จากร้านค้าของครอบครัวชาวจีนที่เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2480 สู่เคี้ยงพานิช ร้านค้ามีชื่อที่ขายสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ต่อมาดำเนินธุรกิจในชื่อ เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต

เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต เกิดขึ้นในวันที่ขอนแก่นยังไม่มีร้านสะดวกซื้อ เป็นร้านค้าท้องถิ่นที่เข้าใจคนในย่านมากกว่าใคร

เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตอนที่ทายาทรุ่นที่ 3 อย่าง แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล เปิด ‘K Mart by เคี้ยง’ ที่หลังมหาวิทยาลัยขอนแก่น แถวนั้นยังมีร้านสะดวกซื้อเพียงร้านเดียว จนวันนี้ที่บริเวณเดียวกันนี้ มีร้านสะดวกซื้อหลากหลายแบรนด์มากกว่า 20 ร้าน

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

วิธีการทำธุรกิจของแบงค์นับว่าแตกต่าง แทนที่จะทำร้านคอนเซปต์เดียว ขายของแบบเดียวกัน แล้วขยายไปให้มากๆ ในย่านชุมชนตามตำรา แบงค์ทำให้ร้านทั้ง 6 สาขาไม่เหมือนกันเลย บางร้านขายของใช้ บางร้านขายของทำเบเกอรี่ 

ฟังแล้วอาจจะคิดว่าแบงค์เล่นขายของ 

หัวใจของการทำร้านเคี้ยงของแบงค์ คือการศึกษาพฤติกรรมลูกค้า เพื่อตอบสนองความต้องการสูงสุด เพื่อความสุขของลูกค้า ไม่ว่าคุณจะเดินเข้าเพื่อถามหาอะไรที่เคี้ยง แบงค์จะเป็นคนหามาให้ ผลก็คือ เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ได้กลายเป็นมากกว่าร้านค้าท้องถิ่น เป็นที่พึ่งของลูกค้า และเป็นแรงบันดาลใจให้ธุรกิจท้องถิ่นอื่นๆ ว่าอย่ายอมแพ้และอย่ากลัว

คอลัมน์ทายาทรุ่นสองตอนนี้จึงเดินทางไปพูดคุยแบงค์กันถึงขอนแก่น ถึงวิธีคิดเบื้องหลังการต่อยอดของเขา มากไปกว่านั้น เราสนใจว่าขณะที่คนรุ่นใหม่อยากเริ่มต้นทำอะไรที่เท่ๆ ทำไมแบงค์กลับเลือกจะทำร้านขายของหรือโชห่วย ที่คนอาจจะมองว่ามันไม่เท่

“ผมรู้สึกว่างานนี้เป็นงานที่เท่สำหรับผมแล้ว ผมชอบมาตั้งแต่เด็ก ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นงานที่สูงหรือต่ำ แค่ได้ทำในสิ่งที่ชอบผมก็โอเคแล้ว”

ถือตะกร้าสินค้า แล้วเดินตามเรามาฟังเรื่องราวจากแบงค์พร้อมกัน

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

ธุรกิจ : เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต

ปีก่อตั้ง : พ.ศ. 2515

อายุ :  48 ปี

ประเภท : ร้านสรรพสินค้า

ผู้ก่อตั้ง : เม้ง แซ่อึ้ง ก่อตั้งร้าน อึ้งเหลียงเซ้ง (พ.ศ. 2480 – 2490)

ทายาทรุ่นสอง : เคี้ยง-นรินทร์ อภิชนตระกูล และ กฤติกา อภิชนตระกูล

ทายาทรุ่นสาม : กฤษดากร อภิชนตระกูล และ กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

เคี้ยงพานิช

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล
การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต เริ่มต้นจาก อากงเม้ง แซ่อึ้ง ก่อตั้งร้านค้าชื่อ อึ้งเหลียงเซ้ง ในช่วง พ.ศ. 2480 – 2490 ดำเนินกิจการเรื่อยมา จนวันหนึ่งใน พ.ศ. 2514 เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้สินค้าเสียหายทั้งหมด อากงจึงเลิกกิจการ ต่อมา คุณพ่อเคี้ยง-นรินทร์ อภิชนตระกูล ซึ่งเป็นลูกชายคนที่ 5 ตัดสินใจเปิดร้านเป็นของตัวเองในชื่อ เคี้ยงพานิช บนถนนศรีจันทร์ เริ่มต้นกิจการในวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2515 แล้วเปลี่ยนชื่อจาก เคี้ยงพานิช มาเป็น เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ใน พ.ศ. 2534

ในสมัยที่ร้านสะดวกซื้อยังไม่เฟื่องฟูอย่างวันนี้ ขอนแก่นก็เหมือนทุกที่ที่เต็มไปด้วยร้านค้าท้องถิ่น เคี้ยงสร้างความแตกต่างด้วยสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ มีลูกค้าหลักคือ อาจารย์ในมหาวิทยาลัยและคนทั่วไปที่นิยมของจากต่างประเทศ

เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต เป็นร้านค้าที่เติบโตจากการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

ในช่วงที่ธุรกิจกำลังไปได้ดี เป็นช่วงเดียวกับที่มีข่าวแอลกอฮอล์ปลอมระบาดในเมือง แบงค์เล่าว่าคุณพ่อของเขาจะระมัดระวังเป็นพิเศษ หากมีใครเสนอสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าปกติ เขาจะสงสัยไว้ก่อน แล้วสั่งตรงจากบริษัท แม้จะมีราคาสูงกว่าแต่มั่นใจได้ที่สุด

“เราขายความสบายใจ ยุคที่เหล้าปลอมระบาดหนัก ถึงขั้นมีกระแสว่า ถ้าจะซื้อให้มาที่ร้านเราเพราะมั่นใจว่าไม่มีทางที่ของปลอมจะปะปนเข้ามา เวลาหัวหน้าสั่งลูกน้องให้ไปซื้อเครื่องดื่ม ก็จะกำชับเสมอว่าต้องเอาถุงร้านเคี้ยงมายืนยัน หัวหน้าถึงจะมั่นใจ” แบงค์เล่า

ความซื่อสัตย์ ซื้อใจลูกค้า จนเมื่อใดก็ตามที่ชาวขอนแก่นคิดถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เขาจะคิดถึงร้านเคี้ยงเป็นที่แรกเสมอ

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

เล่นขายของ

เวลาผ่านไป การขายแอลกอฮอล์ก็ไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อน การจะหวังพึ่งยอดขายจากสินค้าประเภทเดียวมีความเสี่ยงเกินไป แบงค์ ลูกชายคนกลางผู้ชอบค้าชอบขาย ซึ่งขณะนั้นเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาการจัดการ สาขาการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตัดสินใจเข้ามาต่อยอดให้ร้านของครอบครัวมีสินค้าที่หลากหลายขึ้น

