6 มิถุนายน 2561
38.60 K

ยินดีต้อนรับกลับบ้าน

เป็นคำที่ฟังแล้วแสนจะอบอุ่นหัวใจเมื่อได้ยิน เมื่อเรากลับไปยัง ‘บ้าน’ สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด สบายใจที่สุด และอบอุ่นที่สุด บ้านเปรียบเหมือนส่วนเติมเต็มอันแสนสำคัญในชีวิต ทั้งความต้องการขั้นพื้นฐาน คนสำคัญในครอบครัว รวมทั้งความทรงจำแสนหอมหวานเมื่อครั้งได้พักอาศัย

สีลม คือหนึ่งในย่านการค้าสำคัญใจกลางมหานคร

เราแทบไม่ต้องจินตนาการว่าย่านธุรกิจแห่งนี้จะวุ่นวายสักเพียงใด ในความวุ่นวายทั้งหมดนั้น หากตรงเข้าไปที่สีลมซอย 3 คุณอาจจะแปลกใจสักหน่อยที่ใจกลางซอยมี ‘บ้าน’ หลังหนึ่งตั้งเด่นสง่าท่ามกลางตึกสูง ร้านอาหาร ร้านค้า และความพลุกพล่านของผู้คน

บ้านที่ว่าคือ Kessara Boutique Historic Hotel

ที่นี่คือโรงแรมที่ดัดแปลงจากบ้านเก่า ให้เกิดความคลาสสิกที่ผนึกรวมความ ‘เก่า’ แต่ ‘เก๋’

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม
บ้านหลังน้อย ปลูกไว้คอยอยู่ปลายสวน

ด้วยสัญชาตญาณของแม่บ้านการละคร การได้ก้าวเข้าไปในบ้านเก่าที่ถูกปรับเปลี่ยนเป็นอาคารโรงแรมสองชั้น ฉันรู้สึกได้ลึกๆ ว่าตัวเองเป็นพะนอนิจในกาหลมหรทึก ฉันสัมผัสบรรยากาศความเก่านั้นได้อย่างชัดเจนด้วยโครงสร้างและการออกแบบที่แทบจะถอดแบบกันออกมาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

พนักงานนำ Welcome Drink มาเสิร์ฟตรงหน้าฉัน มันคือน้ำมะตูมในแก้วกระเบื้องแบบโบราณ ความสดชื่นของน้ำมะตูมเย็นฉ่ำ ทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายจากอากาศร้อนภายนอกได้เป็นอย่างดี

ผู้เปลี่ยนบ้านเก่าหลังนี้เป็นโรงแรมคือคุณแพร พรรณฑิภา สายวัฒน์ Managing Director และคุณทอป ธนกร อุดมทรัพย์ Deputy Managing Director ของโรงแรม ทั้งคู่โคจรมาพบกันเมื่อเป็นนักศึกษาที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จวบจนทำงานอยู่ในบริษัทเอเจนซี่แห่งเดียวกัน คุณแพรลาออกมาก่อนด้วยเหตุผลที่อยากสร้างโฮสเทลเล็กๆ เป็นของตัวเอง เมื่อคุณแพรนำเรื่องนี้มาคุยกับคุณทอป ทั้งสองคนจึงตัดสินใจเริ่มโปรเจกต์นี้ด้วยกัน

ไอเดียที่พักร่วมสมัยเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เมื่ิอคุณแพรเสนอเรื่องนี้กับที่บ้าน เธอได้รับการแนะนำว่าแทนที่จะไปหาอาคารพานิชย์ ทำไมไม่เอาบ้านเก่าที่มีอยู่แล้วมาใช้เสียเลย
โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

หากว่าใครจะสร้างบ้านสักหลังหนึ่ง ไม่มีใครจะเริ่มต้นจากหลังคา

จากคำสั่งเสียของคุณปู่คุณแพรที่ว่า “ห้ามยกให้ใคร ห้ามขาย ห้ามรื้อ ห้ามทุบบ้านหลังนี้” จึงไม่มีใครได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบ้านหลังนี้มาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี

“พอประตูเปิดออก เหมือนบ้านหลังนี้เรียกเรา เป็นรักแรกเลยแหละ เราปล่อยให้เขาเป็นแบบนี้ไม่ได้แล้ว เราอยากให้เขามีชีวิตขึ้นมาใหม่” คุณแพรเริ่มเล่าถึงที่มาที่ไปของบ้านหลังนี้

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

บ้านใจกลางสีลมซอย 3 หลังนี้ แต่เดิมเป็นของหลวงบุรีราชบำรุง (ชื่น เกษาศรัย) หนึ่งในทหารเอกผู้ร่วมออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่พระยาสุรศักดิ์มนตรีในสมัยรัชกาลที่ 5 ในครั้งที่ยังมีการรบอยู่ คุณหลวงได้รับที่ดินผืนนี้เป็นการตอบแทน เนื่องด้วยสมัยก่อนหากใครทำดี จะไม่มีการตบรางวัลด้วยเงินเหมือนดังในปัจจุบัน แต่จะได้รับอสังหาริมทรัพย์ในรูปของที่ดินเป็นของกำนัล

ย่านสีลมแต่เดิมที่ดินเป็นของพระยาสุรศักดิ์มนตรี ในยุคก่อนจรดต้นซอยถึงท้ายซอยสีลม 3 จะประกอบไปด้วยบ้านเรือนเล็กใหญ่แตกต่างไป คุณหลวงอาศัยอยู่ในย่านนี้ชั่วชีวิต กระทั่งบ้านหลังนี้เปลี่ยนผ่านเจ้าของจนกลายเป็นทรัพย์สินของคุณปู่คุณแพร

เมื่อตัดสินใจชุบชีวิตบ้านเก่าที่มีอายุกว่า 5 แผ่นดิน คุณแพรจึงต้องหาข้อมูลอย่างหนักเพื่อได้มารายละเอียดที่จะปรับปรุงบ้านหลังนี้ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยเริ่มต้นจากการค้นหาข้อมูลจากโฉนดที่ดิน สู่การสืบข้อมูล   เพิ่มเติมจากพิพิธภัณฑ์บางกอก และขอความช่วยเหลือจากรุ่นพี่ที่กรมศิลปากร จนทราบว่าบ้านหลังนี้เป็นทรง ‘ขนมปังขิง’ หรือแบบวิคตอเรียของอังกฤษ ด้วยโครงสร้างของบ้านที่ดีอยู่แล้ว คุณแพรจึงตัดสินใจไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้าง เนื่องจากเป็นเงื่อนไขร่วมกันระหว่างคุณแพรและกรมศิลปากร

การปรับปรุงโรงแรมครั้งใหญ่นี้ใช้เวลาพอสมควร มีกระบวนการเกิดขึ้นมากมาย ทั้งเสริมความแข็งแรงให้บ้านตามการก่อสร้างในปัจจุบัน การออกแบบภายในและปรับเปลี่ยนรูปแบบการวางห้องต่างๆ ให้เหมาะสมต่อการดัดแปลงเป็นโรงแรม และรักษาลักษณะบ้านแบบขนมปังขิงนี้ให้คงเดิมมากที่สุด

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม


แก้วน้ำจานชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม

ก่อนที่ฉันจะได้ขึ้นไปยลโฉมห้องพัก คุณแพรและคุณทอปชวนฉันแวะมาดู ‘ตู้โชว์’ ที่อยู่ใกล้บันไดทางขึ้น ภายในตู้โชว์นั้นต่างมีสิ่งของหลายอย่างที่ถูกนำมาวางประดับตกแต่งไว้ บางส่วนเป็นของเก่าโบราณที่ถูกขุดเจอนับแต่วันแรกในการมาเยือนบ้านของทั้งสอง ทั้งขวดสุราเก่าที่เจอในห้องใต้บันได ขวดยาเก่า จาน ชาม กระเบื้อง     โมเสกโบราณที่ไม่มีเส้นเอ็นเชื่อมโยงให้เป็นแผ่นเดียวกัน ทะเบียนรถเก่าที่ตัวเลขอาจจะเลือนหายไปแล้ว (ซึ่งแม่บ้านของโรงแรมเคยเอาเลขต่างๆ ที่เกี่ยวกับโรงแรมทั้งเลขที่บ้าน เลขทะเบียนรถไปตีความเป็นเลขท้ายสองตัวบ้าง สามตัวบ้าง แล้วดันถูกรางวัลด้วยนะเออ) รวมไปถึงกลอนประตู หรือส่วนประกอบอื่นอันเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมในสมัยรัชกาลที่ 5

ภายในตู้โชว์มีภาพถ่ายสองภาพถูกจัดเอาไว้ ภาพหนึ่งเป็นภาพถ่ายที่แสดงถึง ‘วันแรก’ ที่ทั้งสองได้มาดูบ้าน ซึ่งเป็นบ้านที่มีสภาพถูกทิ้งร้างกว่า 50 ปี

อีกภาพหนึ่งเป็นภาพเสาสรไนย ที่ถูกติดตั้งบนหน้าจั่วของบ้าน  เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่าเจ้าของบ้านนั้นมียศ ‘คุณหลวง’ ขึ้นไป

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม


พักกายพักใจ หลับตานอนฝันดี

บ้านสองชั้นจากเดิมที่มีเพียง 5 ห้อง ถูกแบ่งสรรปันส่วนจนได้ห้องพัก 7 ห้องที่มีขนาดเล็กใหญ่ต่างกันไป   ชั้นล่าง 2 ห้อง และชั้นบน 5 ห้อง โดยคอนเซปต์แรกของการออกแบบที่คุณทอปได้ทำงานร่วมกับทีมออกแบบภายใน คือความเป็นธรรมชาติเหมือนนอนพักที่บ้านเพื่อน มีความอบอุ่น แต่ไม่ได้เป็นทางการมากจนเกินไป คาแรกเตอร์ของบ้านคือ ‘ผู้หญิง’ พร้อมใส่ลูกเล่นที่เกี่ยวกับ ‘ดอกไม้’ ที่สามารถเป็นตัวกลางในการเชื่อมยุคสมัยจากอดีตถึงปัจจุบันได้อย่างลงตัว

ทุกห้องจะมีชื่อดอกไม้เป็นชื่อประจำห้อง โดยชั้นล่างจะเป็นชื่อดอกไม้ไทยโบราณในกิจกรรมทั่วไป คือนวลจันทร์และนวลตอง ทั้งสองห้องสามารถมองเห็นวิวสวนด้านนอกได้อย่างชัดเจน ส่วนชั้นบนจะเป็นชื่อดอกไม้ที่ใช้ในพระราชพิธีหรือกิจกรรมสำคัญในอดีต ประกอบด้วยดาราพรรณาราย นภาพราว มัลลิกา บัวฉลองขวัญ และแก้วเจ้าจอม ซึ่งแต่ละห้องจะมีการใช้โทนสีและรูปแบบการตกแต่งที่สอดคล้องกับสีของดอกไม้ประจำห้องอีกด้วย

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลมโรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม  

ภายในยังคงเน้นบรรยากาศความเก่าที่สอดคล้องไปกับตัวบ้าน ด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้เทคนิคไม้ขัดสีแบบโบราณ เก้าอี้หวาย เครื่องสุขภัณฑ์ ทั้งก็อกน้ำหรือฝักบัวทองเหลือง อ่างอาบน้ำทรงเก่า แต่ยังคงรวมเอาความสะดวกสบายแบบสมัยใหม่ ทั้งเตียงและที่นอนสั่งทำพิเศษเพื่อความเคยชินของชาวต่างชาติที่คุ้นเคยกับการนอนสูง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน

ห้องแก้วเจ้าจอม ไฮไลต์หลักของโรงแรมซึ่งเป็นห้องที่กว้างที่สุด สามารถมองเห็นวิวที่ดีที่สุดได้จากระเบียงในตัวห้อง และต้นแก้วเจ้าจอมซึ่งเป็นต้นไม้เดียวกับชื่อห้อง

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

ห้องมัลลิกา เป็นห้องที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยราคาที่ย่อมเยาว์ และห้องน้ำที่เปิดหน้าต่างได้ เป็นที่ชอบอกชอบใจของผู้เข้าพักชาวต่างชาติ บางทีแขกมักจะเปิดหน้าต่างพร้อมไปกับการอาบน้ำ เป็นบรรยากาศที่ดีไม่หยอก

