ยินดีต้อนรับกลับบ้าน

เป็นคำที่ฟังแล้วแสนจะอบอุ่นหัวใจเมื่อได้ยิน เมื่อเรากลับไปยัง ‘บ้าน’ สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด สบายใจที่สุด และอบอุ่นที่สุด บ้านเปรียบเหมือนส่วนเติมเต็มอันแสนสำคัญในชีวิต ทั้งความต้องการขั้นพื้นฐาน คนสำคัญในครอบครัว รวมทั้งความทรงจำแสนหอมหวานเมื่อครั้งได้พักอาศัย

สีลม คือหนึ่งในย่านการค้าสำคัญใจกลางมหานคร

เราแทบไม่ต้องจินตนาการว่าย่านธุรกิจแห่งนี้จะวุ่นวายสักเพียงใด ในความวุ่นวายทั้งหมดนั้น หากตรงเข้าไปที่สีลมซอย 3 คุณอาจจะแปลกใจสักหน่อยที่ใจกลางซอยมี ‘บ้าน’ หลังหนึ่งตั้งเด่นสง่าท่ามกลางตึกสูง ร้านอาหาร ร้านค้า และความพลุกพล่านของผู้คน

บ้านที่ว่าคือ Kessara Boutique Historic Hotel

ที่นี่คือโรงแรมที่ดัดแปลงจากบ้านเก่า ให้เกิดความคลาสสิกที่ผนึกรวมความ ‘เก่า’ แต่ ‘เก๋’

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม
บ้านหลังน้อย ปลูกไว้คอยอยู่ปลายสวน

ด้วยสัญชาตญาณของแม่บ้านการละคร การได้ก้าวเข้าไปในบ้านเก่าที่ถูกปรับเปลี่ยนเป็นอาคารโรงแรมสองชั้น ฉันรู้สึกได้ลึกๆ ว่าตัวเองเป็นพะนอนิจในกาหลมหรทึก ฉันสัมผัสบรรยากาศความเก่านั้นได้อย่างชัดเจนด้วยโครงสร้างและการออกแบบที่แทบจะถอดแบบกันออกมาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

พนักงานนำ Welcome Drink มาเสิร์ฟตรงหน้าฉัน มันคือน้ำมะตูมในแก้วกระเบื้องแบบโบราณ ความสดชื่นของน้ำมะตูมเย็นฉ่ำ ทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายจากอากาศร้อนภายนอกได้เป็นอย่างดี

ผู้เปลี่ยนบ้านเก่าหลังนี้เป็นโรงแรมคือคุณแพร พรรณฑิภา สายวัฒน์ Managing Director และคุณทอป ธนกร อุดมทรัพย์ Deputy Managing Director ของโรงแรม ทั้งคู่โคจรมาพบกันเมื่อเป็นนักศึกษาที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จวบจนทำงานอยู่ในบริษัทเอเจนซี่แห่งเดียวกัน คุณแพรลาออกมาก่อนด้วยเหตุผลที่อยากสร้างโฮสเทลเล็กๆ เป็นของตัวเอง เมื่อคุณแพรนำเรื่องนี้มาคุยกับคุณทอป ทั้งสองคนจึงตัดสินใจเริ่มโปรเจกต์นี้ด้วยกัน

ไอเดียที่พักร่วมสมัยเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เมื่ิอคุณแพรเสนอเรื่องนี้กับที่บ้าน เธอได้รับการแนะนำว่าแทนที่จะไปหาอาคารพานิชย์ ทำไมไม่เอาบ้านเก่าที่มีอยู่แล้วมาใช้เสียเลย
โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

หากว่าใครจะสร้างบ้านสักหลังหนึ่ง ไม่มีใครจะเริ่มต้นจากหลังคา

จากคำสั่งเสียของคุณปู่คุณแพรที่ว่า “ห้ามยกให้ใคร ห้ามขาย ห้ามรื้อ ห้ามทุบบ้านหลังนี้” จึงไม่มีใครได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบ้านหลังนี้มาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี

“พอประตูเปิดออก เหมือนบ้านหลังนี้เรียกเรา เป็นรักแรกเลยแหละ เราปล่อยให้เขาเป็นแบบนี้ไม่ได้แล้ว เราอยากให้เขามีชีวิตขึ้นมาใหม่” คุณแพรเริ่มเล่าถึงที่มาที่ไปของบ้านหลังนี้

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

บ้านใจกลางสีลมซอย 3 หลังนี้ แต่เดิมเป็นของหลวงบุรีราชบำรุง (ชื่น เกษาศรัย) หนึ่งในทหารเอกผู้ร่วมออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่พระยาสุรศักดิ์มนตรีในสมัยรัชกาลที่ 5 ในครั้งที่ยังมีการรบอยู่ คุณหลวงได้รับที่ดินผืนนี้เป็นการตอบแทน เนื่องด้วยสมัยก่อนหากใครทำดี จะไม่มีการตบรางวัลด้วยเงินเหมือนดังในปัจจุบัน แต่จะได้รับอสังหาริมทรัพย์ในรูปของที่ดินเป็นของกำนัล

ย่านสีลมแต่เดิมที่ดินเป็นของพระยาสุรศักดิ์มนตรี ในยุคก่อนจรดต้นซอยถึงท้ายซอยสีลม 3 จะประกอบไปด้วยบ้านเรือนเล็กใหญ่แตกต่างไป คุณหลวงอาศัยอยู่ในย่านนี้ชั่วชีวิต กระทั่งบ้านหลังนี้เปลี่ยนผ่านเจ้าของจนกลายเป็นทรัพย์สินของคุณปู่คุณแพร

เมื่อตัดสินใจชุบชีวิตบ้านเก่าที่มีอายุกว่า 5 แผ่นดิน คุณแพรจึงต้องหาข้อมูลอย่างหนักเพื่อได้มารายละเอียดที่จะปรับปรุงบ้านหลังนี้ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยเริ่มต้นจากการค้นหาข้อมูลจากโฉนดที่ดิน สู่การสืบข้อมูล   เพิ่มเติมจากพิพิธภัณฑ์บางกอก และขอความช่วยเหลือจากรุ่นพี่ที่กรมศิลปากร จนทราบว่าบ้านหลังนี้เป็นทรง ‘ขนมปังขิง’ หรือแบบวิคตอเรียของอังกฤษ ด้วยโครงสร้างของบ้านที่ดีอยู่แล้ว คุณแพรจึงตัดสินใจไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้าง เนื่องจากเป็นเงื่อนไขร่วมกันระหว่างคุณแพรและกรมศิลปากร

การปรับปรุงโรงแรมครั้งใหญ่นี้ใช้เวลาพอสมควร มีกระบวนการเกิดขึ้นมากมาย ทั้งเสริมความแข็งแรงให้บ้านตามการก่อสร้างในปัจจุบัน การออกแบบภายในและปรับเปลี่ยนรูปแบบการวางห้องต่างๆ ให้เหมาะสมต่อการดัดแปลงเป็นโรงแรม และรักษาลักษณะบ้านแบบขนมปังขิงนี้ให้คงเดิมมากที่สุด

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม


แก้วน้ำจานชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม

ก่อนที่ฉันจะได้ขึ้นไปยลโฉมห้องพัก คุณแพรและคุณทอปชวนฉันแวะมาดู ‘ตู้โชว์’ ที่อยู่ใกล้บันไดทางขึ้น ภายในตู้โชว์นั้นต่างมีสิ่งของหลายอย่างที่ถูกนำมาวางประดับตกแต่งไว้ บางส่วนเป็นของเก่าโบราณที่ถูกขุดเจอนับแต่วันแรกในการมาเยือนบ้านของทั้งสอง ทั้งขวดสุราเก่าที่เจอในห้องใต้บันได ขวดยาเก่า จาน ชาม กระเบื้อง     โมเสกโบราณที่ไม่มีเส้นเอ็นเชื่อมโยงให้เป็นแผ่นเดียวกัน ทะเบียนรถเก่าที่ตัวเลขอาจจะเลือนหายไปแล้ว (ซึ่งแม่บ้านของโรงแรมเคยเอาเลขต่างๆ ที่เกี่ยวกับโรงแรมทั้งเลขที่บ้าน เลขทะเบียนรถไปตีความเป็นเลขท้ายสองตัวบ้าง สามตัวบ้าง แล้วดันถูกรางวัลด้วยนะเออ) รวมไปถึงกลอนประตู หรือส่วนประกอบอื่นอันเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมในสมัยรัชกาลที่ 5

ภายในตู้โชว์มีภาพถ่ายสองภาพถูกจัดเอาไว้ ภาพหนึ่งเป็นภาพถ่ายที่แสดงถึง ‘วันแรก’ ที่ทั้งสองได้มาดูบ้าน ซึ่งเป็นบ้านที่มีสภาพถูกทิ้งร้างกว่า 50 ปี

อีกภาพหนึ่งเป็นภาพเสาสรไนย ที่ถูกติดตั้งบนหน้าจั่วของบ้าน  เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่าเจ้าของบ้านนั้นมียศ ‘คุณหลวง’ ขึ้นไป

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม


พักกายพักใจ หลับตานอนฝันดี

บ้านสองชั้นจากเดิมที่มีเพียง 5 ห้อง ถูกแบ่งสรรปันส่วนจนได้ห้องพัก 7 ห้องที่มีขนาดเล็กใหญ่ต่างกันไป   ชั้นล่าง 2 ห้อง และชั้นบน 5 ห้อง โดยคอนเซปต์แรกของการออกแบบที่คุณทอปได้ทำงานร่วมกับทีมออกแบบภายใน คือความเป็นธรรมชาติเหมือนนอนพักที่บ้านเพื่อน มีความอบอุ่น แต่ไม่ได้เป็นทางการมากจนเกินไป คาแรกเตอร์ของบ้านคือ ‘ผู้หญิง’ พร้อมใส่ลูกเล่นที่เกี่ยวกับ ‘ดอกไม้’ ที่สามารถเป็นตัวกลางในการเชื่อมยุคสมัยจากอดีตถึงปัจจุบันได้อย่างลงตัว

ทุกห้องจะมีชื่อดอกไม้เป็นชื่อประจำห้อง โดยชั้นล่างจะเป็นชื่อดอกไม้ไทยโบราณในกิจกรรมทั่วไป คือนวลจันทร์และนวลตอง ทั้งสองห้องสามารถมองเห็นวิวสวนด้านนอกได้อย่างชัดเจน ส่วนชั้นบนจะเป็นชื่อดอกไม้ที่ใช้ในพระราชพิธีหรือกิจกรรมสำคัญในอดีต ประกอบด้วยดาราพรรณาราย นภาพราว มัลลิกา บัวฉลองขวัญ และแก้วเจ้าจอม ซึ่งแต่ละห้องจะมีการใช้โทนสีและรูปแบบการตกแต่งที่สอดคล้องกับสีของดอกไม้ประจำห้องอีกด้วย

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลมโรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม  

ภายในยังคงเน้นบรรยากาศความเก่าที่สอดคล้องไปกับตัวบ้าน ด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้เทคนิคไม้ขัดสีแบบโบราณ เก้าอี้หวาย เครื่องสุขภัณฑ์ ทั้งก็อกน้ำหรือฝักบัวทองเหลือง อ่างอาบน้ำทรงเก่า แต่ยังคงรวมเอาความสะดวกสบายแบบสมัยใหม่ ทั้งเตียงและที่นอนสั่งทำพิเศษเพื่อความเคยชินของชาวต่างชาติที่คุ้นเคยกับการนอนสูง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน

ห้องแก้วเจ้าจอม ไฮไลต์หลักของโรงแรมซึ่งเป็นห้องที่กว้างที่สุด สามารถมองเห็นวิวที่ดีที่สุดได้จากระเบียงในตัวห้อง และต้นแก้วเจ้าจอมซึ่งเป็นต้นไม้เดียวกับชื่อห้อง

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

ห้องมัลลิกา เป็นห้องที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยราคาที่ย่อมเยาว์ และห้องน้ำที่เปิดหน้าต่างได้ เป็นที่ชอบอกชอบใจของผู้เข้าพักชาวต่างชาติ บางทีแขกมักจะเปิดหน้าต่างพร้อมไปกับการอาบน้ำ เป็นบรรยากาศที่ดีไม่หยอก

