ความกลัดกลุ้มใจเล็กๆ น้อยๆ ของดิฉันในตอนนี้คือการหาชุดไทยมาใส่ทุกวันศุกร์

ที่ทำงานขอความร่วมมือในการใส่ผ้าไทย ซึ่งดิฉันก็อยากให้ความร่วมมือบ้าง แต่ดิฉันยังไม่เจอชุดไทยในฝัน คือ ชุดไทยที่ใส่ง่าย ลายทันสมัย และดู​ ‘เก๋ ๆ’  

เมื่อเดือนที่แล้วดิฉันมีเวลาที่โตเกียว 3 ชั่วโมงเพื่อรอขึ้นเครื่องบินกลับไทย

ย่านโปรดที่ดิฉันเลือกไปคือโอโมเตะซันโดะ และเผอิญเจอร้านหนึ่งที่หยุดลมหายใจดิฉัน

ร้าน KIMONO by NADESHIKO

กิโมโน, ญี่ปุ่น

ร้านกิโมโนทั่วไปจะดูสว่างๆ ดูยิ่งใหญ่อลังการ มีเสื่อตาตามิ แต่ร้านนี้ดู ‘ป๊อป’ มาก

กิโมโน, ญี่ปุ่น

ลิ้นชักใส่ผ้าโอบิ (ผ้าพันเอว) และเชือก (แอคเซสซอรี่กิโมโน)
ภาพ:   designmusica.com

กิโมโน, ญี่ปุ่น

หน้าร้านยังมีขายเครื่องประดับเล็กๆ น้อยๆ เช่น ปิ่นปักผม ตุ้มหู กระเป๋าย่าม เพื่อให้เข้ากับชุด
ภาพ: www.facebook.com/kimonobynadeshiko

กิโมโนส่วนใหญ่จะเรียบหรูหรือเป็นลายญี่ปุ๊นญี่ปุ่นนกกระเรียน แต่ KIMONO by NADESHIKO นี้นำเสนอกิโมโนลายเรียบๆ เป็นลายสกอตบ้าง ลายกราฟิกบ้าง เป็นลายที่ดูสบายๆ ใส่ไปเดินเล่นก็ได้ และสีสันที่ใช้ก็ดูใหม่ทันสมัย

กิโมโน, ญี่ปุ่น

ใส่ไปเดินเล่นท่าเรือก็ยังดูเก๋
ภาพ: www.facebook.com/kimonobynadeshiko

กิโมโน, ญี่ปุ่น

ภาพ: www.kimonobynadeshiko.com

คนต่างชาติที่ไม่ค่อยได้ใส่ชุดยูกาตะและไม่เคยมีชุดกิโมโนเลยอย่างดิฉันกรี๊ดกร๊าดมากกับความน่ารัก สดใส ของกิโมโนร้านนี้

กิโมโน, ญี่ปุ่น

นี่หรือคือกิโมโน
ภาพ: www.facebook.com/kimonobynadeshiko

ที่สำคัญที่สุดคือ ราคาเป็นมิตรมาก

กิโมโนทั่วไปนั้นราคาประมาณตัวละ 30,000 บาทเป็นอย่างต่ำ โดยเฉลี่ยสูงสุดราคาเหยียบแสน แถมนี่คือราคาแค่ชุดกิโมโน ยังไม่รวมผ้าอื่นๆ ที่ต้องใส่ร่วมกันอีก แต่กิโมโนร้านนี้ราคารวมกิโมโน โอบิ (ผ้าพันเอว) ทุกอย่างแล้วตกเพียง 1 – 3 หมื่นบาทเท่านั้น

กิโมโน, ญี่ปุ่น

กิโมโนที่เคยเป็นของแพง แทบจะหาโอกาสใส่ไม่ได้ (โอกาสที่ใส่คือตอนไปร่วมพิธีชงชากับดูละครคาบูกิ) และไม่ทำให้วัยรุ่นสนใจนั้น กลายเป็น ‘แฟชั่น’ เก๋ๆ อย่างหนึ่งที่ทำให้เด็กผู้หญิงทั่วไปอาจเอื้อมได้

ประโยคแรกบนเว็บคือ…

 

วิธีการเดินของฉันต่างไป

มีสถานที่ที่ฉันจะก้าวเดินไปอีกมาก

ฉันเริ่มจะชินกับการมีคนมองฉันนิดหนึ่งแล้วล่ะ

 

