ยินดีต้อนรับกลับบ้าน

เป็นคำที่ฟังแล้วแสนจะอบอุ่นหัวใจเมื่อได้ยิน เมื่อเรากลับไปยัง ‘บ้าน’ สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด สบายใจที่สุด และอบอุ่นที่สุด บ้านเปรียบเหมือนส่วนเติมเต็มอันแสนสำคัญในชีวิต ทั้งความต้องการขั้นพื้นฐาน คนสำคัญในครอบครัว รวมทั้งความทรงจำแสนหอมหวานเมื่อครั้งได้พักอาศัย

สีลม คือหนึ่งในย่านการค้าสำคัญใจกลางมหานคร

เราแทบไม่ต้องจินตนาการว่าย่านธุรกิจแห่งนี้จะวุ่นวายสักเพียงใด ในความวุ่นวายทั้งหมดนั้น หากตรงเข้าไปที่สีลมซอย 3 คุณอาจจะแปลกใจสักหน่อยที่ใจกลางซอยมี ‘บ้าน’ หลังหนึ่งตั้งเด่นสง่าท่ามกลางตึกสูง ร้านอาหาร ร้านค้า และความพลุกพล่านของผู้คน

บ้านที่ว่าคือ Kessara Boutique Historic Hotel

ที่นี่คือโรงแรมที่ดัดแปลงจากบ้านเก่า ให้เกิดความคลาสสิกที่ผนึกรวมความ ‘เก่า’ แต่ ‘เก๋’

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม
บ้านหลังน้อย ปลูกไว้คอยอยู่ปลายสวน

ด้วยสัญชาตญาณของแม่บ้านการละคร การได้ก้าวเข้าไปในบ้านเก่าที่ถูกปรับเปลี่ยนเป็นอาคารโรงแรมสองชั้น ฉันรู้สึกได้ลึกๆ ว่าตัวเองเป็นพะนอนิจในกาหลมหรทึก ฉันสัมผัสบรรยากาศความเก่านั้นได้อย่างชัดเจนด้วยโครงสร้างและการออกแบบที่แทบจะถอดแบบกันออกมาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

พนักงานนำ Welcome Drink มาเสิร์ฟตรงหน้าฉัน มันคือน้ำมะตูมในแก้วกระเบื้องแบบโบราณ ความสดชื่นของน้ำมะตูมเย็นฉ่ำ ทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายจากอากาศร้อนภายนอกได้เป็นอย่างดี

ผู้เปลี่ยนบ้านเก่าหลังนี้เป็นโรงแรมคือคุณแพร พรรณฑิภา สายวัฒน์ Managing Director และคุณทอป ธนกร อุดมทรัพย์ Deputy Managing Director ของโรงแรม ทั้งคู่โคจรมาพบกันเมื่อเป็นนักศึกษาที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จวบจนทำงานอยู่ในบริษัทเอเจนซี่แห่งเดียวกัน คุณแพรลาออกมาก่อนด้วยเหตุผลที่อยากสร้างโฮสเทลเล็กๆ เป็นของตัวเอง เมื่อคุณแพรนำเรื่องนี้มาคุยกับคุณทอป ทั้งสองคนจึงตัดสินใจเริ่มโปรเจกต์นี้ด้วยกัน

ไอเดียที่พักร่วมสมัยเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เมื่ิอคุณแพรเสนอเรื่องนี้กับที่บ้าน เธอได้รับการแนะนำว่าแทนที่จะไปหาอาคารพานิชย์ ทำไมไม่เอาบ้านเก่าที่มีอยู่แล้วมาใช้เสียเลย
โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

หากว่าใครจะสร้างบ้านสักหลังหนึ่ง ไม่มีใครจะเริ่มต้นจากหลังคา

จากคำสั่งเสียของคุณปู่คุณแพรที่ว่า “ห้ามยกให้ใคร ห้ามขาย ห้ามรื้อ ห้ามทุบบ้านหลังนี้” จึงไม่มีใครได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบ้านหลังนี้มาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี

“พอประตูเปิดออก เหมือนบ้านหลังนี้เรียกเรา เป็นรักแรกเลยแหละ เราปล่อยให้เขาเป็นแบบนี้ไม่ได้แล้ว เราอยากให้เขามีชีวิตขึ้นมาใหม่” คุณแพรเริ่มเล่าถึงที่มาที่ไปของบ้านหลังนี้

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

บ้านใจกลางสีลมซอย 3 หลังนี้ แต่เดิมเป็นของหลวงบุรีราชบำรุง (ชื่น เกษาศรัย) หนึ่งในทหารเอกผู้ร่วมออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่พระยาสุรศักดิ์มนตรีในสมัยรัชกาลที่ 5 ในครั้งที่ยังมีการรบอยู่ คุณหลวงได้รับที่ดินผืนนี้เป็นการตอบแทน เนื่องด้วยสมัยก่อนหากใครทำดี จะไม่มีการตบรางวัลด้วยเงินเหมือนดังในปัจจุบัน แต่จะได้รับอสังหาริมทรัพย์ในรูปของที่ดินเป็นของกำนัล