ห้องดาราพรรณราย ห้องที่ตกแต่งด้วยโทนสีชมพู มีระเบียงที่เป็นระเบียงเดิมก่อนปรับปรุงที่เห็นลายโครงสร้างเก่าของบ้าน สามารถก้มลงแล้วมองเห็นดอกดาราพรรณรายที่ปลูกไว้ในสวนของโรงแรมอีกด้วย

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม


ที่ตรงนี้นั้นมีต้นไม้ มีร่มเงาให้นอนสบายพักผ่อน

จากชื่อห้องพักชั้นสองของโรงแรม คุณแพรและคุณทอปได้พยายามหาพรรณไม้ที่มีชื่อเดียวกับห้องพักมาปลูกและประดับไว้ในสวนซึ่งเป็นพรรณไม้ไทยทั้งหมด (ต้นแก้วเจ้าจอมปลูกยากมากนะจะบอกให้) นอกจากนี้ยังมีพรรณไม้ไทยที่ส่งกลิ่นหอมสลับช่วงเวลาตลอดทั้งปี ทั้งต้นโมก ดอกแก้วหิมาลัย ต้นหมาก เป็นต้น

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

ด้านข้างของโรงแรมเป็นลานปูน สามารถจัดงานแต่งงานที่จุคนได้ 50 – 70 คน (สำหรับกิจกรรมอื่นๆ สามารถสอบถามรายละเอียดกับทางโรงแรมได้โดยตรง) หรือในช่วงเวลาที่ไม่มีการจัดงาน จะมีแขกของโรงแรมใช้เวลาส่วนตัวในการอ่านหนังสือ สัมผัสกับพื้นที่สีเขียวที่จัดสรรเอาไว้ได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ

จากการเปิดแบบ Soft Opening ตั้งแต่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ถือว่าได้รับการตอบรับอย่างดีจากแขกผู้เข้าพักและนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมาในละแวกนั้น มีการขอเข้ามาแวะเวียน เยี่ยมชม ถ่ายภาพ จนคุณแพรและคุณทอปผุดแนวคิดที่อยากให้แขกไปใครมาได้มาสัมผัสบรรยากาศบ้านเก่าแบบที่ไม่ต้องเข้าพัก จึงเกิดเป็นช่วงเวลาพิเศษแบบอังกฤษที่เรียกว่า Afternoon Tea เป็นการจัดเบรคน้ำชาทั้งในแบบชาอังกฤษ​ และชาของไทย เช่นชาดอกบัวแห้ง ชากุหลาบ ชาตะไคร้ ชาดอกลิลลี่ พร้อมกับขนมทั้งสองรูปแบบ ผู้สนใจสามารถเข้ามาใช้บริการได้ตั้งแต่เวลา  14.00 – 17.00 น. โดยจะเปิดให้บริการพร้อมกับการ Grand Opening และการเปิดตัวร้านอาหารไทยของโรงแรมในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

การมาเยี่ยมเยือนโรงแรมแห่งนี้ ฉันไม่ได้สัมผัสเพียงแต่ความเป็นที่พักเท่านั้น

ฉันสัมผัสถึงความตั้งใจของการย้อนเวลา และหยุดเวลา

ย้อนเวลากลับไปหาอดีตที่ใครอาจไม่เคยเห็น ให้เกิดขึ้นได้จริงในห้วงปัจจุบัน

หยุดเวลาแห่งภาพอดีต ไม่ให้ล่วงเลยไปตามกฎของเวลา

ยินดีต้อนรับกลับบ้าน

Kessara Boutique Historic Hotel
ที่อยู่  : 38 ซ.สีลม 3 (พิพัฒน์) ถ.สีลม บางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
ราคา : 2,500 – 7,500 บาท
Facebook : Kessara Hotel
www.kessarahotel.com
เบอร์ติดต่อ : 02-0910659

Writer

สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

เขียนหนังสือบนก้อนเมฆในวันหนึ่งตรงหางแถว และทำเว็บไซต์เล็กๆ ชื่อ ARTSvisual.co

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

29 มิถุนายน 2560
25 K

หลังขับรถออกจากตัวเมืองเชียงใหม่มาแสนไกล สิงโตหินสีชมพูสดกลางทุ่งนาเขียวก็ปรากฏให้เห็น

