เก๋ ๆ’  

เมื่อเดือนที่แล้วดิฉันมีเวลาที่โตเกียว 3 ชั่วโมงเพื่อรอขึ้นเครื่องบินกลับไทย

ย่านโปรดที่ดิฉันเลือกไปคือโอโมเตะซันโดะ และเผอิญเจอร้านหนึ่งที่หยุดลมหายใจดิฉัน

ร้าน KIMONO by NADESHIKO

กิโมโน, ญี่ปุ่น

ร้านกิโมโนทั่วไปจะดูสว่างๆ ดูยิ่งใหญ่อลังการ มีเสื่อตาตามิ แต่ร้านนี้ดู ‘ป๊อป’ มาก

กิโมโน, ญี่ปุ่น

ลิ้นชักใส่ผ้าโอบิ (ผ้าพันเอว) และเชือก (แอคเซสซอรี่กิโมโน)
ภาพ:   designmusica.com

กิโมโน, ญี่ปุ่น

หน้าร้านยังมีขายเครื่องประดับเล็กๆ น้อยๆ เช่น ปิ่นปักผม ตุ้มหู กระเป๋าย่าม เพื่อให้เข้ากับชุด
ภาพ: www.facebook.com/kimonobynadeshiko

กิโมโนส่วนใหญ่จะเรียบหรูหรือเป็นลายญี่ปุ๊นญี่ปุ่นนกกระเรียน แต่ KIMONO by NADESHIKO นี้นำเสนอกิโมโนลายเรียบๆ เป็นลายสกอตบ้าง ลายกราฟิกบ้าง เป็นลายที่ดูสบายๆ ใส่ไปเดินเล่นก็ได้ และสีสันที่ใช้ก็ดูใหม่ทันสมัย

กิโมโน, ญี่ปุ่น

ใส่ไปเดินเล่นท่าเรือก็ยังดูเก๋
ภาพ: www.facebook.com/kimonobynadeshiko

กิโมโน, ญี่ปุ่น

ภาพ: www.kimonobynadeshiko.com

คนต่างชาติที่ไม่ค่อยได้ใส่ชุดยูกาตะและไม่เคยมีชุดกิโมโนเลยอย่างดิฉันกรี๊ดกร๊าดมากกับความน่ารัก สดใส ของกิโมโนร้านนี้

กิโมโน, ญี่ปุ่น

นี่หรือคือกิโมโน
ภาพ: www.facebook.com/kimonobynadeshiko

ที่สำคัญที่สุดคือ ราคาเป็นมิตรมาก

กิโมโนทั่วไปนั้นราคาประมาณตัวละ 30,000 บาทเป็นอย่างต่ำ โดยเฉลี่ยสูงสุดราคาเหยียบแสน แถมนี่คือราคาแค่ชุดกิโมโน ยังไม่รวมผ้าอื่นๆ ที่ต้องใส่ร่วมกันอีก แต่กิโมโนร้านนี้ราคารวมกิโมโน โอบิ (ผ้าพันเอว) ทุกอย่างแล้วตกเพียง 1 – 3 หมื่นบาทเท่านั้น

กิโมโน, ญี่ปุ่น

กิโมโนที่เคยเป็นของแพง แทบจะหาโอกาสใส่ไม่ได้ (โอกาสที่ใส่คือตอนไปร่วมพิธีชงชากับดูละครคาบูกิ) และไม่ทำให้วัยรุ่นสนใจนั้น กลายเป็น ‘แฟชั่น’ เก๋ๆ อย่างหนึ่งที่ทำให้เด็กผู้หญิงทั่วไปอาจเอื้อมได้

ประโยคแรกบนเว็บคือ…

 

วิธีการเดินของฉันต่างไป

มีสถานที่ที่ฉันจะก้าวเดินไปอีกมาก

ฉันเริ่มจะชินกับการมีคนมองฉันนิดหนึ่งแล้วล่ะ

 

หากฉันใส่กิโมโนมากขึ้น

ฉันได้ขยับไปทำสิ่งต่างๆ มากขึ้นทุกวัน

แต่มันไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่เปลี่ยนโลกนะ

 