หากฉันใส่กิโมโนมากขึ้น

ฉันได้ขยับไปทำสิ่งต่างๆ มากขึ้นทุกวัน

แต่มันไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่เปลี่ยนโลกนะ

 

มันเป็นความแปลกใหม่เล็กๆ

ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

ในขอบเขตรัศมี 500 เมตรรอบตัวฉัน

 

แต่ข้างในตัวฉันนั้น

เหมือนค่อยๆ เติบโตขึ้น

ฉัน…เริ่มใส่กิโมโนแล้วล่ะ

 

เรื่องตื่นเต้นนิดๆ ที่เกิดในชีวิตฉัน

เปลี่ยนทรงผม…จากยาว เป็นสั้น

ลองใส่รองเท้าส้นสูง

ลองฉีดน้ำหอมกลิ่นที่ชอบ

เวลาที่ฉันได้เป็นตัวของฉันในแบบใหม่ ฉันรู้สึกสนุก ขณะเดียวกันก็ตื่นเต้น

ลองให้ ‘กิโมโน’ ทำให้คุณตื่นเต้นเล็กๆ กันนะ

กิโมโน, ญี่ปุ่น

ภาพ: www.kimonobynadeshiko.com

กิโมโนแบรนด์นี้ทำให้ดิฉันตื่นเต้นได้จริงๆ

คอนเซปต์ของแบรนด์ คือ “My First Kimono” สำหรับสาวๆ วัย 20 ปี ราคาจึงไม่แพง และสามารถซักกิโมโนในเครื่องซักผ้าเองได้ (กิโมโนของจริงเป็นผ้าไหม ต้องส่งซักโดยเฉพาะ ค่าใช้จ่ายสูง ดูแลยากมาก)

กิโมโน, ญี่ปุ่น

ภาพ: www.kimonobynadeshiko.com

จริงๆ แล้ว เจ้าของแบรนด์คือร้านกิโมโนยามาโตะ ร้านกิโมโนที่ขายดีเป็นอันดับหนึ่งในญี่ปุ่น และมีสาขากว่า 120 สาขาทั่วประเทศ และเป็นแบรนด์ที่มีอายุกว่า 100 ปี

หน้าตาร้านยามาโตะ ซึ่งแตกต่างกับ KIMONO by NADESHIKO โดยสิ้นเชิง

กิโมโน, ญี่ปุ่น

ภาพ: www.marier-toyama.co.jp

ไม่น่าเชื่อว่าบริษัทเก่าแก่จะมีแบรนด์ที่โดนใจวัยรุ่นได้เพียงนี้

บทเรียนที่ดิฉันได้จากการไป ‘เผลอ’ เยือน KIMONO by NADESHIKO คือ

 

1. กล้าปรับสินค้า

ร้านที่ขายสินค้าไทยหลายๆ ร้านพยายามนำเสนอความเป็นไทย เช่น ผ้าถุงไทย เข็มขัดเงิน ซึ่งนั่นอาจจะไม่ได้ทำให้วัยรุ่นกรี๊ดกร๊าดสักเท่าไร

แต่ KIMONO by NADESHIKO เข้าใจดีว่าวัยรุ่นไม่ชอบใส่กิโมโนเพราะอะไร

หนึ่ง แพง

สอง ดูแลยาก

สาม ไม่รู้จะใส่ไปไหน

สี่ เชย

ทางแบรนด์พยายามแก้ปัญหาทุกจุดด้วยการเปลี่ยนวัสดุให้ราคาถูกลง สีสันสดใสขึ้น ลวดลายวัยรุ่นขึ้น เพื่อให้กิโมโนกลายเป็นของที่เข้าถึงได้ง่าย และเพื่อให้คนรุ่นใหม่ต้องการใส่กิโมโนมากขึ้น

พร้อมกันนั้นยังนำเสนอวิธีการใส่กิโมโนแบบใหม่ เช่น สาวที่ใส่แว่นก็ใส่กิโมโนได้ หรือหมวกที่ใส่จะเป็นหมวกตะวันตกหรือหมวกสานที่มีที่บ้านก็ใส่ด้วยกันได้ ดูเก๋ไปอีกแบบดี

 

2. กล้าประกาศความดี

เวลาหน่วยงานต่าง ๆ นำเสนอสินค้าไทย เช่น ขนมไทยโบราณ กระเป๋าหวาย ผ้าไหมไทย เราจะใช้คำว่า ‘รณรงค์’ เช่น รณรงค์ใส่ชุดไทย นั่นหมายถึงเรากำลังพยายามหาทางชักชวนให้คนกลับมาใช้ของสมัยก่อนอยู่ แต่พอกระแสหมดก็ไม่มีใครอยากใช้อีก (เพราะเราโดนรณรงค์หรือกึ่งบังคับ)