นี่คือจุดหมายตาของ ‘หุบเขาคนโฉด’ ที่พักและร้านอาหารลึกลับกลางหุบเขา ที่นี่อาจไม่ได้ปรากฏในสื่อแพร่หลายเหมือนเหล่าที่พักแมส แต่เรียกได้ว่าร้อนแรงจากการบอกปากต่อปากของผู้แวะเวียนมาเข้าพักและสัมผัสประสบการณ์มื้ออาหารที่ไม่เหมือนใคร

หุบเขาคนโฉด หุบเขาคนโฉด

หุบเขาคนโฉด

หุบเขาคนโฉดมีต้นกำเนิดจากกุ่ยและยศ ซึ่งเคยเปิดร้านขายของตกแต่งบ้านวินเทจที่สวนลุมไนท์บาร์ซาร์ ก่อนจะย้ายขึ้นมาเป็นชาวเชียงใหม่และเปิดร้านที่ย่านนิมมานฯ ซอย 1 พร้อมซื้อที่แห่งนี้เพื่อปลูกบ้าน โดยกุ่ยบอกเราว่าเลือกที่ตรงนี้เพราะติดภูเขา ตรงกับจุดประสงค์ของพวกเขาที่อยากอยู่กับธรรมชาติ และตรงกับความตั้งใจอยากเปิดที่พักรวมถึงพิพิธภัณฑ์จัดแสดงของสะสมในอนาคต

แต่แพลนที่พักซึ่งวางไว้เป็นอนาคตอันไกลก็ต้องเขยิบกลายเป็นแผนปัจจุบัน เพราะนิมมานฯ ซอย 1 ถูกรื้อถอนปรับปรุง ทำให้ร้านเฟอร์นิเจอร์ของทั้งคู่ต้องปิดตัว รวมถึงเปิดร้านอาหารอย่างเป็นทางการ หลังจากแต่เดิมมีการลงครัวเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าที่คุยถูกคอจนชักชวนมาเยี่ยมบ้าน

ที่พักของหุบเขาคนโฉดมีด้วยกัน 3 หลัง คือ ยุ้งข้าว โกธิค และเหยาหมิงหยวน เปิดรับแขกครั้งละ 1 กลุ่มเพื่อให้ง่ายต่อการดูแล และเจ้าของจะเป็นคนจัดสรรบ้านให้ตามบุคลิกแขก นอกจากวิธีรับแขกจะเฉพาะตัวแล้ว ที่พักที่นี่ยังมีบุคลิกพิเศษอีกหลายอย่าง  อย่างแรกคือ ที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน มีบรรยากาศอบอุ่นน่าสบายบางอย่างอบอวล ไม่เรียบเนี้ยบเหมือนโรงแรมมาตรฐานที่เราคุ้นเคย นั่นเพราะที่พักเหล่านี้เริ่มต้นมาจากการเป็นพื้นที่ส่วนตัวของกุ่ยและยศ บางหลังเคยเป็นที่อยู่ บางหลังเป็นที่เก็บเหล่าของเก่าที่สะสมไว้

หุบเขาคนโฉด หุบเขาคนโฉด หุบเขาคนโฉด

หุบเขาคนโฉด

อีกความพิเศษหนึ่งคือ รสนิยมของที่พักที่เราขอใช้คำว่า exotic อย่างเต็มปาก กุ่ยและยศชอบความเป็นไทยและจีน ของเก่าที่พวกเขาสะสมจึงสะท้อนคาแรกเตอร์นั้น เช่น บางห้องมีเตียงแบบที่เราเห็นในหนังจีนอายุนับร้อยปีตั้งอยู่ นอกจากความไทยและจีน ที่พักของทั้งคู่ยังมีของน่าตื่นตาตื่นใจอีกเยอะ ตั้งแต่ดอกไม้สะพรั่งเต็มห้อง แชนเดอเลียร์ห้อยระย้า ฝูงสัตว์สตัฟฟ์ ฟลามิงโกตัวเป็นๆ ฯลฯ และไม่ใช่แค่ข้าวของ ตัวสถานที่เองก็เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร บ้านที่ชื่อยุ้งข้าวเคยเป็นยุ้งข้าวจริงๆ บ้านที่ชื่อโกธิคก็แน่นอน มีความโกธิค หลังคาแหลมสูงเต็มที่ ส่วนเหยาหมิงหยวนที่ชื่อมาจากพระราชวังจีน ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่รองรับประตูจีนเก่าแก่ (ใช่ พวกเขาสร้างบ้านเพื่อประตูจริงๆ) บ้านแต่ละหลังยังตั้งลดหลั่นกันไป เพราะกุ่ยกับยศตั้งใจปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมด้วยการสร้างอาคารตามระดับพื้นที่เดิมซึ่งเคยเป็นนาขั้นบันไดมาก่อน