แบงค์เริ่มจากทำร้านเคี้ยงสาขาใหม่ ขนาด 2 ห้อง ย่านหลังมหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อ 20 ปีที่แล้ว

‘K Mart by เคี้ยง’ เป็นร้านโดเรมอน มีทุกอย่างที่นักศึกษาและคนในย่านจะตามหา ไม่ว่าจะเป็น ดินสอ กิ๊บ เครื่องสำอาง กางเกงชั้นใน รองเท้าแตะ เสื้อ แชมพู สบู่ ยาสีฟัน

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล
การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

“ตอนยังเป็นนักศึกษา เคยคิดว่าทำไมไม่มีร้านค้าที่ขายทุกอย่างที่ลูกค้าอยากได้อยู่เลย บ้านเราก็ทำอยู่แล้ว เราน่าจะทำได้ ตอนนั้นคิดแค่นั้นเลย ยังไม่ทันคิดถึงวิธีการจัดการบริหารว่าต้องทำอย่างไร เราเริ่มจากนำสินค้าจากสาขาในเมืองมาวางขายที่ร้าน ซึ่งพฤติกรรมผู้บริโภคไม่เหมือนกัน ทำให้เรียนรู้ว่า สินค้าประเภทไหนขายได้ ขายไม่ได้ ของที่ขายไม่ได้ก็คืนร้านป๊าไป แล้วหาของใหม่ ทำวนไปจนสินค้าในร้านขายได้ทุกอย่าง” แบงค์เล่าบรรยากาศการทำร้านช่วงแรก

แม้พ่อและแม่จะมีประสบการณ์ทำร้านมาตั้งแต่ก่อนแบงค์เกิด ทั้งคู่กลับไม่เคยไปเยี่ยมร้านให้แบงค์เห็นเลยสักครั้ง เหมือนตั้งใจปล่อยให้ลูกชายดูแลร้าน และทดลองขายสินค้าให้เต็มกำลัง ยกเว้นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างเรื่องคน ที่แม่จะยังคงทำหน้าที่เป็นฝ่ายบุคคล คัดสรรคนมาช่วยทำงานให้ แต่เรื่องคัดสรรสินค้า เป็นงานของแบงค์ทั้งหมด

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

“สิ่งที่ทำต่างจากเด็กเล่นขายของอย่างไร” เราถาม

“แทบจะไม่ต่างจากเด็กเล่นขายของเลย เราทำด้วยความสนุก สนุกที่ได้ลองเดาใจคน เช่น คิดว่าของชิ้นนี้จะขายได้ไหม ถ้าขายได้ก็ดีใจ โดยไม่รู้เลยว่าบัญชีแต่ละเดือนนั้นกำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่ โชคดีที่มีแม่คอยช่วย ส่วนเรามีหน้าที่ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคว่าต้องการอะไร” แบงค์ตอบทันที

แบงค์เริ่มจากการหาซื้อของที่น่าสนใจจากตลาดค้าส่งในขอนแก่น โดยไม่ว่าจะเป็นของราคาเท่าไหร่ แล้วทดลองขายเป็นเวลา 1 – 2 ปี จนมั่นใจว่าขายได้แน่ๆ แบงค์จึงนำข้อมูลยอดขายไปติดต่อขอซื้อของตรงจากบริษัท ซึ่งมีข้อดีคือต้นทุนที่ถูกลง ความน่าเชื่อถือ และข้อมูลของสินค้า นอกจากนี้ยังเดินทางไปเลือกสินค้าที่กรุงเทพฯ ด้วยตัวเอง

“ขั้นตอนการเลือกซื้อของมาขาย เวลาเจอสินค้าที่น่าสนใจ ผมจะคิดถึงลูกค้าก่อน คิดอยากให้เขาได้ใช้ นอกจากนี้ผมชอบเดินงานแสดงสินค้ามากๆ นั่นทำให้ผมเจอสินค้าใหม่ๆ หรือเวลาดูรายการโทรทัศน์ที่นำเสนอเรื่องธุรกิจ ถ้าดูแล้วผมชอบไอเดียหรือคอนเซปต์ของธุรกิจไหน ก็จะติดต่อขอซื้อทันที ทำให้มีสินค้ามาขายก่อนคนอื่น เช่น ตอนดูแมลงทอดไฮโซ ผมเห็นแล้วรู้ทันทีว่าเราต้องมีขายก็โทรติดต่อไปเลย อาทิตย์ถัดมาก็วางขายที่ร้านแล้ว”

เป็นร้านโดราเอมอน

ร้านเคี้ยงแตกต่างจากร้านสะดวกซื้อทั่วไป ตรงที่ตอบสนองลูกค้าในท้องถิ่นได้รวดเร็ว เช่น ถ้าถามหาตอนเช้า ลูกค้าเตรียมรับของตอนเย็นได้เลย นั่นทำให้ร้านเคี้ยงมีชื่อเสียงเรื่องการตามหาของ สิ่งใดที่หาจากที่อื่นไม่ได้ ลูกค้าจะวิ่งมาถามที่ร้านเคี้ยงก่อน

“อย่างพวกของนำเข้า ผมชอบญี่ปุ่น ที่ร้านจึงมีสินค้าจากญี่ปุ่นเยอะ เมื่อก่อนทำได้ยากมาก สินค้าที่หามาได้มีราคาไม่สมเหตุสมผลที่จะขายในต่างจังหวัด หลายอย่างก็ไม่ประสบความสำเร็จ เช่น กลุ่มอาหารและขนมจากญี่ปุ่นและเกาหลี เมื่อก่อนขายยากมาก ในขอนแก่นไม่มีคนขายเลย ผมขายเพราะคิดว่าสุดท้ายถ้าขายไม่ได้ก็เก็บไว้กินเอง แล้วอยู่ๆ วันหนึ่งบะหมี่เผ็ดก็เป็นกระแสดังไปทั่วโลก จากที่เคยขายได้เดือนละสิบซอง เราขายได้ร้อยลัง บริษัทนำเข้ายังงง เพราะมีร้านเคี้ยงร้านเดียวที่ขายได้แบบนี้ ทั้งๆ ที่ก็มีวางขายในร้านที่ใหญ่และทันสมัยกว่า แต่เขาวางแล้วขายไม่ได้เลย ผมคิดว่าเป็นเพราะเราสร้างฐานลูกค้ามานาน เขารู้ว่าจะหาสินค้าแบบนี้ได้จากที่ไหน”