แต่ KIMONO by NADESHIKO นั้นไม่ได้พยายามรณรงค์ให้คนใช้สินค้าญี่ปุ่น แต่กลับชูความเป็นญี่ปุ่นอย่างเต็มที่ เช่น ประโยคหน้าเว็บไซต์ ก็เขียนว่า “วิธีการเดินของฉันจะต่างไป เริ่มมีคนมองฉัน” หรือเมื่ออธิบายตัวสินค้า ทางแบรนด์นำเสนอว่า ลองใส่ผ้าลายใหม่ที่ไม่สามารถใส่ได้ในชุดกระโปรงตะวันตกทั่วไปได้” ทุกประโยคล้วนนำสิ่งที่เราไม่สามารถสัมผัสประสบการณ์ได้จากชุดธรรมดาๆ ทั่วไป

เพราะกิโมโนเป็นผ้าหน้าแคบ เวลาเดินต้องเดินก้าวสั้นๆ แต่นั่นก็กลายมาเป็นวิธีการเดินที่เป็นเอกลักษณ์แบบกิโมโน และดูน่ารักดี

เพราะใส่กิโมโน คนอื่นๆ ที่เดินผ่านอาจหยุดมองเรา

เพราะใส่กิโมโน จึงสามารถลองใส่ผ้าสีแดงแปร๊ดหรือฟ้าสลับขาวได้ เป็นลายที่เข้ากับกิโมโนโดยเฉพาะจริงๆ

กล้าประกาศความดี กล้าประกาศจุดเด่นที่เฉพาะสินค้าโบราณเท่านั้นจึงจะมีได้

 

3. ทำไมต้องซื้อ

ป้ายหน้าร้านหรือเว็บในไทยมักจะบอกเพียงชื่อสินค้านั้นๆ เช่น จานสังคโลก เสื้อย้อมคราม บางแบรนด์ที่ทำการตลาดเก่งหน่อยก็จะเล่า Story ของสินค้านั้นๆ เล่ากระบวนการทำ เล่าวิธีออกแบบลวดลาย

แต่ Storytelling เหล่านั้นจะไม่ทำให้ลูกค้าเชื่อหากขาดสิ่งสำคัญไป นั่นคือเราได้บอกลูกค้าหรือยังว่า ทำไมต้องซื้อ

Kimono by NADESHIKO เลือกที่จะนำเสนอ “การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตที่ทำให้คนตื่นเต้น” โดยนำประสบการณ์การใส่กิโมโนนั้นไปอยู่ร่วมกับการได้ลองใส่รองเท้าส้นสูงหรือการฉีดน้ำหอมของสาวๆ

จริงด้วยสินะ เสาร์-อาทิตย์นี้ลองเปลี่ยนตัวเองนิดๆ ด้วยการหันมาลองใส่กิโมโนดีกว่า

นั่นคือสิ่งที่ลูกค้าจะบอกกับตัวเอง หลังได้รับ Brand Message นี้

ประโยคนี้จะทำให้ลูกค้ารู้สึก จริงด้วยสินะ และเห็นข้อดีของการซื้อสินค้ามากขึ้น

 

วันนี้ (วันที่เขียนต้นฉบับ) ตรงกับวันศุกร์พอดี ดิฉันก็ยังกลุ้มใจกับการหาชุดไทยที่เข้ากับตัวเองใส่ไปทำงานเช้านี้

แต่คืนนี้ดิฉันจะบินไปญี่ปุ่น

พบกันนะ Kimono by NADESHIKO

Writer

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Makoto Marketing

หลักสูตรการตลาดแบบจริงใจสไตล์ญี่ปุ่น

ระหว่างที่ดิฉันนั่งอ่านใบสมัคร The Cloud School หลักสูตรริเน็นรุ่นที่ 5 อยู่ พบว่าผู้สมัครหลายท่านทำงานด้านการออกแบบและสถาปัตยกรรม มานั่งนึกดูดี ๆ ดิฉันเขียนบทความใน The Cloud มา 4 ปีแล้ว แทบไม่เคยเขียนถึงบริษัทออกแบบเท่าไหร่เลย 