ยังไม่หมดเท่านั้น สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยของที่พักนี้คือ มื้ออาหารที่ยศเป็นผู้เข้าครัวทำเอง เราขอบอกเลยว่ายศมีพรสวรรค์ด้านการทำอาหารมาก เขาทำอาหารจากวัตถุดิบตามฤดูกาล แต่อาหารที่ออกมาวิจิตรและอร่อยล้ำแบบที่ทั้งอิ่มตาและอิ่มใจที่สุด โดยแขกที่นี่จะได้กินมื้อเช้า มื้อเย็น รวมถึงอาจมี Afternoon tea หากขึ้นมาเช็กอินยามบ่าย (ขอให้ได้ลองลิ้มรสเปลือกส้มโอเชื่อมจากเมืองตรังบ้านเกิดของกุ่ยที่อร่อยมาก ให้ตาย) ซึ่งแน่นอนว่าไฮไลต์คือมื้อเย็นที่เสิร์ฟ 6 คอร์ส เริ่มประมาณ 1 ทุ่ม แต่แนะนำให้มาตั้งแต่ประมาณ 5 โมงครึ่ง ในวันที่เราขึ้นไป ตัวอย่างเมนูชวนน้ำลายสอที่ยศจัดมาเสิร์ฟก็เช่นต้มข่าปลาช่อนแดดเดียว ซึ่งใส่ลิ้นจี่ตามฤดูกาลและกะทิสดด้วยมะพร้าวจากทับสะแก และดอกขจรผัดกระเทียมโทนแนมกับหมูย่างเมืองตรัง  

หุบเขาคนโฉด

หุบเขาคนโฉด

แขกของหุบเขาคนโฉดจึงได้ประสบการณ์ทั้งจากที่พักและอาหารที่แสนพิเศษ เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาการพลัดหลงเข้าไปในแดนมหัศจรรย์อย่างแท้จริง

“ความพิเศษของหุบเขาคนโฉด คือการได้เอาตัวเองมาแทรกอยู่กับธรรมชาติ ได้เข้ามาอยู่ในที่ที่แวดล้อมไปด้วยศิลปะ ทำให้รู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ตามโรงแรมทั่วไป ที่นี่ไม่ได้มีสระว่ายน้ำหรู ไม่ได้มีสปา แต่เรารู้สึกว่าการอยู่ที่นี่เป็นการบำบัด อยู่ท่ามกลางศิลปะ ของเก่า ดอกไม้ แชนเดอเลียร์ ทุกอย่างคือสเน่ห์แบบ Perfect Imperfect” กุ่ยบอกกับเรา

แม้ออกจากแดนมหัศจรรย์มาแล้ว แต่มนตราของหุบเขาคนโฉดจะยังอ้อยอิ่งอยู่กับเราอีกนาน

หุบเขาคนโฉด

หุบเขาคนโฉด

ที่อยู่: อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ราคา: คืนละ 7,500 บาท รวมค่าอาหารมื้อเช้าและมื้อเย็น รวมถึง Afternoon Tea (ถ้ามี) แล้ว

*ใครที่ไม่สะดวกพัก แต่อยากชิมอาหารตระการตาของยศ ก็โทรมาจองโต๊ะกินมื้อเย็นอย่างเดียวได้ แต่แนะนำให้จองล่วงหน้านานนิดนึงเพื่อความชัวร์

ช่องทางติดต่อ:
Facebook l หุบเขาคนโฉด : Badboy Valley
เบอร์ติดต่อ 06-274-1656

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load