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

“เมื่อก่อนผมจะอยู่หน้าร้านเอง ตอนหลังพยายามฝึกลูกน้องทุกคนให้จดบันทึกเวลามีลูกค้ามาถามหาสินค้าอะไรก็ตามที่เรามี ไม่มี หรือเคยมี” แบงค์เล่า

“แม้ลูกค้าคนนั้นจะมาถามสินค้านั้นเพียงคนเดียว ขายได้เพียงชิ้นเดียว คุณก็จะยังวุ่นวายตามหามาให้เหรอ” เราถาม

“ใช่ เมื่อก่อนเป็นแบบนั้น เราแก้ปัญหาให้เขา เวลามีคนมาถามหาสินค้าอะไร เราจะเป็นเดือดเป็นร้อนรีบหามาเลย ซึ่งนั่นทำให้เราซื้อใจลูกค้าได้ ทำให้ลูกค้าคิดถึงเราก่อน ตอนนี้ไม่ทำแบบนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำคือ คนมาซื้อของชิ้นนั้นเพียงครั้งเดียว เราซื้อของมาหนึ่งโหล เพื่อขายเขาชิ้นเดียว เราจะจัดการกับอีกสิบเอ็ดชิ้นที่เหลืออย่างไร ตอนหลังจึงเรียนรู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้น เราคิดมากขึ้น

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล
การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

“หนึ่ง เขาถามลักษณะไหน มีโอกาสซื้อไปใช้เป็นประจำไหม สอง หาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตว่ามีกระแสไหม คนอื่นมีโอกาสจะใช้หรือถามหาสิ่งนี้เหมือนกันหรือเปล่า ถ้าตอบสองข้อนี้เราถึงนำมาขายที่ร้าน แต่ถ้าไม่ตอบทั้งสองข้อเราก็คงต้องยอมรับ ไม่มีก็คือไม่มี ซึ่งเมื่อก่อนเราจะรู้สึกอายมากว่าเราหาให้ลูกค้าไม่ได้ เราจะรู้สึกผิดกับตัวเองมาก” แบงค์ตอบ

ใช้หลักการทำร้านแบบโดราเอมอนต่อยอดธุรกิจของครอบครัว

บริการหาสิ่งที่ต้องการให้ได้ เป็นแค่กลยุทธ์หนึ่ง แต่ไม่ใช่กลยุทธ์หลัก

สิ่งที่ทำให้ร้านเคี้ยงเป็นที่รักของชาวขอนแก่น คือความสัมพันธ์ของรัานกับคนในท้องถิ่นซึ่งมีมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ทุกคนรู้และเชื่อมั่นว่าธุรกิจครอบครัวนี้ทำการค้าแบบไม่เอาเปรียบใครมาตลอด 50 ปี

“พอมาถึงรุ่นผม ผมไม่ใช่คนที่เก่งการเข้าสังคม แต่มาเติมเต็มส่วนที่ทำให้ร้านเราทันสมัยขึ้น ทั้งระบบการจัดการและสินค้าที่ทันยุค ทั้งหมดนี้ประกอบกัน และหล่อหลอมความเป็นเคี้ยง”

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

ปัจจุบันร้านเคี้ยงมีทั้งหมด 6 สาขา แต่ละสาขามีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันตามชุมชนที่อยู่ ได้แก่ สองร้านแรกในเมืองอย่าง เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต (สาขาศรีจันทร์) และ เคี้ยงลิเคอร์สโตร์ (สาขาศรีจันทร์) หรือเคี้ยงมินิมาร์ท เน้นขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

สาขาที่ 3 คือ เคี้ยงซุปเปอร์สโตร์ (สาขาหลังมอ-ยูพลาซ่า) เดิมตั้งชื่อว่าเคี้ยง แต่นักศึกษาชอบเรียกผิดแบงค์ก็เลยเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ‘K Mart by เคี้ยง’ ให้คนเรียกง่ายๆ เน้นขายของใช้ในชีวิตประจำวัน ของเก๋ไก๋ที่คนในมหาวิทยาลัยจะได้ใช้ ซึ่งบางอย่างหาไม่ได้จากร้านโมเดิร์นเทรดทั่วไป ก่อนจะเปิดสาขาที่ 4 เคี้ยงซุปเปอร์สโตร์ (สาขาบึงหนองแวงตราชู) ขนาดใหญ่กว่าร้านเดิม 5 – 6 เท่าพร้อมที่จอดรถ ตามด้วยสาขาที่ 5 คือ เคี้ยงลิเคอร์สโตร์ (สาขากังสดาล)

สำหรับสาขาล่าสุด เคี้ยงซุปเปอร์สโตร์ & เบเกอร์ช็อป (สาขาเหล่านาดี) เปิดทำการเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งแบงค์ตั้งใจทำร้านที่เป็นไลน์สินค้าใหม่ เน้นขายวัตถุดิบและอุปกรณ์เบเกอรี่คุณภาพดี

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล
การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

“เรานำเสนอเนยนำเข้า แป้งชั้นดี และช็อกโกแลตดีๆ เพื่อรองรับร้านเบเกอรี่ในเมืองที่เติบโตขึ้นและมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาลำบากมาก ต้องสั่งของจากกรุงเทพฯ ไปรอรับที่ท่ารถตั้งแต่ตีสาม ตีห้า แต่พอเรามาเปิดร้านขายในราคาเดียวกับที่กรุงเทพฯ ก็ทำให้เขาสะดวก ซื้อเมื่อไหร่ก็ได้ ของบางอย่างร้านโมเดิร์นเทรดก็มีนะ แต่จะไม่ครบเท่าเรา และของใช้สำหรับธุรกิจร้านเบเกอรี่ละเอียดอ่อนมาก บางอย่างมีคนใช้เพียงคนเดียว แต่เขาใช้ปริมาณที่เยอะ เขาจะไปบอกให้ร้านใหญ่มาขายคงไม่ได้ แต่เราทำได้ ใช้หลักการเดิมเลย เวลาลูกค้าถามหาสินค้า เราจะบันทึกข้อมูลไว้ จนได้รู้ความถี่ของการใช้สินค้าชนิดนั้น” แบงค์ใช้หลักการทำร้านแบบโดราเอมอนต่อยอดธุรกิจของครอบครัว

ไม่เพียงลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการเบเกอรี่ แต่โรงแรมทุกโรงแรมในขอนแก่นก็เป็นลูกค้าร้านเคี้ยง 