นั่งนึก ๆ ดู ก็นึกถึงบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งดิฉันเรียกในใจว่า บริษัทรับออกแบบ ‘ความสุข’ เป็นบริษัทที่ทำให้ลูกค้าที่บรีฟงาน ผู้บริโภค ตลอดจนพนักงาน ยิ้มกันแก้มปริทีเดียว 

Orange & Partners 

ทำไมถึงตั้งชื่อบริษัทว่า Orange 

Orange & Partners บริษัทรับออกแบบความสุขแบบเซอร์ไพรส์ของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง
ภาพ : www.orange-p.co.jp

ช่วงระหว่างกลางคืนกับกลางวัน มีดวงอาทิตย์ค่อย ๆ ส่องแสง

ช่วงระหว่างกลางวันกับกลางคืน ก็มีดวงอาทิตย์กำลังตกดิน 

ในช่วงจังหวะระหว่างกาลเวลาที่ไม่แน่ชัดนัก แต่ท้องฟ้ากลับค่อย ๆ เปลี่ยนสี ภาพตรงหน้า ปรากฏเป็นท้องฟ้าถูกย้อมเป็นสีส้ม 

สำหรับพวกเราแล้ว สีส้ม จึงเป็นสีของ ‘ความไม่แน่ชัด’ และ ‘ความประทับใจ’ 

ส่วนคำว่า Partners มาจากหลักคิดว่า บริษัทต้องการเติบโตไปพร้อมกับลูกค้า 

นี่คือที่มาของบริษัทรับออกแบบความสุขที่ชื่อ ‘Orange & Partners’ 

บริษัท Orange & Partners ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 โดยคุณ Kundo Koyama นักเขียนบทและนักวางแผนชื่อดัง (เป็นหนึ่งในคนที่มีส่วนสร้างหมีคุมะมง และเป็นผู้เขียนบทหนังเรื่อง The Departures

Orange & Partners บริษัทรับออกแบบความสุขแบบเซอร์ไพรส์ของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง
ภาพ : www.orange-p.co.jp

คุณ Koyama บอกว่า บริษัทเขาสรุปไว้ได้ด้วย 2 คำ คือ Surprise และ Happiness 

ในเว็บไซต์ของบริษัทเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า พวกเขาปรารถนาจะเป็นพื้นที่แห่งความรัก ที่สร้างประโยชน์ให้กับโลก 

ลักษณะงานของที่นี่คือ งานออกแบบวางแผนการสื่อสาร ให้คำปรึกษาด้านแบรนด์ และให้คำปรึกษา เช่น มีบริษัทแห่งหนึ่งต้องการทดลองสร้างโรงแรมเพื่อรองรับตลาด Long Stay ทาง Orange & Partners ก็ช่วยออกแบบแนวคิดของโรงแรมนี้ให้อยู่กึ่งกลางระหว่างการพักสั้น ๆ กับการอยู่ระยะยาว 

Orange & Partners บริษัทรับออกแบบความสุขแบบเซอร์ไพรส์ของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง
Orange & Partners บริษัทรับออกแบบความสุขแบบเซอร์ไพรส์ของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง
Orange & Partners บริษัทรับออกแบบความสุขแบบเซอร์ไพรส์ของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง
ภาพ : www.orange-p.co.jp

แขกพักที่นี่นานเท่าใดก็ได้ อาจจะมา Workcation ที่นี่ วันธรรมดา ทำงาน วันหยุด ก็ออกไปเดินเที่ยวในเมืองบ้าง คุยกับคนในเมืองบ้าง ทุกห้องมีห้องครัวและมีเครื่องซักผ้าอยู่ตรงพื้นที่ส่วนกลาง ได้ทำงานที่สงบ ๆ และได้เรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ในท้องถิ่นด้วย 

อีกโครงการหนึ่ง คือ การออกแบบเครื่องประดับให้แบรนด์เก่าแก่ของเยอรมัน ชื่อ GROSSE ทาง Orange & Partners วางแนวคิดเครื่องประดับนี้เป็น ‘การทบทวน 1 ปีที่ผ่านมา และตัดสินใจเส้นทางในอนาคต’ 

Orange & Partners บริษัทของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง ที่จะทำงานให้ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงาน สุขจนยิ้มแก้มปริ
Orange & Partners บริษัทของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง ที่จะทำงานให้ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงาน สุขจนยิ้มแก้มปริ
ภาพ : www.orange-p.co.jp
Orange & Partners บริษัทของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง ที่จะทำงานให้ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงาน สุขจนยิ้มแก้มปริ
ภาพ : www.grosse-onlineshop.com


