ยินดีต้อนรับกลับบ้าน

เป็นคำที่ฟังแล้วแสนจะอบอุ่นหัวใจเมื่อได้ยิน เมื่อเรากลับไปยัง ‘บ้าน’ สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด สบายใจที่สุด และอบอุ่นที่สุด บ้านเปรียบเหมือนส่วนเติมเต็มอันแสนสำคัญในชีวิต ทั้งความต้องการขั้นพื้นฐาน คนสำคัญในครอบครัว รวมทั้งความทรงจำแสนหอมหวานเมื่อครั้งได้พักอาศัย

สีลม คือหนึ่งในย่านการค้าสำคัญใจกลางมหานคร

เราแทบไม่ต้องจินตนาการว่าย่านธุรกิจแห่งนี้จะวุ่นวายสักเพียงใด ในความวุ่นวายทั้งหมดนั้น หากตรงเข้าไปที่สีลมซอย 3 คุณอาจจะแปลกใจสักหน่อยที่ใจกลางซอยมี ‘บ้าน’ หลังหนึ่งตั้งเด่นสง่าท่ามกลางตึกสูง ร้านอาหาร ร้านค้า และความพลุกพล่านของผู้คน

บ้านที่ว่าคือ Kessara Boutique Historic Hotel

ที่นี่คือโรงแรมที่ดัดแปลงจากบ้านเก่า ให้เกิดความคลาสสิกที่ผนึกรวมความ ‘เก่า’ แต่ ‘เก๋’

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม
บ้านหลังน้อย ปลูกไว้คอยอยู่ปลายสวน

ด้วยสัญชาตญาณของแม่บ้านการละคร การได้ก้าวเข้าไปในบ้านเก่าที่ถูกปรับเปลี่ยนเป็นอาคารโรงแรมสองชั้น ฉันรู้สึกได้ลึกๆ ว่าตัวเองเป็นพะนอนิจในกาหลมหรทึก ฉันสัมผัสบรรยากาศความเก่านั้นได้อย่างชัดเจนด้วยโครงสร้างและการออกแบบที่แทบจะถอดแบบกันออกมาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

พนักงานนำ Welcome Drink มาเสิร์ฟตรงหน้าฉัน มันคือน้ำมะตูมในแก้วกระเบื้องแบบโบราณ ความสดชื่นของน้ำมะตูมเย็นฉ่ำ ทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายจากอากาศร้อนภายนอกได้เป็นอย่างดี

ผู้เปลี่ยนบ้านเก่าหลังนี้เป็นโรงแรมคือคุณแพร พรรณฑิภา สายวัฒน์ Managing Director และคุณทอป ธนกร อุดมทรัพย์ Deputy Managing Director ของโรงแรม ทั้งคู่โคจรมาพบกันเมื่อเป็นนักศึกษาที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จวบจนทำงานอยู่ในบริษัทเอเจนซี่แห่งเดียวกัน คุณแพรลาออกมาก่อนด้วยเหตุผลที่อยากสร้างโฮสเทลเล็กๆ เป็นของตัวเอง เมื่อคุณแพรนำเรื่องนี้มาคุยกับคุณทอป ทั้งสองคนจึงตัดสินใจเริ่มโปรเจกต์นี้ด้วยกัน

ไอเดียที่พักร่วมสมัยเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เมื่ิอคุณแพรเสนอเรื่องนี้กับที่บ้าน เธอได้รับการแนะนำว่าแทนที่จะไปหาอาคารพานิชย์ ทำไมไม่เอาบ้านเก่าที่มีอยู่แล้วมาใช้เสียเลย
โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

หากว่าใครจะสร้างบ้านสักหลังหนึ่ง ไม่มีใครจะเริ่มต้นจากหลังคา

จากคำสั่งเสียของคุณปู่คุณแพรที่ว่า “ห้ามยกให้ใคร ห้ามขาย ห้ามรื้อ ห้ามทุบบ้านหลังนี้” จึงไม่มีใครได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบ้านหลังนี้มาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี

“พอประตูเปิดออก เหมือนบ้านหลังนี้เรียกเรา เป็นรักแรกเลยแหละ เราปล่อยให้เขาเป็นแบบนี้ไม่ได้แล้ว เราอยากให้เขามีชีวิตขึ้นมาใหม่” คุณแพรเริ่มเล่าถึงที่มาที่ไปของบ้านหลังนี้

