The Cloud x Sustainable Development Goals

Sustainable Development Goals หรือ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน คือข้อตกลงระหว่างองค์การสหประชาชาติ (UN) กับประเทศต่างๆ ว่าจะร่วมมือสร้างโลกให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกันใน 17 เป้าหมาย

“…Let me go home…I’m Just too far from where you are…I want to come home…”

ที่ร้าน ‘Coffee เขาไม้แก้ว’ เพลง Home ของ Michael Buble กำลังเล่นอยู่

ถ้าได้ยินเพลงนี้ที่อื่นเราคงไม่อินเท่าไหร่ แต่การได้ยินเพลงนี้ที่ร้านกาแฟซึ่งตั้งอยู่ใน ‘เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว’ จังหวัดระยอง ทำให้เราอินจับใจ เพราะภาพที่เราได้เห็นขณะฟังเพลง Home คือพี่ๆ นักโทษชายที่กำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น พวกเขาเป็นกลุ่มคนที่เราคิดว่าน่าจะอินกับเนื้อร้องท่อน “I want to come home” มากที่สุด

เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เรือนจำไร้รั้วบนพื้นที่เกษตรพันไร่ที่คืนคนใหม่สู่สังคมด้วยศาสตร์พระราชา

คอลัมน์ Sustainable Development Goals พาคุณไปเยี่ยมชมเรือนจำกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาไร้รั้วกั้น ที่ผลักดันเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ข้อที่ 16 Peace, Justice and Strong Institutions ส่งเสริมหลักนิติธรรมและสร้างหลักประกันว่าจะมีการเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม ลดการทุจริตและการรับสินบนทุกรูปแบบ รวมถึงสร้างหลักประกันว่าจะมีกระบวนการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบ ครอบคลุม มีส่วนร่วมและมีความเป็นตัวแทนที่ดีในทุกระดับการตัดสินใจ

เรือนจำแห่งนี้ ด้านหน้าติดถนน ด้านหนึ่งติดวัด ด้านหนึ่งติดป่า บริเวณทางเข้ามีสวนสัตว์ ถัดจากสวนสัตว์เป็นโรงอาหารซึ่งเอาไว้เยี่ยมญาติอย่างใกล้ชิด ถัดจากโรงอาหารเป็นส่วนควบคุมที่มีรั้วหนาม ฝั่งตรงข้ามคือแปลงเกษตรจากศาสตร์พระราชาที่ใหญ่เอาการ 

ขณะที่เรากำลังสะดุดตากับป้าย ‘เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เราจะทำทุกวิธีเพื่อคืนคนดีกลับสู่ครอบครัว’ สุกฤตา เพชรหนองชุม ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง ก็เข้ามาทักทายเราอย่างเป็นกันเอง

สุกฤตา เพชรหนองชุม ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง

“รอนานมั้ยน้อง ทานอะไรแล้วยัง อาหารได้ช้านิดหนึ่งนะ เพราะช่วงนี้นักท่องเที่ยวเยอะมาก ไม่น่าเชื่อนะว่าแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของระยองจะอยู่ในเรือนจำ” พี่สาวผู้อำนวยการหัวเราะอารมณ์ดี

เธออธิบายให้เราฟังว่า ที่นี่ตั้งใจกำหนดนโยบายที่จะช่วยพัฒนาคนหนึ่งคนได้อย่างครอบคลุม โดยสร้างบรรยากาศของสถานที่ให้เหมาะสมแก่การฟื้นฟูและพัฒนา เพราะเป็นหัวใจสำคัญในการเตรียมพวกเขาให้กลับเข้าสู่สังคมอย่างเป็นสุข รวมถึงมีงานสุจริตทำอย่างยั่งยืน

มองไปรอบๆ เราเห็นต้นไม้เขียวขจี ท้องฟ้ากว้างไกลและบรรยากาศแห่งความเข้าอกเข้าใจและให้โอกาส และนี่คือเรื่องราวการขับเคลื่อนและผลักดันการคืนผู้ที่เคยเลือกเส้นทางสายผิด กลับสู่สังคมอย่างยั่งยืน

01

ล้อมรั้วด้วยใจ

“ร้านนี้นักโทษชายของเราสร้างขึ้นมานะ สวยเลยใช่มั้ย พนักงานที่นี่เป็นนักโทษหญิงที่มาฝึกงานทั้งนั้น ตรงนั้นเป็นเบาะนวดสำหรับคนฝึกงานนวด ตรงนี้เป็นจุดให้อาหารปลา ส่วนอาหารนี่พ่อครัวที่ทำเป็นนักโทษชายหมดเลย” สุกฤตาเล่าเรื่องจิปาถะเกี่ยวกับร้านกาแฟแห่งนี้ด้วยน้ำเสียงของความภาคภูมิใจ เหมือนพี่สาวใจดีที่กำลังเฝ้ามองน้องๆ เติบโต ก่อนจะนำเราเดินชมส่วนต่างๆ ของเรือนจำแห่งนี้

เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้วเป็นเรือนจำในสังกัดเรือนจำกลางระยอง เปิดเมื่อ พ.ศ. 2506 เพื่อดำเนินภารกิจหลักคือฟื้นฟูและแก้ไขพฤติกรรมผู้กระทำผิด 

เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เรือนจำไร้รั้วบนพื้นที่เกษตรพันไร่ที่คืนคนใหม่สู่สังคมด้วยศาสตร์พระราชา

ปัจจุบันมีนักโทษจำนวน 162 คน โดยผู้ที่จะเข้ามาอยู่ในนี้ได้ต้องเป็นนักโทษชั้นกลางและชั้นดี กล่าวคือมีโทษเหลือไม่เกิน 5 ปี ซึ่งต้องผ่านการทดสอบและการประเมินต่างๆ เพื่อย้ายเข้ามาอยู่ในเรือนจำแห่งนี้ 

สุกฤตาชี้ให้เราดูขอบเขตของพื้นที่รอบๆ ก่อนกล่าวว่า “พื้นที่ 1,661 ไร่ ของเรามีไว้เพื่อเป้าหมายเดียว คือคืนคนใหม่ที่ดีกว่ากลับสู่อ้อมกอดของคนในครอบครัว”

ผู้อำนวยการหญิงแกร่งแห่งเรือนจำชวนเราเดินไปนั่งพัก ที่อาคารยาวเปิดโล่งซึ่งใช้เป็นจุดเยี่ยมญาติอย่างใกล้ชิด โต๊ะทุกตัวในเวลานี้ถูกจับจองโดยบรรดาญาติๆ ที่มารอพบปะพูดคุยกับคนที่เขารักซึ่งอยู่ข้างในนี้ 

เรานั่งลงที่โต๊ะยาวตัวหนึ่ง บรรยากาศเวลานี้อบอวลไปด้วยความรัก ความคิดถึง และความใส่ใจซึ่งกันและกัน จากทุกผู้คน โดยเฉพาะบรรดาเจ้าหน้าที่ที่ต้อนรับทุกคนอย่างเป็นมิตร   

“ที่นี่บรรยากาศดีเลยใช่มั้ย เจ้าหน้าที่เราตั้งใจให้เป็นแบบนี้ เนื่องจากภารกิจหลักของเราคือทำทุกวิธีเพื่อคืนคนดีกลับสู่ครอบครัว เราก็ต้องพัฒนาเขาอย่างครอบคลุม 

เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เรือนจำไร้รั้วบนพื้นที่เกษตรพันไร่ที่คืนคนใหม่สู่สังคมด้วยศาสตร์พระราชา

“เริ่มตั้งแต่สร้างบรรยากาศให้เหมือนข้างนอกที่สุด จะเห็นว่าเรือนจำเราแทบไม่มีรั้ว เราล้อมรั้วด้วยใจ คืออยู่ด้วยความเชื่อใจกันว่าเขาจะไม่หนี โดยมีมาตรการจับคู่บัดดี้ให้เขาช่วยดูแลซึ่งกันและกัน เพราะเราอยากให้เขารู้จักรับผิดชอบชีวิตตัวเอง ให้เขารู้ตัวเองว่าถ้าเขาหนีโทษอาจจะหนักกว่าเดิม ที่นี่มีคนเข้ามาเที่ยว มาเซลฟี่กันทุกวัน ชิลล์มาก เพราะเราอยากให้นักโทษเราคุ้นชินกับโลกภายนอกมากที่สุด”

เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เรือนจำไร้รั้วบนพื้นที่เกษตรพันไร่ที่คืนคนใหม่สู่สังคมด้วยศาสตร์พระราชา