สร้อยนี้มีชื่อว่า ‘Dear Future” แฝงความหมายถึงตัวฉันในอนาคต ในล็อกเก็ต มีคำ 5 คำให้เลือก ได้แก่ Faith (ฉันจะสร้างศรัทธา) Calm (ฉันจะใช้ชีวิตอย่างสงบ) True (เป็นตัวของตัวเอง รักตัวเอง) Luck (พบโชคดี) Leap (เติบโตอย่างก้าวกระโดด) เป็นเครื่องประดับที่ทุกครั้งที่สวมใส่ ก็จะนึกถึงภาพตนเองในอนาคต 

นอกจากนี้ หากสั่งซื้อทางออนไลน์ จะมีช่องให้เขียนจดหมายหาตนเองในอีก 1 ปีข้างหน้า เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี ทางระบบจะจัดส่งจดหมายฉบับนี้ให้ผู้ซื้อ สมคอนเซ็ปต์ Dear Future 

ความเชื่อของบริษัท

บริษัท Orange & Partners มีความเชื่อว่า งานคิดไอเดียและวางแผนกลยุทธ์นั้น เป็นบริการให้ใครสักคน ขณะเดียวกันก็แฝงความปรารถนาดีด้วย งานที่ดี จะทำให้ผู้คนรู้สึกประทับใจหรือตื่นเต้น และกลายเป็นการส่งต่อความรู้สึกร่วม เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หรือสร้างเส้นทางใหม่ ๆ ได้

งานวางแผนที่ดี จะช่วยให้ชีวิตผู้คนดีขึ้น อย่างกรณีโรงแรมข้างต้น นักท่องเที่ยวก็ได้มาเที่ยว พัก ทำงาน เรียนรู้วัฒนธรรมเก่าแก่ คนในชุมชนก็รู้สึกภูมิใจในเมืองตนเอง มีการสื่อสารแลกเปลี่ยนกับคนต่างถิ่นบ้าง 

นอกจากนี้ บริษัทเชื่อมั่นว่า ผลงานของพวกเขาจะทำให้ผู้คนทั่วโลกรู้สึกอบอุ่นได้ 

Orange & Partners บริษัทของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง ที่จะทำงานให้ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงาน สุขจนยิ้มแก้มปริ
Orange & Partners บริษัทของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง ที่จะทำงานให้ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงาน สุขจนยิ้มแก้มปริ

ปณิธานของ Orange & Partners คือการสร้างโลกที่มีเรื่องเซอร์ไพรส์ (ดี ๆ) และมีความสุข ผ่านงานสื่อสาร และเป็นพื้นที่แห่งความรักที่สร้างประโยชน์ให้กับโลกนี้ 

บริษัทนี้จึงไม่รับงานที่เป็นงานครีเอทีฟ แต่ดังเปรี้ยงปร้างแค่ระยะเวลาสั้น ๆ พวกเขาต้องการสร้างผลงานที่ทำให้ผู้คนรู้สึกประทับใจและอยู่ในความทรงจำของผู้คน เช่น การสร้างแบรนด์หรือการออกแบบโรงแรมที่อยู่ร่วมกับท้องถิ่นได้ 

การสร้างทีมที่จะไปสร้างเซอร์ไพรส์

ถึงตรงนี้ บริษัท Orange & Partners ดูเป็นบริษัทที่คิดดี ทำดีอย่างจริงจังมาก แต่จริง ๆ แล้ว บรรยากาศในการทำงาน มีแต่ความสมัครสมานกลมเกลียวและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ 

ที่นี่มีการจัดอีเวนต์ต่าง ๆ บ่อยมาก ทั้งการไปชมดอกไม้ การไปเที่ยวด้วยกัน การอบรม ตลอดจนปาร์ตี้สังสรรค์ต่าง ๆ 

แต่สิ่งหนึ่งที่บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด และทำมาตลอดตั้งแต่ตั้งบริษัทใหม่ ๆ คือ การเซอร์ไพรส์วันเกิดเพื่อนพนักงาน

ในช่วงแรก มีพนักงานเพียง 7 คน ทุกคนก็ช่วยกันคิดไอเดียเซอร์ไพรส์เจ้าของวันเกิดเวียนกันไป ปัจจุบัน แม้พนักงานจะมีจำนวนมากขึ้นเป็นเกือบ 30 คน พนักงานทุกคนก็ยังแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบเซอร์ไพรส์อยู่ 