ย่านสีลมแต่เดิมที่ดินเป็นของพระยาสุรศักดิ์มนตรี ในยุคก่อนจรดต้นซอยถึงท้ายซอยสีลม 3 จะประกอบไปด้วยบ้านเรือนเล็กใหญ่แตกต่างไป คุณหลวงอาศัยอยู่ในย่านนี้ชั่วชีวิต กระทั่งบ้านหลังนี้เปลี่ยนผ่านเจ้าของจนกลายเป็นทรัพย์สินของคุณปู่คุณแพร

เมื่อตัดสินใจชุบชีวิตบ้านเก่าที่มีอายุกว่า 5 แผ่นดิน คุณแพรจึงต้องหาข้อมูลอย่างหนักเพื่อได้มารายละเอียดที่จะปรับปรุงบ้านหลังนี้ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยเริ่มต้นจากการค้นหาข้อมูลจากโฉนดที่ดิน สู่การสืบข้อมูล   เพิ่มเติมจากพิพิธภัณฑ์บางกอก และขอความช่วยเหลือจากรุ่นพี่ที่กรมศิลปากร จนทราบว่าบ้านหลังนี้เป็นทรง ‘ขนมปังขิง’ หรือแบบวิคตอเรียของอังกฤษ ด้วยโครงสร้างของบ้านที่ดีอยู่แล้ว คุณแพรจึงตัดสินใจไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้าง เนื่องจากเป็นเงื่อนไขร่วมกันระหว่างคุณแพรและกรมศิลปากร

การปรับปรุงโรงแรมครั้งใหญ่นี้ใช้เวลาพอสมควร มีกระบวนการเกิดขึ้นมากมาย ทั้งเสริมความแข็งแรงให้บ้านตามการก่อสร้างในปัจจุบัน การออกแบบภายในและปรับเปลี่ยนรูปแบบการวางห้องต่างๆ ให้เหมาะสมต่อการดัดแปลงเป็นโรงแรม และรักษาลักษณะบ้านแบบขนมปังขิงนี้ให้คงเดิมมากที่สุด

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม


แก้วน้ำจานชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม

ก่อนที่ฉันจะได้ขึ้นไปยลโฉมห้องพัก คุณแพรและคุณทอปชวนฉันแวะมาดู ‘ตู้โชว์’ ที่อยู่ใกล้บันไดทางขึ้น ภายในตู้โชว์นั้นต่างมีสิ่งของหลายอย่างที่ถูกนำมาวางประดับตกแต่งไว้ บางส่วนเป็นของเก่าโบราณที่ถูกขุดเจอนับแต่วันแรกในการมาเยือนบ้านของทั้งสอง ทั้งขวดสุราเก่าที่เจอในห้องใต้บันได ขวดยาเก่า จาน ชาม กระเบื้อง     โมเสกโบราณที่ไม่มีเส้นเอ็นเชื่อมโยงให้เป็นแผ่นเดียวกัน ทะเบียนรถเก่าที่ตัวเลขอาจจะเลือนหายไปแล้ว (ซึ่งแม่บ้านของโรงแรมเคยเอาเลขต่างๆ ที่เกี่ยวกับโรงแรมทั้งเลขที่บ้าน เลขทะเบียนรถไปตีความเป็นเลขท้ายสองตัวบ้าง สามตัวบ้าง แล้วดันถูกรางวัลด้วยนะเออ) รวมไปถึงกลอนประตู หรือส่วนประกอบอื่นอันเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมในสมัยรัชกาลที่ 5

ภายในตู้โชว์มีภาพถ่ายสองภาพถูกจัดเอาไว้ ภาพหนึ่งเป็นภาพถ่ายที่แสดงถึง ‘วันแรก’ ที่ทั้งสองได้มาดูบ้าน ซึ่งเป็นบ้านที่มีสภาพถูกทิ้งร้างกว่า 50 ปี

อีกภาพหนึ่งเป็นภาพเสาสรไนย ที่ถูกติดตั้งบนหน้าจั่วของบ้าน  เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่าเจ้าของบ้านนั้นมียศ ‘คุณหลวง’ ขึ้นไป

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม


พักกายพักใจ หลับตานอนฝันดี

บ้านสองชั้นจากเดิมที่มีเพียง 5 ห้อง ถูกแบ่งสรรปันส่วนจนได้ห้องพัก 7 ห้องที่มีขนาดเล็กใหญ่ต่างกันไป   ชั้นล่าง 2 ห้อง และชั้นบน 5 ห้อง โดยคอนเซปต์แรกของการออกแบบที่คุณทอปได้ทำงานร่วมกับทีมออกแบบภายใน คือความเป็นธรรมชาติเหมือนนอนพักที่บ้านเพื่อน มีความอบอุ่น แต่ไม่ได้เป็นทางการมากจนเกินไป คาแรกเตอร์ของบ้านคือ ‘ผู้หญิง’ พร้อมใส่ลูกเล่นที่เกี่ยวกับ ‘ดอกไม้’ ที่สามารถเป็นตัวกลางในการเชื่อมยุคสมัยจากอดีตถึงปัจจุบันได้อย่างลงตัว