มันเป็นความแปลกใหม่เล็กๆ

ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

ในขอบเขตรัศมี 500 เมตรรอบตัวฉัน

 

แต่ข้างในตัวฉันนั้น

เหมือนค่อยๆ เติบโตขึ้น

ฉัน…เริ่มใส่กิโมโนแล้วล่ะ

 

เรื่องตื่นเต้นนิดๆ ที่เกิดในชีวิตฉัน

เปลี่ยนทรงผม…จากยาว เป็นสั้น

ลองใส่รองเท้าส้นสูง

ลองฉีดน้ำหอมกลิ่นที่ชอบ

เวลาที่ฉันได้เป็นตัวของฉันในแบบใหม่ ฉันรู้สึกสนุก ขณะเดียวกันก็ตื่นเต้น

ลองให้ ‘กิโมโน’ ทำให้คุณตื่นเต้นเล็กๆ กันนะ

กิโมโน, ญี่ปุ่น

ภาพ: www.kimonobynadeshiko.com

กิโมโนแบรนด์นี้ทำให้ดิฉันตื่นเต้นได้จริงๆ

คอนเซปต์ของแบรนด์ คือ “My First Kimono” สำหรับสาวๆ วัย 20 ปี ราคาจึงไม่แพง และสามารถซักกิโมโนในเครื่องซักผ้าเองได้ (กิโมโนของจริงเป็นผ้าไหม ต้องส่งซักโดยเฉพาะ ค่าใช้จ่ายสูง ดูแลยากมาก)

กิโมโน, ญี่ปุ่น

ภาพ: www.kimonobynadeshiko.com

จริงๆ แล้ว เจ้าของแบรนด์คือร้านกิโมโนยามาโตะ ร้านกิโมโนที่ขายดีเป็นอันดับหนึ่งในญี่ปุ่น และมีสาขากว่า 120 สาขาทั่วประเทศ และเป็นแบรนด์ที่มีอายุกว่า 100 ปี

หน้าตาร้านยามาโตะ ซึ่งแตกต่างกับ KIMONO by NADESHIKO โดยสิ้นเชิง

กิโมโน, ญี่ปุ่น

ภาพ: www.marier-toyama.co.jp

ไม่น่าเชื่อว่าบริษัทเก่าแก่จะมีแบรนด์ที่โดนใจวัยรุ่นได้เพียงนี้

บทเรียนที่ดิฉันได้จากการไป ‘เผลอ’ เยือน KIMONO by NADESHIKO คือ

 

1. กล้าปรับสินค้า

ร้านที่ขายสินค้าไทยหลายๆ ร้านพยายามนำเสนอความเป็นไทย เช่น ผ้าถุงไทย เข็มขัดเงิน ซึ่งนั่นอาจจะไม่ได้ทำให้วัยรุ่นกรี๊ดกร๊าดสักเท่าไร

แต่ KIMONO by NADESHIKO เข้าใจดีว่าวัยรุ่นไม่ชอบใส่กิโมโนเพราะอะไร

หนึ่ง แพง

สอง ดูแลยาก

สาม ไม่รู้จะใส่ไปไหน

สี่ เชย

ทางแบรนด์พยายามแก้ปัญหาทุกจุดด้วยการเปลี่ยนวัสดุให้ราคาถูกลง สีสันสดใสขึ้น ลวดลายวัยรุ่นขึ้น เพื่อให้กิโมโนกลายเป็นของที่เข้าถึงได้ง่าย และเพื่อให้คนรุ่นใหม่ต้องการใส่กิโมโนมากขึ้น

พร้อมกันนั้นยังนำเสนอวิธีการใส่กิโมโนแบบใหม่ เช่น สาวที่ใส่แว่นก็ใส่กิโมโนได้ หรือหมวกที่ใส่จะเป็นหมวกตะวันตกหรือหมวกสานที่มีที่บ้านก็ใส่ด้วยกันได้ ดูเก๋ไปอีกแบบดี

 