นอกจากการสร้างบรรยากาศของสถานที่ให้เหมาะสมแก่การฟื้นฟูและพัฒนาแล้ว หัวใจสำคัญในการเตรียมพวกเขาให้กลับเข้าสู่สังคมอย่างเป็นสุข คือการกำหนดนโยบายที่จะช่วยพัฒนาคนหนึ่งคนได้อย่างครอบคลุม โดยสุกฤตาจะประชุมและทบทวนการทำงานของตนเองและเจ้าหน้าที่เสมอ เพื่อให้ทัศนคติและการทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

“ทัศนคติการทำงานนี้ไม่ได้มาจากพี่นะ เป็นนโยบายท่านอธิบดีเลย ว่าให้เราทำเรือนจำที่ผู้ต้องขังใช้ชีวิตใกล้เคียงคนข้างนอก ท่านมองว่ามันเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชน และท่านบอกเสมอว่า จะไม่คืนคนเดิมกลับสู่สังคม จะคืนคนดีกลับสู่สังคม จะไม่มีคนที่มาแล้วมาเสียชีวิตในเรือนจำ เช่น พิษสุราเรื้อรังเข้ามาแล้วตาย 

“เราจะต้องดูแลเขาแบบให้เขากลับไปอยู่ในครอบครัวอย่างคนใหม่ที่ปรับและแก้ไขแล้ว เพราะเรามองว่าเขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ควรได้รับโอกาสในการแก้ตัว บางคนเขากระทำผิดด้วยเหตุจำเป็น บางคนอาจจะไม่รู้ว่าต้องทำยังไงจริงๆ เราก็พยายามทำทุกทางให้เขาไม่ต้องมีชีวิตแบบนั้นอีก

“ดังนั้น เวลาทำงาน พี่กับเจ้าหน้าที่ทุกคนจะทำงานโดยคิดว่าคนเหล่านี้เป็นเพื่อนมนุษย์ที่พลาดไปแล้ว และต้องการโอกาสอีกครั้ง”

02

ฟื้นฟูหัวใจอย่างครอบคลุม

สุกฤตาหยิบหนังสือรายงานของเรือนจำมาวางตรงหน้า ก่อนจะเริ่มต้นเล่าถึงนโยบายการฟื้นฟูและพัฒนาแก้ไขผู้กระทำผิดอย่างครอบคลุม โดยเน้นให้เขาสามารถออกไปใช้ชีวิตและประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน 

นโยบายนี้แบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การฝึกวิชาชีพ การฟื้นฟูพัฒนาจิตใจ และการสร้างการยอมรับจากสังคม

เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เรือนจำไร้รั้วบนพื้นที่เกษตรพันไร่ที่คืนคนใหม่สู่สังคมด้วยศาสตร์พระราชา

เมื่อเข้ามาอยู่ในเรือนจำจนผ่านระยะปรับตัว ผู้ต้องขังทุกคนจะได้ฝึกวิชาชีพต่างๆ ที่พวกเขาสนใจตั้งแต่อาชีพพ่อครัว ช่างซ่อม ช่างตัดผม ควบคู่ไปกับการฝึกอาชีพด้านการเกษตร ทั้งการทำปศุสัตว์ ปุ๋ย และปลูกพืชผลต่างๆ อีกทั้งยังเลือกฝึกวิชาชีพภายนอกเรือนจำได้อีกด้วย 

โดยประสานความร่วมมือ (MOU) กับสถานประกอบการภายนอก เช่น สวนสุภัทราแลนด์ เพื่อฝึกทักษะวิชาชีพอื่นๆ เช่น ไกด์ ผู้จำหน่ายอาหาร ซึ่งเพิ่มโอกาสในการสร้างอาชีพแก่พวกเขาภายหลังพ้นโทษ    

เมื่อผู้ต้องขังมีความชำนาญด้านทักษะอาชีพและมีการวางแผนชีวิตที่ชัดเจน ต่อมาคือการเตรียมความพร้อมด้านจิตใจ เปลี่ยนใจที่เคยผิดพลาดและเป็นทุกข์ให้กลับมามีความสุขอีกครั้ง ด้วยการอบรมด้านศาสนา ครอบครัวสัมพันธ์ และการเตรียมความพร้อมในการกลับสู่สังคมอย่างเป็นสุข ผ่านนโยบายการสร้างการยอมรับจากสังคมด้วยการให้บริการ 

เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เรือนจำไร้รั้วบนพื้นที่เกษตรพันไร่ที่คืนคนใหม่สู่สังคมด้วยศาสตร์พระราชา

ผู้ต้องขังจะได้ออกไปช่วยเหลือสังคมในหลากหลายด้าน เช่น กวาดลานวัด พูดสร้างแรงบันดาลใจ ซ่อมแซมถนน เป็นต้น ทั้งหมดจะช่วยให้พวกเขาไม่หวนกลับมากระทำผิดซ้ำ เป็นการคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน

 “จะเห็นว่าการฟื้นฟูของเราต้องครอบคลุมทุกด้าน แต่เหตุผลที่เราเน้นเรื่องการฝึกทักษะอาชีพ เพราะเราพบว่านักโทษที่เข้ามาส่วนหนึ่งอาจจะมาด้วยเหตุที่เขาว่างงาน รับจ้างไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง เหตุนี้มีส่วนผลักดันให้เขาไปทำสิ่งไม่ดีแล้วต้องโทษเข้ามา 

“เราจึงอยากจะสร้างอาชีพให้เขา เริ่มตั้งแต่ให้เขาเป็นคนเลือกว่าอยากฝึกอะไร เพราะพี่คิดว่าคนเราถ้าได้ทำในสิ่งที่ชอบเขาก็จะทำได้ดี แล้วเราก็สอนให้เขาทำจนออกไปใช้ได้จริง เช่น ฝึกวิชาชีพช่างยนต์ก็จะทำจนเป็น จนใช้ในชีวิตได้ และสุดท้ายต้องมีการวางแผนชีวิตชัดเจนก่อนออกไป 

“ใครที่ชีวิตลำบาก จำเป็นต้องขอทุนประกอบอาชีพ เราก็จะดำเนินเรื่องขอทุนให้ แถมเรายังติดตามและประเมินผลสำหรับคนที่ให้ยอมติดตามว่าเขามีชีวิตที่ดีจริงๆ หรือเปล่า เพื่อจะได้รู้ว่าเราควรปรับปรุงแก้ไขตรงไหนในการทำงานของเรา” 

เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เรือนจำไร้รั้วบนพื้นที่เกษตรพันไร่ที่คืนคนใหม่สู่สังคมด้วยศาสตร์พระราชา

เนื่องจากที่นี่เน้นคืนคนดีสู่ครอบครัวผ่านการฝึกทักษะอาชีพจนชำนาญ พื้นที่สวนใหญ่ของเรือนจำแห่งนี้จึงกลายเป็นแปลงเกษตรอินทรีย์ บ่อปลา สวนยางพารา สวนมะม่วงหิมพานต์ และโซนฝึกอาชีพต่างๆ เช่น ช่างตัดผม ช่างซ่อม 

ภารกิจประจำวันของทุกคนหลังจากตื่นนอน สวดมนต์ ดูแลความสะอาด ทานข้าว เคารพธงชาติ คือประชุมการทำงานในแต่ละวัน และแยกกันไปฝึกทักษะอาชีพจนเชี่ยวชาญ  

“ที่นี่เน้นให้ทุกคนเลือกทำในสิ่งที่ชอบ แต่ทักษะที่ทุกคนต้องฝึกก่อนปล่อยตัวหกเดือน คือการเรียนรู้ศาสตร์พระราชา เดี๋ยวพี่จะพาไปดูว่ามันดียังไง”

03

เปลี่ยนใจที่เคยผิดพลาดด้วยศาสตร์พระราชา

‘ให้เราดูแลผัก ให้ผักดูแลคุณ’

ป้ายทางเข้าหน้าศูนย์เรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาช่างน่ารัก ภายในบริเวณมีแปลงผักหลากหลายชนิดสลับกับเล้าสัตว์ต่างๆ เราเดินชมพืชผักเขียวๆ ทักทายสัตว์เล็กสัตว์น้อยในบรรยากาศที่สะอาดตา มีเสียงหัวเราะพูดคุยสบายๆ ของนักโทษที่กำลังพรวนดินและให้อาหารสัตว์อย่างตั้งใจ ทำให้ที่นี่ยิ่งเหมือนที่ศึกษาดูงานมากกว่าเรือนจำ 