ห้องดาราพรรณราย ห้องที่ตกแต่งด้วยโทนสีชมพู มีระเบียงที่เป็นระเบียงเดิมก่อนปรับปรุงที่เห็นลายโครงสร้างเก่าของบ้าน สามารถก้มลงแล้วมองเห็นดอกดาราพรรณรายที่ปลูกไว้ในสวนของโรงแรมอีกด้วย

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม


ที่ตรงนี้นั้นมีต้นไม้ มีร่มเงาให้นอนสบายพักผ่อน

จากชื่อห้องพักชั้นสองของโรงแรม คุณแพรและคุณทอปได้พยายามหาพรรณไม้ที่มีชื่อเดียวกับห้องพักมาปลูกและประดับไว้ในสวนซึ่งเป็นพรรณไม้ไทยทั้งหมด (ต้นแก้วเจ้าจอมปลูกยากมากนะจะบอกให้) นอกจากนี้ยังมีพรรณไม้ไทยที่ส่งกลิ่นหอมสลับช่วงเวลาตลอดทั้งปี ทั้งต้นโมก ดอกแก้วหิมาลัย ต้นหมาก เป็นต้น

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

ด้านข้างของโรงแรมเป็นลานปูน สามารถจัดงานแต่งงานที่จุคนได้ 50 – 70 คน (สำหรับกิจกรรมอื่นๆ สามารถสอบถามรายละเอียดกับทางโรงแรมได้โดยตรง) หรือในช่วงเวลาที่ไม่มีการจัดงาน จะมีแขกของโรงแรมใช้เวลาส่วนตัวในการอ่านหนังสือ สัมผัสกับพื้นที่สีเขียวที่จัดสรรเอาไว้ได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ

จากการเปิดแบบ Soft Opening ตั้งแต่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ถือว่าได้รับการตอบรับอย่างดีจากแขกผู้เข้าพักและนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมาในละแวกนั้น มีการขอเข้ามาแวะเวียน เยี่ยมชม ถ่ายภาพ จนคุณแพรและคุณทอปผุดแนวคิดที่อยากให้แขกไปใครมาได้มาสัมผัสบรรยากาศบ้านเก่าแบบที่ไม่ต้องเข้าพัก จึงเกิดเป็นช่วงเวลาพิเศษแบบอังกฤษที่เรียกว่า Afternoon Tea เป็นการจัดเบรคน้ำชาทั้งในแบบชาอังกฤษ​ และชาของไทย เช่นชาดอกบัวแห้ง ชากุหลาบ ชาตะไคร้ ชาดอกลิลลี่ พร้อมกับขนมทั้งสองรูปแบบ ผู้สนใจสามารถเข้ามาใช้บริการได้ตั้งแต่เวลา  14.00 – 17.00 น. โดยจะเปิดให้บริการพร้อมกับการ Grand Opening และการเปิดตัวร้านอาหารไทยของโรงแรมในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้

โรงแรมเกศรา : พักผ่อนในบ้านคุณหลวงอายุ 100 กว่าปีที่ใจกลางสีลม

การมาเยี่ยมเยือนโรงแรมแห่งนี้ ฉันไม่ได้สัมผัสเพียงแต่ความเป็นที่พักเท่านั้น

ฉันสัมผัสถึงความตั้งใจของการย้อนเวลา และหยุดเวลา

ย้อนเวลากลับไปหาอดีตที่ใครอาจไม่เคยเห็น ให้เกิดขึ้นได้จริงในห้วงปัจจุบัน

หยุดเวลาแห่งภาพอดีต ไม่ให้ล่วงเลยไปตามกฎของเวลา

ยินดีต้อนรับกลับบ้าน

Kessara Boutique Historic Hotel
ที่อยู่  : 38 ซ.สีลม 3 (พิพัฒน์) ถ.สีลม บางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
ราคา : 2,500 – 7,500 บาท
Facebook : Kessara Hotel
www.kessarahotel.com
เบอร์ติดต่อ : 02-0910659

Writer

สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

เขียนหนังสือบนก้อนเมฆในวันหนึ่งตรงหางแถว และทำเว็บไซต์เล็กๆ ชื่อ ARTSvisual.co

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

ชื่อเข้าโรงเรียนของผม คือ อัศวิน คงศุภมานนท์ หรือ เล็ก ใบเมี่ยง – นามปากกาที่ใช้ในงานเขียน พื้นเพเป็นคนมุกดาหาร แต่กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งโอกาสที่ผมเติบโตมาในสายอาชีพทำเสื้อผ้าและร้านอาหาร ปัจจุบันผมได้พาหัวใจกลับบ้านริมโขงมา 12 ปีแล้ว