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

บ้านใจกลางสีลมซอย 3 หลังนี้ แต่เดิมเป็นของหลวงบุรีราชบำรุง (ชื่น เกษาศรัย) หนึ่งในทหารเอกผู้ร่วมออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่พระยาสุรศักดิ์มนตรีในสมัยรัชกาลที่ 5 ในครั้งที่ยังมีการรบอยู่ คุณหลวงได้รับที่ดินผืนนี้เป็นการตอบแทน เนื่องด้วยสมัยก่อนหากใครทำดี จะไม่มีการตบรางวัลด้วยเงินเหมือนดังในปัจจุบัน แต่จะได้รับอสังหาริมทรัพย์ในรูปของที่ดินเป็นของกำนัล

ย่านสีลมแต่เดิมที่ดินเป็นของพระยาสุรศักดิ์มนตรี ในยุคก่อนจรดต้นซอยถึงท้ายซอยสีลม 3 จะประกอบไปด้วยบ้านเรือนเล็กใหญ่แตกต่างไป คุณหลวงอาศัยอยู่ในย่านนี้ชั่วชีวิต กระทั่งบ้านหลังนี้เปลี่ยนผ่านเจ้าของจนกลายเป็นทรัพย์สินของคุณปู่คุณแพร

เมื่อตัดสินใจชุบชีวิตบ้านเก่าที่มีอายุกว่า 5 แผ่นดิน คุณแพรจึงต้องหาข้อมูลอย่างหนักเพื่อได้มารายละเอียดที่จะปรับปรุงบ้านหลังนี้ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยเริ่มต้นจากการค้นหาข้อมูลจากโฉนดที่ดิน สู่การสืบข้อมูล   เพิ่มเติมจากพิพิธภัณฑ์บางกอก และขอความช่วยเหลือจากรุ่นพี่ที่กรมศิลปากร จนทราบว่าบ้านหลังนี้เป็นทรง ‘ขนมปังขิง’ หรือแบบวิคตอเรียของอังกฤษ ด้วยโครงสร้างของบ้านที่ดีอยู่แล้ว คุณแพรจึงตัดสินใจไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้าง เนื่องจากเป็นเงื่อนไขร่วมกันระหว่างคุณแพรและกรมศิลปากร

การปรับปรุงโรงแรมครั้งใหญ่นี้ใช้เวลาพอสมควร มีกระบวนการเกิดขึ้นมากมาย ทั้งเสริมความแข็งแรงให้บ้านตามการก่อสร้างในปัจจุบัน การออกแบบภายในและปรับเปลี่ยนรูปแบบการวางห้องต่างๆ ให้เหมาะสมต่อการดัดแปลงเป็นโรงแรม และรักษาลักษณะบ้านแบบขนมปังขิงนี้ให้คงเดิมมากที่สุด

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม


แก้วน้ำจานชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม

ก่อนที่ฉันจะได้ขึ้นไปยลโฉมห้องพัก คุณแพรและคุณทอปชวนฉันแวะมาดู ‘ตู้โชว์’ ที่อยู่ใกล้บันไดทางขึ้น ภายในตู้โชว์นั้นต่างมีสิ่งของหลายอย่างที่ถูกนำมาวางประดับตกแต่งไว้ บางส่วนเป็นของเก่าโบราณที่ถูกขุดเจอนับแต่วันแรกในการมาเยือนบ้านของทั้งสอง ทั้งขวดสุราเก่าที่เจอในห้องใต้บันได ขวดยาเก่า จาน ชาม กระเบื้อง     โมเสกโบราณที่ไม่มีเส้นเอ็นเชื่อมโยงให้เป็นแผ่นเดียวกัน ทะเบียนรถเก่าที่ตัวเลขอาจจะเลือนหายไปแล้ว (ซึ่งแม่บ้านของโรงแรมเคยเอาเลขต่างๆ ที่เกี่ยวกับโรงแรมทั้งเลขที่บ้าน เลขทะเบียนรถไปตีความเป็นเลขท้ายสองตัวบ้าง สามตัวบ้าง แล้วดันถูกรางวัลด้วยนะเออ) รวมไปถึงกลอนประตู หรือส่วนประกอบอื่นอันเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมในสมัยรัชกาลที่ 5

ภายในตู้โชว์มีภาพถ่ายสองภาพถูกจัดเอาไว้ ภาพหนึ่งเป็นภาพถ่ายที่แสดงถึง ‘วันแรก’ ที่ทั้งสองได้มาดูบ้าน ซึ่งเป็นบ้านที่มีสภาพถูกทิ้งร้างกว่า 50 ปี

อีกภาพหนึ่งเป็นภาพเสาสรไนย ที่ถูกติดตั้งบนหน้าจั่วของบ้าน  เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่าเจ้าของบ้านนั้นมียศ ‘คุณหลวง’ ขึ้นไป

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม


พักกายพักใจ หลับตานอนฝันดี

บ้านสองชั้นจากเดิมที่มีเพียง 5 ห้อง ถูกแบ่งสรรปันส่วนจนได้ห้องพัก 7 ห้องที่มีขนาดเล็กใหญ่ต่างกันไป   ชั้นล่าง 2 ห้อง และชั้นบน 5 ห้อง โดยคอนเซปต์แรกของการออกแบบที่คุณทอปได้ทำงานร่วมกับทีมออกแบบภายใน คือความเป็นธรรมชาติเหมือนนอนพักที่บ้านเพื่อน มีความอบอุ่น แต่ไม่ได้เป็นทางการมากจนเกินไป คาแรกเตอร์ของบ้านคือ ‘ผู้หญิง’ พร้อมใส่ลูกเล่นที่เกี่ยวกับ ‘ดอกไม้’ ที่สามารถเป็นตัวกลางในการเชื่อมยุคสมัยจากอดีตถึงปัจจุบันได้อย่างลงตัว

ทุกห้องจะมีชื่อดอกไม้เป็นชื่อประจำห้อง โดยชั้นล่างจะเป็นชื่อดอกไม้ไทยโบราณในกิจกรรมทั่วไป คือนวลจันทร์และนวลตอง ทั้งสองห้องสามารถมองเห็นวิวสวนด้านนอกได้อย่างชัดเจน ส่วนชั้นบนจะเป็นชื่อดอกไม้ที่ใช้ในพระราชพิธีหรือกิจกรรมสำคัญในอดีต ประกอบด้วยดาราพรรณาราย นภาพราว มัลลิกา บัวฉลองขวัญ และแก้วเจ้าจอม ซึ่งแต่ละห้องจะมีการใช้โทนสีและรูปแบบการตกแต่งที่สอดคล้องกับสีของดอกไม้ประจำห้องอีกด้วย

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลมโรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม  

ภายในยังคงเน้นบรรยากาศความเก่าที่สอดคล้องไปกับตัวบ้าน ด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้เทคนิคไม้ขัดสีแบบโบราณ เก้าอี้หวาย เครื่องสุขภัณฑ์ ทั้งก็อกน้ำหรือฝักบัวทองเหลือง อ่างอาบน้ำทรงเก่า แต่ยังคงรวมเอาความสะดวกสบายแบบสมัยใหม่ ทั้งเตียงและที่นอนสั่งทำพิเศษเพื่อความเคยชินของชาวต่างชาติที่คุ้นเคยกับการนอนสูง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน

ห้องแก้วเจ้าจอม ไฮไลต์หลักของโรงแรมซึ่งเป็นห้องที่กว้างที่สุด สามารถมองเห็นวิวที่ดีที่สุดได้จากระเบียงในตัวห้อง และต้นแก้วเจ้าจอมซึ่งเป็นต้นไม้เดียวกับชื่อห้อง

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

ห้องมัลลิกา เป็นห้องที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยราคาที่ย่อมเยาว์ และห้องน้ำที่เปิดหน้าต่างได้ เป็นที่ชอบอกชอบใจของผู้เข้าพักชาวต่างชาติ บางทีแขกมักจะเปิดหน้าต่างพร้อมไปกับการอาบน้ำ เป็นบรรยากาศที่ดีไม่หยอก

ห้องดาราพรรณราย ห้องที่ตกแต่งด้วยโทนสีชมพู มีระเบียงที่เป็นระเบียงเดิมก่อนปรับปรุงที่เห็นลายโครงสร้างเก่าของบ้าน สามารถก้มลงแล้วมองเห็นดอกดาราพรรณรายที่ปลูกไว้ในสวนของโรงแรมอีกด้วย