“เราทำงานฟื้นฟูพัฒนามาสักพัก ตอนนั้นเราคิดว่าทำยังไงที่จะช่วยให้นักโทษออกไปแล้วไม่ต้องกลับมาอีก คือทำยังไงให้เขามีงานทำ มีชีวิตที่เติบโตยั่งยืน เราเลยคิดว่าเขาต้องรู้จักการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง พูดง่ายๆ คือรู้กินรู้ใช้ เขาจะต้องรู้ว่าตัวเองมีเท่าไหร่ ใช้ได้เท่าไหร่ ทำยังไงให้ไม่ต้องเป็นหนี้สิน พอไม่เป็นหนี้ โอกาสที่จะทำผิดมันก็น้อย 

“ดังนั้น เราเลยนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ เพราะเชื่อว่าแนวคิดนี้เป็นสิ่งที่ทำได้จริงและเอาเข้าไปอยู่ในชีวิตได้เลย มี อาจารย์สมศักดิ์ เครือวัลย์ ปราชญ์ด้านการเกษตรที่พวกเราเคารพมาวางผังต่างๆ และมาสอนเจ้าหน้าที่ด้วยตนเองเลย”

ศูนย์การเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชานั้นแบ่งเป็น 4 ฐานหลัก 

เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เรือนจำไร้รั้วบนพื้นที่เกษตรพันไร่ที่คืนคนใหม่สู่สังคมด้วยศาสตร์พระราชา
เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เรือนจำไร้รั้วบนพื้นที่เกษตรพันไร่ที่คืนคนใหม่สู่สังคมด้วยศาสตร์พระราชา

ฐานที่ 1 คือ ฐานปศุสัตว์และประมงน้ำจืด ซึ่งพี่ๆ นักโทษจะได้เรียนรู้และฝึกทักษะการเลี้ยงสัตว์เพื่อประกอบอาชีพ ตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะพันธุ์ไปจนถึงการขาย มีสัตว์หลากหลายชนิดให้ฝึกเลี้ยงตามความชอบและความถนัดตั้งแต่หมูหลุม เป็ด ไก่ วัว ควาย แพะ และบรรดาปลาต่างๆ 

เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เรือนจำไร้รั้วบนพื้นที่เกษตรพันไร่ที่คืนคนใหม่สู่สังคมด้วยศาสตร์พระราชา

นอกจากการฝึกเลี้ยงสัตว์ 1 ตัว ให้ได้ผลผลิตที่ดีที่สุด ทุกคนยังได้เรียนรู้การบริหารจัดการฟาร์มให้มีต้นทุนน้อยที่สุด ตั้งแต่การลดค่าอาหารสัตว์โดยใช้เศษอาหารที่เหลือจากการจัดเลี้ยงผู้ต้องขังมาผสมกับหัวอาหาร รวมถึงการนำมูลสัตว์มาแปรรูปเป็นแก๊สและปุ๋ยเพื่อหมุนเวียนใช้ในแปลงเกษตรต่อไป

ฐานที่ 2 เป็นฐานสาธิตเกษตรอินทรีย์ซึ่งเน้นการทำปุ๋ยอินทรีย์และน้ำส้มควันไม้ ในแต่ละวันพวกเขาจะรวบรวมเศษอาหาร มูลสัตว์ วัชพืช และผักตบชวา มาหมักเป็นปุ๋ย รวมถึงแบ่งกำลังกันออกตระเวนหาไม้บริเวณรอบๆ เรือนจำเพื่อเผาและทำเป็นน้ำส้มควันไม้กำจัดศัตรูพืช ผลผลิตที่ได้ในฐานนี้จะถูกส่งต่อให้ฐานต่อไป 

เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เรือนจำไร้รั้วบนพื้นที่เกษตรพันไร่ที่คืนคนใหม่สู่สังคมด้วยศาสตร์พระราชา
เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เรือนจำไร้รั้วบนพื้นที่เกษตรพันไร่ที่คืนคนใหม่สู่สังคมด้วยศาสตร์พระราชา

ฐานที่ 3 คือ ฐานผักปลอดสารพิษ ภายในมีผักสารพัดชนิดที่ปลูกหมุนเวียนกันตามฤดูกาล ตั้งแต่ผักบุ้ง คะน้า กวางตุ้ง ถั่วพู ฟักทอง ผู้ต้องขังจะได้เรียนรู้วิธีดูแลพืชผักให้ได้ผลผลิตที่ดีที่สุด รวมถึงการบริหารจัดการแปลงผักให้มีผลผลิตทั้งปี กล่าวคือปลูกพืชที่ให้ผลผลิตในระยะเวลาที่ไม่ตรงกัน เพื่อสร้างรายได้จากแปลงผักได้ตลอดปี  

เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เรือนจำไร้รั้วบนพื้นที่เกษตรพันไร่ที่คืนคนใหม่สู่สังคมด้วยศาสตร์พระราชา
เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เรือนจำไร้รั้วบนพื้นที่เกษตรพันไร่ที่คืนคนใหม่สู่สังคมด้วยศาสตร์พระราชา

ส่วนฐานที่ 4 เป็นการรวบรวมองค์ความรู้ในฐานที่ 1 ถึง 3 ไว้ในพื้นที่ 1 ไร่ ผ่านแนวคิด ‘ศาสตร์พระราชา เกษตรทฤษฎีใหม่ 1 ไร่ 1 แสน’ โดยเป้าหมายหลักคือทำให้ผู้ต้องขังเห็นแนวคิดการบริหารจัดการพื้นที่ที่ตนเองมีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเกิดรายได้ตลอดปี  

เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เรือนจำไร้รั้วบนพื้นที่เกษตรพันไร่ที่คืนคนใหม่สู่สังคมด้วยศาสตร์พระราชา
เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เรือนจำไร้รั้วบนพื้นที่เกษตรพันไร่ที่คืนคนใหม่สู่สังคมด้วยศาสตร์พระราชา
เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เรือนจำไร้รั้วบนพื้นที่เกษตรพันไร่ที่คืนคนใหม่สู่สังคมด้วยศาสตร์พระราชา

มีการจำลองพื้นที่ 1 ไร่ ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัย แปลงเกษตร และการทำปศุสัตว์ ภายในขุดบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำต่างๆ เช่น ปลา กบ ควบคู่ไปกับการเลี้ยงหมูหลุมและการปลูกผัก โดยใช้ทรัพยากรทุกอย่างที่มี เช่น เศษอาหาร มูลสัตว์ มาหมุนเวียนทำเป็นปุ๋ย สิ่งเหล่านี้จะทำให้พวกเขารู้ว่าพื้นที่บ้านของตนเองนั้นสร้างมูลค่าได้มากกว่าที่คิด  

04

ยืนขึ้นใหม่อย่างยั่งยืน

เราเดินออกจากฐานศาสตร์พระราชาและเห็นว่าที่ฐานสาธิตเกษตรอินทรีย์มีพี่นักโทษ 2 คนกำลังดูแลการทำน้ำส้มควันไม้และการทำปุ๋ยอินทรีย์ เราจึงขอนุญาตพูดคุยกับพี่จ๋าและพี่วันถึงชีวิตและประสบการณ์ในเรือนจำแห่งนี้ พี่ชายใจดีเล่าถึงชีวิตของพวกเขาอย่างจริงใจ

“ตื่นมาอย่างแรกผมก็อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน แล้วก็ทำภารกิจเช้า หน้าที่หลักของผมคือดูแลกล้วยไม้ ดูแลต้นไม้ เสร็จภารกิจก็กลับมาอาบน้ำ รอเข้าแถว แล้วแยกย้ายไปทำ ภารกิจหลักของผมคือดูแลการทำปุ๋ยและน้ำส้มควันไม้ 

เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เรือนจำไร้รั้วบนพื้นที่เกษตรพันไร่ที่คืนคนใหม่สู่สังคมด้วยศาสตร์พระราชา

“ถ้าให้ผมพูดตรงๆ ตอนแรกที่ต้องมาเรียนฐานศาสตร์พระราชาผมไม่ชอบเลย เหนื่อยมาก มันเปื้อน สกปรก มีมูลวัว มูลไก่ แต่พอทำไปเรื่อยๆ ก็พบว่ามันเป็นอาชีพได้ ต่อให้ไม่เป็นอาชีพหลักก็เป็นอาชีพเสริมได้ ผมวางแผนชีวิตแล้วนะว่าออกไปผมอยากไปสมัครงานประจำ ทำแคบหมูขาย เพราะผมทำเป็น และปลูกอะไรเล็กๆ น้อยๆ เป็นรายได้เสริมในพื้นที่ที่เรามี ปุ๋ยราคาแพงก็ไม่เป็นไร เพราะตอนนี้เราทำเองได้” พี่จ๋าเล่าให้ฟัง พี่วันเลยเสริมว่าตนเองเห็นด้วยอย่างยิ่ง

“ตอนแรกผมก็ไม่รู้ว่ามันจะได้ประโยชน์อะไรนะ การเรียนรู้เกษตรกรรมมันหนักแล้วก็เหนื่อย อย่างผมโดนคดียา อันนั้นผมอาจจะเคยได้เงินง่าย แต่พอทำไปๆ ผมก็คิดขึ้นมาได้เองว่าอันนี้มันบริสุทธิ์กว่า ปลูกผักเราไม่ได้ทำร้ายใคร ผมก็วางแผนแล้วนะว่าบ้านผมขายข้าวแกงและที่บ้านมีพื้นที่ พอได้เรียนรู้เรื่องปุ๋ยเรื่องการเกษตร ผมก็จะออกไปปลูกผัก ทำปุ๋ยเอง ผักที่เราได้มาก็ใช้ในร้านข้าวแกงเราได้ ผมว่าศาสตร์พระราชามันเอาไปใช้ได้จริงนะ คิดง่ายๆ แค่เราปลูกผักได้ เราเอาไว้กินเอง เราก็ไม่ต้องไปซื้อ มันลดเงินที่ต้องใช้แล้ว ถ้าเหลือก็ขายเป็นรายได้ได้อีก อย่างน้ำส้มควันไม้ก็ขายได้ ถ้าเงินเหลือเราก็ไม่ต้องเป็นหนี้อะไร ก็ไม่ต้องพาตัวเองไปวนเวียนกับอะไรที่ไม่ดีอีก”

เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เรือนจำไร้รั้วบนพื้นที่เกษตรพันไร่ที่คืนคนใหม่สู่สังคมด้วยศาสตร์พระราชา

สุกฤตาเสริมว่า นอกจากองค์ความรู้ที่พวกเขาจะได้เมื่อปล่อยตัวไป ทั้งเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงการสร้างรายได้หรือลดรายจ่ายด้วยการปลูกผักกินเอง เลี้ยงสัตว์ต่างๆ พวกเขายังมีส่วนในรายได้จากโครงการศาสตร์พระราชาและโครงการต่างๆ ในเรือนจำ โดยผลผลิตที่ได้ทั้งหมดจะจัดจำหน่ายผ่านพ่อค้าแม่ค้าคนกลาง และจำหน่ายในโครงการตลาดนัดเรือนจำวันพุธ ซึ่งประชาชนทั่วไปให้ความสนใจจำนวนมาก

“ในเรือนจำของเรา พวกเขาทุกคนจะมีส่วนในรายได้ต่างๆ ไปด้วยกัน เรานำผลผลิตไปจัดจำหน่ายแล้วนำรายได้มาหมุนเวียนเป็นค่าใช้จ่ายและส่งกองทุนเงินผลพลอยได้ เราปันผลให้ผู้ต้องขัง 50 เปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่ 15 เปอร์เซ็นต์ และ 35 เปอร์เซ็นต์ เป็นทุนหมุนเวียนของเรือนจำ”

รายได้เหล่านี้จะกลายเป็นเงินตั้งต้นในการประกอบอาชีพต่างๆ เมื่อพวกเขาออกไป เป็นจุดเริ่มต้นให้พวกเขายืนขึ้นใหม่ด้วยการวางแผนชีวิตบนหลักความพอเพียง เป็นฟันเฟืองเล็กๆ ที่ส่งเสริมเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน 

05

คืนคนดีสู่อ้อมกอดของครอบครัว

ผลผลิตที่ได้จากแปลงเกษตรศาสตร์พระราชานั้นไม่ใช่แค่พืชผักและรายได้ แต่ยังออกดอกออกผลเป็นชีวิตที่เติบโตงดงามของนักโทษหลังการปล่อยตัว 

จากโครงการติดตามความสำเร็จของผู้พ้นโทษ พบว่านักโทษที่ถูกปล่อยตัวจากที่นี่มีสถิติการกระทำผิดซ้ำ 0 เปอร์เซ็นต์ และส่วนใหญ่ประกอบอาชีพหลังการปล่อยตัวในทิศทางที่ดีขึ้น จากอดีตที่เคยไม่มีอาชีพหรือทำอาชีพรับจ้างทั่วไป เริ่มขยับขยายมาสู่การประกอบอาชีพเกษตรกรรม ค้าขาย ลูกจ้างตามสถานประกอบการต่างๆ รวมถึงทำธุรกิจส่วนตัว  

“สังคมจะให้โอกาสพวกเขาขนาดไหนพี่ไม่รู้ แต่พี่จะบอกพวกเขาเสมอนะว่าต้องให้โอกาสตัวเอง พิสูจน์ตัวเองให้เขารู้ว่าเราปรับตัวได้แล้ว เราเป็นคนใหม่แล้ว ช่วงแรกๆ ออกไปเราอาจจะเจอสิ่งกระทบจิตใจบ้าง เรายิ่งต้องเข้มแข็งและวางแผนอาชีพให้ดี ปรึกษาครอบครัว ให้โอกาสตัวเองได้เป็นคนใหม่ พี่ทำงานที่นี่มาประมาณสามปี พี่รู้สึกภาคภูมิใจนะที่ได้ช่วยสร้างอาชีพ ได้เห็นว่าทุกคนที่มาอยู่มีความสุขขึ้น ได้เห็นว่าเขาไม่ต้องมาวนเวียนในเรือนจำอีก”

เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เรือนจำไร้รั้วบนพื้นที่เกษตรพันไร่ที่คืนคนใหม่สู่สังคมด้วยศาสตร์พระราชา

พี่วันกับพี่จ๋ายิ้มและเล่าให้ฟังถึงความเปลี่ยนแปลงของตนเองที่พวกเขาสังเกตเห็นตั้งแต่มาอยู่ในเรือนจำแห่งนี้ พวกเขาพบว่าตัวเองไม่ใช่คนเดิม แต่เป็นคนที่ดีกว่าเดิม 

 “ผมก็แปลกใจตัวเองนะ พออยู่ที่นี่ไปเรื่อยๆ ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองโตขึ้น ผมเห็นว่าตัวเองเริ่มเป็นคนอดทน ขยัน ใช้เงินประหยัด ประหยัดมาก สามร้อยนี่อยู่ได้นานเลย จะใช้เงินต้องคิดก่อน มีความรับผิดชอบ และไม่เหนื่อยหน่ายกับงาน เมื่อก่อนอยู่ข้างนอกผมเป็นคนขี้เกียจมาก แต่อยู่ในนี้ผมอดทนมาก อยู่ข้างนอกชอบอะไรที่หามาง่าย ขายยาก็ขาย ผมไม่ค่อยสนใจใคร ไม่แคร์คน แต่มาอยู่ในนี้เรารับรู้ถึงชีวิตแต่ละคน ได้รู้จักที่จะเอื้ออาทรกัน เราเลยเห็นชีวิตที่ผ่านมาและไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัวอีก” พี่วันเล่าอย่างจริงใจ

 “อยู่ที่นี่มันเห็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ นะน้อง ตอนอยู่ข้างนอกผมดื้อด้าน ไม่ฟังใคร ทำอะไรตามใจตัวเอง กินเหล้าก็กิน ทุกอย่างที่เป็นสิ่งมัวเมาผมเอาหมด ตอนนั้นจะสามสิบแล้วผมก็ยังไม่โต ผมไม่เคยเห็นตัวเองโตสักที แต่พอติดคุกเรามองเห็นว่าแม่ลำบาก ลูกลำบาก เมียแยกทางไป มีปัญหาหลายอย่าง 

“จนมาอยู่ที่นี่ ผมเห็นจริงๆ นะว่าตอนนี้ผมโตแล้ว ผมพร้อมแล้ว มีศักยภาพที่จะออกไปใช้ชีวิตอย่างคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม ผมว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่ได้จากเรือนจำแห่งนี้ คือเขาสอนให้คนเรามีความรับผิดชอบ ตอนนี้ผมวางแผนชีวิตแล้วว่าออกไปจะทำอะไร ผมว่าผมพร้อมแล้วนะ” พี่จ๋าเล่าพร้อมรอยยิ้ม

เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว เรือนจำไร้รั้วบนพื้นที่เกษตรพันไร่ที่คืนคนใหม่สู่สังคมด้วยศาสตร์พระราชา

เรากล่าวลาพี่ทั้งสองด้วยความเชื่อมั่นว่าพี่จะกลับบ้านอย่างมีความสุขที่สุด เรากล่าวขอบคุณพี่สุกฤตาและเจ้าหน้าที่ที่ตั้งใจทำทุกวิธีเพื่อคืนคนดีกลับสู่ครอบครัว ทั้งการสร้างอาชีพที่ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงการฟื้นฟูพวกเขาให้มีหัวใจที่แข็งแกร่งขึ้น ด้วยการทำงานที่เปี่ยมไปด้วยความหวังในมนุษย์

และหวังว่าเรื่องราวการผลักดันเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ข้อที่ 16 Peace, Justice and Strong Institutions ณ เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว จะช่วยให้คุณตระหนักถึงเส้นทางที่จะเลือกเดินในแต่ละทางแยกของชีวิต แม้อยู่ในสถานการณ์บีบคั้นแค่ไหน เราต้องเลือกเดินบนเส้นทางที่ถูกต้อง 

ในทางกลับกัน ในฐานะเพื่อนร่วมสังคม การให้โอกาสครั้งที่ 2 แก่คนที่เคยทำผิดพลาดให้สามารถเดินกลับสู่บ้านหลังใหญ่หลังนี้ เพื่อเปลี่ยนใจที่เคยผิดพลาดและเป็นทุกข์ให้กลับมามีความสุขอีกครั้ง จะช่วยสร้างสังคมที่เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน

Writer

วิภาดา แหวนเพชร

ขึ้นรถไฟฟ้าหรือไปไหนจะชอบสังเกตคน ชอบคุยกับคนแปลกหน้าโดยเฉพาะ homeless ชีวิตมนุษย์นี่มหัศจรรย์มากๆ เลย ชอบจัง

Photographer

ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์

นักศึกษาถ่ายภาพที่กำลังตามหาแนวทางของตัวเอง ผ่านมุมมอง ผ่านการคิด และ ดู

Sustainable Development Goals

ทำความเข้าใจเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ผ่าน 17 กลุ่มผู้มุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมทางสังคม

The Cloud x Sustainable Development Goals

Sustainable Development Goals หรือ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน คือข้อตกลงระหว่างองค์การสหประชาชาติ (UN) กับประเทศต่างๆ ว่าจะร่วมมือสร้างโลกให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกันใน 17 เป้าหมาย

ตอนเด็กๆ เราเชื่อว่าทุกคนมีอาชีพในฝันเป็น หมอ ตำรวจ พยาบาล ครู นักบิน นักแสดง มากมายหลายอาชีพที่แต่งแต้มจินตนาการวัยเยาว์ให้เรามีพลัง ระหว่างการเติบโตอาจล้มบ้างลุกบ้าง แต่เราก็รู้ว่ามีหนทางให้ก้าวเดินอยู่เบื้องหน้า

เด็กบางคนเกิดมาพร้อมความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นความพิการทางกายภาพหรือมีความต้องการพิเศษ เช่น เด็กๆ ที่มีภาวะออทิซึม เด็กที่มีภาวะดาวน์ซินโดรม หรือเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้น ความต่างเหล่านั้นไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความตั้งใจพยายาม แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ผ่านมา เส้นทางในการเติบโตสู่สังคมของพวกเขานั้นยากลำบากกว่าคนอื่นๆ

คุณคิดว่าพวกเขามีอาชีพในฝันหรือเปล่า หรือเคยสงสัยไหมว่าเมื่อเติบโตไป พวกเขาประกอบอาชีพอะไรหล่อเลี้ยงชีวิต

สถานที่ที่เราอยากพาคุณไปรู้จักนี้ ตั้งอยู่ในกลางเมืองในซอยเอกมัย 10 ภายนอกอาจดูเหมือนโคซี่คาเฟ่ที่เห็นได้ทั่วไป แต่ทว่าที่นี่ซ่อนความพิเศษอย่างหนึ่งไว้ และคุณจะได้สัมผัสหลังจากผลักประตูเข้าไปแล้วเท่านั้น

Steps With Theera

Steps With Theera คือคาเฟ่ที่นอกจากจะเปิดให้บริการอาหารและเครื่องดื่มแสนอร่อยแล้ว ที่นี่ยังเป็นโรงเรียนฝึกสอนผู้ที่มีภาวะออทิซึม ให้สามารถเติบโตไปพร้อมกับทำงานดูแลตัวเอง และใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ

เพื่อผลักดันเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ข้อที่ 8 Decent Work and Economic Growth ภายในปี 2573 บรรลุการจ้างงานเต็มอัตราอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นงานที่มีคุณค่าสำหรับทุกคน รวมถึงเยาวชนและผู้พิการให้มีค่าตอบแทนที่เท่าเทียมสำหรับงานที่มีมูลค่าเท่ากัน และภายในปี 2563 ลดสัดส่วนของเยาวชนที่ตกงานหรือมิได้รับการศึกษาและการฝึกอบรมลงจำนวนมาก

กว่า 3 ปีที่ห้อง 2 คูหาแห่งนี้ผลักดันเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยการฝึกสอนทักษะงานหลากหลายประเภทให้นักเรียนที่มีภาวะออทิซึมจำนวนหลายสิบคน เอื้อง-ธีตา โหตระกิตย์ ผู้ก่อตั้ง Training Center ในคาเฟ่เล็กๆ แห่งนี้เล่าว่า มีศิษย์เก่าของที่นี่จำนวนไม่น้อยที่ได้เข้าทำงานตามร้านอาหารและโรงแรมชั้นนำหลังจากจบหลักสูตรไปแล้ว แถมยังทำได้อย่างดีด้วย

เอื้อง-ธีตา โหตระกิตย์ ผู้ก่อตั้ง Training Center Steps With Theera

นอกจากเรื่องการฝึกสอนทักษะงานแล้ว ที่นี่ยังเป็นเหมือนประตูเชื่อมผู้มีความต้องการพิเศษและสังคมเข้าหากัน เพราะถ้าถามว่าในฐานะคนๆ หนึ่งของสังคม เราเคยมีโอกาสได้พูดคุยหรือมีปฏิสัมพันธ์ใดๆ กับพวกเขาหรือเปล่า เชื่อว่ามีคนส่วนน้อยมากที่เคยมีประสบการณ์ ความห่างเหินระหว่างกันทำให้คนส่วนใหญ่ยิ่งรู้สึกว่า การสร้างปฏิสัมพันธ์กับพวกเขานั้นยากเหลือเกิน 

ทั้งที่จริงๆ แล้ว ผู้ที่มีความต้องการพิเศษก็เหมือนกับเรา มีสุข เศร้า เหงา เสียใจ และที่สำคัญคือมีความฝัน เป็นความฝันแสนเรียบง่าย ว่าจะสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างเท่าเทียมและภาคภูมิด้วยความสามารถของตัวเอง

ร้านในช่วงบ่ายวันนี้ค่อนข้างสงบจากผู้คน เมื่อก้าวเข้ามาในร้าน สิ่งแรกที่เห็นคือฝาผนังฝั่งประตูเรียงรายไปด้วยบอร์ดไม้ยาว โน้ตข้อความนับร้อย และรายชื่อนักเรียนของที่นี่แปะอยู่เพื่อเล่าเรื่องราวบางอย่างกับผู้มาเยือน นาทีต่อมานั้นเอง เราก็ได้ยินเสียงคนคุยกันดังมาจากชั้นบน เดาว่าน่าจะเป็นเสียงของน้องๆ ที่กำลังเรียนหรือทำกิจกรรมอะไรสักอย่างอยู่แน่ๆ

Steps With Theera

หลังจากนั่งจับจองโต๊ะเป็นที่เรียบร้อย เราสังเกตเห็นพนักงาน 2 – 3 คนกำลังยืนทำงานอยู่หลังเคาน์เตอร์กาแฟด้วยท่าทีคล่องแคล่ว พวกเขาคือน้องๆ ที่มีภาวะออทิซึมชายหญิงกำลังฝึกงานทำอาหาร โดยมีผู้จัดการร้านประกบสอนงานอยู่ข้างๆ

คนสอนตั้งใจ คนเรียนก็ตั้งใจ ถ้าเช่นนั้นในฐานะผู้มาเยี่ยมเยียน ขอให้พวกเราตั้งใจฟังเรื่องราวที่เอื้องกำลังจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ ว่าเธอทำให้ความฝันของน้องๆ ที่มีภาวะออทิซึมให้เป็นจริงได้อย่างไร

01

Growing From Being Met

เอื้อง-ธีตา โหตระกิตย์ และ แม็กซ์ ซิมป์สัน พวกเขาคือสองผู้ก่อตั้งที่ชีวิตต่างมีความผูกพันกับเด็กที่อยู่ในภาวะออทิซึม เอื้องมีลูกชายวัย 11 ขวบที่อยู่ในภาวะออทิซึม และเป็นเจ้าของร้านเบเกอรี่ชื่อว่า Theera ส่วนผู้ก่อตั้งคนที่สอง ปัจจุบันเขาเป็นคุณครูผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนเด็กพิเศษ และตัวเขาเองก็มีน้องชายที่อยู่ในภาวะออทิซึมด้วย เมื่อทั้งคู่โคจรมาเจอกัน Steps With Theera จึงถือกำเนิดขึ้นในปี 2559

เอื้องคือหญิงสาวคนหนึ่งที่สนใจด้านวัฒนธรรมและได้ใช้ชีวิตตามความฝันของตัวเอง เธอเรียนจบด้านรัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แล้วเข้าทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศในเวลาต่อมา ระหว่างที่เธอกำลังใช้ชีวิตในต่างประเทศนั้น เอื้องก็พบว่าลูกชายอยู่ในภาวะออทิซึม

“เอื้องเริ่มรู้ว่าเขามีภาวะออทิซึมตอนสองขวบครึ่ง ก็คิดแล้วว่าต้องดูแลลูกเป็นพิเศษ ต้องมีเวลาให้ลูกให้เต็มที่ เราเลยลาออกจากงานเพื่อดูแลและฝึกลูกเองตลอด ตอนนั้นมันมืดมากเพราะเราไม่ได้มีพื้นฐานด้านนี้ แล้วด้วยความเป็นแม่เลยยิ่งมีความกดดันสูง ว่าทำไมสอนแล้วลูกไม่ยอมพูดสักที ยอมรับว่าตอนนั้นค่อนข้างเครียด

“ตอนนั้นเราก็พอมีเวลาว่าง เลยหันไปคลายเครียดด้วยการฝึกทำเค้ก ทำขนมตอนเช้า ฝากขายตามร้านแล้วผลตอบรับค่อนข้างดี ทำไปทำมารู้สึกชอบ พอเราย้ายกลับมาไทย ลูกไปโรงเรียน เราเลยมีเวลาให้กับการทำขนมนานขึ้น ก็เลยตัดสินใจไปเรียนเพิ่มเติมที่เลอ กอร์ดอง เบลอ แล้วก็พยายามศึกษาข้อมูลในการดูแลเด็กเหล่านี้

“เด็กที่มีภาวะออทิซึมควรจะทาน Gluten-Free กับ Vegan เพราะว่า Gluten เป็นตัวขัดขวางการดูดซึมสารอาหาร ซึ่งทำให้การเรียนรู้ของเขายิ่งมีปัญหา มันเป็นอาการที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ แต่ก็ยังไม่ได้มี Study ที่มายืนยันชัดเจน แต่ด้วยความเป็นแม่ อะไรที่พอทำได้เราก็อยากทำก่อน และมันก็เป็นสิ่งที่เราสนใจอยู่แล้ว”

เอื้องเริ่มนำวิชาความรู้ที่เรียนมาปรับสูตรขนมให้เป็น Gluten-free และ Vegan พร้อมกับเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว เริ่มจากเป็นร้านเบเกอรี่ขายทางเฟซบุ๊กหลังจากนั้นก็เปิดร้านตรงที่ว่างใกล้บ้านชื่อว่า Theera เป็นร้านขนมเพื่อสุขภาพ จนประมาณ 2 ปีให้หลัง เอื้องได้รู้จักกับแม็กซ์ ซึ่งกำลังทำงานเป็นครูสอนการศึกษาพิเศษของโรงเรียนที่เปิดอยู่ในซอยเดียวกัน

Steps With Theera

“เขาเห็นร้านเบเกอรี่ เอื้องก็เลยอยากพาเด็กของเขามาฝึกงานที่ร้าน เขารู้สึกว่าเด็กที่โตแล้วควรออกไปสู่การทำงานได้แล้ว ไม่ควรจะอยู่ในรูปแบบของโรงเรียนอีกต่อไป เขาเองก็มีน้องชายที่อยู่ในภาวะออทิซึมอยู่ที่อังกฤษ ซึ่งระบบที่อังกฤษดีกว่าบ้านเรามาก แต่ขณะเดียวกันน้องเขาที่จบมหาลัยกลับไม่มีงานทำอยู่นานมาก จึงเห็นปัญหาว่ามันไม่มีระบบอะไรที่ช่วยฝึกฝนและพัฒนาคนเหล่านี้ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เราเริ่มสนใจ

“เด็กที่เข้ามา ไม่ใช่ทุกคนที่ทำงานในส่วนของเบเกอรี่ แต่เราจะให้ทำงานต้อนรับและบริการลูกค้า ซึ่งจะทำให้น้องๆ เหล่านี้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ได้เจอคนอื่น รู้จักการพูดจากับคนอื่น และรู้จักการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หลังจากพาน้องๆ มาฝึกได้เกือบปี ก็เห็นได้ว่าน้องๆ มีความสุข มีพัฒนาการ แต่เดิมมันเป็นแค่ร้านเบเกอรี่เล็กๆ ก็เลยคิดว่าจะมาเปิดอะไรที่มันจริงจัง จึงกลายมาเป็น Steps With Theera” เอื้องเล่าถึงการเดินทางอันยาวนานของเธอ นี่คงไม่ใช่แค่การพัฒนาน้องๆ อีกหลายสิบชีวิต แต่เป็นการเติบโตอย่างเข้มแข็งของผู้หญิงคนหนึ่งด้วยเช่นกัน

จนถึงวันนี้ Steps With Theera เปิดสอนเป็นศูนย์ฝึกทักษะอาชีพอย่างเต็มรูปแบบ มีการเรียนการสอนจากผู้เชี่ยวชาญโดยใช้ภาษาอังกฤษและภาษาไทยในการสื่อสาร ผู้ฝึกก็ได้ฝึกงานเรียนรู้การทำอาหารไปจนถึงระบบต่างๆ ในครัวด้วย

02

Learning Differences

ก่อนที่เอื้องและแม็กซ์จะรับน้องสักคนเข้ามา พวกเขาต้องพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ปกครองอย่างถ่องแท้จนรู้ว่าน้องแต่ละคนเป็นอย่างไร เคยเรียนหรือศึกษาอะไรมาบ้าง ความคาดหวังของเขาและพ่อแม่คืออะไร ซึ่งที่ร้าน Steps With Theera เปิดโอกาสให้น้องๆ มาทดลองเรียนก่อน 1 – 2 วัน เพื่อประเมินดูว่าน้องแต่ละคนนั้นเหมาะกับการเรียนรู้ของที่นี่หรือไม่ น้องๆ แต่ละคนมีความสนใจด้านไหน และมีโปรแกรมที่สอดคล้องกับเขาหรือเปล่า

“ผู้ที่อยู่ในภาวะออทิซึมก็เหมือนคนทั่วๆ ไปที่ทุกคนจะมีความแตกต่าง มีระดับของทักษะ และความสามารถที่หลากหลาย อย่างลูกชายเอื้องมีความจำดีมาก จำสีหนึ่งร้อยสีได้ว่าชื่ออะไร เรียงยังไง จำเส้นทางได้แม่นยำ และชอบเล่น Google Map มาก สำหรับเราที่เป็นแม่ก็เริ่มคิดว่าจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์อะไรในชีวิตประจำวันได้บ้าง มันขึ้นอยู่กับคนเลี้ยงดูว่าจะสามารถนำความพิเศษเหล่านั้นมาปรับให้มีประโยชน์หรือทำให้เขานำทักษะต่างๆ เหล่านั้นมาเรียนรู้สิ่งอื่นที่มีประโยชน์ในชีวิตเขาได้ยังไง” เอื้องว่า

ปัจจุบันที่แห่งนี้มีผู้ฝึกทั้งหมด 25 คน อายุตั้งแต่ 14 ปี ซึ่งเป็นวัยที่เหมาะสมต่อการเริ่มฝึกฝนทำงาน ไปจนถึง 44 ปีเลยด้วย