ผมเคยอ่านเจอมาว่า ‘นักอ่านมักอยากมีหนังสือของตัวเองสักเล่ม นักดื่มอยากมีร้านกินดื่มไว้สังสรรค์กับคนคอเดียวกัน นักเดินทางก็ฝันอยากมีที่พักหรือโรงแรมในแบบที่ตัวเองหลงใหล’

สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร
สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร

ผมเลียนแบบประโยคข้างต้นทุกประการ โดยการมีหนังสือของตัวเอง 2 เล่ม เปิดร้าน ‘ใบเมี่ยง’ ที่เป็นทั้งผับและร้านอาหารสไตล์เวียดนามมา 15 ปี และฝันสุดท้ายคือกลับไปแก่และตายที่ริมโขงบ้านเกิด ด้วยการเปิดบูติกโฮเทลและร้านอาหารสไตล์โคโลเนียล

ความชอบและรสนิยมของคนเราเปลี่ยนไปตามวัย ช่วงที่เป็นหนุ่มน้อยเคยชอบการตกแต่งประเภทซานตาเฟ่ คันทรี มิดเซ็นจูรี ลอฟต์และโรงนา แต่ทุกครั้งที่เดินทางไปเห็นบ้านเรือนสไตล์โคโลเนียลทีไร หัวใจก็เต้นแรงและรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเจอเพื่อนเก่า เพราะวัยเด็กผมเติบโตที่เมืองสะหวันนะเขต ประเทศลาว ซึ่งตรงข้ามกับจังหวัดมุกดาหาร เป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมโคโลเนียลทั้งเมือง เพราะเคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส

สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร

‘สะหวันสำราญ’​ ที่มาของชื่อจึงมาจากสะหวันนะเขต + ถนนสำราญชายโขง โดยมีสโลแกนต่อท้ายว่า ‘ที่ซึ่งความโรแมนติกของสายน้ำ แกล้มด้วยความงามของวันวาน -​ Where good old days meet romance’ เมื่อได้แนวสถาปัตยกรรมแล้ว ผมเริ่มตามหาสถาปนิกที่ถนัดแนวนี้

โชคดีที่ผมเจอ น้องโอ๊ต-ธิติ สงวนเผ่า โอ๊ตบอกผมว่า “ทำงานกับพี่เล็กค่อนข้างง่ายและเร็ว พี่เล็กแม่นเรื่องสเกลและดีเทลสไตล์โคโลเนียลเป็นอย่างมาก” มันคงซึมซับทางผิวหนังผมมาตั้งแต่เด็กกระมัง

คอนเซ็ปต์ใหญ่ที่ผมคุยกับโอ๊ตคือ การคารวะอดีต 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องให้คนที่มาเห็นครั้งแรกคิดว่าเป็นตึกเก่าโบราณที่นำมารีโนเวตเสียใหม่ ประมาณว่าก๊อปเกรดเอ และผมก็เป็นสถาปนึกคุมช่างก่อสร้างและตกแต่งภายในเองทั้งหมด จำนวนห้องพักมีเพียง 5 ห้อง ผมเลยฟุ้งให้เป็น 5 อารมณ์ โดยมีเพื่อนรุ่นน้องมาช่วยตกแต่ง 2 ห้อง

สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร
สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร

French Colonial แรงบันดาลใจในการตกแต่งมาจากฉากเต้นรำยามค่ำคืนในห้องครัวของหนัง The Bridges of Madison County จุดเด่นของห้องคือ วอลเปเปอร์และเฟอร์นิเจอร์แนววินเทจที่ให้ความรู้สึกเหมือนชนบททางภาคใต้ของฝรั่งเศส

The Keeper of Light ห้องนี้ได้ น้องจิรศักดิ์ ทองหยวก อดีต บ.ก.ภาพ นิตยสาร Room มาช่วยตกแต่งในสไตล์ห้องนอนของช่างภาพ โดยเน้นภาพถ่ายสถาปัตยกรรมโคโลเนียลที่ศักดิ์ชื่นชอบ