“วัตถุดิบพวกซอส ซีอิ๊ว น้ำปลา นอกจากเป็นเพราะบริการจัดหาสินค้า ลูกค้ากลุ่มโรงแรมยินดีสั่งจากเรา เพราะเราไปส่งด้วย มีเครดิตให้ด้วย โรงแรมสบาย โดยราคาเราอยู่ในระดับที่โอเค ซึ่งผมจะไม่บอกว่าเราถูกที่สุด เพราะไม่มีร้านไหนขายของถูกที่สุดอยู่แล้ว มันจะต้องมีของบางอย่างที่แพงหรือเท่ากับร้านอื่น เราก็เช่นกัน แต่เรายินดีมอบบริการ”

แบงค์เล่าว่า เขาตั้งใจค่อยๆ ทำไปที่ละสาขา แทนที่จะเลือกเปิดร้านหน้าตาเดียวกันในทุกย่าน เพราะเขาเชื่อว่าคาแรกเตอร์ของคนแต่ละย่านไม่เหมือนกัน การเลือกทำเลและสินค้าที่ตอบโจทย์คนกลุ่มนั้นๆ จึงสำคัญ 

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล
การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

“ขอนแก่นเป็นเมืองต่างจังหวัดที่การเดินทางไม่สะดวกแบบเมื่อก่อน ที่จะไปไหนก็ถึงได้ภายในห้าถึงสิบนาที วันนี้ใครอยู่ย่านไหนโซนไหน เขาก็จะซื้อของในย่านนั้น ไม่ได้อยากจะเดินทางเข้าเมืองให้เสียเวลา หรือคิดว่าร้านนั้นถูกกว่าห้าบาท ขับรถไปซื้อที่ร้านนั้นดีกว่า แต่กลายเป็นว่าตรงนี้ใกล้บ้าน ฉันก็ซื้อตรงนี้ ดังนั้นการจะเปิดแต่ละสาขาเราทำการบ้านเยอะมาก นั่นทำให้เราได้เรียนรู้ ซึ่งสินค้าบางอย่างเราสั่งมาเพื่อขายสาขานี้สาขาเดียวหรือสองสาขา ทั้งๆ ที่เรามีร้านหกสาขา”

เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต จึงเป็นร้านท้องถิ่นที่มีความเป็นมิตรและเป็นกันเองสูง เป็นร้านค้าของคนเมืองในต่างจังหวัด มีความบ้านๆ แต่ไม่บ้านๆ

ธุรกิจท้องถิ่นที่สร้างแรงบันดาลใจว่า อย่ายอมแพ้และอย่ากลัว

แม้จะเป็นทายาทรุ่นสามที่โตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจร้านค้าในชุมชนมานานถึง 80 ปี มีประสบการณ์ทำร้านมา 20 ปี แบงค์บอกว่าเขาไม่เคยบอกใครว่าเคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นร้านเจ้าใหญ่ในตลาด การคิดเสมอว่าตัวเองเป็นธุรกิจเจ้าเล็กๆ ทำให้เขาพร้อมปรับตัวตลอด 

“เราอาจจะไม่ได้เป็นร้านที่มีเครื่องเขียนครบทุกแบบหรือมีเครื่องสำอางครบ แต่เรามีทุกอย่าง มียา มีเครื่องสำอาง ข้อได้เปรียบของร้านแบบนี้ คือทุกคนเข้าได้ทุกวัน และวันละอาจจะหลายครั้ง คุณอาจจะไม่ได้เข้าร้านเครื่องสำอางทุกวัน แต่มาร้านเรา วันนี้ซื้อน้ำ วันนี้ซื้อมาม่า ข้าว ปลากระป๋อง คุณได้เห็นอย่างอื่น และได้หยิบสิ่งนั้นกลับไปด้วย”

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

แบงค์เล่าว่า ที่ร้านเคี้ยงซุปเปอร์สโตร์ (สาขาหลังมอ-ยูพลาซ่า) มีร้านขายยาและร้านเครื่องเขียนขนาดใหญ่มาเปิดติดกัน แต่คนก็เลือกมาซื้อยากับร้านเคี้ยงก่อน ถ้าไม่มีเขาถึงไปถามกับร้านขายยา หรือถ้ามาซื้อเครื่องเขียนก็จะเดินเข้ามาที่เคี้ยงก่อน ถ้าไม่มีสิ่งที่ต้องการถึงจะเดินไปร้านข้างๆ

“ผมก็สงสัยนะ ร้านผมอาจจะดูเข้าง่ายกว่า เป็นร้านสะดวกซื้อ เราก็เลยคิดว่านี่แหละโอกาสของเรา เพราะคนเขามาหาเราก่อน”

ตลอดการสนทนา แบงค์บอกเสมอว่าเขาเข้ามาทำร้านเพื่อความสนุก มากกว่าคิดถึงเงินและผลกำไร ทุกครั้งที่ได้ยินลูกค้าพูดอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งของร้านว่า “โฮ ที่นี่มีขายอันนี้ด้วยเหรอเนี่ย” เขาจะมีความสุขมากๆ 

“เวลาได้ยินใครพูดอย่างนั้นมันเติมเต็มเรามากๆ เลย รู้สึกใช่มากๆ นี่แหละสิ่งที่อยากได้ยิน มากกว่านั้นคือการที่ลูกค้ามาแล้วได้ของที่เขาต้องการ หรือได้ของที่เกินกว่าที่เขาต้องการ” แบงค์ทิ้งท้าย

การต่อยอดของทายาทรุ่นสาม เคี้ยงซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำอายุกว่า 80 ปีที่อยู่คู่ขอนแก่น, แบงค์-กมลวัฒน์ อภิชนตระกูล

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

ทายาทรุ่นสอง

เรื่องราวการต่อยอดธุรกิจครอบครัวในมือทายาทรุ่นต่อมา

ธุรกิจ : หจก. มัลลวีร์

ประเภทธุรกิจ : เสื่อและสินค้าจากเสื่อ

ปีที่ก่อตั้ง : พ.ศ. 2513

อายุ : 52 ปี

ผู้ก่อตั้ง : ปคุณ ตั้งชัยศักดิ์

ทายาทรุ่นสอง : ผศ.ดร.กฤษดา ตั้งชัยศักดิ์ และ กฤษณา อัศรัสกร

ทายาทรุ่นสาม : นนทิกานต์ อัศรัสกร และ ภูริณัฐ อัศรัสกร

เสื่อเป็นของใช้ในครัวเรือนที่เก่าแก่ที่สุดชนิดหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

‘Agora Design Mat’ เป็นแบรนด์เสื่อที่เพิ่มมูลค่าด้วยดีไซน์ เติบโตจากโรงงานเสื่อพลาสติกที่เก่าแก่ที่สุดในไทย ต่อยอดเป็นสินค้าครบวงจร และยังแตกแบรนด์เป็น ‘ลฤก’ พวงหรีดเสื่อผืนหมอนใบ  

จากเสื่อสีแป๊ดที่ทุกคนต้องเคยเห็นที่วัดและบ้านเรือน ใครจะนึกว่าแนวคิดการทำเสื่อรีไซเคิลนั้นไม่ได้เริ่มจากกระแสรักษ์โลกในยุคโซเชียล แต่เป็นไอเดียของ อากงปคุณ ตั้งชัยศักดิ์ ผู้ก่อตั้งรุ่นแรกเมื่อ 40 – 50 ปีก่อน ในสมัยที่ธุรกิจยังไม่ค่อยตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม

วิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของรุ่นหนึ่ง ทำให้ธุรกิจครอบครัวมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับพลาสติกและการผลิตเสื่อ เป็นรากฐานที่แข็งแรงให้ลูกหลานต่อยอดการออกแบบเป็นสินค้าจากเสื่อหลายชนิด รวมถึงสืบสานเจตนารมณ์ของอากงที่ตั้งใจทำธุรกิจแบบคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม 

Agora - ลฤก แบรนด์รักษ์โลกของทายาทโรงงานเสื่อ บุกเบิกโดย 1 ใน 3 ทหารเสือแห่งสหพัฒน์

ชวนปูเสื่อฟังเรื่องเล่าจากตัวแทนธุรกิจครอบครัว ทายาทรุ่นสอง ผศ.ดร.กฤษดา ตั้งชัยศักดิ์ และ ทายาทรุ่นสาม แป้ง-นนทิกานต์ อัศรัสกร รวมถึงถอดบันทึกการทำธุรกิจและบทสัมภาษณ์ของผู้ก่อตั้งรุ่นแรก จากส่วนหนึ่งของหนังสือในครอบครัว ‘กลยุทธ์ธุรกิจ 84 ปี ปคุณ ตั้งชัยศักดิ์ จากสำเพ็งสู่การค้าระดับโลก’

ตำนานของรุ่นหนึ่ง

ปคุณ ตั้งชัยศักดิ์ 

เขาคือเซลล์แมนยุคแรกของไทยผู้มีสายตาพ่อค้ากว้างไกลและเทคนิคการขายแพรวพราว เริ่มจากเป็นเด็กส่งของในปคุณ ตั้งชัยศักดิ์ เกิดในครอบครัวคนจีนที่ถนนทรงวาด ย่านการค้าในอดีต
ก่อนก่อตั้งธุรกิจของตัวเอง เขาคือผู้ได้รับการกล่าวขวัญว่า เป็นหนึ่งใน ‘สามทหารเสือแห่งสหพัฒน์’ หรือ ผู้จัดการฝ่ายขาย 3 คนแรกของ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด ผู้เป็นกำลังสำคัญในการผลักดันให้สหพัฒน์กลายเป็นผู้นำเทรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคในช่วงก่อตั้ง

Agora - ลฤก แบรนด์รักษ์โลกของทายาทโรงงานเสื่อ บุกเบิกโดย 1 ใน 3 ทหารเสือแห่งสหพัฒน์
Agora - ลฤก แบรนด์รักษ์โลกของทายาทโรงงานเสื่อ บุกเบิกโดย 1 ใน 3 ทหารเสือแห่งสหพัฒน์

เขาคือเซลล์แมนยุคแรกของไทยผู้มีสายตาพ่อค้ากว้างไกลและเทคนิคการขายแพรวพราว เริ่มจากเป็นเด็กส่งของในย่านสำเพ็ง ปลุกปั้นจนสินค้าแจ้งเกิด ประสบความสำเร็จในการขายตรงสู่หัวเมืองต่างจังหวัดทั่วประเทศ ช่วงทำงานที่สหพัฒน์ ปคุณได้เดินทางไปติดต่อการค้าและสร้างสัมพันธ์ที่ญี่ปุ่นเป็นประจำ เพื่อนำเข้าสินค้านำเทรนด์มายังประเทศไทย เมื่อเริ่มสร้างอาณาจักรการค้าของตัวเองในนามบริษัทเวิลด์เทรดดิ้ง เขาใช้ความเชี่ยวชาญจากการนำเข้าสินค้าล้ำสมัยนานาชนิดจากญี่ปุ่น โดยยึดหลักซื่อสัตย์และกตัญญูกับบริษัทเก่า ไม่ทำการค้าแข่งกับสหพัฒน์ ก่อนเล็งเห็นธุรกิจที่มีอนาคตไกล นั่นคือ พลาสติก  

Agora - ลฤก แบรนด์รักษ์โลกของทายาทโรงงานเสื่อ บุกเบิกโดย 1 ใน 3 ทหารเสือแห่งสหพัฒน์

ด้วยสัมพันธ์อันดีกับญี่ปุ่นนี้เอง ปคุณเล็งเห็นโอกาสนำเข้าเม็ดพลาสติกจากญี่ปุ่น ซึ่งราคาถูกกว่าโรงงานผู้ผลิตอื่น ๆ ในไทย ที่ตอนนั้นนำเข้าเม็ดพลาสติกจากบริษัทเยอรมัน จึงผันมาทำธุรกิจพลาสติกเต็มตัว เขาเป็นคนแรกที่นำเข้าเครื่องเป่าถุงพลาสติก นำเข้าท่อพีวีซีเจ้าแรก และนำเข้าเครื่องจักรสำหรับผลิตสินค้าจากพลาสติกอื่น ๆ แตกเครือข่ายกิจการอีก 10 บริษัท เขาไม่เพียงเป็นทั้งผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมนี้ในไทย แต่ยังคำนึงถึงการแก้ปัญหาขยะพลาสติกด้วยการรีไซเคิลตั้งแต่หลายสิบปีก่อน

หลักการทำธุรกิจของปคุณคือดูแลลูกค้าเสมือนญาติ เขาชอบช่วยแก้ไขปัญหาทั้งเทคนิคการผลิตและการตลาด ตั้งแต่ผสมสีพลาสติกให้สวยงามและปลอดภัย แนะนำสินค้าที่น่าผลิตให้ลูกค้า เช่น ถุง ปืนฉีดน้ำ ฮูลาฮูป ไปจนถึงซื้อเครื่องจักรบางชนิดมาผลิตสินค้าเอง นั่นคือ เสื่อ

วิธีขายเสื่อสุดแพรวพราว

โดยยอดนักขายยุคบุกเบิก

ผศ.ดร.กฤษดา ตั้งชัยศักดิ์ ทายาทรุ่นสอง บุตรชายของปคุณเล่าว่า 

“พ่อผมทำธุรกิจกับญี่ปุ่นบ่อย ๆ อยู่แล้ว ตอนแรกไม่ได้จะผลิตเอง เพราะเราเป็นคนขายพลาสติก ตั้งใจให้ลูกค้าผลิต แต่ลูกค้าทำไม่สำเร็จ เลยเอาเครื่องจักรมาทำเอง จนสุดท้ายเปิดเป็นโรงงาน”  

รุ่นแรกนั้นมีอุปสรรค ต้องต่อสู้ฝ่าฟันมาเยอะ เพราะคนไม่คุ้นชินกับเสื่อพลาสติก จึงเกิดปัญหาในการขาย แต่ด้วยความเชื่อมั่นในคุณภาพของเสื่อที่มีความคงทน สีสันสวยงาม ไม่แตกง่าย ทำให้ปคุณขายเสื่อแบบสู้ไม่ถอยต่อเนื่องกว่า 20 ปีจนติดตลาด 

Agora - ลฤก แบรนด์รักษ์โลกของทายาทโรงงานเสื่อ บุกเบิกโดย 1 ใน 3 ทหารเสือแห่งสหพัฒน์

หลักคิดของปคุณคือ “การค้าขายนั้น ซื้อมาขายไปไม่สามารถคงอยู่ได้ตลอดไป ต้องมีการจูงใจ ต้องมีการโฆษณา ต้องหาจุดเด่นและเป็นที่จดจำ” เขาจึงใช้หลายกลยุทธ์ในการขาย เริ่มจากใช้โปรโมชันดึงดูดให้คนอยากซื้อ

“พอขายงานกาชาดเฉย ๆ ไม่ได้กระตุ้นคนซื้อเท่าไหร่ ผมก็มีจานเป็นแก้วมาจากอิตาลี มันตกไม่แตก โยนให้ดูเลย ผมเอาจานนี้มาผูกกับเสื่อ เสื่อ 1 ผืนแถมจาน 1 ใบ คนสนใจเยอะ ซื้อกันใหญ่ จากนั้นไปตามต่างจังหวัดก็ทำอย่างนี้ พอทำสัก 2 – 3 ปี ต่างจังหวัดเริ่มวิ่งเข้ามาหาเอง ตั้งแต่นั้นมาเสื่อก็เลยขายดี”
นอกจากงานกาชาด เขายังขายตามงานวัดทั่วประเทศและใช้กลยุทธ์การตลาดกองโจร (Guerilla Marketing) กับร้านค้าโชห่วยรายเล็ก คือให้คนเดินเข้าไปถามว่ามีเสื่อพลาสติกไหม พอร้านค้าเห็นคนถามหาเยอะ เลยจุดติดเป็นกระแสให้ร้านเหล่านี้นำมาขาย และยังใช้วิธีขายตรงแบบ Door to Door คือส่งคนไปขายตามบ้านจนเกิดการบอกปากต่อปาก

Agora - ลฤก แบรนด์รักษ์โลกของทายาทโรงงานเสื่อ บุกเบิกโดย 1 ใน 3 ทหารเสือแห่งสหพัฒน์

เสื่อที่ฮิตจนใช้กันทั่วประเทศจึงมีที่มาด้วยเหตุนี้ 

ลายดั้งเดิมมีแม่สียอดนิยมอย่างเขียว น้ำเงิน เหลือง แดง หากมีลวดลายจะเป็นลายคลาสสิก อย่างลายหงส์ ดอกไม้ เป็นลายที่คนขายเครื่องจักรทำมาให้ตั้งแต่ พ.ศ. 2513

ยุคแรกผลิต 2 แบบ คือเสื่อเดี่ยวขนาดใหญ่ที่ปูพื้นวัด กับเสื่อคู่ ลูกค้าสมัยก่อนเลือกซื้อเพื่อเน้นการใช้งานเป็นหลัก ไม่เน้นดีไซน์ เลือกแค่แบบมีลายหรือไม่มีลาย แล้วซื้อคละสีสัน คละลวดลาย ทีละหลายผืน  

คุณกฤษดาบอกว่า “เราทำเป็นเจ้าแรก ไปวัดต้องเจอ มีกันแทบทุกบ้าน สมัยก่อนยังไม่มีโซฟา ผู้คนเอาเสื่อมาปูบนแคร่ ปูนอนตามบ้าน คนต่างจังหวัดใช้ ขายทั่วประเทศ ฮิตไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งเมียนมา กัมพูชา ลาว” 

ตอนนี้ผู้คนก็ยังนิยมใช้ลายดั้งเดิมอยู่ โดยเฉพาะต่างจังหวัด แม้จะลดลงไปบ้างเพราะการแข่งขันในตลาดสูงขึ้นตามกาลเวลา

ใจดีสู้เสื่อ

สร้างกำไรจากขยะ

คุณกฤษดาเล่าต่อว่า ตั้งแต่รุ่นหนึ่งก็มีขยะพลาสติกเหลือทิ้งจากโรงงานเยอะจนต้องจ้างเก็บทิ้ง บ้างเป็นเศษเหลือ บ้างเป็นสินค้าที่ไม่ผ่านการคัดคุณภาพ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นขยะมหาศาล 

“แต่ก่อนเราขายแต่เสื่อปูพื้นผืนใหญ่ มีเศษเหลือ 1 – 2 เมตรที่ปกติเราไม่ขาย พ่อผมเห็นว่าควรเอา

ขยะพวกนี้มาใช้ประโยชน์ จึงติดต่อหาคนทำขยะพลาสติกรีไซเคิล”
เสื่อในยุคถัดมาตั้งแต่นั้นของโรงงาน จึงทำจากขยะใช้แล้ว 

Agora - ลฤก แบรนด์รักษ์โลกของทายาทโรงงานเสื่อ บุกเบิกโดย 1 ใน 3 ทหารเสือแห่งสหพัฒน์

แป้ง-นนทิกานต์ อัศรัสกร ทายาทรุ่นสามขยายความว่า พลาสติกรีไซเคิลของ Agora คือพลาสติก PP ที่มีต้นทางมาจากถุงกระสอบ ถุงปูน หลอด เป็นต้น กระบวนการเริ่มจากโรงรีไซเคิลเอาขยะไปทำความสะอาด ผ่านความร้อน บดและขึ้นรูปออกมาเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล จากนั้นโรงงานทำเสื่อจึงนำเม็ดมาฉีดเป็นเส้นแล้วทอเป็นเสื่อ โดยพัฒนากระบวนการมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่รุ่นอากงจนตอนนี้รีไซเคิลได้ 100%
อย่างไรก็ตาม แป้งบอกว่าพบอุปสรรคในการรักษ์โลกตั้งแต่ต้นจนถึงปลายทาง

Agora - ลฤก แบรนด์รักษ์โลกของทายาทโรงงานเสื่อ บุกเบิกโดย 1 ใน 3 ทหารเสือแห่งสหพัฒน์

“มีความไม่แน่นอนเพราะไม่มีวัตถุดิบให้ซื้อตลอดเวลา ไทยมีอัตราการรีไซเคิลพลาสติกไม่เยอะมาก สมมติเราขายได้มาก แต่โรงรีไซเคิลอาจไม่มีวัตถุดิบให้ซื้อเยอะขนาดนั้น” 
การรีไซเคิลยังทำให้เพิ่มกระบวนการผลิตหลายขั้นตอน 

แม้ขยะรีไซเคิลจะทำความสะอาดมาแล้ว แต่คุณภาพของแต่ละรอบย่อมไม่เหมือนกัน 

“บางทีสีไม่เท่ากัน สีด่าง ขาวนม ขาวขุ่น ขาวเทา จึงต้องนำสีสำเร็จมาผสมและปรับไปตามหน้างาน ดังนั้น เพื่อให้ได้สีแดงสีเดิม อาจต้องผสมสีใหม่เพื่อให้คงเฉดเดิมมากที่สุด และยังมีเรื่องความไม่แน่นอนของตัววัสดุ หากเจอความร้อนไม่เท่ากัน คุณภาพก็เปลี่ยนได้” 

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ทายาทรุ่นสามบอกว่าส่งผลให้ต้นทุนและราคาขายสูงขึ้น ซึ่งเป็นความท้าทายในการขาย แต่ยังคงทำต่อเนื่องเรื่อยมา เพราะเป็นหัวใจสำคัญที่สร้างคุณค่าให้ธุรกิจ  

Agora - ลฤก แบรนด์รักษ์โลกของทายาทโรงงานเสื่อ บุกเบิกโดย 1 ใน 3 ทหารเสือแห่งสหพัฒน์
Agora - ลฤก แบรนด์รักษ์โลกของทายาทโรงงานเสื่อ บุกเบิกโดย 1 ใน 3 ทหารเสือแห่งสหพัฒน์

เสกสารพัดสิ่งจากเสื่อ

แป้งเล่าความรู้สึกตอนที่เริ่มเข้ามาช่วยทำกิจการว่า “รู้สึกเชย ตัวเรายังไม่อยากใช้สินค้าแบรนด์เราเลย”
ด้วยดีไซน์ที่มีมานานตั้งแต่หลายสิบปีก่อน ซึ่งอาจไม่เข้ากับยุคสมัยอีกต่อไป เธอจึงปรับลวดลายและเฉดสีของเสื่อให้โมเดิร์นขึ้น เน้นโทนสีคราม ขาว ดำ ครีม สรรสร้าง Mat Tone ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ใหม่ในนาม Agora ทั้งลายคราม Indigo หินอ่อน กระเบื้อง แถบสี Two Tone และรูปทรงเรขาคณิต

“พอลายกับสีโมเดิร์นขึ้น ก็ทำให้แตกสินค้าไปได้หลายอย่าง”  

ตำนานการขายเสื่อของ Agora ให้คนใช้ทั่วประเทศ สู่การต่อยอดเสื่อวัดเป็นสินค้าที่เพิ่มมูลค่าด้วยดีไซน์

การคิดค้นสินค้าหมวดอื่น ๆ จากเสื่อของแป้งเกิดจากการอยากต่อยอดเศษพลาสติกเหลือใช้ในโรงงาน และตั้งคำถามว่า “เราจะเอาเสื่อไปทำอะไรได้บ้าง ที่ไม่ใช่แค่ปูพื้นอย่างเดียว”

สินค้าแรกที่ต่อยอดคือ กระเป๋าชายหาด แป้งศึกษาและปรับจากหน้างานด้วยตัวเอง ทางโรงงานขึ้นแพตเทิร์นเอง ปรับแก้ขนาดและเย็บเอง ต่อมาสินค้ากระเป๋ารุ่นอื่นได้เริ่มพัฒนา ปรึกษาการผลิตกับโรงงานกระเป๋าเพิ่มเติมเพื่อเก็บรายละเอียดให้เนี้ยบขึ้น เกิดเป็นสินค้าแฟชั่นหลายรุ่นที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ทั้ง Tote Bag, Cross Bag, กระเป๋าสตางค์ และกระเป๋าแล็ปท็อป รวมถึงรองเท้าแตะที่ผลิตร่วมกับโรงงานรองเท้า ไปจนถึงของใช้ในบ้านหลายอย่าง เช่น กล่องเก็บความเย็น ตะกร้าจัดระเบียบ
ส่วนสินค้าคลาสสิกของแบรนด์ก็พัฒนาเป็นเสื่อปิกนิกพับได้ที่ทันสมัยขึ้น มีสายสะพาย โดยบางรุ่นนำเศษผ้าบาติกเหลือใช้มาเย็บเป็นขอบอีกด้วย 

ตำนานการขายเสื่อของ Agora ให้คนใช้ทั่วประเทศ สู่การต่อยอดเสื่อวัดเป็นสินค้าที่เพิ่มมูลค่าด้วยดีไซน์
ตำนานการขายเสื่อของ Agora ให้คนใช้ทั่วประเทศ สู่การต่อยอดเสื่อวัดเป็นสินค้าที่เพิ่มมูลค่าด้วยดีไซน์

จากการใช้งานเสื่อสมัยก่อนซึ่งนิยมปูที่วัด แป้งแตกฟังก์ชันการใช้งานให้เข้ากับยุคสมัย เป็น Floor Mat และ Wall Covering สำหรับปูตกแต่งพื้นและผนังในบ้าน คุณสมบัติของเสื่อทำให้ไม่กินฝุ่นเหมือนปูนและไม้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มลวดลายและมิติในบ้าน

ตำนานการขายเสื่อของ Agora ให้คนใช้ทั่วประเทศ สู่การต่อยอดเสื่อวัดเป็นสินค้าที่เพิ่มมูลค่าด้วยดีไซน์
ตำนานการขายเสื่อของ Agora ให้คนใช้ทั่วประเทศ สู่การต่อยอดเสื่อวัดเป็นสินค้าที่เพิ่มมูลค่าด้วยดีไซน์

สินค้าหลายหมวดเหล่านี้ทำให้ขายกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายขึ้น ทั้งลูกค้าผู้หญิงที่ชื่นชอบกระเป๋า ผู้ชายสายกิจกรรมเอาต์ดอร์ที่นิยมซื้อเสื่อปิกนิก รวมถึงลูกค้าที่อยากสั่งผลิต Made to Order ไปจนถึงสปา โรงแรม คาเฟ่ บ้านเดี่ยวที่อยากตกแต่งภายใน หันไปจับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อ ลดการแข่งขันสงครามราคากับเสื่อรูปแบบเดิมจากเจ้าอื่น ๆ ที่วางขายในท้องตลาด

ลฤก พวงหรีดเสื่อผืนหมอนใบ

แป้งตั้งคำถามต่อว่า “เสื่อเป็นของที่ใช้ในวัดมานาน ถ้าเพิ่มสินค้าสำหรับใช้ในวัดอย่างพวงหรีดได้ไหม” เนื่องจาก Agora ขายของใช้ที่เน้นไลฟ์สไตล์ และตลาดพวงหรีดมีกลุ่มลูกค้าจำเพาะเจาะจง จึงแยกแบรนด์ออกมาเป็น ลฤก มาจากคำว่าระลึก โดยเปลี่ยนตัวอักษรขึ้นต้นเป็น ล ลิง เพื่อสื่อถึงการละ-ลดขยะ

เธอสังเกตเห็นว่าพวงหรีดดอกไม้นั้นสวยงามแต่สร้างขยะเยอะ ในขณะที่พวงหรีดพัดลมกับพวงหรีดผ้าห่มนั้นใช้งานได้จริงแต่ไม่ค่อยสวยงาม เกิดคำถามว่า “ถ้ามีพวงหรีดที่สวยงาม ไม่เหมือนใคร แล้วไม่เป็นขยะ ใช้ประโยชน์ได้ด้วย จะเป็นยังไง”

ตำนานการขายเสื่อของ Agora ให้คนใช้ทั่วประเทศ สู่การต่อยอดเสื่อวัดเป็นสินค้าที่เพิ่มมูลค่าด้วยดีไซน์

กระบวนการออกแบบจึงตั้งใจให้มีการสูญเสียน้อยที่สุด นำเสื่อมาพับจับจีบ ข้างหน้าเป็นเสื่อเต็มผืน ส่วนข้างหลังที่พวงหรีดทั่วไปเป็นโครงไม้หรือโครงฟาง หากใช้เสร็จจะกลายเป็นขยะ ก็เปลี่ยนเป็นเบาะเสื่อรองนั่ง เมื่อใช้เสร็จแล้วสามารถตัดเบาะข้างหลังไปใช้เป็นอาสนะของพระสงฆ์ได้ กลายเป็นชื่อพวงหรีดเสื่อผืนหมอนใบ มีดอกไม้ประดิษฐ์และดอกไม้จันทำมือให้ลูกค้าเลือกตกแต่ง ซึ่งดอกไม้จันก็นำไปใช้ในพิธีเผาศพต่อไปได้ 

ลูกค้าส่วนใหญ่ของลฤกเป็นกลุ่มที่ตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งตรงตามที่แป้งตั้งใจ
“สำหรับลฤก เรายังแบ่งรายได้ 100 บาทต่อการขายพวงหรีด 1 พวง ให้มูลนิธิสืบนาคะเสถียรและมูลนิธิร่วมกตัญญู เพื่อให้เป็นสินค้าที่ครบวงจรทั้งเรื่องสังคมและสิ่งแวดล้อม”  

ตำนานการขายเสื่อของ Agora ให้คนใช้ทั่วประเทศ สู่การต่อยอดเสื่อวัดเป็นสินค้าที่เพิ่มมูลค่าด้วยดีไซน์
ตำนานการขายเสื่อของ Agora ให้คนใช้ทั่วประเทศ สู่การต่อยอดเสื่อวัดเป็นสินค้าที่เพิ่มมูลค่าด้วยดีไซน์

อดีต ปัจจุบัน และอนาคตของเสื่อ  

ทายาทรุ่นสองและสามสรุปบทเรียนให้ฟังว่า ความท้าทายของการทำการตลาด เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยและรูปแบบการสื่อสารเปลี่ยนไป 

ยุคแรกมีเซลล์แมนวิ่ง 5 – 10 คน ขายส่งตามตลาดต่างจังหวัด ออกอีเวนต์อย่างงานกาชาดทุกปี ความยากอยู่ที่การบุกเบิกสู่ตลาดเป็นเจ้าแรก สร้างความตระหนักรู้ให้คนเห็นข้อดีของสินค้าซึ่งต้องใช้เวลาหลายปี 

ในขณะที่ยุคนี้เน้นทำการตลาดออนไลน์ทางเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก มาร์เก็ตเพลส ค่าใช้จ่ายลดลง รวดเร็วและเข้าถึงลูกค้ากว้างขึ้น มีออเดอร์จากอเมริกา ยุโรป นิวซีแลนด์ ซึ่งนิยมสั่งเสื่อปิกนิกปูเล่นตามชายหาดและแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ รูปแบบการค้ายุคนี้มีข้อเสียคือ แค่ส่งรูปก็ดูลายได้ ขายเร็ว ออกเร็ว แต่ไม่ได้ดูสินค้าจริงก่อนซื้อเหมือนคนยุคก่อน 

ตำนานการขายเสื่อของ Agora ให้คนใช้ทั่วประเทศ สู่การต่อยอดเสื่อวัดเป็นสินค้าที่เพิ่มมูลค่าด้วยดีไซน์

กว่า Agora จะออกสินค้าสารพัดอย่างจากเสื่อได้นั้น ต้องผ่านการออกความคิดเห็นจากทุกเจเนอเรชัน และในความทรงจำของคุณกฤษฎา ความเป็นผู้นำของพ่อช่วยให้เขาตัดสินใจได้ง่ายขึ้น“แต่ก่อนพ่อเป็นผู้ทรงอิทธิพล บริหารธุรกิจเป็นอย่างดี มีวิสัยทัศน์ ทำให้คนเชื่อถือง่าย รุ่นถัดมาจะมีต่างคนต่างความคิดบ้าง”
สิ่งสำคัญของธุรกิจครอบครัวที่ช่วยแก้ปัญหานี้ในความคิดเห็นของทายาทต่างเจเนอเรชัน คือการสื่อสารที่รับฟังกันทั้งสองทาง อะลุ่มอล่วย มาเจอกันตรงกลางว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างคอยสนับสนุนกัน มีความเกรงใจกันแม้จะเป็นญาติพี่น้อง เข้าใจว่าแต่ละคนมีพื้นฐานแบบไหน แล้วมองที่ผลประโยชน์ส่วนรวมของบริษัทเป็นหลัก

สำหรับอนาคต ทั้งคู่บอกว่ามองโอกาสในการขยายตลาดต่างประเทศและการพัฒนาสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์สิ่งแวดล้อมและสังคม เน้นหัวใจสำคัญของธุรกิจคือ Green Product ที่ดีต่อโลก โดยในอนาคตอาจมีวัสดุอื่นเพิ่มเติมนอกจากเสื่อด้วยก็ได้

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load