Steps With Theera มีระบบการฝึกงานที่เป็นขั้นเป็นตอนที่เหมาะสมมาก มีการฝึกที่แตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่มตามความสามารถของแต่ละคน เบื้องหน้าการทำงานอย่างจริงจังและคล่องแคล่ว ล้วนเป็นผลมาจากความเข้าใจอย่างแท้จริงของตัวผู้ฝึกสอน คือกลุ่ม Job Coach ที่เรียนจบด้านจิตวิทยามา มีแบ็กกราวนด์ด้านนี้โดยเฉพาะ และกลุ่มพนักงานที่เป็นเชฟและบาริสต้า ซึ่งผู้ฝึกสอนทั้ง 2 กลุ่มนี้จะทำงานอย่างสอดคล้องกัน

ค่อยๆ ฝึกด้วยความใจเย็น จากงานง่ายไปงานที่ยากขึ้น น่าจะเป็นคำอธิบายวิธีการของพวกเขาได้ดีที่สุด

เมื่อเราลองสังเกตตามจุดต่างๆ ในเคาน์เตอร์บาร์และในครัว จะเห็นการแปะป้ายรูปภาพและสัญลักษณ์ไว้ตามจุดต่างๆ เอื้องบอกกับเราว่า สิ่งเหล่านี้ช่วยเอื้อให้พวกเขาเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น ไวขึ้น และเป็นระบบมากขึ้นด้วย

Steps With Theera

“เราเน้นการสอนด้วยการให้ทำซ้ำๆ เพระว่าพวกเขาเรียนรู้จากการปฏิบัติเป็นหลัก การใช้รูปภาพจะช่วยได้มากกว่าเพราะการอธิบายที่เป็นคำบรรยายยาวๆ มันอาจจะทำให้เขาโฟกัสยาก ซึ่งจริงๆ แล้วรูปภาพมันไม่ได้ช่วยแค่น้อง Trainee แต่ยังช่วยพนักงานทั่วไปด้วยเหมือนกัน ถือเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์

“น้องๆ อาจจะต้องเน้นการฝึกฝนเยอะๆ ไม่ใช่เน้นการเข้าไปนั่งในห้องเรียนดูกระดาน ครูสอนอ่านหนังสือ ทำการบ้าน แต่เราต้องฝึกให้เขาเรียนรู้ด้วยตัวเอง ที่นี่เราเลยสอนหมดทุกอย่าง ตั้งแต่การใช้เงิน ซักผ้า รีดผ้า ขึ้นรถเมล์ ขึ้นตุ๊กตุ๊ก ขึ้นบีทีเอส นั่งวินฯ หรือเรื่องการใช้เงิน เราสอนทุกสิ่งอย่างที่เป็นทักษะในการใช้ชีวิต แม้ว่าจะทำงานหรือไม่ได้ทำงานก็ตาม แต่อย่างน้อยน้องๆ เขาต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง ส่วนทักษะการทำงานก็มีด้วย ขึ้นอยู่กับว่าน้องมีความสนใจด้านไหน แล้วก็ความคาดหวังของทางบ้านเป็นอย่างไร” เอื้องอธิบาย

Steps With Theera

ผู้ฝึกทุกคนจะมีหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในแต่ละวัน เอื้องทำกระดานเช็กลิสต์ไว้เป็นไกด์ที่ช่วยบอกให้เขารู้ว่าแต่ละวันจะต้องทำอะไรบ้างตามลำดับ เช่น เช้านี้ใครทำหน้าที่เปิดร้าน กวาดพื้น รดน้ำต้นไม้ เช็ดโต๊ะ แล้วก็จัดโต๊ะในร้าน ซึ่งการทำงานตรงนี้ผู้ฝึกจะได้ทำงานร่วมกับทีม Job Coach และพนักงานในร้านคนอื่นๆ ด้วย

“เราจะมอบหมายงานตามความสามารถของน้องๆ สำหรับน้องบางคนที่มีความสนใจด้านการทำอาหาร เขาก็จะเข้าไปฝึกงานในครัวเยอะกว่า ช่วยในการเตรียมของ เช่น ล้างผัก หั่นผัก ช่วยเตรียมขนมก็แล้วแต่ความสามารถของน้อง แต่ว่าอาจจะไม่ได้ทำตั้งแต่ต้นจนจบทุกอย่าง

“มีพนักงานคนหนึ่งทำหน้าที่หลักในการดูแลตึกของเรา เขามาทำโดยที่เขาสมัครเข้ามาเองเลย ไม่ได้ผ่านมาจากการเป็น Trainee ของเรา เขาเรียนจบระดับมหาวิทยาลัยหลักสูตรเกี่ยวกับอาหารมาเลย ตอนแรกเขาเริ่มทำงานในครัวก่อน แต่ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นผู้ดูแลตึก ทำหน้าที่ดูแลความสะอาด สั่งของอะไรแบบนี้ ซึ่งเขาก็ทำได้ดีมาก

“น้องๆ ส่วนมากจะสนใจด้านเบเกอรี่ มีความสามารถในการทำขนมได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกส่งไปฝึกงานที่ร้าน Theera เพราะได้ทำงานในที่ที่มีคนเข้ามาเยอะ ฝึกให้เขาสามารถรับความกดดันได้ ช่วงแรกก็จะให้ทำบราวนี่อย่างเดียวเพื่อเป็นการฝึกฝนทีละนิดไปก่อน ทำซ้ำๆ แล้วค่อยๆ เลื่อนระดับขึ้นไป”

หนึ่งในวิสัยทัศน์ของ Steps With Theera คือการพยายามที่จะสร้างโอกาสในการทำงานของผู้ที่มีความต้องการพิเศษเหล่านี้ และในขณะเดียวกันก็พยายามเปลี่ยนมุมมองของคนในสังคม ที่มักเข้าใจว่าคนที่มีความต้องการพิเศษนั้นไม่มีความสามารถและทำงานไม่ได้

Steps With Theera

“ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาอาจจะไม่ได้อยากถูกมองให้เป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษก็ได้ พวกเขาอาจจะอยากถูกมองว่าเขาไม่ได้ต่างจากเด็กคนอื่น เขาก็มีความเป็นตัวเขา ถึงแม้ว่าคำเรียกเด็กที่มีความต้องการพิเศษจะเป็นคำที่ยอมรับได้ทั่วไป แต่สำหรับเรา เราคิดว่าพวกเขาเป็นเพียงเด็กที่มีการเรียนรู้ต่างจากคนอื่นเท่านั้นเอง”

‘เด็กที่มีการเรียนรู้ต่างจากคนอื่นเท่านั้น’ น่าจะเป็นคำอธิบายของภาวะออทิซึมที่เข้าใจง่ายและเห็นภาพที่สุด เพราะนอกเหนือจากนั้น เราก็เห็นกับตาตัวเองแล้วว่าพวกเขาคือคนๆ หนึ่งที่มีความสามารถในการทำงานและเข้าสังคมได้เป็นอย่างดี เด็กชายวัย 14 ปีเดินเข้ามาพร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มให้เราตรงหน้า ก่อนจะมีบทสนทนาเล็กๆ ถามไถ่ถึงการทำงานในวันนี้ และเอื้องเองก็ดูภูมิใจในตัวน้องๆ อยู่ไม่น้อย

ว่าแล้วก็ขอจิบลาเต้ร้อนตรงหน้าสักนิด ก่อนจะดำเนินบทสนทนาอุ่นๆ ต่อไป

03

Happy Employees

อย่างที่เราเล่าไปข้างต้น ที่นี่เป็นศูนย์เทรนนิ่งที่สอนหลายทักษะแก่เด็กที่อยู่ในภาวะออทิซึม มี Coffee Shop อยู่ชั้นล่างสุด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนที่มาจะต้องไปทำงานด้านนี้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ร้านคาเฟ่มีไว้เพื่อให้เด็กๆ ได้มีโอกาสลงมาทำงาน ฝึกงาน และปฏิบัติงานจริง ขณะเดียวกันก็ยังได้เรียนรู้ Transferable Skill เช่น การมาทำงานตรงต่อเวลา การแต่งกายสุภาพเรียบร้อย การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หรือว่าการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นทักษะที่นำไปใช้ได้ไม่ว่าเขาจะทำงานอยู่ในอาชีพใดก็ตาม