Good Old Days แรงบันดาลใจจากหนังของ หว่อง กาไว บรรยากาศห้องนี้เหมือนจำลองภาพของฮ่องกงในยุค 60s

Sumroeng ห้องนี้ได้ น้องกานต์ บุญทริก โปรดักต์ดีไซเนอร์มาช่วยรังสรรค์อารมณ์ลอฟต์ โดยมีหัวรถโฟล์กหน้าวีปี 1959 ประดับเด่นสง่าอยู่บนหัวเตียง

Vintage Emotion ห้องที่ผสมผสานระหว่างความเนี้ยบและความดิบแบบย้อนแย้งสุนทรียะ ความคลาสสิกของพื้นไม้ปาร์เกต์ตัดกับผนังอิฐก่อโชว์ ทาสีขาวแบบถลอก และเฟอร์นิเจอร์แนวสแกนดิเนเวีย

สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร

ด้วยเนื้อที่เกือบ 3 ไร่ริมโขง สถาปนิกเลยวางแปลนตึกให้ชิดด้านขวาหน้าโขง เหลือพื้นที่ไว้ต่อเติมห้องพักในภายหลัง พื้นที่ส่วนใหญ่ของโครงการจึงจัดเป็นส่วนร้านอาหาร ซึ่งเป็นรายได้หลักมาหล่อเลี้ยงความฝันไปก่อน ประสบการณ์ที่ทำร้านอาหารมา 15 ปี และมีแม่ยายเชื้อสายเวียดนามเป็นแม่ครัวใหญ่ เมนูหลักเลยเป็นอาหารเวียดนามและปลาแม่น้ำโขง แหนมเนืองสูตรโบราณของแม่ยายที่ใครได้ชิมก็ติดใจจนต้องบอกต่อ อีกทั้งความสดของวัตถุดิบจำพวกปลาแม่น้ำโขงก็ยิ่งเสริมรสชาติให้ตราตรึง

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงมีวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ซึ่งอยู่บนภูเขาที่ใกล้เมืองเพียง 3 กิโลเมตร และเป็นจุดชมแม่น้ำโขงที่สวยงามที่สุดของเมือง เป็นมุมที่แม่น้ำโค้งสวยเหมือนท้องมังกรตามที่ซินแสกล่าวไว้

กิจกรรมพิเศษที่แนะนำคือ ล่องน้ำโขงด้วยซัพบอร์ด โดยนำซัพบอร์ดลงที่หน้าโรงแรมแล้วลอยละล่องแบบอ้อยอิ่งไปตามสายน้ำ พร้อมกับชมภาพพระอาทิตย์ตกกลางลำน้ำ ที่สะท้อนสะพานสีทองลงแม่น้ำ เป็นโมเมนต์ที่คุณจะหลงรักแบบไม่รู้ลืม เมื่อล่องไปได้สัก 30 นาทีจะถึงเกาะหินสูง ขึ้นไปนั่งพักบนลานหินคล้าย ๆ สามพันโบก หลังพระอาทิตย์ตกดิน ลานหินตรงนี้มีดวงดาวนับล้านดวงมาเผยโฉมความงามในยามค่ำคืน ถ้าโชคดีกว่านั้น บางคืนอาจเห็นฝูงหิ่งห้อยตัวน้อยบินมาเต้นรำใต้แสงดาว

บูติกโฮเทลริมแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร ของ เล็ก ใบเมี่ยง สถานที่ที่ความโรแมนติกของสายน้ำ มาบรรจบกับความงามของวันวาน

เสร็จจากการพายซัพบอร์ด ใต้โรงแรมเรามี So Bar -​ cocktail & vinyl บาร์ที่เสิร์ฟสุนทรียะโดย บลูกาย ลูกชายคนเดียวของผมเอง เขาเป็นทั้งบาร์เทนเดอร์และอินทีเรีย ทำให้บรรยากาศออกมาในยุค 50s อีกทั้งยังขับกล่อมบทเพลงด้วยแผ่นไวนิล ถ้าดื่มด่ำยังไม่พอ แนะนำให้ไปต่อที่เมืองเก่า ซึ่งผมและน้อง ๆ ได้หุ้นกันทำแกลเลอรี่คาเฟ่อารมณ์หว่อง กาไว -​ ตงเสี่ยวหลง โดยจุดประสงค์ของคาเฟ่คืออยากส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับนักฝันท้องถิ่น และมีพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ ‘ปล่อยของ’

บูติกโฮเทลริมแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร ของ เล็ก ใบเมี่ยง สถานที่ที่ความโรแมนติกของสายน้ำ มาบรรจบกับความงามของวันวาน
บูติกโฮเทลริมแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร ของ เล็ก ใบเมี่ยง สถานที่ที่ความโรแมนติกของสายน้ำ มาบรรจบกับความงามของวันวาน

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้เมื่อมามุกดาหาร คือการนั่งเรือข้ามไปยังฝั่งสะหวันนะเขต

เหมือนวลีที่ผมชอบโพสต์ในเฟซบุ๊กว่า “เพียงข้ามเรือ 20 นาที อารมณ์ก็เปลี่ยน…”​ เหมือนเราไปสงขลาและมีของแถมได้ข้ามไปเที่ยวปีนังอีกเมือง สะหวันนะเขตเป็นเมืองที่ผมเติบโตมาในวัยเด็ก เป็นเมืองที่หัวใจเต้นช้าอีกเมืองหนึ่ง เมืองที่มีสถาปัตยกรรมโคโลเนียลของฝรั่งเศส และอาร์ตเดโคของอเมริกา ผสมผสานกันอย่างกลมกลืน เป็นเมืองที่มีโรงหนัง Stand Alone ไซส์สกาลาอยู่ 3 โรง

บูติกโฮเทลริมแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร ของ เล็ก ใบเมี่ยง สถานที่ที่ความโรแมนติกของสายน้ำ มาบรรจบกับความงามของวันวาน

เพียงมีจักรยานสักคันกับกล้องคู่ใจ ปั่นละเลียดชมความงามของเมืองแบบไม่รีบร้อน บรรยากาศรูป-รส-กลิ่น-เสียง และชีพจรอันอ้อยอิ่งของเมือง เหมือนจะพาเราหลงหายไปในฉากหนังของ Cinema Paradiso โรงหนังลาวเจริญ รามา หนึ่งในโรงหนัง Stand Alone ที่ใหญ่ที่สุดของเมือง กำลังถูกแปลงโฉมเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ รวมร้านรวงหลากหลายและมีโถงใหญ่ของโรงหนังไว้จัดนิทรรศการหรือจัดมินิคอนเสิร์ตด้วย เสร็จจากชมเมืองเก่า มีไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือการนั่งชมพระอาทิตย์ตกดินที่ริมโขงฝั่งลาว เป็นภาพพระอาทิตย์ตกดินที่สวยไม่แพ้ที่ใดในโลก…

มีลูกค้าห้องพักสะหวันสำราญ 2 ท่านมาทิ้งตัวที่นี่ และเกิดแรงบันดาลใจไปสร้างอาณาจักรที่พักในฝันของตัวเองสำเร็จไปแล้ว เหมือนที่ผมเขียนเกริ่นไว้ในช่วงต้น รายต่อไปอาจเป็นคุณก็ได้

ถ้าจะบอกว่าสะหวันสำราญคือ ‘โรงงานบ่มเพาะความฝัน’ หรือ ‘แท่นพิมพ์ส่งต่อแรงบันดาลใจ’​ คงจะไม่เกินเลย

สะหวันสำราญ

ที่ตั้ง : 199 ถนนสำราญชายโขงใต้ ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 4263 2669Facebook : Savan Sumran สะหวันสำราญ

Writer

อัศวิน คงศุภมานนท์

เรียนจบ ม.รามคำแหง สาขาบริหารโฆษณา อาชีพหลักเป็นนักฝัน งานอดิเรกคือเฟสติวัลเมกเกอร์และนักอยากเขียน มีผลงานมาแล้ว 2 เล่ม คือ 'ฮอยอันหวานเย็น'​ และ 'โรงรูปเงา')

Photographer

อิสรพงษ์ ชาภูบาล

ช่างภาพอิสระ มุกดาหาร พันธ์ุแท้ 100%

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load