วินนี่-เด็กหญิงเคสิยาห์ ชุมพวง ศิลปินภาพวาดแนวนามธรรมวัย 7 ขวบจากจังหวัดตรัง ที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเองตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

วินนี่เริ่มต้นทำงานศิลปะตาม ฮีโร่-เด็กชายวจนะ ชุมพวง พี่ชายที่อายุมากกว่า 1 ปี ผู้จับพู่กันวาดภาพตั้งแต่อายุเพียง 2 ขวบ เธอฉายแววศิลปินตามพี่ชายหลังจากชนะรางวัลเหรียญเงินในการประกวดภาพวาด แม้วันนั้นจะเป็นวันที่เธอจับสีอะคริลิกครั้งแรก

วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah

ทั้งวินนี่และฮีโร่เติบโตด้วยความรักและการสนับสนุนจาก พ่อโพ-กรกมล ชุมพวง และ แม่มุ้ย-ยุภวัลย์ ย่องภู่ คู่รักนักกฎหมายในจังหวัดตรัง 

มีเพื่อนชาวอเมริกันของพ่อโพเคยบอกว่า งานของวินนี่โดยเฉพาะการใช้สีคล้ายกับงานของ Jackson Pollock ศิลปินในยุค 1923 เจ้าของผลงาน Abstract ราคาหลักพันล้าน

วันหนึ่ง หลังจากวินนี่บอกแม่มุ้ยว่าเธออยากสวมกระโปรงลายงานศิลปะของตัวเอง ทุกคนในบ้านก็สนุกกับการออกแบบและตัดเย็บชุดของวินนี่ ซึ่งใครเห็นเป็นต้องเอ่ยปากถาม พวกเขาจึงตัดสินใจเริ่มต้นทำแบรนด์เสื้อผ้าอย่างจริงจัง นั่นทำให้วินนี่และฮีโร่กลายเป็นผู้ประกอบการที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์งานแสดงสินค้า Style Bangkok ที่ไบเทคบางนาเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah

วันเด็กปีนี้ The Cloud ต่อสายตรงไปที่บ้านในจังหวัดตรัง เพื่อคุยกับคุณพ่อโพ-กรกมล ชุมพวง ถึงที่มาและวิธีคิดเบื้องหลังแบรนด์เสื้อผ้าของลูกสาว ซึ่งเขาออกตัวตลอดการสนทนาว่า แบรนด์ Keziah ของพวกเขาไม่ได้ถูกคิดตามกรอบของการทำธุรกิจอย่างสมัยนิยม ทั้งยังไม่ได้เป็นแบรนด์ที่ติดตลาด หรืออยากมุ่งสู่กำไรมหาศาล พวกเขาแค่ทำเพราะอยากสื่อสารแง่งามของศิลปะ และความสุขที่เห็นลูกๆ ทำสิ่งที่รักอย่างอิสระ

วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah

จะว่าไป ไม่จำเป็นสักนิดว่าสิ่งที่พวกเขาทำสร้างผลประกอบการเท่าไหร่ 

แค่ได้ฟังเรื่องราวของวินนี่ ฮีโร่ และครอบครัว ก็ถามตัวเองว่า เราในวัย 7 ขวบกำลังสนุกกับอะไรอยู่

01 

ผสมสีน้ำเป็นสีของใบไม้ ท้องฟ้า ทะเล และภูเขา

ฮีโร่รู้ตัวว่าชื่นชอบการวาดภาพสีน้ำตั้งแต่อายุเพียง 2 ขวบครึ่ง จากความสนุกเมื่อครั้งผสมสีน้ำเป็นสีของใบไม้ ท้องฟ้า ทะเล และภูเขา หลังจากเรียนรู้ทักษะจากครูและศิลปิน สร้างและพัฒนางานจนเป็นรูปเป็นร่าง ฮีโร่ก็เริ่มเดินสายแสดงงานภาพวาดสีน้ำตามที่ต่างๆ ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ขณะที่วินนี่ซึ่งวาดรูปสีน้ำได้เช่นกัน แต่เธอก็รู้ตัวแน่ชัดว่าไม่ชอบ

ทุกครั้งที่ฮีโร่แสดงงานจะมีคนเข้ามาขอถ่ายรูปกับพี่ฮีโร่เสมอ คุณพ่อผู้เข้าใจความรู้สึกของวินนี่ก็ได้แต่ให้กำลังใจ บอกให้เธอพยายามค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบต่อไป

วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah

02 

มองเห็นสีเขียว สีฟ้า แต่ไม่รู้ว่าเป็นภาพอะไร

วันหนึ่งหอศิลป์อันดามัน จังหวัดกระบี่ ชวนฮีโร่ไปร่วมงานศิลปินแห่งชาติสัญจร นอกจากจะรวมศิลปินแห่งชาติกว่า 30 ท่าน ยังมีเวิร์กช็อปวาดภาพสำหรับเยาวชน ซึ่งทั้งหมดเป็นนักเรียนชั้น ป.5 มีเพียงฮีโร่เท่านั้นที่มาจากชั้น ป.1 ส่วนวินนี่ที่ตอนนั้นอายุ 5 ขวบเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 ก็ติดตามพี่ชายมานั่งวาดรูประบายสีอยู่ใกล้ๆ โดยไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์วันนั้นจะทำให้เธอค้นพบพรสวรรค์และเส้นสีของตัวเอง

คุณพ่อเล่าว่า ระหว่างที่วินนี่สาดสี เทสี และเกลี่ยสีอะคริลิกบนผืนผ้าใบ มีศิลปินแแห่งชาติท่านหนึ่งมายืนดูด้านหลัง ตอนนั้นเขารู้ทันทีเลยว่าวินนี่สนุกมากที่ได้ทำ ยิ่งมีใครมายืนดูเขาก็ยิ่งสนุก เมื่อหมดเวลาวาดรูปทางผู้จัดก็ขอเก็บภาพวินนี่ไปด้วย โดยคุณพ่อเพิ่งรู้ตอนนั้นว่าจะมีการตัดสินมอบรางวัล ซึ่งเขาคิดว่าถ้าฮีโร่ได้ชมเชยแล้ววินนี่ไม่ได้อะไร คุณพ่อจะไปหาซื้อของมาปลอบใจวินนี่

กรรมการประกาศรางวัลชมเชยก็แล้ว

รางวัลเหรียญทองแดงก็แล้ว 

ในที่สุด ชื่อของผู้ชนะเหรียญเงิน ได้แก่ วินนี่ และผู้ชนะเหรียญทอง ได้แก่ ฮีโร่

“เราอัศจรรย์ใจกันมากๆ ที่ภาพวาด ‘สวนเอเดน’ ของวินนี่ได้รับรางวัล เรามองเห็นสีเขียว สีฟ้า แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นภาพอะไร จึงถามศิลปินแห่งชาติผู้เป็นกรรมการ จึงได้รู้ว่าเขาตัดสินจากความเป็นอิสระในการทำงาน เพื่อทำให้เห็นว่าศิลปินต่างจากช่างวาดอย่างไร ช่างวาดจะสนใจที่ความเหมือนและความสวยงาม ขณะที่ศิลปินจะสื่อสารความเป็นอิสระของตัวเอง กรรมการจึงมอบรางวัลเหรียญเงินแก่วินนี่

วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah

“พร้อมบอกว่างานของวินนี่เป็นงานศิลปะนามธรรมหรือ Abstact Art ในชีวิตไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน เราก็หาข้อมูล ถามและขอความรู้จากศิลปิน ดูตัวอย่างงานประเภทนี้มากขึ้นโดยเฉพาะของต่างประเทศ ซึ่งราคาของงานแนว Abstract สูงกว่าทั่วไปหลายเท่า วันหนึ่งก็มีเพื่อนชาวอเมริกันทักว่างานของวินนี่คล้ายกับงานของ Jackson Pollock ศิลปินในยุค ค.ศ. 1923 ซึ่งใช้สีคล้ายกันมากแต่งานของเขาราคาหลักพันล้าน” คุณพ่อเล่าที่มาของการค้นพบความถนัดของลูกสาว ซึ่งปัจจุบันมีผลงานถึง 200 ชิ้น ขณะที่ฮีโร่พี่ชายก็มีงานภาพวาดสีน้ำมากถึง 800 ภาพ

03

นิทรรศการที่เล่าเรื่องเล่นอย่างเป็นรูปธรรม

ล่าสุดฮีโร่และวินนี่จะแสดงนิทรรศการ ‘เล่นสีเล่าจินตนาการ’ ร่วมกันที่หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 12 เมษายนนี้ 

“เพราะทั้งพ่อและแม่เป็นทนายทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้ลูกความ เมื่อมีลูก เราก็อยากบอกแก่สังคมว่าเด็กมีอิสระและจำเป็นต้องมีพื้นที่เพื่อทำสิ่งที่รักโดยที่มีพ่อแม่คอยอยู่เคียงข้าง ไม่ตีกรอบในการทำงานศิลปะ ว่าอะไรถูกหรือผิด เพราะพ่อแม่ไม่มีความรู้ที่ใช้ตัดสินพวกเขา” คุณพ่อเล่าใจความสำคัญของการแสดงงานครั้งนี้ก่อนขยายความว่า โดยทั่วไปพ่อแม่จะคิดวางแผน ขีดเส้นทางให้ลูก คิดว่ามีอำนาจในการปกครองเพราะลูกพึ่งพาเงินจากพ่อแม่ จึงคิดแทนลูกทั้งหมด บอกให้เด็กๆ ทำและเป็นในสิ่งที่สังคมนิยมชมชอบ เพราะว่ารักจึงเผลอใส่ความปรารถนาของตัวเองลงไปในตัวพวกเขา

ไม่ใช่แค่เด็กๆ เท่านั้นที่ทำงานศิลปะ ดูเหมือนการเลี้ยงดูเด็กทั้งสองคนนี้ก็เป็นงาน Abstract อย่างหนึ่ง

04

เมื่อไม่ตีกรอบจึงไปไกลมากกว่ากรอบ

เราชอบที่คุณพ่อยอมรับว่าเป็นผู้ปกครองที่ไม่รู้เรื่องศิลปะจึงไม่ตัดสินและตีกรอบสิ่งใดว่าถูกหรือผิด นั่นทำให้สงสัยว่า หากพ่อและแม่รู้เรื่องศิลปะมากๆ วิธีการสอนจะต่างไปจากเดิมไหม หรือหากเด็กสองคนชอบเรื่องกฎหมายขึ้นมา พวกเขายังจะให้อิสระทางความคิดแบบนี้หรือเปล่า

“ผมคิดว่าคงหลีกกันไม่พ้น ถ้าพวกเขาชอบกฎหมายจริงๆ เขาก็คงต้องเดินตามเราและพัฒนาให้เก่งยิ่งกว่าจนปฏิเสธเราและพบเส้นทางของตัวเอง แต่ที่เป็นอยู่นี้ก็เป็นเรื่องที่ดีนะ เมื่อเราไม่รู้ เราก็เลยลองผิดลองถูกร่วมกันและไปข้างหน้าอย่างมีอิสระ”

คุณพ่อเล่าว่าในความอิสระ ศิลปินเองก็ต้องเชื่อมโยงเข้ากับสังคมและคนรอบข้าง นั่นทำให้ก่อนจะเป็นผลงานศิลปะสักชิ้น เด็กๆ จะมาเล่าสิ่งที่พบในชีวิตประจำวันให้ครอบครัวฟัง 