หลังจากได้ลองดื่มกาแฟอุ่นๆ ขนมหวาน และอาหารคาวบางส่วน เราพบว่าที่นี่คือคาเฟ่ที่มีอาหารอร่อยมากแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เราเองรู้สึกชอบทั้งอาหารที่รสชาติอร่อยและบรรยากาศอันอบอุ่นในร้าน ส่วนน้องๆ ฝึกงานก็น่ารักและเป็นกันเองมากๆ ยิ่งมีโอกาสได้ลองชวนคุยก็ยิ่งสัมผัสถึงความเป็นมิตรที่พวกเขามอบให้

สิ่งที่เห็นได้ชัดคือความสุขและร้อยยิ้มของน้องๆ ที่มอบให้เราอย่างจริงใจ

“ตอนแรกก็กังวล ไม่รู้ว่าจะปฏิสัมพันธ์กับเขาอย่างไร” เราพูดขึ้น

“เอื้องก็เคยเป็น (ยิ้ม) ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติ เพราะว่าเราไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน พอมาทำ Steps With Theera มีเด็กเข้ามาเยอะ ก็รู้สึกว่าเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น เราเองไม่ได้คิดว่าจะต้องพูดหรือไม่พูดยังไง แต่อาจจะมีพูดช้าหน่อยหรือเลี่ยงการพูดประโยคยาวๆ แค่นั้นเอง แต่เอื้องก็จะดูด้วยว่าน้องมีทักษะแบบไหน แต่ส่วนใหญ่คุยแบบปกติ มันก็จะทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้นในการที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับเขา

“Coffee Shop เป็นสถานที่ที่ทำให้คนสองกลุ่มมาเจอกัน เราอยากให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพราะเราเป็น Coffee Shop ที่ให้บริการและอาหารที่ดี ไม่ใช่เข้ามาสนับสนุนเพราะความสงสาร การจ้างงานหรือการฝึกงานผู้ที่มีความต้องการพิเศษเป็นเพียงส่วนหนึ่งของร้านเท่านั้น เราต้องการสร้างความเข้าใจว่าการทำงานของบุคคลเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดา เพราะจริงๆ พวกเขามีศักยภาพในการทำงาน แค่นี้เองที่ Steps With Theera ต้องการ” เอื้องพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม เรารู้สึกได้ทันทีถึงความรู้สึกปลื้มใจของเธอในการทำงานตรงนี้

Steps With Theera

เราเชื่อว่าการได้มีโอกาสเพิ่มพูนทักษะการทำงานและการมีสภาวะจิตใจที่ดี ช่วยให้คนที่อยู่ในภาวะออทิซึมสามารถพัฒนาขึ้นได้ พวกเขาอาจทำงานอย่างดีเลิศและมีความเชี่ยวชาญ หากได้อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง

“น้องๆ ทุกคนบอกเราว่าเขามีความสุข เพราะพวกเขาทุกคนเคยเจอสถานการณ์ที่รู้สึกว่าตัวเองแปลกแยกจากคนอื่น  คนไม่ยอมรับเขาเพราะบางทีเขามีพฤติกรรมอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่น พวกเขาจึงคิดว่าอยู่ที่นี่แล้วมีความสุข เพราะมันเป็นสังคมที่เข้าใจเขา และเขาสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ เขามีกลุ่มเพื่อนของเขา มีการสร้างกลุ่มไลน์ ไปเที่ยว กินข้าว ดูหนัง โยนโบว์ลิ่ง เหมือนกับวัยรุ่นปกติทั่วไป เพียงแต่ผู้คนมองไม่เห็นและคิดว่าพวกเขาไม่สนใจกิจกรรมอะไรแบบนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วเขาก็อยากทำเหมือนเรา เพียงแต่ว่าเขาอาจมีการแสดงออกที่ต่างออกไปหรือเป็นเราที่เลือกจะมองไม่เห็นมากกว่า” หลังเอื้องพูดประโยคนี้จบลง เราเชื่อว่ามีใครหลายคนในที่นี้กำลังเข้าใจพวกเขามากขึ้นเช่นกัน

04

Further Steps

ปัจจุบัน Steps With Theera มีสาขาที่กรุงเทพฯ และภูเก็ต

เอื้องเล่าว่าจากการทำงานของตัวเองกับโรงเรียนนานาชาติในภูเก็ต พบว่าภูเก็ตเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีความต้องการอยู่มาก และผู้ปกครองหลายคนก็พร้อมสนับสนุนลูกๆ ให้มีโอกาสพัฒนาตัวเองด้วย เอื้องและแม็กซ์จึงตัดสินใจเปิด Steps With Theera และเป็น Zero Waste Shop ที่ภูเก็ตในปีนี้เอง

“แพลนในอนาคตจะไปในทิศทางยังไงบ้าง” เราถามหญิงสาวเจ้าของร้านที่นั่งอยู่ตรงหน้า

“เราอยากจะให้มี Trainee เข้าไปอยู่ในการทำงานที่อื่นได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันเราก็อยากจะเป็นคนสร้างงานให้น้องๆ ของเราเอง คือทางเราก็อยากจ้าง เพียงแต่ว่าเราอาจจะไม่ได้มี Capacity ที่จะจ้างงานน้องที่มีความพิเศษได้ทุกคน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราอยากได้จริงๆ คือให้บริษัทอื่นๆ สามารถรับน้องๆ เหล่านี้เข้าไปทำงาน ไม่ได้ทำเพียงเพราะกฎหมายหรือแค่ความสงสาร เพราะน้องๆ เหล่านี้สามารถเข้าไปแล้วสร้างประโยชน์ให้องค์กรเขาได้จริงๆ

Steps With Theera

“บางคนก็เรียนจบออกไปแล้วทำงานที่อื่นเป็นพนักงานประจำและพาร์ตไทม์ เป็นผู้ช่วยเชฟ ผู้ดูแลร้าน Grocery ทำงานในออฟฟิศ บางคนย้ายกลับไปทำงานที่ประเทศของตัวเอง เราเองก็ยังมีการคุยอยู่กับบริษัทเพื่อคอยเช็กว่าน้องเป็นยังไงบ้าง สิ่งที่น้องทำคืออะไร เราจะสามารถช่วยเตรียมน้องได้ด้วยค่ะ เพราะเราไม่อยากให้น้องไปทำงานแล้วไม่ราบรื่น เดี๋ยวเขาจะหมดความมั่นใจในตัวเอง

“เราเองก็อยากจะเตรียมความพร้อมน้องให้มากที่สุดก่อนนะ เราต้องดูประเภทของงานด้วยว่าน้องคนนี้เหมาะจะเข้าไปอยู่ในงานที่มีความกดดันได้ไหม น้องสามารถรับตรงนั้นได้ไหม อย่างเราเองถ้าเจอกับความกดดันก็กลับมาดีลกับตัวเอง กลับไปสู้ใหม่ได้ แต่น้องบางคนอาจจะไม่ได้มีความความมั่นใจ ซึ่งมันจะส่งผลเสียกับการกลับไปทำงาน จริงๆ เจอความกดดันได้ก็ดี เพราะมันก็คือโลกของความเป็นจริง วันหนึ่งเขาไปทำงานที่ไหนมันก็ต้องเจออะไรแบบนี้ เพียงแต่ว่าเราจะต้องสอนเขาจากที่นี่แหละ ว่าเวลาคุณไปเจอความกดดัน คุณควรจะรับมือกับมันยังไง”

เราเข้าใจได้ทันทีว่านี่คืออีกงานหนึ่งที่มีความละเอียดอ่อนมาก Steps with Theera คือจุดเริ่มต้นการสร้างเส้นทางสู่ความฝัน ในการยืนหยัดในสังคมอย่างภาคภูมิด้วยตัวเองของผู้ที่มีภาวะออทิซึม แต่ความฝันเหล่านั้นจะถูกต่อเติมไปได้ไกลแค่ไหน ขึ้นอยู่กับพวกเราทุกคนในสังคม

เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ข้อที่ 8 Decent Work and Economic Growth มุ่งผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนทางเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงการจ้างงานที่มีคุณค่าสำหรับทุกคน ไม่มีคำว่าเธอ ไม่มีคำว่าฉัน เพราะทุกคนบนโลกนี้ล้วนแตกต่างเหมือนกัน เมื่อทุกคนพร้อมเปิดรับและให้โอกาส เมื่อนั้นเศรษฐกิจและสังคมก็จะเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน

Writer

นิภัทรา นาคสิงห์

ตื่นเช้า ดื่มอเมริกาโน เลี้ยงปลากัด นัดเจอเพื่อนบ่อย แถมยังชอบวง ADOY กับ Catfish and the bottlemen สนุกดี

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load