ทุกห้องจะมีชื่อดอกไม้เป็นชื่อประจำห้อง โดยชั้นล่างจะเป็นชื่อดอกไม้ไทยโบราณในกิจกรรมทั่วไป คือนวลจันทร์และนวลตอง ทั้งสองห้องสามารถมองเห็นวิวสวนด้านนอกได้อย่างชัดเจน ส่วนชั้นบนจะเป็นชื่อดอกไม้ที่ใช้ในพระราชพิธีหรือกิจกรรมสำคัญในอดีต ประกอบด้วยดาราพรรณาราย นภาพราว มัลลิกา บัวฉลองขวัญ และแก้วเจ้าจอม ซึ่งแต่ละห้องจะมีการใช้โทนสีและรูปแบบการตกแต่งที่สอดคล้องกับสีของดอกไม้ประจำห้องอีกด้วย

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลมโรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม  

ภายในยังคงเน้นบรรยากาศความเก่าที่สอดคล้องไปกับตัวบ้าน ด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้เทคนิคไม้ขัดสีแบบโบราณ เก้าอี้หวาย เครื่องสุขภัณฑ์ ทั้งก็อกน้ำหรือฝักบัวทองเหลือง อ่างอาบน้ำทรงเก่า แต่ยังคงรวมเอาความสะดวกสบายแบบสมัยใหม่ ทั้งเตียงและที่นอนสั่งทำพิเศษเพื่อความเคยชินของชาวต่างชาติที่คุ้นเคยกับการนอนสูง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน

ห้องแก้วเจ้าจอม ไฮไลต์หลักของโรงแรมซึ่งเป็นห้องที่กว้างที่สุด สามารถมองเห็นวิวที่ดีที่สุดได้จากระเบียงในตัวห้อง และต้นแก้วเจ้าจอมซึ่งเป็นต้นไม้เดียวกับชื่อห้อง

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

ห้องมัลลิกา เป็นห้องที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยราคาที่ย่อมเยาว์ และห้องน้ำที่เปิดหน้าต่างได้ เป็นที่ชอบอกชอบใจของผู้เข้าพักชาวต่างชาติ บางทีแขกมักจะเปิดหน้าต่างพร้อมไปกับการอาบน้ำ เป็นบรรยากาศที่ดีไม่หยอก

ห้องดาราพรรณราย ห้องที่ตกแต่งด้วยโทนสีชมพู มีระเบียงที่เป็นระเบียงเดิมก่อนปรับปรุงที่เห็นลายโครงสร้างเก่าของบ้าน สามารถก้มลงแล้วมองเห็นดอกดาราพรรณรายที่ปลูกไว้ในสวนของโรงแรมอีกด้วย

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม


ที่ตรงนี้นั้นมีต้นไม้ มีร่มเงาให้นอนสบายพักผ่อน

จากชื่อห้องพักชั้นสองของโรงแรม คุณแพรและคุณทอปได้พยายามหาพรรณไม้ที่มีชื่อเดียวกับห้องพักมาปลูกและประดับไว้ในสวนซึ่งเป็นพรรณไม้ไทยทั้งหมด (ต้นแก้วเจ้าจอมปลูกยากมากนะจะบอกให้) นอกจากนี้ยังมีพรรณไม้ไทยที่ส่งกลิ่นหอมสลับช่วงเวลาตลอดทั้งปี ทั้งต้นโมก ดอกแก้วหิมาลัย ต้นหมาก เป็นต้น

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

ด้านข้างของโรงแรมเป็นลานปูน สามารถจัดงานแต่งงานที่จุคนได้ 50 – 70 คน (สำหรับกิจกรรมอื่นๆ สามารถสอบถามรายละเอียดกับทางโรงแรมได้โดยตรง) หรือในช่วงเวลาที่ไม่มีการจัดงาน จะมีแขกของโรงแรมใช้เวลาส่วนตัวในการอ่านหนังสือ สัมผัสกับพื้นที่สีเขียวที่จัดสรรเอาไว้ได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ

จากการเปิดแบบ Soft Opening ตั้งแต่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ถือว่าได้รับการตอบรับอย่างดีจากแขกผู้เข้าพักและนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมาในละแวกนั้น มีการขอเข้ามาแวะเวียน เยี่ยมชม ถ่ายภาพ จนคุณแพรและคุณทอปผุดแนวคิดที่อยากให้แขกไปใครมาได้มาสัมผัสบรรยากาศบ้านเก่าแบบที่ไม่ต้องเข้าพัก จึงเกิดเป็นช่วงเวลาพิเศษแบบอังกฤษที่เรียกว่า Afternoon Tea เป็นการจัดเบรคน้ำชาทั้งในแบบชาอังกฤษ​ และชาของไทย เช่นชาดอกบัวแห้ง ชากุหลาบ ชาตะไคร้ ชาดอกลิลลี่ พร้อมกับขนมทั้งสองรูปแบบ ผู้สนใจสามารถเข้ามาใช้บริการได้ตั้งแต่เวลา  14.00 – 17.00 น. โดยจะเปิดให้บริการพร้อมกับการ Grand Opening และการเปิดตัวร้านอาหารไทยของโรงแรมในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