ยกตัวอย่างการเซอร์ไพรส์ซาโตชิน พนักงานชายแผนกบัญชี

วันหนึ่งหลังประชุมเสร็จ บอร์ดบริษัทท่านหนึ่งบอกซาโตชินว่า “ซาโตชิน มีลูกค้าขอให้ออก Invoice แบบด่วนสุด ๆ ผมกดเข้าระบบไปแล้ว ฝากคุณช่วยทำเอกสารต่อนะ” 

ซาโตชินก็ตาลีตาเหลือกไปเปิดคอม แต่พอดูรายการที่ต้องออกใน Invoice แล้ว ช่องรายละเอียดเขียนว่า 

“ความพยายามของซาโตชินในการช่วยให้ทุกคนทำงานได้ราบรื่น… Priceless”

“ความใจดีเหมือนคุณพ่อที่พร้อมให้คำปรึกษาเสมอ… Priceless”

“น้ำเสียงอันอบอุ่นนุ่มนวลของซาโตชิน… Priceless”

มีรายละเอียดยาวขนาดนี้ จากนั้น ก็มีวิดีโอฉายขึ้นมา เป็นภาพบอร์ดบริษัทท่านนั้นไปขอพรศาลเจ้าเพื่อให้ซาโตชินสอบวุฒิด้านบัญชีผ่าน และซื้อเครื่องราง (แน่นอนว่า ถ่ายโดยบอร์ดท่านนั้น) 

ส่วนเพื่อน ๆ คนอื่นก็เดินเอาแก้วที่มีลายวาดหน้าเหมือนของซาโตชินมาให้ เพราะเขาเป็นคนชอบดื่มสาเก 

Orange & Partners บริษัทของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง ที่จะทำงานให้ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงาน สุขจนยิ้มแก้มปริ
ภาพ : www.instagram.com/orange_and_partners

ส่วนการเซอร์ไพรส์ท่านประธานบริษัทนั้น ก็มีการเล่นใหญ่ไฟกะพริบเสมอ ๆ เช่น การสกรีนหน้าประธานบนรถหาเสียงและขับมาเซอร์ไพรส์ 

Orange & Partners บริษัทของ Kundo Koyama ผู้สร้างคุมะมง ที่จะทำงานให้ลูกค้า ผู้บริโภค และพนักงาน สุขจนยิ้มแก้มปริ
ภาพ : www.orange-p.co.jp

ส่วนอีกปีก็มีการฟอร์มทีม รวมพนักงานบริษัทในเครือทั้งหมด วิ่งผลัดกันจากจังหวัดโตเกียวไปยังจังหวัดนารา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่านประธาน เป็นระยะทางประมาณ 500 กิโลเมตร 

ท่านประธานซึ่งเปิดบ้านเลี้ยงฉลองทุกคนอยู่แล้วนั้น ก็ได้เห็นคลิปวิดีโอที่พนักงานทุกคนแบ่งหน้าที่กัน ผลัดกันวิ่ง แล้วนักวิ่งคนสุดท้ายก็วิ่งเข้ามาเอาของขวัญมาให้ท่านประธาน 

คุณ Kundo Koyama เชื่อว่า การเซอร์ไพรส์ใครสักคนนั้นต้องใช้พลังสูงมาก ต้องแคร์คนคนนั้นจริง ๆ ต้องแอบสังเกต คอยเข้าใจ และเดาว่าทำอย่างไรคนคนนั้นถึงจะดีใจ เขาจึงตั้งใจฝึกให้พนักงานมีทักษะเช่นนี้ ยิ่งสนุกกับการเซอร์ไพรส์ ก็ยิ่งทำงานได้ดี 

จากกิจกรรมเซอร์ไพรส์วันเกิด (ซึ่งมีแทบทุกเดือน เดือนละหลายครั้ง) นี้ ชาว Orange & Partners จึงมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สนุกกับการเล่น สนุกกับการทำงาน และแน่นอนว่า สนุกในการสร้างความสุขให้ลูกค้าและทุกคนที่เกี่ยวข้องนั่นเอง 

ความเชื่อที่ชัดเจน บวกกับการมีกิจกรรมที่ทำให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วม และสนุกกับการทำให้ผู้อื่นมีความสุข ทำให้บริษัท Orange & Partners ค่อย ๆ เติบโต และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างวงจรความสุข (แบบเซอร์ไพรส์!) ให้เกิดขึ้นได้กว่า 16 ปี

www.orange-p.co.jp/english/

Writer

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load