“ลูกแต่ละคนมีความคิดเป็นของตัวเอง ผมและภรรยาก็มีความคิดเป็นของตัวเอง และเนื่องจากเราต่างเป็นนักกฎหมาย การคุยแต่ละครั้งจึงมีเหตุและผลอยู่เสมอ เราเปิดพื้นที่ให้เขาแสดงความคิดเห็น บอกสิ่งที่รู้สึก ก่อนเล่าประสบการณ์ของเราเพื่อเป็นข้อมูลทำให้เขารอบคอบขึ้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรเราจะฟังกันและกัน หาจุดร่วมและทิศทางครอบครัวร่วมกัน”

วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah

05

ครู คือ ธรรมชาติในจังหวัดตรัง

ทันทีที่เราถามถึงปัจจัยและกระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะอันแตกต่างของฮีโร่และวินนี่ คุณพ่อรีบตอบทันทีว่า รู้สึกโชคดีที่ครอบครัวอยู่และเติบโตที่จังหวัดตรัง ที่ที่แวดล้อมด้วยภูเขาและทะเล คุ้นเคยกับฉากพระอาทิตย์ลับลงไปกับพื้นทะเล สนุกกับสีของน้ำทะเลและทราย

“เมื่อไหร่ที่มีเวลาเราจะพาพวกเขาไปสัมผัสกับธรรมชาติให้มากที่สุด สัปดาห์ที่แล้วเราไปเที่ยวเกาะกระดานกัน ทั้งสองคนชอบดำน้ำมากๆ วินนี่เองก็เก็บข้อมูลที่เห็นสร้างเป็นผลงานชื่อดอกไม้น้ำ”

06

ชุดกระโปรงและเสื้อผ้าลายที่วาดขึ้นเอง

วินนี่รู้ตัวตั้งแต่เด็กแล้วว่าชอบแฟชั่น 

“เขาชอบแต่งตัว เดินแบบ โพสท่าถ่ายรูป แม้ช่วงที่ค้นพบและทำงานแนว Abstract ก็ยังไม่ล้มเลิกความฝันลึกๆ ข้างใน เขาบอกแม่ว่าอยากใส่กระโปรงลายงานชิ้นนี้” คุณพ่อเล่าเหตุการณ์หลังจากวินนี่ทำงานศิลปะ Abstract ได้ 1 ปี วาดงานไปแล้วนับร้อยชิ้น

วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah
วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah

หลังจากทั้งพ่อและแม่หาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตก็พบผู้รับผลิตพิมพ์ลายผ้าที่กรุงเทพฯ จึงลองผลิต 2 – 3 หลา ก่อนออกแบบเป็นกระโปรงให้ช่างชาวตรังช่วยตัดสำหรับใส่เป็นชุดลำลองไปโรงเรียนวันศุกร์ เกิดเป็น Talk of the Town ว่าวินนี่มีเสื้อของตัวเอง คนชื่นชมและอยากได้ จากหนึ่งชิ้นก็กลายเป็นสอง สาม และสี่ เรื่อยมาโดยไม่คิดว่าวันหนึ่งจะกลายมาเป็นแบรนด์เสื้อผ้า

เรื่องการออกแบบ ช่วงเริ่มต้นพ่อและแม่รวบรวมแบบและทรงจากอินเทอร์เน็ตมาให้ดู จากนั้นปรึกษากัน “วินนี่จะเป็นคนเลือกเองว่าอยากได้แบบนี้ แต่ไม่ใช่แบบนั้น เช่น ต่อให้แขนกุดจะเป็นกุดแบบนี้ เราเปิดพื้นที่ให้เขาคุยสิ่งที่เขาชอบ” คุณพ่อเล่า

วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah

เมื่อมีคนเข้ามาถามหาเสื้อผ้าแบบวินนี่มากขึ้น พ่อแม่ผู้เป็นทนายจึงเริ่มศึกษาเรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าจริงจัง

“พวกเราไม่ได้คิดจะทำแบรนด์แข่งกับใครในตลาด เราแค่ทำแบรนด์ที่สร้างจากคาแรกเตอร์ของเขา” หลังจากให้รุ่นพี่ที่กรุงเทพฯ ของคุณพ่อช่วยออกแบบโลโก้ ทุกคนในครอบครัวก็เริ่มสนุกขึ้น แบรนด์เคสิยาห์ไม่ได้มีแค่เสื้อผ้าจากงานของวินนี่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงงานจากลายเส้นของฮีโร่ด้วย

07

เจ้าของโรงงานพิมพ์ลายผ้าอยากเจอตัวเจ้าของแบรนด์ทันทีที่เห็นตัวอย่างลายก่อนผลิต

นอกจากความสุขของศิลปินรุ่นจิ๋วทั้งสอง สิ่งที่ครอบครัวให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือคุณภาพของสินค้าที่ผลิตออกมา 

“ช่วงที่โทรติดต่อหาโรงงานพิมพ์ลายผ้า พอเราบอกว่าจะทำผ้าลายงานศิลปะของลูก เขาก็ไม่คุยด้วยแล้วเพราะคิดว่าเรากำลังเล่นกัน ติดต่อหลายเจ้าจนท้อ ไม่มีใครเอาด้วยเลย จนมาเจอโรงงานสุดท้าย ผู้รับสายเป็นเจ้าของโรงงานเอง พอฟังเรื่องราวเขาก็ขอให้ส่งตัวอย่างมา และเมื่อเห็นกระโปรงของวินนี่เขาก็เอ่ยปากขอเจอตัว ก่อนจะนัดหมายพูดคุยและตกลงพิมพ์ลายให้ แม้จะผลิตในจำนวนน้อยซึ่งปกติไม่มีโรงงานไหนกล้ารับทำ ทั้งยังแนะนำโรงงานตัดเย็บที่ยอมทำให้แบบทรงละสิบถึงยี่สิบตัวด้วย” คุณพ่อเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อเจอพาร์ตเนอร์สำคัญซึ่งเป็นโรงงานพิมพ์ลายผ้าอันดับต้นๆ ของประเทศ ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ดังมากมาย ทำให้ผลิตผ้าได้มากถึง 50 ลาย ลายละ 2 – 3 หลา ซึ่งเป็นดีลที่เกิดขึ้นยากมาก

08

ผู้ประกอบการที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์งานแสดงสินค้า

“เมื่อมีสินค้าพร้อมแล้วเราจะขายยังไง” คุณพ่อผู้ยอมรับว่าตัวเองมีความรู้เรื่องการขายอยู่ระดับอนุบาลเปิดประเด็น 

เขาย้ำกับ The Cloud ตลอดการสนทนาว่า สิ่งที่แบรนด์เคสิยาห์ทำนั้นไม่ได้คิดอย่างผู้มีความรู้เรื่องธุรกิจ จึงไม่มั่นใจว่าสิ่งที่คิดและทำเรียกว่าธุรกิจได้จริงไหม แต่จากที่ฟังมาตลอดจนถึงบรรทัดนี้ เราประทับใจลำดับการให้ความสำคัญของพวกเขา การค้นหาคำตอบของสิ่งที่ไม่รู้ ลงมือลองผิดและลองถูกอย่างไม่กลัว เพราะมีความรู้เป็นภูมิคุ้มกัน

พอดีว่าคุณแม่เคยทำงานเป็นที่ปรึกษากฎหมายที่กรมส่งเสริมการส่งออก และมีรุ่นพี่ทำงานอยู่ที่นั่น จึงพบว่าพอมีทางเปิดตลาดในงาน Style Bangkok ที่ไบเทคบางนา หลังจากส่งข้อมูลเพื่อพิจารณาตามขั้นตอน แบรนด์เคสิยาห์ก็กลายเป็นหนึ่งในทีมแบรนด์หน้าใหม่ประจำงานเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah
วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah

สินค้าที่เตรียมไปแสดงและเปิดการขาย ได้แก่ ชุดจากงานศิลปะของวินนี่ ผ้าพันคอพิมพ์ลายจากลายเส้นสีน้ำของฮีโร่ และผ้าม้วนพิมพ์ลายขายเป็นหลาเพื่อไปตัดเย็บหรือใช้งานต่ออีกจำนวนหนึ่ง

“เดิมฮีโร่และวินนี่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้างาน เพราะมีข้อกำหนดว่างานสามวันแรกซึ่งเป็นงานเจรจาซื้อขายไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีเข้างาน พวกเราจึงไปคุยกับ ผอ. แจ้งความจริงว่าผู้ประกอบการแบรนด์เราอายุเจ็ดและแปดขวบจริงๆ ท่านจึงออกใบเข้างานพิเศษให้ เพราะไม่เคยมีกรณีนี้มาก่อน” คุณพ่อเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ

09

ผ้าพิมพ์ลายขายหมดเกลี้ยงในงานครั้งแรก

สิ่งที่ขายดีที่สุดชนิดว่าหมดเกลี้ยง คือผ้าม้วนพิมพ์ลายซึ่งลูกค้าซื้อไปต่อยอดตามการใช้งานได้เอง

ผู้ประกอบการทั่วไปคงดีใจกับการตอบรับของตลาด หรือเห็นโอกาสการเติบโต แต่สำหรับแบรนด์เคสิยาห์ สัญญาณจากยอดขายที่ดีทำให้พวกเขาคิดหนัก

“เรากลับมาทบทวนเป้าหมายของร่วมกัน เพราะการจะก้าวไปเป็นผู้ประกอบการอาจจะทำให้ความเป็นครอบครัวหายไป การทำธุรกิจต้องการเวลา มีผู้บริโภคมีสัญญาที่เราต้องรับผิดชอบ เราไม่คิดจะมีหน้าร้าน แต่ใช้วิธีสื่อสารผ่านทางออนไลน์ ผ่าน Facebook ‘Keziah’ เพราะอยากมีเวลาให้ครอบครัวเหมือนเดิม” 

เพราะเชื่อในอิสระและความคิดสร้างสรรค์ แบรนด์เคสิยาห์ตัดสินใจนำเสนอผ้าเป็นหลา เพื่อให้ผู้ซื้อนำไปจินตนาการต่อ ไปออกแบบ ต่อยอดตามการใช้งานที่ต้องการ ให้เขาภูมิใจกับเสื้อผ้าที่ออกแบบเองใส่แล้วไม่เหมือนใคร สัมผัสกับจินตนาการและความสุขอย่างที่ฮีโร่และวินนี่เป็น

สินค้าของแบรนด์เคสิยาห์นอกจากเสื้อผ้าเด็ก ผ้าม้วน ยังมีกระเป๋า และเร็วๆ นี้ เคสิยาห์ซึ่งทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสิ่งทอและการตัดเย็บที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี กำลังจะมีเสื้อผ้าสำหรับผู้ใหญ่

วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah

“เพราะไม่มีความรู้เรื่องการออกแบบเลย การทำงานร่วมกับคนที่เชี่ยวชาญทำให้รู้ว่าการออกแบบเสื้อผ้าเด็กก็ต้องคิดถึงเด็กเป็นสำคัญ ทำเสื้อผ้าผู้ใหญ่แบบไหนให้ใส่แล้วดูดี ไปจนถึงการวางลายผ้าบนแพตเทิร์นแบบไหนจะสื่อสารลวดลายได้ดีที่สุด” คุณพ่อเล่าบทเรียนจากการทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ ซึ่งเลือกจากทัศนคติการทำธุรกิจ ความตั้งใจที่จะผลิตสินค้าที่ดีที่สุดในราคาที่ไม่ทำร้ายใคร และความเชื่อที่ว่าหัวใจของเคสิยาห์คือความสุขในการทำงานศิลปะและการสื่อสารออกมา