การมาเยี่ยมเยือนโรงแรมแห่งนี้ ฉันไม่ได้สัมผัสเพียงแต่ความเป็นที่พักเท่านั้น

ฉันสัมผัสถึงความตั้งใจของการย้อนเวลา และหยุดเวลา

ย้อนเวลากลับไปหาอดีตที่ใครอาจไม่เคยเห็น ให้เกิดขึ้นได้จริงในห้วงปัจจุบัน

หยุดเวลาแห่งภาพอดีต ไม่ให้ล่วงเลยไปตามกฎของเวลา

ยินดีต้อนรับกลับบ้าน

Kessara Boutique Historic Hotel
ที่อยู่  : 38 ซ.สีลม 3 (พิพัฒน์) ถ.สีลม บางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
ราคา : 2,500 – 7,500 บาท
Facebook : Kessara Hotel
www.kessarahotel.com
เบอร์ติดต่อ : 02-0910659

Writer

สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

เขียนหนังสือบนก้อนเมฆในวันหนึ่งตรงหางแถว และทำเว็บไซต์เล็กๆ ชื่อ ARTSvisual.co

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

เขาหลัก

ถ้าใครรู้จักผมคงแปลกใจ ว่าทำไมคนที่ไม่ชอบเที่ยวทะเล ไม่เล่นเซิร์ฟ ไม่ดำน้ำ และว่ายน้ำไม่เป็นอย่างผม ถึงหยิบวันหยุดยาวมาใช้ที่ ‘เขาหลักเมอร์ลินรีสอร์ท’ จังหวัดพังงา

แต่ถ้าใครรู้จักรีสอร์ตแห่งนี้คงไม่แปลกใจ

3 ปีก่อน ผมเคยคุยกับ คุณแชมป์-ชานน วงศ์สัตยนนท์ ผู้อำนวยการเครือโรงแรมเมอร์ลิน ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ตอนนั้นคุณแชมป์คือวัยรุ่นไฟแรงที่เพิ่งกลับมาดูแลธุรกิจโรงแรมของครอบครัว เขาชวน BIG Trees มาช่วยตรวจสุขภาพต้นไม้ใหญ่มากมายในโรงแรม เขาว่ามีต้นไม้ใหญ่เยอะเหมือนอยู่ในป่า แต่ประโยคที่ยังติดหูผมอยู่ถึงวันนี้คือ ในโรงแรมมีสัตว์ป่าหลายชนิด ถ้าผมไปพัก เขาจะพาไปดูนางอาย

ผมมาตามสัญญา แต่ช้าไป 3 ปี

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

ต้นไม้

ผมส่ายหน้าบอกพนักงานว่า ไม่ต้องเดินไปส่ง แค่ชี้ทางก็พอ ไม่ว่าโรงแรมไหน ๆ ผมชอบหาทางเดินไปห้องพักเอง แต่รอบนี้พนักงานของเขาหลักเมอร์ลินส่ายหน้ากลับ เขาหยิบกุญแจแล้วเดินนำผมจากล็อบบี้ซึ่งอยู่ติดถนนด้านหน้าโรงแรม ลงไปทางชายหาดที่อยู่ต่ำกว่ามาก เราก็เลยต้องเดินลงบันได วกไป วนมา ผ่านอาคารนั้น ออกทางนี้ ถึงมีแผนที่ก็ยังงง

รีสอร์ตแห่งนี้สร้างเมื่อปี 2000 อาก๋งของคุณแชมป์ คุณวีระ จิรายุส ประธานบริษัทและกรรมการผู้จัดการ และลูก ๆ หลาน ๆ เห็นว่าควรขยายกิจการโรงแรมออกนอกจังหวัดภูเก็ตบ้าง จึงเลือกสร้างโรงแรมแห่งที่ 4 ที่เขาหลัก จังหวัดพังงา ซึ่งตอนนั้นมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์มาก และบริเวณเขาหลัก-ลำรู่ ตรงนี้ก็ยังไม่มีที่พัก

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

ครอบครัวคุณแชมป์เลือกที่ดินมีโฉนดขนาด 30 ไร่ผืนนี้ เพราะติดทะเลและมีต้นไม้ใหญ่เยอะมาก ทุกคนรักต้นไม้ เลยเห็นตรงกันว่าควรทำที่พักแค่ 200 ห้อง จะได้มีพื้นที่สีเขียวเยอะ ๆ อาคารก็ต้องสร้างหลบต้นไม้ใหญ่ จึงกลายมาเป็นผังโรงแรมแบบเขาวงกต ให้ความรู้สึกเหมือนได้พักกลางป่า

จำนวนห้องที่น้อยถูกชดเชยด้วยการสร้างวิลล่าริมหาด 3 หลัง และตั้งราคาค่าห้องทั่วไปที่สูงกว่าปกติ เพราะนี่คือความหรูหราที่ลูกค้าชาวยุโรปกำลังตามหา ไม่ใช่หรูหราเพราะการออกแบบห้องพัก แต่หรูหราเพราะอยู่กลางธรรมชาติ ความคิดนี้เมื่อ 20 ปีก่อน ต้องถือว่าล้ำหน้ามาก

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด
Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

พนักงานโรงแรมที่เดินนำทางผมบอกว่า วันนี้มีแขกพักเต็มทุกห้อง แต่กลับไม่รู้สึกว่าแออัด หรือมองไปทางไหนก็เห็นแต่คน เพราะต้นไม้ครึ้มทั่วรีสอร์ตช่วยบังสายตาไม่ให้แขกมองเห็นกัน

ที่นี่มีต้นไม้ใหญ่ราว 270 ต้น แบ่งได้ 40 ชนิด อายุอย่างต่ำคือ 50 ปี หลายต้นน่าจะถึง 70 ปีหรือแก่กว่านั้น