2. กล้าประกาศความดี

เวลาหน่วยงานต่าง ๆ นำเสนอสินค้าไทย เช่น ขนมไทยโบราณ กระเป๋าหวาย ผ้าไหมไทย เราจะใช้คำว่า ‘รณรงค์’ เช่น รณรงค์ใส่ชุดไทย นั่นหมายถึงเรากำลังพยายามหาทางชักชวนให้คนกลับมาใช้ของสมัยก่อนอยู่ แต่พอกระแสหมดก็ไม่มีใครอยากใช้อีก (เพราะเราโดนรณรงค์หรือกึ่งบังคับ)

แต่ KIMONO by NADESHIKO นั้นไม่ได้พยายามรณรงค์ให้คนใช้สินค้าญี่ปุ่น แต่กลับชูความเป็นญี่ปุ่นอย่างเต็มที่ เช่น ประโยคหน้าเว็บไซต์ ก็เขียนว่า “วิธีการเดินของฉันจะต่างไป เริ่มมีคนมองฉัน” หรือเมื่ออธิบายตัวสินค้า ทางแบรนด์นำเสนอว่า ลองใส่ผ้าลายใหม่ที่ไม่สามารถใส่ได้ในชุดกระโปรงตะวันตกทั่วไปได้” ทุกประโยคล้วนนำสิ่งที่เราไม่สามารถสัมผัสประสบการณ์ได้จากชุดธรรมดาๆ ทั่วไป

เพราะกิโมโนเป็นผ้าหน้าแคบ เวลาเดินต้องเดินก้าวสั้นๆ แต่นั่นก็กลายมาเป็นวิธีการเดินที่เป็นเอกลักษณ์แบบกิโมโน และดูน่ารักดี

เพราะใส่กิโมโน คนอื่นๆ ที่เดินผ่านอาจหยุดมองเรา

เพราะใส่กิโมโน จึงสามารถลองใส่ผ้าสีแดงแปร๊ดหรือฟ้าสลับขาวได้ เป็นลายที่เข้ากับกิโมโนโดยเฉพาะจริงๆ

กล้าประกาศความดี กล้าประกาศจุดเด่นที่เฉพาะสินค้าโบราณเท่านั้นจึงจะมีได้

 

3. ทำไมต้องซื้อ

ป้ายหน้าร้านหรือเว็บในไทยมักจะบอกเพียงชื่อสินค้านั้นๆ เช่น จานสังคโลก เสื้อย้อมคราม บางแบรนด์ที่ทำการตลาดเก่งหน่อยก็จะเล่า Story ของสินค้านั้นๆ เล่ากระบวนการทำ เล่าวิธีออกแบบลวดลาย

แต่ Storytelling เหล่านั้นจะไม่ทำให้ลูกค้าเชื่อหากขาดสิ่งสำคัญไป นั่นคือเราได้บอกลูกค้าหรือยังว่า ทำไมต้องซื้อ

Kimono by NADESHIKO เลือกที่จะนำเสนอ “การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตที่ทำให้คนตื่นเต้น” โดยนำประสบการณ์การใส่กิโมโนนั้นไปอยู่ร่วมกับการได้ลองใส่รองเท้าส้นสูงหรือการฉีดน้ำหอมของสาวๆ

จริงด้วยสินะ เสาร์-อาทิตย์นี้ลองเปลี่ยนตัวเองนิดๆ ด้วยการหันมาลองใส่กิโมโนดีกว่า

นั่นคือสิ่งที่ลูกค้าจะบอกกับตัวเอง หลังได้รับ Brand Message นี้

ประโยคนี้จะทำให้ลูกค้ารู้สึก จริงด้วยสินะ และเห็นข้อดีของการซื้อสินค้ามากขึ้น

 

วันนี้ (วันที่เขียนต้นฉบับ) ตรงกับวันศุกร์พอดี ดิฉันก็ยังกลุ้มใจกับการหาชุดไทยที่เข้ากับตัวเองใส่ไปทำงานเช้านี้

แต่คืนนี้ดิฉันจะบินไปญี่ปุ่น

พบกันนะ Kimono by NADESHIKO

CONTRIBUTOR

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย