เมื่อไหร่ที่อากาศเริ่มเย็นลง ภาพภูเขาก็จะปรากฏขึ้นมาในหัวเราทันที น่าจะเป็นนิสัยของคนเมืองร้อนที่อยากไปสัมผัสความหนาวเย็นบนเขา เพื่อหนีออกจากตึกสูงและไอร้อนที่ล้อมตัวอยู่ทุกวัน

2 ปีที่แล้ว ต้นเดือนเมษายนไม่มีอากาศเย็นวูบมาจากทางเหนือ แต่อากาศบนเขาใหญ่ก็ยังเย็นกว่าอากาศในเมือง ไม่ได้เย็นขนาดเรียกว่าหนาว แต่เย็นสบายกว่ามาก เราขับรถขึ้นเขาไปตั้งแต่ก่อนสว่าง หน้าต่างรถเปิดกว้างทุกบาน เสียงต่าง ๆ ของป่าผ่านเข้ามาทางหน้าต่างรถที่เปิดอยู่ 

เต้ย ไกด์เขาใหญ่และช่างภาพสัตว์ป่าฝีมือดี มักอธิบายเสียงที่ได้ยินให้เราฟังเวลานั่งรถไปด้วยกัน

“เสียงชะนีมือขาว ครอบครัวนี้เพิ่งมีลูกใหม่ พี่จำได้มั้ย เราเคยถ่ายมันข้ามถนนตรงโค้งข้างหน้า”
“เสียงชะนีมงกุฎ แต่ฝูงนี้ค่อนข้างตื่นคน ไม่ค่อยยอมให้เข้าใกล้”

“เสียงนกกก น่าจะเป็นตัวที่ทำโพรงตรงข้างถนน ถ้าเราไปจอดรอตรงจุดข้างหน้า น่าจะดักถ่ายมันบินได้พอดี”

ถ้าไม่ได้รู้จักกัน คงคิดว่าเต้ยพูดเล่นเพื่อให้การเข้าป่าสนุกสนาน แต่เต้ยหมายความตามที่พูดจริง ๆ ทุกครั้ง

หลังจากที่นกเงือกจับคู่แล้ว ตัวเมียจะเข้าโพรงรัง และปิดปากโพรงให้เหลือเพียงช่องเล็ก ๆ กว้างแค่เอาจะงอยปากผ่านได้ นกเงือกตัวเมียรอการส่งอาหารจากตัวผู้ทุกวัน วันหนึ่งตกประมาณ 10 กว่ารอบ ที่น่าประหลาดใจคือ นกเงือกเป็นสัตว์ที่มีนิสัยสม่ำเสมอเป็นกิจวัตร เส้นทางที่บินเข้ารังมักเป็นเส้นทางเดิม ๆ และรอบแรกของการส่งอาหารให้ตัวเมียในโพรงก็มักเป็นเวลาเดิม ๆ

7 โมงครึ่งคือเวลาเป้าหมายที่เต้ยสังเกตและบอกเรามา โพรงที่เราเฝ้าในวันนี้เป็นของนกกก นกเงือกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดานกเงือกของไทย

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

7 โมงครึ่งเป๊ะ เสียงกระพือปีกดังมาก่อนจะได้เห็นตัว นกกกตัวใหญ่บินเข้ามาเกาะที่กิ่งพักก่อนเข้าป้อนที่โพรง โชคดีว่านกกกครอบครัวนี้ค่อนข้างคุ้นกับคน และใช้โพรงนี้เป็นรังต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว ทำให้เรามีโอกาสดูนกขนาดใหญ่ในระยะใกล้ และได้เห็นพฤติกรรมอย่างชัดเจน 



พ่อนกกกค่อย ๆ ขย้อนอาหารหลายอย่างออกจากคอ ทยอยส่งเข้าไปให้แม่นกทีละชิ้น คนดูจากด้านล่างก็เดาไปทีละก้อนว่าสิ่งนั้นคืออะไร บางรอบเป็นลูกไม้สุก บางรอบเป็นตะขาบตัวยาว บางรอบเป็นกิ้งก่าตัวเล็ก ช่วงเวลาในการกกไข่แต่ละช่วง พ่อนกจะส่งอาหารต่างกัน ช่วงแรกที่ต้องปิดโพรง พ่อนกจะป้อนแต่ลูกไทรสุก เพื่อให้แม่นกเอามูลมาเป็นวัสดุปิดโพรงและรองรัง ในช่วงต่อมาที่เริ่มมีลูกนกแล้ว อาหารจะเปลี่ยนเป็นเหยื่อที่ให้โปรตีนมากขึ้น

พ่อนกกกป้อนอาหารที่เก็บมาจนหมดก็บินออกไปหาอาหารรอบใหม่ เรารีบเก็บของแล้วย้ายไปนั่งรอนกเงือกอีกชนิดที่อีกจุด ตรงนี้เป็นโพรงของนกเงือกกรามช้าง ซึ่งมีความระแวงมากกว่า เราจึงต้องมองหามุมที่ทำให้มันสบายใจ ไม่ใกล้จนเกินไป ไม่เปิดตัวให้เห็นจากมุมโล่ง 

เรามุดลอดพุ่มไม้ทึบ ก้มมองหาช่องว่างระหว่างใบไม้ที่มองเห็นปากโพรง หลังจากเซ็ตกล้องเสร็จด้วยความรวดเร็ว ก็เป็นการนั่งรอในความเงียบ พยายามอย่างที่สุดที่จะไม่รบกวนพื้นที่ส่วนตัวของนกเงือก

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

พ่อนกเงือกกรามช้างบินเข้ามาตอน 8 โมง 35 นาที ผิดจากเวลาที่บอกกันมาแค่ 5 นาที มันดูระวังตัวมากกว่านกกกเมื่อเช้า เอียงคอมองมาทางพวกเราที่นั่งแอบอยู่บ่อย ๆ ถึงแม้พวกเราจะแอบตัวอยู่มิดในพุ่มไม้ และแทบจะไม่ขยับตัวก็ตาม แต่มันก็รับรู้การมีอยู่ของเราได้ดีกว่าที่เรารับรู้การมีอยู่ของพวกมัน

2 ปีผ่านไป เช้านี้เรานั่งแอบรอดูนกเงือกป้อนอาหารที่โพรงอยู่ใต้พุ่มไม้อีกที่หนึ่ง ถึงแม้จะเป็นคนละโพรงกัน แต่ความตรงเวลาของพวกมันยังเหมือนเดิม

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

วันนี้ พี่เอ ไกด์และช่างภาพสัตว์ป่าอีกคนที่คุ้นเคยกันดี โทรหาตอนที่เราออกจากการดูนกเงือกว่า มีชะนีมงกุฎนั่งกินลูกไม้ในระดับต่ำ ให้รีบขับรถตามมา จุดหมายที่พี่เอบอกห่างออกไปจากจุดที่เราอยู่เกือบ 30 นาที ระยะทางสองจุดนี้ไม่ได้ไกล แต่ว่าเส้นทางบนเขานี้ เราขับรถเร็วไม่ได้ ถนนที่นี่ไม่ได้มีแต่มนุษย์ที่ใช้งาน

หลายครั้งที่เราขับรถผ่านถนนบนเขา แล้วมีสัตว์ป่าวิ่ง กระโดด หรือบินผ่านหน้ารถ ส่วนใหญ่เป็นสัตว์เล็ก ๆ อย่างไก่หรือกระรอก แต่ก็มีบางครั้งที่เป็นสัตว์ใหญ่อย่างกวางเช่นกัน ถนนตัดผ่านเขาใหญ่เป็นเส้นทางที่หลายคนใช้เป็นทางลัดข้ามเมือง รถหลายคันวิ่งผ่านพื้นที่นี้เพียงเพื่อผ่านไปยังจุดหมายอื่น พวกเขาคงไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงได้ขับช้าเหลือเกิน ถึงแม้จะมีขีดจำกัดความเร็วบังคับอยู่ แต่เราก็เห็นรถที่พุ่งแซงไปด้วยความเร็วเกินลิมิตนั้นบ่อยครั้ง

เราขับรถไปตามทางเรื่อย ๆ แอบคิดอยู่ในใจว่าคงไม่ได้เห็นชะนีมงกุฎแล้วแน่ ๆ แต่ปรากฏว่าดวงชะนีอุปถัมภ์ของเรายังคงแข็งแรงดีอยู่ เต้ยชอบพูดเล่นกับเราบ่อย ๆ ว่า เราเป็นคนดวงชะนีอุปถัมภ์ เพราะทุกครั้งที่ขึ้นเขา มักได้เจอชะนีแบบใกล้ ๆ มีอยู่ครั้งหนึ่ง เรานั่งเฝ้ารอดูนกเงือกสีน้ำตาลเข้าป้อนอาหารที่รัง ชะนีมือขาวครอบครัวหนึ่งก็มาเกาะห้อยโหนเล่นกันบนกิ่งไม้เหนือหัวจุดที่เรานั่งอยู่ อยู่ด้วยกันนานกระทั่งชะนีปล่อยฉี่ตกห่างจากจุดที่เรานั่งไปเพียงไม่กี่เมตร

ชะนีมงกุฎมีสีขนบริเวณหน้า แตกต่างจากชะนีมือขาวชัดเจน ตัวผู้เต็มวัยมีสีดำทั่วตัว ยกเว้นส่วนรอบหน้า คิ้ว มือ เท้า และถุงอันฑะ พอขับไปถึง เราจอดรถแอบไว้ริมถนนเส้นหลัก ในจุดที่จะไม่รบกวนคนอื่นที่ใช้เส้นทาง

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

ตามธรรมชาติชะนีจะไม่ลงจากต้นไม้นอกจากจำเป็นจริง ๆ อากัปกิริยาของพวกมันที่อยู่บนยอดไม้จึงน่าสนใจมาก ท่าทางพักผ่อนหย่อนใจหลายท่าดูเป็นท่ายากเมื่อมองจากมุมมองของมนุษย์ เรามองไม่เห็นความสบายในท่าเหล่านั้นเลยสักนิดเดียว พวกมันขยับจากกิ่งนี้โยนตัวไปอีกกิ่งหนึ่ง แล้วก็เอื้อมมือไปที่ลูกไม้สุก ไต่เลาะไปตามพุ่มไม้ริมถนน เราก็เดินตามพวกมันเป็นเส้นขนานกันตามไป

รถหลายคันวิ่งผ่านไปมา บางคันชะลอถามว่าเรายืนดูอะไร คนในรถบางคันเห็นตัวชะนีก่อนที่เราจะชี้ให้ดูเสียอีก ในขณะที่รถบางคันไม่ได้สนใจเลยว่ามีอะไรอยู่ข้างทาง

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

การดูสัตว์บนเขาใหญ่ บ่อยครั้งเป็นการพบเจอจากข้างถนนสายหลัก บรรดาช่างภาพและนักดูสัตว์ป่าทั้งหลายจะขับรถวนไปตามถนนลาดยางเส้นต่าง ๆ อย่างช้า ๆ เพื่อฟัง ดู และมองหาร่องรอยที่สัตว์ป่าทิ้งไว้

เส้นทางขึ้นยอดเขาเขียวมีถนนช่วงหนึ่งตัดผ่านทุ่งราบสองข้าง ดูเผิน ๆ ก็เหมือนทุ่งหญ้ารกร้างทั่วไป แต่ขอบดินข้างถนนลาดยางมีรอยเท้ากระทิงขนาดใหญ่มากมาย บางรอยสดใหม่ แสดงให้เห็นว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ กระทิงเป็นสัตว์ที่หากินเวลากลางคืน ช่วงเวลากลางวันที่คนเราใช้งานเส้นทางจึงไม่ค่อยพบพวกมัน เราจึงลืมไปว่าพื้นที่นี้มีสัตว์ป่าจริง ๆ อาศัยอยู่

อ่างเก็บน้ำสายศรเป็นพื้นที่ที่เราตั้งชื่อเล่นให้ว่าอ่างเวดดิ้ง ยามเย็นในวันที่อากาศดี เราจะพบเห็นคู่รักขึ้นมาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งหลายคู่ ที่อ่างเก็บน้ำเดียวกันนี้ เราเคยลงไปนั่งริมน้ำเพื่อตามถ่ายฝูงนากไล่จับปลา พวกมันปราดเปรียว ไล่ต้อนปลาทางโน้นทีทางนี้ทีจนน้ำสาดกระจาย นากไม่ได้ออกมาที่อ่างเก็บน้ำนี้ทุกวัน คู่รักหลายคู่ที่มาถ่ายรูปคงไม่เคยเห็นสัตว์ป่าของเขาใหญ่เสียด้วยซ้ำ หลายคนมองหาแต่ธรรมชาติที่เหมาะจะเป็นพื้นหลังของภาพถ่ายเท่านั้น

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

ช่วงบ่ายวันนี้เรานั่งแอบอยู่ในบังไพร เพื่อรอหมาในลงมากินซากกวางที่มันเพิ่งล่าได้เมื่อคืน เส้นทางที่หมาในจะมาถึงซากต้องเดินเลียบอ่างน้ำมา ในเส้นทางมีทุ่งหญ้าเล็ก ๆ ริมน้ำอยู่หนึ่งจุด ยามเย็นที่อุณหภูมิกำลังเริ่มเย็นสบาย นักท่องเที่ยวครอบครัวหนึ่งใช้ทุ่งเล็ก ๆ นี้เป็นจุดกางเสื่อปิกนิกริมน้ำ การรอของเราในวันนี้สิ้นสุดลงทันทีที่ครอบครัวนั้นเริ่มกางเสื่อนั่งลง ไม่มีหมาในตัวไหนจะยอมเสี่ยงวิ่งผ่านเส้นทางที่มีคนนั่งอยู่เป็นแน่

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

นักท่องเที่ยวไม่ผิดในการใช้พื้นที่ พวกเขามองไม่เห็นซากกวางที่ซ่อนอยู่ พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่งขวางเส้นทางของหมาใน สัตว์ป่าส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายหลบเลี่ยงมนุษย์ เป็นเส้นขนานที่ไม่ค่อยจะตัดกัน แต่ทุกจุดตัดมักทำให้เราได้แอบเห็นเสี้ยวหนึ่งของชีวิตจริงในธรรมชาติ

เต้ยส่งข้อความมาบอกเราว่า มีช้างป่าออกมาที่ถนนทางไปด่านปราจีน ช้างป่าของเขาใหญ่ก็ใช้ถนนลาดยางของคนเรา ในขณะที่กำลังขับรถไปตามจุดที่เต้ยบอก เรากดปุ่มลดหน้าต่างข้างตัวลง ปล่อยให้ธรรมชาติไหลเข้ามาปนในตัวรถ เปิดรอจุดตัดใหม่ที่จะผ่านเข้ามา

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในบทความนี้ บันทึกไว้ในระหว่างที่เราเข้าป่าเพื่อถ่ายทำสารคดีสั้น ‘A day in the forest’ เพื่อเล่าเรื่องราวชีวิตสัตว์ป่าที่เกิดขึ้นในหนึ่งวัน

ถ้าหากอยากเห็นเขาใหญ่ในแบบที่มีชีวิตสัตว์ป่า สามารถติดต่อไกด์เต้ยหรือไกด์เอ สำหรับการเยี่ยมชมเขาใหญ่แบบไม่ธรรมดา

นอกจากนี้ ยังรับชมเบื้องหลังการถ่ายทำสารคดี A day in the forest ได้ที่นี่

Writer & Photographer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

ราว ๆ สิบกว่าปีที่แล้ว ไม่นานนักหรอก ผมจำได้ว่าขณะทำงานในป่า เรามีความรู้สึกคล้ายอยู่ ‘หลังเขา’ เหมือนตัดขาดออกจากโลกภายนอก ติดต่อผู้คนได้เพียงจากวิทยุสื่อสาร ซึ่งหลายครั้งเราก็อยู่ในที่อับสัญญาณ ห่างไกลความเจริญ สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าในป่าที่เราอยู่ไม่กันดารนัก คือ มีเครื่องบินผ่าน 

ตอนดึก ๆ ทุกคืน เมื่อต้องใช้เวลาในแคมป์นาน ๆ เพื่อเฝ้ารอสัตว์ป่า หลาย ๆ ครั้งเราไม่รู้หรอกว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน เพราะการทำงานในป่านั้น สัตว์ป่าเป็นผู้กำหนดเวลา ไม่ใช่เรา นอกจากเครื่องมือ เครื่องใช้สำหรับทำงาน เสบียงและอื่น ๆ เพื่อการอยู่ในป่านาน ๆ แล้ว เรามีอุปกรณ์สำคัญซึ่งขาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ วิทยุทรานซิสเตอร์ ไม่ใช่วิทยุยี่ห้อใดก็ได้ คนทำงานในป่ารู้ดีว่า ต้องเป็นวิทยุยี่ห้อ ธานินทร์ เพราะยี่ห้อนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า รับคลื่นได้ดีกว่า

เดินทางถึงแคมป์ บางคนหาที่ผูกเปล กางเต็นท์ เตรียมที่ประกอบอาหาร ที่วางเสบียง ห่างจากที่นอนอยู่หลายวัน ต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยอันทำให้มดมารุม จะมีคนหนึ่งลากสายไฟปีนขึ้นต้นไม้เอาไปเกาะยอดไม้สูง ๆ เพื่อเป็นเสาอากาศวิทยุ อันจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่รู้สึกว่าอยู่หลังเขาเท่าใดนัก ไม่ได้ตัดขาดจากโลก

เรารับรู้เรื่องราวจากทั่วโลกด้วยคลื่นที่มาขาด ๆ หาย ๆ

ในตอนนั้น เป็นช่วงเวลาที่คนบนโลกรู้แล้วว่า โลกที่เราอยู่เริ่มเปลี่ยนแปลง มีการศึกษาวิจัยมีข้อมูลมากมาย อันทำให้รู้ว่าสาเหตุภัยพิบัติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั่นเป็นเพราะเราทำลายสภาพแวดล้อม จนกระทั่งวงจรต่าง ๆ ขาดสะบั้น

คนบนโลกจำนวนไม่น้อยพยายามร่วมมือแก้ไข ปกป้อง

ความรู้ต่าง ๆ ไม่ใช่ข้อมูลลับ ไม่ใช่ข้อมูลใหม่ แต่ดูเหมือนคนจำนวนหนึ่งจะไม่ใส่ใจฟัง รวมทั้งเชื่อว่า วิถีการพัฒนาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเท่านั้นจะทำให้มีชีวิตที่ดี

เป็นความจริงที่เชื่อว่าไกลตัว

แต่เมื่อรับฟังอยู่ในที่ไกล ๆ ในป่า เรารับรู้ได้ดีว่า หลายเรื่องราวไม่ไกลตัวเราเลย

หม่อมเชน-ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เข้าป่ากับวิทยุธานินทร์ และการค้นพบความจริงจากสัตว์
หมูป่า

ถึงวันนี้ ไม่น่าจะมีใครสงสัยอีกแล้วว่า ภาวะโลกร้อนเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และส่งผลกระทบรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และผลกระทบนี้ไม่ได้เดือดร้อนแค่คน ชีวิตต่าง ๆ ในป่าก็เลี่ยงไม่พ้น

ในความเป็นจริง คำว่า ‘ภาวะโลกร้อน’ หรือเรื่องของอุณหภูมิที่เพิ่มช้า ๆ ทั่วโลกนั้น เป็นเพียงหนึ่งในหลายสิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงเท่านั้น รวมทั้งเป็นแค่ดัชนีหลักตัวหนึ่งที่ใช้วัดสถานการณ์ สภาพภูมิอากาศ ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงไปทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นกระแสลม กระแสคลื่นในมหาสมุทร การเกิดพายุ การกระจายของโรคระบาด คลื่นความร้อน การก่อตัว การละลายของหิมะบนยอดเขา ไฟป่า อุทกภัย และภัยแล้ง

อุณหภูมิจึงคล้ายเป็นแค่เศษเสี้ยวของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น

สภาพอากาศหนาวเย็น ฝนตกกลางฤดูแล้ง พืชอาหารออกผลน้อย ไม่มีไฟป่าเผาทุ่ง ไม่มีระบัดหรือหญ้าอ่อน ๆ ที่สัตว์กินพืชรอ

หม่อมเชน-ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เข้าป่ากับวิทยุธานินทร์ และการค้นพบความจริงจากสัตว์
ค่าง กินใบไม้มากกว่าผลไม้ และพวกมันใช้แสงแดดอุ่น ๆ ยามเช้าช่วยให้หายเปียกชื้น
หม่อมเชน-ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เข้าป่ากับวิทยุธานินทร์ และการค้นพบความจริงจากสัตว์
สมเสร็จ พวกมันเดินทางโดยมีแหล่งอาหารเป็นตัวกำหนด

ในป่า ชีวิตต่างต้องปรับตัว นกเงือกตัวเมียจำนวนมากเลือกออกจากโพรงที่ขังตัวเองไว้ ทิ้งไข่ พวกมันรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ปีที่จะเลี้ยงลูกให้มีชีวิตที่ดีได้ หยุด เพื่อรอเวลาเหมาะสม เป็นสิ่งที่พวกมันเลือกทำ

ช่วงเวลาที่ฝนทิ้งช่วง ทั้งที่ควรเป็นเวลาแห่งฝน ช้างนำโขลงโดยตัวเมียอาวุโส พาสมาชิกในครอบครัวหยุดที่แอ่งน้ำเล็ก ๆ ใช้ตีนแข็งแรงขุดดินเป็นหลุมน้ำซึม ให้ดินทรายเป็นเครื่องกรองน้ำ 

สัตว์ป่ารับรู้ ยอมรับการปรับตัวเพื่ออยู่ให้รอด เป็นสิ่งหนึ่งในวิถี

วิทยุทรานซิสเตอร์ของ ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ ช่างภาพสัตว์ป่า และพฤติกรรมของสัตว์ที่บอกเราว่า โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
วิทยุทรานซิสเตอร์ของ ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ ช่างภาพสัตว์ป่า และพฤติกรรมของสัตว์ที่บอกเราว่า โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ช้างโขลงที่มีลูกเล็ก ใช้แอ่งน้ำเล็ก ๆ บรรเทาความกระหาย ในวันที่ป่าควรชื้นด้วยสายฝน

การปรับตัวจำเป็น คนทำงานเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ หากใครไม่พูดถึงภาวะโลกร้อน คล้ายจะตกขบวนรถ 

แต่งานก็ไม่ได้ง่ายขึ้นสักเท่าไหร่

โลกจะร้อนหรือเย็น มีความจริงอยู่ว่า สัตว์ป่ายังคงถูกล่า

13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ลูกเสือโคร่ง ลูกนกเงือกกรามช้างจำนวนหนึ่ง ถูกพบขณะเตรียมส่งผู้ซื้อ การซื้อขายสัตว์ป่าทั้งเป็นซากและยังมีชีวิตเฟื่องฟู

อวัยวะสัตว์ ตั้งแต่ช้าง เสือโคร่ง ลิ่น เป็นที่ต้องการ สัตว์ที่ถูกพบเดินทางไปไม่ถึงปลายทาง กลายเป็น ‘ของกลาง’ คล้ายจะต้องติดอยู่ในกรงไปตลอดชีวิต

สัตว์ป่าที่ดีคือสัตว์ป่าที่ตายแล้ว ดูเหมือนจะเป็นความเชื่ออันไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าโลกจะเดินไปถึงไหน

ความเชื่อในเรื่องราวสัตว์ป่า ทำให้พวกมันสิ้นอนาคต แต่มีความจริงที่ทำให้พวกมันอยู่รอด 

มีชาวสวนส่วนหนึ่งใช้นกที่หลายคนเชื่อว่า พวกมันเป็นลางร้ายช่วยกำจัดหนูในสวน แมลงอย่างผึ้งนั้น เกษตรกรใช้พวกมันผสมเกสรต้นผลไม้ให้นานแล้ว

ถึงวันนี้ ทำงานในป่า วิทยุทรานซิสเตอร์ไร้ความสำคัญ สัญญาณโทรศัพท์ครอบคลุมไปเกือบทั่วทุกพื้นที่

มีข่าวสาร ข้อมูลมหาศาล ข้อมูลหาได้ง่ายดาย

กระนั้นก็เถอะ บางสิ่งคล้ายจะไม่เปลี่ยนแปลง

แววตาลูกเสือโคร่งที่ตกเป็น ‘ของกลาง’ ทำให้ผมต้องยอมรับว่า ในวันที่ความรู้ข้อมูลหาได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว ยังมีคนจำนวนไม่น้อย ใช้ ‘ความเชื่อ’ ในการดำรงชีวิต

มีโอกาสได้อยู่ใกล้สัตว์ป่า พวกมันนี่แหละ สอนให้ผมรู้ว่า ความจริงบนโลกนี้เป็นอย่างไร

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load