10

ธุรกิจที่สร้างจากพ่อ แม่ พี่ชาย และน้องสาว ผู้เชื่อจินตนาการและความสุข

เคสิยาห์ คือแบรนด์เสื้อผ้าและลายผ้าจากจินตนาการและความสุข

จินตนาการ จากการดำเนินชีวิตที่ไม่มีกรอบของคำว่าถูกและผิดมาครอบ 

เคสิยาห์กำลังบอกสังคมถึงแง่งามของตัวตนที่แท้จริง เพราะเชื่อว่าคนในโลกทุกคนมีตัวตน มีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเอง 

“เคสิยาห์เป็นเด็กผู้หญิงจากจังหวัดหนึ่งในภาคใต้ ผิวคล้ำ แต่มีความมั่นใจในตัวเอง เราอยากนำเสนอความงามจากการเป็นอิสระ พังกรอบความคิดและค่านิยมเดิมๆ ของสังคม แล้วอะไรล่ะคืออิสระที่แท้จริง เราสื่อสารความชอบ การแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ การเติบโตโดยที่ไม่ถูกตีกรอบ 

“เมื่อความคิดสร้างสรรค์อยู่ร่วมในจิตวิญญาณของเราจะทำให้เราเป็นคนที่มีคุณค่ากับโลก เพราะเสริมสร้างโลก ทั้งยังไม่ทำลายใคร โดยเฉพาะการทำงานหรือธุรกิจต่างๆ ถ้าสิ่งนั่นทำลายโลก ทำลายสิ่งแวดล้อม เบียดบังชีวิตเพื่อนมนุษย์ หรือแม้แต่การตั้งราคาของเราโจมตีหรือแย่งชิงพื้นที่ของใคร เราก็ขอไม่ทำ ขออยู่ในพื้นที่ที่เราได้โตและสร้างสรรค์อะไรกับสังคมดีกว่า” คุณพ่อเล่า

ความสุข จากการรู้ว่าเขาเกิดมาแล้วเป็นผู้ได้รับความรัก

“ความรักทำให้คนมีคุณค่า ถ้าเรารู้ว่ามีคนรักเรา พลังของความรักนั้นจะพาเราไปยังที่ต่างๆ ด้วยความมั่นใจ พลังนั้นจะทำลายความกลัวในใจ เช่นเดียวกับที่เคสิยาห์คิดฝันว่าอยากไปถึงระดับโลก วินนี่มองว่าเขาจะไปยืนที่ปารีส เราก็ให้เกียรติในความเชื่อนั้น ให้ความรักความอบอุ่นแก่เขา ทั้งวินนี่และฮีโร่” คุณพ่อทิ้งท้ายคุณค่าของแบรนด์เคสิยาห์ ที่ทรงพลังมากกว่าวิธีการสร้างแบรนด์จากตำราธุรกิจไหนในโลก

วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah

Lesson Learnt

แบรนด์เคสิยาห์เกิดขึ้นจากความรักลูกของพ่อและแม่ผู้เป็นทนายความทั้งคู่ ซึ่งที่ผ่านมามีลูกความเป็นเจ้าของกิจการมากมาย จึงได้เห็นตัวอย่างและข้อควรระวังในการเริ่มต้นธุรกิจไม่น้อย 

“เราเห็นคนทำธุรกิจส่วนมากไม่มีเวลา เนื่องจากเราเป็นนักกฎหมาย ก่อนจะเริ่มทำแบรนด์เราทั้งคู่มองหาปัจจัยที่ควบคุมได้ เช่น เรื่องลิขสิทธิ์ทางปัญญา เครื่องหมายการค้า และหลังจากตัดสินใจไปแสดงงานที่งาน Style Bangkok ที่ไบเทคบางนาทำให้เรียนรู้การกำหนดกลุ่มผู้ซื้อ ได้เห็นลูกค้าจริงๆ คนที่ชอบแล้วซื้อเลยโดยไม่ถามว่าราคาเท่าไหร่ ซึ่งคนกลุ่มนี้มีกำลังซื้อมาก ทั้งหมดคือการลองผิดลองถูก ซึ่งหลายครั้งเราก็ได้รับคำแนะนำดีๆ จากลูกความของเรา”

วินนี่-เด็กหญิงเคสิยาห์ ชุมพวง ศิลปินภาพวาดแนวนามธรรมวัย 7 ขวบจากจังหวัดตรัง ที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเองตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

วินนี่เริ่มต้นทำงานศิลปะตาม ฮีโร่-เด็กชายวจนะ ชุมพวง พี่ชายที่อายุมากกว่า 1 ปี ผู้จับพู่กันวาดภาพตั้งแต่อายุเพียง 2 ขวบ เธอฉายแววศิลปินตามพี่ชายหลังจากชนะรางวัลเหรียญเงินในการประกวดภาพวาด แม้วันนั้นจะเป็นวันที่เธอจับสีอะคริลิกครั้งแรก

วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah

ทั้งวินนี่และฮีโร่เติบโตด้วยความรักและการสนับสนุนจาก พ่อโพ-กรกมล ชุมพวง และ แม่มุ้ย-ยุภวัลย์ ย่องภู่ คู่รักนักกฎหมายในจังหวัดตรัง 

มีเพื่อนชาวอเมริกันของพ่อโพเคยบอกว่า งานของวินนี่โดยเฉพาะการใช้สีคล้ายกับงานของ Jackson Pollock ศิลปินในยุค 1923 เจ้าของผลงาน Abstract ราคาหลักพันล้าน

วันหนึ่ง หลังจากวินนี่บอกแม่มุ้ยว่าเธออยากสวมกระโปรงลายงานศิลปะของตัวเอง ทุกคนในบ้านก็สนุกกับการออกแบบและตัดเย็บชุดของวินนี่ ซึ่งใครเห็นเป็นต้องเอ่ยปากถาม พวกเขาจึงตัดสินใจเริ่มต้นทำแบรนด์เสื้อผ้าอย่างจริงจัง นั่นทำให้วินนี่และฮีโร่กลายเป็นผู้ประกอบการที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์งานแสดงสินค้า Style Bangkok ที่ไบเทคบางนาเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah

วันเด็กปีนี้ The Cloud ต่อสายตรงไปที่บ้านในจังหวัดตรัง เพื่อคุยกับคุณพ่อโพ-กรกมล ชุมพวง ถึงที่มาและวิธีคิดเบื้องหลังแบรนด์เสื้อผ้าของลูกสาว ซึ่งเขาออกตัวตลอดการสนทนาว่า แบรนด์ Keziah ของพวกเขาไม่ได้ถูกคิดตามกรอบของการทำธุรกิจอย่างสมัยนิยม ทั้งยังไม่ได้เป็นแบรนด์ที่ติดตลาด หรืออยากมุ่งสู่กำไรมหาศาล พวกเขาแค่ทำเพราะอยากสื่อสารแง่งามของศิลปะ และความสุขที่เห็นลูกๆ ทำสิ่งที่รักอย่างอิสระ

วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah

จะว่าไป ไม่จำเป็นสักนิดว่าสิ่งที่พวกเขาทำสร้างผลประกอบการเท่าไหร่ 

แค่ได้ฟังเรื่องราวของวินนี่ ฮีโร่ และครอบครัว ก็ถามตัวเองว่า เราในวัย 7 ขวบกำลังสนุกกับอะไรอยู่

01 

ผสมสีน้ำเป็นสีของใบไม้ ท้องฟ้า ทะเล และภูเขา

ฮีโร่รู้ตัวว่าชื่นชอบการวาดภาพสีน้ำตั้งแต่อายุเพียง 2 ขวบครึ่ง จากความสนุกเมื่อครั้งผสมสีน้ำเป็นสีของใบไม้ ท้องฟ้า ทะเล และภูเขา หลังจากเรียนรู้ทักษะจากครูและศิลปิน สร้างและพัฒนางานจนเป็นรูปเป็นร่าง ฮีโร่ก็เริ่มเดินสายแสดงงานภาพวาดสีน้ำตามที่ต่างๆ ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ขณะที่วินนี่ซึ่งวาดรูปสีน้ำได้เช่นกัน แต่เธอก็รู้ตัวแน่ชัดว่าไม่ชอบ

ทุกครั้งที่ฮีโร่แสดงงานจะมีคนเข้ามาขอถ่ายรูปกับพี่ฮีโร่เสมอ คุณพ่อผู้เข้าใจความรู้สึกของวินนี่ก็ได้แต่ให้กำลังใจ บอกให้เธอพยายามค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบต่อไป

วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah

02 

มองเห็นสีเขียว สีฟ้า แต่ไม่รู้ว่าเป็นภาพอะไร

วันหนึ่งหอศิลป์อันดามัน จังหวัดกระบี่ ชวนฮีโร่ไปร่วมงานศิลปินแห่งชาติสัญจร นอกจากจะรวมศิลปินแห่งชาติกว่า 30 ท่าน ยังมีเวิร์กช็อปวาดภาพสำหรับเยาวชน ซึ่งทั้งหมดเป็นนักเรียนชั้น ป.5 มีเพียงฮีโร่เท่านั้นที่มาจากชั้น ป.1 ส่วนวินนี่ที่ตอนนั้นอายุ 5 ขวบเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 ก็ติดตามพี่ชายมานั่งวาดรูประบายสีอยู่ใกล้ๆ โดยไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์วันนั้นจะทำให้เธอค้นพบพรสวรรค์และเส้นสีของตัวเอง

คุณพ่อเล่าว่า ระหว่างที่วินนี่สาดสี เทสี และเกลี่ยสีอะคริลิกบนผืนผ้าใบ มีศิลปินแแห่งชาติท่านหนึ่งมายืนดูด้านหลัง ตอนนั้นเขารู้ทันทีเลยว่าวินนี่สนุกมากที่ได้ทำ ยิ่งมีใครมายืนดูเขาก็ยิ่งสนุก เมื่อหมดเวลาวาดรูปทางผู้จัดก็ขอเก็บภาพวินนี่ไปด้วย โดยคุณพ่อเพิ่งรู้ตอนนั้นว่าจะมีการตัดสินมอบรางวัล ซึ่งเขาคิดว่าถ้าฮีโร่ได้ชมเชยแล้ววินนี่ไม่ได้อะไร คุณพ่อจะไปหาซื้อของมาปลอบใจวินนี่

กรรมการประกาศรางวัลชมเชยก็แล้ว

รางวัลเหรียญทองแดงก็แล้ว 

ในที่สุด ชื่อของผู้ชนะเหรียญเงิน ได้แก่ วินนี่ และผู้ชนะเหรียญทอง ได้แก่ ฮีโร่

“เราอัศจรรย์ใจกันมากๆ ที่ภาพวาด ‘สวนเอเดน’ ของวินนี่ได้รับรางวัล เรามองเห็นสีเขียว สีฟ้า แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นภาพอะไร จึงถามศิลปินแห่งชาติผู้เป็นกรรมการ จึงได้รู้ว่าเขาตัดสินจากความเป็นอิสระในการทำงาน เพื่อทำให้เห็นว่าศิลปินต่างจากช่างวาดอย่างไร ช่างวาดจะสนใจที่ความเหมือนและความสวยงาม ขณะที่ศิลปินจะสื่อสารความเป็นอิสระของตัวเอง กรรมการจึงมอบรางวัลเหรียญเงินแก่วินนี่

วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah

“พร้อมบอกว่างานของวินนี่เป็นงานศิลปะนามธรรมหรือ Abstact Art ในชีวิตไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน เราก็หาข้อมูล ถามและขอความรู้จากศิลปิน ดูตัวอย่างงานประเภทนี้มากขึ้นโดยเฉพาะของต่างประเทศ ซึ่งราคาของงานแนว Abstract สูงกว่าทั่วไปหลายเท่า วันหนึ่งก็มีเพื่อนชาวอเมริกันทักว่างานของวินนี่คล้ายกับงานของ Jackson Pollock ศิลปินในยุค ค.ศ. 1923 ซึ่งใช้สีคล้ายกันมากแต่งานของเขาราคาหลักพันล้าน” คุณพ่อเล่าที่มาของการค้นพบความถนัดของลูกสาว ซึ่งปัจจุบันมีผลงานถึง 200 ชิ้น ขณะที่ฮีโร่พี่ชายก็มีงานภาพวาดสีน้ำมากถึง 800 ภาพ

03

นิทรรศการที่เล่าเรื่องเล่นอย่างเป็นรูปธรรม

ล่าสุดฮีโร่และวินนี่จะแสดงนิทรรศการ ‘เล่นสีเล่าจินตนาการ’ ร่วมกันที่หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 12 เมษายนนี้ 

“เพราะทั้งพ่อและแม่เป็นทนายทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้ลูกความ เมื่อมีลูก เราก็อยากบอกแก่สังคมว่าเด็กมีอิสระและจำเป็นต้องมีพื้นที่เพื่อทำสิ่งที่รักโดยที่มีพ่อแม่คอยอยู่เคียงข้าง ไม่ตีกรอบในการทำงานศิลปะ ว่าอะไรถูกหรือผิด เพราะพ่อแม่ไม่มีความรู้ที่ใช้ตัดสินพวกเขา” คุณพ่อเล่าใจความสำคัญของการแสดงงานครั้งนี้ก่อนขยายความว่า โดยทั่วไปพ่อแม่จะคิดวางแผน ขีดเส้นทางให้ลูก คิดว่ามีอำนาจในการปกครองเพราะลูกพึ่งพาเงินจากพ่อแม่ จึงคิดแทนลูกทั้งหมด บอกให้เด็กๆ ทำและเป็นในสิ่งที่สังคมนิยมชมชอบ เพราะว่ารักจึงเผลอใส่ความปรารถนาของตัวเองลงไปในตัวพวกเขา

ไม่ใช่แค่เด็กๆ เท่านั้นที่ทำงานศิลปะ ดูเหมือนการเลี้ยงดูเด็กทั้งสองคนนี้ก็เป็นงาน Abstract อย่างหนึ่ง

04

เมื่อไม่ตีกรอบจึงไปไกลมากกว่ากรอบ

เราชอบที่คุณพ่อยอมรับว่าเป็นผู้ปกครองที่ไม่รู้เรื่องศิลปะจึงไม่ตัดสินและตีกรอบสิ่งใดว่าถูกหรือผิด นั่นทำให้สงสัยว่า หากพ่อและแม่รู้เรื่องศิลปะมากๆ วิธีการสอนจะต่างไปจากเดิมไหม หรือหากเด็กสองคนชอบเรื่องกฎหมายขึ้นมา พวกเขายังจะให้อิสระทางความคิดแบบนี้หรือเปล่า

“ผมคิดว่าคงหลีกกันไม่พ้น ถ้าพวกเขาชอบกฎหมายจริงๆ เขาก็คงต้องเดินตามเราและพัฒนาให้เก่งยิ่งกว่าจนปฏิเสธเราและพบเส้นทางของตัวเอง แต่ที่เป็นอยู่นี้ก็เป็นเรื่องที่ดีนะ เมื่อเราไม่รู้ เราก็เลยลองผิดลองถูกร่วมกันและไปข้างหน้าอย่างมีอิสระ”

คุณพ่อเล่าว่าในความอิสระ ศิลปินเองก็ต้องเชื่อมโยงเข้ากับสังคมและคนรอบข้าง นั่นทำให้ก่อนจะเป็นผลงานศิลปะสักชิ้น เด็กๆ จะมาเล่าสิ่งที่พบในชีวิตประจำวันให้ครอบครัวฟัง 

“ลูกแต่ละคนมีความคิดเป็นของตัวเอง ผมและภรรยาก็มีความคิดเป็นของตัวเอง และเนื่องจากเราต่างเป็นนักกฎหมาย การคุยแต่ละครั้งจึงมีเหตุและผลอยู่เสมอ เราเปิดพื้นที่ให้เขาแสดงความคิดเห็น บอกสิ่งที่รู้สึก ก่อนเล่าประสบการณ์ของเราเพื่อเป็นข้อมูลทำให้เขารอบคอบขึ้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรเราจะฟังกันและกัน หาจุดร่วมและทิศทางครอบครัวร่วมกัน”

วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah

05

ครู คือ ธรรมชาติในจังหวัดตรัง

ทันทีที่เราถามถึงปัจจัยและกระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะอันแตกต่างของฮีโร่และวินนี่ คุณพ่อรีบตอบทันทีว่า รู้สึกโชคดีที่ครอบครัวอยู่และเติบโตที่จังหวัดตรัง ที่ที่แวดล้อมด้วยภูเขาและทะเล คุ้นเคยกับฉากพระอาทิตย์ลับลงไปกับพื้นทะเล สนุกกับสีของน้ำทะเลและทราย

“เมื่อไหร่ที่มีเวลาเราจะพาพวกเขาไปสัมผัสกับธรรมชาติให้มากที่สุด สัปดาห์ที่แล้วเราไปเที่ยวเกาะกระดานกัน ทั้งสองคนชอบดำน้ำมากๆ วินนี่เองก็เก็บข้อมูลที่เห็นสร้างเป็นผลงานชื่อดอกไม้น้ำ”

06

ชุดกระโปรงและเสื้อผ้าลายที่วาดขึ้นเอง

วินนี่รู้ตัวตั้งแต่เด็กแล้วว่าชอบแฟชั่น 

“เขาชอบแต่งตัว เดินแบบ โพสท่าถ่ายรูป แม้ช่วงที่ค้นพบและทำงานแนว Abstract ก็ยังไม่ล้มเลิกความฝันลึกๆ ข้างใน เขาบอกแม่ว่าอยากใส่กระโปรงลายงานชิ้นนี้” คุณพ่อเล่าเหตุการณ์หลังจากวินนี่ทำงานศิลปะ Abstract ได้ 1 ปี วาดงานไปแล้วนับร้อยชิ้น

วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah
วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah

หลังจากทั้งพ่อและแม่หาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตก็พบผู้รับผลิตพิมพ์ลายผ้าที่กรุงเทพฯ จึงลองผลิต 2 – 3 หลา ก่อนออกแบบเป็นกระโปรงให้ช่างชาวตรังช่วยตัดสำหรับใส่เป็นชุดลำลองไปโรงเรียนวันศุกร์ เกิดเป็น Talk of the Town ว่าวินนี่มีเสื้อของตัวเอง คนชื่นชมและอยากได้ จากหนึ่งชิ้นก็กลายเป็นสอง สาม และสี่ เรื่อยมาโดยไม่คิดว่าวันหนึ่งจะกลายมาเป็นแบรนด์เสื้อผ้า

เรื่องการออกแบบ ช่วงเริ่มต้นพ่อและแม่รวบรวมแบบและทรงจากอินเทอร์เน็ตมาให้ดู จากนั้นปรึกษากัน “วินนี่จะเป็นคนเลือกเองว่าอยากได้แบบนี้ แต่ไม่ใช่แบบนั้น เช่น ต่อให้แขนกุดจะเป็นกุดแบบนี้ เราเปิดพื้นที่ให้เขาคุยสิ่งที่เขาชอบ” คุณพ่อเล่า

วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah

เมื่อมีคนเข้ามาถามหาเสื้อผ้าแบบวินนี่มากขึ้น พ่อแม่ผู้เป็นทนายจึงเริ่มศึกษาเรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าจริงจัง

“พวกเราไม่ได้คิดจะทำแบรนด์แข่งกับใครในตลาด เราแค่ทำแบรนด์ที่สร้างจากคาแรกเตอร์ของเขา” หลังจากให้รุ่นพี่ที่กรุงเทพฯ ของคุณพ่อช่วยออกแบบโลโก้ ทุกคนในครอบครัวก็เริ่มสนุกขึ้น แบรนด์เคสิยาห์ไม่ได้มีแค่เสื้อผ้าจากงานของวินนี่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงงานจากลายเส้นของฮีโร่ด้วย

07

เจ้าของโรงงานพิมพ์ลายผ้าอยากเจอตัวเจ้าของแบรนด์ทันทีที่เห็นตัวอย่างลายก่อนผลิต

นอกจากความสุขของศิลปินรุ่นจิ๋วทั้งสอง สิ่งที่ครอบครัวให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือคุณภาพของสินค้าที่ผลิตออกมา 

“ช่วงที่โทรติดต่อหาโรงงานพิมพ์ลายผ้า พอเราบอกว่าจะทำผ้าลายงานศิลปะของลูก เขาก็ไม่คุยด้วยแล้วเพราะคิดว่าเรากำลังเล่นกัน ติดต่อหลายเจ้าจนท้อ ไม่มีใครเอาด้วยเลย จนมาเจอโรงงานสุดท้าย ผู้รับสายเป็นเจ้าของโรงงานเอง พอฟังเรื่องราวเขาก็ขอให้ส่งตัวอย่างมา และเมื่อเห็นกระโปรงของวินนี่เขาก็เอ่ยปากขอเจอตัว ก่อนจะนัดหมายพูดคุยและตกลงพิมพ์ลายให้ แม้จะผลิตในจำนวนน้อยซึ่งปกติไม่มีโรงงานไหนกล้ารับทำ ทั้งยังแนะนำโรงงานตัดเย็บที่ยอมทำให้แบบทรงละสิบถึงยี่สิบตัวด้วย” คุณพ่อเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อเจอพาร์ตเนอร์สำคัญซึ่งเป็นโรงงานพิมพ์ลายผ้าอันดับต้นๆ ของประเทศ ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ดังมากมาย ทำให้ผลิตผ้าได้มากถึง 50 ลาย ลายละ 2 – 3 หลา ซึ่งเป็นดีลที่เกิดขึ้นยากมาก

08

ผู้ประกอบการที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์งานแสดงสินค้า

“เมื่อมีสินค้าพร้อมแล้วเราจะขายยังไง” คุณพ่อผู้ยอมรับว่าตัวเองมีความรู้เรื่องการขายอยู่ระดับอนุบาลเปิดประเด็น 

เขาย้ำกับ The Cloud ตลอดการสนทนาว่า สิ่งที่แบรนด์เคสิยาห์ทำนั้นไม่ได้คิดอย่างผู้มีความรู้เรื่องธุรกิจ จึงไม่มั่นใจว่าสิ่งที่คิดและทำเรียกว่าธุรกิจได้จริงไหม แต่จากที่ฟังมาตลอดจนถึงบรรทัดนี้ เราประทับใจลำดับการให้ความสำคัญของพวกเขา การค้นหาคำตอบของสิ่งที่ไม่รู้ ลงมือลองผิดและลองถูกอย่างไม่กลัว เพราะมีความรู้เป็นภูมิคุ้มกัน