ต้นไม้เด่น ๆ ของที่นี่มีหลายต้น เริ่มจากต้นเหรียง ไม้ทรงพุ่มใหญ่ด้านหลังล็อบบี้ ซึ่งมีโอกาสจะได้เห็นนางอายและค้างคาวแม่ไก่ ตรงห้องอาหารเช้ามีต้นเทพทาโรอยู่หลายต้น จัดเป็นต้นไม้ประจำถิ่นพังงาที่เปลือกมีกลิ่นหอม นิยมนำมาแกะสลักเป็นเทพตามศาลเจ้าในภาคใต้ ช่วงเทศกาลกินเจจะมีการนำไม้เทพทาโรไปเผาไฟ ซึ่งจะได้กลิ่นหอมเหมือนธูป

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

มองเลยไปทางหาดจะเห็นต้นไข่เขียว ซึ่งเป็นตะเคียนชนิดหนึ่ง สูงชะลูด มองเห็นได้แต่ไกล เป็นต้นไม้ที่สูงที่สุดในโรงแรม ส่วนต้นไม้หายากที่สุดคือ ยางมันหมู เป็นไม้ประจำถิ่นของภาคใต้ที่น้อยคนจะรู้จัก หายากขนาดพนักงานโรงแรมยังไม่รู้เลยว่าคือต้นไหน

ส่วนต้นไม้ที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในโรงแรมคือ ต้นนิโครธ ซึ่งเป็นไทรชนิดหนึ่ง คนที่นี่เรียกว่า ต้นยีราฟ เพราะมีรูปทรงเหมือนยีราฟ เป็นต้นที่หาง่ายที่สุด และน่าจะถูกถ่ายรูปมากที่สุด

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

น้ำ

พอเปิดประตูเข้ามาในห้องพัก ผมก็สะดุดตากับหนังสือชื่อ A Compact Guide to Wildlife ที่ตั้งใจวางรับแขกอยู่บนโต๊ะ ในเล่มมีภาพสัตว์มากมายที่พบได้ในโรงแรม แยกตามโซนต่าง ๆ เช่น นกแขกเต้า นางอาย กิ้งก่าบินหัวสีฟ้า บ่าง นกตะขาบทุ่ง เหยี่ยวแดง นกกระเต็นอกขาว แมลงปอนานาชนิด ปาดบ้าน เขียดบัว นกเด้าลมหลังเทา เหี้ย และผีเสื้อมากมาย

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

ที่ผมแปลกใจคือ แต่ละพื้นที่ในโรงแรมพบสัตว์ที่แตกต่างกันได้ขนาดนี้เลย

พอเปิดโทรทัศน์ในห้อง จะเจอคลิปวิดีโอเล่าเรื่องสัตว์ป่าทั้งหมดในโรงแรม ราวกับที่นี่คือรีสอร์ตในซาฟารี ดูแล้วเลือดลมสูบฉีด นั่งในห้องต่อไม่ไหว ต้องรีบเปิดประตูออกไปดูของจริง

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด
Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

ใกล้ ๆ ห้องพักของผมมีลำธารเล็ก ๆ ที่ไหลจากด้านบนแถว ๆ ล็อบบี้ ลงไปที่บ่อมรกตทางด้านล่าง ในนั้นมีปลานิล สัตว์น้ำเล็ก ๆ และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำหลายชนิด ลำธารแห่งนี้สร้างมาพร้อมรีสอร์ต ด้วยความคิดว่า ที่นี่มีต้นไม้เยอะ ถ้าต้องซื้อน้ำมารดต้นไม้ก็เปลือง เลยออกแบบระบบให้ส่งน้ำเสียจากทั้งโรงแรมมาบำบัดรวมกันในถังใต้ดินด้วยจุลินทรีย์ เมื่อสะอาดก็ปั๊มขึ้นไปปล่อยบนต้นกำเนิดลำธารด้านบน เพื่อให้น้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่สีเขียวทั่วโรงแรมผ่านระบบสปริงเกิล

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

น้ำเสียทุกหยดในเขาหลักเมอร์ลินจึงถูกบำบัดและนำกลับมาคืนสู่ธรรมชาติ สะอาดขนาดมีสัตว์น้ำอยู่แบบเป็นระบบนิเวศ

อีกแนวคิดที่มีมาแต่แรกคือ การนำขยะจากเศษอาหารและเศษใบไม้มาทำปุ๋ยหมัก เหตุผลคือ เรือนเพาะชำกล้าไม้ต้องการปุ๋ยจำนวนมาก แน่นอนว่าไม่มีวิธีไหนจะประหยัดไปกว่าการทำเอง

แนวคิดเรื่องความยั่งยืนอีกอย่างที่ผมว่าน่าสนใจ คือระบบเซ็นเซอร์ที่หน้าต่างซึ่งเพิ่มมาภายหลัง ถ้าแขกห้องไหนเปิดหน้าต่างเพื่อสัมผัสอากาศบริสุทธิ์จากธรรมชาติ เครื่องปรับอากาศในห้องจะปิดทันทีแบบอัตโนมัติ จะได้ไม่เปลืองไฟโดยใช่เหตุ