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม


ที่ตรงนี้นั้นมีต้นไม้ มีร่มเงาให้นอนสบายพักผ่อน

จากชื่อห้องพักชั้นสองของโรงแรม คุณแพรและคุณทอปได้พยายามหาพรรณไม้ที่มีชื่อเดียวกับห้องพักมาปลูกและประดับไว้ในสวนซึ่งเป็นพรรณไม้ไทยทั้งหมด (ต้นแก้วเจ้าจอมปลูกยากมากนะจะบอกให้) นอกจากนี้ยังมีพรรณไม้ไทยที่ส่งกลิ่นหอมสลับช่วงเวลาตลอดทั้งปี ทั้งต้นโมก ดอกแก้วหิมาลัย ต้นหมาก เป็นต้น

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

ด้านข้างของโรงแรมเป็นลานปูน สามารถจัดงานแต่งงานที่จุคนได้ 50 – 70 คน (สำหรับกิจกรรมอื่นๆ สามารถสอบถามรายละเอียดกับทางโรงแรมได้โดยตรง) หรือในช่วงเวลาที่ไม่มีการจัดงาน จะมีแขกของโรงแรมใช้เวลาส่วนตัวในการอ่านหนังสือ สัมผัสกับพื้นที่สีเขียวที่จัดสรรเอาไว้ได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ

จากการเปิดแบบ Soft Opening ตั้งแต่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ถือว่าได้รับการตอบรับอย่างดีจากแขกผู้เข้าพักและนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมาในละแวกนั้น มีการขอเข้ามาแวะเวียน เยี่ยมชม ถ่ายภาพ จนคุณแพรและคุณทอปผุดแนวคิดที่อยากให้แขกไปใครมาได้มาสัมผัสบรรยากาศบ้านเก่าแบบที่ไม่ต้องเข้าพัก จึงเกิดเป็นช่วงเวลาพิเศษแบบอังกฤษที่เรียกว่า Afternoon Tea เป็นการจัดเบรคน้ำชาทั้งในแบบชาอังกฤษ​ และชาของไทย เช่นชาดอกบัวแห้ง ชากุหลาบ ชาตะไคร้ ชาดอกลิลลี่ พร้อมกับขนมทั้งสองรูปแบบ ผู้สนใจสามารถเข้ามาใช้บริการได้ตั้งแต่เวลา  14.00 – 17.00 น. โดยจะเปิดให้บริการพร้อมกับการ Grand Opening และการเปิดตัวร้านอาหารไทยของโรงแรมในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

การมาเยี่ยมเยือนโรงแรมแห่งนี้ ฉันไม่ได้สัมผัสเพียงแต่ความเป็นที่พักเท่านั้น

ฉันสัมผัสถึงความตั้งใจของการย้อนเวลา และหยุดเวลา

ย้อนเวลากลับไปหาอดีตที่ใครอาจไม่เคยเห็น ให้เกิดขึ้นได้จริงในห้วงปัจจุบัน

หยุดเวลาแห่งภาพอดีต ไม่ให้ล่วงเลยไปตามกฎของเวลา

ยินดีต้อนรับกลับบ้าน

Kessara Boutique Historic Hotel
ที่อยู่  : 38 ซ.สีลม 3 (พิพัฒน์) ถ.สีลม บางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
ราคา : 2,500 – 7,500 บาท
Facebook : Kessara Hotel
www.kessarahotel.com
เบอร์ติดต่อ : 02-0910659

Writer

สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

เขียนหนังสือบนก้อนเมฆในวันหนึ่งตรงหางแถว และทำเว็บไซต์เล็กๆ ชื่อ ARTSvisual.co

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

ฉึกกะฉัก..กะฉึกกะฉัก…เสียงรถไฟบรรทุกสินค้าแล่นผ่าน The Terminal Hotel แว่วดังแล้วค่อยๆ จางหาย ฉันเดินเลียบรางเหล็กโรยกรวดเข้าสู่โรงแรมสีน้ำเงินที่จำลองบรรยากาศรถไฟใหม่สะอาด พนักงานต้อนรับสวมชุดสีฟ้าประหนึ่งแอร์โฮสเตสสวัสดีต้อนรับอย่างสุภาพ เมื่อกวาดตามองล็อบบี้โอ่โถงเหมือนสถานีรถไฟ ผนังปูนเปลือยติดเส้นทางรถไฟวิ่งในขอนแก่น และม้านั่งไม้ทรงวงรีแบบโบราณ เดอะ เทอร์มินัล ดูจะเป็นปลายทางในฝันของนักเดินทางที่หลงเสน่ห์ช่วงเวลาบนรางและคนรักยานพาหนะขบวนยาว

จากครอบครัวนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีที่ดินติดรางรถไฟ อนวัช ชิยารัชต์ ผู้ก่อตั้งที่พักสุดเก๋รู้ว่าการสร้างโรงแรมบริเวณนี้จะมีเสียงขบวนรถวิ่งฉึกฉักดังลอดเข้าห้องพัก จึงออกแบบสถานที่ให้กลมกลืนกับบรรยากาศการเดินทางบนราง เปลี่ยนจุดด้อยเรื่องเสียงรบกวนเป็นซาวนด์ประกอบน่าฟัง แถมยังผสมสไตล์ลอฟต์และกลิ่นอายทันสมัยของรถไฟใต้ดินอังกฤษเข้ากับจุดเด่นของรถไฟไทย

The Terminal Hotel The Terminal Hotel The Terminal Hotel

ห้องพักแบบเตียงคู่ เตียงเดี่ยว และห้องพักกลุ่ม 43 ห้องในตึก 2 ชั้น ตกแต่งเหมือนขบวนตู้นอน โซฟาหนังในห้องพักหน้าตาเหมือนที่นั่งห้องโดยสาร ทีเด็ดที่สุดคือเตียงโลหะ 2 ชั้นที่จำลองเตียงรถไฟมาได้สมจริง แถมมีม่านพับรอบเตียงเหมือนม่านรถไฟอีกต่างหาก สิ่งที่ถูกตัดออกจากบรรยากาศบนรางเหล็กคือเนื้อที่ผอมแคบ ความรู้สึกเวลาหลับตาบนผ้าปูสีขาวจึงเหมือนกำลังเดินทางบนรถไฟกว้างขวาง มีพื้นที่มากพอให้พักผ่อนอย่างสบายกายสบายใจ

The Terminal Hotel The Terminal Hotel The Terminal Hotel The Terminal Hotel The Terminal Hotel

มีตู้นอนแล้วก็ต้องมีตู้เสบียง ฉันเดินเข้าประตูสไลด์อัติโนมัติแบบรถไฟสู่ห้องอาหาร อาคารเล็กๆ 2 ชั้นกั้นโต๊ะนั่งแบบรถไฟ  มีระเบียงให้ออกไปนั่งชมวิวรถไฟของจริงวิ่งผ่านขณะกินอาหารเช้า กลางวัน และเย็น โดยเมนูแนะนำคือข้าวผัดรถไฟใส่เครื่องไม่อั้นและซอสสูตรเฉพาะแทนซีอิ๊วแบบดั้งเดิม กับยำเนื้อย่างนุ่มๆ จานทานเล่นที่อร่อยจนกินได้จริงจัง

The Terminal Hotel The Terminal Hotel The Terminal Hotel The Terminal Hotel

“บางคนเข้ามาแล้วรู้สึกว่าที่นี่แปลกนะ มันไม่เหมือนโรงแรมอื่นๆ ที่เขาเคยเห็น แต่ลูกค้าที่มีมากที่สุดที่นี่คือลูกค้าปากต่อปากกับลูกค้าที่มาพักซ้ำ เพราะโรงแรมที่ขอนแก่นเยอะมาก เราเลยพยายามทำให้เขาประทับใจและรู้สึกปลอดภัย เราอยากได้รับการดูแลแบบไหนก็ดูแลแขกแบบนั้น”

เปรมกมล ผางโคกสูง ผู้จัดการโรงแรม เดอะ เทอร์มินัล บอกด้วยรอยยิ้ม แม้รถไฟขบวนนี้จะจอดอยู่กับที่ แต่พลังงานบวกที่แล่นฉิวในขบวนยักษ์ก็ทำให้หัวใจเต้นฉึกฉักจนอยากออกเดินทางด้วยรถไฟ

The Terminal Hotel

The Terminal Hotel

181/44 ถนนเหล่านาดี ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
Facebook l The Terminal Hotel
เบอร์ติดต่อ 043-227-000

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load