พอดีว่าคุณแม่เคยทำงานเป็นที่ปรึกษากฎหมายที่กรมส่งเสริมการส่งออก และมีรุ่นพี่ทำงานอยู่ที่นั่น จึงพบว่าพอมีทางเปิดตลาดในงาน Style Bangkok ที่ไบเทคบางนา หลังจากส่งข้อมูลเพื่อพิจารณาตามขั้นตอน แบรนด์เคสิยาห์ก็กลายเป็นหนึ่งในทีมแบรนด์หน้าใหม่ประจำงานเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah
วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah

สินค้าที่เตรียมไปแสดงและเปิดการขาย ได้แก่ ชุดจากงานศิลปะของวินนี่ ผ้าพันคอพิมพ์ลายจากลายเส้นสีน้ำของฮีโร่ และผ้าม้วนพิมพ์ลายขายเป็นหลาเพื่อไปตัดเย็บหรือใช้งานต่ออีกจำนวนหนึ่ง

“เดิมฮีโร่และวินนี่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้างาน เพราะมีข้อกำหนดว่างานสามวันแรกซึ่งเป็นงานเจรจาซื้อขายไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีเข้างาน พวกเราจึงไปคุยกับ ผอ. แจ้งความจริงว่าผู้ประกอบการแบรนด์เราอายุเจ็ดและแปดขวบจริงๆ ท่านจึงออกใบเข้างานพิเศษให้ เพราะไม่เคยมีกรณีนี้มาก่อน” คุณพ่อเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ

09

ผ้าพิมพ์ลายขายหมดเกลี้ยงในงานครั้งแรก

สิ่งที่ขายดีที่สุดชนิดว่าหมดเกลี้ยง คือผ้าม้วนพิมพ์ลายซึ่งลูกค้าซื้อไปต่อยอดตามการใช้งานได้เอง

ผู้ประกอบการทั่วไปคงดีใจกับการตอบรับของตลาด หรือเห็นโอกาสการเติบโต แต่สำหรับแบรนด์เคสิยาห์ สัญญาณจากยอดขายที่ดีทำให้พวกเขาคิดหนัก

“เรากลับมาทบทวนเป้าหมายของร่วมกัน เพราะการจะก้าวไปเป็นผู้ประกอบการอาจจะทำให้ความเป็นครอบครัวหายไป การทำธุรกิจต้องการเวลา มีผู้บริโภคมีสัญญาที่เราต้องรับผิดชอบ เราไม่คิดจะมีหน้าร้าน แต่ใช้วิธีสื่อสารผ่านทางออนไลน์ ผ่าน Facebook ‘Keziah’ เพราะอยากมีเวลาให้ครอบครัวเหมือนเดิม” 

เพราะเชื่อในอิสระและความคิดสร้างสรรค์ แบรนด์เคสิยาห์ตัดสินใจนำเสนอผ้าเป็นหลา เพื่อให้ผู้ซื้อนำไปจินตนาการต่อ ไปออกแบบ ต่อยอดตามการใช้งานที่ต้องการ ให้เขาภูมิใจกับเสื้อผ้าที่ออกแบบเองใส่แล้วไม่เหมือนใคร สัมผัสกับจินตนาการและความสุขอย่างที่ฮีโร่และวินนี่เป็น

สินค้าของแบรนด์เคสิยาห์นอกจากเสื้อผ้าเด็ก ผ้าม้วน ยังมีกระเป๋า และเร็วๆ นี้ เคสิยาห์ซึ่งทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสิ่งทอและการตัดเย็บที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี กำลังจะมีเสื้อผ้าสำหรับผู้ใหญ่

วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah

“เพราะไม่มีความรู้เรื่องการออกแบบเลย การทำงานร่วมกับคนที่เชี่ยวชาญทำให้รู้ว่าการออกแบบเสื้อผ้าเด็กก็ต้องคิดถึงเด็กเป็นสำคัญ ทำเสื้อผ้าผู้ใหญ่แบบไหนให้ใส่แล้วดูดี ไปจนถึงการวางลายผ้าบนแพตเทิร์นแบบไหนจะสื่อสารลวดลายได้ดีที่สุด” คุณพ่อเล่าบทเรียนจากการทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ ซึ่งเลือกจากทัศนคติการทำธุรกิจ ความตั้งใจที่จะผลิตสินค้าที่ดีที่สุดในราคาที่ไม่ทำร้ายใคร และความเชื่อที่ว่าหัวใจของเคสิยาห์คือความสุขในการทำงานศิลปะและการสื่อสารออกมา

10

ธุรกิจที่สร้างจากพ่อ แม่ พี่ชาย และน้องสาว ผู้เชื่อจินตนาการและความสุข

เคสิยาห์ คือแบรนด์เสื้อผ้าและลายผ้าจากจินตนาการและความสุข

จินตนาการ จากการดำเนินชีวิตที่ไม่มีกรอบของคำว่าถูกและผิดมาครอบ 

เคสิยาห์กำลังบอกสังคมถึงแง่งามของตัวตนที่แท้จริง เพราะเชื่อว่าคนในโลกทุกคนมีตัวตน มีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเอง 

“เคสิยาห์เป็นเด็กผู้หญิงจากจังหวัดหนึ่งในภาคใต้ ผิวคล้ำ แต่มีความมั่นใจในตัวเอง เราอยากนำเสนอความงามจากการเป็นอิสระ พังกรอบความคิดและค่านิยมเดิมๆ ของสังคม แล้วอะไรล่ะคืออิสระที่แท้จริง เราสื่อสารความชอบ การแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ การเติบโตโดยที่ไม่ถูกตีกรอบ 

“เมื่อความคิดสร้างสรรค์อยู่ร่วมในจิตวิญญาณของเราจะทำให้เราเป็นคนที่มีคุณค่ากับโลก เพราะเสริมสร้างโลก ทั้งยังไม่ทำลายใคร โดยเฉพาะการทำงานหรือธุรกิจต่างๆ ถ้าสิ่งนั่นทำลายโลก ทำลายสิ่งแวดล้อม เบียดบังชีวิตเพื่อนมนุษย์ หรือแม้แต่การตั้งราคาของเราโจมตีหรือแย่งชิงพื้นที่ของใคร เราก็ขอไม่ทำ ขออยู่ในพื้นที่ที่เราได้โตและสร้างสรรค์อะไรกับสังคมดีกว่า” คุณพ่อเล่า

ความสุข จากการรู้ว่าเขาเกิดมาแล้วเป็นผู้ได้รับความรัก

“ความรักทำให้คนมีคุณค่า ถ้าเรารู้ว่ามีคนรักเรา พลังของความรักนั้นจะพาเราไปยังที่ต่างๆ ด้วยความมั่นใจ พลังนั้นจะทำลายความกลัวในใจ เช่นเดียวกับที่เคสิยาห์คิดฝันว่าอยากไปถึงระดับโลก วินนี่มองว่าเขาจะไปยืนที่ปารีส เราก็ให้เกียรติในความเชื่อนั้น ให้ความรักความอบอุ่นแก่เขา ทั้งวินนี่และฮีโร่” คุณพ่อทิ้งท้ายคุณค่าของแบรนด์เคสิยาห์ ที่ทรงพลังมากกว่าวิธีการสร้างแบรนด์จากตำราธุรกิจไหนในโลก

วินนี่ เคสิยาห์ ชุมพวง เด็กหญิงเจ็ดขวบที่มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง keziah

Lesson Learnt

แบรนด์เคสิยาห์เกิดขึ้นจากความรักลูกของพ่อและแม่ผู้เป็นทนายความทั้งคู่ ซึ่งที่ผ่านมามีลูกความเป็นเจ้าของกิจการมากมาย จึงได้เห็นตัวอย่างและข้อควรระวังในการเริ่มต้นธุรกิจไม่น้อย 

“เราเห็นคนทำธุรกิจส่วนมากไม่มีเวลา เนื่องจากเราเป็นนักกฎหมาย ก่อนจะเริ่มทำแบรนด์เราทั้งคู่มองหาปัจจัยที่ควบคุมได้ เช่น เรื่องลิขสิทธิ์ทางปัญญา เครื่องหมายการค้า และหลังจากตัดสินใจไปแสดงงานที่งาน Style Bangkok ที่ไบเทคบางนาทำให้เรียนรู้การกำหนดกลุ่มผู้ซื้อ ได้เห็นลูกค้าจริงๆ คนที่ชอบแล้วซื้อเลยโดยไม่ถามว่าราคาเท่าไหร่ ซึ่งคนกลุ่มนี้มีกำลังซื้อมาก ทั้งหมดคือการลองผิดลองถูก ซึ่งหลายครั้งเราก็ได้รับคำแนะนำดีๆ จากลูกความของเรา”

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ปกรณ์กานต์ ทยานศิลป์

ช่างภาพจากตรัง ชอบเดินทางไปทั่วประเทศกับมอเตอร์ไซค์ เพื่อแสวงหาบะหมี่เกี๊ยว เปาเปี๊ยะสด และขนมจีบกุ้ง ถ่ายภาพวิถีชีวิต ศิลปะ วัฒนธรรม และผู้คน

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

“ทำไมกวาดบ้านมาตั้งนาน บ้านยังไม่สะอาดอีกนะ แถมบางทียังสกปรกขึ้นอีก”

นี่คงเป็นความในใจของใครหลายๆ คนเมื่อต้องหยิบไม้กวาดในบ้านที่ใช้ได้ไม่นาน ดอกหญ้าก็หลุดร่วงจนแทบจะต้องเปลี่ยนทุกๆ 3 เดือน

Sweepy คือแบรนด์ที่เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานั้น โดยเริ่มต้นจากการตั้งใจผลิตไม้กวาดที่มีคุณภาพ ถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์ ให้คุณทำความสะอาดได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น มีอายุการใช้งานนานนับปี และมีเป้าหมายสุดท้ายคืออยากเห็นคนมีชีวิตที่ดีขึ้น

Sweepy ไม้กวาดที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ให้ใช้ได้นาน และกวาดบ้านอย่างมีความสุข

แบรนด์นี้เกิดจากการร่วมมือกันของสามพี่น้อง 

ตูน-นนทัช ขันธรูป พี่ใหญ่ผู้ริเริ่มแบรนด์ ดูแลด้านการออกแบบและการตลาด โดยมีอีกหน้ากากหนึ่งเป็นสถาปนิกผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบร้านที่เราคุ้นเคยหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Peace Oriental Teahouse, Khao, และ Honeyful Cafe 

แตม-อธิษฐ์ ขันธรูป น้องชายคนรองผู้ดูแลด้านการโฆษณา

และ เติม-โตมา ขันธรูป น้องชายคนเล็กที่รับผิดชอบด้านสื่อออนไลน์ การวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์

Sweepy ไม้กวาดที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ให้ใช้ได้นาน และกวาดบ้านอย่างมีความสุข

ในตอนแรก ตูนก็คล้ายกับใครหลายๆ คนที่อยากลองทำธุรกิจค้าขาย หลายคนหาไอเดียจาก Pain Point ของตัวเอง บางคนก็เริ่มต้นจากธุรกิจของครอบครัว แต่ Sweepy กลับมีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ ‘วัด’

ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิด ‘วัด’ นั่นแหละ ในช่วงที่ตูนกำลังบวชอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง ด้วยสัญชาตญาณนักออกแบบผู้หลงใหลในงานคราฟต์ ทำให้เขาได้เห็นและเรียนรู้วิชาการทำไม้กวาดจากคุณลุงคนหนึ่ง แต่ใครจะไปรู้ว่าวิชานี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจใหม่ของเขาในอนาคต อย่างธุรกิจผลิตอุปกรณ์สามัญประจำบ้านที่เรียกว่า ‘ไม้กวาด’

ปัญหาหลุดลุ่ย

“ปัญหาหลักคือดอกหญ้าหลุด ผมเลยศึกษาว่าทำไมมันถึงหลุด ทำไมไม้กวาดถึงใช้ได้แค่สามเดือนแล้วก็พัง เลยมาลองดูว่าเราจะทำไม้กวาดที่ดีกว่านี้ได้ไหม” ตูนเล่าถึง Pain Point ซึ่งพบเจอในไม้กวาดดอกหญ้าที่ซื้อกันได้ทั่วไป แต่ชาติเสือก็ต้องไว้ลาย เมื่อเป็นสถาปนิกทั้งที จะพัฒนาแค่ฟังก์ชันการใช้งานก็กระไรอยู่ ดังนั้น สำหรับตูนแล้ว ด้านความสวยงามก็ต้องปรับให้ดูดีขึ้นด้วย

“สำหรับดีไซน์ปกติที่เราเห็น ถ้าสมมติเราเห็นไม้กวาดอยู่กลางบ้าน สิ่งแรกที่เราจะคิดคือ เอ๊ะ ไม้กวาดมาทำอะไรตรงนี้ มันดูผิดที่ผิดทาง และเราจะหงุดหงิด” 

Sweepy ไม้กวาดที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ให้ใช้ได้นาน และกวาดบ้านอย่างมีความสุข

เติมกล่าวเสริมขึ้นมาถึงอีกหนึ่งปัญหาที่แอบแฝงอยู่ในใจหลายๆ คนเกี่ยวกับไม้กวาด เป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมไม้กวาดของ Sweepy จึงมีดีไซน์สวยเรียบ เข้าได้กับทุกมุมของบ้าน

ถึงแม้ตูนมองเห็นปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญกับการใช้ไม้กวาด และศักยภาพในการต่อยอดเป็นธุรกิจแล้ว การเริ่มต้นนั้นกลับไม่ได้ราบรื่นเสียทีเดียว เขาติดต่อ Supplier เพื่อค้นหาวัสดุที่เหมาะสมและบริหารจัดการต้นทุน เพื่อพิสูจน์ว่ามันเกิดขึ้นได้จริงก่อนก้าวเดินต่อไป

งานฝีมือ

ไม้กวาดอาจเป็นสิ่งที่เราเห็นกันจนคุ้นตา จนนึกไม่ออกว่ามันจะเปลี่ยนไปจากเดิมได้อย่างไร 

สำหรับริษัทการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้จากการใส่ใจในรายละเอียดและพัฒนาให้ดีขึ้น 

“ผมลองศึกษาดูว่าไม้กวาดปกติประกอบยังไง คุณภาพของดอกหญ้าเป็นแบบไหน เขาคัดยังไง แล้วก็นำสิ่งที่ลุงเคยสอนผมมาปรับใช้ มันน่าจะเป็นอย่างนี้ได้นะ น่าจะปรับตรงนี้ได้ โดยทุกวัสดุที่เราใช้ คือทำเพื่อให้ฟังก์ชันมันดีขึ้น แข็งแรงขึ้น”

Sweepy แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

ดอกหญ้าเรียกได้ว่าเป็นพระเอกหลักสำหรับไม้กวาด ทว่าดอกหญ้าทั่วๆ ไปมักมาพร้อมผงฝุ่น และส่วนที่แข็งหักง่ายติดมาด้วย ทำให้บางครั้งเวลาใช้งาน พื้นบ้านกลับสกปรกกว่าเดิม 

การคัดดอกหญ้าในการทำไม้กวาดของ Sweepy คือสัดส่วน 50 – 50 ครึ่งหนึ่งใช้ได้ อีกครึ่งหนึ่งคัดออก

“เราเลือกแต่ดอกหญ้าที่มีมาตรฐานเกรด A เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหานี้เวลากวาดบ้าน ให้ตอนใช้งานจริงๆ คนเขารู้สึกดีและสะอาด” 

นอกจากวัสดุที่ใช้แล้ว เพื่อให้ได้ไม้กวาดที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ขั้นตอนการประกอบไม้กวาดก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน 

Sweepy แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข
แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

“การประกอบไม้กวาดคือเราต้องดูว่าดอกหญ้าที่เราเลือก ไม่ใช่แค่เลือกแล้วเอามาประกอบยังไงก็ได้ มันมีขั้นตอนในการประกอบ อย่างเช่นการผูกช่อ การเรียงไม้กวาด หรือการที่เราเย็บอย่างแน่นหนา ก็เป็นส่วนประกอบสำคัญเหมือนกัน ข้ามขั้นตอนไม่ได้ ไม่อย่างนั้นก็จะออกมาไม่สมบูรณ์แบบ” 

ขั้นตอนในการทำไม้กวาด จึงไม่ใช่การที่คนคนหนึ่งทำหลายๆ อย่างเพื่อประหยัดแรงงานให้คุ้มที่สุด แต่เป็นการทำงานเป็นทีม ใครเชี่ยวชาญเรื่องไหนก็ทำเรื่องนั้น เช่น คนทุบดอกหญ้าจะทุบดอกหญ้าอย่างเดียว คนดูแลเรื่องไม้ก็จะดูเรื่องไม้อย่างเดียว

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อใช้วัสดุคุณภาพดี มีขั้นตอนการประกอบที่ถูกต้อง อีกสิ่งที่จะขาดไปไม่ได้ คือการออกแบบที่เข้าใจคนใช้งาน โดยปกติ ไม้กวาดมีลักษณะเป็นไม้ตรงๆ และมีดอกหญ้าแยกออกมาเป็น 2 แฉก แต่ไม้กวาด มีดีไซน์แปลกตากว่านั้น ซึ่งไม่ใช่เพื่อความสวยงามหรือความแปลกใหม่ แต่เป็นดีไซน์ที่ตั้งใจออกแบบมาให้ถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์ เพื่อแก้ปัญหาอาการปวดหลังเวลากวาดบ้าน 

“เราอยากให้ไม้กวาดน้ำหนักเบา ความยาวพอดี และเป็นทรงแบบไม้ฮอกกี้ ให้มีองศาที่กวาดได้กว้างขึ้น ทำให้ไม่ต้องก้มหรือบิดตัวเยอะเวลากวาดใต้เตียงหรือโซฟาลึกๆ ส่งผลให้ใช้เวลาในการกวาดน้อยลง ปวดหลังน้อยลง และรู้สึกดีขึ้นเวลาทำความสะอาดบ้าน”

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

สานคุณค่า

ไม้กวาดเป็นเครื่องมือทำความสะอาดที่เรียกได้ว่าต้องมีประจำทุกบ้านในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม้กวาดที่เราเห็นทำจากพลาสติก และขาดเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมในส่วนนี้ไป แบรนด์จึงตั้งใจแฝงสิ่งนี้เข้าไปในการออกแบบสินค้าของพวกเขา ด้วยไม้และดอกหญ้าที่หาได้ในท้องถิ่น วิธีการผูกช่อ การทำความสะอาด ไม่ผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม แต่ทำด้วยมือตามภูมิปัญญาที่มีอยู่แล้ว

“เราเห็นไม้กวาดมาตั้งแต่เด็ก เราอยู่กับมันมานานจนเป็นสิ่งที่สำคัญต่อบ้าน เลยรู้สึกว่าจริงๆ ไม้กวาดควรจะมีคุณค่าทางวัฒนธรรมด้วย แต่ก็ยังอยากให้มีความทันสมัย เพื่อให้เข้าถึงคนได้ง่ายขึ้น”

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข
แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

เพราะอยากเห็นสิ่งแวดล้อมกับโลกที่สะอาดและน่าอยู่ขึ้น Sweepy จึงมีคอนเซปต์หลักเป็นความมินิมอลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยพยายามลดการใช้พลาสติกให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และหากจำเป็นต้องใช้พลาสติก ก็จะนำพลาสติกรีไซเคิลมาใช้แทน

นอกจากไม้กวาดดอกหญ้าแล้ว ยังมีอุปกรณ์ทำความสะอาดอื่นๆ และสินค้าไลฟ์สไตล์ เช่น ไม้กวาดหยากไย่ ไม้กวาดเสี้ยนตาล ตะกร้าจากแอฟริกา และสินค้าประจำฤดู เช่น ร่มในฤดูฝน ซึ่งทั้งหมดยังคงอยู่ภายใต้คอนเซปต์ตั้งต้นเช่นกัน

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

การสื่อสารของไม้กวาด

หลังจากใช้เวลาออกแบบสินค้าและแบรนด์เกือบ 2 ปี เมื่อเลือกใช้วัสดุที่ดีพร้อมกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันมาก ต้นทุนในการผลิตก็ย่อมสูงขึ้น ราคาขายจึงสูงขึ้นตามไปด้วย 

เมื่อเริ่มวางขายด้วยราคาที่แพงกว่าไม้กวาดทั่วไป ปัญหาที่แบรนด์ต้องเผชิญต่อมา คือการที่ผู้บริโภคไม่เข้าใจในตัวสินค้า

ทำไมราคาแพงจึงเป็นคำถามสำคัญ

“ปกติเขาจะใช้ไม้กวาดราคาประมาณแปดสิบถึงหนึ่งร้อยบาท แล้วก็เปลี่ยนทุกๆ สามถึงสี่เดือน ผมคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่คนจะสงสัยในสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนว่า ทำไมมันแพงจัง แพงเกินไปหรือเปล่า สิ่งที่เราทำคือให้เขาลองใช้จริงก่อน โดยมี Tester ให้เขาได้ลองว่ามันใช้งานได้ดีจริงๆ มันลดเวลากวาดบ้านได้จริงๆ และอายุการใช้งานก็นานจริงๆ”

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริโภค การสื่อสารและตลาดจึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญ

“ในการทำการตลาด สิ่งสำคัญที่สุดคือ การสื่อสารที่ชัดเจนและให้ข้อมูลกับผู้ใช้งาน ซึ่งจะทำให้เขาเข้าใจสินค้าของเราจริงๆ ทุกคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน เราต้องเรียนรู้จากความต้องการของแต่ละคน และพยายามปรับการสื่อสารของเราให้เข้ากับเขาได้มากที่สุด”

เมื่อสื่อสารชัดเจน โฆษณาอย่างทั่วถึง ประกอบกับสินค้ามีคุณภาพและเรื่องราว ทำให้สินค้านั้นขายได้ด้วยตัวมันเอง ณ วันนี้ หลายคนเข้าใจในสินค้าของพวกเขามากยิ่งขึ้น ยอดขายก็เพิ่มขึ้นตามมาด้วย และทั้งสามก็ยังควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ

นอกจากการสื่อสารกับลูกค้า การสื่อสารกับคนในทีมก็สำคัญไม่แพ้กัน พวกเขาเลือกใช้โรงงานของตัวเองในการผลิตไม้กวาดและสินค้าต่างๆ แทนที่จะจ้างผลิต โดยมีผู้เชี่ยวชาญสอนพนักงานในการผลิตแต่ละขั้นตอน 