แขก

วันนี้สายตาตี่ ๆ ของผม ได้สบตากับชาวต่างชาติไม่มากนัก แต่ช่วงก่อนโควิด-19 ลูกค้าเกือบทั้งหมดของเขาหลักเมอร์ลินคือชาวต่างชาติ ลูกค้าหลักคือ ชาวเยอรมัน นอร์ดิก และอังกฤษ เป็นกลุ่มที่อยากมาสัมผัสธรรมชาติแท้ ๆ อยากเห็นทั้งป่า ทั้งทะเล และเห็นสัตว์ป่าในโรงแรม พอมาถึงก็นั่งริมระเบียงห้องดื่มด่ำกับธรรมชาติได้เป็นวัน ๆ ลูกค้ากลุ่มนี้จองมาเต็มตั้งแต่เปิดให้บริการ ทางโรงแรมจึงไม่ได้เน้นทำการตลาดกับลูกค้าชาวไทยหรือกลุ่มอื่น ๆ มากนัก ที่นี่เลยไม่คุ้นหูของคนไทย

ลูกค้าประจำชาวเยอรมันรักที่นี่ถึงขนาดเปิดเฟซบุ๊กกรุ๊ป Freunde des Merlin Khao Lak / Friends of Merlin Khao Lak ไว้พูดคุยกันว่า พักห้องไหนเด็ดสุด แถวนั้นมีร้านอาหารไหม ต้องเตรียมอะไรมาบ้าง ยุงเยอะไหม มีสมาชิกอยู่ 2,000 กว่าคน แอดมินเป็นคู่สามีภรรยาชาวเยอรมันที่มาพักที่นี่ทุกปี

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด
เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

แล้วในกรุ๊ปนี้ก็ยังถ่ายภาพสัตว์ที่พบในโรงแรมมาอวดกัน จนทำให้ทีมงานรู้ว่าในโรงแรมของพวกเขามีสัตว์มากมายแค่ไหน

เขา (เป็น) หลัก

ก่อนพระอาทิตย์จะมุดเมฆไปแตะน้ำทะเล ผมออกไปเดินเล่นบนชายหาดทั้งด้านซ้ายและขวาของโรงแรมซึ่งขนาบด้วยที่พักขนาดใหญ่ มีอาคารที่ออกแบบสวยเตะตาแบบต้องยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป ถัดออกไปเป็นร้านอาหารและบาร์ที่กวักมือเรียกเราจากระยะไกลด้วยเสียงเพลง

ขากลับเมื่อมาถึงโรงแรม สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดของที่นี่คือต้นไม้ใหญ่ แบบที่เราแทบจะไม่เห็นหรือไม่สนใจอาคารของโรงแรมเลยด้วยซ้ำ

คุณแชมป์ยืนรอผมอยู่ที่หน้าร้านอาหารเย็นของโรงแรมบริเวณหาด

ชีวิตของเขาน่าสนใจ ชายวัย 30 ปีคนนี้เรียนจบปริญญาตรีด้านปรัชญาและจิตวิทยาจากออกซ์ฟอร์ด แล้วต่อโทด้านบริหารธุรกิจที่อิมพีเรียลคอลเลจ กลับจากลอนดอนมาก็เริ่มงานที่ The Nation ช่วยคุณสุทธิชัย หยุ่น ทำเรื่อง Transformation องค์กรสู่ดิจิทัล จากนั้นก็ย้ายไปบุกเบิกการทำวิดีโอให้นิตยสาร BK แล้วก็ข้ามสายไปทำงานกับ Iris บริษัทโฆษณาจากลอนดอน สุดท้ายก็กลับมาทำธุรกิจโรงแรมของที่บ้านเมื่อปี 2018

“ผมเป็นห่วงพ่อแม่ ตอนนั้นท่านอายุ 65 แล้ว เลยกลับมาช่วย เครือเรามีโรงแรมหลายแห่ง ทำกันแบบกงสี ผมเข้ามาพร้อมลูกพี่ลูกน้อง 3 คน ผมได้รับหน้าที่ให้ดูการตลาดออนไลน์ ประชาสัมพันธ์ กับอาหารและเครื่องดื่ม” คุณแชมป์เล่าระหว่างที่รอไลน์บุฟเฟต์เปิด

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

พอเริ่มงานเขาก็พบว่า ที่ผ่านมาโรงแรมทำการตลาดแต่กับบริษัททัวร์ ไม่เน้นโปรโมตตรงกับลูกค้ามากนัก พอบริษัททัวร์ยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Thomas Cook ปิดตัวลงเมื่อปี 2019 โรงแรมก็ได้รับผลกระทบ เพราะลูกค้า 20 เปอร์เซ็นต์มาจากที่นี่ คุณแชมป์มองว่าถึงเวลาที่ต้องปรับตัวแล้ว แต่การที่คนหนุ่มไร้ประสบการณ์โรงแรมวัย 27 ปี จะโน้มน้าวผู้ใหญ่ที่ทำโรงแรมมาทั้งชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย

“โชคดีมากที่ผมเคยทำงานบริษัทโฆษณา เลยมีทักษะโน้มน้าวผู้บริหาร มีวิธีการทำพรีเซนเทชันที่ดี เข้าใจเรื่องการทำ Brand Personality ผมก็จัดเต็มครับ ทำเวิร์กชอปชวนทุกคนมาคิดร่วมกันว่า เราอยากเป็นอะไร ตอนนี้เราอยู่ตรงไหน และเราจะไปถึงตรงนั้นได้ยังไง ทุกคนเห็นตรงกันว่าเขาหลักเมอร์ลินต้องเน้นเรื่องธรรมชาติ ทุกคนปักธงแบบนี้ร่วมกัน ผมก็บอกว่า เราไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย ถ้าจะไปให้ถึงตรงนั้นเราต้องทำกับมูลนิธินะ เขาก็โอเค เพราะถ้าเราบอกว่าจะทำงานกับมูลนิธิตั้งแต่วันแรก เขาคงเบรก แล้วบอกว่า เราทำโรงแรมนะ ไม่ใช่กรมอุทยานฯ”

สัตว์

บาร์ตรงริมหาดเริ่มคึกคัก ใคร ๆ ก็เดินมาสั่งเครื่องดื่มแกล้มวิวพระอาทิตย์ตก

“เราเลือกทำงานกับมูลนิธิ Love Wildlife เพราะเขามีนางอายอยู่ในโลโก้” คุณแชมป์หัวเราะ เมื่อก่อนนางอายหรือลิงลมพบได้ไม่ยากในภาคใต้ แต่พอมีการล่าไปขายเป็นสัตว์เลี้ยง ก็มีสถานะใกล้สูญพันธุ์ “วันหนึ่งมีแขกถ่ายรูปนางอายส่งมาให้พนักงานดู เราถึงรู้ว่าในโรงแรมเรามี ซึ่งมันพิเศษมาก โดยปกติถ้าอยากดูนางอายต้องไปดูในอุทยานฯ ซึ่งหลบเก่งมาก แต่ในโรงแรมเรามีอยู่ 4 ตัว พ่อ แม่ กับลูก 2 ตัว เรารู้ว่าต้องไปส่องที่ต้นไหนถึงจะมีโอกาสเจอ”

เมื่อ Love Wildlife เข้ามาสำรวจก็ให้คำแนะนำว่า นางอายเข้ามาอาศัยในโรงแรมเพราะมีอาหารพวกยางไม้ ลูกเหรียง เบอร์รี และเกสรดอกไม้ จึงดึงดูดนางอายรอบ ๆ โรงแรมให้เข้ามาด้วย แต่บางจุดยอดไม้ไม่เชื่อมกัน นางอายจึงต้องเดินข้ามถนน ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายได้ จึงควรทำสะพานเชือกให้นางอายไต่ข้ามยอดไม้มาเลย

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

นอกจากนี้ ทีมนักวิจัยยังสำรวจพบสัตว์ราว 150 ชนิด มีทั้งนกเงือก กิ้งก่าบิน กระรอกบิน นกเค้าป่าหลังจุด นกฮูก และอีกมากมาย

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

“ที่นี่เลยกลายเป็นพื้นที่ทำวิจัย สังเกตพฤติกรรมนางอายในธรรมชาติ เพิ่งมีนักวิจัยจากต่างประเทศมาอยู่ที่นี่ 2 เดือนเพื่อทำวิจัย เราก็ให้พักฟรี เขามาติดตั้งกล้อง Camera Trap ตามกิ่งไม้ในโรงแรม แล้วจะบริจาคกล้องนี้ให้ Love Wildlife ซึ่งจะติดตั้งในโรงแรมต่อ ที่นี่ก็จะกลายเป็นพื้นที่ซึ่งมาศึกษาพฤติกรรมสัตว์ได้ ช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้จะมีการประชุมผู้เชี่ยวชาญเรื่องนางอายจากทั่วโลกที่นี่ด้วย”

คุณแชมป์บอกว่า ที่นี่ไม่มีผับโต้รุ่ง หน้าหาดตรงที่เรายืนอยู่ตอนนี้เต็มไปด้วยคนมากมาย แต่ประมาณ 3 ทุ่มก็จะเงียบ เพราะคนแยกย้ายเข้าห้องพัก สงบขนาดเรามาส่องดูนกหลับได้

อาหารเย็นพร้อมแล้ว คุณแชมป์เชิญผมรับประทานอาหารเย็น ส่วนตัวเขาขอแยกไปดูแลเพื่อนที่มาจากอังกฤษ ซึ่งจะมาเดินดูสัตว์ด้วยกันในคืนนี้

ธรรมชาติ

หลังอาหารเย็น ผมมายืนรอที่จุดนัดพบ ชาวคณะเกือบทั้งหมดเป็นชาวไทย

“ช่วงนี้ลูกค้าหลักเป็นคนไทยครับ แต่ก็ถือว่ายังมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะ เรารู้ว่าโควิด-19 ไม่ได้อยู่ตลอดไป การเน้นตลาดคนไทยเพิ่ม เราต้องมองในระยะยาวด้วย เราไม่ได้อยากเปลี่ยนให้ที่นี่เป็นสวนสนุกหรือเต็มไปด้วยจุดถ่ายรูป เราอยากเลือกลูกค้าชาวไทยที่ใช่ คือไม่ใช่พอเกาหลี ญี่ปุ่นเปิดประเทศแล้วเขาไม่กลับมาอีกเลย เราอยากหากลุ่มที่อินกับธรรมชาติจริง ๆ ให้คุณค่ากับสิ่งที่เราทำ บางคนมาเดินดูสัตว์แล้วก็คุยกับลูกว่า ตอนไปค่ายกับที่โรงเรียนได้เจอสัตว์แบบนี้ไหม หรือเด็กบางคนก็สอนพ่อว่า นางอายที่ผมเห็นในหนังสือเป็นแบบนั้นแบบนี้ ได้ยินแล้วเราก็ชื่นใจมาก” คุณแชมป์ยิ้มกว้าง