เติมบอกว่า ส่วนนี้ต้องมีความยืดหยุ่น ต้องคอยควบคุมอย่างใจเย็น เพื่อปรับทัศนคติและสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน

“เราพยายามจะเป็นผู้นำที่ให้กำลังใจ ฟังทีมของเราว่าเผชิญปัญหาอะไรบ้าง เขาต้องการความช่วยเหลือหรือเปล่า ผมคิดว่าการฟังสำคัญมาก เราต้องฟังทุกคนตั้งแต่ลูกค้า มาจนถึงทีมตัวเอง”

แก่นไม้กวาด

ตลอดการสนทนา ทำให้เรารู้ว่าแม้สินค้าจะมีอยู่ทั่วไปและเป็นที่ต้องการอยู่แล้วในตลาด แต่เมื่อต้องการพัฒนาออกมาให้เป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ กลับไม่ใช่เรื่องง่าย 

“มันยากบ่อยกว่าที่มันง่าย” ตูนว่าอย่างนั้น “ทุกวันเราต้องเจออุปสรรคหลายอย่าง สำหรับผม การทำธุรกิจจึงต้องมีแพสชันและเป้าหมายที่ชัดเจน ในไตรมาสนี้ ในเดือนนี้ ในวันนี้ มีอะไรบ้าง แล้วเราจะสื่อสารสิ่งเหล่านี้ให้คนอื่นในทีมเข้าใจได้อย่างไร

“ความท้าทายอีกอย่างคือ การหากลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนในช่วงแรก การสื่อสาร และรักษาลูกค้าที่อยากซื้อต่อไป เนื่องจากสินค้าของเรามีอายุการใช้งานนาน” เติมเสริม

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

บ่อยครั้งที่เราได้ยินว่าแพสชันเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำธุรกิจ Sweepy ทำอย่างไรให้ความหลงใหลนั้นอยู่ในหัวใจของทุกคนในทีม

“สิ่งแรกที่ต้องมองเห็นคือธรรมชาติของคน ต้องเข้าใจว่าแต่ละคนสไตล์เป็นยังไง ถ้ามีความสำเร็จอะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็พยายามให้สิ่งตอบแทนหรือเลี้ยงฉลองกัน ส่วนแพสชัน ผมว่าเป็นสิ่งที่บังคับกันไม่ได้ แต่เราต้องเป็นผู้นำให้เขาเห็นว่ามันดียังไง ให้มันเดินหน้าไปด้วยกัน”

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทั้งสามคนจึงใช้วิธีทำคอนเทนต์และสื่อต่างๆ เพื่อให้ความรู้แก่ลูกค้า โดยเน้นไปที่การสื่อสารว่าลูกค้าจะได้รับอะไรจากสินค้าของพวกเขา 

“เราอยากให้คนที่ไม่ชอบการทำความสะอาด คนที่รู้สึกว่าการทำความสะอาดยากและน่าเบื่อ หันมาสนใจว่าการทำความสะอาดมันมีผลต่อจิตใจคนจริงๆ พอบ้านคุณสะอาด สมองของคุณก็จะโปร่ง ทำให้ทำงานได้ดีขึ้น และทำให้ชีวิตดีขึ้น”

ในอนาคต ทั้งสามยังคงมุ่งมั่นที่จะปลุกปั้น Sweepy ให้เป็นบริษัทที่ครอบคลุมในเรื่องการทำความสะอาด โดยจะมีสินค้าที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้ใหญ่และวัยรุ่น 

และกระซิบบอกตรงนี้เลยว่า รอดูผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะออกมาในอนาคต ไม่แน่ เราอาจได้เห็นหุ่นยนต์หรือเครื่องดูดฝุ่นแบบใหม่จากแบรนด์นี้ ซึ่งเติมยอมรับว่าก็มีแอบคิดไว้เหมือนกัน

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

Lesson Learned

  1. ต้องมีแพสชันเพื่อก้าวข้ามความท้อแท้และความยากของการทำธุรกิจ และอย่าลืมหาวิธีแบ่งปันแพสชันนี้ให้คนในทีมเห็นภาพตรงกัน
  2. หาความรู้จากแหล่งต่างๆ เพราะความรู้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ไม่ว่าใครก็ทำธุรกิจประสบความสำเร็จได้
  3. มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน กล้าและไม่กลัวการลองลงมือทำ
  4. ฉลองกับความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดีและจริงใจ

Facebook : Sweepy by SAJ

“ทำไมกวาดบ้านมาตั้งนาน บ้านยังไม่สะอาดอีกนะ แถมบางทียังสกปรกขึ้นอีก”

นี่คงเป็นความในใจของใครหลายๆ คนเมื่อต้องหยิบไม้กวาดในบ้านที่ใช้ได้ไม่นาน ดอกหญ้าก็หลุดร่วงจนแทบจะต้องเปลี่ยนทุกๆ 3 เดือน

Sweepy คือแบรนด์ที่เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานั้น โดยเริ่มต้นจากการตั้งใจผลิตไม้กวาดที่มีคุณภาพ ถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์ ให้คุณทำความสะอาดได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น มีอายุการใช้งานนานนับปี และมีเป้าหมายสุดท้ายคืออยากเห็นคนมีชีวิตที่ดีขึ้น

Sweepy ไม้กวาดที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ให้ใช้ได้นาน และกวาดบ้านอย่างมีความสุข

แบรนด์นี้เกิดจากการร่วมมือกันของสามพี่น้อง 

ตูน-นนทัช ขันธรูป พี่ใหญ่ผู้ริเริ่มแบรนด์ ดูแลด้านการออกแบบและการตลาด โดยมีอีกหน้ากากหนึ่งเป็นสถาปนิกผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบร้านที่เราคุ้นเคยหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Peace Oriental Teahouse, Khao, และ Honeyful Cafe 

แตม-อธิษฐ์ ขันธรูป น้องชายคนรองผู้ดูแลด้านการโฆษณา

และ เติม-โตมา ขันธรูป น้องชายคนเล็กที่รับผิดชอบด้านสื่อออนไลน์ การวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์

Sweepy ไม้กวาดที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ให้ใช้ได้นาน และกวาดบ้านอย่างมีความสุข

ในตอนแรก ตูนก็คล้ายกับใครหลายๆ คนที่อยากลองทำธุรกิจค้าขาย หลายคนหาไอเดียจาก Pain Point ของตัวเอง บางคนก็เริ่มต้นจากธุรกิจของครอบครัว แต่ Sweepy กลับมีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ ‘วัด’

ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิด ‘วัด’ นั่นแหละ ในช่วงที่ตูนกำลังบวชอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง ด้วยสัญชาตญาณนักออกแบบผู้หลงใหลในงานคราฟต์ ทำให้เขาได้เห็นและเรียนรู้วิชาการทำไม้กวาดจากคุณลุงคนหนึ่ง แต่ใครจะไปรู้ว่าวิชานี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจใหม่ของเขาในอนาคต อย่างธุรกิจผลิตอุปกรณ์สามัญประจำบ้านที่เรียกว่า ‘ไม้กวาด’

ปัญหาหลุดลุ่ย

“ปัญหาหลักคือดอกหญ้าหลุด ผมเลยศึกษาว่าทำไมมันถึงหลุด ทำไมไม้กวาดถึงใช้ได้แค่สามเดือนแล้วก็พัง เลยมาลองดูว่าเราจะทำไม้กวาดที่ดีกว่านี้ได้ไหม” ตูนเล่าถึง Pain Point ซึ่งพบเจอในไม้กวาดดอกหญ้าที่ซื้อกันได้ทั่วไป แต่ชาติเสือก็ต้องไว้ลาย เมื่อเป็นสถาปนิกทั้งที จะพัฒนาแค่ฟังก์ชันการใช้งานก็กระไรอยู่ ดังนั้น สำหรับตูนแล้ว ด้านความสวยงามก็ต้องปรับให้ดูดีขึ้นด้วย

“สำหรับดีไซน์ปกติที่เราเห็น ถ้าสมมติเราเห็นไม้กวาดอยู่กลางบ้าน สิ่งแรกที่เราจะคิดคือ เอ๊ะ ไม้กวาดมาทำอะไรตรงนี้ มันดูผิดที่ผิดทาง และเราจะหงุดหงิด” 

Sweepy ไม้กวาดที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ให้ใช้ได้นาน และกวาดบ้านอย่างมีความสุข

เติมกล่าวเสริมขึ้นมาถึงอีกหนึ่งปัญหาที่แอบแฝงอยู่ในใจหลายๆ คนเกี่ยวกับไม้กวาด เป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมไม้กวาดของ Sweepy จึงมีดีไซน์สวยเรียบ เข้าได้กับทุกมุมของบ้าน

ถึงแม้ตูนมองเห็นปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญกับการใช้ไม้กวาด และศักยภาพในการต่อยอดเป็นธุรกิจแล้ว การเริ่มต้นนั้นกลับไม่ได้ราบรื่นเสียทีเดียว เขาติดต่อ Supplier เพื่อค้นหาวัสดุที่เหมาะสมและบริหารจัดการต้นทุน เพื่อพิสูจน์ว่ามันเกิดขึ้นได้จริงก่อนก้าวเดินต่อไป

งานฝีมือ

ไม้กวาดอาจเป็นสิ่งที่เราเห็นกันจนคุ้นตา จนนึกไม่ออกว่ามันจะเปลี่ยนไปจากเดิมได้อย่างไร 

สำหรับริษัทการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้จากการใส่ใจในรายละเอียดและพัฒนาให้ดีขึ้น 

“ผมลองศึกษาดูว่าไม้กวาดปกติประกอบยังไง คุณภาพของดอกหญ้าเป็นแบบไหน เขาคัดยังไง แล้วก็นำสิ่งที่ลุงเคยสอนผมมาปรับใช้ มันน่าจะเป็นอย่างนี้ได้นะ น่าจะปรับตรงนี้ได้ โดยทุกวัสดุที่เราใช้ คือทำเพื่อให้ฟังก์ชันมันดีขึ้น แข็งแรงขึ้น”

Sweepy แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

ดอกหญ้าเรียกได้ว่าเป็นพระเอกหลักสำหรับไม้กวาด ทว่าดอกหญ้าทั่วๆ ไปมักมาพร้อมผงฝุ่น และส่วนที่แข็งหักง่ายติดมาด้วย ทำให้บางครั้งเวลาใช้งาน พื้นบ้านกลับสกปรกกว่าเดิม 

การคัดดอกหญ้าในการทำไม้กวาดของ Sweepy คือสัดส่วน 50 – 50 ครึ่งหนึ่งใช้ได้ อีกครึ่งหนึ่งคัดออก

“เราเลือกแต่ดอกหญ้าที่มีมาตรฐานเกรด A เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหานี้เวลากวาดบ้าน ให้ตอนใช้งานจริงๆ คนเขารู้สึกดีและสะอาด” 

นอกจากวัสดุที่ใช้แล้ว เพื่อให้ได้ไม้กวาดที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ขั้นตอนการประกอบไม้กวาดก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน 

Sweepy แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข
แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

“การประกอบไม้กวาดคือเราต้องดูว่าดอกหญ้าที่เราเลือก ไม่ใช่แค่เลือกแล้วเอามาประกอบยังไงก็ได้ มันมีขั้นตอนในการประกอบ อย่างเช่นการผูกช่อ การเรียงไม้กวาด หรือการที่เราเย็บอย่างแน่นหนา ก็เป็นส่วนประกอบสำคัญเหมือนกัน ข้ามขั้นตอนไม่ได้ ไม่อย่างนั้นก็จะออกมาไม่สมบูรณ์แบบ” 

ขั้นตอนในการทำไม้กวาด จึงไม่ใช่การที่คนคนหนึ่งทำหลายๆ อย่างเพื่อประหยัดแรงงานให้คุ้มที่สุด แต่เป็นการทำงานเป็นทีม ใครเชี่ยวชาญเรื่องไหนก็ทำเรื่องนั้น เช่น คนทุบดอกหญ้าจะทุบดอกหญ้าอย่างเดียว คนดูแลเรื่องไม้ก็จะดูเรื่องไม้อย่างเดียว

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อใช้วัสดุคุณภาพดี มีขั้นตอนการประกอบที่ถูกต้อง อีกสิ่งที่จะขาดไปไม่ได้ คือการออกแบบที่เข้าใจคนใช้งาน โดยปกติ ไม้กวาดมีลักษณะเป็นไม้ตรงๆ และมีดอกหญ้าแยกออกมาเป็น 2 แฉก แต่ไม้กวาด มีดีไซน์แปลกตากว่านั้น ซึ่งไม่ใช่เพื่อความสวยงามหรือความแปลกใหม่ แต่เป็นดีไซน์ที่ตั้งใจออกแบบมาให้ถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์ เพื่อแก้ปัญหาอาการปวดหลังเวลากวาดบ้าน 

“เราอยากให้ไม้กวาดน้ำหนักเบา ความยาวพอดี และเป็นทรงแบบไม้ฮอกกี้ ให้มีองศาที่กวาดได้กว้างขึ้น ทำให้ไม่ต้องก้มหรือบิดตัวเยอะเวลากวาดใต้เตียงหรือโซฟาลึกๆ ส่งผลให้ใช้เวลาในการกวาดน้อยลง ปวดหลังน้อยลง และรู้สึกดีขึ้นเวลาทำความสะอาดบ้าน”

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

สานคุณค่า

ไม้กวาดเป็นเครื่องมือทำความสะอาดที่เรียกได้ว่าต้องมีประจำทุกบ้านในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม้กวาดที่เราเห็นทำจากพลาสติก และขาดเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมในส่วนนี้ไป แบรนด์จึงตั้งใจแฝงสิ่งนี้เข้าไปในการออกแบบสินค้าของพวกเขา ด้วยไม้และดอกหญ้าที่หาได้ในท้องถิ่น วิธีการผูกช่อ การทำความสะอาด ไม่ผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม แต่ทำด้วยมือตามภูมิปัญญาที่มีอยู่แล้ว

“เราเห็นไม้กวาดมาตั้งแต่เด็ก เราอยู่กับมันมานานจนเป็นสิ่งที่สำคัญต่อบ้าน เลยรู้สึกว่าจริงๆ ไม้กวาดควรจะมีคุณค่าทางวัฒนธรรมด้วย แต่ก็ยังอยากให้มีความทันสมัย เพื่อให้เข้าถึงคนได้ง่ายขึ้น”

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข
แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

เพราะอยากเห็นสิ่งแวดล้อมกับโลกที่สะอาดและน่าอยู่ขึ้น Sweepy จึงมีคอนเซปต์หลักเป็นความมินิมอลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยพยายามลดการใช้พลาสติกให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และหากจำเป็นต้องใช้พลาสติก ก็จะนำพลาสติกรีไซเคิลมาใช้แทน

นอกจากไม้กวาดดอกหญ้าแล้ว ยังมีอุปกรณ์ทำความสะอาดอื่นๆ และสินค้าไลฟ์สไตล์ เช่น ไม้กวาดหยากไย่ ไม้กวาดเสี้ยนตาล ตะกร้าจากแอฟริกา และสินค้าประจำฤดู เช่น ร่มในฤดูฝน ซึ่งทั้งหมดยังคงอยู่ภายใต้คอนเซปต์ตั้งต้นเช่นกัน

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

การสื่อสารของไม้กวาด

หลังจากใช้เวลาออกแบบสินค้าและแบรนด์เกือบ 2 ปี เมื่อเลือกใช้วัสดุที่ดีพร้อมกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันมาก ต้นทุนในการผลิตก็ย่อมสูงขึ้น ราคาขายจึงสูงขึ้นตามไปด้วย 

เมื่อเริ่มวางขายด้วยราคาที่แพงกว่าไม้กวาดทั่วไป ปัญหาที่แบรนด์ต้องเผชิญต่อมา คือการที่ผู้บริโภคไม่เข้าใจในตัวสินค้า

ทำไมราคาแพงจึงเป็นคำถามสำคัญ

“ปกติเขาจะใช้ไม้กวาดราคาประมาณแปดสิบถึงหนึ่งร้อยบาท แล้วก็เปลี่ยนทุกๆ สามถึงสี่เดือน ผมคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่คนจะสงสัยในสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนว่า ทำไมมันแพงจัง แพงเกินไปหรือเปล่า สิ่งที่เราทำคือให้เขาลองใช้จริงก่อน โดยมี Tester ให้เขาได้ลองว่ามันใช้งานได้ดีจริงๆ มันลดเวลากวาดบ้านได้จริงๆ และอายุการใช้งานก็นานจริงๆ”

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริโภค การสื่อสารและตลาดจึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญ

“ในการทำการตลาด สิ่งสำคัญที่สุดคือ การสื่อสารที่ชัดเจนและให้ข้อมูลกับผู้ใช้งาน ซึ่งจะทำให้เขาเข้าใจสินค้าของเราจริงๆ ทุกคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน เราต้องเรียนรู้จากความต้องการของแต่ละคน และพยายามปรับการสื่อสารของเราให้เข้ากับเขาได้มากที่สุด”

เมื่อสื่อสารชัดเจน โฆษณาอย่างทั่วถึง ประกอบกับสินค้ามีคุณภาพและเรื่องราว ทำให้สินค้านั้นขายได้ด้วยตัวมันเอง ณ วันนี้ หลายคนเข้าใจในสินค้าของพวกเขามากยิ่งขึ้น ยอดขายก็เพิ่มขึ้นตามมาด้วย และทั้งสามก็ยังควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ

นอกจากการสื่อสารกับลูกค้า การสื่อสารกับคนในทีมก็สำคัญไม่แพ้กัน พวกเขาเลือกใช้โรงงานของตัวเองในการผลิตไม้กวาดและสินค้าต่างๆ แทนที่จะจ้างผลิต โดยมีผู้เชี่ยวชาญสอนพนักงานในการผลิตแต่ละขั้นตอน 

เติมบอกว่า ส่วนนี้ต้องมีความยืดหยุ่น ต้องคอยควบคุมอย่างใจเย็น เพื่อปรับทัศนคติและสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน

“เราพยายามจะเป็นผู้นำที่ให้กำลังใจ ฟังทีมของเราว่าเผชิญปัญหาอะไรบ้าง เขาต้องการความช่วยเหลือหรือเปล่า ผมคิดว่าการฟังสำคัญมาก เราต้องฟังทุกคนตั้งแต่ลูกค้า มาจนถึงทีมตัวเอง”

แก่นไม้กวาด

ตลอดการสนทนา ทำให้เรารู้ว่าแม้สินค้าจะมีอยู่ทั่วไปและเป็นที่ต้องการอยู่แล้วในตลาด แต่เมื่อต้องการพัฒนาออกมาให้เป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ กลับไม่ใช่เรื่องง่าย 

“มันยากบ่อยกว่าที่มันง่าย” ตูนว่าอย่างนั้น “ทุกวันเราต้องเจออุปสรรคหลายอย่าง สำหรับผม การทำธุรกิจจึงต้องมีแพสชันและเป้าหมายที่ชัดเจน ในไตรมาสนี้ ในเดือนนี้ ในวันนี้ มีอะไรบ้าง แล้วเราจะสื่อสารสิ่งเหล่านี้ให้คนอื่นในทีมเข้าใจได้อย่างไร

“ความท้าทายอีกอย่างคือ การหากลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนในช่วงแรก การสื่อสาร และรักษาลูกค้าที่อยากซื้อต่อไป เนื่องจากสินค้าของเรามีอายุการใช้งานนาน” เติมเสริม

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

บ่อยครั้งที่เราได้ยินว่าแพสชันเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำธุรกิจ Sweepy ทำอย่างไรให้ความหลงใหลนั้นอยู่ในหัวใจของทุกคนในทีม

“สิ่งแรกที่ต้องมองเห็นคือธรรมชาติของคน ต้องเข้าใจว่าแต่ละคนสไตล์เป็นยังไง ถ้ามีความสำเร็จอะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็พยายามให้สิ่งตอบแทนหรือเลี้ยงฉลองกัน ส่วนแพสชัน ผมว่าเป็นสิ่งที่บังคับกันไม่ได้ แต่เราต้องเป็นผู้นำให้เขาเห็นว่ามันดียังไง ให้มันเดินหน้าไปด้วยกัน”

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทั้งสามคนจึงใช้วิธีทำคอนเทนต์และสื่อต่างๆ เพื่อให้ความรู้แก่ลูกค้า โดยเน้นไปที่การสื่อสารว่าลูกค้าจะได้รับอะไรจากสินค้าของพวกเขา 

“เราอยากให้คนที่ไม่ชอบการทำความสะอาด คนที่รู้สึกว่าการทำความสะอาดยากและน่าเบื่อ หันมาสนใจว่าการทำความสะอาดมันมีผลต่อจิตใจคนจริงๆ พอบ้านคุณสะอาด สมองของคุณก็จะโปร่ง ทำให้ทำงานได้ดีขึ้น และทำให้ชีวิตดีขึ้น”

ในอนาคต ทั้งสามยังคงมุ่งมั่นที่จะปลุกปั้น Sweepy ให้เป็นบริษัทที่ครอบคลุมในเรื่องการทำความสะอาด โดยจะมีสินค้าที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้ใหญ่และวัยรุ่น 

และกระซิบบอกตรงนี้เลยว่า รอดูผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะออกมาในอนาคต ไม่แน่ เราอาจได้เห็นหุ่นยนต์หรือเครื่องดูดฝุ่นแบบใหม่จากแบรนด์นี้ ซึ่งเติมยอมรับว่าก็มีแอบคิดไว้เหมือนกัน

แบรนด์ไม้กวาดที่ออกแบบมาให้ใช้นานหลักปี ตอบหลักสรีระศาสตร์ และอยากเห็นคนทำความสะอาดอย่างมีความสุข

Lesson Learned

  1. ต้องมีแพสชันเพื่อก้าวข้ามความท้อแท้และความยากของการทำธุรกิจ และอย่าลืมหาวิธีแบ่งปันแพสชันนี้ให้คนในทีมเห็นภาพตรงกัน
  2. หาความรู้จากแหล่งต่างๆ เพราะความรู้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ไม่ว่าใครก็ทำธุรกิจประสบความสำเร็จได้
  3. มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน กล้าและไม่กลัวการลองลงมือทำ
  4. ฉลองกับความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดีและจริงใจ

Facebook : Sweepy by SAJ

Writer

วุฒิเมศร์ ฉัตรอิสราวิชญ์

นักเรียนรู้ผู้ชื่นชอบการได้สนทนากับผู้คนและพบเจอสิ่งใหม่ๆ หลงใหลในการจิบชา และเชื่อว่าทุกสิ่งล้วนมีเรื่องราวให้ค้นหา

Photographer

ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load