คุณแชมป์ยังมีความคิดสนุก ๆ อีกหลายเรื่องที่อยากทำให้ที่นี่เป็นหมุดหมายของคนรักธรรมชาติ เช่น ชวนนักวิชาการ นักอนุรักษ์ หรืออินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง มาจัดทริปเดินดูต้นไม้ดูสัตว์ในโรงแรม เพราะคนกลุ่มนี้เคยมาพักที่นี่แล้ว และชอบมาก

เขาคิดไปถึงการทำทริปไปเดินป่าที่อุทยานแห่งชาติด้านนอกโรงแรม โปรแกรมที่ผมชอบที่สุดคือ การเดินป่าแบบครึ่งวันครึ่งคืน ศึกษาธรรมชาติทั้งกลางวันและกลางคืน แล้วกลับมาค้างที่โรงแรม

นางอาย

ชาวคณะมาพร้อมแล้ว ทุกคนได้รับแจกไฟฉาย คนที่มานำชมเป็นพนักงานจากแผนกต่าง ๆ ที่ชอบเรื่องนี้เลยอาสามาทำ ทั้งดูนกตอนเช้าและส่องสัตว์ตอนค่ำ ทุกคนผ่านการอบรมจาก Love Wildlife มาเรียบร้อย หัวหน้าทัวร์ของเราเป็นแม่บ้าน เขาออกตัวหลายรอบว่า ไม่ได้รู้เรื่องสัตว์มากนัก แต่นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับผม เพราะเขาพาพวกเราเดินเหมือนพาเที่ยวบ้าน เขารู้สึกว่าโรงแรมแห่งนี้คือบ้านของเขา และสัตว์ในโรงแรมก็เหมือนสัตว์เลี้ยงเพื่อนรัก

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

เราเดินจากริมสนามหญ้าริมหาดย้อนขึ้นไปทางล็อบบี้ด้านบน ระหว่างทางก็ส่องไฟไล่หานางอายทีละต้น จะบอกแบบนั้นก็ไม่ถูก เพราะพี่แม่บ้านพอจะรู้ว่า โดยปกตินางอายอยู่ที่ต้นไหน และต้นไหนไม่น่าจะเจอ รู้แม้กระทั่งเมื่อวานเจอตัวไหนที่ต้นไหน

หลังจากวนหานางอายทั่วโรงแรม ก็เดินกลับไปดูนกหลับใกล้ ๆ ร้านอาหาร แล้วลงหาดไปดูปูเสฉวน ปิดท้ายด้วยดูจักจั่นลอกคราบที่ต้นสนริมหาด ซึ่งพิเศษตรงที่เราจะได้เห็นตัวของมันด้วย ไม่ได้มีแค่คราบ

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย
เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

เราเดินมาครึ่งทาง และยังไม่เจอนางอาย พี่แม่บ้านดูกดดันมาก เพราะรอบนี้มีทั้งเจ้านาย เพื่อนเจ้านายจากต่างประเทศ และแขกจากกรุงเทพฯ ที่ตั้งใจมาดูนางอายโดยเฉพาะ

ผมไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไรเลยที่ยังไม่เจอนางอาย เพราะบรรยากาศรอบตัวตอนนี้ดีมาก ได้เดินเงียบ ๆ ท่ามกลางธรรมชาติแบบแสงสลัว ๆ ฟังพนักงานโรงแรมเล่าว่า เขาผูกพันกับสัตว์ในโรงแรมยังไง เป็นเนื้อหาที่ไม่เหมือนฟังจากนักวิชาการหรือผู้พิทักษ์ป่า

ความรู้หาที่ไหนก็ได้ แต่ความรู้สึกนี่สิหาฟังยาก

การได้เดินใต้ร่มต้นไม้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตมากมาย ไม่ว่าเราจะเห็นหรือไม่ก็ตาม ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ แต่รายล้อมไปด้วยคนที่ให้คุณค่าในสิ่งเดียวกัน มันอาจจะหายากพอ ๆ กับนางอาย

ตอนนี้การเจอนางอายหรือไม่ ไม่ได้สำคัญสำหรับผมเลย เพราะผมได้สัมผัสสิ่งที่มีคุณค่าไม่แพ้กัน

นั่นทำให้ผมเข้าใจแล้วว่า ทำไมถึงมีนักท่องเที่ยวมากมายเดินทางข้ามโลกกลับมาที่นี่ทุกปี

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย
Khaolak Merlin รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย
ขอบคุณภาพจาก Khaolak Merlin Resort

Khaolak Merlin Resort

ที่ตั้ง : 7 ถนนเพชรเกษม ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 7642 8300

Facebook : Khaolak Merlin Resort

เว็บไซต์ : www.merlinkhaolak.com

Writer & Photographer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load